<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Mar 2020 16:24:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1111-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2020 16:24:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Post COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12279</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เขียน อนรรฆ พิทักษ์ธานิน นักวิจัยหัวหน้าโครงการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1111-2/">COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-12284" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">ผู้เขียน อนรรฆ พิทักษ์ธานิน<br />
</span>นักวิจัยหัวหน้าโครงการพัฒนาองค์ความรู้และแม่แบบเพื่อการดูแลและสนับสนุนด้านการศึกษา ของเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในกรุงเทพมหานคร กสศ.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลกระทบแทบจะครอบคลุมถึงทุกคนในปัจจุบัน ตั้งแต่การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงทางสุขภาพ การต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ความตึงเครียดและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ แม้จะมีคำกล่าวว่าเชื้อไวรัสส่งผลไม่เลือกหน้าไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มคนเปราะบางและด้อยโอกาสในสังคมดูจะได้รับความเสี่ยงทั้งในทางสุขภาพและเศรษฐกิจสังคมที่มากกว่าผู้มีฐานะทางสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กเปราะบางด้อยโอกาสและเด็กบนท้องถนน ดูจะเป็นกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม ชีวิตของพวกเขานอกจากจะพบกับความเสี่ยงทางสุขภาพจากการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตแล้ว การแพร่ระบาดอาจส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาหลังจากนี้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราพิจารณาความเสี่ยงที่เด็กเปราะบางด้อยโอกาสและเด็กบนท้องถนนจะได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาด อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาอาจต้องพบความเสี่ยงหลัก 2 ประการ คือ ความเสี่ยงทางสุขภาพ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสังคม เช่นเดียวกับกลุ่มเปราะบางในเมือง ในสังคม กลุ่มอื่นๆ ที่จะต้องประสบกับความเสี่ยงดังกล่าวในระดับที่รุนแรงแตกต่างกัน</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12287" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01.png" alt="" width="3563" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-1536x1023.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>ความเสี่ยงทางสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นที่แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อจะส่งผลให้คนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงทางสุขภาพและความเจ็บป่วยเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย อย่างไรก็ดี กลุ่มเด็กเปราะบางด้อยโอกาสหรือแม้แต่เด็กบนท้องถนนดูจะเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงทางสุขภาพที่ค่อนข้างสูง ชีวิตและการหารายได้ของพวกเขาและครอบครัวที่สัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ส่งผลต่อความเสี่ยงทางสุขภาพที่มากขึ้นตามไปด้วย  รวมถึงสถานะทางเศรษฐกิจของเด็กและครอบครัวที่มีรายได้วันชนวัน มีอาหารกินมื้อชนมื้อ ก็ดูจะไม่อาจทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเครื่อง</span><span style="font-weight: 400;">มือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ ในทางเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการปฏิบัติตัวในภาวะแพร่ระบาดก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่พวกเขาและครอบครัวส่วนใหญ่เข้าถึงได้ไม่มากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะการแพร่ระบาดขนาดใหญ่ (Pandemic) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเจ็บป่วยของผู้คนเท่านั้น การแพร่ระบาดในระดับดังกล่าวนี้ยังก่อให้เกิด</span><b>ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม</b><span style="font-weight: 400;">ในระดับที่กว้างและลึกด้วยเช่นกัน ในระยะสั้น COVID-19 จะส่งผลให้เกิดการว่างและการขาดรายได้อย่างฉับพลันของแรงงานหลายระดับของสังคมทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการล็อคดาวน์ ครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสรวมถึงเด็กหลายคนที่มีรายได้จากการทำงานในพื้นที่สาธารณะหรือเป็นแรงงานรับจ้างในเมืองต้องประสบกับการขาดรายได้  จากความยากจนและรายได้ที่เพียงพอแต่เดิมจะส่งผลให้ไม่เพียงพอมากยิ่งขึ้น พร้อมกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มสูงขึ้น ในระยะกลาง/ยาว ไม่เพียงแต่ความเปราะบางทางเศรษฐกิจและปากท้องจะเพิ่มสูงขึ้นตามความยืดเยื้อของการแพร่ระบาดเท่านั้น ผลกระทบของ COVID-19 อาจจะทำให้การว่างงานและความยากจนของผู้คนเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว ภาคการผลิตและบริการที่เป็นตัวจักรทางเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวที่ยาวนานและอาจปรากฏความเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (supply-chain) ของประเทศอันส่งผลต่อความต้องการทางด้านแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกว้างขวาง และจะส่งผลกระทบต่อทั้งเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัวอย่างยากจะหลีกเลี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วง COVID-19 และ Post COVID-19 จะมีแนวโน้มที่ทำให้เด็กเปราะบางด้อยโอกาสมีแนวที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษา (drop out) มากยิ่งขึ้น ความแร้นแค้นและฝืดเคืองที่ครอบครัวของพวกเขาต้องประสบจะส่งผลกระทบต่อทุนทรัพย์ในการเข้าถึงระบบการศึกษา ในทางเดียวกัน เด็กจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะต้องออกมาทำงานหารายได้จุนเจือครอบครัวมากขึ้น อันส่งผลต่อการออกจากระบบการศึกษาและความไม่ต่อเนื่องในการรับการศึกษา ในส่วนของเด็กบนท้องถนนที่ใช้ชีวิตหรือมีชีวิตที่สัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะ แหล่งงานที่ลดน้อยลงและความช่วยเหลือขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่มีข้อจำกัดในสถานการณ์แพร่ระบาดและความเข้มงวดในการใช้ชีวิต จะส่งผลให้พวกเขาไม่เพียงแต่จะมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลงจากการขาดรายได้เท่านั้น หากแต่การเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสังคมทั้งบริการทางด้านสาธารณสุข การเข้าถึงการดูแลด้านการศึกษาและการเรียนรู้ หรือความช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆ จะทำให้ชีวิตของพวกเขาย่ำแย่ลงมากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสังคมดังที่กล่าวมา จะส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างยากจะปฏิเสธ เฉกเช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำทางด้านอื่นๆ ของสังคม ที่คนยากคนจนและเด็กเปราะบางด้อยโอกาสต้องพบเจอในระดับที่รุนแรงกว่าคนหลายกลุ่ม</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12288" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03.png" alt="" width="3563" height="2371" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-1024x681.