<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุพิชฌาย์ ชัยลอม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8C%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Dec 2020 11:34:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สุพิชฌาย์ ชัยลอม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปฏิรูปการศึกษาให้ถึงราก เคล็ดลับความสำเร็จของฟินแลนด์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/phenomenal-learning-from-finland/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 11:34:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[Arkki]]></category>
		<category><![CDATA[Phenomenal Learning]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญ์วดี กิตติปัญญางาม]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมชัย พันธ์เลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวรรธน์ สุวรรณปาล]]></category>
		<category><![CDATA[สุพิชฌาย์ ชัยลอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24662</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ฟินแลนด์’ กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากทั่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/phenomenal-learning-from-finland/">ปฏิรูปการศึกษาให้ถึงราก เคล็ดลับความสำเร็จของฟินแลนด์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘ฟินแลนด์’ กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ในฐานะประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุด </span><span style="font-weight: 400;">จากผลงานแชมป์คะแนนสอบ PISA ต่อเนื่องหลายปี</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดอะไรขึ้นกับฟินแลนด์ ประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรเพียง 5.5 ล้านคน ประเทศที่เสียหายมหาศาลหลังศึกสงคราม ประเทศที่มีทรัพยากรอย่างจำกัดจำเขี่ย ปลูกพืชพรรณได้ยากด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัด ทว่าในวันนี้ การศึกษาตามโมเดลฉบับฟินแลนด์กลับถูกยอมรับทั่วโลก และมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาศึกษาวิธีคิดและวิธีการจัดการศึกษาของฟินแลนด์อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignleft wp-image-24804 size-medium" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/book-240x300.jpg" alt="" width="240" height="300" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/book-240x300.jpg 240w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/book-768x960.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/book-750x938.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/book.jpg 800w" sizes="(max-width: 240px) 100vw, 240px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อเขียนถัดจากนี้ ตั้งต้นจากหนังสือการศึกษาเล่มหนาชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Phenomenal Learning from Finland: นวัตกรรมเรียนรู้แห่งอนาคตแบบฟินแลนด์</span></i><span style="font-weight: 400;"> หนังสือที่ว่าด้วย</span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงการศึกษาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของฟินแลนด์ ลงลึกไปถึงการศึกษาไทยว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่สิ่งไหน แล้วเราสามารถหยิบจับประสบการณ์ใดของฟินแลนด์มาเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้บ้าง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จุดเปลี่ยนของฟินแลนด์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“รัฐบาลฟินแลนด์มองว่า การศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นรากฐานของการกินดีอยู่ดีของประชากร เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาไม่มีอะไรกิน เขาเป็นประเทศยากจน เพราะฉะนั้นทางเดียวก็คือการศึกษา”</span></p>
