<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุรางค์ อาจณรงค์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 Jul 2023 13:03:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สุรางค์ อาจณรงค์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘สุราษฎร์ธานี’ ประกาศเคลื่อนการศึกษาเสมอภาค หนุนเด็กนอกระบบพัฒนาศักยภาพสู่อาชีพที่มีทางเลือก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-060723/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-060723</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jul 2023 13:03:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[สมพงษ์ หลีเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นันธวัช เจริญวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย ทองเสน]]></category>
		<category><![CDATA[สุรางค์ อาจณรงค์]]></category>
		<category><![CDATA[หัสนะ ตาเยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70043</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060723/">‘สุราษฎร์ธานี’ ประกาศเคลื่อนการศึกษาเสมอภาค หนุนเด็กนอกระบบพัฒนาศักยภาพสู่อาชีพที่มีทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ <strong>“ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน”</strong> 4 ภูมิภาค เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สู่การผลักดันนโยบายและวางทิศทางการดำเนินงานของ กสศ. ในปีงบประมาณ 2568 &#8211; 2570 ล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ที่เวทีภาคใต้ ณ โรงแรมแก้วสมุยรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>



<p>เวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะครั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายนักขับเคลื่อนด้านการเรียนรู้จากภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ วิชาชีพ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน และภาคสื่อมวลชน จาก 14 จังหวัดเข้าร่วมกว่า 130 คน นับเป็นการระดมพลังครั้งสำคัญของการประกาศวาระความร่วมมือเพื่อนำเสนอโจทย์ปัญหาจากพื้นที่ สู่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานและโมเดลต้นแบบเพื่อผลักดันให้เกิดแผนกลยุทธ์ในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ไปสู่ระดับประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-22731f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02.jpg" alt="" data-id="70053" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=70053" class="wp-image-70053" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06.jpg" alt="" data-id="70054" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=70054" class="wp-image-70054" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p><strong>นันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong> นำเสนอบริบทภาพรวมของจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ทั้งยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีชื่อเสียง รวมถึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของพื้นที่ภาคใต้ ที่ผ่านมาจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับ กสศ. มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE กสศ. ระบุว่าปีการศึกษา 2565 สุราษฎร์ธานีมีนักเรียนยากจนจำนวน 8,457 คน และมีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนมากถึง 10,713 คน ซึ่งทั้งนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษมีแนวโน้มอย่างมากที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56c307"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี </strong>กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานกับเด็กกลุ่มนี้ ได้อาศัยอาศัยความร่วมมือจากภาคีหลายฝ่าย เพื่อดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการฝึกอาชีพ รวมถึงออกแบบวิธีการดูแลช่วยเหลือให้เด็กกลุ่มนี้คงอยู่ในระบบการศึกษาได้จนจบการศึกษาภาคบังคับและการมีงานทำในอนาคต เป็นที่มาของการจัดตั้ง <strong>‘สมัชชาการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี’</strong> ที่ทำงานร่วมกับ กสศ. บนฐานการทำงาน 4 ประการ คือ 1.การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยค้นหาเด็กเยาวชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ และวางแผนการดูแลเป็นรายบุคคล 2.พัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนทุกระดับและทุกสังกัด ให้สามารถจัดการศึกษาที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 3.จัดการศึกษาที่มีทางเลือก บนฐานความแตกต่างหลากหลายสำหรับเด็กเยาวชนและประชากรทุกช่วงวัย และ 4.มุ่งไปสู่การทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยการส่งต่อข้อมูลและบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-626c25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นโยบายเร่งด่วนคือพาเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่เส้นทางพัฒนาตนเอง ซึ่งเรามีหลายหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน ทั้งการค้นหา แนะแนวทาง และออกแบบการศึกษาทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน โดย กศน. เป็นกำลังหลักที่สามารถพบตัวเด็กได้เกือบ 100% แล้ว แนวทางหลักที่นำมาส่งเสริมน้อง ๆ กลุ่มนี้คือเรื่องการฝึกอาชีพ ด้วยความร่วมมือของสถาบันฝีมือแรงงาน วิทยาลัยเทคนิค และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีหลักสูตรระยะสั้น และเป็นการศึกษาที่มุ่งให้ความสำคัญกับการประกอบอาชีพได้จริง&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพเท่าเทียม เพื่อลดปัญหาเด็กกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดความแออัด และเป็นการลดทอนคุณภาพของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยสิ่งที่เดินหน้าไปแล้วคือการเชื่อมโยงเครือข่ายโรงเรียนในทุกอำเภอ เพื่อหารือกันถึงการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมมาตรฐานเดียวกันได้ทั้งจังหวัด”</p>