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">เราควรมีทางออกหรือแนวทางอย่างไรสำหรับเรื่องนี้?</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้การแพร่ระบาดขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ภาพของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์แม้จะยังดูไม่ชัดเจนและอาจเรียกได้ว่าอยู่ใน “ภาวะฝุ่นตลบ” หากแต่การวางกรอบแนวทางเพื่อลดผลกระทบของการแพร่ระบาดโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจสังคมเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะสั้น ภาครัฐจำเป็นที่จะต้องมีระบบการสนับสนุนเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัว รวมถึงเด็กบนท้องถนน ให้สามารถเข้าถึงหลักประกันทางสังคมให้สามารถผ่านพ้นช่วงแห่งวิกฤตินี้ไปให้ได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง ตลอดจนเข้าถึงการป้องกันและให้ความรู้ทางสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันดูเหมือนว่ายังไม่มีมาตรการของรัฐใดที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางและเด็กบนท้องถนนโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความช่วยเหลือของรัฐ เช่น เงินเยียวยา 5,000 บาทสำหรับแรงงานนอกระบบหรือลูกจ้างรายวัน แม้จะเป็นสิ่งที่ดีและสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง หากแต่วิธีการในการเข้าถึงความช่วยเหลือดูเหมือนจะกีดกันกลุ่มเปราะบางหลายกลุ่มออกไป โดยเฉพาะครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสที่ประสบความยากจนที่สุด (extreme poverty) ที่ไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนออนไลน์ การมีบัญชีเงินฝาก หรือระบบพร้อมเพย์ได้  นอกจากนี้ ควรกล่าวได้ว่าลักษณะการจ่ายเงินเป็นรายเดือนอาจไม่สอดคล้องกับชีวิตของลูกจ้างหรือคนทำงานรายวันหาเช้ากินค่ำที่มีรายได้เพียงวันชนวัน และแทบไม่มีหลักประกันใดในชีวิต รวมถึงมาตรการดังกล่าวก็ไม่ครอบคลุมเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ทำมาหาเลี้ยงชีพหรือช่วยเหลือครอบครัวในการหารายได้ ในทางเดียวกัน ครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการนี้เนื่องจากเป็นคนไทยที่มีปัญหาด้านสิทธิสถานะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เป็นโจทย์ที่ควรคิดต่อไปด้วยว่า หากสถานการณ์ของ Covid-19 ลากยาวออกไปจนถึงช่วงเวลาเปิดเทอม การจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะออกมาในรูปแบบใด? การเรียนการสอนแบบออนไลน์แม้จะเป็นทางออกหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ทางออกของทั้งหมดเพราะจะมีเด็กจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีการสื่อสาร </span><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์ที่อาจจะต้องมีการคิดอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือการสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะกลาง/ยาว หน่วยงานด้านการศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งควรมีการจัดทำข้อมูลผลกระทบจาก COVID-19 ของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัวโดยละเอียด พร้อมทั้งการออกแบบแพคเกจการช่วยเหลือที่เหมาะสม ครอบคลุม และเพียงพออย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบเฝ้าระวังการออกจากระบบการศึกษา เพื่อป้องกันการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กซึ่งในส่วนนี้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) น่าจะสามารถเข้ามาเติบเต็มด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกัน ในกรณีของเด็กบนท้องถนนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นจากสถานการณ์บีบคั้นทางเศรษฐกิจของครอบครัว หน่วยงานด้านการศึกษา เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ควรร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการสำรวจและจัดทำข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในทุกมิติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เป็นโจทย์ที่น่าคิดต่อไปว่าความต้องการด้านแรงงานและตลาดแรงงานที่จะได้รับผลกระทบจากแบบแผนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างค่อนข้างรวดเร็ว จำเป็นที่จะต้องมีการปรับหลักสูตรการศึกษาด้านอาชีพหรือการสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีพที่เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หากไม่เช่นนั้น ภาวะการว่างงานและความเปราะบางทางรายได้จะเป็นสิ่งที่ตามมาในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เรายังไม่รู้ถึงจุดสิ้นสุดของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ หากแต่เป็นที่แน่ชัดว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำในมิติอื่นๆ การวางแผนและนโยบายที่ตั้งอยู่ในฐานข้อมูลและสถานการณ์ที่เป็นจริง จะมีส่วนช่วยชะลอหรือป้องกันความเหลื่อมล้ำที่กำลังเพิ่มขยายขึ้นและเป็นเหตุที่ไม่นำไปสู่ความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่กดทับประชากรบางกลุ่มจนหมดความหวังจากรุ่นสู่รุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจนับเป็นโชคดีที่หลายภาคส่วนเริ่มเห็นความสำคัญของผลกระทบดังกล่าวนี้</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1111-2/">COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ร่วม 20 จังหวัด พาเด็กนอกระบบกลับเข้าเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/20provinces/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Nov 2019 12:17:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ ศิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ซูกอรนัย เจ๊ะหนิ]]></category>
		<category><![CDATA[นูรีฮา จิ]]></category>
		<category><![CDATA[พาตีเมาะ ดีรี]]></category>
		<category><![CDATA[ชำนาญ เหล่าเขตกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮูดอยบี เหล่าเขตกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41]]></category>
