<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์การบริหารส่วนตำบล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Nov 2019 23:00:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>องค์การบริหารส่วนตำบล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องแนวทางเจียระไน&#8221;ครูรัก(ษ์)ถิ่น&#8221; จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/76722-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2019 23:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ครูดอย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบล]]></category>
		<category><![CDATA[ชานน โชติคัดนานต์]]></category>
		<category><![CDATA[ช้างเผือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9472</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-9477" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นครูในโรงเรียนอย่างเดียว</strong> <strong>แต่ต้องการให้กลับมาเป็นครูของชุมชน ดังนั้นการมีส่วนร่วมของชุมชนจึงมีความสำคัญ</strong> <strong>เพราะหากชุมชนอยากปั้นเด็กให้เป็นอย่างไร ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม</strong> <strong>ผ่านการทำงานกับสถาบันผลิตและพัฒนาครูได้ทุกขั้นตอน นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาครูรุ่นใหม่”</strong> ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล ผู้จัดการโครงการฯ<br />
กล่าวถึงเป้าหมายการผลิตครูที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</p></blockquote>
<p>พื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นทุรกันดารมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีหัวใจรักบ้านเกิด ครูที่เป็นคนต่างถิ่น เมื่อเข้ามาบรรจุโรงเรียนในพื้นที่ ก็จะโยกย้ายอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน การเดินทางยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูง ห่างไกลความเจริญ จึงทำให้ไม่มีครูคนใดอยากมาเป็น <strong>“ครูดอย”</strong> เพราะครูไม่ใช่คนในท้องถิ่น จึงไม่มีใจรักและผูกพันกับเด็กในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชนเผ่า <strong>“ม้ง”</strong> มีฐานะยากจน และ ขาดโอกาสทางการศึกษา</p>
<p>โรงเรียนและชุมชน จึงต้องการครูที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ เพราะ <strong>“ครูรุ่นใหม่”</strong> ไม่ใช่แค่เป็นครูสอนหนังสือเด็กแค่ในชั้นเรียน แต่ครูที่ต้องเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียน พัฒนาชุมชน และเข้าใจวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง เพื่อมาร่วมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กที่ยากไร้</p>
<p>ความร่วมมือระหว่าง <strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กับ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<strong>ภายใต้โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน หรือ โครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> ได้ลงทำงานร่วมกันในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก โดย<strong>โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4</strong> เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าไป <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> นักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจน แต่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และมีจิตใจต้องการเป็นครูในชุมชนของตนเอง</p>
<p>สำหรับกระบวนการ <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> เด็กที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่จะได้รับทุนจาก กสศ. นั้น จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง <strong>“มหาวิทยาลัย” “โรงเรียน”</strong> และ <strong>“ผู้นำชุมชน”</strong> เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ในการผลิตครูตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือโรงเรียนที่เด็กจะกลับมาบรรจุ และชุมชนที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของเด็ก และมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บ่มเพาะความเป็นครูให้กับเด็ก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9478" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ส่วนเด็กนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือก จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน เพื่อให้เด็กสามารถกลับสู่ชุมชนและกลับมาทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังสามารถติดตามดูแลเด็ก และทำงานร่วมกับทั้งโรงเรียนและชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ด้วย เมื่อเด็กเรียนจบแล้ว จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูเพื่อกลับมาเป็นครูนักพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนของตนเอง <strong>ถือเป็นมิติใหม่ในการให้ทุนการศึกษาและผลิตครูรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong><br />
<strong>และการโยกย้ายของครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</strong></p>
<p>ในการคัดเลือกหาเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์ และ เป็นเด็กที่มีจิตใจรักวิชาชีพครู และรักบ้านเกิด นั้นนับเป็นภารกิจสำคัญของโรงเรียในชุมชน <strong>นายศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ในฐานะโรงเรียนในอนาคตที่เด็กจะมาบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงต้องพิถีพิถันในการค้นหา <strong>“ช้างเผือก” </strong>เชือกงามทั้งกายและใจมาเป็นครู</p>
<p>ผอ.ศักดิ์ดนัย ได้เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กๆ ในพื้นที่มาโดยตลอด เพราะเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนห่างไกล เด็กส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้ง และมีฐานะยากจน ซึ่งตั้งแต่ร่วมโครงการกับ กสศ. ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน และประสานงานโดยมอบหมาย “ครูแนะแนว” ของโรงเรียนไปให้ความรู้แก่เด็กในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจนและมีใจอยากเป็นครูให้มาสมัครกันเยอะๆ เพราะนี่คือโอกาสที่ดีทางการศึกษาสำหรับเด็กชายขอบ</p>
