<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุจิรา เทพทอง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 Dec 2023 07:32:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สุจิรา เทพทอง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘พลังการมีส่วนร่วม’ แนวทางขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนวัดนาหมอบุญ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-041223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Dec 2023 07:31:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดนาหมอบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิรา เทพทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74883</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พอเราจัดการเรียนรู้เชิงลึก เด็กเขาเปลี่ยนนะ ที่เห็นชัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-041223/">‘พลังการมีส่วนร่วม’ แนวทางขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนวัดนาหมอบุญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พ<em>อเราจัดการเรียนรู้เชิงลึก เด็กเขาเปลี่ยนนะ ที่เห็นชัดๆ คือเขากล้าพูดคุยกับเรา เช่น ก่อนเริ่มชั้นเรียนเราจะให้เล่นเกมตอบคำถาม มีลูกอมเป็นรางวัล เด็กๆ ก็จะถามเล่นเกมทุกวัน จนวันหนึ่งเลยถามเด็กๆ ว่าทำไมถึงอยากตอบคำถามมาก เพราะจริงๆ แค่ลูกอม เด็กก็ซื้อเองได้ เขาตอบว่าเขาไม่ได้เล่นเกมเพราะลูกอม แต่เวลาตอบคำถามได้ เขาภูมิใจ”&nbsp;</em></p>



<p>ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียน ที่ <strong>ครูสุจิรา เทพทอง หัวหน้าวิชาการ โรงเรียนวัดนาหมอบุญ จังหวัดนครศรีธรรมราช </strong>ร่วมสะท้อนในงานสัมมนา <strong>‘การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก’</strong> ภายใต้งานปลุกพลัง เปลี่ยนการศึกษา เพื่อเด็กทุกคน ในมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โรงเรียนพัฒนาตนเองระดับพื้นที่ ครั้งที่ 4&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูสุจิราเล่าว่า เดิมทีก่อนที่โรงเรียนวัดนาหมอบุญเข้าร่วมโครงการ<strong>โรงเรียนพัฒนาตนเอง (Teacher and School Quality Program: TSQP)</strong> กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในปี 2565 โรงเรียนประสบปัญหาการย้ายเข้าและออกของบุคลากรมากถึงครึ่งต่อครึ่ง แม้แต่ผู้อำนวยการและครูสุจิราเองซึ่งเป็นครูวิชาการต่างก็เป็นครูใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ถือเป็นอุปสรรคที่ท้าทายต่อการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงลึกอย่างมาก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิดใจ ‘ครู’ ยอมรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก</strong></h2>



<p>“อุปสรรคอันดับแรกของเราคือตัวครูก่อนเลย” ครูสุจิรากล่าวและเล่าว่า ตอนนั้นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ครูยอมรับนำกระบวนการเรียนการสอนแบบเชิงรุกเข้ามาใช้ในโรงเรียน ใหม่ๆ ก็เครียด ไม่รู้จะเดินไปทางไหน หนึ่งคือเรายังไม่สนิทกับคุณครู ส่วนครูน้องใหม่ที่เพิ่งบรรจุก็เครียด เราก็พยายามหาหาทางเปิดใจโดยอาศัยความเป็น‘กัลยาณมิตร’ พยายามคุยกับน้องๆ เวลาไปกินข้าวด้วยกันก็ชวนคุย หลังจากยืนเข้าแถวก็คุยกับน้องๆ ว่าเราต้องทำแล้วนะ คุยไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็เปิดใจยอมรับทั้งครูใหม่และครูเก่า”</p>



<p>หลังจากเชื่อมผสานความร่วมมือของคุณครูได้สำเร็จ ครูสุจิรา เล่าว่า ได้เชิญทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงเข้ามาให้คำแนะนำกระบวนการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก อีกทั้งยังเชิญคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ที่มีส่วนสนับสนุนมาร่วมรับรู้ เพื่อมีส่วนร่วมในการปักธงขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-313629"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/Photo1-TSQP-9-ครูสุจิราโรงเรียนวัดนาหมอบุญ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราอยากให้ครูเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ซึ่งในมุมมองของเรา การจัดการเรียนการสอนเชิงรุก คือการจัดกระบวนการให้นักเรียนรู้จักคิดเป็น รู้จักการวิเคราะห์แล้วก็คิดพิจารณา สามารถตั้งคำถามและหาคำตอบได้ด้วยตนเอง อีกทั้งผู้เรียนไม่ได้เป็นเฉพาะผู้รับสารหรือรับความรู้อย่างเดียว แต่ผู้เรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ มีส่วนช่วยส่วนในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนด้วย”&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ โรงเรียนวัดนาหมอบุญได้ตั้งเป้าปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนพร้อมกันทั้งโรงเรียน โดยเริ่มกระบวนการตั้งแต่การนิเทศชั้นเรียน มอบหมายให้ครูจัดทำแผนการเรียนรู้ และนำมา PLC ร่วมกัน&nbsp;</p>



<p>“เรา PLC กัน โดยมีผู้อำนวยการ เป็น administrator มีครูวิชาการเป็นโค้ช มีครูโมเดล มีบัดดี้ที่เป็นครูสาระวิชาเดียวกัน เราก็นั่งพิจารณาร่วมกัน แนะนำกันแบบกัลยาณมิตร คือเป็นกันเอง นุ่มนวล จากนั้นก็ลงไปที่ห้องเรียน มีการสังเกตชั้นเรียน เสร็จแล้วก็ PLC กันอีกรอบว่าจากการเข้าสังเกตชั้นเรียนมีข้อดีหรือข้อเสียที่ต้องปรับเพิ่มเติมอย่างไร”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ ‘ระบบคัดกรอง’ จัดการเรียนรู้ตามพื้นฐานของนักเรียน</strong></h2>