<p><strong>รองผู้ว่า ฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong> กล่าวต่อไปว่า เป็นโอกาสดีและเป็นประโยชน์ยิ่ง ที่เครือข่ายด้านการศึกษาภาคใต้ได้มาร่วมกันเสนอความคิดเห็นในเวทีนี้ เพราะแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคใต้เหมือนกัน หากแต่ละจังหวัดเองก็มีรูปแบบปัญหา ข้อจำกัด และลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่หลากหลาย การได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถ่ายทอดนวัตกรรมระหว่างกัน จึงหมายถึงว่าแต่ละจังหวัดจะมี ‘ทางเลือก’ และ ‘ต้นแบบ’ การทำงานเพิ่มขึ้น ในการเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จในการจัดการศึกษาที่เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนในภูมิภาค และสะท้อนให้ กสศ. ได้เข้ามาสนับสนุนอย่างตรงจุด</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03.jpg" alt="" data-id="70057" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=70057" class="wp-image-70057" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08.jpg" alt="" data-id="70058" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=70058" class="wp-image-70058" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p><strong>สมพงษ์ หลีเคราะห์ คณะหนุนเสริมทางวิชาการ ติดตามและถอดบทเรียนระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ.</strong> กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษาของเด็กโดยตรง ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือค่าเครื่องแบบ กระเป๋า รองเท้า โดยทุกปีการศึกษาผู้ปกครองต้องใช้เงินหลักพันต่อเด็กนักเรียนหนึ่งคน คำถามคือครอบครัวที่ดำรงชีพด้วยค่าแรงขั้นต่ำจะหาจากที่ไหนมาจ่าย นี่เป็นโจทย์ที่ต้องคุยกับโรงเรียนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกร่วมกัน</p>



