<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 May 2022 05:51:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 10:18:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง เจริญศรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ ถาวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53789</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการเรียน แต่เรายังมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่หลากหลายไม่พอสำหรับเขา ดังนั้น<strong>การทำงานระดับท้องถิ่น ข้อดีคือเราอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ช่วยค้นหาได้ว่าเขาชอบหรือถนัดอะไร หรือเขามีอุปสรรคใดที่ขัดขวางการเรียนรู้ แล้วเริ่มส่งเสริมช่วยเหลือจากตรงนั้น </strong>ขณะที่ทรัพยากรจากหน่วยงานภายนอกที่เข้ามา ก็ยิ่งทำให้แน่ใจได้ว่าเราสร้างรูปแบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กทุกคนได้จริง”</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c32a2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อดุลย์-ถาวรกุล-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวถึงแนวทางการทำงานเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา หลังโครงการ ‘Zero Dropout’ ลงปักหมุดแรกที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ด้วยความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) พร้อมกำลังเสริมอันเข้มแข็งจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายว่าเด็กทุกคนต้องได้เรียน &#8230;ลดจำนวนน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์</p>



<p>‘สวนผึ้ง’ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีความร่วมมือภายในเป็นอย่างดี จากที่เคยพบว่าปัญหาการมาโรงเรียนของเด็กส่วนใหญ่คือ ‘การเดินทาง’ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวเขาสลับซับซ้อน ทุรกันดาร ห่างไกลจากเขตเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกระจายไปในตำบลต่าง ๆ มีการประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา เพื่อส่งต่อเด็กให้ได้เรียนต่อข้ามช่วงชั้น ไม่หลุดจากระบบไปกลางทาง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นายอำเภอสวนผึ้งยอมรับว่าพอถึงระดับมัธยมศึกษา ยังมีพื้นที่รองรับเด็กเพียงโรงเรียนประจำอำเภอกับโรงเรียนขยายโอกาสไม่กี่แห่ง ทำให้โอกาสเรียนต่อของน้อง ๆ น้อยลงตามกัน ด้วยปัญหาความห่างไกลของพื้นที่อำเภอรอบนอก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ยิ่งพอเจอโควิด-19 โรงเรียนเปิดไม่ได้ เราต้องใช้วิธีเรียนออนแฮนด์เป็นหลัก เพราะพื้นที่เราเป็นแนวเขา โอกาสจัดการเรียนออนไลน์แทบเป็นไปไม่ได้เลย มีทั้งปัญหาเรื่องสัญญาณ อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เรื่องนี้เราพยายามแก้ด้วยการจัดห้องเรียนเสริมทันทีที่เด็กมาโรงเรียนได้ คือทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น อปท. หรือเขตพื้นที่การศึกษา เราพยายามเต็มที่ที่จะดึงเด็กไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ ต้องมีรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย</strong></h2>



<p>นายอำเภออดุลย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองท้องถิ่น ที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกด้าน สำหรับในด้านการศึกษา น้อง ๆ เมื่อถึงเวลาเข้าเรียน อำเภอจะตรวจสอบเด็กอายุถึงเกณฑ์ทุกคนตามทะเบียนราษฎร์ แล้วส่งต่อรายชื่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดทีมลงพื้นที่สื่อสารกับทุกครอบครัวที่มีเด็กวัยถึงเกณฑ์ แล้วถ้าเด็กไม่มีปัญหาใดบกพร่องก็ให้เริ่มเรียนได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a3f27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แต่อย่างที่บอกว่าเมื่อถึงระดับชั้นที่สูงขึ้น แม้จะมีความร่วมมือในการส่งต่อระหว่างโรงเรียน แต่เด็กส่วนหนึ่งก็ยังหลุดลอดออกไปตรงรอยต่อช่วงชั้น หรือบางส่วนตกหล่นไปตั้งแต่กลางเทอมด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่ผ่านมาเมื่อเราพบ ก็มีศูนย์ กศน. ประจำตำบลที่พร้อมรองรับ</p>



