<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Dec 2020 11:26:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความร่วมมือช่วยได้เด็กมากกว่า 9 แสนคนฝ่าวิกฤต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-02-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2020 11:26:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[ณพล เพ็ชราภรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24545</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ. และกสศ. พบผลสัมฤทธิ์จากเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ส่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-02-12-20/">ความร่วมมือช่วยได้เด็กมากกว่า 9 แสนคนฝ่าวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24547" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #008000;">สพฐ. และกสศ. พบผลสัมฤทธิ์จากเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ส่งผลให้นักเรียนมาโรงเรียนเพิ่มขึ้น มีน้ำหนัก ส่วนสูง และคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้านสพฐ.เผยผลงานวิจัยของกสศ.เป็นส่วนสำคัญช่วยงานสพฐ. เข้าถึงนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่ธนาคารกรุงไทยพร้อมเปิดบัญชี 0 บาท ให้นร.ทุนเสมอภาค พร้อมรับโอนเงินตรงจาก กสศ. ผ่านระบบ PromptPay โดยไม่เสียค่าเปิดและรักษาบัญชี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงานการขอรับเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ให้แก่เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต และครูโรงเรียนในสังกัด สพฐ.กว่า 27,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านระบบ Teleconference </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า  ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ที่ผ่านมา สพฐ. ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และได้รับความร่วมมือจากเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครูผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จำนวนกว่า 4 แสนคน ระดมความร่วมมือช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แม้ต้องดำเนินการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ตาม ทำให้ สพฐ.มีเครื่องมือการคัดกรองและฐานข้อมูลเพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนได้จำนวนกว่า 1.8 ล้านคน รวมทั้งได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจาก กสศ.อีกคนละ 3,000 บาท/คน/ปี จำนวน 968,139 คน ครอบคลุมโรงเรียน 27,871 โรงเรียน ทั้งนี้ในภาคเรียนที่ 1/2563 มีสถานศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง ที่ดำเนินการรับรองข้อมูลนักเรียนเพื่อขอรับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขไม่ทันตามกำหนดเวลา ส่งผลให้นักเรียนเสียสิทธิ์ ดังนั้นขอความร่วมมือเขตพื้นที่การศึกษาช่วยกำกับติดตามให้สถานศึกษาที่ดำเนินการรับรองข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนในภาคเรียนนี้อีกครั้ง</span></p>
<figure id="attachment_24548" aria-describedby="caption-attachment-24548" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-24548 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-24548" class="wp-caption-text">(ซ้าย) ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ สพฐ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาธิการ สพฐ. กล่าวว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สพฐ.และ กสศ.พบว่าจุดที่จะต้องเร่งรัดให้สถานศึกษาดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขของ กสศ. คือ เรื่องการติดตามการบันทึกใบสำคัญรับเงิน (นร.06) กรณีที่นักเรียนรับเงินสดผ่านสถานศึกษา  การใช้จ่ายเงินในส่วนของสถานที่คงเหลือ รวมไปถึงการบันทึกเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนฯ คือ การบันทึกการมาเรียน และน้ำหนักส่วนสูง จึงขอความร่วมมือในการติดตามของเขตพื้นที่อีกครั้ง ในภาคเรียนที่ 2/2563 สพฐ. และ กสศ. ได้ขยายผลพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล ระหว่างระบบ DMC ของ สพฐ. และ ระบบ CCT ของ กสศ. เพื่อตรวจสอบข้อมูลและการปรับปรุงข้อมูลนักเรียนให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบันและตรวจสอบได้ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ยังบูรณาการการเยี่ยมบ้านซึ่งเป็นนโยบายของ สพฐ. ที่ให้ครูได้เยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน 100% โดยต่อจากนี้ไปครูทุกคนจะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านก็สามารถทำงานทั้งระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนได้พร้อมกันในครั้งเดียว เพื่อลดภาระการทำงานด้านข้อมูลของครู คืนเวลาครู</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สู่ห้องเรียนอย่างเต็มที่ โดยปรับปฏิทินการเยี่ยมบ้านเป็นช่วงเวลาเดียวกันและพัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนนำร่อง เพื่อขยายผลต่อในอนาคต  พัฒนากลไกเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขตพื้นที่เพื่อส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งการติดตามสถานศึกษา โดยใช้ แอปพลิเคชัน CCT MONITOR ติดตามการตรวจสอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาธิการ สพฐ. กล่าวด้วยว่า ท่านเลขาสพฐ.เน้นย้ำว่าการสร้างคุณภาพให้กับนักเรียน ต้องสร้างโอกาสให้กับเด็กก่อน ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินเรื่องที่อยู่อาศัย รวมถึงสุขภาพของเด็ก การประชุมครั้งนี้จึงได้เน้นย้ำให้โรงเรียนในสังกัดดูเรื่องดังกล่าวเป็นพิเศษ หากเด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเรียนที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นตามมา จึงจำเป็นต้องใส่ใจดูแลบูรณาการควบคู่กันไป สพฐ.ต้องขอบคุณ กสศ.และเขตพื้นที่การศึกษา ที่สำคัญต้องขอบคุณครูที่รับผิดชอบโครงการ ที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท ตั้งใจทำงานเห็นได้จากการคัดครองนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาคจนมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่วันนี้ทุกฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับนักเรียนกลุ่มนี้ และร่วมหาทางช่วยเหลือให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการช่วยกันป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบและช่วยให้เด็กได้ศึกษาต่ออย่างมีคุณภาพ</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24549" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความร่วมมือกันระหว่างสพฐ.และกสศ.ในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก เห็นได้จากสถิติตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ในปี 2561 คัดกรองนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 4 แสนกว่าราย และเพิ่มเป็น 9.8 แสนรายในปี 2563 นอกจากนี้ผลสัมฤทธิ์จากเงินอุดหนุนดังกล่าว ส่งผลให้นักเรียนมาเรียนเพิ่มขึ้น มีน้ำหนัก ส่วนสูงและคุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามผลงานวิจัยของกสศ.เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนางานของสพฐ. อาทิ กระบวนการคัดกรอง กระบวนการตรวจสอบเด็กนักเรียน ระบบติดตามกำกับช่วยเหลือ การวางแผนการช่วยเหลือเด็ก เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้สพฐ.เข้าถึงนักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง” รองเลขาธิการ สพฐ.กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ. ได้ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบจากสถานการณ์โควิท-19 ต่อครัวเรือนนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาคมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน เมษายน ที่ผ่านมา และได้มีการปรับปรุงรูปแบบการทำงาน และกระบวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์</span><span style="font-weight: 400;">โควิท-19 อย่างต่อเนื่อง โดยกสศ. ได้ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อสามารถจัดสรรค่าอาหารกลางวันฉุกเฉินให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเปิดเทอมช่วงเดือน พ.ค. &#8211; ก.ค. ที่ผ่านมา และจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดจากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของครูทั่วประเทศในช่วงเดือน ก.ค. &#8211; ส.ค. ที่ผ่านมาที่พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนต่อวันของครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาคลดลงเหลือเพียงวันละ 36 บาท และมีอัตราการว่างงานเฉลี่ยในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 44 เป็นร้อยละ 73 </span><span style="font-weight: 400;">กสศ. จึงปรับรูปแบบการจัดสรรทุนเสมอภาคเป็นการจ่ายตรงเป็นเงินค่าครองชีพทางการศึกษาตรงไปยังครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาค 2,000 บาท เพิ่มขึ้นจากอัตราปกติมากกว่าร้อยละ 30 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในยามวิกฤตนี้ และช่วยป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของนักเรียนทุนเสมอภาค โดยในปีการศึกษา 2/2563 นี้ ทาง กสศ. จะจัดสรรทุนเสมอภาคในส่วนที่เหลืออีก 1,000 บาทตรงให้แก่ครอบครัวนักเรียนทุนเสมอภาคเช่นเดิม โดยส่งเสริมให้ผู้ปกครองเปิดบัญชี 0 บาทร่วมกับธนาคารที่ให้การสนับสนุน สพฐ. และ กสศ. 3 ธนาคารได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกสาขาทั่วประเทศ </span></p>
<figure id="attachment_24550" aria-describedby="caption-attachment-24550" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24550 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-24550" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับสถานศึกษาที่รับรองข้อมูลนักเรียนไม่ทันตามกำหนดระยะเวลา สามารถดำเนินการได้ในช่วงเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2/2563 เมื่อผ่านกระบวนการรับรองตามเวลาที่กำหนด จะได้รับเงินอุดหนุนทันในภาคเรียนที่ 2 อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในเทอม 2 นี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะยังส่งผลกระทบต่อสมาชิกในครอบครัวของนักเรียนที่ด้อยโอกาส ทำให้เกิดสถานะความยากจนที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ดังนั้น กสศ.พร้อมดูแลเยียวยานักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว และขอให้ครูรีบส่งข้อมูลเข้ามาขอรับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขได้ภายในเทอม 2 นี้” รองผู้จัดการกสศ. กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณพล เพ็ชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายราชการสัมพันธ์ 2 ธนาคารกรุงไทย  กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมสนับสนุนการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขของ กสศ. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสตามโครงการของกสศ. ด้วยการยกเว้นค่ารักษาบัญชีธนาคารให้กับเด็กที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังมีการเปิดบัญชี 0 บาท โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม พร้อมพัฒนาระบบของธนาคารที่สามารถเช็ค System ID เพื่อดูสถานะการโอนเงินให้ถูกต้องตามบัญชีและตัวบุคคล ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยลดขั้นตอนการรับเงินช่วยเหลือเด็ก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญช่วยลดภาระการทำงานของคุณครูและเด็กจะได้รับเงินอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ชั่วโมงด้วย ในอนาคตหาก กสศ. </span><span style="font-weight: 400;">มีโครงการอื่นๆที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน ทางธนาคารกรุงไทยยินดีเข้าร่วมโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกดังกล่าวต่อไป </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-02-12-20/">ความร่วมมือช่วยได้เด็กมากกว่า 9 แสนคนฝ่าวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2020 04:11:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[Global Education Monitoring Report]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ]]></category>
		<category><![CDATA[ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion and Education: All Means all]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์]]></category>