<p>โรงเรียนวัดนาหมอบุญเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองในปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาผ่านพ้นสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 มาไม่นานนัก ทำให้แม้ครูจะพร้อมจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก แต่เด็กๆ กลับประสบปัญหา <strong>‘ภาวะการเรียนรู้ถดถอย’</strong></p>



<p>“ครูพร้อม กระบวนการเรียนการสอนพร้อม แต่เด็กมีปัญหา เพราะว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 เด็กต้องเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กบางคนก็เรียนได้ บางคนมีภาวะถดถอยในการเรียนรู้ ทีนี้จะเอาเด็กสองกลุ่มมาเรียนด้วยกันก็ไม่ได้ เราเลยใช้วิธี ‘<strong>การคัดกรองนักเรียน’ </strong>แยกนักเรียนที่เรียนช้าห้องหนึ่ง และนักเรียนที่พร้อมเรียนต่อได้อีกห้องหนึ่ง เช่น ป.4 ต้องแยกสอนเพิ่มเป็น 2 ห้อง ขณะเดียวกันครูก็ต้องทำแผนจัดการเรียนรู้แยกเป็น 2 แผน ซึ่งมีกระบวนการสอนที่ไม่เหมือนกัน เช่น ห้องที่นักเรียนพร้อมจะสอนเน้นลงลึกหน่อย ส่วนห้องที่เรียนช้าจะเน้นสอนพื้นฐาน เพื่อให้เขาเข้าใจในบทเรียนก่อน ไม่เช่นนั้นเด็กเขาจะรับไม่ได้” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d6c9df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/Photo2-TSQP-9-ครูสุจิราโรงเรียนวัดนาหมอบุญ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลลัพธ์คือพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้ง ‘ความรู้’ และ ‘ทักษะ’</strong></h2>



<p>เมื่อถามถึงผลลัพธ์จากการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก ครูสุจิรา บอกว่า <strong>‘เด็กเกิดกระบวนการคิดมากขึ้นอย่างชัดเจน และผลคะแนน O-NET อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าที่คาดหวังไว้’</strong></p>



<p>“ปกติช่วงปลายปีการศึกษาของโรงเรียนวัดนาหมอบุญจะจัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ เราจะคัดเลือกผลงานหรือว่าโครงการที่ทำกับทาง มอ. เช่น บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย หรือโครงงานฐานวิจัยมาจัดแสดง และให้เด็กเป็นคนนำเสนอ ปรากฏว่าเด็กอนุบาลสามารถนำเสนอกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยได้เป็นฉากๆ อธิบายได้ว่าเขาทำอะไรบ้าง เพราะว่าเขาปฏิบัติจริง เราก็ทึ่งกับเด็กอนุบาลมาก นอกจากนี้สิ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงลึกได้ชัดเจน คือ ผลคะแนน O-NET ของเด็กๆ ในปีการศึกษา 2565 มีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับจังหวัดและระดับประเทศ”</p>



<p>ผลของการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ไม่ได้เพียงส่งผลให้เด็กมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ <strong>‘คุณครูยังได้เรียนรู้ กล้าแสดงออก และมีส่วนร่วมในการออกแบบวิธีการทำงานมากขึ้น’</strong></p>



<p>ครูสุจิรา เล่าว่า การจัดการเรียนการสอนแบบนี้ทำให้ครูได้เรียนรู้มากขึ้น ครูรู้จักการเขียนแผน และสามารถจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุกได้ดี ครูหลายคนบอกว่าชอบกระบวนการ PLC เพราะทำให้คุณครูมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น จากไม่กล้าถาม ไม่กล้าพูดคุย ก็กล้าพูดกับเรา เช่น เอาแบบนี้ ไม่เอาแบบนี้ กล้าแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการทำงาน และเวลาจัดการเรียนการสอนแล้วมีคนมาแนะนำก็ทำให้เขาเกิดความรู้ และรู้สึกอุ่นใจว่ามีคนร่วมด้วยช่วยกัน ครูก็มีความสุข&nbsp;</p>



<p>“ล่าสุดมีการจัดประกวดนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก เราส่งครูเข้าประกวดทั้งโรงเรียน ปรากฏว่าผู้อำนวยการและคุณครูได้รับรางวัลเหรียญทองในการส่งนวัตกรรมที่เป็นเลิศ เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 นี่คือผลพวงจากการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบเชิงรุก”</p>



<p>อย่างไรก็ดี สำหรับปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้โรงเรียนวัดนาหมอบุญขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุกได้ผลดีเช่นนี้ ครูสุจิรา บอกว่า เพราะ ‘ความร่วมแรงร่วมใจ’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-329a8e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/TSQP-9-ครูสุจิราโรงเรียนวัดนาหมอบุญ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่แค่ครูวิชาการที่ทำคนเดียว แต่ต้องร่วมด้วยช่วยกันทั้งหมด ไม่ว่าครู นักเรียน และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนวัดนาหมอบุญได้ขยายผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไปยังอีก 3 โรงเรียน ในพื้นที่ตำบลนาหมอบุญ ได้แก่ โรงเรียนทัศนาวลัย โรงเรียนบ้านโคกวัว และโรงเรียนบ้านทุ่งบก นับเป็นการขยายวงหนุนเสริมสร้างโรงเรียนเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อร่วมกันพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพการศึกษาที่ดีมากยิ่งขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-041223/">‘พลังการมีส่วนร่วม’ แนวทางขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนวัดนาหมอบุญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