<p><b>ผศ.ดร.พิชญ์วดี กิตติปัญญางาม</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร Arkki ประเทศไทย สถาบันการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์ และบรรณาธิการหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Phenomenal Learning from Finland</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้เปิดประเด็นถึงเป้าหมายของฟินแลนด์ที่มุ่งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก จากบริบทของประเทศที่มีทรัพยากรอย่างจำกัด ‘มนุษย์’ จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า หากการศึกษาดี ประชาชนจะมีคุณภาพ ประเทศจึงพัฒนาได้ไม่ยาก </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ฟินแลนด์เขาแก้ระบบการศึกษาทั้งภาพรวม ถ้าเด็กอดอยาก ไม่มีปัจจัยสี่ เด็กก็เรียนไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นเขาจึงไปแก้ปัจจัยสี่ด้วย แก้สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้เด็กพร้อมเรียน เด็กไม่มีปัญหาที่บ้าน เด็กมีครบทุกอย่าง เด็กมาโรงเรียนเขาต้องพร้อมเรียน ไม่ใช่แค่หลักสูตรดี หรืออะไรดี” </span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-24792 alignnone" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8837-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจารย์</span><span style="font-weight: 400;">พิชญ์วดีย้ำอีกครั้ง หากเราต้องการเรียนรู้จากความสำเร็จทางการศึกษาของฟินแลนด์ สิ่งสำคัญคือการมองให้รอบด้าน มิใช่คะแนน PISA ที่สูงที่สุดของโลก แต่ต้องรวมไปถึงประวัติศาสตร์ บริบท สภาพแวดล้อม เงื่อนไข และเป้าหมายที่ทำให้ฟินแลนด์เลือกที่จะรื้อถอนและสร้างการศึกษาใหม่ทั้งระบบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนฟินแลนด์จะปฏิรูปการศึกษาในปี 2016 เขาได้ทำวิจัยเรื่อง Active Learning ตั้งแต่ปี 1980 ซึ่ง Phenomenal Learning (</span><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์</span><span style="font-weight: 400;">) จริงๆ แล้วใช้มาสองทศวรรษก่อนปฏิรูป เขามี learning lab เป็นห้องทดลองการศึกษาและการเรียนรู้ เมื่อพบว่ามันเวิร์ค ปี 2016 จึงบังคับใช้ทั้งประเทศ เพราะต้องการตอบโจทย์ยุค digital disruption ที่เทคโนโลยีมาแทนที่คน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ใหญ่ของการปฏิรูปการศึกษา ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามาแทนที่และพลิกบทบาทของมนุษย์ คือการตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ควรเรียนอะไรกันแน่ จากที่ผ่านมาการศึกษาเป็นเพียงการส่งต่อความรู้ ผ่านการจด ท่อง จำ ทำตาม ทว่าในปัจจุบันและอนาคต ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราหรือห้องสมุดอีกต่อไป แต่ความรู้กำลังกระจายอยู่ในทุกที่ ทั้งโลกอินเทอร์เน็ต จอคอมพิวเตอร์ กระทั่งหน้าจอมือถือสี่เหลี่ยมเล็กๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกดิจิทัลไม่เพียงเข้ามาแทนที่การศึกษาแบบเก่าเท่านั้น แต่กำลังแทนที่บุคลากรครู หากการเรียนรู้จะมีความหมายเพียงแค่การส่งต่อความรู้ผ่านการท่องและการจำเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การศึกษาควรจะเป็นการสอนให้เด็กเรียนรู้ว่า ความรู้เหล่านั้นมาได้อย่างไร ก็เลยเป็นที่มาของหลักสูตรฐานสมรรถนะ เป็นที่มาของการสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่พลิกบทบาทครู พลิกบทบาทนักเรียน”</span></p>
<h3>หลักสูตรที่ดี คือพันธสัญญาต่อประชาชน</h3>
<p><b>ดร.เฉลิมชัย พันธ์เลิศ </b><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการสถาบันสังคมศึกษา สำนักวิชาและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความหมายของคำว่า ‘หลักสูตร’ ไว้ 2 หลักใหญ่ด้วยกันคือ หนึ่ง-แผนที่ชีวิต และสอง-พันธสัญญาของรัฐที่มีต่อประชาชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเราพูดถึงหลักสูตร สิ่งแรกคือมันเป็นแผนที่ชีวิตของคนในชาติ ว่าเราอยากเห็นคนในชาติเป็นอย่างไร โดยอาศัยข้อมูลที่แม่นยำและเข้มข้นในการออกแบบหลักสูตร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประการที่สอง จากมุมมองของรัฐ หลักสูตรคือพันธสัญญาของรัฐที่มีให้กับประชาชนว่า ฉันสัญญาจะให้สิ่งนี้กับประชาชน จะดูแลคุณภาพ ซึ่งหลักสูตรที่ดีจะต้อง for all สำหรับเด็กทุกคน ความหมายว่าต้องเท่าเทียม และรัฐต้องรับประกันว่าเด็กที่ผ่านหลักสูตรแบบนี้เขาจะมีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร”</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-24791 alignnone" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8710-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.