		<category><![CDATA[กัญภัค อยู่สุข]]></category>
		<category><![CDATA[โอปอ ศรีสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสายเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21566</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (Global Education M [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/">การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (</span><span style="font-weight: 400;">Global Education Monitoring Report</span><span style="font-weight: 400;">) ประจำปี </span><span style="font-weight: 400;">2563 </span><span style="font-weight: 400;">โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เรื่อง</span> <span style="color: #008000;">‘ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน’</span> <span style="font-weight: 400;">(</span><span style="font-weight: 400;">Inclusion and Education: All Means all</span><span style="font-weight: 400;">) ซึ่ง</span><span style="color: #008000;">มีสาระสำคัญในการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับผู้ที่ตกหล่นจากการศึกษา และสร้างความเข้าใจและความเคารพในแนวคิดเรื่อง ‘การศึกษาที่ครอบคลุม’ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคคลตามความถนัดและความจำเป็นบนแนวทางที่หลากหลาย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21553" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำสู่การเสวนาเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">โอกาส ความท้าทาย และความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบครอบคลุมในประเทศไทย</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">โดยหลายภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการศึกษา ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานระหว่างองค์กร และมองถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสร้างแนวทางการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมของประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า งานของกระทรวงมหาดไทย คือการจัดการศึกษาท้องถิ่นโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมและปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประมาณ 18,000 ศูนย์ ที่รองรับการดูแลเด็กปฐมวัยให้ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการ ดูแลด้านความปลอดภัยยามที่ผู้ปกครองต้องออกไปทำงาน และยังมีนโยบายให้เด็กได้รับอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในสังกัดราว 20,000 โรงเรียน ที่รวมถึงการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และโรงเรียนกีฬา เพื่อตอบโจทย์ด้านความหลากหลายทางการศึกษาของผู้เรียน”</span></p>
<figure id="attachment_21622" aria-describedby="caption-attachment-21622" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21622 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21622" class="wp-caption-text">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="color: #008000;">การจัดการศึกษาส่วนท้องถิ่นจะกระจายตัวในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดูแลการศึกษาทุกระดับ มีการร่วมงานกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในการจัดระบบการศึกษาที่รองรับทั้งเด็กนักเรียนทั่วไปและเด็กพิเศษ รวมถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาร่วมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในภารกิจการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เราไม่สามารถขาดหน่วยงานใดไปได้ ด้วยปัญหาที่มีมิติหลากหลาย โดยจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนราว 2,000,000 คน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของนักเรียนทั้งหมด มีตัวเลขของเด็กที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับกว่า 400,000 คน มีเด็กเยาวชนพิการที่ไม่ได้รับการศึกษาอีกประมาณ 60% นอกจากนี้ สถานการณ์ COVID-19 ยังทำให้ตัวเลขเด็กนักเรียนยากจนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300,000 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของ กสศ. คือหน้าที่ในการดูแลเด็กยากจนทั้งในและนอกระบบการศึกษา เด็กปฐมวัย และแรงงานด้อยโอกาส โดยปัจจุบัน กสศ. มีเด็กยากจนด้อยโอกาสในความดูแลประมาณ 800,000 คน ซึ่งคิดเป็น 20% จากจำนวนเด็กด้อยโอกาสทั้งหมด 4,000,000 กว่าคนทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณราว 1 ใน 5 ของการประมาณการการพัฒนาเพื่อการศึกษา</span></p>
<figure id="attachment_21624" aria-describedby="caption-attachment-21624" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21624 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21624" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีเด็กด้อยโอกาสมากกว่า 1 ประเภทต่อ 1 คน จากที่มีนักเรียนประมาณ 90,000 คน ได้รับทั้งเงินอุดหนุนยากจนพิเศษและเป็นเด็กพิการที่อยู่ในระบบการศึกษา โดย</span><span style="color: #008000;"> กสศ. จะดูแลเด็กด้อยโอกาสทุกประเภท บนหลักการการจัดสรรทรัพยากรและสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ไปถึงศักยภาพสูงสุด ผ่านการทำความเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนต้องการการสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน แล้วจึงมอบความช่วยเหลือตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ กสศ. ทำอยู่ คือการสร้าง Big Data ที่ชื่อว่าระบบ iSEE ซึ่งรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองความด้อยโอกาสต่างๆ เพื่อช่วยในการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการรายบุคคลได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังเกิดสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้หมายถึงระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร สถาบันครอบครัว ความปลอดภัยในการเดินทางของเด็ก ความพร้อมของชุมชน ท้องถิ่น และความพร้อมของสถานศึกษาและครู ซึ่งทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">5</span><span style="font-weight: 400;"> มิตินี้ คือระบบความคุ้มครองทางการศึกษาและความคุ้มครองทางสังคม ดังนั้น คำว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดหมายถึงทุกคน</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">นั้นหมายถึงว่าเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">กิจ</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ของทุกคนในสังคมไทย โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่นอกภาคการศึกษา ที่จะต้องช่วยกันทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้จริงๆ”</span></p>
<figure id="attachment_21625" aria-describedby="caption-attachment-21625" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21625 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21625" class="wp-caption-text">ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการว่า จากประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้ให้บริการแก่คนพิการ พบว่า การจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการจะต้องมีการดูแลและมีอุปกรณ์ช่วยเรียนที่เหมาะสม รวมถึงบุคลากรทั้งด้านสาธารณสุขและระบบการศึกษา ที่ต้องประสานส่งต่องานระหว่างกัน มีศูนย์บริการสำหรับการศึกษาผู้พิการ มีห้องสอนเสริมที่รองรับความพิการประเภทต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้ในภาคนโยบายได้มี พรบ. ที่กำหนดเรื่องสิทธิ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการที่ประเทศไทยมีพันธะผูกพัน และมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการมีการพัฒนามากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันนี้เรามีศูนย์การศึกษาพิเศษที่รองรับเด็กเรียนร่วม มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือ มีกิจกรรมโครงการสนับสนุน และมีการอบรมครู การคัดกรองต่างๆ เพื่อการดูแลนักเรียนอย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ดี ยังมีความท้าทายที่เราต้องผลักดันให้สร้างมาตรฐานการศึกษา ที่ต้องมีการบรรจุไว้ด้วยว่าการศึกษาต้องมีการรับรองคนพิการ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนหลายโรงเรียนยอมรับคนพิการได้มากขึ้น และต้องเสริมความเข้าใจในเด็กทั่วไปให้เข้าใจคนพิการเพิ่มขึ้นด้วย”</span></p>
<figure id="attachment_21626" aria-describedby="caption-attachment-21626" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21626 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21626" class="wp-caption-text">คุณกัญภัค อยู่สุข เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกัญภัค อยู่สุข และ คุณโอปอ ศรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก ในฐานะผู้ดูแลกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน กล่าวว่า ในช่วง COVID-19 มีตัวเลขของเด็กกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 300% ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิสายเด็ก 1387 ได้มีศูนย์พักพิงที่มีทั้งอาหาร ยา และที่พักไว้รองรับ</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ของเราอยู่ที่หัวลำโพงซึ่งเป็นแหล่งรวมของเด็กๆ ที่หนีออกจากบ้านมาทางรถไฟจากทั่วประเทศ แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน เด็กกลุ่มนี้ออกจากบ้านมาด้วยปัญหาทั้งความยากจน ความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ต้องเผชิญความเสี่ยงมากมาย สิ่งที่เราทำเป็นงานหลัก คือนำเด็กกลับเข้าสู่การศึกษาและดูแลเรื่องสุขภาพ</span></p></blockquote>
<figure id="attachment_21627" aria-describedby="caption-attachment-21627" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21627 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21627" class="wp-caption-text">คุณโอปอ ศรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายของเรา คืออยากให้เด็กมีวุฒิการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจาก กศน. ที่ส่งครูเข้ามาสอน แต่ปัญหาสำคัญ คือบริบทชีวิตที่เขาต้องเผชิญอยู่ โดยเฉพาะการต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ รวมถึงความบอบช้ำด้านสภาพจิตใจจากเรื่องราวหลายรูปแบบ นั่นทำให้</span><span style="color: #008000;">เราจำเป็นต้องช่วยกันหาวิธีจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา ซึ่งตอนนี้ได้มีความร่วมมือกับ กสศ. แล้วในการช่วยออกแบบหลักสูตรที่เริ่มจากการรับฟังปัญหาของเด็กเป็นรายคน ซึ่งทางออกอาจเป็นเรื่องของหลักสูตรการพัฒนาอาชีพ เพื่อช่วยให้พวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น</span>”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน คุณดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะเด็กไทย แต่เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาค โดยในภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ นอกเหนือจากกลุ่มอื่นๆ ที่พูดถึงไปแล้ว ยังมีกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 74, 000 คน</span></p>
