<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Oct 2024 06:37:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘บมร’ บ้าน-มัสยิด-โรงเรียน สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่ รวมพลังคนบนเกาะทำสิ่งที่ตัวเองถนัด มีครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นตัวเชื่อมทุกอย่างไว้ด้วยกัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-250624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 06:18:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Welcome Teacher : สวัสดีคุณครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มัสยิด]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=83834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ได้มีแค่ครูที่มักจะย้ายออกจากเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250624-2/">‘บมร’ บ้าน-มัสยิด-โรงเรียน สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่ รวมพลังคนบนเกาะทำสิ่งที่ตัวเองถนัด มีครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นตัวเชื่อมทุกอย่างไว้ด้วยกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้มีแค่ครูที่มักจะย้ายออกจากเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ประชากรบนเกาะเองก็เลือกจะไปอยู่ที่อื่น เพราะพวกเขารู้สึกว่าการอยู่บนเกาะไม่สะดวกสบายเท่ากับการอยู่บนฝั่ง ทำให้เกิดการหลั่งไหลของคนในไปข้างนอก&nbsp;</p>



<p>แต่อาจจะเรียกว่าเป็นความโชคดี ด้วยความที่เกาะยาวใหญ่ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่ตามชื่อ มันกระทัดรัดพอที่คนทุกคนบนเกาะจะรู้จัก สร้างความสัมพันธ์ และสร้างทางร่วมทำงานพัฒนาเกาะยาวใหญ่ให้ดีขึ้นได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e9aff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/01_ชุมชน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชุมชน</figcaption></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บ้านและชุมชน</strong></h2>



<p>“สมัยผมเด็กๆ ครูจะมาจากจังหวัดไหนก็ตาม ถ้ามาบรรจุที่โรงเรียนเรา จะได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี เขาจะไม่ยอมให้ครูต้องหุงข้าวกินเอง ต้องไปกินกับคนในชุมชน อยู่แล้วมันเกิดความผูกพันมีความสุข”</p>



<p>ตั้งแต่เล็กจนโต สายสัมพันธ์ระหว่างครูและชุมชนเป็นสิ่งที่ <strong>วิฑูรย์ บุญสพ</strong> กำนันตำบลพรุใน เกาะยาวใหญ่ เห็นจนชินตา พ่อแม่ไม่ได้ไปโรงเรียนแค่วันพบผู้ปกครอง หรือดูผลการเรียนลูก แต่พวกเขาใช้เวลาที่ไปส่งลูก เข้าไปคุยกับครูในโรงเรียน สังเกตว่ามีครูมาใหม่หรือไม่ เพื่อที่ว่าจะขอทำความรู้จัก และทุกๆ เย็น บ้านของครูบนเกาะยาวใหญ่จะว่างเปล่า เพราะคนอาศัยถูกเชิญไปทานข้าวเย็นบ้านผู้ปกครองต่างๆ นั่งบ้านนี้ได้สักพัก อีกบ้านก็มารอต่อคิวรับไปกินด้วย เพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน</p>



<p>วิฑูรย์บอกว่า ผู้ปกครองอยากดูแลคุณครู ตอบแทนที่พวกเขาดูแลลูกๆ ตัวเอง ครูบางคนต้องย้ายจากบ้านมาไกล มาประจำการบนเกาะยาว อาจเกิดความรู้สึกไม่คุ้นเคย หรือคิดถึงบ้าน ชาวเกาะยาวใหญ่จึงพยายามดูแลครูเท่าที่จะทำได้</p>



<p>แต่นานไป สายใยนี้เริ่มเบาบางลง วิฑูรย์คิดว่าอาจเป็นเพราะครูใหม่ๆ ที่มาบรรจุที่โรงเรียนเริ่มเกรงใจผู้ปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจึงห่างเหินใกล้ไป แต่เริ่มฟื้นฟูได้ด้วยโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่ทำให้ครูกับชุมชนได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>“โรงเรียนกับชุมชนมันแยกกันไม่ได้ ถ้าเราได้ครูที่เข้ากับชุมชนได้ดี ชุมชนก็จะอยากมีส่วนร่วมกับโรงเรียน แล้วโรงเรียนก็เข้าไปช่วยชุมชนได้ด้วย อย่างที่นี่ก็จะเปิดให้เข้ามาใช้สนามกีฬาได้ตลอด เข้ามาสืบค้นข้อมูลในห้องสมุดก็ได้ บางทีถึงขั้นให้ยืมรถโรงเรียนไปใช้ได้เลย”</p>



