<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Sep 2022 03:49:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมาคมสันนิบาต ฯ &#8211; กสศ. ลงนาม MOU สานพลัง ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาผ่านเครือข่ายเทศบาลทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-mou-200922/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-mou-200922</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2022 03:49:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60342</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กสศ. ลงนามบันท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-200922/">สมาคมสันนิบาต ฯ – กสศ. ลงนาม MOU สานพลัง ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาผ่านเครือข่ายเทศบาลทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กสศ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสกลับเข้าสู่ระบบลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมเชื่อมโยงการสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อนสู่งานผ่านเทศบาล 2,400 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูล องค์ความรู้ เครื่องมือ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong></p>



<p>ที่ห้องจูปิเตอร์ 4 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) ในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส และผู้ด้อยโอกาส ให้เข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-808d02"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/01-MOU-ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนึ่งในภารกิจสำคัญของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องคือ ความพยายามในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ครอบครัวมีฐานะยากจนพิเศษ ในกลุ่ม 20 เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของประเทศให้ ได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถในการออกไปประกอบอาชีพตามความถนัดและมีศักยภาพเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตประจำวันอยู่ได้</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. มีบทบาทหน้าที่ในการเหนี่ยวนำให้ทุกภาคส่วนได้เกิดความร่วมมือเพื่อช่วยกันกำหนดเป้าหมายต่อการพัฒนานโยบายลดความเหลี่อมล้ำสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษามากที่สุด ถือว่าสอดคล้องกับบทบาทของเทศบาลทั่วประเทศที่มีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มเด็กในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนไปถึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-44ab4f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/01-MOU-ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสมาคมสันนิบาตเทศบาล ฯ และ กสศ. ในครั้งนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือสำคัญคือ 1. นำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้รับไปสู่วิธีการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษาให้มีความหลากหลายแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส รวมถึงผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้สอดคล้องกับบริบท และความต้องการที่แตกต่าง มีหลากหลายตามบริบทของพื้นที่นั้น ๆ 2.วางกลไกการทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับเทศบาล และ 3.สร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของภาคภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกัน”&nbsp;</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ กล่าวว่า </strong>ในนามของ กสศ. ขอขอบคุณ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คณะกรรมาธิการบริหารสมาคมสันนิบาตเทศบาล ฯ ในการร่วมมือกันเพื่อจะทำงานช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ได้เข้าถึงระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a23de8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/01-MOU-ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ</strong> นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมสันนิบาต ฯ เป็นศูนย์กลางของเทศบาลทั้งหมด ปัจจุบันมีสมาชิกถึง 2,400 แห่งทั่วประเทศ และเทศบาลทุกแห่งถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ขณะเดียวกันเทศบาลต่างมีโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลเช่นกัน ดังนั้นในแง่พื้นฐานการทำงานของเทศบาลจะมีเรื่องของการจัดการศึกษา การดูแลพื้นที่ จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่มาร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะ กสศ. มีนวัตกรรม ระบบการชี้เป้าถึงพื้นที่ การค้นหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ประกอบกับเทศบาลมีทีมงานไม่ว่าจะเป็นกองสวัสดิการสังคม กองทุนสำนักงานการศึกษา สำหรับอออกไปทำงานค้นหาเด็กยากจนด้อยโอกาสร่วมกับกสศ.ในอนาคต เพราะหลังจากค้นเด็กเจอแล้วจะมีการนำเด็กกลุ่มนี้กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาให้มากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3f049"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/01-MOU-ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ต้องยอมรับว่าสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมแห่งความรู้ เมื่อใดก็ตามที่เด็กออกนอกระบบการศึกษาไปแล้ว ก็จะไม่มีอะไรช่วยให้เด็กมีหลักยึด สุดท้ายทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาในอนาคต ดังนั้นทางสมาคมสันนิบาต ฯ จึงต้องพยายามติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบให้มากที่สุด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำหรับทำงานร่วมกันสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” <strong>นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว</strong></p>