<figure id="attachment_21628" aria-describedby="caption-attachment-21628" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21628 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21628" class="wp-caption-text">คุณดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชา</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดการศึกษาให้เด็กกลุ่มนี้ โดยจัดทำ G Code ที่ทำให้แนวทางปฏิบัติของโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปในทางเดียวกัน มีการทำงานร่วมกับกรมการปกครอง และสำนักทะเบียนราษฎร์เพื่อให้ส่งเด็กต่อกันได้ จนเกิดความเข้าใจมากขึ้นกับทุกสังกัดทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย และกระจายสู่ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ จะเห็นว่าการทำงานที่มีกลไกร่วมกัน ทำให้งานไปด้วยกันได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา เราต้องทำงานไปด้วยกัน มีเครือข่ายระหว่างกัน และมีระบบส่งต่อกันได้ จึงจะทำให้เกิดความครอบคลุมในการจัดการศึกษาให้เป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง” </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/">การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศธ.ร่วมกับยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี 2563</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1592020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2020 15:28:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะฮับสายเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21547</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับองค์การยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1592020-2/">ศธ.ร่วมกับยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี 2563</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21549" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-8.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-8.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-8-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-8-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-8-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p class="p1"><span style="color: #008000;">กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับองค์การยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี<span class="s1"> 2563 </span>ระดับชาติ เรื่อง ความครอบคลุมและการศึกษา<span class="s1">: </span>ทั้งหมดหมายถึงทุกคน</span></p>
<p class="p1">เมื่อวันที่<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>14 </span>ก<span class="s1">.</span>ย<span class="s1">. 2563 </span>กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับองค์การยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก โดยรายงานดังกล่าว แสดงข้อมูลสถานการณ์ด้านการศึกษา ความท้าทายเชิงนโยบายในการสร้างการศึกษาที่ครอบคลุม และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อสร้างการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นเป้าหมายที่<span class="s1"> 4 </span>ที่ต้องบรรลุภายในปี<span class="s1"> 2030</span></p>
<figure id="attachment_21550" aria-describedby="caption-attachment-21550" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21550 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21550" class="wp-caption-text">Mr.Shigeru Aoyagi  ผู้อำนวยการยูเนสโก กรุงเทพฯ</figcaption></figure>
<p class="p1"><span class="s1">Mr.Shigeru Aoyagi<span class="Apple-converted-space">  </span></span>ผู้อำนวยการยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า การจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อเงื่อนไขทางการเรียนรู้ที่หลากหลายผู้เรียน คือหัวใจสำคัญของการสร้างการศึกษาที่ครอบคลุม โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในสังคมต้องร่วมมือกันทำให้ผู้ที่ตกหล่นสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ ภาษา วัฒนธรรม ความพิการ การเลือกปฏิบัติ หรือเงื่อนไขอื่นใดเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการเรียนรู้ หนึ่งความก้าวหน้าในการสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่เพิ่งผ่านมา คือการจัดประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1">: </span>ปวงชนเพื่อการศึกษา ซึ่ง กสศ<span class="s1">. </span>กระทรวงศึกษาธิการ องค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ และ<span class="s1"> save the children </span>ได้ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อหาแนวทางในการทำให้เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษากลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้</p>
<p class="p1">ขณะที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องของกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างการศึกษาที่ครอบคลุมให้เกิดขึ้น โดยการจัดสรรงบประมาณตามหลักความเสมอภาค การสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค อย่างไรก็ตาม การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการศึกษาที่ครอบคลุมจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากหน่วยงาน และทุกภาคส่วนในสังคม จึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมีความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและจริงจังในการกำจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>
<figure id="attachment_21551" aria-describedby="caption-attachment-21551" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21551 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21551" class="wp-caption-text">นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure>
<p class="p1">ดร<span class="s1">.</span>ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1"> (</span>กสศ<span class="s1">.) </span>กล่าวในเวทีแลกเปลี่ยนการอภิปราย เรื่อง<span class="s1"> “</span>โอกาส ความท้าทาย และความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบครอบคลุมในประเทศไทย<span class="s1">” </span>ร่วมกับ<span class="s1"><span class="Apple-converted-space"> </span></span>นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายสุพจน์<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span></span>จิตเพ็ชร ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ดร<span class="s1">.</span>นันทนุช สุวรรนาวุธ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนภาคประชาสังคมศูนย์เดอะฮับ สายเด็ก</p>
<p class="p1">ดร<span class="s1">.</span>ไกรยส กล่าวตอนหนึ่งในการแลกเปลี่ยนว่า แม้ประเทศไทยจะมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างการศึกษาที่ครอบคลุม และเสมอภาค แต่ยังคงมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ ความพิการ และความท้าทายอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสไม่ได้เผชิญอุปสรรคเพียงด้านเดียวแต่มีความท้าทายหลายมิติซึ่งส่งผลกระทบให้โอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึง โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตโรคระบาด โควิด<span class="s1">-19 </span>ทำให้กลุ่มเด็กเหล่านี้เข้าถึงการศึกษาได้ยากขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบมากขึ้น</p>
<p class="p1"><span class="s1">“</span>ที่ผ่านมา กสศ<span class="s1">. </span>พยายามสร้างการศึกษาที่ครอบคลุมผ่านการ<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>1. </span>ให้ทุนอุดหนุนแก่กลุ่มเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาส ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนที่พิการกว่า<span class="s1"> 90,000 </span>คน<span class="s1"> 2. </span>การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา<span class="s1"> 3. </span>การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ<span class="s1">” </span>ดร<span class="s1">.</span>ไกรยส กล่าว<span class="s1"> </span></p>
<figure id="attachment_21552" aria-describedby="caption-attachment-21552" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21552 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21552" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure>
<p class="p1">รองผู้จัดการ กสศ<span class="s1">. </span>กล่าวว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กสศ<span class="s1">. </span>ได้ร่วมกับภาคีในระดับชาติและนานาชาติ จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา การประชุมมีข้อสรุปสำคัญ<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>7 </span>ประการ คือ<span class="s1"> 1. </span>การพัฒนาการศึกษาต้องมีการพัฒนาคุณภาพของครูและสถานศึกษา<span class="s1"> 2. </span>การพัฒนาระบบข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาสู่การจัดสรรงบประมาณ และการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายทีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>3.</span>การจัดการศึกษาตามบริบทของพื้นที่<span class="s1"> 4.</span>นวัตกรรมทางการเงินและการคลัง<span class="s1"> 5. </span>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>6.</span>การมีระบบความคุ้มครองทางสังคมในระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง และ<span class="s1"> 7.All means all </span>เรื่องการศึกษาเป็น<span class="s1"> “</span>กิจของทุกคน<span class="s1">” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21553" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p class="p1">อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวรายงานฉบับนี้ เป็นอีกโอกาสหนึ่งในการสร้างความตระหนักว่า การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน และการมีความเสมอภาคทางการศึกษาที่เสมอภาคและครอบคลุมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึง ทุกคนในสังคมร่วมมือกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1592020-2/">ศธ.ร่วมกับยูเนสโกเปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี 2563</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอบนโยบายว่าที่ผู้บริหารกระทรวงบูรณาการงานผลักดันเรียนอาชีวศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/14092020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2020 13:04:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[สุเทพ แก่งสันเทียะ]]></category>
		<category><![CDATA[กพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กอศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21500</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)   เปิดเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/14092020-2/">มอบนโยบายว่าที่ผู้บริหารกระทรวงบูรณาการงานผลักดันเรียนอาชีวศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21502" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-5.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-5.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-5-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-5-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-5-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)   เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับนายสุภัทร จำปาทอง ว่าที่ปลัดศธ. นายอัมพร พินะสา ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ว่าที่เลขาธิการกอศ. โดยขอให้ทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">คนเริ่มทำความเข้าใจกับปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ รวมถึงนโยบายศธ.ในช่วงปีที่ผ่านมา เมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการจะได้มีความเข้าใจ และสานต่องานได้ทันที โดยเฉพาะการบูรณาการการทำงานข้ามแท่งระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ผมยืนยันว่าการขับเคลื่อนอาชีวะเป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศ ดังนั้นสพฐ. และสอศ. ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเร่งประชาสัมพันธ์ให้เด็กได้เข้าใจว่าทำไมถึงต้องผลักดันการเรียนด้านอาชีวศึกษา ส่วนหนึ่งเพราะเป็นวิชาชีพที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าสู่กระบวนการทำงานและมีรายได้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">แท่งต้องมีการปรับการทำงาน โดยผมได้ขอให้เจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานมาประจำอยู่สำนักรัฐมนตรีเพื่อประสานและขับเคลื่อนการทำงานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาศธ. มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่การติดตามอาจจะไม่เข้มพอ ดังนั้นจึงต้องนำปัญหาทั้งหมดมาวางและกำหนดระยะเวลาการแก้ไขที่ชัดเจน เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายณัฏฐพล กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21503" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-8.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-8.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-8-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-8-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-8-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณัฏฐพล  กล่าวต่อว่า ส่วนตำแหน่งปลัดศธ. ได้มีการพูดคุยกับนายสุภัทร และนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดศธ. คนปัจจุบัน ในเรื่องการส่งต่องาน รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น สิ่งใดที่ดีก็ทำต่อ สิ่งใดไม่ดี ก็ต้องปรับปรุง ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการระดับ </span><span style="font-weight: 400;">10 </span><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่งที่ว่างนั้น ตนยังไม่ได้เสนอชื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คาดว่าจะเสนอชื่อเข้าครม.ได้ในสัปดาห์ต่อไป</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/14092020-2/">มอบนโยบายว่าที่ผู้บริหารกระทรวงบูรณาการงานผลักดันเรียนอาชีวศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แจ้งผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แนะหากหากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมในโรงเรียนให้ประสานสธ.พื้นที่ใกล้บ้าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/11082020-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 09:23:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[Social Distancing]]></category>