<p>“ขณะที่เมื่อเริ่มเดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ เรามองว่ารูปแบบที่มีอยู่นี้ยังไม่เพียงพอ <strong>การนำเด็กเข้าเรียนในทุกวันนี้ มันต้องมีพื้นที่ทางเลือกที่หลากหลายให้เขา ไม่ใช่แค่เด็กหลุดแล้วพากลับเข้าโรงเรียนหรือ กศน. แต่วันนี้เราต้องมองไปถึงการศึกษาทางเลือกที่มันสอดรับกับชีวิต</strong></p>



<p><strong>“ถ้าแยกรายรายละเอียดการช่วยเหลือ ดูแล นำกลับ และส่งเสริม ที่ครอบคลุมปัญหาเฉพาะของเด็กแต่ละคนได้ ไม่เพียงเราจะพาเด็กเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังมั่นใจได้ว่าเขาจะพร้อมพาตัวเองไปให้ถึงปลายทางของการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0100df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และนี่คือช่วงเวลาที่นายอำเภอบอกว่า งานของครู กศน. ณ ศูนย์ประจำตำบลวันนี้ คือการลงพื้นที่สอบถามปัญหา เก็บข้อมูลน้อง ๆ รายคน เพื่อนำเข้าระบบ เตรียมหาแนวทางช่วยแหลือ และเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตตามบริบทพื้นที่</p>



<p>“สำคัญคือท้องถิ่นต้องปูพื้นความรู้ขยายความเข้าใจกับผู้ปกครองเด็ก ว่าการศึกษาทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรั้วโรงเรียนเพียงอย่างเดียว เขาต้องรู้ว่าลูกหลานมีทางเลือก แม้บางคนมีความจำเป็นต้องช่วยครอบครัวหารายได้ ต้องอยู่กับบ้านดูแลน้องหรือปู่ย่าตายาย เด็กบางคนไม่มีเลข 13 หลัก จะเหตุผลใดก็ตาม ทุกคนต้องได้รับโอกาสศึกษาพัฒนาตนเองไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ เมื่อโครงการเดินต่อไปข้างหน้า เราแน่ใจว่ามือที่ยื่นมาจากภายนอก ทั้ง กสศ. และแสนสิริ จะทำให้โอกาสทางการศึกษาที่อำเภอสวนผึ้งเปิดกว้างขึ้นในหลายรูปแบบ และจะเป็นโมเดลที่สามารถขยายไปในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาตามแนวทางของตน” นายอำเภอสวนผึ้งกล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เก่ง ดี มีสุข’</strong></h2>



<p><strong>ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> อีกหนึ่งพลังท้องถิ่นในการทำงานด้านการศึกษา กล่าวถึง 2 แนวคิดสำคัญที่จะทำให้โครงการ ‘Zero Dropout’ เดินไปถึงจุดหมายได้ คือ 1.เด็กต้องค้นพบความเก่งของตัวเอง เป็นคนดีของสังคม และเรียนรู้อย่างมีความสุข กับ 2.เมื่อเด็กเข้าเรียนไม่ว่าในรูปแบบไหน ช่วงชั้นใด เขาต้องสำเร็จถึงฝั่งตามที่ตั้งเป้าไว้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-705969"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ยรรยงค์-เจริญศรี-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขต<br>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนของสถานศึกษา การผลักดันให้ตัวเลขเด็กนอกระบบในพื้นที่เป็นศูนย์ ไม่มีออกกลางคัน เอาเด็กแขวนลอยกลับมาได้หมด อย่างแรกเราต้องทำสถานศึกษาให้พร้อม มีสภาพแวดล้อมที่ดี อำนวยให้เกิดการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ ต่อมาคือ ‘ครู’ ซึ่งจะเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง มีการส่งเสริมประสบการณ์ใหม่ หลักความรู้ใหม่ ๆ และอีกประการหนึ่งคือความช่วยเหลือต้องไม่ลงไปที่เด็กเท่านั้น แต่ต้องไปถึงผู้ปกครองด้วย ให้อุปสรรคของเขาบรรเทาลง และยอมรับได้ว่าจะต้องสนับสนุนบุตรหลานด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อแลกกับชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต</p>