<p>นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้องถิ่นมีงบประมาณเช่นเดียวกับ กสศ. จะเป็นบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานท้องถิ่นร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาส และในอนาคตอาจมีการจัดตั้งกองทุนสำหรับช่วยเรื่องการให้ทุนการศึกษาเด็กตลอดจนไปถึงการฝึกสอนอบรมการออกไปประกกอบวิชาชีพได้ ทั้งหมดนี้หากเทศบาล 2,400 แห่งทั่วประเทศ สามารถทำงานตรงนี้อย่างเต็มที่จะสามารถช่วยนำเด็กนอกระบบการศึกษากว่า 200,000 คน กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-200922/">สมาคมสันนิบาต ฯ – กสศ. ลงนาม MOU สานพลัง ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาผ่านเครือข่ายเทศบาลทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2021 07:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[​รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[รังษินี นุ้ยพริ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านค่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49498</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเสี่ยงหลุดนอกระบบในพื้นที่ พบยากจนฉับพลัน – ย้ายถิ่นจากการตกงาน &#8211; เรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิผล&nbsp; ต้นเหตุเด็กไทยเสี่ยงหลุดระบบการศึกษาในช่วงโควิด-19 ศ. ดร.สมพงษ์ห่วง 3 เดือนอันตรายเด็กหลุดนอกระบบ อาจเข้าสู่วงจรสีเทา ชี้ต้องเร่งหยุดวิกฤตด้วยมาตรการเร่งด่วน&nbsp; เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน” Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น จับมือหลายหน่วยงานทดลองทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น และโรงเรียน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายการศึกษา <strong>จัดเสวนา “หยุดวงจรเด็กหลุดออกนอกระบบจากวิกฤตโควิด-19 เจาะลึกกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูจากพื้นที่ต้นแบบ” </strong>เพื่อสำรวจสถานการณ์เด็กจากผลกระทบโควิด-19 และระดมสมองจากพื้นที่และองค์กรต้นแบบ ที่สามารถแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบในระยะเร่งด่วน เพื่อเร่งหาแนวทางการรับมือป้องกันและแก้ปัญหาเด็กกลุ่มเปราะบางในระยะฟื้นฟูหลังการระบาดของโควิด-19<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-958a5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ​กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของโควิด-19 ช่วงสองปีเศษ ทำให้ครอบครัวคนไทยที่มีรายได้เป็นเงินเดือน ลูกจ้างรายวันทั้งหลาย เกิดสภาพ ‘ตายดิบ’ หรือ ‘ตายครึ่งตัว’ มีนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 1,244,591 คน หรือคิดเป็น 19.98% ของนักเรียนทั้งหมด สร้างสถิติสูงสุดจากที่ผ่านมา เปรียบเทียบจากเทอม 1/2563 ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 994,428 คน หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 250,163 คน&nbsp;</p>



<p>กสศ.และเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ได้รวบรวมสาเหตุการหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามาจาก 2 ประเด็นหลักคือ&nbsp;</p>



<ol><li><strong>&nbsp;หลุดจากความยากจนฉับพลัน </strong>จากสึนามิไวรัสโควิด-19 สองปีสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำกลับมาหนักขึ้น ทั้งคนตกงาน ต้องย้ายถิ่นฐาน ไม่มีรายได้&nbsp;</li><li><strong>หลุดจากเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ </strong>ทำให้เกิดความถดถอยทางการศึกษาไปถึง 50% เด็ก ป.1-ป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ การเรียนรู้จากระบบออนไลน์มีประสิทธิภาพแค่ 50% มีความเหลื่อมล้ำในประเด็นอุปกรณ์ไอที การสำรวจของ กสศ. พบว่าเด็กนักเรียนใน​ 29​ จังหวัด ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ถึง 87% เมื่อเรียนไม่ทัน เด็กติดศูนย์ ติด ร. เปิดเทอมไม่มาเรียน หายตัวไปจากระบบการศึกษาแบบเงียบๆ แม้จะยังมีชื่ออยู่ในระบบก็ตาม&nbsp;</li></ol>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า การช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้รอด ไม่ใช่แค่เรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ต้องมองให้ครบมิติเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำอีก&nbsp;</p>