		<category><![CDATA[สนิท แย้มเกษร]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโคโรน่า]]></category>
		<category><![CDATA[On -Site]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=19966</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2563  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11082020-4/">แจ้งผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แนะหากหากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมในโรงเรียนให้ประสานสธ.พื้นที่ใกล้บ้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-19967" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-1-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-1-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-1-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-1-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-1-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2563  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  โดยนายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือแจ้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้สถานศึกษาทุกแห่งทดลองเปิดเรียนแบบ On -Site เต็มรูปแบบทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือถึง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ระบุว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้สถานศึกษาต้องเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ในหลายรูปแบบตามที่ได้รับการอนุมัติจากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปก.จ.)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> โดยสถานศึกษาได้ดำเนินการตามมาตรการการเฝ้าระวัง ของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 ไปแล้วนั้น  และเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563  นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ ณ ทำเนียบรัฐบาล ในการพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการเฝ้าระวังของโรคดังกล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการทดลองเปิดเรียนแบบ On &#8211; site ของสถานศึกษาเต็มรูปแบบ แต่นักเรียนจะต้องจดบันทึกการเดินทางไปสถานที่ต่างๆหลังเลิกเรียน เพื่อเป็นมาตรการในการตืดตามนักเรียนหากมีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในสถานศึกษา และสถานศึกษาจะต้องปรับการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อใช้ห้องเรียนให้น้อยที่สุด ซึ่งการทดลองครั้งนี้ได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี และสามารถทดลองเปิดเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบทั่วประเทศได้ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-19969" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง แจ้งให้สถานศึษาในสังกัดที่จัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เต็มรูปแบบทุกรูปแบบ ให้ทดลองเปิดเรียนแบบ On &#8211; Site ทั่วประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดข้างต้นอย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามมาตรกาของสาธารณสุขทั้ง 5 ข้อ ส่วนมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing ) ให้โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ โดยหากสถานศึกษามีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมตัวเป็นจำนวนมาก เช่น การประชุม หรือ การจัดกิจกรรมรื่นเริง หรือการละเล่นที่มีคนจำนวนมากในสถานศึกษา ควรงดเว้น หรือหากจำเป็นต้องจัด ให้ประสานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังในพื้นที่ให้ความเห็นชอบ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-19968" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o.jpg" alt="" width="1091" height="1486" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o.jpg 1091w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o-220x300.jpg 220w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o-752x1024.jpg 752w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o-768x1046.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/117388231_3120763028006197_8002305221830990441_o-750x1022.jpg 750w" sizes="(max-width: 1091px) 100vw, 1091px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11082020-4/">แจ้งผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แนะหากหากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมในโรงเรียนให้ประสานสธ.พื้นที่ใกล้บ้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นเครื่องมือใหม่ที่มีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในระยะยาว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/103-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2020 06:02:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[สายอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[พศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พลเดช ปิ่นประทีป]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[PEA]]></category>
		<category><![CDATA[Provincial Education Account]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15642</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ปัญหาการเข้าถึงระบบการศึกษา ประเทศไทยมีเด็กที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/103-2/">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นเครื่องมือใหม่ที่มีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>สถานการณ์ปัญหาการเข้าถึงระบบการศึกษา</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยมีเด็กที่อยู่ในครอบครัวซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยมีทั้งกลุ่มเด็กแรกเกิดจนถึงกลุ่มวัยที่อายุ 18 ปีขึ้นไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งต้องการกลไกที่เข้ามาช่วยเหลือให้มีความพร้อมและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาได้มากขึ้นเพื่อเป็นแรงงานที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยให้กองทุนมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ จึงเป็นที่มาของการจัดทำ </span><b>พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> พ.ศ. 2561 และประกาศใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา </span><span style="font-weight: 400;">มีความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ดังนี้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15649" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757.jpg" alt="" width="1068" height="1535" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757.jpg 1068w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757-209x300.jpg 209w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757-712x1024.jpg 712w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757-768x1104.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/S__56606757-750x1078.jpg 750w" sizes="(max-width: 1068px) 100vw, 1068px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ประสิทธิผลการจัดการปัญหาของประเทศ</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><b>ปีการศึกษา 2561</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงิน 1,222 ล้านบาท</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ได้จัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ ที่เรียนอยู่ในระดับขั้นพื้นฐานตั้งแต่ ป.1-ม.3 ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 26,557 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 711,536 คน</span></li>
</ul>
<p><b>ปีการศึกษา 2562</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงิน 2,537 ล้านบาท</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ให้เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไขหรือนักเรียนทุนเสมอภาค จำนวน 949,941 คน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ให้ทุนนักเรียนในกลุ่มอาชีวศึกษา ซึ่งเรียกว่าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จำนวน 2,113 คน โดยให้จนกว่าจะจบการศึกษา ทั้งนี้ในการคัดเลือกนักเรียนมารับทุนเป็นการร่วมมือกันหลายฝ่ายโดย กสศ.ทำงานร่วมกับโรงเรียนอาชีวะ 36 แห่ง ต้องเสนอหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ หรือแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">รุ่นแรกในปี 2562 ให้ทุนการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปสินค้าเกษตร เครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</span></p>
<p><b>ปีการศึกษา 2563</b></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงิน 5,496 ล้านบาทเศษ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ขยายผลการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนอย่างมีเงื่อนไขไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 949,941 คน ครอบคลุมนักเรียนยากจนพิเศษตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ม.ต้น ในสังกัด สพฐ. อปท. ตชด. และ พศ. ทั่วประเทศ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สำคัญได้แก่ นักเรียนยากจนพิเศษระดับอนุบาล จำนวน 150,407 คน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและการฝึกทักษะอาชีพตามศักยภาพ จำนวน 55,000 คน ในพื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี ยะลา ขอนแก่น อำนาจเจริญ มหาสารคาม นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี นครนายก ระยอง และกาญจนบุรี</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติมทักษะสมัยใหม่ให้แก่ผู้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมากกว่า 5,000 คน โดยส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสายอาชีพ (ปวส./อนุปริญญา) ประกอบด้วยทุนต่อเนื่อง 2,113 คน และทุนใหม่ 2,500 ทุน รวมถึงการจัดแนะแนว ดูแลสวัสดิภาพ การฝึกงานกับสถานประกอบการ การส่งเสริมการมีงานทำ โดยนักศึกษาทุนรุ่นแรกจะจบการศึกษาในปี 2564 จำนวน 1,000 คน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนการพัฒนาครูในโรงเรียนขนาดกลางที่มีสัดส่วนนักเรียนด้อยโอกาสเกินครึ่งโรงเรียนครอบคลุม 560 โรงเรียน ในพื้นที่ 60 จังหวัด คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของโรงเรียนประจำตำบล</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โครงการการสร้างครูที่มีคุณภาพ 300 คน เมื่อจบการศึกษาแล้วยินดีที่จะไปสอนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งการคัดเลือกนักศึกษารับทุนจะคัดเลือกจากนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">พัฒนาคุณภาพและศักยภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ในลักษณะศูนย์บริการต้นแบบประมาณ 300 ศูนย์ ใน 17 จังหวัด ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 60,000 คน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนมาตรการเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาได้ครอบคลุม 40 จังหวัดตามเป้าหมาย ซึ่งจะแสดงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางพัฒนาการ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ในช่วงวัยที่สำคัญจำนวน 3 ช่วงวัย รวมถึงการจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาระดับจังหวัด (Provincial Education Account: PEA) ซึ่งเป็นการจัดทำข้อมูลแสดงรายจ่ายด้านการศึกษาในระดับจังหวัดทั้งในส่วนของภาครัฐ ท้องถิ่น ครัวเรือน และภาคเอกชน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15655" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_thumbnail_june_สวพลเดช_ภาพประกอบ.