<p>ในส่วนของรูปแบบการทำงานที่ดำเนินไปแล้ว และพร้อมขยายผลความสำเร็จต่อไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มีการนำนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่ทันสมัยมาทดลองกับโรงเรียนในระบบ โดยร่วมกับโรงเรียนนำร่อง 20 แห่ง ทั้งรัฐและเอกชน ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox) จังหวัดสตูล ด้วย ‘นวัตกรรมโครงงานฐานวิจัย’ ที่เปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นโค้ช ผ่านหลักสูตร Problem-based Learning: PBL วิธีการนี้เด็กจะได้เรียนผ่านประสบการณ์จริง ซึ่งผู้เรียนจะไม่ได้แค่องค์ความรู้ แต่เป็นการสร้างกระบวนการคิด ที่จะช่วยให้เกิดความเข้าใจในบทเรียนที่ลึกซึ้ง ทั้งนี้การนำการจัดการศึกษาในรูปแบบ Active Learning เข้ามาใช้ เชื่อว่าจะเป็นการช่วยลดความแตกต่างเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับพื้นที่ห่างไกล และเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนจำนวนมาก </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5592fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/สมพงษ์-หลีเคราะห์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมพงษ์ หลีเคราะห์ คณะหนุนเสริมทางวิชาการ ติดตามและถอดบทเรียนระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับเป้าหมายระยะสั้นใน 3-5 ปีข้างหน้า มีสองประการที่เราต้องไปให้ถึง คือหนึ่งเราต้องหาคำตอบของการออกแบบการศึกษาเชิงพื้นที่ว่า คนในบริบทที่แตกต่างเขาต้องการให้ลูกหลานเดินไปในเส้นทางแบบไหน เพราะหากยึดหลักสูตรแกนกลาง เราจะมีถนนเพียงเส้นเดียว แล้วการศึกษาจะไม่สามารถพาเด็กทุกคนไปสู่ความฝันของตัวเองได้ สองคือ ‘ครู’ หรือ ‘ผู้จัดการเรียนรู้’ จะต้องไม่ยึดโยงอยู่กับโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดึงพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพื่อทำให้เป็นการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยมีบ้าน ชุมชน และโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ทั้งหมด หมายถึง 8,760 ชั่วโมงที่ผ่านไปในแต่ละปี ต้องเป็นชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ ทั้งการเล่น การกิน หรือการนอน ที่เด็กสามารถเพิ่มพูนองค์ความรู้ได้ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่ง ณ วันนี้เรายังให้ค่าเวลาการเรียนของเด็กแค่ปีละราว 1,000 ชั่วโมง ฉะนั้นการศึกษาต้องขยายขอบเขตออกไป และมีระบบการวัดประเมินคุณค่าการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมงของเด็กได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส่วนการทำงานกับเด็กนอกระบบการศึกษา <strong>สมพงษ์</strong>กล่าวว่าต้องตั้งอยู่บนแนวทางที่ว่าเมื่อค้นหาเด็กจนพบแล้ว เด็กต้องมีพื้นที่ปลอดภัยและได้รับโอกาสเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อนำชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งการสร้างเครือข่ายคณะทำงานจากหลายพื้นที่ที่เกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่นอาจเป็นคำตอบ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำเชิงนโยบายไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือสถานศึกษาก็ตาม กลายเป็นว่างานที่เดินไปแล้วต้องชะงัก หรือหลายโครงการก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ดังนั้นถ้ามีเครือข่ายที่เข้มแข็งซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่อยู่กับปัญหาและทำงานมาเป็นเวลานานสามารถต่อกันติดและทำงานได้เต็มที่ โอกาสที่งานจะเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c47ea0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/ศุภชัย-ทองเสน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศุภชัย ทองเสน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศุภชัย ทองเสน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong> สะท้อนว่า แม้สุราษฎร์ธานีจะมีต้นทุนด้านทรัพยากร มีรายได้สูงเป็นอันดับ 1 จากภาคการท่องเที่ยว แต่ในด้านการศึกษายังพบปัญหาการเข้าถึงโอกาสที่เสมอภาค เนื่องจากโรงเรียนคุณภาพกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ขณะที่โรงเรียนในชุมชนยังคงขาดแคลนงบประมาณเพื่อการพัฒนาคุณภาพ สืบเนื่องมาจากปัญหาของสูตรจัดสรรงบประมาณที่ยังเหลื่อมล้ำในโรงเรียนขนาดเล็ก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ คนที่มีรายได้สูงก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดแล้วแต่บางพื้นที่ อย่างที่บ้านผมอยู่ที่ ต.คลองศก อ.พนม ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ยังขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษาที่สำคัญคือคุณครู ผมเห็นครูบางคนเป็นครูภาษาไทย แต่ต้องสอนวิชาคณิตศาสตร์ สอนสังคมศึกษาด้วย เพราะครูไม่พอ อีกเรื่องคือปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เราต้องดูด้วยว่าเด็กเขายากจนแค่ไหน ถึงโรงเรียนจะมีเด็ก 10-20 คน แต่เป็นเด็กยากจนทั้งหมดจะให้ไปเรียนในตัวอำเภอก็ต้องเดินทางเป็น 50-60 กม. ไปเรียนในตัวจังหวัดเดินทางมากกว่า 100 กม. จะให้เขาไปเรียนที่โรงเรียนที่อื่นได้อย่างไร”</p>



<p><strong>ศุภชัย</strong> เสนอภาพฝันความเสมอภาคทางการศึกษาว่า การมีระบบหลักประกันเรียนฟรีที่ฟรีจริงถึงระดับปริญญาตรีจะช่วยให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงห้องเรียนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งขณะนี้สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี พยายามปิดช่องว่างเรื่องนี้ด้วยการเข้าไปทำกิจกรรมสอนเสริมให้รุ่นน้องและกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมโรงเรียน โดยพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งแกนหลักในการทำให้สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59d499"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/สุรางค์-อาจณรงค์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุรางค์ อาจณรงค์ ศึกษานิเทศก์ สพป. ปัตตานี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สุรางค์ อาจณรงค์ ศึกษานิเทศก์ สพป. ปัตตานี เขต 1 </strong>กล่าวว่า ประเด็นเร่งด่วนคือเรื่องเศรษฐกิจครัวเรือน โดยข้อมูลระบุว่าเด็กเยาวชนจากครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่ มาจากครอบครัวที่มีพี่น้อง 4-5 คนโดยเฉลี่ย หมายถึงเราต้องทำงานกับเด็กเป็นรายคนและต้องทำงานเป็นรายครอบครัวด้วย ซึ่งจากปัญหาต้นทางที่ว่าผู้ปกครองจากครอบครัวเหล่านี้เกือบทั้งหมดยังไม่มีความพร้อมในการประกอบอาชีพ ทำให้หลายครอบครัวมีลักษณะแหว่งกลาง เด็กต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายเป็นหลัก ส่งผลต่อการเรียนหนังสือและมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;</p>