		<category><![CDATA[มามะซูฟี อารง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9161</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ 20 จังหวัดคืนเด็กนอกระบบกลับสู่การศึกษาที่ยื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20provinces/">กสศ.ร่วม 20 จังหวัด พาเด็กนอกระบบกลับเข้าเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9162" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2.jpg" alt="" width="1313" height="876" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2.jpg 1313w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1313px) 100vw, 1313px" /></p>
<blockquote><p><strong>กสศ.จับมือ </strong><strong>20 จังหวัดคืนเด็กนอกระบบกลับสู่การศึกษาที่ยืดหยุ่น ป้องกันหลุดซ้ำ ปี 62 จะช่วยเด็กได้ 5,000 คน  ระดมทีมสหวิชาชีพวางแผนช่วยเหลือฟื้นฟูรายกรณี  ล่าสุด อบจ.ยะลาจับมือ รร.ราชประชานุเคราะห์ 41 ส่งเด็กคืนสู่โรงเรียนรับเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2   ครอบครัว ครู เพื่อนนักเรียน ร่วมหนุนอย่างเข้าใจ</strong></p></blockquote>
<p>นพ.สุภกร  บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า  <strong>กสศ. ได้ดำเนินการโครงการตัวแบบการดูแลเด็กเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอายุระหว่าง </strong><strong>3-21 ปี ใน 20 จังหวัด 115 อำเภอ โดยมีเป้าหมายในการสำรวจค้นหาทั้งหมด 218,895 คน  ล่าสุดสำรวจพบเจอตัวเด็กและเก็บข้อมูลสภาพปัญหาแล้ว  60,941 คน   เบื้องต้นด้วยงบประมาณจำกัดในปี 2562  กสศ.จะช่วยเหลือได้ไม่น้อยกว่า 5,000 คน หรือประมาณ 2.28% จาก 218,895 คน </strong> โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีในพื้นที่ในการนำเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการพัฒนาทักษะอาชีพ  โดยมีการทำงาน 3 ด้าน สำคัญ คือ</p>
<p>1.เดินหน้าด้วยกลไกจังหวัดที่มีทั้งความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด  สาธารณสุขจังหวัด  ท้องถิ่นจังหวัด สมัชชาการศึกษาจังหวัด เครือข่ายประชาสังคม มูลนิธิ สมาคมต่างๆ<br />
2. ระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานในพื้นที่กับส่วนกลาง ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลเด็กนอกระบบรายบุคคล<br />
3.ตัวแบบมาตรการความชวยเหลือเด็กนอกระบบ ที่มีการให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่อง มีแผนดูแลรายกรณี เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาซ้ำอีก รวมถึงเงินช่วยเหลือเบื้องต้น</p>
<p>“<strong>ประเทศไทยมีกลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา ราว 670,000 คน  ซึ่งระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะเป็นคำตอบของปัญหาเด็กนอกระบบ  เพราะหากส่งเด็กกลุ่มนี้กลับเข้าระบบการศึกษาแบบเดิม โดยโรงเรียนไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะไม่ได้ผล  เด็กกลุ่มนี้จะหลุดออกจากระบบอีก </strong>การดำเนินงานของกสศ.และเครือข่าย 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา มุ่งเน้นวางแผนการช่วยเหลือรายกรณี เด็กแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน ควรแก้ไขด้วยวิธีการอย่างไร รวมถึงการทำงานร่วมกับโรงเรียนที่มีความพร้อมในการปรับวิธีการเรียนการสอน ปรับเวลาการเรียนการสอน ให้มีความยืดหยุ่นเหมาะกับสภาพปัญหาของเด็กกลุ่มนี้ด้วย ขณะที่เด็กนอกระบบบางกลุ่มอาจไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ อาจมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมเช่น การสามารถเก็บสะสมชั่วโมงการฝึกอาชีพเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้   อย่างไรก็ดีการทำงานของกลไกจังหวัดทั้ง 20 จังหวัด จะเกิดทั้งตัวแบบการดูแลช่วยเหลือเด็กนอกระบบรายกรณี และโรงเรียนนำร่องที่มีระบบการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นพร้อมไปกับระบบการดูแลช่วยเหลือไม่ให้เด็กกลุ่มนี้หลุดออกนอกระบบซ้ำอีก” ผู้จัดการ กสศ. กล่าว</p>
<p><strong>น</strong><strong>.ส.รุ่งกานต์ ศิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยะลา</strong>  กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดยะลาจากการสำรวจพบว่าเด็กออกนอกระบบการศึกษาเพราะสาเหตุความยากจนเป็นหลัก พ่อแม่มีลูกเยอะทำให้ไม่สามารถส่งลูกเรียนได้ครบทุกคน บางครั้งพี่คนโตต้องออกมาช่วยเลี้ยงน้องหรือดูแลงานบ้าน  ล่าสุดได้ติดตาม คัดกรองเด็กและเยาวชนนอกระบบช่วงอายุ 3-21 ปี ในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรามัน อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา    โดยอันดับแรกทีมสหวิชาชีพจะวิเคราะห์ว่าเด็กแต่ละคนต้องได้รับการช่วยเหลือด้านไหน เช่น บางคนต้องการเข้าระบบการศึกษาเต็มรูปแบบ ขณะที่บางคนด้วยบริบทของครอบครัวเด็กจะเหมาะกับการส่งเสริมอาชีพมากกว่า จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป หรือบางคนพบว่าเด็กมีปัญหาด้านสุขภาพ เราก็จะให้ความช่วยเหลือในด้านการดูแลรักษาก่อน โดยส่งต่อให้หน่วยงานสาธารณสุขที่มีความชำนาญเฉพาะทาง จากนั้นเมื่อเด็กมีสุขภาพดีขึ้น การจัดการศึกษาที่เหมาะสมจะเป็นเรื่องที่ดำเนินการเป็นลำดับถัดมา</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9164" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/รุ่งกาน-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" /></pre>
<pre>ซ้ายไปขวา
- นายเพาซี บาเกาะ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา อบจ. ยะลา
- นายมามะซูฟี อารง ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41
- น.ส.รุ่งกานต์ ศิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ยะลา
- นางสาวกวิสรา มะยีเต๊ะ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</pre>
<p>“ปัญหาเรื่องเด็กนอกระบบเป็นปัญหาสำคัญ เพราะเด็กนอกระบบการศึกษาส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการดูแลจนอาจมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายสังคม การทำให้เด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษาจึงทำให้เขามีเกราะป้องกันอยู่ในทางที่ถูกที่ควร  และป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบซ้ำ ล่าสุด ในช่วงเปิดภาคเรียนที่2 นี้ กสศ.และอบจ.ยะลา ได้เริ่มส่งเด็กนอกระบบกลับเข้าโรงเรียนได้บางกรณีแล้ว  โดยได้มีความร่วมมือกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่มีความยืดหยุ่นและมีระบบที่พร้อมเยียวยาช่วยเหลือเด็กๆกลุ่มนี้ให้กลับมาเรียนได้อย่างมีความสุข” รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าว</p>