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_thumbnail_june_สวพลเดช_ภาพประกอบ.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_thumbnail_june_สวพลเดช_ภาพประกอบ-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_thumbnail_june_สวพลเดช_ภาพประกอบ-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_thumbnail_june_สวพลเดช_ภาพประกอบ-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4>ข้อสังเกต</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ น่าเป็นเครื่องมือใหม่ที่มีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในระยะยาว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/103-2/">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นเครื่องมือใหม่ที่มีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/5284-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2020 04:42:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15434</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับถอยหลังก่อนถึงวันเปิดภาคเรียนใหม่ของนักเรียนหลายๆคน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5284-2/">รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15436" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับถอยหลังก่อนถึงวันเปิดภาคเรียนใหม่ของนักเรียนหลายๆคน  ซึ่งปีนี้ ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนมาเป็นวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">กรกฎาคม อันสืบเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นการเปิดภาคเรียนที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าที่ยังไม่สงบ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)  เมื่อวันที่ 2</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้รายงานเรื่อง</span><b>การเตรียมความพร้อมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อนการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563</b><span style="font-weight: 400;"> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ให้ครม.รับทราบ  ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ  </span><b>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> (กสศ.) จึงขอนำมาเสนอ</span><span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)  เห็นสมควรกำหนดแนวทางการดำเนินการเตรียมความพร้อมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></p>
<ul>
<li><b>1.1 การนับเวลาเรียน</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เริ่มนับเวลาเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป และนับรวมเวลาเรียนที่สถานศึกษาบริหารจัดการด้วยวิธีการใดๆ เพื่อเปิดสอนชดเชยให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียน ก่อนเริ่มเรียนตามตารางสอนทางไกลในแต่ละวัน ให้มีการรายงานตัวว่ามีความพร้อมที่จะเรียนในแต่ละวิชา ตามวิธีการของแต่ละโรงเรียน ซึ่งต้องมีการชี้แจงและนัดหมายผู้ปกครองและนักเรียนให้เข้าใจ และการนับจำนวนเวลาเรียนของแต่ละวิชา ให้นับจำนวนชั่วโมงที่เรียนจริงตามตารางสอนและกิจกรรมหรืองานใดๆ หากจะนับเป็นเวลาเรียน ต้องกำหนดในตารางสอน หรือเอกสารอื่นที่ระบุไว้อย่างชัดเจน</span></li>
<li><b>1.2 การสอนชดเชย</b><span style="font-weight: 400;"> การจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะต้องมีการสอนชดเชย</span><b>สืบเนื่องจากการเลื่อนการเปิดภาคเรียน สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการได้ตามบริบท และความเหมาะสม หรืออาจจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;">เช่น หากจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน อาจเพิ่มจำนวนเวลาเรียนในแต่ละวัน และหรือเพิ่มการเรียนในวันหยุด หากจัดการเรียนการสอนทางไกล ต้องกำหนดตารางสอนให้ชัดเจน เพื่อนำมานับชั่วโมงการเรียนได้ และเลือกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่สามารถวัดและประเมินผลได้จริง คำนึงถึงบริบทของนักเรียนที่บ้านและความพร้อมของผู้ปกครอง หรือเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบผสมที่ผสมผสานหลายช่องทาง หรือหลากหลายวิธีสอน จะต้องกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องกับเวลาในตารางสอน เช่น มอบหมายให้นักเรียนทำโครงงาน หรือแก้โจทย์ปัญหาที่ท้าทาย แล้วส่งไฟล์งานทางออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สะดวก การจัดการเรียนการสอน โดยครูกำหนดประเด็นหรือหัวข้อให้นักเรียนไปศึกษาล่วงหน้า พร้อมทั้ง ให้แหล่งข้อมูล จากนั้น นัดหมายเวลามาอภิปราย ถกแถลง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาจจะมาพบกันที่โรงเรียนหรือผ่านออนไลน์ตามช่องทางที่สะดวก นอกจากนี้ สามารถนำการเรียนการสอน ในช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อม หรือการปรับพื้นฐานการเรียนรู้ของนักเรียน ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มาใช้เป็นแหล่งข้อมูลได้</span></li>
<li><b>1.3 การอนุมัติการจบการศึกษ</b><strong>า</strong><span style="font-weight: 400;"><strong>/การออกเอกสารหลักฐานการศึกษา</strong> เมื่อสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนครบตามโครงสร้างเวลาเรียน และเกณฑ์การจบแต่ละระดับ </span><b>ให้อนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ 9 เมษายน 2564 กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส) ให้สถานศึกษาสอนซ่อมเสริม และดำเนินการวัดและประเมินผลให้เสร็จสิ้น และอนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564</b></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. การจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การ COVID-</strong><span style="font-weight: 400;"><strong>19</strong>  ได้กำหนดแนวทาง เป็น 4 ระยะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะนี้ได้ดำเนินการ</span><b>ระยะที่ 1 </b><span style="font-weight: 400;">เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 และได้เริ่มการดำเนินการ</span><b>ระยะที่ 2</b><span style="font-weight: 400;"> การตรวจสอบความพร้อมการเรียนการสอนทางไกล ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 ซึ่งจะนำผลที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทางไกลต่อไป โดยใน</span><b>ระยะที่ 2 </b><span style="font-weight: 400;">นี้ทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกลใน 2 รูปแบบ คือ เรียนผ่านทีวี (</span><span style="font-weight: 400;">On-Air) </span><span style="font-weight: 400;">และเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน (</span><span style="font-weight: 400;">Online) </span><span style="font-weight: 400;">โดยมีการเปิดศูนย์รับฟังความคิดเห็นการเรียนการสอนทางไกลจากผู้ปกครอง ประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แนะนำช่องทางการเรียนทางไกลให้กับผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาเพื่อการดำเนินการใน<b>ระยะที่ 3</b> (1 กรกฎาคม – 30 เมษายน 2564) สำหรับ 2 สถานการณ์ ดังนี้  </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"><b>สถานการณ์ที่ 1 </b>กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิทัล ระบบดาวเทียม ระบบเคเบิลทีวี และระบบ IPTV จำนวน 15 ช่อง ซึ่งสามารถรับชมผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ Youtube ช่อง DLTV ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ และเว็บไซต์ OBEC ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกช่องทางหนึ่ง</span></li>
<li><b>สถานการณ์ที่ 2</b><span style="font-weight: 400;"> กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยเว้นระยะห่างทางสังคม (</span><span style="font-weight: 400;">Social distancing) </span><span style="font-weight: 400;">และมีแผนเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>3. การวัดผลและประเมินผล</b><span style="font-weight: 400;"> กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) </span><b>ไม่คลี่คลาย</b><span style="font-weight: 400;"> การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ควรดำเนินการดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li><b>3.1 การวัดและประเมินผลในระดับปฐมวัย</b> <b>ใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมการพูดคุย การซักถาม การตรวจสอบชิ้นงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ครูผู้สอนจำเป็นต้องจัดทำแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบตรวจสอบรายการ และแบบประเมินพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียน ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการจัดส่งข้อมูลสารสนเทศผลการประเมินพัฒนาการหรือพฤติกรรมของผู้เรียนย้อนกลับให้ครูผู้สอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ และสามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของเด็ก เพื่อประเมินและตรวจสอบพัฒนาการของเด็กได้อีกด้วย</span></li>
<li><b>3.2 การวัดและประเมินผลในระดับประถมศึกษา ใช้วิธีการและรูปแบบที่หลากหลายผสมผสานกันไป เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การตรวจผลงาน การประเมินภาคปฏิบัติ การประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน และการทดสอบ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ครูผู้สอนจัดทำเครื่องมือวัดและประเมินผล ให้ผู้เรียน เป็นผู้ส่งข้อมูลสารสนเทศ ผลการประเมินย้อนกลับให้ครูผู้สอน ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผู้เรียน สามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของผู้เรียน เพื่อตรวจสอบและประเมินความสามารถของผู้เรียน มีการจัดทำตารางนัดหมายผู้เรียนเป็นกลุ่มเพื่อประเมินผล</span>การทำกิจกรรมร่วมกัน มีการใช้แบบทดสอบรูปแบบต่างๆ ในการวัดและประเมินผู้เรียนตามความเหมาะสม ในแต่ละระดับชั้น</li>
<li><b>3.3 การวัดและประเมินผลในระดับมัธยมศึกษา</b> <b>ใช้วิธีการและรูปแบบที่หลากหลายผสมผสานกันไป เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การตรวจผลงาน การประเมินภาคปฏิบัติการประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน และการทดสอบ อาจมีทั้งการทดสอบโดยใช้ข้อสอบและกระดาษคำตอบ การทดสอบโดยใช้ระบบการสอบออนไลน์ การทดสอบโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารจัดการทดสอบและประเมินผู้เรียน ดังนั้นในการวัดและประเมินผล ครูผู้สอนสามารถจัดระบบให้ผู้เรียนสามารถส่งข้อมูลสารสนเทศ ผลการประเมินย้อนกลับได้ด้วยตนเองไปให้ครูผู้สอน โดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (</span><span style="font-weight: 400;">E-Mail) </span><span style="font-weight: 400;">หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผู้เรียน สามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของผู้เรียนเพื่อประเมินและตรวจสอบความรู้ความสามารถของผู้เรียน จัดทำตารางนัดหมายผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อทำกิจกรรมการเรียนการสอนควบคู่กับการวัดและประเมินผล ทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้านนักเรียน</span></li>
</ul>