<ol><li><strong>สุขภาพกาย</strong> เช่น การเข้าถึงวัคซีน ภาวะโภชนาการ&nbsp;</li><li><strong>สุขภาพใจ </strong>เด็กกลุ่มนี้ มีแนวโน้มเครียด ซึมเศร้า มีแรงกดดัน ความกังวลในช่วงการกลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง&nbsp;</li><li><strong>สังคม</strong> ภาวะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน การทำงานที่เสี่ยงอันตราย หรือถูกเอาเปรียบค่าแรง&nbsp;</li><li><strong>ด้านการศึกษา</strong> ความรู้ที่ถดถอย เรียนไม่ทันเพื่อน&nbsp;</li></ol>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสามเดือนอันตราย ถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษานานถึงสามเดือนจะเสี่ยงที่พวกเขาจะเข้าสู่วงจรสีเทา ทั้งติดเพื่อน ติดเกม ติดยาเสพติด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรแล้วพวกเขาเข้าไปในสถานพินิจ พอออกมาสามเดือนก็มีโอกาสกลับเข้าไปซ้ำได้อีก ตรงนี้เป็นบทเรียนที่เราเริ่มเห็นแล้วว่า สังคมไม่อาจปล่อยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบลำพัง ต่างคนต่างทำไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ช่วยกันซ่อมชีวิต ซ่อมจิตวิญญาณให้เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ab29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวถึงสถานการณ์เด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนเมืองว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมเมืองมีหลายด้าน กลายเป็นความยากจนครบวงจร ทั้งที่อยู่ การศึกษา รายได้ หาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ หลายครอบครัวตกงานถาวร&nbsp;</p>



<p>การที่จะให้เด็กคนหนึ่งหลุดพ้นความยากจนนั้นยากมาก เด็กต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน งานแรกคือแจกไพ่ ขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ยิ่งมีการระบาดของโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำยิ่งมาก เด็กหลุดออกจากระบบมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนใน 4 ชุมชนที่มีประชากรกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่อายุ 0-20 ปี ราว 1,400 คน พบว่ามีจำนวนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 200 คนที่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน แต่ผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กเบื่อหน่ายการเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่มีจุดหมายในการเรียนต่อ มีแนวโน้มหลุดจากระบบ</p>



<p>ขณะที่ในจังหวัดยะลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุด <strong>นางสาว</strong><strong>​</strong><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า ในจังหวัดมีปัญหาเรื่องทุพโภชนาการเป็นอันดับสองของประเทศ เด็กแคระแกร็น เด็กปฐมวัยไม่ใช่หลุดจากระบบการศึกษา แต่เข้าไม่ถึงการศึกษา ส่วนเด็กในระบบการศึกษาอยู่ในครอบครัวยากจน มีพี่น้องหลายคน มีความยากลำบากในการมาเรียน ที่ผ่านมามีเด็กหลุดจากระบบก็ดึงกลับมาพัฒนาทักษะชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ แต่ก็ยังหลุดไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต โมเดลการศึกษาจริงๆ ต้องตอบโจทย์สิ่งที่เด็กต้องการ คือเรื่องรายได้ ปากท้อง ทำให้พยายามสอดแทรกทักษะอาชีพเข้าไปในหลักสูตร&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลในพื้นที่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก โดยใน 3 อำเภอนำร่องมีเด็กนอกระบบและต้องการความช่วยเหลือกว่า 2,800 คน​ และยังมีเด็กในระบบการศึกษาอีกประมาณ 1,000 คนต้องการความช่วยเหลือ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้ช่วยได้เพียงแค่ 377 คน&nbsp;</p>



<p>สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่หนัก และเป็นเรื่องที่​กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าภาพหลัก ไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกองคาพยพ ซึ่งยะลามีต้นทุนที่ดีในเรื่องความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยหนุนเสริมการทำงาน&nbsp;</p>



