<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หนองคาย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Sep 2026 10:43:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>หนองคาย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เด็กนอกระบบในร่มเงาของพุทธศาสนา การกลับมาของ “พลังบวร” บ้าน วัด โรงเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-230906/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-230906</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 10:42:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[หนองคาย]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรมวิทย์ ฐานธมฺโม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิพุทธเมตตาบารมีเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังบวรสู่การยกระดับการพัฒนาเด็กด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 10]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105744</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เด็กที่หลบมาอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา มีทั้งที่กำพร้า พ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230906/">เด็กนอกระบบในร่มเงาของพุทธศาสนา การกลับมาของ “พลังบวร” บ้าน วัด โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เด็กที่หลบมาอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา มีทั้งที่กำพร้า พ่อแม่หย่าร้าง บ้านไม่มีความสงบ พวกเขาถูกกระทำ ไร้ที่พึ่ง จนได้มาอยู่วัด ไม่ว่าบวชเป็นเณรหรือแค่มาพักพิงใจชั่วครั้งคราว เขาจะพบความสงบ อบอุ่น มีข้าวกิน มีที่อาศัยนอน ปลอดภัยจากการถูกทำร้าย</p>



<p><em>“แล้วมันมีความพิเศษให้เห็นบ่อย ๆ &#8230;ว่าเด็กบางคนที่หันหลังให้โรงเรียนไปแล้ว พอมาเจอพื้นที่สงบร่มเย็นก็เริ่มคิดถึงการเรียน วัดจึงเป็นที่พึ่งได้ทั้งในแง่พาพ้นความเสี่ยง แล้วยังเป็นที่เรียนรู้เพื่อให้ชีวิตมีทางเดินต่อ” &nbsp; </em>&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>พระธรรมวิทย์ ฐานธมฺโม ประธานมูลนิธิพุทธเมตตาบารมีเพื่อสังคม จังหวัดหนองคาย </strong>กล่าวเปรียบว่า ‘วัด’ คือสถาบันอันเป็นที่พึ่ง ในงาน <strong>‘พลังบวรสู่การยกระดับการพัฒนาเด็กด้อยโอกาส’</strong> ณ วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01.jpg" alt="" class="wp-image-105754" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>งานครั้งนี้จัดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569  เป็นการรวมพลังพระสงฆ์จาก 6 จังหวัด (ยโสธร นครพนม ศรีสะเกษ มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ) และบุคลากรจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ภาคอีสานและกรุงเทพมหานคร จากความร่วมมือของ <strong>สพฐ. กสศ. </strong>และ <strong>เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 10 ที่นำโดยพระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค10 </strong>  สร้างเส้นทางเรียนรู้และพื้นที่ปลอดภัยภายใต้ร่มพระพุทธศาสนา สำหรับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา โดยเตรียมจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อให้ <strong>‘วัด’</strong> เป็นหนึ่งในพื้นที่เรียนรู้ของพระภิกษุสามเณร รวมถึงเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา  </p>



<p>“เพราะความสัมพันธ์ของบ้าน วัด ชุมชน มีสายใยเชื่อมต่อกันมานาน โดยเฉพาะในชุมชนเล็ก ๆ วัดจะถือเป็นศูนย์รวมจิตใจผู้คน ส่วนบริเวณรอบ ๆ วัด จะมีเด็กทุกกลุ่ม ทั้งที่ยากจนแต่อยากเรียน ซึ่งวัดจะช่วยส่งต่อโดยร่วมมือกับโรงเรียน หรือสถานประกอบการในพื้นที่ ให้เด็กได้เรียนและมีรายได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม.jpg" alt="" class="wp-image-105757" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระธรรมวิทย์-ฐานธมฺโม-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พระธรรมวิทย์ ฐานธมฺโม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ส่วนอีกกลุ่มที่จะพูดถึงตรงนี้ และเป็นเหตุผลให้วัดมองถึงการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียน คือกลุ่มที่ทั้งด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ และอยู่ในความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งจากครอบครัว สิ่งแวดล้อม หรือกระทั่งตัวเด็กเอง ซึ่งทำให้ไม่มีความพร้อมจะเรียนในโรงเรียนปกติ”</p>



<p>พระธรรมวิทย์ขยายความว่า <strong>‘การไม่พร้อมเรียนในโรงเรียนปกติ’</strong> เป็นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกคนคือการขาดแรงบันดาลใจ หมดไฟ และไม่เชื่อแล้วในระบบโรงเรียน ซึ่งอาจเกิดจากประสบการณ์ไม่ดีทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน</p>