<p><b>4. แนวทางการดำเนินงานและบริหารงบประมาณการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณ สำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน รายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้กับสถานศึกษาในการจัดกิจกรรมให้แก่นักเรียนตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ในรายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้แก่นักเรียน ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li><strong>1. กิจกรรมวิชาการ</strong></li>
<li><strong>2. กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์</strong></li>
<li><strong>3. กิจกรรมทัศนศึกษา </strong></li>
<li><strong>4. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) </strong></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งไม่สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ให้นักเรียนได้เรียนรู้พัฒนาความรู้ ความสามารถตามหลักสูตร จึงเห็นควรปรับแนวทางการดำเนินงานและบริหารงบประมาณการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รายการ ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (เพิ่มเติม) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</span></p>
<p><b>สพฐ.จึงได้เพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน </b><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน รายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน(เพิ่มเติม) คือ ให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) เช่น วัสดุผลิตสื่อการเรียนการสอน ใบงาน แบบฝึกหัดและค่าใช้จ่ายในการติดตามและเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>5. การบริหารจัดการสำหรับนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาส</b></p>
<ul>
<li><b><b>5.1 นักเรียนพิการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ <span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ.จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียน ประจำ นักเรียนไป-กลับ ซึ่งระบุรายการในเอกสารงบประมาณว่าเป็น งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนประจำ นักเรียนไป-กลับ โดยจัดสรรให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดอาหารสำหรับเด็กพิการที่มารับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ 77 แห่ง ใน 77 จังหวัด แบบประจำ และไป-กลับ และหน่วยบริการ</span></b></b><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ทำให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ ไม่สามารถให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพนักเรียนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (</span><span style="font-weight: 400;">IEP) </span><span style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ และที่หน่วยบริการได้ จึงไม่สามารถจัดอาหารให้แก่นักเรียนประจำ และนักเรียนไป-กลับของศูนย์การศึกษาพิเศษได้</span></span>ดังนั้น สพฐ.จึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสำหรับศูนย์การศึกษาพิเศษ กรณียังไม่สามารถเปิดให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ตามปกติ ให้ปฏิบัติดังนี้ <b>1) ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ ตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง โดยมีหลักฐานคือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (ผู้รับเงิน) 2) กรณีนักเรียนประจำ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 90 บาท (มื้อละ 30 บาท / 3 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน</b><b>เมื่อครู บุคลากรทางการศึกษา ออกไปติดตาม ประเมินผล และเยี่ยมบ้านนักเรียน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง 3) กรณีนักเรียนไป-กลับ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 30 บาท (1 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน เมื่อครู บุคลากรทางการศึกษา ออกไปติดตาม ประเมินผล และเยี่ยมบ้านนักเรียน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง</b></li>
<li><b><b><b>5.2 นักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนเฉพาะความพิการ <span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ. จัดสรรงบประมาณ ค่าจัดการเรียนการสอน (ค่าอาหารนักเรียน) ซึ่งระบุรายการในเอกสารงบประมาณว่าเป็น งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าจัดการเรียนการสอน โดยจัดสรรให้กับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 51 โรง และ โรงเรียนเฉพาะความพิการ จำนวน 48 โรง เพื่อจัดอาหารสำหรับนักเรียนพิการ และด้อยโอกาสที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา แบบประจำ และไป-กลับ เงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียน มื้อละ 30 บาท</span></b></b></b><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) มีการจัดการเรียน การสอนที่บ้านแบบผสมผสานใน 3 รูปแบบ คือ เรียนรู้หลักผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">TV </span><span style="font-weight: 400;">ทุกระบบ (</span><span style="font-weight: 400;">On-Air Education) </span><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้เสริมผ่านดิจิทัล (</span><span style="font-weight: 400;">Online Education) </span><span style="font-weight: 400;">และ เรียนรู้เสริมแบบโต้ตอบ (</span><span style="font-weight: 400;">Interactive Education) </span><span style="font-weight: 400;">โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) และตามบริบทพื้นที่ของสถานศึกษา จึงไม่สามารถจัดอาหารให้แก่นักเรียนประจำ และนักเรียนไป-กลับ ที่โรงเรียนได้ ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนเฉพาะความพิการ กรณีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ให้ปฏิบัติดังนี้ 1) ให้สถานศึกษาตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง โดยมีหลักฐานคือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (ผู้รับเงิน) 2) กรณีนักเรียนประจำ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 90 บาท (มื้อละ 30 บาท / 3 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3) กรณีนักเรียน ไป-กลับ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 30 บาท (1 มื้อ) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง</span>&nbsp;
<p><b>ผลกระทบ  </b><span style="font-weight: 400;">การจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ส่งผลเชิงบวกให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องพัฒนาตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยมีผลกระทบต่อผู้ปกครองที่จะต้องเพิ่มบทบาทและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน</span></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5284-2/">รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระดมความคิดครูทั่วประเทศ ออกแบบงานวิจัย เติมศักยภาพเด็กนร.ทุนเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/66447-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Nov 2019 10:23:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9613</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.), สำนักงานคณะกรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/66447-2/">ระดมความคิดครูทั่วประเทศ ออกแบบงานวิจัย เติมศักยภาพเด็กนร.ทุนเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9620" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157341345271807-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p class="p1">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1">(</span>กสศ<span class="s1">.), </span>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน<span class="s1">(</span>สพฐ<span class="s1">.), </span>ร่วมมือกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำโครงการวิจัยเพื่อศึกษาและติดตามพฤติกรรมและความมุ่งมั่นของนักเรียนยากจนพิเศษ หรือนักเรียนทุนเสมอภาค ในมิติของผู้ปกครองและนักเรียน พร้อมระดมความคิดและประสบการณ์ครูอาจารย์จากทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาแนวทางและประสิทธิภาพการมอบเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข มุ่งส่งเสริมทัศนคติที่ดีและชี้ให้เห็นถึงคุณค่าจากการศึกษา หวังลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</p>
<p class="p1">การระดมความคิดครูอาจารย์ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งมอบเงินอุดหนุน นักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข ในโครงการวิจัยเพื่อศึกษาและติดตามพฤติกรรมและความมุ่งมั่นของนักเรียนยากจ นพิเศษ มีวัตถุประสงค์หลัก<span class="s1"> 4 </span>ข้อ คือ</p>
<p class="p1" style="padding-left: 40px;"><span class="s1">1.</span>ศึกษาปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักเรียนและครอบครัวที่มีผลต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาของนักเรียนยากจนพิเศษ โดยใช้กรอบแนวคิดและเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม<span class="s1"> (Behavioral Economics)</span></p>
<p class="p1" style="padding-left: 40px;"><span class="s1">2.</span>ศึกษาติดตามและประเมินผลจากมาตรการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขของ กสศ<span class="s1">.</span>ที่มีผลต่อนักเรียน</p>
<p class="p1" style="padding-left: 40px;"><span class="s1">3.</span>จัดทำแนวทางเสนอ เพิ่มประสิทธิภาพและมาตรการสำหรับกองทุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขต่อความเสมอภาคของนักเรียนยากจนพิเศษ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>
<p class="p1" style="padding-left: 40px;"><span class="s1">4.</span>จัดทำข้อเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ต่อความมุ่งมั่นทางการศึกษาของนักเรียนยากจนพิเศษ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>
<p>รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า จากพื้นฐานความคิดที่ว่าเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการสร้างเด็กนักเรียนยากจน พิเศษกลุ่มนี้ ให้พัฒนาตัวเองจนมีศักยภาพและมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โครงการฯ จึงมีหน้าที่ในการค้นหาปัจจัยและกระบวนการมาช่วยในการจัดสรรเงินทุนของกสศ. ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยทีมงานคณะอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9621" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157323761077018.jpg" alt="" width="925" height="655" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157323761077018.jpg 925w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157323761077018-300x212.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157323761077018-768x544.jpg 768w" sizes="(max-width: 925px) 100vw, 925px" />รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</pre>
<p>เบื้องต้น หลังจากที่ กสศ. ได้เริ่มจัดสรรเงินอุดหนุนเด็กนักเรียนยากจนพิเศษไปแล้วในหลายแห่งทั่วประเทศ ในขั้นแรก ทางโครงการจึงได้รู้ว่าเด็ก ๆ อันเป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่ตรงไหนบ้าง และการมอบเงินอุดหนุนในเบื้องต้นจะช่วยประคองให้เขายังอยู่ในระบบการศึกษา ได้ต่อไปไม่ตกหล่นไปเสียก่อน<br />
แต่การจะผลักดันโครงการให้ดำเนินไปอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นจะต้องสร้างแรงจูงใจทางการศึกษาให้เด็ก<br />
โดยเริ่มจากทำความเข้าใจพื้นฐานครอบครัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือตัวเด็กเอง ซึ่งจะทำให้ได้รู้ว่าการจะส่งเสริมเด็กแต่ละคนให้เขาเดินต่อไปได้ถูกจุดต้องทำอย่างไร</p>
<p>วัตถุประสงค์หลักของงานวิจัยคือ นอกจากมอบเงินอุดหนุนแล้ว เราต้องใช้ปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาส่งเสริมให้เด็กเห็นความสำคัญของการศึกษา มองไปถึงภาพความสำเร็จในอนาคต ทำให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะเรียน<br />
มีความคาดหวัง อดทน และพร้อมทุ่มเทพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาว ซึ่งนั่นจะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตเขาได้อย่างแท้จริง</p>
