<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุกรี อัซอลีฮีย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Aug 2020 05:42:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สุกรี อัซอลีฮีย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/20082020-8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 05:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรเทพ  เจริญผลจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[สุกรี อัซอลีฮีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20445</guid>

					<description><![CDATA[<p>เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-20451" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><br />
เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ ครอบคลุม 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค และเล็งถอดบทเรียนเสนอรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาประเทศไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะที่ ผู้รับทุนเหนือจรดใต้ เปิดใจเล็งใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ เน้นภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการปรับปรุงข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 โดย <strong>ศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ</strong> ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาต้องผ่านหลายกระบวนการ ดังนั้นเม็ดเงินที่จะลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน จะต้องตกถึงมือชาวบ้านจริงๆ และถึงมือกลุ่มเป้าหมาย อาทิ คนตกงาน คนหรือกลุ่มคนที่เหลื่อมล้ำชัดเจน ไม่กระจุกตัวอยู่ที่คนเฉพาะกลุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ ปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนเป็นฐานยังมีไม่มาก และยังไม่กระจายในวงกว้าง แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ยิ่งมีสถานการณ์โควิด -19 ทำให้คนตกงานและกลับสู่ชุมชนมากขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันของคน 3 รุ่น คือคนตกงาน ชุมชน โรงเรียน เพื่อจัดทำโครงการมาเสนอ ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้วันนี้เราเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และรอการจัดการทำให้มีคุณค่าและเพิ่มมูลค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นปีนี้จะกลายเป็นระบบการเรียนรู้การออกแบบ การสร้างหลักสูตรการศึกษาใหม่ๆ ทำให้เห็นชุมชนมีชีวิต จากกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มทักษะเพิ่มสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลักสูตร จะต้องพิจารณาสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ และสิ่งที่ชุมชนต้องการแล้ว กสศ.เข้าไปสนับสนุนตรงนั้น อาทิ ระบบการจัดการเศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน จะทำให้คนในชุมชนมีความรู้สึกเลยว่าเขามีศักดิ์ศรีไม่ใช่คนยากจนด้อยโอกาสที่จะเอาอะไรก็ได้มายัดเยียดให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่กสศ.กำลังจะทำหลังจากเสร็จสิ้นโครงการนี้คือ การถอดออกมาให้ได้ว่าต้นทุนทรัพยากรที่มีอยู่ต่างๆนั้นมีที่มาอย่างไร มีความหมาย มีคุณค่าอย่างไร ขณะเดียวกัน ก็จะต้องทำระบบการตลาดใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมตรงนี้ได้อย่างดี ผ่านระบบไอที วิทยาการสมัยใหม่ มีความเป็นสากลมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น สร้างโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ในส่วนของปีที่ 3 จะต้องทำให้กว้าง และขยายมากขึ้น ส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลเพื่อกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนประเทศตามที่บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งถ้าจะทำโครงการที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการที่ใช้ชุมชนเป็นฐานคือคำตอบ โดยมีโมเดลความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว </span></p>
<figure id="attachment_20453" aria-describedby="caption-attachment-20453" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-20453 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20453" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ </strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า หลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. &#8211; 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจส่งข้อเสนอโครงการ 783 โครงการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการซึ่งมาจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชน วิชาการ สื่อมวลชน และชุมชน และคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว<strong>มีมติมอบทุนฯ ให้กับ 130 โครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 