เฉลิมชัย มองว่า การศึกษาแต่เดิมนั้นมุ่งเน้นไปยังตัวความรู้ และการวัดความรู้ ซึ่งต่อมานักการศึกษามากมายได้ตั้งคำถามว่า “แล้วเราต้องรู้ไปพื่ออะไร เพื่อสอบแข่งขันอย่างเดียวหรือ?” ก่อนจะค้นพบว่า แท้จริงแล้วเราต่างร่ำเรียนเพื่อนำไปใช้ในชีวิต การจะสร้างการศึกษาที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์กับชีวิตได้นั้น จึงนำมาซึ่งความสนใจต่อสิ่งที่เรียกว่า ‘สมรรถนะ’ (competen)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามคือ มนุษย์ต้องการสมรรถนะใดบ้างเพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิต เพื่อความอยู่รอด ทำงานได้ เลี้ยงชีพได้ หรือแก้ปัญหาได้ในชีวิต ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รากฐานหลักสูตรการศึกษาของฟินแลนด์จึงถูกพัฒนาขึ้น ภายใต้กรอบคิด 4 ด้านคือ หนึ่ง-ความเสมอภาค สอง-การสนับสนุนเงิน สาม-การประเมินผลนักเรียน</span> <span style="font-weight: 400;">และสี่-การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยหลักสูตรนี้ประกอบด้วย 7 สมรรถนะ เพื่อพัฒนาผู้เรียนในหลากหลายด้าน ประกอบด้วย </span></p>
<p><b>1) Thinking and Learning to Learn </b><span style="font-weight: 400;">ทักษะการคิดและการเรียนรู้ ให้เด็กรู้จักการตั้งคำถาม ได้ทดลอง และเน้นการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ไปพร้อมกับครู </span></p>
<p><b>2) Culture Competence, Interaction, and Self-expression</b><span style="font-weight: 400;"> คือครูต้องคำนึงถึงการเรียนรู้ร่วมกันของเด็กในความหลากหลาย และนักเรียนต้องตระหนักถึงที่มาที่ไปของวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ โดยความหลากหลายนั้นคือส่วนหนึ่งในชีวิตการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อการอยู่ร่วมกัน </span></p>
<p><b>3) Taking Care of Oneself and Others; Managing Daily Life</b><span style="font-weight: 400;"> คือคำถามในชีวิตประจำวันของเด็กๆ เช่น การไปโรงเรียน การเข้าห้องเรียน ซึ่งอาจเป็นคำถามธรรมดา แต่คำถามเหล่านี้มีความสำคัญต่อครูในการสร้างการเรียนรู้</span></p>
<p><b>4) Multi-literacy </b><span style="font-weight: 400;">เน้นความสามารถในการอ่านและเขียนได้ในหลายภาษา ทักษะนี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจแหล่งข้อมูล ตีความข้อมูล โดยครูจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่า เขามีข้อมูลมากมายอยู่รอบตัว ดังนั้น การทำความเข้าใจต่อข้อมูลต่างๆ จึงสำคัญ </span></p>
<p><b>5) Competence in Information and Communication Technology (ICT) </b><span style="font-weight: 400;">คือการบูรณาการไอซีทีเข้าไปในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม </span></p>
<p><b>6) Working Life Competence and Entrepreneurship</b><span style="font-weight: 400;"> คือการเรียนรู้ถึงสาขาวิชาต่างๆ ว่ามีบทบาทอย่างไรในการทำงาน และยังกำหนดให้นักเรียนบางระดับชั้นไปร่วมทำงานกับผู้ใหญ่ เปิดให้สัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อเป็นทางเลือกในชีวิตให้กับผู้เรียน </span></p>
