<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมเกียรติ สาระ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Jun 2023 06:56:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สมเกียรติ สาระ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190623/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-190623</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jun 2023 06:46:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สมเกียรติ สาระ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[สลายปมเด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อเสนอนโยบาย กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68644</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแวดวงขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างอาชีพในท้องถิ่น ชื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190623/">สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในแวดวงขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างอาชีพในท้องถิ่น ชื่อของสมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท เป็นชื่อที่ถูกยกมากล่าวถึงอย่างชื่นชมบ่อยครั้ง </strong>ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก</p>



<p>ความสำเร็จของสหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท อบต.หนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ มีส่วนช่วยสร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และเยาวชนนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>นอกจากสร้างอาชีพแล้ว เขายังมีส่วนร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้ได้รับโอกาสและพื้นที่แสดงความสามารถ รวมทั้งช่วยผลักดันให้ได้ค้นพบเส้นทางการศึกษาที่พวกเขาเลือกเองได้และยังตอบโจทย์ชีวิต &#8211; ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบเท่านั้น</p>



<p>“<strong>สิ่งสำคัญมากในการทำงานกับเด็กและเยาวชนคือ เราต้องไม่มองเด็กเป็นเครื่องมือสร้างผลงานให้เรา แต่เราควรทำเพราะอยากดูแลเขา อยากช่วยเขา การทำเพราะอยากช่วยนั้นมันต่างจากการทำเพื่อผลงานที่ต้องมีตัวชี้วัด เพราะถ้าเราไปมองตรงนั้น เราจะเห็นเด็กเป็นเครื่องมือในการตอบสนองตัวชี้วัดของเรา แต่ถ้าเรามองเขาเป็นคนที่ควรจะพัฒนา และเชื่อมั่นว่าเขาจะพัฒนาได้มากกว่านี้ เราจะช่วยเขาโดยไม่มีเงื่อนไขฉุดรั้ง </strong>ทำให้คนทำงานก็สนุก พอเราสนุก มีความสุข มีความปรารถนาดีต่อเขา เขาจะเกิดความไว้วางใจ ไม่หวาดระแวง และพร้อมเปิดใจ ที่พูดด้านต้นนี่รวมถึงเด็กและเยาวชนทั่วไปด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานกับเด็กและเยาวชนนอกระบบเท่านั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7ba8ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/Photo3-LinkThumbnail-สุรินทร์-ep5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>หัวใจของการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่</strong></strong></h2>



<ol><li><strong><span style="text-decoration: underline;">ผู้บริหารที่เปิดกว้างและเอาจริงเอาจัง</span></strong> ให้ความสำคัญต่อคนทุกกลุ่มวัย สำหรับ อบต.หนองสนิท เรามีการทำงานร่วมกันภายใต้คำขวัญ “หนองสนิทฮักกันมั่นแกน” มั่นแกน หมายถึง สัญลักษณ์ของความแน่นแฟ้นแน่นเหนียว ซึ่งเราใช้คำขวัญตรงนี้ในการทำงาน โดยเราจะไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นหน่วยงานไหน โรงเรียน กศน. เกษตรตำบล อบต. ผู้นำชุมชน เราทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้การทำงานขับเคลื่อนเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีโครงสร้างทางราชการมาเป็นกรอบ แม้แต่การประชุม การประสานงานต่างๆ ถ้าเร่งด่วนและไม่สามารถออกหนังสือราชการได้ ในพื้นที่ตำบลสามารถที่จะโทร.คุยกันได้ ไม่ต้องมีหนังสือราชการเป็นลายลักษณ์อักษร<br><br>โครงการต่างๆ ที่เกิดได้จริงและยั่งยืนเป็นเพราะความเอาจริงเอาจังของผู้บริหาร โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ท่านให้ความสำคัญมาก เพราะท่านมองว่าการทำงานส่งเสริมเด็กและเยาวชนสามารถส่งเสริมท้องถิ่นของเราให้มีความมั่นคงยั่งยืนได้ในอนาคต ท่านจึงเกาะติดการทำงานกับเด็กและเยาวชนมาตลอด เช่น ในเรื่องของอาชีพ ท่านจะเน้นว่า อย่าลืมให้เด็กและเยาวชนมาร่วม แต่ทั้งนี้การเข้าร่วมจะต้องเป็นความต้องการของเด็กด้วย ไม่ใช่เป็นการกำหนดว่าเด็กต้องมา เราสนับสนุนว่าเด็กชอบแบบไหน ก็อยากให้เขาทำแบบนั้น<br></li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">กลไกผู้ใหญ่ใจดี</span> </strong> มีความสำคัญมาก ผู้ใหญ่ใจดีต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์ ตีตรา หรือพูดกับเด็กในทางที่ไม่ดี ผู้ใหญ่ใจดีจะสามารถเชื่อมโยงตัวเด็ก ตัวผู้ปกครอง และชุมชนได้<br><br>เวลาเข้าร่วมกิจกรรมผู้ใหญ่ใจดีจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริม ทำให้การจัดกิจกรรมราบรื่น โดยผู้ใหญ่ใจดีจะมาจากหมู่บ้านละ 2 คน เขาจะมาร่วมทำงานกับเรา ซึ่งผู้ใหญ่ใจดีจะมีในโรงเรียนด้วย เช่น ถ้าโรงเรียนมีปัญหาเรื่องเด็กท้องในวัยเรียน เราจะคุยและประชุมกันว่าเด็กสามารถกลับมาเรียนได้ไหม ถ้าไม่สามารถกลับมาเรียนได้ เอางานไปทำที่บ้านและส่งงานกลับคืนครูที่โรงเรียนได้ไหม หรือถ้าไม่สามารถมาพบครูได้เนื่องจากอาจจะอายเพื่อน เป็นไปได้ไหมที่เราจะส่งต่อไปที่ กศน. เคสไหนที่เด็กสามารถกลับมาเรียนในระบบได้ก็จะกลับมา เคสไหนที่เขาไม่สามารถกลับมาได้ก็จะเรียนต่อที่ กศน. ดังนั้นเด็กของเราจึงเป็นเด็กที่ถึงหลุดออกนอกระบบ อย่างน้อยเขาก็ได้อยู่ในส่วนการเรียนรู้แบบ กศน.</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-28a753"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อได้เลือกทางเดินที่ชอบ เด็กยิ่งไปได้ไกล</strong></h2>



