<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Mar 2023 07:40:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>หลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. รับฟังความเห็น 6 สังกัด ‘ร่วมกำหนดทิศทางระบบหลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-070323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Mar 2023 07:40:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กนิษฐา คุณาวิศรุต]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64997</guid>

					<description><![CDATA[<p>28 กุมภาพันธ์ 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070323/">กสศ. รับฟังความเห็น 6 สังกัด ‘ร่วมกำหนดทิศทางระบบหลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>28 กุมภาพันธ์ 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)&nbsp; สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร(กทม.) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อโจทย์การพัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา และร่วมออกแบบแผนปฏิบัติงานร่วมกับ กสศ. ในระยะ 3 ปี (2566-2568)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e2b63"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12-กสศ.-รับฟังความเห็น-6-สังกัด-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ในวาระของการพัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา ปีการศึกษา 2566 กสศ. ให้ความสำคัญต่อการรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ออกแบบแนวทางระดมทรัพยากร เครื่องมือสนับสนุน ตลอดจนนำตัวอย่างความสำเร็จจากการดำเนินงานที่ผ่านมาใช้ในการกำหนดแผนงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนและสนับสนุนผู้เกี่ยวข้องในการทำงานทุกระดับได้อย่างสอดคล้องกับบริบทปัญหา</p>



<p>“ประสบการณ์จากคนที่อยู่หน้างาน จะนำไปสู่กระบวนการพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาและสะท้อนไปถึงตัวเด็ก สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือข้อมูลทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การทำงานกับเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ไม่สามารถมุ่งไปแก้ปัญหาเชิงเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือที่ครอบคลุมรอบด้านด้วยความร่วมมือจากคนทำงานทุกภาคส่วน  กสศ. จะส่งเสริมเพิ่มเติมคืองานวิชาการ งานวิจัย เทคโนโลยี ให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น เมื่อคณะทำงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันทรัพยากร  ข้อมูล ผลสำเร็จและปัญหาอุปสรรคระหว่างกัน การทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาก็จะยิ่งขยายเครือข่ายออกไปในอนาคต อีกทั้งการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เห็นว่างานบางอย่างสามารถทำได้เองอย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องรอนโยบายจากส่วนกลาง หรือในมิติของนักเรียนที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเร่งด่วนโดยการทำงานข้ามสังกัด เพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b126ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12-กสศ.-รับฟังความเห็น-6-สังกัด-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวต่อไปว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของระบบการทำงานข้ามสังกัดของหน่วยจัดการศึกษาให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;</p>



<p>“สำหรับ กสศ. ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานย่างเข้าสู่ปีที่ห้า ช่วงต้นของการทำงาน เราจำเป็นต้องจัดทำโครงการที่เป็นเหมือนถนนเส้นหลักเพื่อตัดตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย หลังการทำงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เรากำลังเข้าสู่ขั้นตอนการเชื่อมหน่วยงานและวิธีการทำงานภายในให้มีศักยภาพ และสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้มากที่สุด การรับฟังความเห็นวันนี้ก็เป็นความพยายามหนึ่ง ในการดำเนินงานโครงการใหญ่ที่สุด คือระบบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่จะช่วยดูแลและนำเด็กเยาวชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดให้ไปถึงเป้าหมาย ความเห็นจากหน่วยงานต้นสังกัดและความเห็นในวงกว้าง จะทำให้การทำงานเกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ให้งานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-339b50"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12-กสศ.-รับฟังความเห็น-6-สังกัด-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong>นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต</strong> รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ. กล่าวถึงภาพความร่วมมือระหว่างหน่วยจัดการศึกษาทั้ง 6 สังกัด กับ กสศ. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) กลุ่มเป้าหมายของความร่วมมือ คือเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาภาคบังคับจากครัวเรือนยากจน 15% ล่างสุดของประเทศ ซึ่งมีข้อมูลของนักเรียนเป็นรายบุคคลจากการเยี่ยมบ้านโดยคุณครูทั่วประเทศ ทำให้ปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในระดับยากจนพิเศษได้รับการจัดสรรทุนเสมอภาคกว่า 1.3 ล้านคน </p>



