<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Jun 2020 10:29:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/52819-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 10:29:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมท้องถิ่นร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15711</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือสถาบันพระปกเกล้าปลุกพลังท้องถิ่นเดินหน้าพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/52819-2/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-15715" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h5>กสศ.จับมือสถาบันพระปกเกล้าปลุกพลังท้องถิ่นเดินหน้าพัฒนา “นวัตกรรม”เครื่องมือถอนรากความยากจน-ความเหลื่อมล้ำในประเทศอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างเทศบาลแห่งการเรียนรู้ทั่วประเทศภายใต้การมีส่วนร่วมคนในพื้นที่ ชูสร้าง“อสม.การศึกษา” ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเวที “นวัตกรรมท้องถิ่นร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา”</p>
<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“ท้องถิ่นเป็นรากฐานของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา”  ความตอนหนึ่งระบุถึงข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) ว่ายังมีเด็กเยาวชนมากกว่า 263 ล้านคนทั่วโลก ที่ยังคงอยู่นอกระบบการศึกษา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กวัยประถมศึกษามากกว่า 60 ล้านคน ขณะเดียวกันใน 10 ปีที่ผ่านมา (2007-2017) การลดลงของจำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาทั่วโลกเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนลดลงไม่ถึง100,000 คน</p>
<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวว่า โจทย์สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของโลกที่มีความยากมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณของภาครัฐและเงินบริจาคกลับมีแนวโน้มลดลง ผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ จึงต้องพยายามค้นหา นวัตกรรม หรือมาตรการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก ซึ่งทิศทางการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยการใช้ท้องถิ่นเป็นฐานในการทำงาน น่าจะเป็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ</p>
<p>โดยงานวิจัยรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมายืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี   “Prof.Banerjee, Prof.Duflo และ Prof.Kremer นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลทั้ง 3 ท่านเชื่อว่า “คำตอบของปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำอยู่ในพื้นที่” ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงทดลองที่เหมาะสม ด้วยการทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือหนทางสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำที่สามารถใช้ได้ผลจริงทั้งในพื้นที่ทดลอง และสามารถขยายผลสู่การดำเนินการระดับชาติได้อย่างยั่งยืน”</p>
<figure id="attachment_15717" aria-describedby="caption-attachment-15717" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-15717 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15717" class="wp-caption-text">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure>
<p>ดร.ประสาร  กล่าวว่า  เมื่อใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานในการทำงาน จะช่วยย่อโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากระดับประเทศสู่ระดับท้องถิ่น จะลดความซับซ้อนและขนาดของปัญหาลงมาราว 100 เท่า  จะเกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทการทำงานเชิงพื้นที่ เช่น การอาศัยพลังของคนในพื้นที่ในการส่งเสริมเครือข่ายอาสาสมัครด้านการศึกษา หรือ อสม.การศึกษา เพื่อร่วมเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ โดยอาศัยบทเรียนความสำเร็จในการทำงานของ อสม.ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก</p>