<p>รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ หัวหน้าโครงการ ฯ กล่าวต่อไปว่า มีกรณีศึกษาในหลายพื้นที่พบว่า ในกรอบสังคมที่เด็กมีการรับรู้เพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา เช่นในชุมชนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน<br />
ประกอบอาชีพรับจ้างเล็กน้อย ๆ เป็นหลัก เด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นมาก็จะมีความคาดหวังต่ออาชีพในอนาคตเท่าที่เขามองเห็น เขาจะมองถึงหนทางหาเลี้ยงชีพเพียงแค่งานรับจ้างรายวัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือเปิดโลกการมองเห็นให้เขา ว่าในระดับสังคมที่กว้างขึ้นนั้นยังมีอาชีพหรือช่องทางเดินอื่น ๆ ในชีวิตอีกมากมาย</p>
<blockquote><p>“ข้อจำกัดที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถมองเห็นอนาคตทางการศึกษา คือหลักจิตวิทยาที่ว่า ถ้าเขาออกจากโรงเรียนมาทำงาน เขาจะได้ค่าตอบแทนจากการทำงานทันที แต่การลงทุนด้วยเวลาและความพยายามเรียนในระดับที่สูงต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็นผลลัพธ์ในระยะสั้น มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องศึกษาพื้นฐานครอบครัวของเด็กแต่ละคน<br />
ว่าผู้คนในสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ และที่สำคัญคือผู้ปกครองของเด็ก ให้ความสำคัญกับการศึกษาแค่ไหน เรื่องนี้เป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องทำความเข้าใจ ยิ่งลงลึกได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งออกแบบวิธีการที่อาจไม่ต้องใช้เงินมากในการทำให้เขาอยู่ในระบบการศึกษาต่อไป จนสามารถสัมฤทธิ์ผลในการยกระดับครอบครัวด้วยการศึกษา” รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ กล่าว</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9622" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157352919840035-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ผศ.ดร.เนื้อแพร เล็กเฟื่องฟู จากคณะเศรษฐศาสตร์ Universidad de Carlos III</pre>
<p>ทางด้าน ผศ.ดร.เนื้อแพร เล็กเฟื่องฟู จากคณะเศรษฐศาสตร์ Universidad de Carlos III หนึ่งในคณะผู้วิจัยร่วมในโครงการ ระบุว่า งานวิจัยลักษณะนี้นับว่าค่อนข้างใหม่ ยังมีฐานข้อมูลน้อย โดยเฉพาะการจะมองไปที่ปัจจัยอื่นนอกจากเงินทุนเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความมุ่งมั่นทางการศึกษา ไม่สามารถทำโดยไม่มีข้อมูลพื้นฐานได้ ดังนั้นการระดมความรู้และประสบการณ์จากครูอาจารย์ผู้ลงพื้นที่สำรวจและจัดสรร<br />
เงินอุดหนุนในขั้นตอนสุดท้ายก่อนถึงมือเด็ก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เห็นข้อจำกัดในตัวเด็กแต่ละคน<br />
อันจะนำไปสู่การจัดสรรเงินอุดหนุนหรือสร้างรูปแบบที่เหมาะสมในการปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการศึกษาในตัวเด็ก</p>
<p>โครงการวิจัยเพื่อศึกษาและติดตามพฤติกรรมและความมุ่งมั่นของนักเรียนยากจนพิเศษ ใช้วิธีการศึกษาที่มุ่งสำรวจความมุ่งมั่นและความคาดหวังทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ โดยวัดจากลักษณะสำคัญเชิงเศรษฐศาสตร์และพฤติกรรม โดยกลุ่มเป้าหมายของการสำรวจ จะมีกลุ่มตัวอย่างนักเรียน 50, 000 คน และผู้ปกครอง 12, 000 คน จากครอบครัว 3 สถานะ คือ สถานะปานกลาง สถานะยากจน และสถานะยากจนพิเศษ ในจังหวัด เชียงใหม่ ขอนแก่น นครปฐม นนทบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช ลำปาง อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี</p>
<p>โดยแบบสอบถามจะเก็บข้อมูลปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อความสำเร็จทางการศึกษา ทั้งของนักเรียนเอง บุคคลที่เกี่ยวข้อง และมีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านการศึกษาของเด็ก เพื่อเก็บความคิดด้านความมุ่งมั่นและคาดหวังกับการเรียนและการประกอบอาชีพ รวมทั้งมุมมองด้านข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เช่น การจัดสรรค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การจัดสรรเวลากับการเรียน และการมีส่วนร่วมในการเรียนของผู้ปกครอง ทั้งลงลึกไปถึงบทบาทของกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนอันเป็นสังคมที่เด็กมีความใกล้ชิด และมีส่วนกำหนดการตัดสินใจของเด็กในระดับสูง</p>
<p>โดยในแบบสอบถามจะมีการสำรวจโดยตรงไปยังความคาดหวังส่วนบุคคลต่อเงินค่าตอบแทนจากการเรียนในแต่ละระดับ ทั้งจากเด็กและผู้ปกครอง การตัดสินใจในการเลือกใช้จ่าย การเลือกใช้เวลาของบุคคลในแต่ละบทบาทและสถานการณ์ รวมถึงทัศนคติด้านการมองบทบาทของปัจจัยภายนอกและภายในตนเอง (Locus Of Control) ต่อผลลัพธ์ทางการศึกษา ซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นทัศนคติด้านความเชื่อมั่นในความอดทน ความพยายาม หรือความตั้งใจของเด็กและผู้ปกครอง</p>
<blockquote><p>“แบบสำรวจดังกล่าว จะทำให้เราได้ข้อมูลพื้นฐานที่จะสะท้อนว่าเด็กและผู้ปกครองในสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน อยู่ในพื้นที่ต่างกัน มีบริบทเฉพาะครอบครัวที่ต่างกัน เขาจะมีเป้าหมายตั้งต้นต่อการศึกษาในระดับไหน มองเห็นตัวเองจะประกอบอาชีพใด คาดหวังผลตอบแทนจากการทำงานเท่าไหร่ ซึ่งในเบื้องต้นเราอยากได้ความรู้จากครูผู้ผ่านประสบการณ์ลงพื้นที่ เพื่อชี้ให้เห็นข้อจำกัดในการทำงาน และเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนที่จะทำให้แบบสำรวจสามารถเก็บข้อมูลได้ครอบคลุม หลายมิติ” ผศ.ดร.เนื้อแพร กล่าว</p></blockquote>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางโครงการจะนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เองไปเป็นโจทย์ตั้งต้น ในการออกแบบกระบวนการเสริมสร้างทัศนคติให้เขามองเห็นผลสัมฤทธิ์ที่จะได้รับจากการศึกษา อีกทั้งเมื่อเรารู้แล้วว่ากลไกของพฤติกรรมและความมุ่งมั่นของเด็กมาจากไหน แตกต่างกันอย่างไร เมื่อนั้นโอกาสที่เราจะเก็บเด็กให้อยู่ในการศึกษาไปได้จนถึงระดับสูงก็จะได้ผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น นั่นเพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือกุญแจดอกสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ดีที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9623" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157362969581700-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9624" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157452267769186-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9625" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/line_157506389230636-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/66447-2/">ระดมความคิดครูทั่วประเทศ ออกแบบงานวิจัย เติมศักยภาพเด็กนร.ทุนเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp552/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Nov 2019 23:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9406</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9411" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องทั้งระบบโรงเรียน ครู การเตรียมพร้อมเด็กในศตวรรษที่ 21 ในพื้นที่เป้าหมาย 288 โรงเรียน ครอบคลุม 35 จังหวัด โดยมี 5 หน่วยวิชาการสำคัญร่วมพัฒนา โดย 1 ใน 5 หน่วยวิชาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัย มาช่วยพัฒนาโรงเรียนพื้นที่เป้าหมาย</p>
<p>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ได้นำเอาประสบการณ์และความชำนาญในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษา มาใช้กับโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ<br />
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย(อปท.) ทั่วประเทศ โดยสร้างการเรียนรู้ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ อันเป็นเครื่องมือในการสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์เฉพาะ ด้วยกระบวนการคิดตามหลักการของงานวิจัย โดยมุ่งสร้างบทเรียนจากสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อบ่มเพาะความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และปลูกฝังการสังเคราะห์ความรู้และแก้ปัญหาให้เด็ก</p>
<p>รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ดูแลโครงการห้องเรียนสร้างกระบวนการคิดในเด็กชั้นประถมศึกษา เล่าว่า จากประสบการณ์การจัดการสอนทั้งแบบ ‘โครงงานฐานวิจัย’ และ ‘โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ทาง ม.สงขลานครินทร์ ได้นำเอาความรู้จากสองทางมาประสานกัน แล้วสร้างเป็นบทเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยในชั้นเด็กเล็ก คือ อนุบาล 1-ป.3 จะใช้หลักสูตรบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ส่วนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จะใช้บทเรียนจากโครงงานฐานวิจัย ทั้งสองหลักสูตรจะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามโดยมีชุมชนเป็นฐาน ผ่านการทดลองเป็นกระบวนการหลัก ดังนั้นตัวความรู้ที่ได้ออกมาแต่ละชุดจะเกิดเป็นประสบการณ์เฉพาะตามบริบทในแต่ละท้องถิ่น แต่ผลที่ได้คือเด็กจะเกิดความสามารถในการตั้งคำถามหรือสมมติฐาน แล้วค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9414" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทางโครงการพบจากการจัดการศึกษาในเด็กประถม คือการเรียนในห้องไม่สามารถบรรลุผลในการสอนให้เด็กคิด หมายถึงการสร้างให้เด็กมีกระบวนการคิด ตั้งข้อสงสัย และหาคำตอบด้วยตัวเขาเอง ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการดึงศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน รวมถึงการพัฒนาที่ต้องเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นตลอดเวลา หลักการของโครงการคือเราจะสร้างห้องเรียนให้มีบทเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิด เริ่มจากถ่ายทอดหลักการสอนในเชิงวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้แบบงานวิจัยให้ครู เพื่อให้ครูเป็นผู้กระตุ้นให้เด็กคิดเป็น</p>
<p>“การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนจากเดิมที่เน้นให้เด็กทำตามโจทย์มาเป็นการกระตุ้นให้เขาคิด เราพยายามออกแบบอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้เกิดขึ้นในห้องเรียน การได้คิดได้ค้นหาคำตอบผ่านเรื่องราวใกล้ตัวจะทำให้เขาสนใจอยากเรียนรู้ โดยเราจะบูรณาการการถ่ายทอดความรู้แบบจิตปัญญาศึกษา ให้เขาเตรียมความพร้อมทั้งจิตใจและร่างกาย ปลูกฝังหลักการคิด พร้อมกับที่เขาจะได้ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านการทำงานกลุ่ม ได้เรียนรู้และยอมรับความคิดของกันและกัน ก่อนจะถอดเป็นบทเรียนในตอนท้าย” รศ.ไพโรจน์ กล่าวถึงหลักการสร้างกระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย</p>
<p>ทางด้าน ผศ.อัมพร ศรประสิทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุถึงโครงงาน ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ว่า กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย เป็นโครงการจากการประเมินผลของ PISA ที่มีงานวิจัยยืนยันว่าเราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9413" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>การจัดกิจกรรมให้เด็กในชั้นอนุบาล 1 &#8211; ป.3 ซึ่งเป็นชั้นเด็กเล็ก จะไม่เน้นที่การมุ่งใส่ความรู้ให้เด็ก แต่จะใช้วิธีให้เขาค้นพบองค์ความรู้ด้วยตัวเองจากการจัดรูปแบบการศึกษาของครู เริ่มจากความสนใจในสภาพแวดล้อมของชุมชนเป็นฐาน เช่นบทเรียนของโรงเรียนในเมือง เด็กจะได้ทำกิจกรรมจากความสนใจในชุมชนที่อยู่รอบๆ โรงเรียน ทำความรู้จักกับอาคารสิ่งก่อสร้าง ร้านค้าต่างๆ เช่นโจทย์จากร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กจะได้เรียนรู้การเปลี่ยนลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวจากก่อนที่จะลวกจนถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลวกจนมีสภาพเปลี่ยนไป หรือขั้นตอนการทำขนมง่าย ๆ จากร้านขนมใกล้โรงเรียน ซึ่งจะมีการทดลองทำตามหลักวิทยาศาสตร์ และเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก หรือโรงเรียนในพื้นที่ชนบท เด็กจะได้เรียนรู้บทเรียนจากปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัว จากดิน น้ำ ลม ฟ้า อากาศ หรือแสง รวมถึงผลิตผลและเกษตรกรรมในท้องถิ่นของเขา การนำสิ่งใกล้ตัวมาร้อยเป็นบทเรียนนี้เอง จะช่วยกระตุ้นความสนใจทางวิทยาศาสตร์ หรือความสงสัยใคร่รู้ต่อสิ่งรอบตัวของเด็กได้มากขึ้น</p>
<p>“โครงงานบ้านวิทยาศาสตร์น้อยจะกำหนดให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีอย่างน้อย 20 กิจกรรมในรอบปี<br />