<p><b>7) Participation, Involvement and Building a Sustainable Future </b><span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน ทั้งเรื่องตนเอง ผู้อื่น รวมทั้งความสำคัญในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“หลักสูตรการศึกษาของฟินแลนด์นั้นมาจากการวิจัย จากข้อมูล จากแล็บที่เขาทดลองใช้แล้วพบว่าโอเค สิ่งนี้จำเป็นมากสำหรับเด็กฟินแลนด์ นั่นหมายความว่า เวลานำหลักสูตรไปใช้ จะต้องใช้ได้กับเด็กทุกคนในประเทศ ดังนั้น รัฐจึงต้อง provide ทรัพยากรทั้งหมด งบประมาณ ครู และสื่อต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดสมรรถนะเหล่านี้ตามที่เขาสัญญาไว้กับประชาชน อันนี้ก็คือความหมายของการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมด้วย”</span></p></blockquote>
<p>ทางด้าน <b>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้อธิบายเสริมในประเด็นนี้ว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่น่าสนใจคือ ฟินแลนด์ให้การศึกษากับช่วงต้นของชีวิตมาก เนื่องจากว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ทำไมเขาถึงให้ความสนใจในเรื่องของหลักสูตรเด็กเล็ก ปฐมวัย 1-7 ขวบ เขาไม่จำเป็นที่จะต้องให้เด็กไปอยู่ในโรงเรียนอนุบาลนะครับ พ่อแม่ก็สอนลูกได้ และที่เขาทำได้ก็เพราะเงื่อนไขของเขาผูกพันกับรัฐบาลด้วย </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-24794 alignnone" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759.jpg" alt="" width="2400" height="1600" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759.jpg 2400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-1400x933.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-2048x1365.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8759-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2400px) 100vw, 2400px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บ้านเราพยายามจะยัดเยียดว่า เด็กอนุบาลไปโรงเรียนกลับมา ทำไมอ่านไม่ออก บวกเลขไม่ได้ นี่พ่อแม่เคืองครูนะครับ แต่หลักสูตรของฟินแลนด์เขาค่อนข้างจะให้อิสระ แต่ความอิสระนั้นบางทีเราก็ต้องมองจากคุณภาพของประชากรในประเทศของเขาด้วย”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>การเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงสิบปีที่ผ่านมา เราค่อนข้างที่จะว้าว และทุกคนพูดถึงการศึกษาฟินแลนด์แทบจะทั่วโลก แต่สิ่งที่เราอาจจะหลงลืมไปคือ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังวิธีคิดของเขาต่างหาก ว่าอะไรที่ทำให้เขามีวิธีคิดแบบนี้ จัดการศึกษาแบบนี้ แล้วมีผลลัพธ์แบบนี้ได้”</span></p>
<p><b>ครูทิว-ธนวรรธน์ สุวรรณปาล</b><span style="font-weight: 400;"> ครูสังคมและแอดมินเพจ ‘ครูขอสอน’ มองว่า ปัจจัยที่จะทำให้หลักสูตรการเรียนประสบผลสำเร็จได้คือ บริบทของสังคมที่เกื้อหนุนการเรียนรู้ของหลักสูตรนั้น โดยยกตัวอย่างถึงประเทศฟินแลนด์ที่เป็นรัฐสวัสดิการ จึงเอื้อให้พ่อแม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้โดยไม่กระทบกับชีวิต การงาน และปากท้อง เพราะรัฐบาลให้การสนับสนุนปัจจัยสี่และค่าใช้จ่าย ทำให้พ่อแม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกได้อย่างมีคุณภาพ </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“อีกประเด็นคือ ในหลักสูตรของฟินแลนด์เองมีส่วนที่ includes คน หมายถึงว่าโอบรับความแตกต่างหลากหลาย และเขามองว่าสังคมของเขาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ทำอย่างไรให้ตัวหลักสูตรโอบรับความแตกต่างหลากหลายนี้ได้ แต่หลักสูตรของไทยเองอาจจะมีบางส่วน ผมเองก็อาจจะมองว่าหลักสูตรของเราทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือเปล่า ผลักใครให้รู้สึกว่าฉันเป็นคนนอกหรือเปล่า?”