<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สวัสดิการรัฐเพื่อผู้พิการ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Jun 2023 09:28:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สวัสดิการรัฐเพื่อผู้พิการ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสนับสนุนทุกคนให้เข้าถึงโอกาส” ชวนฟังเสียงจากผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษถึงนโยบายรัฐ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 09:28:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ดนิตา นิติวีระกุล]]></category>
		<category><![CDATA[จิดาภา นิติวีระกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุธ เตรัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการรัฐเพื่อผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[อาภา บุญมารักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=69583</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากรายงานสำรวจความพิการปี 2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260623/">“ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสนับสนุนทุกคนให้เข้าถึงโอกาส” ชวนฟังเสียงจากผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษถึงนโยบายรัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากรายงานสำรวจความพิการปี 2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งสำรวจทุก ๆ 5 ปี พบว่าคนพิการในประเทศไทยมีจำนวนราว 3.7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.5 ของประชากรทั้งหมด ข้อมูลนี้เมื่อนำมาเทียบกับรายงานโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ที่ระบุว่าประเทศไทยมีผู้พิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการจำนวน 2,180,178 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.18 ของประชากรทั้งประเทศ เท่ากับว่ามีผู้พิการมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน ซึ่งหมายถึงการเข้าไม่ถึงสวัสดิการเบี้ยยังชีพ&nbsp;</p>



<p>พ้นจากสถิติเชิงตัวเลข ผลสำรวจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในสังคมยังพบว่า ‘ผู้ที่มีความต้องการพิเศษ’ หรือผู้พิการในประเทศไทยต้องประสบปัญหาหลายด้าน ตั้งแต่ไม่มีรายได้เพียงพอในการใช้ชีวิต ขาดผู้ดูแลเฉพาะทาง ขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์จำเป็น มีปัญหาด้านสภาพที่อยู่อาศัย จนถึงไม่มีพื้นที่สำหรับการประกอบอาชีพ และยังขาดโอกาสทางการศึกษา โดยข้อมูลชี้ว่าในจำนวนผู้พิการ 2.1 ล้านคนที่ขึ้นทะเบียนกับ พม. มีถึง 855,816 คน ที่อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) คิดเป็นร้อยละ 40.71 และร้อยละ 63.87 ของประชากรกลุ่มนี้ จบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f6f26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/photo4-LinkThumbnail-ขอโอกาสให้เราได้ดูแลตัวเอง-สัมภาษณ์-น้องมะปราง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่การหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้ง 2566 ที่ผ่านมา หลายพรรคต่างชูนโยบาย <strong>‘สวัสดิการรัฐเพื่อผู้พิการ’</strong> ซึ่งแม้จะเป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงในวาระต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ความสำคัญอันดับแรกยังมุ่งเน้นไปที่การ ‘top up’ หรือเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ จากเดิมอยู่ที่ 800 บาทต่อเดือน และ 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (ตัวเลขนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563) และหากไล่เลียงตามมา ประเด็นการวางแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อผู้พิการ จะพูดถึงการเพิ่มตำแหน่งการจ้างงาน เพิ่มผู้ดูแลคนพิการ จนถึงการปรับปรุงชุมชน บ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้พิการ โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจท้ายสุดมักเป็นเรื่องของการสนับสนุนการศึกษา</p>



<p>ดังนั้นเพื่อเป็นการสื่อสารความต้องการจากผู้มีความต้องการพิเศษ ให้ไปถึงรัฐ หรือผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายของประเทศในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา และส่งเสริมโอกาสการทำงานเพื่อการใช้ชีวิตในสังคมของผู้พิการ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ชวนทุกท่านมาร่วมฟังเสียงนักศึกษาในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 2 และผู้ปกครอง ว่าในวาระที่เยาวชนกลุ่มนี้เพิ่งจบการศึกษาชั้น ปวส. และกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว มีประเด็นใดที่อยากร่วมสะท้อน เพื่อการเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นของการทำงานเชิงนโยบาย เพื่อสร้าง ‘โอกาส’ เพื่อการเข้าถึง ‘สิทธิ’ และเพื่อทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ที่คนทุกคนสามารถเข้าถึง ‘ความเสมอภาค’ ถ้วนหน้าไปด้วยกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“อยากให้มีกองทุนเพื่อตั้งต้นประกอบอาชีพ”</strong></h2>