<p><strong>เจษฎา อนันตศรี</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวมะม่วง หนึ่งในโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ เขาก็เป็นคนที่ย้ายมาจากจังหวัดอื่น โชคดีที่ช่วงแรกของการปรับตัว เจษฏาได้รับการดูแลจากคนในชุมชน ทำให้เขาเห็นความสำคัญของสายใยนี้ ในวันที่ได้เป็นผู้นำโรงเรียน เจษฎาตั้งใจฟื้นฟูความสัมพันธ์ชุมชนและโรงเรียน เขามองว่า นี่จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยพัฒนาระบบการศึกษาบนเกาะยาวใหญ่ได้ด้วย</p>



<p>โรงเรียนไม่ได้มีบทบาทสำคัญแค่ให้ความรู้ แต่สามารถให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ชุมชนต้องการ ขณะเดียวกันชุมชนก็มีศักยภาพที่จะสามารถช่วยเหลือโรงเรียนได้เช่นกัน</p>



<p>ครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นคนสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและชุมชนได้มากขึ้น เพราะเป็นเป้าหมายการทำงานหนึ่งของครูรัก(ษ์)ถิ่นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน แล้วคุณสมบัติครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ต้องเป็นคนในชุมชน ก็ทำให้การเป็นตัวกลางของครูไม่ใช่เรื่องยากในการเชื่อม 2 สิ่งนี้เข้าด้วยกัน ‘ครูนักพัฒนาชุมชน’</p>



<p>“มีงานบางอย่างที่เราสามารถนําชุมชนและโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วม ทํางานร่วมกันได้ เช่น กิจกรรมในโรงเรียนบางอย่าง การจัดอบรม งานกิจกรรมกีฬา หรือในชุมชนจะมีกลุ่มแม่บ้านทำขนม นักเรียนบางคนอยากรู้วิธี ก็สามารถไปเรียนกับกลุ่มนี้ได้”</p>



<p><strong>มัส–ณัฐวุฒิ งานแข็ง</strong> เป็นนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรก จากมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ที่กำลังจะกลับมาบรรจุที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง มองว่าบทบาทนี้อาจมีสิ่งที่เขาต้องทำมากขึ้น แต่เพราะมีจุดร่วม ก็เลยไม่ใช่งานที่ต้องเริ่มต้นใหม่&nbsp;</p>



<p>“การทำอาชีพครู มันท้าทายตรงที่ถ้าสอนให้นักเรียนในทางที่ดี เขาก็จะเติบโตได้อย่างดีไปเลย แต่ถ้าเราไม่ตั้งใจหรือสอนเขาไม่ดี วันหนึ่งสิ่งที่เราสอนไปมันอาจจะทำร้ายนักเรียนและตัวเราเองได้นะ”</p>



<p><strong>ชาญชัย งานแข็ง</strong> เป็นป๊ะ (พ่อ) ของมัส เล่าให้ฟังในมุมพ่อแม่ถึงความหวังจะได้เห็นจากตัวลูก คือ ชีวิตผู้ใหญ่ที่มั่นคง สามารถดูแลตัวเองได้ แต่มัสของป๊ะอาจจะทำได้มากกว่าดูแลตัวเองและครอบครัว นั่นคือการได้ดูแลเด็กๆ เกาะยาวใหญ่ในฐานะครู</p>



<p>ถึงจะไม่เคยเป็นครู หรือไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา แต่ในฐานะคนเกาะยาวและเป็นพ่อลูก 2 ป๊ะสัมผัสได้ว่า การได้คนในพื้นที่กลับมาทำงานเป็นครู ณ บ้านเกิดของตัวเอง ทำให้ชุมชนได้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง</p>



<p>“พอเป็นครูคนบ้านเดียวกัน มันก็จะทำให้เด็กเข้าใจมากขึ้น เราก็ยังได้เห็นภาษาท้องถิ่นถูกใช้อยู่ วัฒนธรรมของเกาะยาวใหญ่ก็จะเข้มแข็งมากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่เริ่มเดินทางออกไปหางานทำนอกพื้นที่มากขึ้น โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเข้ามาสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ทำงานในพื้นที่ของตัวเอง ทำให้ชุมชนกลับมาสมานกันได้อีกครั้ง”</p>



