<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สทิงพระโมเดล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Mar 2026 10:07:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สทิงพระโมเดล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260326/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-260326</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 10:07:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สทิงพระโมเดล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100906</guid>

					<description><![CDATA[<p>นโยบาย Thailand Zero Dropout ถูกประกาศในระดับประเทศมาตั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260326/">สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นโยบาย Thailand Zero Dropout ถูกประกาศในระดับประเทศมาตั้งแต่ปี 2567 โดยมี 11 หน่วยงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ</p>



<p>ในอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พื้นที่คาบสมุทรซึ่งมีความงดงามทางธรรมชาตินี้ เป็นอำเภอที่ขับเคลื่อนเรื่อง Zero Dropout อย่างเป็นระบบและได้ผลลัพธ์ที่ดี จนได้ชื่อว่าเป็น ‘สทิงพระโมเดล’</p>



<p>‘สทิงพระโมเดล’ คือการเปลี่ยนนโยบายในหน้ากระดาษให้เป็นเรื่องจริงที่จับต้องได้ จากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะองค์กรท้องถิ่นที่มีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กในชุมชน การขับเคลื่อนในอำเภอสทิงพระ เริ่มต้นจากระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลบ่อแดงที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน จนตอนนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาต่อเนื่อง 3 รุ่นนับตั้งแต่ปี 2567&nbsp;</p>



<p>ผลลัพธ์ดังกล่าวนำไปสู่การยกระดับเป็น ‘คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout’ ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ สทิงพระ สิงหนคร ระโนด และกระแสสินธุ์ โดยใช้โรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School) เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนขยายสู่ระดับประเทศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต.jpg" alt="" class="wp-image-100907" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูหน่อง-วิทิต เติมผลบุญ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ครูหน่อง-วิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขานุการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน&nbsp;คือคนที่เชื่อว่าการเริ่มทำจากพื้นที่เล็กๆ คือคำตอบ เขาคือผู้ผลักดันโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School) และเชื่อว่าชุมชนคือหน่วยสำคัญในการช่วยเหลือให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</p>



<p>เรานั่งคุยกับเขาในพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ (9 มีนาคม 2569) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นผลลัพธ์ของโครงการ และทำให้เราเห็นว่าหากประตูเปิดกว้าง เด็กที่หลุดจากระบบไปแล้วสามารถกลับมาได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99-%E2%80%98%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E2%80%99-"><strong>ให้ท้องถิ่นเป็น ‘หุ้นส่วนการศึกษา’</strong></h3>



<p>“คำว่า Thailand Zero Dropout มันใหญ่มาก บางทีพูดไปไม่มีคนเชื่อ แต่ถ้าผมพูดคำว่า ‘ตำบล Zero Dropout’ หลายคนอาจจะเห็นภาพมากขึ้นว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ดังนั้นเราต้องเริ่มทำจากจุดเล็กๆ นี่แหละ โดยการร่วมมือกันทั้งโรงเรียนและหน่วยงานท้องถิ่น” วิทิตพูดถึงวิธีคิดในการทำงานเรื่อง Zero Dropout ที่ต้องเริ่มจากการทำงานในชุมชน</p>



<p>หลายครั้งที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในระบบโรงเรียนของ สพฐ. ศูนย์การเรียน สกร. หรืออาชีวศึกษา แล้วไม่มีใครสนใจ เด็กหลายคนยังใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา หลายคนเรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งส่งผลต่ออนาคตการทำงานของพวกเขา ดังนั้นชุมชนจึงเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่จะช่วยสอดส่องและพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีองค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นส่วนสำคัญ</p>



<p>“สมมติเด็กคนหนึ่งมีปัญหาบางอย่าง ถ้าเด็กยังเป็นนักเรียนในโรงเรียน เขายังมีครูคอยดูแล แต่พอเด็กหลุดออกจากโรงเรียนก็ไม่มีใครสนใจเขาแล้ว คำถามคือใครแก้ปัญหาของเด็ก แล้วปัญหานั้นก็กลับไปที่ชุมชน ถ้าเด็กหลุดจากระบบหนึ่งคนในตำบล อาจกลายเป็นเพื่อนดึงเพื่อนแล้วกลายเป็นเด็กแก๊ง และส่วนใหญ่พอกลายเป็นแก๊งก็จะเริ่มมีเรื่องยาเสพติดเข้ามา เราจึงทำให้ท้องถิ่นเห็นภาพและชวนเขามาเป็น ‘หุ้นส่วนการศึกษา’ ในการดูแลเด็กเหล่านี้” วิทิตอธิบายที่มาของการชวนหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนการศึกษาในการดูแลเด็กที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>มุมมองสำคัญคือหน่วยงานท้องถิ่นต้องมองว่าตัวเองคือโรงเรียนที่สามารถออกวุฒิการศึกษา ป.6 ม.3 และ ม.6 ได้สำหรับเด็กที่หลุดจากระบบ โดยทำงานร่วมกันจนเกิดขึ้นเป็นเครือข่ายทั้งตำบล ตั้งแต่หาครูพี่เลี้ยงในแต่ละหมู่บ้าน ไปจนถึงการทำงานร่วมกันกับกองการศึกษาของ อบต.</p>