<p>“การขยับสถานะวัดเป็นศูนย์การเรียน จึงเป็นความพยายามจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ที่เราจะเน้นเรื่องการดูแลจิตใจและจัดการเรียนรู้ไปด้วยกัน ซึ่งต่างจากโรงเรียนปกติที่จะยืดหยุ่นกว่า ทั้งเรื่องเวลาเรียน เนื้อหาวิชา หรือการวัดผล”</p>



<p>ส่วนอีกกลุ่มของผู้เรียนที่พระธรรมวิทย์ขีดเส้นใต้ชัด ว่าจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจาก <strong>‘วัดที่สามารถจัดการเรียนรู้เพื่อวุฒิการศึกษาได้’</strong> ก็คือ <strong>‘สามเณร’</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02.jpg" alt="" class="wp-image-105758" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0923_ใต้ร่มพระพุทธศาสนา-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>พร้อมหยิบยกเรื่องราวของ <strong>‘เณรฟ้อนท์’</strong> ที่บวชเณรเข้าสู่ร่มเงาพระพุทธศาสนาในวัย 9 ปี หลังประสบกับสองปีของชีวิตที่สุ่มเสี่ยง หากยังอยู่ภายใต้ ‘สายตาของชุมชน’ ที่มองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย</p>



<p>“ในบ้านที่ไม่เคยมีความสงบ และครอบครัวที่ไม่เพียงขาดความพร้อม หากยังฉุดรั้งเณรไว้จากการเติบโตอย่างปลอดภัย เด็กชายที่พ่อแม่แยกทางกันตอนเจ็ดขวบ อยู่ในสายตาของชุมชนที่รับรู้ทุกเรื่องราวอยู่ไกล ๆ ทั้งปัญหาความรุนแรงในบ้าน ความเสี่ยงเข้าไปยุ่งกับยาเสพติด และยังถมทับด้วยการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ทั้งหมดทำให้ในที่สุด เด็กน้อยก็ต้องออกจากโรงเรียนขณะเรียน ป.2</p>



<p>“จากนั้นก่อนชีวิตจะยิ่งหลุดเส้นทางไปไกล ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในชุมชนได้ตัดสินใจชวน ดช.ฟ้อนท์ บวชเณร ต่อมาเมื่อถึงกำหนดสิ้นสุดเวลาศึกษาธรรม เณรกลับแจ้งความประสงค์ขอ ‘ไม่สึก’ ด้วยตัวเอง เพราะเมื่อบวชแล้วพบความสงบ ก็หวังจะอาศัยพระศาสนาพาหลีกพ้นความวุ่นวายทางโลก”</p>



<p>ตรง <strong>‘พื้นที่แห่งความสงบ’</strong> นั้น <strong>เณรฟ้อนท์จึงได้กลับมาเรียน</strong></p>



<p>จากที่วัดช่วยคืนความรู้สึกปลอดภัยทั้งทางกายและจิตใจ เณรฟ้อนท์ได้รับการดูแลจากพระพี่เลี้ยง โดยทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นรองรับ และเมื่อห่างไกลออกมาจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ บาดแผลข้างในจึงได้รับการเยียวยาไปพร้อมกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์.jpg" alt="" class="wp-image-105759" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/เณรฟ้อนท์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เณรฟ้อนท์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>วันนี้เณรฟ้อนท์ได้ร่วมอยู่ในโอกาสสำคัญ ขณะที่วัดหลายแห่งในสังกัดคณะสงฆ์ภาค 10 กำลังเตรียมจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนตามมาตรา 12</p>



<p>เณรพูดถึงชีวิตใหม่ และการเรียนรู้ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ว่าดีใจที่ได้บวช ได้ประกอบกิจวัตรเดิมทุกวันในวัด ได้ออกบิณฑบาต และที่ดีที่สุดคือได้กลับมาเรียนหนังสือ และถึงจะเป็นวงจรซ้ำ ๆ ทว่าทุกสิ่งนั้นดำเนินไปอย่างสงบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong><em>“เคยคิดว่าจะไม่ได้เรียนแล้วหลังออกจากโรงเรียน รู้สึกเสียดายเพราะจริง ๆ หนูชอบเรียน &#8230;แต่ก็ไม่ชอบไปโรงเรียนเลย</em></strong> <strong><em>จนพอได้มาบวชอยู่วัด มีพระอาจารย์มาบอกว่าจะได้เรียน ก็ดีใจมาก แล้วที่นี่เราเชื่อว่ายังไงก็จะเรียนได้แน่ ๆ เพราะไม่วุ่นวายเหมือนที่โรงเรียน”</em></strong></p>