<p>ในการคัดเลือกเด็ก ผอ.ศักดิ์ดนัย กล่าวอย่างมั่นใจว่า ทางโรงเรียนมีข้อมูลเบื้องต้นที่จะทราบว่าเด็กคนใด จน หรือ ไม่จนจริง เพราะทุกปีทางครูประจำชั้นจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านเด็กอยู่บ่อยครั้ง จึงทราบว่าครอบครัวใดมีฐานะยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษาจริงๆ ขณะเดียวกันโรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กได้จัด “กิจกรรมเพื่อสังคม” เช่น <strong>โครงการ “พี่ให้น้อง”</strong> เป็นกิจกรรมที่เด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมตัวกันเองทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น รับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ขนม และอาหาร ไปแจกเด็กๆ ในชุมชนที่มีฐานะยากจน หรือ โครงการ “ค่ายสานฝันพี่สู่น้อง” เป็นโครงการที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เรียนจบออกไปแล้ว ได้ดิบได้ดีแล้วกลับมาจัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9479" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ดังนั้น ในกลุ่มเด็กที่เข้ามาสมัครโครงการครูรัก(ษ์) ถิ่น ครูจึงทราบว่าเด็กคนใดมาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และมีจิตใจชอบช่วยเหลือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในโรงเรียนบ้าง</p>
<blockquote><p>“<strong>สิ่งที่ทางโรงเรียนคาดหวัง คือ อยากเห็นเด็กที่เข้าร่วมโครงการ</strong> <strong>เรียนจบออกมาแล้วกลับมาเป็นครูที่ดีของโรงเรียน และกลับมาพัฒนาชุมชนของตัวเอง</strong> <strong>ในนขณะที่เด็กอยู่ที่มหาวิทยาลัย ก็อยากให้จัดกิจกรรมดีๆ</strong> <strong>ที่ปลุกจิตสำนึกสาธารณะแก่เด็กระหว่างอยู่ในมหาวิทยาลัย สำหรับ กสศ. ก็อยากให้มีโครงการดีๆ</strong> <strong>แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังมีเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชายขอบแบบนี้อีกมาก</strong>” นายศักดิ์ดนัย กล่าว</p></blockquote>
<p>ปัจจุบันมี “เด็กกลุ่มเป้าหมาย” จำนวนหนึ่งที่ยื่นใบสมัครขอรับทุน มาทางมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ทีมอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจฐานะและสภาพความเป็นอยู่จริงของเด็กนักเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับสัมภาษณ์พ่อแม่หรือผู้ปกครองของนักเรียน เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ รวมถึงสัมภาษณ์เด็กนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้รับทราบถึงความคิดและทัศนคติ ว่าหากได้รับคัดเลือกแล้ว จะกลับมาพัฒนาโรงเรียน ชุมชน และสืบสานวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชนเผ่า “ม้ง” ให้ดำรงอยู่สืบไปได้อย่างไร</p>
<p>หลังจากได้ “ช้างเผือก” เชือกงามตามที่ กสศ. โรงเรียน และ มหาวิทยาลัยราภัฎกำแพงเพชร ต้องการ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชรจะพาเด็กเข้าสู่กระบวนการปฐมนิเทศและเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช</strong> หัวหน้าทีม ค้นหา คัดกรอง ที่โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ได้ให้ข้อมูลว่า เด็กที่ได้รับทุนในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น นี้ ต้องผ่านกระบวนการบ่มเพาะวิชาชีพ และอุดมการณ์ความเป็นครูนักพัฒนา รวมถึงเสริมวิชาพื้นฐานทั่วไปโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และ เทคโนโลยี เพราะด้วยฐานะยากจนเข้าไม่ถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงขาดทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ และในระหว่างเรียน ทางมหาวิทยาลัยจะเสริมกิจกรรมทางสังคมผ่าน <strong>“ชมรมชนเผ่า”</strong> ที่จะรวมความหลากหลายของชนเผ่าในพื้นที่มารวมกัน เช่น ปกาเกอะญอ มูเซอ กระเหรี่ยง และ ม้ง เพื่อเป็นเวทีให้เด็กเหล่านี้ได้แสดงอัตลักษณ์และไม่หลงลืมรากเหง้าของชนเผ่าตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9480" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>เมื่อเด็กห่างไกลบ้านเข้ามาอยู่ในสถานที่ใหม่อาจจถูกวัฒนธรรมใหม่กลืน</strong> <strong>จนลืมวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง พอเรียนจบออกมาอาจจะไม่กลับไปเป็นครูในชุมชนตัวเองก็เป็นได้</strong> <strong>ดังนั้นการปลูกจิตสำนึกด้านวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ</strong>” ผศ.ดร.ศิริโสภา กล่าว</p></blockquote>
<p>นับว่ากิจกรรม “ชมรมชนเผ่า” ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ตรงกับความต้องการของชุมชน <strong>ชานน โชติคัดนานต์</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คีรีราษฎร์ ในฐานะเป็นผู้นำที่มีสายเลือดความเป็น “ชนเผ่าม้ง” ที่เข้มข้น เห็นด้วยกับแนวทางการบ่มเพาะของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกสศ. เพราะทางชุมชนต้องการครูนักพัฒนาที่มีใจรักและห่วงแหนวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะภาษา การแต่งกาย หรือประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมต้องสืบสานให้คงอยู่ไม่ถูกกลืนหายไป</p>
<p>“ชุมชนอยากให้มหาวิทยาลัยและ กสศ. ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกความภาคภูมิใจในตัวตน เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆ พอไปเรียนหรืออยู่ที่อื่นไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นม้ง เพราะอายที่พูดไทยไม่ชัดซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่จะเป็นสิ่งน่าอายหากเราลืมรากเหง้าตัวเองว่าเรา คือใครต่างหาก” นายกฯอบต. กล่าวด้วยความคาดหวัง</p>
<p>ทั้งหมดคือแนวทางในการเจียระไน “เด็กยากไร้” ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้กลับมาเป็นครูนักพัฒนาบ้านเกิด ไม่ละทิ้งถิ่นฐานไปเป็นแรงงานรับจ้างต่างถิ่น สุดท้ายถูกความเจริญจอมปลอมกลืนกินทั้งร่างกาย และจิตวิญญาณ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่สั่งสมมายาวนานในสังคมไทยให้เบาบางลง และยังเป็นมิติใหม่ทางการศึกษาในการผลิตครูรุ่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9482" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