<p>“แค่เด็กออกจากโรงเรียนหนึ่งเดือนก็อันตรายแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เด็กไม่หลุดไปจากระบบ เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่มีห้อง ER Emergency Room หรือห้องฉุกเฉิน โรงเรียนก็น่าจะมี Emergency Classroom หรือห้องเรียนฉุกเฉิน ที่เมื่อรับเด็กกลับเข้ามาเรียนแล้วจะใช้กระบวนการสอนเสริมอย่างไร เรียกเด็กมาคุยเพื่อเก็บงานวิธีใดก็ได้ แต่ให้คุณรับเด็กไว้ก่อน แล้วกระบวนการจัดการภายในให้เป็นเรื่องของโรงเรียน และต้องขอฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปขบคิดต่อยอดคิดค้นหลักสูตรวิธีการที่เป็น Emergency Classroom เมื่อรับเด็กกลับมาเรียนแล้วจะมีรูปแบบในลักษณะแบบใดต่อไป”​ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a14fc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมจะมีบรรยากาศที่เป็นไปในทางดีขึ้น แต่ผลกระทบจากวิกฤตยังคงเข้มข้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชนนอกระบบที่ขาดแคลนโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานเพราะพ่อแม่ตกงาน และปัญหาการขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์&nbsp;</p>



<p>“เมื่อผู้ปกครองเด็กขาดรายได้ บางส่วนเขาก็ต้องย้ายกลับภูมิลำเนา หรือบ้างโยกย้ายไปหางานทำที่อื่น ทำให้มีเด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือเคสของเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนต่อด้วยปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่รู้ขั้นตอนในการพาลูกเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องมีการเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือคะแนนตัวเลขได้คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ จากนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลและออกแบบการทำงานระหว่างหน่วยงานตามความถนัดได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด ถ้ามีเด็กออกกลางคันที่ กทม. เขาไปอยู่ที่อื่น จะเข้าเรียนต่อได้อย่างไร มีวิธีไหนช่วยให้เขาไม่ต้องหลุดไปเฉยๆ ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4fe60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ </strong>กล่าวว่า จังหวัดนครพนมได้พัฒนาโมเดลจังหวัด โดยรวมหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยกันสร้างกลไก เชื่อมกันเป็นวงจรเพื่อไปสู่เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาหมดจากจังหวัดได้ภายในสามปี ปีแรกของการทำงานเร่งให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลเด็ก และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน เพื่อแบ่งปันและเชื่อมโยงงานกัน&nbsp;</p>



<p>เราพบว่าเด็กแต่ละกลุ่มมีวิธีจัดการต่างกัน คือ 1. ต้นน้ำ หมายถึง กลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน 2. กลางน้ำ คือเด็กแขวนลอย-หลุดนอกระบบ 3. ปลายน้ำ คือเด็กในกระบวนการยุติธรรม พอได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เราจึงพัฒนาหลักสูตรและการประเมินใหม่ เช่น กลุ่มปลายน้ำ ทำงานร่วมกับสถานพินิจฯ เป้าหมายคือทำให้เด็กได้วุฒิก่อนกลับสู่สังคม นำตัวชี้วัดจำเป็นมาออกแบบให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่เขา ‘ต้องรู้’ มีเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ช่วยเสริมในสิ่งที่ ‘ควรรู้’ และมีกรมฝีมือแรงงานหรือสถาบันอาชีวะมาช่วยต่อยอดในสิ่งที่เขา ‘อยากรู้’ จนเด็กในสถานพินิจฯ ได้รับวุฒิการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ เตรียมนำโมเดลไปขยายผลเพิ่มในอีก 6 จังหวัด&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกลุ่มเสี่ยง ก่อนเด็กจะหลุดจะมีสัญญาณเตือน เช่น ติด 0 ติด ร. หลายวิชา ขาดเรียนบ่อย สุดท้ายเด็กก็หายตัวไปจากโรงเรียนเต็มตัว ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้แต่ละโรงเรียนมีจำนวนราว 5-10% เท่านั้น วิธีการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ ต้องทำห้องเรียนพิเศษขึ้นมารองรับเด็กกลุ่มนี้ จัดเป็นห้องเรียนตามอัธยาศัย แก้ปัญหาเป็นรายคน เช่น เด็กอยากซ่อมรถก็ให้ไปเรียนซ่อมที่อู่รถหนึ่งชั่วโมง ให้เจ้าของอู่ช่วยประเมิน หรือจัดการฝึกฝีมือแรงานในสิ่งที่เด็กอยากเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong> <strong>จังหวัดนนทบุรี </strong>กล่าวว่า “ไทรน้อยโมเดล” เป็นการทำงานร่วมกันกับ กสศ. ในการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนต่อ&nbsp;</p>