<p>เณรฟ้อนท์ยังบอกว่าช่วงพักจากการเรียนบางวัน จะชอบไปเดินเล่นในป่า หาที่นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นกิจกรรมช่วยให้ทบทวนบทเรียนได้อย่างดี</p>



<p>“หนูชอบเดินเล่นคนเดียว บางทีก็ก่อนฉันเพล บางทีก็ตอนหัวค่ำ ถามว่ากลัวไหม &#8230;ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว สำหรับหนูเวลาอยู่กันหลายคนรู้สึกน่ากลัวกว่า ไม่ปลอดภัยเลย” เณรทิ้งท้ายด้วยข้อความซึ่งแสดงให้เห็นว่าวันนี้ ‘พื้นที่วัด’ ได้คืนให้ทั้งความสงบ และความปลอดภัยจากการได้อยู่ลำพัง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร.jpg" alt="" class="wp-image-105760" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>พระทศพร ถาวโร </strong>จากจังหวัดนครพนม เป็นอีกท่านที่ช่วยสะท้อนภาพของเด็กเยาวชนในพื้นที่สุ่มเสี่ยง และมีเพียงร่มเงาพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง</p>



<p>“ตรงที่ผมโตขึ้นมา เด็กส่วนใหญ่แทบไม่มีทางหนีพ้นความเสี่ยง โดยเฉพาะจากครอบครัวที่ไปพัวพันกับยาเสพติดในทางใดทางหนึ่ง แล้วมันก็ส่งผลต่อชีวิตที่เหลือทั้งหมด ทั้งเป็นต้นตอความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายกันในโรงเรียน เราเห็นเด็กบางคนเคยเรียนดี ชอบเรียนหนังสือ แต่พอโตพฤติกรรมก็ค่อย ๆ เปลี่ยน ไม่อยากไปเรียนแล้ว และการอยู่บ้านก็ไม่รู้สึกปลอดภัย เขาจึงเหลือแค่วัดเป็นที่พึ่ง”</p>



<p>เมื่อโรงเรียนกับวัดมาอยู่ในรั้วเดียวกัน สิ่งที่พระทศพรมองเห็น คือ <strong>‘ประตูโอกาส’</strong> ที่เปิดกว้างขึ้น สำหรับเด็ก ๆ อีกมากมายที่ ‘ไม่มีที่ไป’ อย่างน้อยที่สุด ‘วัด’ จะเป็นที่ปกป้องคุ้มครอง ให้ความปลอดภัย และมีสายตาจากพระและชุมชนคอยดูแล</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01.jpg" alt="" class="wp-image-105761" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พระทศพร-ถาวโร01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พระทศพร ถาวโร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือเด็ก ๆ ไม่ว่าบวชเณรหรือเป็นฆราวาส พวกเขาจะได้สานต่อการศึกษาที่ค้างคาให้จบชั้น ป.6 หรือ ม.3 แล้วเชื่อว่าบรรยากาศเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในวัด จะทำให้เขาคิดถึงอนาคตเรื่องการเรียนต่อมากขึ้น และนอกจากวิชาการ พระอาจารย์ในวัดยังสามารถช่วยขัดเกลาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ซึ่งเป็นการพาพ้นออกจากเส้นทางเสี่ยงด้วย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในบทบาทผู้จัดการศึกษาและเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ <strong>พระธรรมวิทย์</strong>กล่าวว่า เรื่องน่ายินดีคือเสียงพระสงฆ์จากวัดที่เข้าร่วมโครงการต่างมองไปทางเดียวกัน ว่า<strong>ศูนย์การเรียนใต้ร่มพระพุทธศาสนาคือ ‘โอกาส’ และคือ ‘หนึ่งกิจของพระสงฆ์ที่มีต่อสังคม’ </strong>ในการดูแลเยาวชนให้มีพื้นที่ปลอดภัย อยู่ไกลความเสี่ยง และไปต่อได้ในการศึกษา</p>