<p><strong>‘วุธ’ สราวุธ เตรัมย์</strong> จบ ปวส. สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เล่าว่า เขาเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจตั้งแต่ ปวช. ระหว่างนั้นทำงานฟรีแลนซ์ด้านกราฟิกและตัดต่อวิดีโอไปด้วย เมื่อเห็นว่าที่วิทยาลัยมีเปิดรับ ปวส. ก็สนใจยากเรียนต่อ เพราะวุธสนใจเรื่องการเขียนเว็บไซต์หรือเขียนโปรแกรม โดยมองว่ายิ่งเรียนมากยิ่งต่อยอดได้มาก และทำให้มีทางเลือกในการทำงานที่หลากหลายขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-620dd7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/5LinkThumbnail-เสียง-‘ความต้องการพิเศษ-ถึง-‘รัฐ-ทุนนวัตกรรม-ฯ-ผู้มีความต้องการพิเศษ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าถามถึงความจำเป็นหรือความต้องการ ผมคิดว่าการอัปเดตเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญกับคนที่เรียนในสาขาคอมพิวเตอร์หรือออกแบบ อยากให้ทางวิทยาลัยมีการสนับสนุนให้เราเข้าถึงเครื่องมือที่ทันยุคสมัย และปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงสม่ำเสมอครับ</p>



<p>“ถ้าส่งเสียงไปถึงภาครัฐได้ ผมอยากให้พิจารณาถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการประกอบอาชีพที่ช่วยเราได้จริง ๆ เช่น ทุนกู้ยืมเพื่อจัดตั้งบริษัท หรือถ้าในภาพใหญ่ก็อยากให้มีทุนการศึกษาที่เข้าถึงผู้พิการมากขึ้น อย่างที่ผ่านมาแม้จะมีทุนที่ให้เราเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ซึ่งมีค่าเรียนให้ แต่หลายคนเขามีปัญหาเรื่องค่ากินอยู่หรือค่าเดินทาง ทำให้ยากลำบากที่จะเรียนให้จบ อย่างตัวผมกับเพื่อนหลายคนคิดเหมือนกันว่าอยากเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย จนมีโอกาสมารู้จักโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. ที่มีค่าใช้จ่ายรองรับรอบด้าน จากนั้นเลยไม่ต้องกังวลแล้วครับว่าเรียนไปแล้วจะจบไหม หรือคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแค่ไหน</p>



<p>“คือถ้าไม่มีเงินพอ เราอาจต้องเลิกเรียนกลางทาง ก็เหมือนเสียเวลาไปเปล่า ๆ ส่วนวันนี้ที่จบการศึกษาแล้ว ก็มีแผนกับเพื่อน ๆ ว่าอยากตั้งบริษัทเพื่อรับงานกันเอง ดังนั้นคิดว่าถ้ามีทุนเริ่มต้นสำหรับส่วนนี้ พวกเราจะมีโอกาสมากขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่านี้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้น ก็มีโอกาสใช้ชีวิตได้เหมือนคนอื่น ๆ”</strong></h2>