<p>เมื่อ อบต. ทำสำเร็จ โมเดลจึงขยายสู่ระดับอำเภอ ก่อนจะต่อยอดไปยังอำเภอใกล้เคียง ซึ่งนอกจากจะชวนระดับท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนการศึกษาแล้ว ยังมีการสร้างหุ้นส่วนการศึกษาที่เป็นศูนย์การเรียนด้วย และมีการทำงานร่วมกับสถานพินิจเพื่อดูแล ‘เด็กปลายน้ำ’ เพื่อไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรเดิม พยายามทำให้เด็กออกจากสถานพินิจพร้อมวุฒิเพื่อให้เด็กมีทางเลือกในชีวิต โดยใช้เครือข่ายศูนย์การเรียนในการดูแลเด็กเหล่านี้</p>



<p>“ตอนนี้กลไกไปได้ด้วยตัวเองแล้ว เพียงแต่เราต้องทำให้แต่ละหน่วยงานท้องถิ่นมาเห็นว่าเรื่องนี้จับต้องได้จริง หากคุณต้องการทำให้เด็กคนไหนในตำบลจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณสามารถทำได้เลย แล้วกลไกก็จะเคลื่อนไปได้เอง” วิทิตกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4.jpg" alt="" class="wp-image-100908" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E2%80%99--%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-"><strong>‘เพราะมองหา จึงมองเห็น’ : ชุมชนเปลี่ยนจากการผลักไสสู่การมองหาเด็ก</strong></h3>



<p>“ในชุมชนชนบท ชาวบ้านรู้กันอยู่แล้วว่าเด็กคนไหนไม่ไปเรียน มองเห็นเด็กขี่มอเตอร์ไซค์ในหมู่บ้าน เขาก็รู้ เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ตอนนี้เรามีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือ ชาวบ้านก็นึกออกว่าต้องไปบอกใคร เมื่อก่อนชาวบ้านอยากจะผลักเด็กเกเรติดยาออกจากชุมชน ไม่อยากสนใจ แต่พอเห็นแล้วว่าสามารถทำให้เด็กเรียนจบได้ ตอนนี้กลายเป็นชาวบ้านช่วยกันเอกซเรย์เลย ใครไม่ยอมเรียนหนังสือ ชาวบ้านต้องบอกให้ไปเรียน” วิทิตกล่าวถึงแรงกระเพื่อมของโครงการต่อชุมชนที่เป็นรูปธรรม&nbsp;</p>



<p>จากการทำงานในหลายพื้นที่ ทีมงานพบว่าปัญหาของเด็กส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกัน คืออยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ครอบครัวยากจน ติดเพื่อนจนเข้าไปอยู่ในกลุ่มแก๊ง หรือกระทั่งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นอุบัติเหตุในชีวิตที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล แม้ว่าจะเป็นการก้าวพลาดแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นประเด็นสำคัญคือการเปิดประตูโอกาสให้เด็กอยู่เสมอ</p>



<p>“สิ่งที่เราทำได้คือปรับการศึกษาให้เหมาะกับบริบทของอุบัติเหตุของเด็กตอนนั้น อย่าปล่อยให้เด็กหลุดออกไป และถ้าคุณเปิดประตูบ้านนี้ เด็กก็จะรู้ว่าเขาสามารถกลับมาได้ด้วยรูปแบบการศึกษาที่เขาออกแบบเองได้” วิทิตกล่าว</p>



<p><strong>โรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School)</strong> เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กหลุดออกจากระบบมีโอกาสได้เรียนรู้และก้าวไปสู่การมีวุฒิการศึกษาได้ โดยมีการเรียนอยู่สามทักษะ คือทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพ และทักษะวิชาการ โดยมีครูพี่เลี้ยง (เป็นอาสาสมัครที่ อบต. แต่งตั้งมา) คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เพื่อประคองให้เด็กยังส่งใบงานและมีปฏิสัมพันธ์กับแบบเรียนออนไลน์ วิทิตกล่าวเสริมว่าที่สทิงพระมีความเข้มแข็งเรื่องครูพี่เลี้ยงมาก&nbsp;</p>