<p>“เพราะหัวใจของพระศาสนาคือการยกระดับจิตใจ และเป็นที่พึ่งของผู้ไร้ทางไป วันนี้เมื่อวัดจะเป็นต้นทางพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา เราเชื่อว่าจากนี้เด็ก ๆ ที่มีบาดแผล ไม่มีทางไป หรือคนที่หลงทางออกไป เขาจะมีพื้นที่เยียวยา พากลับ และพักพิงเรียนรู้ได้อย่างสงบ มีไฟมีพลัง และตื่นขึ้นกับการเรียนรู้ที่มีเป้าหมาย และเราเชื่อว่าการจัดการศึกษา จะเป็นกิจที่พระสงฆ์ยินดีปฏิบัติร่วมกัน”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230906/">เด็กนอกระบบในร่มเงาของพุทธศาสนา การกลับมาของ “พลังบวร” บ้าน วัด โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอมรวมเทคโนโลยีและความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านสู่ขั้นตอนปฏิบัติผ่านแอปพลิเคชัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-07-03-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=community-07-03-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2021 07:55:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IOT (Internet-of-Thing)]]></category>
		<category><![CDATA[หนองคาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทองปาน ปริวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27748</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไม่มีใครแก่เกินเรียน” เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชาวบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-07-03-21/">หลอมรวมเทคโนโลยีและความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านสู่ขั้นตอนปฏิบัติผ่านแอปพลิเคชัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>“ไม่มีใครแก่เกินเรียน”</strong> เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านกลุ่มผู้ปลูกกระเทียมอินทรีย์คำแก้ว จ.หนองคาย ที่ปลูกกระเทียมกันมาแล้วกว่าค่อนชีวิต  แต่พวกเขาไม่หยุดนิ่งพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสามารถนำมาปรับใช้กับการปลูกกระเทียมที่พวกเขาคุ้นเคยกันมานาน โดยเฉพาะกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจาก<strong>โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IOT (Internet-of-Thing)</strong> ในการปลูกกระเทียมอินทรีย์ กรณีศึกษากลุ่มผู้ปลูกกระเทียมอินทรีย์คำแก้ว จังหวัดหนองคาย ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาร่วมทำงานด้วยการลงพื้นที่ไปอบรมให้ความรู้พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ จ.หนองคาย ไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกกระเทียม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมที่การปลูกกระเทียมเคยเป็นเรื่องของฟ้าฝน ธรรมชาติ และประสบการณ์จากปราชญ์ชาวบ้านที่ถ่ายทอดกันมาเป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ไม่เคยมีการบันทึกหรือรวบรวมให้เป็นระบบที่ชัดเจน ว่าการปลูกกระเทียมที่จะให้ผลผลิตทีดีนั้น ดิน น้ำ อากาศ ความชื้น ควรจะเป็นอย่างไร ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงดินกันช่วงไหน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>หลอมรวมเทคโนโลยีและความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน<br />
สู่ขั้นตอนปฏิบัติผ่านแอปพลิเคชัน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27751" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/IoT_-เพิ่มคุณภาพ-กระเทียมอินทรีย์_6.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้จึงรวบรวมความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านมาหลอมรวมกับเทคโนโลยี เพื่อให้ชาวบ้านมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ด้วยชุดข้อมูลตัวเลขสถิติ ซี่งจะถูกนำไปประมวลผลและสังเคราะห์ออกมาเป็นขั้นตอนปฏิบัติให้ชาวบ้านได้ดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ทองปาน ปริวัตร หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong> ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ เล่าให้ฟังว่า ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ร่วมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ที่สนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกระเทียมอินทรีย์ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด จึงคิดว่ามีวิธีใดบ้างที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของกระเทียมให้ดีขึ้นได้<br />