<p><strong>การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนนอกระบบ สามารถมีการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตเขาได้นั้นมีความสำคัญมาก&nbsp; ความสุขของเด็กคือการอยากทำอะไรแล้วเขาได้ทำ เราคอยประคับประคอง คอยพูดคุยว่ามันดีหรือไม่ดีตรงไหน&nbsp; ช่วยปรับเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์ทั้งต่อเขาและผู้อื่น&nbsp; และตัวเด็กจะต้องมีความสุข สนุกด้วย เพราะพอสนุก เด็กจะมีพลัง และเผยศักยภาพของเขาออกมา</strong></p>



<p>ในปี 2562 ทาง อบต.หนองสนิทได้มีนโยบายในการพัฒนาเยาวชนนอกระบบ เรามีการสำรวจเด็กและเยาวชนนอกระบบในเวลานั้นได้ 71 คน อยู่ในพื้นที่ 40 คน เราจึงเริ่มจาก 40 คนนี้ก่อน โดยเริ่มต้นจัดเวทีสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนนอกระบบ ให้เขารู้จักตนเอง รู้จักทุนในตัวเองที่มีอยู่ ทุกข์ที่ตนเองมีอยู่ ครอบครัวจะส่งเสริมอย่างไร </p>



<p>เราจัดค่ายสร้างแรงบันดาลใจ 3 วัน ให้เขาเปิดใจว่าต้องการให้เราสนับสนุนอย่างไร หลังจากนั้นก็ส่งเสริมให้เขารู้คุณค่าในตัวเองผ่านการทำกิจกรรมกับจิตอาสาในพื้นที่ การสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ธรรมชาติของเด็กคือเป็นคนดีทุกคน แต่เขาอาจจะไม่มีคนคอยดูแล คอยเป็นผู้รับฟัง คอยสร้างเสริมพลังให้เขา</p>