<p>คำแนะนำที่ป๊ะมอบให้มัส คือ ครูที่ดี ไม่ใช่แค่ครูที่ฉลาด แต่คือครูที่สอนนักเรียนด้วยหัวใจ เป็นครูที่มีความเข้าใจเด็กและพร้อมที่จะสร้างให้อนาคตเด็ก แน่นอนว่ามัสก็ไม่ละทิ้งความเชื่อตรงนี้และเอาคำแนะนำจากป๊ะมาประกอบในอาชีพครูต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85987f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/02_มัสยิด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มัสยิด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มัสยิด</strong></h2>



<p>90% ของคนเกาะยาวใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม ถ้าใครได้ลองขับมอเตอร์ไซค์เที่ยวบนเกาะก็จะเห็นว่า นอกจากบ้านและโรงเรียนที่เราจะเห็นเต็มสองข้างทาง ‘มัสยิด’ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สังเกตเห็นได้ง่าย เพราะบนเกาะนี้มีมากถึง 20 แห่ง</p>



<p>คนที่อยู่บนเกาะนี้มานานอย่าง <strong>สมบูรณ์ อาษาราษฏร์ </strong>วิทยากรอิสลามศึกษา ประจำโรงเรียนอ่าวกะพ้อบอกว่า ศาสนาอิสลามอยู่คู่กับคนเกาะยาวใหญ่มาตลอด ตามหลักคำสอนของศาสนา ผู้นับถือจะต้องเรียนศาสนาอย่างลึกซึ้ง เด็กๆ หลายคนถ้าไม่ถูกส่งไปเรียนที่มัสยิดกับ ‘โต๊ะครู’ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลาม ก็จะได้เรียนที่ ‘ปอเนาะ’ โรงเรียนสอนหลักสูตรศาสนาอิสลาม</p>



<p>แต่ข้อจำกัดด้านทรัพยากรต่างๆ ของการเป็นเกาะ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จึงเลือกส่งลูกหลานของตัวเองไปเรียนหลักสูตรศาสนาที่ต่างเมือง ซึ่งมีการสอนที่เข้มข้นกว่า ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดยะลา ภูเก็ต ตรัง ฯลฯ ทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านลดลงเพราะห่างเหินกัน และประสิทธิภาพการเรียนของเด็กลดลง</p>



<p>“เมื่อเด็กเรียนไม่จบ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เรื่องเงิน ส่งไปเรียนได้ถึง ม.5 ไม่มีทุนส่งต่อ ก็ต้องย้ายกลับมา หรือความห่างเหิน พ่อแม่ไม่ได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ส่งไปอย่างเดียว ไม่รู้ว่าลูกฝั่งโน้นเรียนหรือเปล่า ถ้าลูกคุณตั้งใจเรียนก็โอเค แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็มีโอกาสที่จะเรียนไม่จบ ไม่สนใจเรียน แต่พ่อแม่บางคนไม่เห็น เหมือนปิดหูปิดตา อยู่ห่างไกลด้วย บางทีไปหวังกับครูให้ดูแล เขาเองก็มีเด็กที่ต้องดูแลเป็นร้อยคน เรามีลูกคนเดียวต้องซัปพอร์ตให้ถูกต้อง”</p>



<p>ที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อ <strong>ผอ.อุดม กูลดี</strong> จึงตั้งใจนำศาสนาเข้ามารวมกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เกิดเป็น ‘หลักสูตรอิสลามศึกษา’ ที่สอนทั้งศาสตร์ความรู้ตามหลักสูตรแกนกลางและความรู้เรื่องศาสนา โดยมีสมบูรณ์เป็นวิทยากรด้านศาสนาอิสลามสอนประจำที่นี่ </p>



<p>และการได้ <strong>มู–ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว</strong> นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ที่เป็นคนบนเกาะยาวใหญ่ กลับมาสอนที่ รร.อ่าวกะพ้อ ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและชุมชนแข็งแรงขึ้น เพราะได้คนที่ชุมชนไว้ใจ และเข้าใจชุมชนมากที่สุดมาอยู่ในโรงเรียน</p>



<p>“ที่เกาะยาวใหญ่เรารู้จักทั้งเกาะ มีความสนิทสนมจนกลายเป็นความผูกพันอย่างพี่น้อง เราถือว่าเด็กทุกคนเป็นเด็กของชุมชน เพราะฉะนั้นมีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้จะส่งเด็กไป เช่น จะไปช่วยมัสยิด ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น พิธีต้อนรับเด็กแรกเกิด ขึ้นบ้านใหม่ คนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานในพิธีต่างๆ ละหมาดให้คนตาย (ละหมาดญะนาซะห์) ก็ส่งเด็กๆ ไปช่วย ทำให้โรงเรียนกับชุมชนจะผูกพันกันมาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f36b25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/03_โรงเรียน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">โรงเรียน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียน</strong></h2>