<p>“ในภาพรวมของเขต<strong>พื้นที่ จ.ราชบุรี เรามีเด็กที่อยู่ห่างไกลชายขอบจำนวนมาก การพยายามหาทางเลือกให้เด็กอยู่ในการศึกษา เราจะมุ่งไปที่การพัฒนาตนเองในทิศทางที่เขาจะไปได้ ครูมีหน้าที่อำนวยให้เด็กพบความเก่งที่มีในตัวเองทุกด้าน วิชาการก็เป็นเพียงด้านหนึ่ง แล้วเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ก่อนจะไปถึงหลักการข้อสุดท้ายคือเขาต้องมีความสุขกับการมาเรียน เหล่านี้คือปัจจัยที่จะทำให้เด็ก ๆ สำเร็จการศึกษาได้ ตามเป้าหมายที่ตัวเขา ครอบครัว และชุมชนต้องการ”</strong></p>



<p>ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ทิ้งท้ายว่า วันนี้การจะทำให้จังหวัดราชบุรีมีตัวเลขของเด็กเยาวชนนอกระบบเป็นศูนย์ถือว่าเริ่มเดินหน้าไปแล้ว จากอำเภอสวนผึ้ง แล้วงานค้นหาเก็บข้อมูลเด็กจะค่อย ๆ กระจายไปจนครบทุกเขตพื้นที่ ด้วยการทำงานที่เป็นระบบ พร้อมสอดประสานกันทุกภาคส่วน ด้วยทรัพยากรจากภาคเอกชนที่เข้ามาเสริม</p>



<p>“ผมเชื่อมั่นในพลังการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ในการเจาะลงไปที่ปัญหาของน้อง ๆ เป็นรายบุคคล เพื่อนำมาเป็นต้นทางในการออกแบบวิธีการช่วยเหลือ ส่วนหลังจากนี้ทุกสถานศึกษาในจังหวัด ก็ได้วางแนวทางเบื้องต้นเอาไว้แล้ว ในการรับไม้ต่อจาก อปท. อย่างเต็มที่”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 04:45:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ ถาวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยงค์ เจริญศรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ]]></category>
		<category><![CDATA[ศุเรนทร์ ฐปนางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53170</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุ ผลกระทบจากโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/">“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุ ผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผล ปิดเทอมใหญ่นี้จะวิกฤตเป็น 2 เดือนอันตราย&nbsp; ทางแยกชีวิตเด็กไม่เรียนต่อจำนวนมาก &nbsp; ส่งสัญญาณ แก้เหลื่อมล้ำได้ทันต้องปรับแนวทาง ปฏิรูปด้วย Area-based Education กลไกท้องถิ่น &#8211; จังหวัด ลุกขึ้นระดมความร่วมมือเปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ไม่ให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของน้องๆ ขณะที่อำเภอสวนผึ้งจับมือ กสศ. แสนสิริ มจธ.ราชบุรี เดินหน้า “สวนผึ้งโมเดล” ปักหมุด อำเภอแรก “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน ไม่หลุดจากระบบการศึกษา</strong></p>