<p>ขณะที่<strong>นายสุภกร บัวสาย</strong> ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิท-19 กสศ.ได้ลงพื้นที่สำรวจผลกระทบทางด้านการศึกษากับเยาวชน พบว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคมาก่อนประเด็นความเสี่ยงของเด็กที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษาถึงร้อยละ 70 ซึ่งผลสำรวจตรงนี้เหมือนเป็นการเตือนที่สำคัญว่าหากอีก 1 เดือนข้างหน้า ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จะส่งผลให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15721" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมกับท้องถิ่นนำร่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต ราชบุรี เป็นต้น ผ่านโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มุ่งให้เกิดความร่วมมือในระดับพื้นที่เพื่อให้การดูแลกลุ่มปฐมวัยและกลุ่มนอกระบบการศึกษาก่อนจะขยายสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นในอนาคต โดยผลลัพธ์ที่ได้จาการดำเนินงานที่ผ่านมา คือ 1.เตรียมดึงเด็กจำนวน 10,000 คน กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จากเด็กจำนวนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาไปแล้ว 50,000 คน 2.กลุ่มเด็กปฐมวัย มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีมาตรฐานมากขึ้น</p>
<p>“กสศ. เห็นโอกาสภายใต้ความท้าทายในการพัฒนาเมืองหรือท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยสนับสนุนทั้งในมิติของโอกาสและความเท่าเทียม ควบคู่มิติของคุณภาพและการใช้ประโยชน์ได้ของการเรียนรู้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และมีเครือข่ายเพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ทำให้สามารถพัฒนาคุณภาพเมืองแห่งการเรียนรู้ได้ตรงกับความต้องการของบริบทพื้นที่” นายสุภกร ระบุ</p>
<figure id="attachment_15718" aria-describedby="caption-attachment-15718" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15718 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15718" class="wp-caption-text">นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure>
<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังระบุถึงการทำงานต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์โควิด-19ด้วยว่า  กสศ.เตรียม ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมในอนาคตอันใกล้ <strong>พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายเครือข่ายอาสาสมัครด้านการศึกษา (อสม.การศึกษา) ในการเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่ยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ</strong> โดยใช้นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ  iSEE ในรูปแบบ Mobile Application ในการสนับสนุน อสม. การศึกษา รวมถึงท้องถิ่น ทำการค้นหาเป้าหมาย และระบุตัวตนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นพิเศษ ภายใต้สถานการณ์ COVID-19  เช่น การติดตามเด็กนักเรียนในกลุ่มเสี่ยง และการทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ และประชาสังคมในพื้นที่เครือข่าย ส่งเสริมชุมชนและครอบครัวให้มีขีดความสามารถในการสนับสนุนโรงเรียนในการเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่ยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษมิให้เด็กหลุดจากการศึกษา โดยใช้ระบบเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง การติดตามที่เหมาะสม</p>
<p><strong>“อสม.การศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้กับท้องถิ่น คาดว่าจะใช้ อสม. ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่และท้องถิ่นจะช่วยเสริมพัฒนาศักยภาพของ อสม. ที่มีอยู่เดิม หรือมี อสม.การศึกษาที่มาจากข้าราชการที่เกษียณแล้ว เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้มีความรู้ ความสามารถทางด้านจัดการศึกษา”</strong> นายสุภกร กล่าว</p>
<figure id="attachment_15719" aria-describedby="caption-attachment-15719" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15719 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15719" class="wp-caption-text">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</figcaption></figure>