<p>เวลาทำกิจกรรมเราจะให้เด็กเรียนรู้ประสบการณ์จากเกมต่างๆ โดยเราทำงานตามหลัก 3H โดย H ที่ 1 คือใจ Heart สร้างพลังใจข้างใน H ที่ 2 คือ Head ฐานสมองในเรื่องของความรู้ เติมเรื่องอาชีพหรือวิชาการเพิ่ม และ H ที่ 3 คือ Hand การฝึกให้เขาลงมือทำ รวมกันแล้วเป็นการทำงาน 3 ฐาน คือ ฐานใจ ฐานหัว และฐานกาย ทุกอย่างเกี่ยวพันร้อยเรียงกันไปหมด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d234d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/Photo1-LinkThumbnail-สุรินทร์-ep5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>บางคนคิดว่าการทำงานด้านเด็กเป็นภาระเพราะต้องทำต่อเนื่อง แต่เราเคยได้คุยหารือกับอาจารย์ทรงพล เจตนาวณิชย์ ผู้รู้ท่านหนึ่งที่ทำงานด้านเยาวชน ท่านบอกว่า การทำงานกับเด็กและเยาวชนก็เหมือนกับว่าถ้าเด็กเป็นคนไข้ แล้วเรารักษาเขาไม่ครบโดส เขาก็ไม่ดีขึ้นเต็มร้อย เหมือนกับเราทำค่ายเด็กและเยาวชน แล้วร้องไห้ตอนค่ายจบ แต่หลังจากนั้นเราไม่ดูแลหรือส่งเสริมอะไรต่อ เด็กและเยาวชนก็กลับเข้าสู่ภาวะเดิม แต่ถ้าเราทำงานแบบครบโดส คือหลังกลับจากค่ายเราควรต้องทำงานกับเขาต่อเนื่อง ให้เป็นวิถีชีวิตที่จะต้องดูแลเขา</p>



<p>เคสที่น่าสนใจคือเรื่องของน้องเกมส์ น้องเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม เช่น ซ่อมรถ และการตัดผม แต่เขาไม่ชอบเข้าห้องเรียน พอน้องเกมส์จะขึ้น ม.5 ก็หลุดออกนอกระบบการศึกษา เขาเลือกไม่ไปต่อ แต่ก็เข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับจิตอาสาของเรา พอเรามีการพูดคุย เขาจึงเปิดใจว่าตอนเด็กๆ เขาชอบการตัดผมและชอบการซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เราจึงสอบถามว่าสนใจไปเรียนตัดผมกับศูนย์พัฒนาอาชีพไหม เขาตอบว่าอยากไป เราได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.สุรินทร์ช่วยเรื่องที่พักของน้อง พอเรียนจบเขาก็เปิดร้านตัดผม มีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 4-5 คน ทำรายได้วันละ 100-200 บาท การที่เขาเป็นช่างตัดผมถือเป็นการทำตามความชอบ เขาชอบสิ่งนี้จึงไปฝึกอบรมจนนำมาเป็นอาชีพได้ แตกต่างจากตอนอยู่ในรั้วโรงเรียนที่เขาไม่ชอบสิ่งที่ต้องเรียนในระบบการศึกษา จึงเลือกที่จะเดินออกมา</p>



<p>เมื่อเขาเรียนพื้นฐานจบหนึ่งหลักสูตร เขาบอกว่า <em>“พี่สมเกียรติ ผมอยากต่อหลักสูตรระดับสูง” </em>เราก็เลยสนับสนุนต่อ โดยมี อบจ. คอยช่วยเหลือ ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าเขาสนุกกับสิ่งที่ได้ทำ เลยอยากพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครบังคับ เมื่อเขาได้ทำตามความฝัน ตัวเขาเองก็มีความสุข เราเองก็ได้มองเห็นการเติบโตของเขา ทำให้ตระหนักว่าการมอบทางเลือกให้กับเยาวชนนอกระบบแต่ละคนนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหมด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสำคัญของโอกาสทางการศึกษา</strong></h2>



<p>การที่เด็กคนหนึ่งได้รับโอกาสทางการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ดี หมายรวมถึงเด็กทุกคน และรวมถึงการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย หากเด็กได้รับการดูแลและได้รับโอกาสทางการศึกษา ไม่ปล่อยปละละเลยเขา เขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้ </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/26-บทความธันว์ธิดา-5.jpg" alt="" class="wp-image-28116"/></figure></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ผมอยากชวนมองก็คือ สังคมปัจจุบันอาจจะให้ค่ากับเด็กเก่ง เด็กดี เด็กฉลาด แต่อาจลืมมองเด็กคนอื่นที่เหลือในชุมชนที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ทั้งที่ในอนาคตเด็กที่เรียนเก่ง เรียนสูง ส่วนใหญ่จะออกไปนอกชุมชน แต่คนที่จะยังอยู่ในชุมชนคือกลุ่มเด็กที่อาจเติบโตมาแบบต้องการความช่วยเหลือ หากเราดูแลพวกเขาได้ดี ให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้และเติบโต อนาคตเขาจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นสมาชิก อบต. เป็นสมาชิกเทศบาล เป็นกำนัน เขาเหล่านี้แหละที่จะดูแลชุมชน ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามเด็กแม้แต่สักคนเดียว เพราะเด็กกลุ่มนี้คือคนที่จะมาดูแลพวกเราในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รัฐควรต้องส่งเสริมให้เกิดนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน</strong></h2>