<p><strong>ราชบุรี 15 มีนาคม 2565 – </strong>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา Big Rock 1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านกลไกต้นแบบ “สวนผึ้งโมเดล” ปักหมุดอำเภอแรกของ&nbsp; จ.ราชบุรี ภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ความร่วมมือระหว่างอำเภอสวนผึ้ง&nbsp; สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) &nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี)&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1079ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/วรากรณ์-สามโกเศศ2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการ<br>ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>สองปีที่ผ่านมาวิกฤตโควิด-19 ทำให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยรุนแรงขึ้นกว่าเดิม&nbsp; เด็กที่ได้รับผลกระทบสูงสุดในทุกประเทศคือเด็กยากจน ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดเรื่องหนึ่ง&nbsp; คือ การหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กเป็นจำนวนมาก ทั้งสาเหตุจากความจำเป็นในชีวิต ปัญหาปากท้อง&nbsp; ปัญหาการเรียนไม่ทัน ความรู้ถดถอย เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงปิดเทอมที่วิกฤต&nbsp; ประเทศไทยมีโอกาสจะสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ สูญเสียเด็กๆ ที่ล่วงหล่นไม่ได้ไปต่อในเส้นทางการศึกษา และจะกระทบตลอดช่วงชีวิตของคนรุ่นนี้&nbsp; ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันอย่าให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของเด็กยากจนชายขอบ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมว่าการปล่อยให้เด็กหลุดออกไปจากการศึกษาถือเป็นอาชญากรรมของสังคม เพราะเด็กเหล่านี้จะลืมตาอ้าปากได้ลำบากมากในอนาคตข้างหน้า การอ่านหนังสือไม่ออกจะทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ หรือแม้กระทั่งการใช้ขนส่งมวลชน ดังนั้นต้องทำให้มีเด็กน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา” รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-538dc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/วรากรณ์-สามโกเศศ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า&nbsp; หลังจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ยาวนาน&nbsp; แนวทางการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็ต้องปรับเพื่อแก้ปัญหาให้ทันสถานการณ์ ต้องอาศัยการจัดการที่รวดเร็ว โดยใช้กลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) ส่งเสริมการกระจายอำนาจการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสู่กลไกเชิงพื้นที่ ผมขอส่งสัญญาณให้ท้องถิ่นและจังหวัดทั้งประเทศดึงกลไกจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) เข้ามาเป็นเจ้าภาพในเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะมีความยืดหยุ่นที่จะออกแบบเป้าหมาย&nbsp; สร้างระบบเอื้ออำนวยต่อการจัดการแก้ปัญหาได้มากกว่าส่วนกลาง และมีอิสระในการใช้ทรัพยากรทางการบริหาร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สวนผึ้งโมเดล&nbsp; Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&nbsp; เป็นหนึ่งในต้นแบบ ที่สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่มีความเข้าใจปัญหาลึกซึ้ง และตระหนักว่าต้องปฏิรูปทั้งการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกัน เพื่อให้เด็กทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุข ด้วยระบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตป้องกันการหลุดจากระบบซ้ำ &nbsp; สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ จนพึ่งพาตัวเองในการดำรงชีวิตได้&nbsp; ตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศ Big Rock ที่1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ”&nbsp; รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว</p>



<p>ด้าน<strong> ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา </strong>กล่าวว่า การระบาดของ COVID-19 ทำให้รายได้ครัวเรือนที่ยากจนที่สุดร้อยละ 15 ของประเทศมีรายได้ลดลงราว 1 ใน 5 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผ่านการถูกเลิกจ้างทั้งชั่วคราว และถาวร รวมถึงรายได้จากการประกอบอาชีพค้าขายหรือรับจ้างมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้จำนวนนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นราว 3 แสนคน อยู่ที่ราว 1.2 ล้านคนในปีการศึกษา 2564 นี้ และเมื่อรวมกับจำนวนนักเรียนยากจนอีกราว 7 แสนคนแล้วทำให้ปัจจุบันมีเด็กยากจนและยากจนพิเศษที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวนกว่า 1.9 ล้านคนทั่วประเทศ การปิดเทอมใหญ่ที่กำลังจะถึงนี้จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ซึ่งมีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อระหว่างปีการศึกษา จากการลงพื้นที่เราพบว่า มีเด็กจำนวนมากที่แม้จะเรียนอยู่เพียงชั้นประถมศึกษาตอนปลายเท่านั้น แต่ต้องตัดสินใจออกมาทำงาน&nbsp; เลี้ยงปากท้องช่วยครอบครัว เพราะความยากจนที่รุนแรงขึ้น จึงต้องเลือกระหว่างการเรียนที่มีต้นทุนต้องใช้จ่าย และค่าเสียโอกาสในการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว ทั้งที่อายุยังไม่ถึงวัยทำงาน เด็กเหล่านี้กลายเป็นแรงงานนอกระบบเฉียบพลัน มีความเสี่ยงในชีวิตทุกด้าน และมีโอกาสสูงที่จะยังคงตกอยู่ในวงจรความยากจนข้ามชั่วคนต่อไปอีกหนึ่งรุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ffde"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ไกรยส-ภัทราวาท-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.<br>และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์จากวิกฤตโควิด-19 นี้ กสศ. มีภารกิจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการป้องกันปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา การแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และการสนับสนุนการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในภาคนโยบาย และภาคปฏิบัติให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปสู่ปีการศึกษา 2565 โดยใช้การวิจัยพัฒนา องค์ความรู้ ฐานข้อมูล และนวัตกรรมการจัดการที่สามารถช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืนได้ โดยปัจจุบัน กสศ.ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดทางการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษาฯ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อพัฒนาพื้นที่นำร่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลายแห่งทั่วประเทศไทย ทั้งระดับสถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ทั้งนี้ กสศ. พร้อมสนับสนุนการทำงานของกลไกจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) ร่วมกับพื้นที่ ท้องถิ่น จังหวัดที่ต้องการร่วมขบวน เป็นผู้นำการปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p>