<p><strong>นายมามะซูฟี อารง ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ </strong><strong>41</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางโรงเรียนมีเด็กที่เข้าเรียนกลางเทอมเป็นประจำ รวมถึงกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่หลุดจากโรงเรียนไปในระยะเวลาหนึ่งแล้วกลับมาเรียนใหม่ เด็กกลุ่มนี้ช่วงแรกจะมีความเครียดกังวล สับสน วางตัวไม่ถูก จึงแสดงออกด้วยความขัดเขิน แยกตัวจากเพื่อน และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทางโรงเรียนเล็งเห็นปัญหาเรื่องนี้ จึงได้จัดกระบวนการในการช่วยปรับตัวให้เด็ก โดยจัดครูที่ปรึกษาไว้คอยดูแลเด็ก หนึ่งต่อหนึ่ง รวมถึงให้เพื่อนช่วยเพื่อน ให้เด็กที่มีทักษะสังคมที่ดีอยู่แล้ว คอยดูแลใกล้ชิดอีกที ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการเรียน การไปกินข้าว การเล่น หรือเข้านอน</p>
<p>“ปกติเราจะจัดให้มีครูที่ปรึกษาคอยดูแลเด็กนักเรียนที่เข้ากลางเทอมโดยเฉพาะอยู่แล้ว ส่วนในระดับสังคมของเด็ก เราจะมีเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน เป็นเด็กที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี คอยช่วยประกบตลอด เด็กพวกนี้เขาจะมีจิตอาสาพร้อมช่วยดูแลเพื่อนหรือน้อง ๆ ที่เข้าใหม่ ให้เขาสามารถปรับตัว เข้าสังคม พูดคุยกับเพื่อนใหม่ หรือทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งในห้องเรียนและในหอพัก  กระบวนการในการช่วยเด็กปรับตัวนี้สำคัญมากเพื่อประคับประคองให้กลับมาเรียนได้ ไม่หลุดออกจากระบบไปอีก  ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจ ทั้งครู เพื่อนนักเรียน ครอบครัว” ผอ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 กล่าว</p>
<p><strong>นายฮูดอยบี  เหล่าเขตกิจ อายุ </strong><strong>17 ปี</strong> เป็นเด็กนอกระบบที่ได้กลับไปเรียนหนังสืออีกครั้งในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2  กล่าวว่า เปิดเทอมวันแรกรู้สึกตื่นเต้น ตนเรียนถึงแค่ชั้น ม.2 ต้องออกจากโรงเรียนเพราะตอนนั้นบ้านไม่มีเงิน ความรู้สึกตอนนั้นคือเศร้า เมื่อออกมาแล้วก็ต้องไปทำงานในสวนในไร่ เก็บน้ำยาง ขึ้นต้นลองกอง ที่ไหนมีงานผมก็ไป เคยไปไกลสุดถึงนครศรีธรรมราช แต่ความรู้สึกคืออยากไปโรงเรียนอีก แล้ววันนี้สิ่งที่คิดก็เป็นจริงแล้ว เมื่อนึกถึงโรงเรียนจะคิดถึงเวลาที่ได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ เท่าที่รู้เกี่ยวกับโรงเรียนใหม่ตอนนี้คือเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ มีนักเรียนเยอะ และเป็นโรงเรียนประจำที่จะได้กลับบ้านเดือนละครั้ง คิดว่าคงรู้สึกคิดถึงบ้านมาก แต่เมื่อได้โอกาสกลับมาเรียนอีกครั้ง ตนก็จะตั้งใจทำให้เต็มที่</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ฮูดอยบี-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" />นายฮูดอยบี  เหล่าเขตกิจ อายุ 17 ปี</pre>
<p><strong>นายชำนาญ เหล่าเขตกิจ บิดาของฮูดอยบี</strong> เผยว่า ตนเองทำงานกรีดยางและงานก่อสร้าง มีรายได้ไม่แน่นอน ช่วงที่ลูกออกจากโรงเรียนคือช่วงที่ตนว่างงานและไม่มีเงินจ่ายค่ารถรับจ้างไปโรงเรียนให้ ฮูดอยบีจึงตัดสินใจเลิกไปโรงเรียน สำหรับตนเองมองว่าอยากให้ลูกได้เรียนเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดีกว่าออกไปทำงานด้วยวุฒิแค่ ป.6</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9166" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ชำนาญ-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" />นายชำนาญ เหล่าเขตกิจ บิดาของฮูดอยบี</pre>
<p>“วันที่มีเจ้าหน้าที่มาหาที่บ้านเพื่อพาเขากลับไปเรียน เรายังคิดว่าให้ลูกได้กลับไปเรียน กศน. ได้ก็ดีใจมากแล้ว แต่นี่เขากำลังจะได้เรียนในรูปแบบโรงเรียนปกติ ได้ไปอยู่หอพักที่โรงเรียน ก็รู้สึกดีใจไปกับลูกด้วย เพราะถ้าได้กลับไปเรียนแล้วยังอยู่บ้าน สักวันก็จะมีปัญหาไม่มีค่ารถไปโรงเรียนเหมือนเดิมอีก แล้วการที่เขาได้อยู่ที่โรงเรียนคิดว่ามันดีกว่า เพราะจะได้ฝึกตัวเองให้มีกฎระเบียบ มีเพื่อน และน่าจะทำให้ตั้งใจกับบทเรียนได้มากขึ้น”บิดาของฮูดอยบี กล่าว</p>
<p><strong>นางพาตีเมาะ ดีรี ครู กศน. ในพื้นที่อำเภอรามัน</strong> เล่าว่า ตนได้ลงสำรวจในพื้นที่และพบว่าฮูดอยบี เป็นเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปีซึ่งตกหล่นจากระบบโรงเรียนเนื่องจากต้องออกจากโรงเรียนระหว่างเรียนชั้น ม.2 เมื่อได้พูดคุย ตัวเด็กบอกว่าทางบ้านไม่มีเงินจ่ายค่ารถโดยสาร จึงไม่สามารถไปโรงเรียนได้ และหยุดเรียนไปตั้งแต่นั้น จากนั้นเจ้าตัวต้องไปทำงานรับจ้างขึ้นต้นลองกองและเก็บยาง ได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 30 บาท ตนจึงได้เข้าไปคุยกับครอบครัวเพื่อหาทางช่วยเหลือให้ได้กลับไปเรียน ซึ่งทางบ้านของฮูดอยบีตอบรับโอกาสนี้ และสนับสนุนให้เด็กเข้าสู่ระบบโรงเรียนเต็มเวลา ซึ่งตนเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินงานเร่งด่วนเพราะหากรอให้ถึงอายุ 18 เด็กจะเข้าเรียนในการศึกษาแบบปกติได้ลำบาก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9167" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/พาตีเมาะ-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" />นางพาตีเมาะ ดีรี ครู กศน. ในพื้นที่อำเภอรามัน</p>
<p><strong>นางสาวนูรีฮา จิ อายุ 16 ปี จากอำเภอยะหา จังหวัดยะลา เป็นเด็กอีกหนึ่งคนที่จะได้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนที่สองนี้ นูรีฮาออกจากโรงเรียนกลางคันขณะอยู่ชั้น ม.1</strong> ด้วยเหตุที่ทางบ้านขาดเงินส่งเสียให้เรียนต่อ ด้วยสถานภาพครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกันและมีพี่น้องหลายคน นูรีฮาต้องออกหางานทำ โดยต้องเดินทางไป ๆ มา ๆ เพื่อรับจ้างเก็บยางที่ประเทศมาเลเซีย แต่ก็เป็นงานไม่ประจำ ช่วงไหนที่ไม่มีงานนูรีฮาจะอยู่บ้านช่วยพี่สาวขายลูกชิ้นปิ้งหน้าบ้าน มีรายได้ที่วันละประมาณ 50-100 บาท</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9168" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/นูรีฮา-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" />นางสาวนูรีฮา จิ อายุ 16 ปี</pre>
<p><strong>นายซูกอรนัย เจ๊ะหนิ ครูอาสาในพื้นที่อำเภอยะหา</strong> กล่าวว่า นูรีฮามีอยากเรียนหนังสือมาตลอด แต่ด้วยความที่ครอบครัวไม่มีรายได้ที่แน่นอน จึงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ระหว่างนั้นก็ต้องตระเวนตามผู้ปกครองไปช่วยทำงานเพื่อช่วยหารายได้เข้าบ้านอีกแรงหนึ่ง ขณะที่ตนมองว่านูรีฮายังอายุน้อย เพิ่งออกจากโรงเรียนมาไม่นาน คิดว่ายังสามารถกลับไปเรียนต่อและจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ในเบื้องต้น ประกอบกับที่มีความช่วยเหลือจาก กสศ. ผ่านทาง อบจ. ยะลา ที่มีโครงการค้นหาเด็กนอกระบบเพื่อนำกลับสู่ระบบการศึกษา ตนเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของเด็ก</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9169" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย.png" alt="" width="974" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย.png 974w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย-768x513.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ซูกอรนัย-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 974px) 100vw, 974px" />นายซูกอรนัย เจ๊ะหนิ ครูอาสาในพื้นที่อำเภอยะหา</pre>