<p>“นอกจากการสนับสนุนเงินเพื่อพยุงให้นักเรียนยากจนพิเศษยังคงอยู่ในระบบการศึกษา ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ กสศ.และหน่วยงานต้นสังกัดมีระบบสารสนเทศติดตามเด็กได้เป็นรายบุคคล นำไปสู่การสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนได้รับการติดตาม ดูแล และส่งต่อความช่วยเหลือข้ามหน่วยงาน ทำให้น้อง ๆ สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ตามเกณฑ์ในช่วงวัยเรียน นอกจากการช่วยเหลือให้เข้าถึงการศึกษาแล้ว ยังดำเนินงานต่อเนื่องด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือและมาตรการป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา  ไปจนถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ขยายการจัดสรรทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนให้ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสังกัด และปรับอัตราให้สอดคล้องกับความจำเป็นพื้นฐานในการศึกษาแต่ละระดับชั้น และเหมาะสมกับสภาวะการดำรงชีพในปัจจุบัน” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-37e254"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12-กสศ.-รับฟังความเห็น-6-สังกัด-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวกนิษฐา </strong>กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือระหว่าง กสศ. กับหน่วยจัดการศึกษาทั้ง 6 สังกัด ปัจจุบันแบ่งการดำเนินงานเป็น 6 ระดับ คือ 1.สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา 2.คัดกรองความยากจนนักเรียน 3.จัดสรรเงินอุดหนุน 4.ติดตามการมาเรียน ผลการเรียน พัฒนาการทางร่างกายและสุขภาพ 5.ส่งต่อระบบดูแลช่วยเหลือที่สอดคล้องกับสถานการณ์รายบุคคล 6.ประสานความร่วมมือระหว่างสังกัด เพื่อให้เด็กเยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ผ่านทุนต่าง ๆ ทั้งของ กสศ. และหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษามีความสมบูรณ์จำเป็นต้องพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยไปถึงการประกอบอาชีพ ด้วยรูปแบบการดูแลช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ชีวิต</p>



<p>“ประเด็นที่น่าสนใจคือหลังเด็กจบ ม.3 หรือพ้นจากการศึกษาภาคบังคับ กสศ. และหน่วยงานทุกสังกัดมองเห็นร่วมกันว่า จำเป็นต้องหาแนวทางผลักดันเด็กให้ไปต่อได้มากขึ้น นำมาสู่โครงการพาน้องกลับมาเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานกับโรงเรียนต่าง ๆ ช่วยติดตามเด็ก ส่วนความร่วมมืออื่น ๆ กสศ. มีการเก็บข้อมูลแนวโน้มการศึกษาต่อของเด็กเยาวชนชั้น อ.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 เพื่อดูแลนักเรียนทุนเสมอภาคให้ได้รับการศึกษาต่อเนื่องหลังจบ ม.3 อาทิ ทุนเสมอภาคระดับชั้น ม.ปลาย และสายอาชีพ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น  และความร่วมมือกับ ทปอ. และกระทรวง อว. ในการดูแลเรื่องทุนการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b0dad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12-กสศ.-รับฟังความเห็น-6-สังกัด-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เหล่านี้คือต้นแบบการทำงานที่แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลที่ได้จากการทำงานกับครูทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง คือปัจจัยสำคัญในการส่งต่อเด็กเยาวชนไปให้สุดทาง โดยใช้ฐานข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนจนเกิดความร่วมมือกันดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ครอบคลุมทุกช่วงชั้นและคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เป็นหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาที่เด็กทุกคนจะได้เรียนรู้จนเต็มศักยภาพ ไม่หลุดจากระบบการศึกษาไประหว่างทาง โดยใน 3 ปีข้างหน้าต่อจากนี้ แผนงานการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนตามระดับช่วงอายุ (Age Line) จะยังเป็นหลักการสำคัญในการทำงานร่วมกับทั้ง 6 ต้นสังกัด โดยใช้องค์ความรู้จากการวิจัย ฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และส่งต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันการทำงานให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” <strong>รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ. </strong>กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070323/">กสศ. รับฟังความเห็น 6 สังกัด ‘ร่วมกำหนดทิศทางระบบหลักประกันความเสมอภาคปีการศึกษา 2566’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
