<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Jun 2020 07:59:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนมากขึ้น เมื่อจำแนกอัตราการเข้าเรียนสุทธิของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระดับรายได้ของประชากร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/25050-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2020 07:59:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ความล้มเหลวและความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[วปส.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยประชากรและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[เดชรัตน์ สุขกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[Glabal Database on Intergenerational Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Intergenerational Privilege]]></category>
		<category><![CDATA[นณริฏ พศลยบุตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15861</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความเหลื่อมล้ำที่เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญของการศึกษาไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25050-2/">สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนมากขึ้น เมื่อจำแนกอัตราการเข้าเรียนสุทธิของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระดับรายได้ของประชากร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความเหลื่อมล้ำที่เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญของการศึกษาไทย จากรายงาน</span><b>สุขภาพคนไทย ปี 2563</b><span style="font-weight: 400;"> ในหัวข้อ </span><b>“สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ความล้มเหลวและความสำเร็จ”</b><span style="font-weight: 400;">  ซึ่งจัดทำโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (วปส.)​ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้มีการสะท้อนปัญหาเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ​ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาในรายงาน​ดังกล่าวระบุว่า แม้คุณภาพการศึกษาไทยไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด บุคลากรทางการศึกษาที่มีความสามารถและสถาบันที่เพียบพร้อมที่จะให้การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่เยาวชนมีอยู่จำนวนไม่น้อย เพียงแต่ ทรัพยากรที่ดี ๆ กระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่และมีเพียงคนบางกลุ่มที่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นประเด็นใหญ่ที่การปฏิรูปการศึกษาทุกยุคทุกสมัยพยายามแก้ไข  แม้จะดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-15867" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic.jpg" alt="" width="1527" height="1289" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic.jpg 1527w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic-300x253.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic-1024x864.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic-768x648.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/eef_บทความสองทศวรรต_infographic-750x633.jpg 750w" sizes="(max-width: 1527px) 100vw, 1527px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพิจารณา </span><b>“อัตราการเข้าเรียนสุทธิ”</b><span style="font-weight: 400;"> ของประเทศไทย ในระดับชั้นประถมที่อยู่ที่ร้อยละ 87 นับตั้งแต่  พ.ศ. 2558 และขยับขึ้นเป็นร้อยละ 88 ในปี 2560  ส่วนระดับมัธยมต้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 67-68 มาโดยตลอด ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2560 เช่นเดียวกับระดับมัธยมปลายอยู่ที่ประมาณร้อยละ 55-57 ตลอดช่วงเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ถือว่ายังคืบหน้าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปลายทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่กำหนดอัตราการเข้าเรียนสุทธิในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้ร้อยละ 90 สะท้อนให้เห็นว่ามีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ตกหล่นออกไปจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งศักยภาพการแข่งขันของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาความเหลื่อมล้ำยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อจำแนกอัตราการเข้าเรียนสุทธิของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระดับรายได้ของประชากร โดยแบ่งเป็น 10 กลุ่ม เท่าๆ กัน เรียงตามลำดับรายได้ตั้งแต่กลุ่ม 10% แรกที่มีรายได้น้อยที่สุด ไปจนถึงกลุ่ม 10% ที่มีรายได้มากที่สุด ซึ่งจะเห็นว่ากลุ่มที่หลุดออกไปจากระบบการศึกษาในแต่ละระดับ เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งในระดับอนุบาลช่องว่างการเข้าถึงการศึกษาของผู้มีรายได้น้อยและผู้มีรายได้สูงแม้จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็ยังไม่มากนัก โดยผู้มีรายได้ 10% ที่จนสุดมีอัตราการเข้าเรียนสุทธิ 86-87 % ส่วนผู้ที่มีรายได้ 10% ที่รวยที่สุดที่อัตราการเข้าเรียน 91-92%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ช่องว่างดังกล่าวจะสูงขึ้นในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ดังจะเห็นว่าในระดับมัธยมต้น ผู้มีรายได้ 10% ที่จนสุด มีอัตราการเข้าเรียนสุทธิประมาณ 64-64% ในขณะที่ผู้ที่มีรายได้ 10% ที่มีรายได้สูงสุดมีอัตราเข้าเรียน 81%  ส่วนระดับมัธยมปลายรวม ปวช. ผู้มีรายได้ 10% ที่จนสุด มีอัตราเข้าเรียนสุทธิ 42-50 % ในขณะที่ผู้มีรายได้ 