<p>การรับเด็กกลับเข้ามาเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าเมื่อออกไปจากระบบหนึ่ง เทอมแล้ว ​แต่ยังต้องมีกระบวนการวัดผล ประเมินผลในช่วงที่หายไป โดยให้มาเรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติม ใช้การประเมินแบบแบบยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุขและปลอดภัยเมื่ออยู่ในโรงเรียน มีคุณครูคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือเราจะต้องรักษาพลังบวก​ให้เขาผ่านไปตลอดรอดฝั่ง มีระบบดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา อุปสรรค การเรียนก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ให้พลังด้านลบมาบั่นทอนให้พวกเขาออกจากโรงเรียนไปอีก แล้วการดึงกลับเข้ามาจะยากลำบาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e3305"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น.ส.รังษินี นุ้ยพริ้ม ครูโรงเรียนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส</strong> กล่าวว่า การที่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดการติดตามและสกัดเด็กหลุดจากระบบได้เป็นอย่างดี ทั้งเครือข่ายชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา ซึ่งการติดตามเด็กต้องไม่ใช่แค่การเรียน แต่ต้องครอบคลุมทั้งจิตใจ ความเครียด สุขภาพกาย ความปลอดภัย เพราะความเครียดก็มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เมื่อดึงเด็กกลับเข้ามาในระบบ เราจะต้องมีวิธีฟื้นฟู ทั้งการลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก พูดคุยกับผู้ปกครอง บางคนเรียนออนไซต์เก่ง แต่พอเรียนออนไลน์ก็หายไป พอเยี่ยมบ้านก็พบว่าไม่มีอุปกรณ์ แต่สุดท้ายทางชุมชนได้เข้าไปช่วยเหลือจนกลับมาเรียนได้ เมื่อกลับมาเรียนก็ต้องสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่ดี ให้เด็กมีตัวตน มีการตั้งคำถามที่เขาอยากตอบ เน้นเรื่องที่เขาสนใจ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนท้องถิ่นเดินหน้าสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้” ส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา เรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-learning-city-220621/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-learning-city-220621</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2021 10:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[GNLC]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ ฉายแสง]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ อังคณาพิลาส]]></category>
		<category><![CDATA[ดลนภา พัฒนาศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปรีชา อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ่ายวิจัยศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42107</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สมาคมสันนิบาตเทศบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-learning-city-220621/">ชวนท้องถิ่นเดินหน้าสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้” ส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา เรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ชวนท้องถิ่นเดินหน้าสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้” เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมพัฒนาโจทย์การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ด้วยแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ หรือ Learning City ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) โดยมี น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษา สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกเทศมนตรีและผู้แทนจากสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ ตลอดจนนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำงานระดับพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</p>