<p>“ครั้งแรกเราไม่ต้องเข็นเด็กมาเรียนทุกคน แต่ถ้าคุณจบไปแล้วรุ่นหนึ่ง เพื่อนที่ยังเกเรอยู่ ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนไปแล้ว เขาก็จะอยากเรียนบ้าง ที่นี่มีอาชีพหนึ่งคือลงเรือน้ำมัน เงินเดือนดี เด็กคนไหนจบ ม.6 บริษัทเรือน้ำมันรอรับเลย ดังนั้นเด็กหลายคนก็อยากจบ บางคนเคยติดยา แต่พอไปลงเรือก็เลิกยาไปโดยปริยาย พอเด็กหลายคนในหมู่บ้านเริ่มเรียนจบ ปัญหาเรื่องการขโมยขี้ยาง ปัญหาเรื่องยาเสพติดก็หายไป เพราะเด็กก็ไปเรียนต่อบ้าง ไปทำงานบ้าง กลายเป็นว่าพอเด็กเปลี่ยน ชุมชนก็เปลี่ยน” วิทิตลงรายละเอียด</p>



<p>“คําถามคือโจทย์ต่อไปคืออะไร สงขลา Zero Dropout จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณไม่ทำภาพนี้ให้เกิดขึ้นนะ Thailand Zero Dropout จะเกิดขึ้นไม่ได้ คุณต้องทำให้เห็นทีละจังหวัด คุณก็แค่เขย่าไปเรื่อยๆ อย่าหยุด ถ้าหยุดปุ๊บก็จะกลายเป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง” วิทิตย้ำประเด็น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-"><strong>วุฒิการศึกษา: มากกว่ากระดาษ คือความมั่นคงของชีวิต</strong></h3>



<p>ประเด็นหนึ่งที่ยังคงมีคำถามอยู่คือเรื่องคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กที่จบการศึกษาด้วยระบบอื่น ซึ่งไม่ใช่ระบบ ‘มาตรฐาน’ ในโรงเรียนแบบที่สังคมคาดหวัง วิทิตพูดถึงประเด็นนี้ว่าบริบทของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน และวุฒิการศึกษาหมายถึงความมั่นคงของชีวิตพวกเขา ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมีมาก่อน</p>



<p>“ผมเคยโดนคำถามนี้เยอะ แต่ผมจะตอบคำถามนี้ด้วยเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง” วิทิตเริ่มเล่าเรื่อง</p>



<p>“ผมเคยสัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งเพื่อรับเข้าเรียน เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงชาวมุสลิมอยู่ตำบลบ่อแดง เขาหลุดจากระบบตอน ม.2 เพราะมีสามี ทีนี้สามีเขามีอาชีพทำประมง ออกเรือลำเล็กๆ ไปตอนกลางคืนแล้วกลับมาตอนเช้า ซึ่งเมื่อก่อนเขาก็ออกทะเลกับแฟนเขานั่นแหละ แต่พอมีลูกเขาจึงออกไม่ได้ ต้องเลี้ยงลูกที่บ้าน แต่ที่บ้านก็เลี้ยงแพะและเอาปลาที่สามีจับได้มาขาย&nbsp;</p>



<p>“ผมเลยถามเขาว่า ‘คุณก็ดูมั่นคงแล้วนี่จะเอาวุฒิไปทำอะไรล่ะ’ เขาตอบว่า ‘เผื่อเอาไปใช้สมัครทำงานโรงงาน’ พอผมฟังที่เธอเล่า ในหัวผมนึกถึงเพลง <em>ออกเล</em> ของมาลีฮวนน่า ที่พ่อบอกลูกก่อนจะออกทะเลว่า ‘จะออกเรือไปจนสุดขอบฟ้า ถ้าได้ปลามา กลับมาคงโชคดี… โอ้เจ้าแดงลูกพ่อเจ้าอย่ากวนให้แม่ตี’</p>



<p>“ผมเข้าใจผู้หญิงคนนี้เลยว่าถ้าวันหนึ่งสามีเขาออกทะเลแล้วไม่กลับมา เขาจะเลี้ยงลูกสองคนอย่างไร และเข้าใจทันทีว่าวุฒิการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สำหรับผู้หญิงคนนี้ แต่มันคือความมั่นคงทางชีวิตของเขา หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยสัมภาษณ์เด็กอีกเลย เพราะผมคิดว่าเราไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แล้วเอาวุฒิการศึกษามาฆ่าเขา หน้าที่ของผมคือเอากระดาษวุฒิแผ่นนี้ไปต่อชีวิตเขาเสีย คุณจะเก็บมันไว้ทำไม” วิทิตอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4.jpg" alt="" class="wp-image-100909" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2-"><strong>ผีเสื้อทุกตัวมีค่า</strong></h3>