<p>ปัจจุบันที่มองเห็นคือการพัฒนาเด็กจะมองไปแค่ที่โรงเรียน หรือมองในแง่วิชาการอย่างเดียว แต่อยากให้รัฐมองว่าเด็กแต่ละคนอาจไม่สามารถไปรับราชการ ไปเรียนในโรงเรียน หรือมีมันสมองด้านวิชาการมากมาย ผมอยากให้มีการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ ที่ตอบโจทย์เด็กหลายกลุ่มอย่างรอบด้าน ที่สำคัญคือควรให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนนอกระบบโดยเฉพาะ บางทีภาคประชาสังคมก็เสนอโครงการไปเยอะ แต่ยอมรับว่า กสศ. ก็สามารถสนับสนุนได้ในงบประมาณที่จำกัด ถ้ารัฐเห็นความสำคัญอาจจะช่วยสนับสนุนส่งเสริม ให้มีองค์กรที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ชุมชนได้อย่างเต็มที่เหมือนที่ กสศ.ทำ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190623/">สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-nongsanit/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=community-nongsanit</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 04:11:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี2563]]></category>
		<category><![CDATA[สมเกียรติ สาระ]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28417</guid>

					<description><![CDATA[<p>สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท คือหนึ่งในการรวมตั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-nongsanit/">ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท</strong> คือหนึ่งในการรวมตัวของคนในพื้นที่ ใน<strong>โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> ที่ประสบผลสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่ง โดยโครงการในขวบปีแรกสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 100 คน ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 1, 200 บาทต่อคน/สัปดาห์ แม้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับวิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่นอกเหนือไปจากการเป็นที่พึ่งพิงของประชากรวัยแรงงานแล้ว ผลจากโครงการยังสามารถสะท้อนไปถึงกลุ่มเด็กนักเรียนทุนเสมอภาค ที่เคยสุ่มเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการขาดแคลนทุนทรัพย์</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28423" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-4.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท จ.สุรินทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ฯ</strong> กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นรวบรวมสมาชิกเข้ามาสู่กลุ่มพัฒนาอาชีพ โครงการฯ ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้คือกลุ่มแม่บ้านที่มีบุตรหลานในวัยเรียน รวมถึงส่วนใหญ่ยังมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ความที่เป็นครอบครัวแหว่งกลาง แม่บ้านกลุ่มนี้จึงต้องทำงานนอกบ้านและผลักภาระในการดูแลบุตรหลานไปที่ผู้สูงอายุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่แม้จะทุ่มเททำงานอย่างหนัก รายได้ก็ไม่เคยแน่นอน เด็กๆ ในบางครอบครัวจึงจำเป็นต้องออกไปช่วยผู้ปกครองทำงานหาเงินอีกแรงหนึ่ง นำมาซึ่งการขาดเรียนบ่อยๆ ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน ผลการเรียนตกต่ำ และในที่สุดก็มองไม่เห็นว่าจะไปต่อได้อย่างไรบนเส้นทางการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกคนในครอบครัวเหล่านี้มักต้องจมอยู่กับความเครียดกังวลเรื่องปากท้อง มีหนี้สิน หรือปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายอยู่ตลอดเวลา ผลการเรียนของเด็กกลุ่มนี้จึงต่ำกว่ามาตรฐานมาก บางคนที่ขาดเรียนบ่อยเข้าก็ไม่ได้ไปสอบ ไม่ตามงาน แล้วก็ตัดสินใจเลิกเรียนไปเอง” หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปรับทัศนคติ สร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเอง</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28420" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอชุมชนของเรามองเห็นปัญหาร่วมกันแล้ว ก็มาคิดกันว่าจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอาชีพเลี้ยงตัวได้เร็วที่สุด โดยโครงการฯ เราเห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์ที่เรามีชุมชนเป็นฐานพร้อมรองรับทั้งความรู้ พื้นที่ และต้นทุนอื่นๆ คือทางออกที่จะพาให้ไปถึงเป้าหมายได้ แต่ก่อนไปถึงตรงนั้น เราต้องเริ่มที่การปรับทัศนคติ สร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นว่าต้นทุนที่เขามีในชุมชนจะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีที่เราใช้คือแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5-6 