<p><strong>น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก </strong>ได้ร่วมแลกเปลี่ยนโดยมีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ส่งเสริมการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การยูเนสโก ในปัจจุบัน การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการศึกษาในระบบ แต่การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning โดยเมืองซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และศึกษามีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเมืองนั้นๆ แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ (learning city) สนับสนุนให้เมืองเป็นแกนนำร่วมกับภาคส่วนต่างๆ สร้างและสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมทุกมิติ เนื่องจากการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>การพัฒนาเมืองภายใต้กรอบแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นที่ยอมรับและเห็นผลจริงในวงกว้าง โดยทั่วโลกมีเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ (Global Network of Learning Cities: GNLC) มากกว่า 229 เมืองจาก 64 ประเทศ โดยประเทศไทยมีเมืองที่เป็น GNLC4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครภูเก็ต และเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทั้งนี้การเป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เมืองและประเทศ ที่สำคัญกว่านั้น ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรและเมืองทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c9c43"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/a005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>คุณสมบัติเบื้องต้นของการเป็น GNLC คือ เป็นเมืองที่มีประชากร 10,000 คน ขึ้นไป และผู้บริหารจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ชัดเจน ตามบริบทและสภาพปัญหาของพื้นที่ เมืองที่สนใจสมัครเป็นเครือข่าย GNLC จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 กันยายน. – 1 พฤศจิกายน 2564 ผ่านทางสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสามารถติดตามข่าวสารการสมัครได้ที่ <a href="https://uil.unesco.org/lifelong-learning/learning-cities/become-member">https://uil.unesco.org/lifelong-learning/learning-cities/become-member</a></p>



<p>ด้าน<strong>นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมนุษย์ต้องมีการปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง การสนับสนุนให้เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นกรอบการทำงานที่ท้องถิ่นมีอำนาจและสามารถทำได้ ทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงการศึกษาในระบบ การลดจำนวนและปัญหาเด็กนอกระบบ การส่งเสริมศึกษาตามอัธยาศัย การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมสร้างนิสัยให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้แต่ละคนมีทักษะที่หลากหลายให้อยู่รอดในอนาคต โดยยกตัวอย่างการทำงานของเทศบาลนครยะลา ซึ่งมีการสร้างศูนย์เรียนรู้ซึ่งยะลามี TK park&nbsp; แห่งแรกในภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;นอกจากนี้ สมาคมสันนิบาตฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยตั้ง​หน่วยงานด้านวิชาการและการวิจัยขึ้นมาทำงานเรื่องการเรียนรู้เป็นการเฉพาะซึ่งพร้อมที่จะทำงานพัฒนาการศึกษาของเด็กและเยาวชน โดยท้องถิ่นมีหน้าที่และจำเป็นต้องสนับสนุนเรื่องโอกาสที่เสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางในสังคม ให้มีโอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะเช่นเดียวกับกลุ่มคนทั่วไป ทั้งนี้อาจทำโดยการให้ทุนการศึกษาเด็ก การค้นหาและสนับสนุนศักยภาพตามความถนัดของเด็ก พร้อมทั้งสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการสร้างทักษะการเรียนรู้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e1c073"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/a006.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา</strong> กล่าวว่า เมืองฉะเชิงเทราได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นเมืองสวยงามน่าอยู่ ซึ่งทำงานครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านสาธารณสุข&nbsp; สิ่งแวดล้อม การพัฒนาคน การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษา โดยเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ที่อยากศึกษาหาความรู้ ทุกเพศทุกวัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวฉะเชิงเทราได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างเสมอภาค ในฐานะที่เป็นเครือข่าย GNLC ประเทศไทย เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรามีแนวคิดที่จะผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นผ่านการจัดนิทรรศการส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อกระตุ้นการรับรู้ และสร้างความตื่นตัวให้คนในพื้นที่</p>