<p><strong>คุณยายอาภา บุญมารักษ์</strong> ผู้ปกครองของ <strong>‘ของขวัญ’</strong> จากสาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ บอกว่า อยากให้มีแนวทางช่วยเหลือกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษมากขึ้น หากรัฐสามารถดูแลโอบอุ้มให้บุคคลเหล่านี้ใช้ชีวิตและมีช่องทางพัฒนาตัวเอง ซึ่งหมายถึงการมีที่ทางในสังคมโดยไม่แบ่งแยก เพื่อให้พ้นจากการเป็นภาระพึ่งพิงแต่เพียงฝ่ายเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f50c79"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/3LinkThumbnail-เสียง-‘ความต้องการพิเศษ-ถึง-‘รัฐ-ทุนนวัตกรรม-ฯ-ผู้มีความต้องการพิเศษ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรามองว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สุดคือ สิ่งอำนวยความสะดวกในที่สาธารณะต่าง ๆ อย่างเรื่องการเดินทาง ถ้าทำให้สะดวกกว่านี้ได้ มีสวัสดิการวีลแชร์ มีทางเฉพาะสำหรับวีลแชร์ มีลิฟต์ในพื้นที่จำเป็น มีการคำนึงถึงว่าคนเหล่านี้จะใช้บริการขนส่งสาธารณะกันอย่างไร แค่นี้โอกาสที่เขาจะเดินทางด้วยตัวเองก็มีมากขึ้น</p>



<p>“ในฐานะผู้ปกครอง ขอแค่เขาได้มีโอกาสใช้ชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ อยากให้หลานได้ออกไปข้างนอก ไปเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง ฝึกรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ซึ่งแน่นอนเรารู้ว่าเขามีข้อจำกัดบางอย่าง แต่ในทางกลับกันเราก็เชื่อว่าคนทุกคนก็ต้องเผชิญข้อจำกัดบางอย่างในตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นทุกคนต้องได้โอกาสเรียนรู้ เพราะสักวันหนึ่งที่เขาไม่มีเรา เขาก็ต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ต้องเพิ่มงบอีกเท่าไร คำตอบคือจะอีกเท่าไรก็ไม่มีทางพอ”</strong></h2>



<p>“ที่ผ่านมาเมื่อคุณพูดถึงสวัสดิการสำหรับผู้พิการ การ top up เบี้ยยังชีพจะเป็นตัวตั้ง ส่วนการสนับสนุนศึกษาจะมาทีหลังสุด ซึ่งหนูอยากให้พลิกมุมมองกลับกัน เพราะไม่ใช่พวกเราทุกคนที่ต้องการเงินเป็นสิ่งแรก”</p>



<p><strong>‘มะปราง’ จิดาภา นิติวีระกุล</strong> ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาชั้น ปวส. จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่พัทยา จังหวัดชลบุรี สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล และมีแผนต่อไปคือเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยพร้อมทำงานไปด้วย กล่าวถึงมุมมองเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการผู้พิการ โดยเธอย้ำว่า ‘เบี้ยผู้พิการ’ อย่างไรก็ยังมีความสำคัญ แต่การถกเถียงกันว่าต้องเท่าไรถึงจะพอนั้น เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5fe7b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/4LinkThumbnail-เสียง-‘ความต้องการพิเศษ-ถึง-‘รัฐ-ทุนนวัตกรรม-ฯ-ผู้มีความต้องการพิเศษ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าคุณให้เงินเรา ไม่นานมันก็จะหมดไป แต่ถ้าให้โอกาสเรียน ให้โอกาสมีงานทำ เราจะหาเงินได้เองโดยไม่ต้องคอยพึ่งพาเงินที่รัฐส่งให้ทุกเดือน หมายถึงว่าถ้าให้รอรับเงินอย่างเดียว คุณให้มาเท่าไรก็ไม่มีทางพอค่ะ เพราะสำหรับพวกเราแล้ว ไม่ว่า 800 หรือ 3,000 บาท ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากในความเป็นจริงของชีวิตคนคนหนึ่ง เราต้องการมากกว่านั้น ดังนั้นสิ่งที่อยากส่งเสียงไปถึงผู้เกี่ยวข้องคือ อยากให้ท่านมองในอีกมุมว่า จะทำอย่างไรให้พวกเราหาเงินด้วยตัวเองได้ ทำอย่างไรให้พวกเราเข้าถึงการศึกษาเพื่อการมีงานทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว หนูเชื่อว่าแนวทางนี้จะดีกับพวกเรามากกว่า&nbsp;</p>