<p>“ช่วงปิดเทอมเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะได้รับการดูแลจากครูและสถานศึกษาที่รู้จักเด็กเป็นอย่างดี บางโรงเรียนรู้จักเด็กมาตั้งแต่อนุบาล ระหว่างปิดเทอมไปเยี่ยมบ้านและรู้สถานการณ์แต่ละบ้านว่าเด็กจะมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อจากประถมศึกษาไปสู่มัธยมศึกษา หรือช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการจะไปเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษา ดังนั้นช่วงปิดเทอมคือช่วงสำคัญที่สุดที่เราต้องเปิดโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” เพราะใน 2 เดือนข้างหน้านี้ไปจนถึง 15 พฤษภาคม เป็นเหมือนการนับถอยหลัง 2 เดือนอันตราย ที่จะมีเด็กจำนวนมากที่เลือกไม่กลับมาสู่ระบบการศึกษา ส่วนสถานศึกษามีเส้นตายในวันที่ 10 มิถุนายนที่จะต้องนับจำนวนเด็กที่ยังอยู่ในระบบ เพื่อใช้คำนวณงบประมาณนี่ยังคงเหลือในการจัดสรรการเรียนการสอนในตลอดทั้งปีจากตัวเลขของเด็กที่จะเพิ่มหรือลดในช่วงนี้เช่นกัน” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4321f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/สมัชชา-พรหมศิริ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) นายสมัชชา พรหมศิริ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การปฏิรูปที่เริ่มต้นจากกลไกในพื้นที่คือ แนวทางที่ เป็น “อนาคต” ของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับทิศทางและความเคลื่อนไหวของประเทศที่ประสบความสำเร็จทางสัมฤทธิ์ผลการศึกษาที่ใช้กลยุทธ์การลดขนาดของการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาระดับประเทศให้มีขนาดเล็กลงมา และสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศตามแนวทางของร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. &#8230;.. ที่อยู่ระหว่างพิจารณาของรัฐสภาอีกด้วย</p>