</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27756" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/IoT_-เพิ่มคุณภาพ-กระเทียมอินทรีย์_1.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราจึงได้นำเทคโนโลยี IoTเข้ามาช่วยสนับสนุนการปลูกกระเทียมเริ่มตั้งแต่การติดตั้งกล่องวัดค่าดิน ที่จะวัดทั้ง หนึ่งค่าปุ๋ยในดิน สองวัดค่าความชื้นในดิน และสามวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกเก็บบันทึกไว้ในฐานข้อมูลใ ผ่านระบบ IoT ไปเก็บไว้บนคลาวด์ อีกด้านหนึ่งจะเก็บข้อมูลจากปราชญ์ชาวบ้านเรื่องกระบวนการเพาะปลูกว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยวว่าแต่ละช่วงต้องดูแลอย่างไรเป็นพิเศษ จากนั้นจึงนำมาประมวลผลและสรุปเป็นคำแนะนำให้กับเกษตรกร เช่นถ้าช่วงนี้น้ำมากไป น้อยไป ต้องทำอย่างไร ต้องเพิ่มปุ๋ยช่วงไหน หรือค่า pH ในดินมากเกินไปในแต่ละช่วงต้องทำอย่างไร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกษตรกรจะมีสมาร์ทโฟนที่เชื่อมกับแอปพลิเคชัน ที่เมื่อล็อกอินเข้าไปแล้วจะเห็นว่าสภาพดินในแปลงที่หนึ่งเป็นอย่าง ความชื้น ปุ๋ย กรดด่าง เท่าไหร่มีตัวเลขที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละช่วงอายุของกระเทียมจะต้องเพิ่มลดอะไรตรงไหน แอปพลิเคชันก็จะประมวลและสรุปออกมาให้เกษตรกรดำเนินการ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>พื้นที่เข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต<br />
ชาวบ้านส่วนใหญ่คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27752" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/IoT_-เพิ่มคุณภาพ-กระเทียมอินทรีย์_4.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าในแต่ละพื้นที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต กลุ่มเป้าหมายมีสมาร์ทโฟนที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยเล่นไลน์ มีทักษะใช้สมาร์ทโฟนระดับหนึ่ง ดังนั้นเทคโนโลยีจึงไม่ใช่อุปสรรค เบื้องต้นจะอบรมเรื่องการใช้กล่องเก็บข้อมูลดินที่จะต้องไปติดตั้ง จากนั้นจะสอนติดตั้งแอปพลิเคชั่นและการใช้งานว่าเปิดหน้าจอมาจะเจอข้อมูลอะไรบ้าง ถ้าค่าดินเหมาะสมอยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร  หากไม่เหมาะสมต้องทำอย่างไรบ้างเป็นขั้นตอนแนะนำ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27753" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/IoT_-เพิ่มคุณภาพ-กระเทียมอินทรีย์_3.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เดิมชาวบ้านเขาก็จะดูแบบทั่วไปคือดูสภาพดินจากผิวดินได้แค่ว่าแห้งไปแฉะไป แต่ไม่รู้ว่าในดินปุ๋ยเท่าไหร่ ค่า pH เท่าไหร่ แต่เมื่อเสียบกล่องนี้ไปในดินเขาก็จะมีข้อมูลเป็นสถิติชัดเจน ทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ด้วยการลงทุนเพียงแค่ 2,500 บาทต่อชุดรวมค่าพัฒนาแอปพลิเคชัน ที่โครงการจะมอบให้ชาวบ้านไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น ทำให้รายของพวกเขาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“ไม่มีใครแก่เกินเรียน” สร้างกระบวนการสื่อสารในกลุ่ม<br />
แก้ปัญหาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27755" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/IoT_-เพิ่มคุณภาพ-กระเทียมอินทรีย์_5.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่งชาวบ้านก็จะทำงานประสานกับ <strong>ส.ป.ก.หนองคาย</strong> ซึ่งมีช่องทางการจัดจำหน่ายกระเทียมอินทรีย์ พร้อมกับให้ชุดความรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์ ที่มาจากขี้วัว ขี้ไก่ ขี้หมู โดยมีสูตรผสมอย่างไร รวมถึงตัวฆ่าเชื้อราที่ไม่ใช่สารเคมี เพื่อให้ผลผลิตที่ออกมาเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด แก่แค่ไหนก็ยังเรียนรู้ได้ที่มาอบรมกับทางโครงการมีตั้งแต่อายุ 40-60 ปี บางคนไม่มีทักษะมาเลย จบประถมก็มาหัดได้ บางคนไม่มีทักษะเรื่องสมาร์ทโฟนก็เอาลูกมานั่งเรียนด้วยกัน  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี สมาร์ทโฟนเข้าถึงทุกที่ ตรงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสที่การเรียนรู้ ช่วงแรกอาจจะต้องปรับตัวบ้าง แต่เราเน้นหลักให้ทำงานเป็นกลุ่มใช่ให้ทำอยู่คนเดียว เพราะในกลุ่ม 5 คน ถ้ามีคนที่มีทักษะสัก 1-2 คน ก็จะเกิดการสื่อสารการในกลุ่มว่าทำแบบนี้แล้วต้องทำอย่างไรต่อ หรือเสียบกล่องแล้วข้อมูลไม่ขึ้นต้องทำอย่างไรก็จะเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่นับเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จจากโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ของ กสศ.​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-07-03-21/">หลอมรวมเทคโนโลยีและความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านสู่ขั้นตอนปฏิบัติผ่านแอปพลิเคชัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