<p>“อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือหนูคิดว่าทุกวันนี้คนพิการส่วนใหญ่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ และจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้าสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างพร้อม และได้มาตรฐานเหมือนกับที่หลายเมืองทั่วโลกนี้มีให้เห็น ไม่ว่าทางลาด ลิฟต์ หรือสิ่งที่ธรรมดาที่สุดคือ ขอแค่ทางเท้าที่ราบเรียบสม่ำเสมอ ไม่แตกหักหรือมีท่อยื่นออกมา ไม่มีสายไฟลงมาพาดบนทางเดิน และไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาใช้ทางร่วมก็พอค่ะ&nbsp;</p>



<p>“หนูขอแค่คุณเปิดโอกาส สนับสนุนให้เราได้เลี้ยงดูตัวเอง เพราะสำหรับคนพิการจำนวนมาก เรามีศักยภาพ มีความสามารถอยู่แล้ว ถ้ามีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรามั่นใจว่าจะสามารถออกไปใช้ชีวิตได้โดยรบกวนคนอื่นน้อยที่สุด ไม่ต้องขอความช่วยเหลือใครมาช่วยยกวีลแชร์ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นชีวิตที่เรียบง่าย แทบไม่แตกต่างจากคนทั่วไป แล้วเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้แค่ในฐานะคนพิการ แต่ในสังคมของเรายังมีคนชรา มีคนอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่างกันไป ดังนั้นคุณต้องทำให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ ทำงานได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้งานได้จริง หนูคิดว่าเราจะช่วยเพิ่มโอกาสของการพัฒนาคนทุกกลุ่มได้อย่างเสมอภาคค่ะ” </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ต้องจัดการศึกษาที่นำไปสู่การทำงานได้จริง”</strong></h2>



<p><strong>คุณแม่ดนิตา นิติวีระกุล</strong> ผู้ปกครองของมะปราง ฝากถึงนโยบายด้านการศึกษาสำหรับผู้พิการ ว่าจำเป็นต้องเปิดกว้างให้มากขึ้นสำหรับผู้พิการทุกประเภท และมีแนวทางต่อยอดไปสู่การทำงานได้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-12252c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2LinkThumbnail-เสียง-‘ความต้องการพิเศษ-ถึง-‘รัฐ-ทุนนวัตกรรม-ฯ-ผู้มีความต้องการพิเศษ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“รัฐต้องคิดถึงการจัดการศึกษาที่รองรับผู้พิการได้หลากหลาย เพราะหลายแห่งที่เปิดรับยังจำกัดเฉพาะผู้พิการบางประเภท พอมีผู้พิการที่มีความต้องการแตกต่างเข้าไปก็เรียนไม่ได้ เพราะไม่มีการช่วยเหลือสนับสนุน หรือในอีกทางหนึ่งคือ ระบุให้ชัดเจนเลยว่าเปิดรับผู้พิการประเภทไหนบ้าง นอกจากนี้ยังต้องมีแนวทางรองรับว่าจะต่อยอดหลังจบการศึกษาอย่างไร</p>



<p>“สำหรับแม่ ๆ อย่างเรา เราไม่ยอมแพ้อยู่แล้วที่จะหาที่เรียนให้ลูก ถึงไม่มีเงินก็ยังมีหนทางที่จะกู้เงินมาเรียนก็ได้ แต่เมื่อคุณจัดการศึกษาแล้ว ต้องไม่ใช่การเปิดหลักสูตรไปตามระเบียบกฎเกณฑ์เท่านั้น เราขอให้การศึกษาของลูกเป็นเรื่องที่เข้มข้นจริงจัง ให้เขาสามารถเอาไปต่อยอดในการทำงานเพื่อเลี้ยงดูตัวเองได้ในอนาคต เมื่อนั้นถึงจะพูดได้ว่าเป็นการจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคจริง ๆ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260623/">“ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสนับสนุนทุกคนให้เข้าถึงโอกาส” ชวนฟังเสียงจากผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษถึงนโยบายรัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