<p>“ภาพที่เราเห็นจนชินตาคือพ่อแม่วัยรุ่นจำนวนมากเลือกไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย โดยทิ้งเด็กไว้กับผู้สูงอายุซึ่งมีรายได้ทางเดียวคือเบี้ยคนชรา จึงไม่มีศักยภาพพอจะดูแลให้ได้รับอาหารครบมื้อและมีสารอาหารที่เพียงพอ การลงพื้นที่สำรวจพบว่าในหลายโรงเรียนมีเด็กมากกว่าครึ่งไม่ได้กินอาหารเช้า จะได้กินคือมื้อกลางวันที่โรงเรียนจัดไว้ บางโรงเรียนจึงต้องยอมทำผิดระเบียบว่าด้วยการบริหารจัดการงบอาหารกลางวัน โดยเจียดไปทำอาหารเช้าสำหรับเด็กกลุ่มนี้ หรือในครอบครัวเด็กที่ขาดแคลนระดับวิกฤต ครูก็ต้องแบ่งอาหารกลางวันจากโรงเรียนให้เด็กเอากลับไปแบ่งปันกับผู้สูงอายุที่บ้านด้วย&nbsp;</p>



<p>“ข้อมูลนี้สะท้อนให้เราเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างจากการจัดสรรนโยบายรายหัว และแสดงให้เห็นว่าถึงแม้จะมีนโยบายเรียนฟรี แต่เด็กจำนวนมากยังต้องมาโรงเรียนภายใต้ความไม่พร้อม เนื่องจากนโยบายที่มีอยู่ไม่อาจตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้จริง ดังนั้นก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณ และร่วมกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเชื่อมั่นได้ว่าเด็ก ๆ ของเราจะได้กินข้าวครบมื้อ ได้รับสารอาหารเพียงพอ นี่คือสิ่งที่เราต้องเริ่มต้น แล้วถึงจะมองไปที่ภาพความสำเร็จที่เด็กทุกคนจะเรียนดี เรียนจบ และมีอาชีพได้&nbsp;</p>



<p>“อีกประการหนึ่งคือโรงเรียนนั้นไม่ใช่สถานที่ แต่หมายถึงผู้คนและกระบวนการ ฉะนั้นถ้าถามว่าเรื่องไหนควรรีบทำเร็วที่สุด คิดว่าต้องนับหนึ่งที่การสร้างคนคือครูที่มีจิตวิญญาน มีศักยภาพ มีหัวใจของความเป็นครู หมายถึงก่อนจะว่ากันเรื่องระบบเราต้องมีคนทำงานที่พร้อมก่อน เพราะนอกจากให้ความรู้ ครูต้องให้ความรักความเมตาเอื้ออาทร มีการดูแลเอาใจใส่ลงไปถึงเด็กทุกคนได้จริง ๆ จากนั้นเราถึงจะไปที่ข้อสองคือการสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกได้ แล้วครูเหล่านี้จะเป็นคนพบว่าเด็กแต่ละคนขาดตรงไหน แล้วเขาจะเอาข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นฐานการทำงานแกนกลางที่ส่งต่อระหว่างหน่วยงานได้โดยไม่สะดุด ดังนั้นในกระบวนการทำงานจากนี้ จึงต้องสร้างครูที่มีหัวใจของการเป็นครูให้ได้โดยเร็วและเพิ่มจำนวนได้มากที่สุด แล้วเราจะเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงว่าในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่มาก แต่ถ้าเป็นครูที่พร้อมทุ่มแรงกายแรงใจลงไปที่ตัวเด็ก ด้วยความรัก ไม่ใช่การจับผิด ทำให้เด็กมาโรงเรียนด้วยความสุข อยากมาโรงเรียน อย่างน้อยที่สุดโอกาสหลุดจากระบบการศึกษาของเด็กก็ลดลงได้มาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a7cac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/หัสนะ-ตาเยะ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">หัสนะ ตาเยะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะบารัง<br>อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในสังกัด สพป.ปัตตานีเขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>หัสนะ ตาเยะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะบารัง</strong> <strong>อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในสังกัด สพป.ปัตตานีเขต 1</strong> เล่าถึงสถานการณ์ของครูจากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านประสบการณ์การเป็นครูและผู้บริหารโรงเรียนว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายโรงเรียนมีบริบทของความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา มีเด็กส่วนหนึ่งที่ติดตามผู้ปกครองจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงาน หรือมีเด็กจากสถานสงเคราะห์เข้ามาเรียนด้วย ดังนั้นปัญหาที่พบของเด็กกลุ่มที่ขาดแคลนที่สุดคือไม่มีพ่อแม่ ทำให้เด็กต้องถูกเอาไปฝากเลี้ยงไว้กับญาติในครอบครัวขนาดใหญ่ จึงไม่ได้รับการดูแลทั่วถึง&nbsp;</p>