<p>ด้าน <strong>นายสมัชชา พรหมศิริ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนจะต้องผนึกกำลังกันสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ให้เด็กที่มีความเสี่ยงกว่า 1.9 ล้านคนทั่วประเทศต้องหลุดจากการศึกษา แสนสิริในฐานะองค์กรเอกชนที่ระดมทุนเพื่อบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านบาทให้กับ กสศ.เพื่อใช้ในโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” มีความยินดีที่ได้เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการร่วมผลักดัน “สวนผึ้งโมเดล” ให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นกลไกต้นแบบในการแก้ปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c57cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ศุเรนทร์-ฐปนางกูร-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุน<br>มูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ<br>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร </strong>ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ <strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) </strong>กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้ง&nbsp; ซึ่งมีเด็กยากจนและอยู่ในความเสี่ยงหลุดออกจากระบบจำนวนมาก ทำให้มองเห็นถึงปัญหาของเด็กแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันไป&nbsp; จำเป็นต้องมีกลไกในการดูแลรายบุคคลอย่างใกล้ชิด&nbsp; มจธ. ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่มองว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมรับผิดชอบ และไม่ปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของโรงเรียนเพียงผู้เดียว จึงได้ดำเนินงานภายใต้เป้าหมายการช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้ง โดยอิงความต้องการของเด็กและโรงเรียน เริ่มจากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง และให้การสนับสนุนในเรื่องที่โรงเรียนต้องการ เช่น การส่งเสริมโครงการทักษะอาชีพให้กับเด็กที่มีปัญหาด้านรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะต่างๆ ตามความต้องการของครูและโรงเรียน การสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นเรื่องของทุกคน เป็น All For Education&nbsp; ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ โรงเรียน ชุมชน และผู้ปกครอง&nbsp; สำหรับเด็กๆในพื้นที่ห่างไกล&nbsp; การศึกษาเพื่อนำไปสู่การมีงานทำเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&nbsp; ต้องให้เด็กมีความรู้&nbsp; มีทักษะอาชีพติดตัวไป&nbsp; ควบคู่ไปกับการเรียนวิชาการในห้องเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-afcf76"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ยรรยงค์-เจริญศรี-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายยรรยงค์ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขต<br>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนการทำงานในพื้นที่ จ.ราชบุรี <strong>นายยรรยงค์ เจริญศรี</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า การดำเนินงานเพื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและวางแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เด็กหลุดซ้ำสามารถดำเนินตาม 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างการรับรู้และสร้างความตระหนักต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญและแนวทางในการนำเด็กกลับสู่ระบบร่วมกัน 2) สำรวจรายชื่อเด็ก สภาพปัญหา และปัจจัยที่ทำให้เด็กไม่กลับเข้าสู่ระบบเป็นรายคนและทำทุกโรงเรียน 3) แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มตามสภาพปัญหา เช่น กลุ่มรุนแรงที่ออกจากระบบแล้ว, กลุ่มมีแนวโน้มจะหลุดออกจากระบบ และกลุ่มเด็กปกติที่ยังไม่พบปัญหา 4) ออกแบบแนวทางแก้ปัญหาเด็กแต่ละกลุ่ม ซึ่งปลายทางของเด็กทุกกลุ่มคือสามารถเรียนจนจบการศึกษาในแต่ละขั้น 5) เตรียมความพร้อมของแต่ละโรงเรียน โดยเฉพาะพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่สามารถดึงเด็กให้อยู่ในระบบ สนับสนุนผู้ปกครอง และระดมทุกภาคส่วนเข้ามาขับเคลื่อนทั้งสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน 6) ดำเนินการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนตามแนวทางที่วางไว้ และ 7) ติดตาม ประเมินผล และสรุปผลโครงการ</p>



<p>“ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้บุคลาการทางการศึกษาทุกภาคส่วนต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงผู้ปกครองต้องเห็นความสำคัญของการศึกษาของบุตรหลาน ส่วนภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เข้ามาก็ต้องมีแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจนและต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญนักเรียนต้องได้เรียนอย่างมีความสุข พวกเขาต้องได้รับการศึกษาในหลายรูปแบบตามความเหมาะสม อย่างเช่น เด็กบางคนเรียนในระบบไม่ได้ อาจต้องสนับสนุนการเรียน กศน. หรือมีการส่งเสริมด้านอาชีพ โดยผลที่ได้ต้องทำให้เด็กสำเร็จการศึกษาและคำนึงถึงสภาพปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่เด็กต้องเผชิญ” นายยรรยง กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-390bc7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อดุลย์-ถาวรกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่นเดียวกับ<strong>นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวว่า แม้แต่เดิมจะมีการดำเนินงานด้านการศึกษาในพื้นที่อยู่แล้วตามภารกิจงานทั้งศูนย์เด็กเล็ก, โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, โรงเรียนในกระทรวงศึกษาธิการ และการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่การจะนำเด็กกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเห็นผลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีภาคส่วนอื่นเข้ามาร่วมกันทำงานไม่เพียงเฉพาะภาคการศึกษา รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ในฐานะชุมชนเจ้าของพื้นที่</p>



<p>“โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน ก็จะเป็นอีกโครงการนึงที่จะช่วยต่อเติมให้น้อง ๆ ในอ.สวนผึ้ง ได้มีโอกาสกลับเข้ามาสู่การเรียนอีกครั้งนึง ขอขอบคุณที่ได้นำโครงการเช่นนี้มาดำเนินการใน อ.สวนผึ้ง ผมขอเป็นตัวแทนอ.สวนผึ้งขอบคุณทุกภาคส่วน จากนี้หน่วยงานทุกด้านจะร่วมมือกันดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งยืนยันว่าในฐานะผู้นำท้องที่ นายอำเภอก็จะเต็มที่ในการทำงานโมเดลสวนผึ้งร่วมกับทุกภาคส่วนเช่นกัน” นายอดุลย์กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/">“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