<p>ขณะที่ <strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</strong> เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกมิติของสังคมไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทุกปัญหามีความซับซ้อน และสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ซึ่งสถานการณ์โรคระบาดโควิด- 19 ช่วยขยายภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยให้ชัดขึ้น เห็นได้จากความเดือดร้อนและทุกข์ยากของคนจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรง สวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น หรือการที่ภาคบริการและแรงงานได้รับผลกระทบรุนแรงและฉับพลัน แต่ภาคการเกษตรยังอยู่รอดและต้องรับภาระการอพยพคน ส่วนประชาชนจำเป็นต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตให้สอดรับกับสถานการณ์</p>
<p>“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วในระดับต้นๆ ของประเทศ การแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่การทำให้ทุกคนเท่ากัน แต่เป็นการลดความแตกต่างโดยการทำให้ทุกคนได้รับและเข้าถึงสุขภาวะขันพื้นฐานที่ได้มาตรฐานอย่าง เท่าเทียม  นอกจากด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ด้านการศึกษาก็มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องขอบคุณกสศ. ที่เข้ามาเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนและรวมพลังท้องถิ่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการจัดการศึกษา เพราะมีต้นทุนทางสังคมที่ดี มีความยืดหยุ่นและเอกภาพในการบริหารการศึกษา อีกทั้งการศึกษาของท้องถิ่นสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในท้องถิ่นและสังคมได้ ดังนั้นท้องถิ่นจึงนับเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สำคัญอย่างยิ่ง” ศาสตราจารย์วุฒิสาร  ระบุ</p>
<figure id="attachment_15722" aria-describedby="caption-attachment-15722" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15722 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15722" class="wp-caption-text">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น</figcaption></figure>
<p>ด้าน<strong>นายสุพจน์ จิตร์เพ็ชร์</strong> ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า หน้าที่ อปท.นอกเหนือจากงานด้านปกครองแล้ว ยังมีหน้าที่ส่งเสริมด้านการศึกษา ทั้งนี้บทบาทของ อปท.ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้น เราต้องดูความพร้อมของแต่ละพื้นที่ด้วย เพราะศักยภาพในด้านต่างๆไม่เท่ากัน จึงต้องให้แต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดการเรื่องการศึกษาให้เหมาะสมกับศักยภาพ</p>
<p>ส่วนการมี อสม.การศึกษาเป็นเรื่องที่ดีที่คิดว่าจะช่วยป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาได้ แต่อย่างไรก็ตามทางพื้นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเสริมศักยภาพของ อสม.การศึกษา ซึ่งอาจจะเป็น อสม.ที่มีอยู่แล้วหรือเครือข่ายคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นต้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/52819-2/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1fnov2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2019 11:36:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อะบีจิต บาเนร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเธอร์ ดิวโฟล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์]]></category>
		<category><![CDATA[Experimental Research]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Randomized Control Trial]]></category>
		<category><![CDATA[RCT]]></category>
		<category><![CDATA[สนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[NCT]]></category>
		<category><![CDATA[J-PAL]]></category>
		<category><![CDATA[MIT]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8908</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ จัด​เวทีเสวนาวิชาการ เรื่อง “จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์<wbr />ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึ<wbr />กษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์<wbr />ในประเทศไทย”</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8913" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ.</pre>