<p>“ผมเคยมีครูสอนภาษาไทยแล้วย้ายออกไป พอเราไปเรียนกับครูอีกคน ซึ่งเขาไม่ได้จบเอกภาษาไทยมาโดยตรง เขาอาจจะไม่สามารถเต็มที่กับการสอนได้ สอนเราได้ในระดับพื้นฐาน มันเกิดปัญหาตรงนี้”</p>



<p>ปัญหาครูโยกย้ายเป็นปัญหาที่อยู่คู่โรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ ระยะเวลาที่ครูบรรจุเฉลี่ย 1-2 ปี ก่อนจะขอย้ายไปที่อื่น สมัยที่มัสยังเป็นนักเรียนมักจะเจอเหตุการณ์ครูย้ายบ่อยครั้ง การหาครูมาทดแทนก็ต้องใช้เวลา ทำให้บางครั้งครูจากวิชาอื่นต้องมาช่วยสอนแทน</p>



<p>ผอ.อุดมเคยออกนโยบาย ‘ชวนน้องกลับบ้าน’ ชวนคนเกาะยาวที่ไปทำงานเป็นครูในพื้นที่อื่น ขอย้ายกลับมาสอนที่บ้าน เขามองว่าจะเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาครูโยกย้าย เพราะได้คนในพื้นที่มาสอนเลย โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เลยเป็นโครงการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้เพิ่ม&nbsp;</p>



<p>ในความรู้สึกของมู การเป็นคนในพื้นที่จะช่วยให้การทำงานเป็นครูราบรื่นขึ้น เขามองไปถึงการเป็น ‘ครูนักพัฒนาชุมชน’ เพราะว่าโรงเรียนกับชุมชนเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ไม่สามารถตัดขาดจากกันได้ มีความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลอาศัย เขายกตัวอย่างเวลาโรงเรียนจะจัดกิจกรรมอะไร มักจะมองหาจุดที่ชุมชนสามารถมาร่วมได้ เช่น งานประจำปี ชวนคนในชุมชนมาตั้งร้านขายของหารายได้ โรงเรียนก็มีอาหารและของให้คนมางานได้เลือกซื้อ หรือการที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อปรับหลักสูตรนำศาสนาอิสลามเข้ามาสอนควบคู่วิชาสามัญ ช่วยลดภาระครอบครัวที่จะส่งลูกออกไปเรียนข้างนอก เพราะบนเกาะก็มีโรงเรียนที่สอนศาสนาให้ลูกๆ ได้</p>



<p>เจษฎา มองเห็นข้อดีของการได้คนในพื้นที่มาเป็นครู เพราะจะสามารถเข้ากับชุมชนได้ สามารถดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมทำงานพัฒนาไปกับโรงเรียน</p>



<p>“การได้ครูที่เข้ากับชุมชนได้ด้วยมันดีต่อโรงเรียนมาก เพราะว่าโรงเรียนกับชุมชนมันแยกกันไม่ออก โดยเฉพาะโรงเรียนรัฐที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก งบประมาณของโรงเรียนปีหนึ่งได้มาไม่เท่าไหร่นะ การบริหารก็จะต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย</p>



<p>“ถ้าได้ครูที่เข้ากับชุมชนได้ดี ชุมชนก็จะอยากมีส่วนร่วมกับโรงเรียน และโรงเรียนก็เข้าไปช่วยชุมชนด้วย เปิดบริการให้ใช้สนามกีฬาได้ตลอด เข้ามาสืบค้นข้อมูลก็ได้ มัสยิดจัดงานอะไรก็ส่งครูและนักเรียนไปช่วย”</p>



<p>เกาะยาวใหญ่ยังคงต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ มีงานอีกหลายด้านที่ต้องทำ แต่พวกเขาจะไม่ได้ทำอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะมีคนที่มีความเชื่อและเป้าหมายเดียวกันมาร่วมทางด้วยเสมอ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250624-2/">‘บมร’ บ้าน-มัสยิด-โรงเรียน สูตรพัฒนาเกาะยาวใหญ่ รวมพลังคนบนเกาะทำสิ่งที่ตัวเองถนัด มีครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นตัวเชื่อมทุกอย่างไว้ด้วยกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