<p>ในแง่หนึ่ง การให้การศึกษาแก่เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว รวมถึงความพยายามในการพยุงไม่ให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดไปนั้น เป็นการทำให้เด็กมีทางเลือกในชีวิต และอย่างน้อยๆ ก็สะท้อนว่า ถ้าเด็กได้รับการยอมรับและมีทางเลือกในชีวิตมากพอ เขาอาจไม่เลือกทางเดินชีวิตแบบเดิม</p>



<p>“ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องการคำชมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วคุณเชื่อไหมวันนี้ (9 มีนาคม 2569) ที่เด็กได้มารับวุฒิกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผมคิดว่าวิธีคิดของเด็กเกินครึ่งเปลี่ยนไป มันเกิดการยอมรับของสังคมว่าเด็กกลุ่มนี้เรียนจบได้ จากที่เมื่อก่อนอาจถูกมองว่าเป็นเด็กไม่เอาถ่าน ซึ่งพอสังคมยอมรับเรื่องนี้ได้เราก็จะเห็นทางเอง เด็กที่เคยเกเรก็จะชวนเพื่อนมาเรียน” วิทิตลงรายละเอียด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่การขับเคลื่อนระดับพื้นที่อย่างสทิงพระโมเดลกำลังพยายาม ‘ดึงเด็กกลับมาเรียน’ อีกด้านหนึ่ง ระบบการศึกษาในระดับประเทศเองก็ขยับตัวเช่นกัน โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลเด็กวัยเรียนอายุ 3-18 ปีอยู่กว่า 6 ล้านคน (คิดเป็น 80% ของเด็กกลุ่มนี้) ตัวเลขนี้สะท้อนว่า หากสามารถดูแลเด็กในระบบหลักนี้ได้ ก็เท่ากับคุมภาพรวมของปัญหาได้เกือบทั้งหมด</p>



<p><strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</strong> เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เปิดทางให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับห้องเรียนเพียงรูปแบบเดียว ขณะเดียวกันยังมีการออกแบบโครงการ ‘<strong>นำการเรียนไปให้น้อง’</strong> สำหรับเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบ แต่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน เด็กไม่จำเป็นต้องกลับมานั่งเช็กชื่อ ครูสามารถปรับรูปแบบการเรียนเป็นใบงานหรือการเรียนจากที่บ้านได้ แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเข้าใจพื้นฐานว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้อยากหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ไปต่อในรูปแบบเดิมไม่ได้</p>



<p>“เราต้องเข้าใจก่อนว่ามีเด็กที่มีปัญหาไม่ถึง 10% หรอก แต่ 10% นี่แหละคือ butterfly effect เราไม่รู้หรอกว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตมาทำร้ายสังคมได้ขนาดไหน ถ้าเขาโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อม คำถามคือจะมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอีกกี่คนต่อปี ซึ่งเราต้องเข้าใจว่าหน้าที่การศึกษาคือการตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ของเด็ก และเสริมศักยภาพที่เหมาะสมกับชีวิตเขา” วิทิตอธิบาย</p>



<p>วิทิตกล่าวสรุปว่า “คำว่าการศึกษาคือคำเชิงบวก ดังนั้นสังคมต้องเข้าใจก่อนว่าที่เราออกแบบการศึกษาเพื่อเด็ก 10% นี้ เพื่อเปิดช่องให้เขาได้เรียน เราจะทำอย่างไรให้เขาได้วุฒิ ม.3 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ เพราะเราไม่อยากให้เกิด butterfly effect เท่านั้นเอง”</p>



<p>ในโลกของการศึกษา ไม่ควรมีเด็กคนไหนถูกปล่อยให้หลุดหายไปจากระบบเพียงเพราะเขามีบริบทชีวิตต่างจากคนอื่น</p>



<p>“ผีเสื้อทุกตัวมีค่า” วิทิตกล่าวทิ้งท้าย</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568 ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีหนึ่งครอบครัวที่เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานพร้อมกันทั้งครอบครัว สมหมาย สารทอง (แดง) ผู้เป็นแม่ของลูกทั้งสามกล่าวด้วยความดีใจว่า “วันนี้มีความสุขมาก เห็นลูกๆ เรียนจบ” หลังจากนี้ลูกๆ จะไปในเส้นทางที่ตัวเองชอบเช่น โก้สนใจเรื่องการซ่อมรถ อยากเรียนต่อเทคนิค ซึ่งเมื่อมีวุฒิการศึกษายิ่งทำให้พวกเขามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4.jpg" alt="" class="wp-image-100913" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">[จากซ้ายไปขวา] เดฟ (16 ปี), โก้ (20 ปี), แม่แดง (52 ปี), ขาว (29 ปี)</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260326/">สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