</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-24797 alignnone" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8599-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูทิวมองว่า ในระหว่างที่หลักสูตรการศึกษาไทยอยู่ในช่วงการปรับตัวสู่การนำสมรรถนะเข้ามาในกระบวนการเรียนรู้ของระบบการศึกษาไทย ครูทั่วไปก็สามารถปรับตัวและนำ ‘สมรรถนะ’ มาใช้ในการออกแบบห้องเรียนของตนได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างแรกคือ ครูต้องเป็นคนดู เป็นคนเข้าไปสังเกตการณ์ แล้วต้องมองเห็นมากกว่าสิ่งที่เด็กทำ มองให้ลึกว่าก่อนที่เด็กจะทำสิ่งนี้ออกมา เขาต้องมีกระบวนการอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราจะดูว่าเด็กทอดไข่ดาวได้ ดูแค่นั้นได้ไหม หรือจริงๆ แล้วก่อนที่เด็กจะทอดไข่ดาวได้ เด็กต้องมีความรู้เรื่องอะไรบ้าง เด็กต้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ของอุณหภูมิ เรื่องลักษณะตามธรรมชาติของไข่ไหม อะไรอย่างนี้ ดังนั้นครูจึงต้องทำงานอย่างละเมียดละไมมากๆ แต่ด้วยธรรมชาติของห้องเรียนไทย โรงเรียนของไทย ครูจึงต้องใช้พลังงานเยอะหน่อยที่จะต้องทำงานกับมัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหัวใจสำคัญคือ ครูต้องเข้าใจธรรมชาติของการเรียนรู้ ครูทิวขยายความว่า “หากครูไม่เข้าใจธรรมชาติของการเรียนรู้ ไม่เข้าใจธรรมชาติของความรู้ และความรู้นั้นประกอบร่างขึ้นมาได้อย่างไร ครูก็จะไม่มีทางจัดกระบวนการ หรือวางหมากวางเกมให้เด็กสามารถที่จะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ได้แต่บอกคำตอบ ให้เด็กจำคำตอบนั้นให้ได้ แต่ไม่ได้สอนวิธีหาคำตอบนั้นให้เขา”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>‘รู้ได้อย่างไร’ สำคัญกว่า ‘รู้อะไร’</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เด็กนักเรียนไม่ค่อยคุ้นกับคำว่า Phenomenal Learning หรือ การเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์เท่าไรนัก พอหนูได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จึงนึกไปถึงคำพูดหนึ่งของลีโอนาโด ดาวินชี ว่าเราควรเรียนรู้ศิลปะของวิทยาศาสตร์ และควรเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นั่นเพราะว่าในเรื่องหนึ่งๆ มันมีทุกศาสตร์รวมกัน ซึ่งการเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องหลัก สิ่งหนึ่งที่การศึกษาไทยทำพลาดที่สุดในความคิดเห็นของหนูคือ การแยกสายวิทย์กับสายศิลป์ออกจากกัน ซึ่งพอเป็นอย่างนี้ปุ๊บ มันทำให้เรานึกถึงคำว่า anti disclaminasion หรือ การต่อต้านการเลือกปฏิบัติ”</span></p>
<p><b>สุพิชฌาย์ ชัยลอม</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>‘เมนู’</b><span style="font-weight: 400;"> นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้แสดงทัศนะต่อระบบการศึกษาไทยที่ยังคงยึดติดกับการเรียนการสอนที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจน เธอยกตัวอย่างเช่น หากนักเรียนอยากเรียนรู้วิชาทันตแพทย์ เด็กจะต้องเรียนเรื่อง anatomy ศิลปะการก่อรูปฟัน และวิทยาศาสตร์ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-24799 alignnone" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400.jpg" alt="" width="1200" height="1273" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400-283x300.jpg 283w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400-965x1024.jpg 965w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400-768x815.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8400-750x796.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า ศาสตร์นั้นไม่อาจประกอบด้วยความรู้เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการหลายวิชา ทว่าการศึกษาไทยไม่ใช่เช่นนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เคยมีคนถามมาว่า ถ้าให้เด็กเรียนตามสิ่งที่ตัวเองสนใจ แล้วเด็กสนใจเยอะเกินไปจนครูสอนไม่ได้จะทำยังไง ง่ายๆ เลยค่ะ ให้นักเรียนไปทำเอง แล้วหน้าที่ของครูก็คือการพาเขาไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่การตีกรอบเขา อย่าเพิ่งไปบอกว่านี่มันผิด นี่คือกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์ค่ะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองจากสายตาของเด็กนักเรียน สิ่งนี้เองคือกระบวนการเรียนรู้บนฐานสมรรถนะ ซึ่งเธอมองว่าจำเป็นอย่างมากต่อการศึกษาไทยในทศวรรษนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/phenomenal-learning-from-finland/">ปฏิรูปการศึกษาให้ถึงราก เคล็ดลับความสำเร็จของฟินแลนด์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