<p>“นูรีฮาเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีมาตลอด ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหากต้องออกจากระบบการศึกษาไป หลังคุยกับครอบครัวจึงได้ส่งนูรีฮาเข้าโครงการคืนเด็กนอกระบบกลับสู่โรงเรียนของ กสศ. ซึ่งในตอนแรกเจ้าตัวยังไม่รู้ว่าตนเองจะได้เรียนในระบบแบบไหน แต่แค่รู้ว่าจะได้กลับมาเรียนอีกครั้ง เจ้าตัวก็ดีใจมาก ถึงวันนี้ถือว่าความตั้งใจของเจ้าตัวและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนได้บรรลุผลแล้ว เมื่อเด็กได้กลับมาเรียนอีกครั้งและกำลังจะไปโรงเรียนวันแรก” นายซูกอรนัย กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9171" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3.jpg" alt="" width="1313" height="876" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3.jpg 1313w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1313px) 100vw, 1313px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9172" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8.jpg" alt="" width="1313" height="876" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8.jpg 1313w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1313px) 100vw, 1313px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20provinces/">กสศ.ร่วม 20 จังหวัด พาเด็กนอกระบบกลับเข้าเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2019 10:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสายเด็ก เดอะ ฮับ]]></category>
		<category><![CDATA[the hub]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8621</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูเคยติดยางอมแงม ใช้ยาหนักมาก เรียกว่าอยู่กับยาตลอดเว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>“หนูเคยติดยางอมแงม ใช้ยาหนักมาก เรียกว่าอยู่กับยาตลอดเวลา เพื่อนๆ น้องๆ<br />
รอบตัวเราก็ใช้ยาเสพติดกันทุกคน ชีวิตวันๆ ก็เตร็ดเตร่อยู่ย่านนี้ นอนหอเพื่อนบ้าง บางทีหลับนอนอยู่แถวๆ<br />
นี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เราหนีจากบ้านมา มาเจอสภาพรอบตัวแบบนี้ ทุกคนเล่นยาเป็นเรื่องปกติ<br />
เพื่อนชวนเราก็ลอง จนติด ติดแล้วก็ไม่อยากทำอะไร คิดแต่จะเสพต่อไปเรื่อยๆ”</p></blockquote>
<p>ดาวหญิงสาววัย 21 ปี เล่าย้อนถึงเรื่องราวชีวิตเมื่อราว 3 ปีก่อน ครั้งที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ในย่านสถานีรถไฟหัวลำโพง กินอยู่หลับนอนที่นี่ ปล่อยคืนวันให้วนเวียนผ่านไปกับการใช้ยาเสพติด ซึ่งเธอบอกว่าเมื่ออยู่ในฤทธิ์ยาแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไร นอกจากพยายามหายามาเสพเพิ่ม ด้วยวิธีใดก็ได้</p>
<p>ดาว เล่าต่อไปว่า ตัวเองเป็นคนจังหวัดยะลา เรียนจบแค่ชั้น ป.6 วันหนึ่ง ดาวโกหกแม่เพื่อหาทางออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง มีเพื่อนมารับพาไปอยู่หอพักใกล้ๆ แล้วชีวิตก็หยุดอยู่ตรงนั้น แต่ละวันดำเนินซ้ำไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนเริ่มย้อนคิดถึงครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอีก 6 ชีวิต หลังพ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก แม่ต้องทำงานรับจ้างทำสวนทำไร่แลกค่าแรงน้อยนิดเลี้ยงดูน้องอีก 3 คน กับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวของดาวอีก 2 คน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8626" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217.jpg" alt="" width="2736" height="2052" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217.jpg 2736w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2736px) 100vw, 2736px" /></p>
<p>ตอนนั้นเองที่เธอเริ่มคิดถึงการเลิกยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ ดาวได้พบกับครูจากมูลนิธิสายเด็ก เดอะ ฮับ (the hub) ท่านหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้เธอนับถือเสมือนเป็น ‘แม่’ อีกคน นั่นเพราะความช่วยเหลือของครู ดาวจึงมีโอกาสได้กลับมาอยู่บนเส้นทางที่เธอรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยในชีวิตอีกครั้ง</p>
<blockquote><p>“วันหนึ่งเราคิดถึงแม่คิดถึงน้อง ๆ ที่บ้าน คิดว่าแม่ต้องส่งน้องเรียนแล้วยังต้องรับภาระดูแลหลานด้วย<br />
ตั้งแต่โตมาหนูก็เห็นแม่ดูแลลูก 5 คน ถึงวันนี้จะไม่ต้องเลี้ยงหนูกับพี่สาวแล้ว แต่ก็มีหลานมาเพิ่มอีก 2 คน ภาระก็ไม่ได้ลดลงไปเลย หนูก็มาคิดว่าเราเป็นลูกคนที่สอง โตแล้ว ชีวิตที่เป็นอยู่เล่นยาไปวันๆ มันก็เท่านั้น มีแต่ทรมานตัวเอง ยิ่งใช้ยาก็ยิ่งไม่กินข้าว ร่างกายก็ซูบผอม เพื่อนบางคนก็เป็นโรคเรื้องรังไม่หายเพราะใช้แต่ยาเสพติด ตอนนั้นเราตัดสินใจเลยว่าจะต้องทำงานส่งน้องๆ เรียนหนังสือ หาค่านมค่าแพมเพิสให้หลาน ช่วยแม่อีกแรงหนึ่ง”</p></blockquote>
<p>ว่าไปแล้ว เหมือนเป็นโชคดีของหนูที่ในวันที่เราคิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเอง เราได้เจอคนที่เขาให้โอกาสเรา มีครูจากมูลนิธิฯมาลงพื้นที่คุยกับพวกหนูที่หัวลำโพง หนูเลยตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง จากนั้นครูเขาก็ให้เราเข้าไปอยู่ที่มูลนิธิ ไปกินนอนอยู่ที่นั่น ช่วยงานด้านทำอาหารทำขนม เพราะเราพอมีความสามารถด้านนี้ ครูเขาช่วยให้เราเริ่มกลับมาดูแลตัวเอง หางานให้ทำ ส่งเสริมให้เรียน กศน. เพื่อให้ได้วุฒิ ม.3 จนตอนนี้เราพอตั้งหลักได้ มีเงินส่งเสียให้ทางบ้าน ได้ส่งน้องๆ เรียน แต่หนูก็ยังช่วยงานของมูลนิธิทุกครั้งที่มีโอกาส</p>
<blockquote><p>“ครอบครัวหนูมีพื้นฐานด้านการทำอาหาร เราทำขนมได้ ทำเค้ก คุกกี้ ทำอาหารไทย สเต็กก็ทำได้ ครูเขาเห็นเราเก่งด้านนี้เขาเลยฝากงานให้เราทำร้านอาหาร ทำอยู่สองที่เป็นเชฟเลย ได้ทำอาหารอยู่หน้าเตาตลอด แต่งานร้านอาหารเป็นงานที่หนัก หนูต้องเข้างานหกโมงเช้าเลิกสี่ทุ่ม เดือนหนึ่งได้หยุดแค่สี่วัน หนูเคยทำงานหนักมากๆ จนวูบไปหน้าเตา ก็เอาเรื่องไปปรึกษาครู เขาก็แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปทำงานสายอื่น”</p></blockquote>