<p><strong>นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมานครภูเก็ตได้ทำงานเรื่องการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสนับสนุนเด็กพิการและผู้ด้อยโอกาสให้ได้เรียนตามความต้องการ มีนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาค้นหาช่วยเหลือนักเรียนที่ออกกลางคันให้กลับเข้าเรียนได้ตามปกติ พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่อการศึกษา เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด ศูนย์การเรียนรู้ สนับสนุนการฝึกอาชีพ การสร้างทักษะพิเศษให้เด็กที่สนใจ เช่น ว่ายน้ำ คอมพิวเตอร์ ดนตรี ภาษา ดูแลทั้งเด็กหน้าห้องให้พัฒนายิ่งขึ้นและเพิ่มความสนใจเด็กหลังห้อง โดยร่วมมือทั้งส่วนภูมิภาค จังหวัด สถาบันการศึกษา เครือข่ายต่างประเทศ และภาคธุรกิจ&nbsp; ​​</p>



<p><strong>น.ส.ดลนภา พัฒนาศักดิ์ ตัวแทนสำนักการศึกษา เทศบาลนครเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัย การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาตลอดชีวิต ห้องสมุดคอมพิวเตอร์ให้สืบค้นข้อมูล สำหรับประชาชนที่มีทุนทรัพย์น้อย ไปจนถึงการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ​​</p>



<p><strong>ดร.ปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย</strong> กล่าวว่า จากที่ได้ทำงานในฐานะเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้มาจะครบสองปี ทำให้สามารถเห็นทิศทางการทำงาน จัดลำดับความสำคัญให้สอดคล้องกับการทำงานของเครือข่าย และเพิ่มเติมต่อยอดการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งนครเชียงรายมีการจัดการศึกษาและสร้างโอกาสการเข้าถึงทุกระดับชั้น มีมหาวิทยาลัยวัยที่ 3 เป็นมหาวิทยาลัยรองรับสังคมผู้สูงอายุ ได้ร่วมทำกิจกรรม เรียนรู้เทคโนโลยี ไปจนถึงภาษาที่สอง ภาษาที่สาม</p>



<p><strong>ดร.ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move)</strong> กล่าวเน้นย้ำความสำคัญของ SDG และเมืองแห่งการเรียนรู้ว่า การพัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวข้องกับ SDG ทั้ง 17 ข้อ เนื่องจากความยากจน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกมิติล้วนเกี่ยวข้องกับการศึกษา แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นการสนับสนุนให้เมืองหรือพื้นที่มีโอกาสในการสร้างการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ซึ่งมีตัวอย่างการพัฒนาทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย โดยแต่ละเมืองของประเทศไทยต่างมีต้นทุนทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมที่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้และการตอบเป้าหมาย SDG ได้ ทั้งนี้ การส่งเสริมให้เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้ควรมีการทำงานร่วมกับภาคส่วนวิชาการหรือมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาควิชาการและภาคนโยบาย อีกทั้งเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากต้นทุนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20f7e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/a004.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</strong>กล่าวเสริมว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นทั้งความท้าทายและเป็นโอกาสในการทำให้ SDG ทั้ง 17 เป้าหมายสามารถบรรลุได้ เนื่องจากการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความเชื่อมโยงและเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสมอภาคทางสังคมแทบทุกด้านดังนั้น กสศ.จึงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการผลักดันเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2563 กสศ. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและภาคีเครือข่ายในและต่างประเทศจัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน หนึ่งในข้อสรุปของการประชุมคือ การศึกษาเพื่อปวงชนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนในสังคมร่วมมือกันเพื่อการศึกษา หรือ All for Education โดยชุมชนท้องถิ่นถือเป็นจุดจัดการสำคัญที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะเมืองเป็นการย่อโจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับประเทศลงมา ในขนาดพอเหมาะที่ท้องถิ่นจะทำได้ อีกทั้งแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญ (Game changer) ​ที่จะทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาสามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันสั้น</p>