10% ที่มีรายได้สูงสุดมีอัตราการเข้าเรียนสุทธิ 72-78%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และยิ่งมีความต่างกันมากขึ้นเมื่อถึงระดับปริญญาตรี (รวม ปวส.) ซึ่งเป็นระดับการศึกษาสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถและฐานะความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเพียง  3-4 %ของ ผู้มีรายได้ 10% ที่จนที่สุด​ที่สามารถผลักดันตัวเองให้เข้าถึงระดับปริญญาตรี หรือ ปวส. ได้ ขณะที่ผู้ที่มีรายได้ 10% ที่มีรายได้สูงสุดมีโอกาส 58-63%</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15865" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info.jpg" alt="" width="864" height="1318" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info-197x300.jpg 197w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info-671x1024.jpg 671w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info-768x1172.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_บทความสองทศวรรต_info-750x1144.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้ง เมื่อพิจารณาไปยังประชากรระดับรายได้  50% ล่างสุด ของสังคมไทย มีคนที่เข้าถึงการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ปวส. ได้เพียง 48-51% เท่านั้น</span></p>
<p><b>อ.เดชรัตน์ สุขกำเนิด</b><span style="font-weight: 400;"> จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เชื่อมโยงระหว่างความความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และ ความเหลื่อมล้ำข้ามรุ่นในสังคมไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Glabal Database on Intergenerational Mobility ของธนาคารโลก สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำที่จะตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นและยิ่งทำให้ช่องว่างทางสังคมยิ่งกว้างสะสมขึ้น  โดยในรายงานพยากรณ์ไว้ว่า  2 ใน 3 ของคนที่มีระดับฐานะครึ่งล่างของสังคมไทย เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะยังคงอยู่ครึ่งล่างเช่นเดิม</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับกลุ่มเด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่มีรายได้สูงสุด 25 % แรก จะมีโอกาสหลุดร่วงลงไปสู่ระดับฐานะครึ่งล่างของสังคมเพียง  20 % เท่านั้น  แต่ อีก 48% จะมีโอกาสเป็นผู้ใหญ่ที่มีรายได้ในระดับ 25% แรกเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มนี้ธนาคารโลกเรียกว่า Intergenerational Privilege หรือ กลุ่มที่สืบทอดอภิสิทธิข้ามรุ่น ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มผู้มีรายได้จะไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีกว่า เข้าถึงหลักสูตรการฝึกอบรม รวมทั้งโอกาสต่าง ๆ  ในชีวิตประจำวันที่ทำให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพที่ดีกว่ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยกว่า</span></p>
<p><b>นณริฏ พศลยบุตร</b><span style="font-weight: 400;"> จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)  วิเคราะห์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย พบว่าความแตกต่างด้านสถานศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่อธิบายความเหลื่อมล้ำมากที่สุด  และความแตกต่างของความพร้อม รวมถึงค่าเล่าเรียนในสถานศึกษาเป็นสาเหตุสำคัญของความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครอบครัวที่มีฐานะยิ่งมีความพร้อมที่จะทุ่มทุนติดอาวุธทางปัญญาเพื่อให้ลูกเข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีความพร้อมอยู่ในแวดวงเครือข่ายเพื่อนร่วมชั้นที่มีระดับฐานะใกล้เคียงกัน และครูอาจารย์ที่มีคุณภาพ ยิ่งเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูง และมีโอกาสพบรักและสร้างครอบครัวกับคนที่อยู่ในฐานะระดับเดียวกัน  กลายเป็น Intergenerational Privilege ดังที่ธนาคารโลกวิเคราะห์ไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนทั้งสิ้น 30,525 แห่ง ครึ่งหนึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนไม่ถึง 120 คน)​ ส่วนใหญ่อยู่ในชนบท และเป็นที่เล่าเรียนของเด็กไทยชั้นอนุบาลถึง ม.6  กว่า 3.2 ล้านคน ซึ่งเมื่อเป็นโรงเรียนขนาดเล็กทำให้ได้รับการการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ค่อนข้างน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผู้ปกครองต้องรับสภาพให้ได้ว่านี่คือระดับคุณภาพที่รัฐสามารถจะให้ได้ และแม้ว่ารัฐจะช่วยเรื่องค่าเล่าเรียนแต่อุปกรณ์การเรียนอื่นๆ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนนับวันจะแพงขึ้น และอาจจะต้องใช้เงินไม่น้อยไปกว่าหรืออาจมากกว่าค่าเล่าเรียนด้วยซ้ำ  การฝ่าฟันให้เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ท้าทายพ่อแม่ในครอบครัวที่มีฐานะอยู่ระดับฐานพีระมิดของสังคมไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยไม่คิดฝันที่จะให้ลูกได้เรียนไปไกลกว่านั้น และจบลงด้วยการเรียนอะไรที่จบเร็ว แล้วรีบช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน นักเรียนกลุ่มนี้ซึ่งยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญอยู่แล้วก็ยิ่งได้รับการเตรียมความพร้อมทางสติปัญญาน้อยลงไปและเป็นผู้ด้อยโอกาสข้ามรุ่น (Intergenerational Underprivileged) และยิ่งนานวันจะยิ่งลืมตาอ้าปากได้ช้าลงเมื่อเทียบกับคนที่มีฐานะดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25050-2/">สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนมากขึ้น เมื่อจำแนกอัตราการเข้าเรียนสุทธิของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระดับรายได้ของประชากร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