<p>ดาว เล่าต่อไปว่า ครูเขาฝากเราให้ทำงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จนตอนนี้ได้ตำแหน่งเป็นแคชเชียร์อยู่ที่ปั๊มยี่ห้อหนึ่ง แถวสามย่าน ได้บรรจุแล้ว หนูตั้งใจทำงานมาก ตอนแรกมีหน้าที่เติมน้ำมันเราก็เติมไม่เคยพลาด ทางผู้จัดการเขาเห็นความตั้งใจเขาก็สนับสนุนเรา แล้วทางปั๊มเขามีทุนให้พนักงานได้เรียนต่อ เขาส่งเสริมด้านการศึกษา ตอนนี้เราก็มุ่งมั่นเรียน กศน. ให้ได้วุฒิ ม.3 ก่อน เราไปเรียนเต็มเวลาไม่ได้ มันไม่มีเวลาพัก เรียน กศน. เหมาะกับเรามากกว่า เราชอบทำงาน ภูมิใจที่ทุกวันนี้น้องสามคนได้เรียนหนังสือทุกคนด้วยเงินที่เราส่งไปให้</p>
<p>ดาวเป็นหนึ่งในเด็กเร่ร่อนต้นแบบที่หลุดพ้นจากชีวิตข้างถนนย่านหัวลำโพง ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและสามารถทำงานส่งเสียตัวเองและครอบครัวได้ ทุกวันนี้ ดาวยังเป็นจิตอาสา รับหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ ให้คำแนะนำ และปลูกฝังเด็กเร่ร่อนคนอื่นๆ ย่านหัวลำโพงให้มองเห็นข้อดีของการศึกษาหรือการฝึกทักษะอาชีพ เข้าไปสอนน้องๆ ในสถานพินิจ ชี้ให้เห็นพิษภัยของยาเสพติด ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในกลุ่มเด็กเร่ร่อน</p>
<p>โดย ดาวบอกว่า เธอเป็นอดีตเด็กเร่ร่อนคนหนึ่งที่โชคดีได้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ขณะที่ยังมีเพื่อนๆ และน้องๆ อีกมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยสังคมรอบด้าน พวกเขาอยากมีที่พัก อยากได้อาหาร อยากได้เรียนหรือทำงาน แต่ไม่มีโอกาส</p>
<p>ทั้งหมดจึงนำไปสู่ความร่วมมือจาก 5 หน่วยงาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน และสมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต เกิดเป็นโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม. ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่</p>
<p>โดยมุ่งค้นหาเด็กเร่ร่อนที่มีจำนวนมากกว่า 3 หมื่นคนใน กทม. เพื่อนำมาช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ จัดการศึกษาหารูปแบบที่เหมาะสมให้แต่ละคนได้เรียนหรือฝึกอาชีพ รวมถึงเสริมศักยภาพเด็กและครอบครัวให้มีกิจกรรมเสริมรายได้หรืออาชีพทางเลือกที่เหมาะสมตามวัย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8628" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648.jpg" alt="" width="2736" height="2052" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648.jpg 2736w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2736px) 100vw, 2736px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/children-in-street/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2019 08:11:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธร เลิศสุริยะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[กนกวรรณ วิลาวัลย์]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8157</guid>

					<description><![CDATA[<p>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/children-in-street/">5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8160" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<blockquote><p>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนใน กทม.ที่มีจำนวนกว่า3หมื่นคน โดยใช้ความร่วมมือจาก ครูกสศ.ครู กทม.และครูอาสา ร่วมมือค้นหาเด็กบนท้องถนน เพื่อคืนโอกาสทางการศึกษาหรือพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ให้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 ที่ห้องจูปีเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 4 กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดตัวโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่</p>
<p>นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) กล่าวว่า โครงการเด็กบนท้องถนน หรือ Children in Street เป็นโครงการสำรวจเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่ กทม. โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน. ในแขวงต่างๆ ซึ่งมีจำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้กลไกของ กสศ. มาบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่างๆ ของกระทรวงศึกษาในทุกระดับการศึกษา เมื่อทราบตัวเลขและตัวตนเด็กกลุ่มนี้ที่ชัดเจน จะได้เร่งหามาตรการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ โดยไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา ปัจจุบันคาดว่าประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาอยู่นับหลายแสนราย โดยมีเด็กบนท้องถนนประมาณ 30,000 คน กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกทม. เป็นเมืองที่มีเด็กข้างถนนกระจุกตัวอยู่มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8161" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ.ได้แสวงหาความร่วมมือและพัฒนาข้อมูล/ความรู้เพื่อดูแลเด็กบนท้องถนน เพื่อสนับสนุน ศธ. กทม. และองค์กรหลักที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและส่งต่อความช่วยเหลือ ก่อนขยายผลสู่ความยั่งยืน ที่ผ่านมา กสศ.ได้ริเริ่มโครงการเสริมความพร้อมส่งน้องไปโรงเรียน เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่พักอาศัยบริเวณริมทางรถไฟยมราชและใช้ชีวิตบนถนน เช่น ขายมาลัยตามสี่แยก หรือ ขอทานบนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 81 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการกลับไปสู่โรงเรียนของเด็กกลุ่มนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ที่มีแนวโน้มจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม. โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือและกลไกปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน เพื่อยกระดับให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p>
<blockquote><p>&#8220;จะทำการสำรวจค้นหาเด็กและเยาวชนที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน โดยใช้เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน ครู กศน. และครูอาสา ซึ่งจะร่วมกันทำการสำรวจ พื้นที่จุดเสี่ยงใน กทม. เพื่อให้ทราบความต้องการและข้อจำกัดของครอบครัว ที่เป็นต้นเหตุของการออกมาใช้ชีวิตหรือทำงานบนท้องถนน ซึ่งจะนำไปสู่การให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความถนัดและศักยภาพเป็นรายบุคคล เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาชีพและครอบครัวในอนาคต รวมทั้งเสริมศักยภาพเด็กและครอบครัวให้มีกิจกรรมเสริมรายได้หรืออาชีพทางเลือกที่เหมาะสมตามวัย ไม่มีความเสี่ยง ช่วยลดอุปสรรคในการไปโรงเรียนจากความยากจน และสามารถสร้างรายได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้” นายพัฒนะพงษ์กล่าว</p></blockquote>