โดยเริ่มจากกิจกรรมรายย่อยก่อน แล้วปิดท้ายด้วยโครงงานใหญ่ที่เด็กจะได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้กระบวนการวิจัย เขาจะรวบรวมความรู้จากบทเรียนที่เรียนมาตั้งแต่ต้นเทอม นำมาตั้งโจทย์เอง ออกแบบการทดลองเอง โดยครูจะเป็นผู้ช่วยนำพาเขาไปด้วยการตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ว่าเขาจะต้องทำอย่างไร เรียงลำดับขั้นตอนทำงานด้วยตนเองได้ เพื่อให้การได้ความรู้ขั้นสุดท้ายเกิดขึ้นจากความคิดของเด็กเป็นหลัก</p>
<p>แล้วทุกปีทางโครงการจะมีหน่วยงานในแต่ละท้องถิ่นช่วยประเมินให้ทุกโรงเรียนมีโครงงานที่อยู่ในเกณฑ์อันเป็นเสมือนการกำกับคุณภาพ โรงเรียนไหนที่ผ่านการประเมินก็จะได้รับตราพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการการันตีว่าโรงเรียนจะต้องรักษาคุณภาพการสอน และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รศ.อัมพร อธิบายถึงเกณฑ์การประเมินผล</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9415" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>รศ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมต่อว่า ส่วนในด้านโครงงานฐานวิจัยที่เป็นหลักสูตรสำหรับชั้น ป.4 &#8211; ป.6 เราจะให้นักเรียนค้นหาโจทย์ ปัญหา และตั้งคำถามกันเองว่า เขาสงสัยในเรื่องใด แล้วตั้งสมมติฐานกันว่าถ้าจะทำการทดลองด้วยวิธีการใดหนึ่ง จะเกิดผลลัพธ์อย่างไร ให้เขาได้เริ่มช่วยกันคิดว่าตัวเองสงสัยเรื่องอะไร สร้างเป็นประเด็นขึ้นมา จากนั้นจึงออกแบบการทดลอง แล้วในระหว่างทดลองแต่ละกลุ่มก็ต้องหาตัวแปรต้นหรือตัวแปรตามด้วยวิธีการขอ<br />
งเขาเอง ครูจะเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำเท่านั้น ดังนั้นเด็กจะต้องคิดอย่างเป็นลำดับขั้นว่าอะไรคือเหตุ อะไรเป็นผล<br />
แล้วในการออกแบบการทดลอง เขาก็ต้องหาข้อมูลนำมาแชร์กันในกลุ่ม ก่อนจะสรุปผลร่วมกันตามหลักการและกระบวนการของโครงงานวิจัยทุกขั้นตอน</p>
<p>“โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย และ โครงงานฐานวิจัย ปัจจุบันทาง ม.สงขลานครินทร์ได้เริ่มทำในโรงเรียนประถมศึกษาแล้วกว่า 20 โรงเรียน โดยทาง กสศ. ได้สนับสนุนทุนและช่วยประสานงานเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการโรงเรียน ขณะนี้ทางโครงการได้เริ่มต้นวางรูปแบบให้ครูได้พัฒนาการจัดการสอนลักษณะดังกล่าว 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยไม่รบกวนการเรียนการสอนปกติ แล้วทางโครงการจะมีทีมติดตามผลในทุกโรงเรียน<br />
ทุกห้องเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์ห้องเรียนแต่ละห้อง รวมถึงช่วยครูในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีระบบการสื่อสารออนไลน์ที่ครูสามารถขอคำปรึกษาจากผู้จัดทำโครงการได้จาก ห้องเรียน ส่วนของการประเมินผลในภาพรวมจะต้องรอให้ครบ 1 เทอมการศึกษาเป็นอย่างน้อย แต่ในรูปแบบการสอนมันทำให้เห็นชัดเจนว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเด็ก ในห้องจัดกิจกรรม ว่าเด็กที่ผ่านการสอนโดยเน้นสร้างทักษะการคิด เขาจะรู้จักการตั้งคำถามและสร้างสมมติฐานต่อเรื่องราวรอบตัวมากขึ้น ตลอดจนรู้จักวิเคราะห์หาคำตอบเบื้องต้นจากข้อมูลที่มีและหาได้ด้วยตัวของเขาเอง” รศ.ไพโรจน์ กล่าวสรุป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2019 11:12:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8812</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ.จับมือกสศ.ลง MOU ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนในชนบท  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/">สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8817" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<blockquote><p>สพฐ.จับมือกสศ.ลง MOU ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนในชนบท 291 โรงเรียน ใน 35 จังหวัด ดึงพลังรร.สร้างเด็กให้มีทักษะศตวรรษ21 แม้อยู่ห่างไกล โดยขยายผลสู่โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทั่วประเทศ ขณะที่ศ.นพ.วิจารณ์ชี้ แก้เหลื่อมล้ำต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน รร.ชนบทให้สูงขึ้น</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดประชุมเรื่อง &#8220;ยกระดับคุณภาพโรงเรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&#8221; และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) โดยมี ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เข้าร่วมกว่า 1,000 คน</p>
<p>ดร.อัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ระหว่างนักเรียนในเมืองกับนักเรียนในชนบทที่ต่างกันเกือบ 2 ปีการศึกษา สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพหรือมาตรฐานของสถานศึกษา รวมถึงคุณภาพและประสิทธิภาพครู ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง สพฐ. และกสศ. จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาขนาดกลางสังกัด สพฐ. ในชนบทที่มีเด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส และผู้ด้อยโอกาสอยู่หนาแน่น ให้เป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ หรือ Whole School Approach ทั้งด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ขณะที่นักเรียนยากจนด้อยโอกาสได้รับการดูแลอย่างเต็มศักยภาพ โดยครูจะมีความสามารถในการประเมินและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล</p>
<p>“กลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาขนาดกลางที่มีศักยภาพจะเป็นโรงเรียนแกนนำของชุมชน (hub-schools) ที่สำคัญคือ ผู้บริหารและครูมีความพร้อมในการพัฒนาด้วยความสมัครใจ ซึ่งหากโรงเรียนแกนนำเหล่านี้ได้รับการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ทั้งระบบโรงเรียน โดยมีครูเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงขึ้นได้ โดยในอนาคตจะบูรณาการกับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทั่วประเทศของทางสพฐ. ระยะยาวโครงการนี้จะทำให้เกิดโมเดลสำหรับการปฏิรูปคุณภาพสถานศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขอให้ทุกโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กับ กสศ. และภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาครูและโรงเรียนตามแนวทางของโครงการฯ” ดร.อัมพรกล่าว</p>
<p>ด้านนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ต้องเริ่มต้นจากผู้บริหารและครูผู้สอน มีความเชื่อว่าเราสามารถพัฒนาตนเองและโรงเรียนได้ แม้จะเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล หรือไม่ใช่โรงเรียนขนาดใหญ่ ก็สามารถพัฒนาจนเจริญก้าวหน้าได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอกหรือต้องรอนโยบาย จึงจะส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการบริหารจัดการ และการเรียนการสอนในโรงเรียนทั้งระบบ การทำงานในปีแรกจะมีโรงเรียนขนาดกลางที่ผู้บริหารและครูผู้สอนสมัครใจ และตั้งใจเข้าร่วมจำนวน 291 แห่งในพื้นที่ 35 จังหวัด ทุกภูมิภาค ครอบคลุมครูกว่า 5,700 คน การพัฒนาแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับชั้นเรียนและระดับโรงเรียน เน้นกระบวนการสร้างให้นักเรียนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทันต่อโลกในศตวรรษที่ 21 โดยการทำงานจะไม่หยุดอยู่แค่ห้องเรียนห้องเดียว แต่ต้องทำทั้งโรงเรียน เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้กับองค์กร ด้วยการใช้พลังร่วมของครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนพัฒนาการเรียนการสอนที่มุ่งเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดของนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9630" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1.jpg" alt="" width="1191" height="842" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1.jpg 1191w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-300x212.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-768x543.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-1024x724.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1191px) 100vw, 1191px" /></p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.จะนำผลการวิจัยและเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาจากการทำงานวิชาการร่วมกับองค์การความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) มาสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ Active Learning โดยใช้การสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนประสิทธิภาพสูง (High functioning Classroom) จากสถาบันความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร (CCE) รวมถึงการใช้เครื่องมือส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณจากองค์การ OECD เพื่อพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กสศ.ยังสนับสนุนให้โรงเรียนใช้ระบบ Q-Info ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศสำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงของเด็กในชั้นเรียนเป็นรายบุคคลคนเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนา ตามแนวทางผลการวิจัยเครื่องมือประเมินทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 อีกด้วย</p>
<blockquote><p>“คาดว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา กสศ.จะสามารถขยายพื้นที่เป้าหมายการทำงานสนับสนุนนโยบายโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลของ สพฐ.ต่อไป” ผู้จัดการ กสศ.กล่าว</p></blockquote>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.ยังสนับสนุนให้ทั้ง 291 โรงเรียนทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยใกล้พื้นที่จำนวน 10 สถาบัน เพื่อวิจัยและพัฒนากระบวนการเรียนการสอน/หลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น การถ่ายทอดทักษะความรู้ไปยังนักศึกษาครู นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้องค์กรที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษาระดับแถวหน้าของประเทศไทย 5 เครือข่าย ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี 2.สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 4.มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา และ5.มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมเป็นโค้ช สนับสนุนเทคนิคการบริหารจัดการและวิชาการ ต่อยอดจากประสบการณ์ทำงานของแต่ละองค์กรเพื่อให้ทั้ง 291 โรงเรียนเกิดการพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กสศ. กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ :เปลี่ยน ครู-ห้องเรียน” ว่า การแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแต่เพียงอุดหนุนงบประมาณยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนในชนบทให้สูงขึ้นด้วย จากรายงานของ World Development Report 2018 : Learning to Realize Education’s Promise</p>
<p>พบว่าหากจะให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ในภาพรวมของประเทศไทยยกระดับขึ้น ครู โรงเรียน พ่อแม่ และผู้นำชุมชน ต้องร่วมมือกันเอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่เด็กที่ขาดแคลนหรือเด็กที่เรียนอ่อน ไม่ใช่มุ่งเอาใจใส่เฉพาะเด็กเก่ง และขยันเรียน ซึ่งมีอยู่เพียงร้อยละ 10-20 แต่อีกร้อยละ 80-90 จะถูกทิ้ง ความร่วมมือระหว่างสพฐ.และกสศ.ในครั้งนี้จะทำให้เด็กอีกร้อยละ 80-90 ได้รับโอกาสในการพัฒนาและบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้เช่นกัน</p>
<p>“นักเรียนที่แม้จะยากจนอย่างไรทุกคนล้วนสามารถบรรลุการเรียนรู้คุณภาพสูงได้ โดยเริ่มจากครูพ่อแม่ และตัวนักเรียนเองเชื่อมั่นร่วมกันที่จะมีอนาคตที่ประสบความสำเร็จ ครูต้องชวนเด็กตั้งเป้าหมายสูง และพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะครูและพ่อแม่จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้เด็กเกิดการพัฒนา สร้างความเชื่อมั่นให้เห็นความหวังดีว่าครูเอาใจใส่เด็กทั้งห้องเรียน ”ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าว</p>
<p>____________</p>
<p><strong>ประเด็นน่าสนใจ</strong></p>
<p>• สพฐ.ร่วมกับกสศ.ลงบันทึกข้อตกลง (MOU) ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนชนบท 291 แห่งใน 35 จังหวัด<br />
• พัฒนาโรงเรียนที่มีเด็กและเยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ สอดคล้องศตวรรษที่ 21<br />
• แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนในชนบทให้สูงขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/">สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