8,652 คน เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ แม่เลี้ยงเดี่ยว กลุ่มแม่วัยรุ่น ผู้ต้องขัง ฯลฯ </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเภททุนแบ่งเป็น ทุนพัฒนาทักษะอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน จำนวน 99 โครงการ และทุนนวัตกรรมเพื่อชุมชน จำนวน 31โครงการ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค สำหรับทุนนี้จะมีความหลากหลายที่เพียงแต่สร้างอาชีพแต่มีการสร้างนวัตกรรมทางอาชีพ อาทิ การจัดการตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล การเพิ่มมูลค่าสินค้า นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ เรื่องระบบสุขภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในการพิจารณานั้นไม่ได้มองเฉพาะเรื่องของการพัฒนาทักษะอาชีพเท่านั้น แต่โครงการที่เสนอเข้ามาต้องตอบโจทย์ห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การผลิต การตลาด การขายด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญของผู้ที่เสนอโครงการเข้ามาต้องมีการวิเคราะห์ทุนและทรัพยากรชุมชน รู้จักศักยภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รู้ว่าจะพัฒนาอะไรอย่างไรเพื่ออะไร ตอบโจทย์หรือไม่ เพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองและคัดเลือกข้อเสนอโครงการมีความเชื่อมั่นและเห็นภาพเหล่านี้ โดยทั้งหมด130 โครงการนั้น เราจะมีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์และประเมินผลและจัดทำชุดข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้ขยายวงกว้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กศน. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้โครงการในปีนี้เสนอเข้ามาจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก สำหรับโครงการที่ไม่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้ ขอให้นำหลักคิดของเรากลับไปปรับปรุงและสามารถเสนอเข้ามาอีกครั้งหลังเปิดโครงการในปี 2564” <strong>น.ส.ธันว์ธิดา</strong> กล่าว</span></p>
<figure id="attachment_20455" aria-describedby="caption-attachment-20455" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-20455 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20455" class="wp-caption-text">น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์  ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายโชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์</strong> อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ กล่าวว่า การสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งนั้น ต้องจัดการระดับหมู่บ้าน หลายๆหมู่บ้าน เริ่มจากผู้นำหมู่บ้าน และอยู่บนหลักคิดว่าไม่มีใครเก่งได้เพียงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการหลุดจากตัวตนต้องมีการรวมตัวของคนเก่งแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการเข้าไปสนับสนุนชุมชนนั้น ต้องเป็นการพัฒนาฝีมือที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นลูกจ้างโรงงานเพียงอย่างเดียว รวมถึงอาจจะมีการเสริมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมอาหารที่เป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และโรคภัยไข้เจ็บ ส่งเสริมในสิ่งที่ประชาชนอยากทำจริงๆ หวังว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายพรเทพ  เจริญผลจันทร์</strong> ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ บริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเอกชนจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับชุมชนได้อย่างไร เพราะหลังประสบปัญหาการระบาดของโควิดทำให้การทำงานหลายๆ อย่างชะงัก การผลิตหายไป วัตถุดิบหายไป แรงงานหายไป แต่หากเรามีชุมชนที่เข้มแข็งสามารถซับพอร์ตความสามารถในการผลิตของเราได้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายก้าวผ่านวิกฤตได้ ดังนั้นเราต้องหนุนเสริมให้ชุมชนรอบข้างมีความรู้ พัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายสุกรี อัซอลีฮีย์</strong> จากโครงการวงล้อมอาชีพห่วงโซ่อาหารเพื่อเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กกำพร้าและการกุศล จังหวัดยะลา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่โครงการได้รับการสนับสนุนทุนจาก กสศ.ทั้งนี้ โครงการที่เรานำเสนอเข้าไป จุดเริ่มต้นมาจาก ที่เดิมทีเรามีเด็กด้อยโอกาสต้องดูแล 100 กว่าคน โดยส่งเรียนตามโรงเรียนทั่วไป แต่ตอนหลังเปิดโรงเรียนเอง พอเรียนจบส่วนใหญ่ก็เรียนต่อสายสามัญ บางคนออกไปประกอบอาชีพทั่วไป จึงมีแนวคิดที่อยากช่วยสร้างอาชีพให้เด็กๆ พอรู้ว่า กสศ. มีโครงการมอบทุนสนับสนุนตรงนี้ จึงเขียนไปเสนอ โดยขยายเพิ่มไปเป็นการพัฒนาอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส อาทิ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทั้งตำบล</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