<p>นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ประธานเครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อนและผู้รับผิดชอบโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม. กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความต้องการที่จะทราบจำนวนของเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนน ในพื้นที่ กทม. ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ นำตัวเลขและรูปแบบปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่มาออกแบบวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ ครูกศน. ในกทม. ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 700 คนเป็นผู้สำรวจ และบันทึกข้อมูลโดยใช้ Google Form หรือแบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน ในการสำรวจพร้อมทั้งสรุปและประเมินสถานการณ์ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ไหนบ้างที่เด็กๆ ไปรวมกลุ่มกัน หรือจุดไหนที่เด็กไปใช้ชีวิตบนท้องถนน ก่อนนำมาสรุปพูดคุยกันในเครือข่ายหน่วยงานต่างๆ ซึ่งดูแลเด็กกลุ่มนี้ วางแผนการดูแล หากพื้นที่ไหน ไม่มีใคร หรือไม่มีกำลังดูแล ก็จะวางแผนให้ ครูกศน.ที่มีจิตอาสาใน กทม.เข้าไปประสานดูแล พร้อมทั้งวางแผนศึกษาข้อมูลเชิงลึกกับเด็กกลุ่มนี้ หารูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมให้พวกเขากลับเข้าสู่โอกาสทางการศึกษาต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8162" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/children-in-street/">5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2019 09:21:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การช่วยเหลือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนกร นิโรรัม]]></category>
		<category><![CDATA[วาริน ชุมสาย ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไร้…ได้เรียน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[Save the Children]]></category>
		<category><![CDATA[#iWasHere]]></category>
		<category><![CDATA[สยามแสควร์วัน]]></category>
		<category><![CDATA[อพม.]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8046</guid>

					<description><![CDATA[<p>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8049" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน กสศ.พร้อมช่วย 5,000 คนแรก หลังพบปี 62 มีเด็กนอกระบบมากกว่า 8 แสนคนใน 20 จังหวัดนำร่อง ชวนสังคมไทยร่วมบริจาค ช่วยเด็กๆหลุดพ้นจาก 3 วงจรเสี่ยง งานอันตราย รายได้ต่ำ –ค้าประเวณี-ยุวอาชญากร</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่สยามแสควร์วัน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และภาคีเครือข่าย 20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เปิดตัวโครงการรณรงค์ “เด็กไร้…ได้เรียน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อค้นหา ช่วยเหลือเด็กนอกระบบให้มีโอกาสกลับมาในเส้นทางการศึกษาอีกครั้ง</p>
<p>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กสศ. และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนนอกระบบจะติดกับดักชีวิตที่เรียกว่า โง่ จน เจ็บ เป็นวงจรจากรุ่นสู่รุ่น ถูกสังคมมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดด้วยอคติเชิงลบ เส้นทางชีวิตของเด็กและเยาวชนจะเป็นศูนย์หรือติดลบทันที เมื่อหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่วงจรสังคมสีเทาที่อันตราย 3 เรื่องสำคัญ 1.เส้นทางแรงงานนอกระบบ มีรายได้ต่ำ ถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ 2.เส้นทางของการค้าประเวณี โดยเฉพาะ เด็กผู้หญิง 3.เส้นทางยุวอาชญากร ตกอยู่ในวังวนยาเสพติด เป็นเด็กเดินยา ลักเล็กขโมย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8050" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>“ถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไป อย่างไม่สนใจ ผลักไสให้พวกเขาไปอยู่ด้านมืดของสังคม ในที่สุดผลเสียจะเกิดแก่สังคม และประเทศชาติ ทั้งที่เด็กนอกระบบจำนวนมาก มีต้นทุนของความใฝ่ดี มีความอดทน ความกตัญญูกตเวที มองเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ไม่มีโอกาส ดังนั้นสิ่งที่สังคมไทยควรเรียนรู้ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อเด็กนอกระบบใหม่ ช่วยกันเยียวยาชีวิต ให้โอกาส รวมถึงช่วยกันสมทบความช่วยเหลือเพื่อสร้างคน ให้ชีวิตใหม่ต่อยอดอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว</p></blockquote>
<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า กสศ.ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และเครือข่าย 20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา ดำเนินโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระดมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอายุระหว่าง 2-21 ปี โดยทั้ง20 จังหวัดจะใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศเชื่อมฐานทะเบียนราษฎร์กระทรวงมหาดไทย กับข้อมูลเด็กปฐมวัยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และข้อมูลเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษาจาก กศน. เพื่อคัดกรองรายชื่อเด็กเยาวชนนอกระบบให้เป็นปัจจุบันที่สุด</p>
<p>ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มาจากความร่วมมือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กศน. ท้องถิ่นจังหวัดและภาคีอีก 20 จังหวัด ทำให้ทราบว่าในเบื้องต้นจนถึงช่วงเดือน กันยายน 2562 พบข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบที่มีอายุระหว่าง 2-21 ปี เฉพาะใน 20 จังหวัด มีจำนวน 867,242 คน แบ่งเป็น เด็กปฐมวัยช่วงอายุ 2-6 ปี จำนวน 242,002 คน ช่วงอายุ 7-17 ปี จำนวน 177,383 คน และอายุระหว่าง 18-21 ปี จำนวน 447,846 คน สำหรับตัวเลขเด็กและเยาวชนนอกระบบรายจังหวัด เช่น นครราชสีมา 116,422 คน อุบลราชธานี 95,613 คน เชียงใหม่ 92,525 คน ขอนแก่น 78,977 คน สุราษฎร์ธานี 59,261 คน มหาสารคาม 45,103 คน กาญจนบุรี 43,914 คน พิษณุโลก 36,904 คน ยะลา 34,991 คน เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8051" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ซึ่งทั้ง 20 จังหวัด จะใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำงาน แต่ละจังหวัดจะนำรายชื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบเหล่านี้ พร้อมระดมสรรพกำลัง เช่น กศน.จังหวัด อพม. อาสาสมัคร ออกไปค้นหา สำรวจให้พบตัวเด็ก โดยมี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นจุดแรกรับช่วยเหลือ หลังจากนั้นทีมสหวิชาชีพจะวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกเป็นรายบุคคลเพื่อทำแผนดูแลเด็กเป็นรายกรณีด้วยแนวทางที่มีความยืดหยุ่น โดยมี ท้องถิ่น/ท้องที่ ประชาสังคม องค์กรเอกชน มูลนิธิต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย มีเป้าหมายเพื่อส่งต่อ ให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป</p>