<p>กสศ. และหน่วยงานภาคีมีข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ และมีเครื่องมือเชิงนวัตกรรมซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนเทศบาล หรือท้องถิ่นที่สนใจเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย GNLC โดยการเป็นเมืองรางวัลเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้อาจไม่ใช่เป็นเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาเมือง แต่ “กระบวนการ” พัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายเมืองแห่งการเรียนรู้ของโลกคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเข้าร่วมเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ขององค์การ UNESCO นี้ ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการสร้างโอกาสที่เสมอภาคในการมีคุณภาพชีวิต การศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนคุณภาพของเมืองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-learning-city-220621/">ชวนท้องถิ่นเดินหน้าสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้” ส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา เรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-14-12-20-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2020 09:11:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สมใจ สุวรรณศุภพนา]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย พรหมเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ วุ่นซิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24891</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สมาคมสันนิบาตเทศบาลแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/">กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24892" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยร่วมกับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ตและเทศบาลนครภูเก็ตได้จัดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2563 ณ  โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจากนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการเปิดประชุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิเช่น นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการบริหาร นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาลปลัดเทศบาล และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการประชุมดังกล่าวได้มีการบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ 1. ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 2. พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 3. รองศาสตราจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นกลไกสำคัญในการทำงานเพื่อแก้ไข บรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาและทำให้บริการสาธารณะเข้าถึงประชาชนได้ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับประชาชนมีความคาดหวังกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นจำเป็นต้องปรับตัว และสร้างความเข้มแข็งให้เท่าทัน และสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24896" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6.jpg" alt="" width="864" height="539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-768x479.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-750x468.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตและนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่าสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรกลางของหน่วยงานในสังกัดระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งช่วยเรื่องการบริหารจัดการและมีบทบาทในการผลักดันให้กฎหมายหรือระเบียบไปในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ และความผาสุกแก่ประชาชน ปัจจุบันสมาคมฯ มีเทศบาลสมาชิก จำนวน 2,302 แห่ง โดยการสัมมนาวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้ และทราบถึงบริบทของเทศบาลในอนาคตเพื่อวางแนวทางในการบริหารงานได้อย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเอง ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็งต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้บรรยายพิเศษมีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการที่ซับซ้อนของประชาชน จึงเป็นจุดจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธภาพ ดังนั้น ท้องถิ่นจึงควรเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา และในอนาคตท้องถิ่นควรริเริ่มการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น เช่น การจัดการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องสนับสนุนพิเศษ เช่น ความพิการ ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษา โดยท้องถิ่นต้องมีบทบาทสำคัญในการมีสังคมที่ปลอดภัย ส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม และความร่วมมือของทุกภายส่วนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. และนางสาวนิสา แก้วแกมทอง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ได้รับเชิญจากสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยร่วมจัดนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ด้วยนวัตกรรมการจัดการเชิงพื้นที่ (Area-based Education) และเทคโนโลยีสารสนเทศ</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24897" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย กสศ. นำเสนอ 2 เครื่องมือสำคัญ คือ 1) ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลสารสนเทศที่ช่วยค้นหาเด็กและเยาวชนที่ยากจน ด้อยโอกาสที่ต้องการความช่วยเหลือ ตลอดจนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เครื่องมือดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นค้นหาและให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) แนวทางการพัฒนาเมืองตามกรอบแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ ขององค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาเมืองแบบองค์รวม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชากรทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ให้ข้อมูลว่า แนวทางการพัฒนาในอนาคต เมืองจะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิวัติการเรียนรู้ และการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่ยั่งยืน เพราะเมืองแต่ละแห่งมีบริบท เงื่อนไข ปัญหา และจุดแข็งที่แตกต่างกัน ด้วยเทคโนโลยีด้านข้อมูลสารสนเทศ และ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเตอร์เนตในทุกสิ่ง  (Internet of Things: IOT) ขอบเขตของห้องเรียนจะไม่สิ้นสุดอยู่ในรั้วโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่ห้องเรียนของเด็กเยาวชนในอนาคตคือเมืองทั้งเมืองที่เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี และการจัดการเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24898" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ กสศ. ได้นำเสนอในโอกาสนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเมืองที่ท้องถิ่นเป็นผู้ริเริ่มและทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม นางสาวนิสา แก้วแกมทอง เสริมว่า การให้ท้องถิ่นเป็นจุดจัดการปัญหาจะสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/">กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