<p>“เด็กเหล่านี้มีความเปราะบางด้วยปัญหาต่าง ๆ การจะดูแลเด็กบนความแตกต่างหลากหลายเช่นนี้ ครูต้องมีเวลาเอาใจใส่เพียงพอ ขณะที่งานครูส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่ในทุกวันนี้กลับต้องแบ่งไปรับใช้นโยบายต่าง ๆ จนครูไม่มีเวลาอยู่ในห้องเรียน เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้อย่างเร่งด่วนที่สุด&nbsp;</p>



<p>“เราได้ยินกันมานานแล้วเรื่องการคืนครูให้กับนักเรียน แต่ถามว่าในการปฏิบัติจริงทำได้แค่ไหน ในเมื่อยังมีนโยบายการประกวดแข่งขันมากมายไหลบ่าเข้ามาเติมอยู่ในภารกิจของครูไม่หยุดหย่อน สุดท้ายครูก็ต้องทิ้งเด็กไว้ก่อน เพื่อไปทำงานตอบสนองนโยบายจากส่วนกลาง ฉะนั้นเมื่อมองย้อนกลับไป เราจะมีเด็กราว 30 คนถูกทิ้งเอาไว้ในห้องเรียนห้องหนึ่ง หากรวมหลายห้องหลายโรงเรียน ก็กลายเป็นว่ามีเด็กจำนวนมากที่เหมือนถูกทอดทิ้งเอาไว้ ปัญหาจึงไม่ได้รับการจัดการแก้ไข แล้วเวลาผ่านไปก็ยิ่งบานปลาย ขณะที่ในท้ายที่สุดทุกความคาดหวังในการแก้ปัญหาจะถูกโยนมาที่ครูหรือโรงเรียน ว่าเป็นต้นเหตุของการที่เด็กมีปัญหา หรือหลุดไปจากระบบ”</p>



<p><strong>รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะบารัง</strong> กล่าวว่า อยากฝากข้อเสนอถึงผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย เพื่อหาทางคืนครูให้กับเด็กได้จริง โดยเฉพาะในวาระสำคัญของการร่วมระดมความร่วมมือครั้งนี้ รวมถึงในวาระการเปลี่ยนแปลงของการเมืองระดับประเทศด้วย เพื่อให้ในวันหนึ่งครูทุกคนจะได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ได้ออกแบบการจัดการเรียนการสอนและดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่จริง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-beffc6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/23-เวทีรับฟังความคิดเห็น-ภาคใต้-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ เวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ <strong>“ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน”</strong> 4 ภูมิภาค เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สู่การผลักดันนโยบายและวางทิศทางการดำเนินงานของ กสศ. ในปีงบประมาณ 2568-2570 จะจัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เวทีภาคกลาง ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060723/">‘สุราษฎร์ธานี’ ประกาศเคลื่อนการศึกษาเสมอภาค หนุนเด็กนอกระบบพัฒนาศักยภาพสู่อาชีพที่มีทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