<p>“เด็กและเยาวชนนอกระบบเป็นกลุ่มเปราะบาง การกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โรงเรียนเองก็จะต้อง<br />
ปรับการเรียนการสอนให้มีความพร้อมที่จะรองรับ มีระบบแนะแนว เพื่อไม่ให้หลุดออกจากระบบซ้ำอีก สำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพหรือมีข้อจำกัด ก็จะมีทางเลือกอื่นๆที่มีความยืดหยุ่นตามสภาพปัญหาของเด็กแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ทางกศน.จะมีบทบาทสำคัญมากในการจัดโปรแกรมการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาเด็กต่อไป ทั้งนี้ในปี 2562 กสศ.ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเด็กนอกระบบกลุ่มแรกจำนวน 5,000 คนๆ ละ 4,000 บาท แต่ในขณะที่ขนาดของปัญหานี้ มีเด็กและเยาวชนเป้าหมาย เป็นหลักแสนหรืออาจถึงหลักล้าน กสศ.ร่วมกับ 20 จังหวัดจึงขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนต่างๆในสังคมร่วมบริจาคในโครงการ “ล้านคน ล้านใจ ร่วมบริจาคกับกสศ. ให้โอกาสเด็กไร้&#8230;ได้เรียน”โดยสามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2เท่าได้อัตโนมัติที่ <a href="https://donate.eef.or.th/main-donate?fbclid=IwAR2fT-MRl4VU2QSrCaTDOHDS3rMMO75wrZsGng_G-vzRbmMBMooAQPKoOVI" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;-U&quot;}" data-lynx-mode="async" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fdonate.eef.or.th%2Fmain-donate%3Ffbclid%3DIwAR2fT-MRl4VU2QSrCaTDOHDS3rMMO75wrZsGng_G-vzRbmMBMooAQPKoOVI&amp;h=AT1QR-m9f9TeXti9d3DoeYv_5iPP2NGQzeCCdzozXZbWXqsx4JSe-aKnZCVvr5hAfOHQnLjdSM2gI1QWFjjF-s-e618TsnWLbxGI9Kye4Zq58mXGApltd9RVtNW_u03ES0bbW7_p4R3lpOl9mqCRHDGbguX0YJ11nGK9nNjVHCBs19euxfe_ELVTFkm_6dG0NskfJ2778s1DpsF7PGnoHoffl5Jej-7P_sgharSraxa9MMelhcMkSESPkFcn2Z7qDJuX0rSljtB1sKeZaUzwYtlw5AaO97TJF8L_w68Fh6EvcE6qX2NxLOaH1q_rdI4YsWA0msq9P0z3jGQzUiz98rt10ERsdFMaR8XYivyhhZHly4Qhb4DURBXK03r5dDOaOLwZobQrg72oNlu3NsWq_RbxYe4VWuCy2U0l7ufQi9uJdYaMrPHTgcxfYRax3XgfWw8RLhgHVmR62HinDMDLOzd0dbiFXLzPhLpIRYjfRcxZtsbYT4y6VRWIbW7BxCUnuEV_94nC21nOWtpN_xecHQSgm-rLL2bOL94K_MKiqLnRd6UEMqPV-ZR-fVP6QhDDV77UQK38FveGAuk7a4QL_qmKh2RroIaR5VW4MLOeVx8KhP8i7ymNB0UK-0Z6P_M8eA9BcWE">https://donate.eef.or.th/main-donate</a> หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 079-5475” ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ.</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8052" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>นางวาริน ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการ องค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า แม้เด็กๆ ส่วนใหญ่ ในประเทศไทยในปัจจุบัน จะอยู่ดีกินดี มีการศึกษาที่ดี กว่าเด็กๆ ในอดีต แต่ก็ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังถูกมองข้าม อาทิ เด็กยากจน เด็กที่มีสภาพบกพร่องทางร่างกาย เด็กชนกุล่มน้อย เด็กไร้รัฐ และเด็กต่างด้าว จึงนับว่าเป็นปัญหาที่น่าวิตก และนั่นเป็นเหตุผลที่องค์การช่วยเหลือเด็ก ได้พยายามรณรงค์ เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนในประเทศไทย สามารถเข้าเรียน และพัฒนา อย่างเสมอภาค ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์ มีภูมิหลัง หรือสัญชาติใด ๆ</p>
<blockquote><p>&#8220;เด็กทุกคนล้วนมีสิทธิในการเข้าเรียน ได้รับการศึกษา เพื่อเป็นรากฐานพัฒนาการที่แข็งแรง และสุขภาวะในวัยเด็ก หากเด็ก ไม่สามารถเรียนรู้ ไม่ว่าจะมาเป็นเพราะขาดเอกสารสำคัญ มีทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ หรือการที่พวกเขาต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร เช่นในกรณีพ่อแม่วัยใส และนี่คือสาเหตุสำคัญของความร่วมมือระหว่าง กสศ. องค์การช่วยเหลือเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้เด็กทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างไม่ตกหล่น” นางวารินกล่าว</p></blockquote>
<p>น้องธนกร นิโรรัม หรือ &#8216;อ๋า&#8217; เด็กนอกระบบการศึกษา จาก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ผมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนระหว่างอยู่ชั้น ม. 1 เพื่อไปทำงาน รับจ้างเป็นเด็กยกเครื่องเสียงให้กับวงหมอลำที่อยู่ในหมู่บ้านตระเวนรับงานตามงานวัดงานบวชต่างๆ รายได้จากงานรับจ้างที่ไม่แน่นอน เงินที่ได้ นำไปช่วยจุนเจือครอบครัว ตอนที่ต้องออกจากโรงเรียน ผมยังหวังว่าจะได้กลับไปเรียนเสมอ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เรียนก็อยากเรียนให้จบเหมือนเพื่อน</p>
<blockquote><p>“เชื่อว่าคนอื่นๆที่เป็นเหมือนผมหลายคนอยากจะกลับไปเรียน ไม่มีใครอยากทิ้งอนาคต และผมอยากให้คนอื่นมองเห็นคุณค่าในตัวพวกผม ให้สังคมเข้าใจว่าพวกเราไม่ได้อยากหยุดเรียนขอเพียงทุกคนให้โอกาสพวกเรา และอยากจะบอกไปถึงเพื่อนๆทุกคนที่เป็นเหมือนผมให้ลุกขึ้นมาสู้ มีกำลังใจ อย่ายอมแพ้ อนาคตผมฝันแล้วว่าถ้าหากได้กลับเข้ามาเรียนอีกผมจะสอบเป็นทหาร หาเงินมาดูแลครอบครัว” น้องธนกรกล่าว</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8053" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>สำหรับโครงการนี้ยังได้ระดมพลังศิลปิน Graffiti ชั้นนำของเมืองไทยกว่า 20 ชีวิต ร่วมสร้างผลงานกราฟฟิตี้ภาพชีวิต <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/iwashere?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARDtjpIDcFhzjF5otes9-QJNPuTk3bJwrXwPPb5uoBba0nkmBLldRRh-7Wn7IdmmdfFtxESQKH1-4wYA_Reahi7FGyyMWo0wneWkN3jEdkOhuToOLFQ5B75A4A3GM2cTKpIGaOoTaYABXXjeF7_GTVdslzCvxohZepfw_LBOOQ46R6W7RL9m4-JkvHv5Fp2XjYfnWicu7f65cJBuuB2-T96WoP-Zm_RQxJ92hFNkeY6EZ2hhRwCD2gJ0Z4zeVld0YOQJZrRknGEJaxVf150St2qLJqDBiejS-2OO0vuK_7q0NsrzjZh_cBn_w7z4rOGjLEJGWM9MIRb-muS92JbwFkAZ4A&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">iWasHere</span></span></a> (ฉันเคยอยู่ตรงนี้) ถ่ายทอดเรื่องราว การมีอยู่ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เพื่อเป็นการบันทึกว่าครั้งหนึ่ง เคยมีเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากระบบการศึกษา และใช้ชีวิตเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยปรากฎตามกำแพงสำคัญๆใน 20 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา อีกด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