คน คละคนที่มีทักษะ วิธีคิด และประสบการณ์รวมกับคนที่ยังไม่เคยผ่านงานด้านเกษตรอินทรีย์มาก่อน เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดูแลและหนุนเสริมผลักดันระหว่างกันในหมู่สมาชิกกลุ่ม พร้อมกันนั้นคือมุ่งหาความถนัด จุดเด่น และสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจให้พบ ตลอดจนหาวิธีการที่น่าสนใจในการสร้างความรู้ ความสนในงานด้านการเกษตร และต้องทำให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจเป็นพลังขับเคลื่อนในการพัฒนาตนเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาไม่นาน กลุ่มเป้าหมายที่ไม่เคยคิดว่าตนจะสามารถทำการเกษตรได้ ก็กลับกลายมาเป็นคนชอบปลูกผักและหารายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ได้ หรือบางส่วนที่ยังค้นหาตนเองไม่พบจริงๆ ทางโครงการฯ ก็สนับสนุนให้เปิดร้านขายอาหารและร้านขายน้ำในพื้นที่โครงการฯ บ้างกลายเป็นอาชีพหลัก บ้างก็เป็นงานเสริม ซึ่งช่วยขจัดความเครียดกังวลที่สะสมเรื้อรังมานานได้ ส่วนในกลุ่มที่ยังไม่พร้อมปลูกผักขาย ก็เริ่มทดลองทำแปลงผักเล็กๆ ในบริเวณบ้านไว้บริโภคเอง ซึ่งถึงแม้ยังไม่ก่อรายได้แต่ก็ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารในแต่ละเดือน จนมีเงินเหลือพอสะสมเพิ่มขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ไม่ใช่แค่งานหรือรายได้ หากสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ‘เวลา’</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28421" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-6.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้รับผิดชอบโครงการฯ สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท กล่าวว่า การทำโครงการฯ ขึ้นมา ในทีแรกเราคิดเพียงว่าจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวที่แน่นอน แต่กลับกลายเป็นว่ามีผลลัพธ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็น หลังจากที่กลุ่มเป้าหมายมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น คือผลการเรียนของเด็กๆ ที่ดีขึ้น เนื่องจากได้ไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ และมีผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องการบ้านการเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นผลมาจากการที่กลุ่มเป้าหมายมี ‘เวลา’ เพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มเป้าหมายว่าการปลูกผักอินทรีย์ไม่เพียงก่อรายได้ แต่ยังทำให้พวกเขามีเวลาคุณภาพเพิ่มขึ้น ไม่ต้องออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึกดื่นเหมือนอย่างเคย สิ่งที่ตามมาคือความสัมพันธ์ในครอบครัวเขาก็ดีขึ้นไปด้วย นั่นเองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลไปถึงเด็กๆ เพราะเวลาที่เพิ่มขึ้นมาทำให้พวกเขาได้รับการเอาใจใส่เรื่องเรียนจากผู้ปกครองมากกว่าเมื่อก่อน ส่วนรายได้ที่เพียงพอก็ทำให้ไม่ต้องออกไปช่วยทำงานหาเงิน เด็กมีเวลาเรียนมากขึ้น ไม่เครียดกังวลก็มีสมาธิ เรียนทันเพื่อน มีผลการเรียนดีขึ้น โอกาสออกจากโรงเรียนกลางคันก็ลดลง”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>มุ่งค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีเด็กๆ ทุนเสมอภาคเพิ่มขึ้น</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28422" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-3.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากผลลัพธ์ในปีแรก การก้าวสู่ปีที่สองของโครงการฯ จึงได้มีการสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่มีบุตรหลานวัยเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มทุนเสมอภาคของ กสศ. มากขึ้น เพื่อรับทราบปัญหา และเชิญชวนให้เข้ารับการอบรมฝึกอาชีพในสหกรณ์ชุมชนพืชผักหนองสนิทต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เรามั่นใจว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการคือ ‘คุณภาพชีวิต’ ซึ่งหมายความรวมหมดทั้งงานอาชีพ รายได้ที่เพียงพอ เวลา และบรรยากาศการสื่อสารที่ดีในครอบครัว ในชุมชน เมื่อมีสิ่งเหล่านี้ในชุมชนใดก็ตาม เด็กๆ ก็จะไปโรงเรียนได้อย่างไม่กังวล คนวัยแรงงานก็อยู่ได้อย่างสบายใจ ด้วยความเชื่อที่ว่า อย่างน้อยถ้าบ้านเรายังมีผัก มีน้ำพริก มีไก่ มีไข่ เราก็อยู่ได้โดยไม่ต้องกลัววิกฤตเรื่องปากท้องอีก แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะเป็นขาลงก็ตาม” หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-nongsanit/">ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