<div>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้กล่าวปาฐกถา เรื่อง “นวัตกรรมในการจัดทำนโยบายเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาบทเรี<wbr />ยนจากรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2562”  โดยระบุว่า จากการที่ทางราชสถาบันวิ<wbr />ทยาศาสตร์สวีเดน มอบรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2562 ให้แก่ นายอะบีจิต บาเนร์จี  นางเอสเธอร์ ดิวโฟล นักวิทยาศาสตร์จากสถาบั<wbr />นเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที)  และนายไมเคิล เครเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลั<wbr />ยฮาร์เวิร์ด ในสหรัฐอเมริกา  ซึ่งถือเป็นการยกย่อง “การนำนวัตกรรมการวิจัยเชิ<wbr />งทดลอง” (Experimental Research) มาสนับสนุนการวิจัยเศรษฐศาสตร์<wbr />ด้านการพัฒนา      ตนเห็นว่าการมอบรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้<wbr />อาจจะมาได้ถูกที่ถูกเวลา   เพราะข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่<wbr />งองค์การยูเนสโก (UIS) ชี้ว่ายังมีเด็กเยาวชนมากกว่า 263 ล้านคนทั่วโลกที่ยังคงอยู่<wbr />นอกระบบการศึกษา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กวั<wbr />ยประถมศึกษามากกว่า 60 ล้านคน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า ที่น่ากังวลไปกว่าจำนวนเด็<wbr />กนอกระบบ คือ ความก้าวหน้าในการสร้<wbr />างความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษาในทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้าย ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึ<wbr />กษาหรือต้องออกจากการเรี<wbr />ยนกลางคัน ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึ<wbr />กษาในระดับโลกเริ่มกลับมามี<wbr />แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง   ในขณะที่ประเทศไทยเองยังมีเด็<wbr />กเยาวชนในครอบครัวที่ยากจนและด้<wbr />อยโอกาสอีกมากกว่า 670,000 คนที่มีอายุ 3-18 ปี และยังมีนักเรียนกลุ่มเสี่<wbr />ยงในครอบครัวที่ยากจนและยากจนพิ<wbr />เศษอีกเกือบ 2 ล้านคนที่อาจจะหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็<wbr />จการศึกษาขั้นพื้นฐาน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของโลกที่มีแนวโน้<wbr />มลดลงในอัตราที่ถดถอยมากซึ่<wbr />งสะท้อนสภาพปัญหาที่มี<wbr />ความยากมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณของภาครั<wbr />ฐและเงินบริจาคกลับมีแนวโน้<wbr />มลดลง จึงมีความจำเป็นที่ผู้<wbr />กำหนดนโยบายต้องเลือกใช้ มาตรการที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก  ซึ่งนวัตกรรมการวิจัยเชิงทดลอง ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้จึ<wbr />งอาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่<wbr />วยให้ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานที่มีภารกิ<wbr />จลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปั<wbr />ญหาความยากจนสามารถเลื<wbr />อกนโยบายที่เหมาะสมในการแก้ไขปั<wbr />ญหาตามบริบทของตนได้อย่างมี<wbr />ประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน</div>
<div></div>
<div>“จากผลการวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษามากกว่า 31 โครงการทั่วโลกด้วยกระบวนการ Randomized Control Trial (RCT) พบว่านโยบายลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาด้วยมาตรการที่<wbr />เจาะจงไปที่ อุปสงค์ต่อการศึกษา (Demand for Education) ซึ่งเป็นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว  หลายมาตรการให้ผลลัพธ์และความคุ้<wbr />มค่าทางงบประมาณที่สูงกว่<wbr />ามาตรการด้านอุปทานของการศึ<wbr />กษาที่เน้นผู้จัดการศึกษาเป็นตั<wbr />วตั้ง เช่น “การลดต้นทุนการเข้าถึงการศึ<wbr />กษา” ด้วยการสนับสนุนเงินอุดหนุนอย่<wbr />างมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer (CCT) ต่ออัตราการมาเรียนของผู้เรียน ซึ่งเป็นมาตราการที่กสศ.ดำเนิ<wbr />นการอยู่ หรือการสนับสนุน อาหารเช้า เครื่องแบบ และการเดินทาง แบบมีเงื่อนไข (Non-cash Conditional Transfer: NCT)” ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า มาตรการที่แก้ปัญหาตรงความต้<wbr />องการที่แท้จริงของนักเรี<wbr />ยนและครอบครัว หรือเจาะจงไปที่อุปสงค์ ได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจั<wbr />ยและการประเมินผลด้<wbr />วยกระบวนการวิจัยเชิ<wbr />งทดลองมามากกว่า 58 งานวิจัย ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ในการทำงานของคณะนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลในปีนี้ และทีมงานของศูนย์วิจัย J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT และสถาบันทั่วโลกว่า  สามารถเพิ่มอัตราการเข้าเรียน การสำเร็จการศึกษา และลดอัตราการหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรี<wbr />ยนจากครัวเรือนที่มี<wbr />ความยากจนได้อย่างมีนัยสำคั<wbr />ญทางสถิติ และใช้งบประมาณน้อยกว่<wbr />ามาตรการทางฝั่งอุปทาน อย่างการสร้างโรงเรียน สร้างห้องเรียนเพิ่ม หรือการเพิ่มครู   ดังนั้นการที่เด็ก เยาวชน หรือ ผู้ปกครอง ปฏิเสธการศึกษา แม้รัฐบาลจะสร้างโรงเรียน หรือจ้างครูเพิ่มเติมในพื้นที่<wbr />ใกล้เคียงเด็กๆมากขึ้นแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนที่ขาดซึ่<wbr />งเหตุผล หรือ ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาต่<wbr />ออนาคตของบุตรหลาน แต่คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รั<wbr />บการกระตุ้นการตัดสินใจ ด้วยมาตรการลดความเหลื่อมล้ำที่<wbr />เข้าใจในอุปสงค์ต่อการศึ<wbr />กษาของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะต่างๆ อย่างแท้จริง</div>
<div></div>
<div></div>
<div><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8914" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></div>
<div></div>
<div>ดร.ประสารกล่าวว่า แม้สถานการณ์ของประเทศไทยในเรื่<wbr />องความเหลื่อมล้ำนั้นแม้มี<wbr />แนวโน้มในทางที่ดีขึ้นบ้าง  แต่ยังคงมีโจทย์สำคัญหลายเรื่<wbr />องที่ประเทศไทยควรเร่งจัดการอย่<wbr />างเป็นระบบก่อนที่จะส่งผลต่<wbr />อเสถียรภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขั<wbr />นของประเทศในระยะยาว ยังมีหลายส่วนที่มีความซับซ้อน เชื่อว่าการแก้ไขต้องทำที่ต้<wbr />นทาง เริ่มจากการทำให้เด็<wbr />กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มี<wbr />คุณภาพ  ซึ่งหลายหน่วยงานทำอยู่ ขณะที่กสศ.มีหน้าที่เสริมความรู้<wbr /> ข้อมูล รวมถึงค้นหาแนวทางใหม่ๆ หาสาเหตุว่าการที่เด็<wbr />กและเยาวชนไม่สามารถเข้าถึ<wbr />งการศึกษาได้เต็มที่ เพราะสาเหตุอะไร</div>
<div></div>
<div>“เด็กบางต้องเดินทางมาโรงเรียน บางคนอยู่ห่าง 20 กิโล เดินทางมา 20 บาท เดินทางกลับอีก 20  บาท  ถ้าพ่อแม่ขายปลาไม่ได้ เด็กต้องอยู่บ้าน เพราะไม่มีค่าเดินทาง  ไม่มีเงินกินอาหารเช้า  บางคนขาดเป็นบางวัน เพราะไม่มีชุดพละ  ในขณะที่ แจกเครื่องแบบนักเรียน ปูพรมไปทั้งประเทศ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิ<wbr />ตเกษตร บอกว่าไม่ต้อง เค้าซื้อเครื่องแบบให้ลูกได้ ครูก็รวบรวมเพื่อไปบริจาค  นี่คือสิ่งที่สะท้อนเรื่<wbr />องของมาตรการฝั่งอุปทาน     พวกเราต้องระวังอย่าตกหลุ<wbr />มพรางว่า งานของกสศ.ซ้ำซ้อน  จนขอตัดงบประมาณ แต่ความจริงมันคนละวง คนละภารกิจ ความตั้งใจของคณะกรรมการบริ<wbr />หารกสศ. กสศ.จะไม่ทำงานในสเกลใหญ่ แต่เราจะหามุมเล่น รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี<wbr />นี้ ซึ่งเป็นการทำงานวิจั<wbr />ยในแนวทางเดียวกับสิ่งที่กสศ. ทำอยู่ จึงเป็นจังหวะที่ดีมาก เพื่อทำความเข้าใจว่า ที่คุณทำอยู่ใช้เงินมาก เน้นการส่งเสริมโอกาสทางการศึ<wbr />กษาจากฝั่งผู้จัดการศึกษา  แต่กสศ.จะเข้ามาเสริม ใช้ข้อมูลความรู้  ทำให้ถูกที่ถูกทาง เน้นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มี<wbr />ประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  กสศ.ทำที่ต้นเหตุ ไม่ทิ้งปัญหายากจนข้ามชั่วคน  ในขณะที่แจกเงินชิมชีอปใช้ จะหมด รุ่นต่อไปก็หมด”  ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กสศ.ได้ร่วมประชุ<wbr />มหาแนวทางความร่วมมือทางวิ<wbr />ชาการกับศูนย์วิจัย (Abdul Latif Jameel Poverty Action Lab) J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT สาขาภูมิภาคอาเซียน ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนากรอบแนวทางความร่วมมื<wbr />อเพื่อวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของกสศ. ด้วยเครื่องมือนวัตกรรมการวิจั<wbr />ยเชิงทดลอง (Randomized Controlled Trials: RCT) ซึ่งเป็นแนวทางของนักวิจัยรางวั<wbr />ลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ในปีนี้ โดยศูนย์วิจัย J-PAL จะคัดเลือกทีมนักเศรษฐศาสตร์<wbr />จากมหาวิทยาลัย MIT และ สถาบันวิชาการภาคี เพื่อมาสนับสนุนการทำงานวิจั<wbr />ยประเมินผลโครงการของ กสศ. ในประเทศไทย โดยอาจจะเริ่มทดลองในบ้างพื้นที่<wbr />ก่อนในปีการศึกษา 1/2563 นี้ เนื่องจากกสศ.มีงบประมาณที่จำกั<wbr />ดไม่สามารถดำเนินงานได้ทั้<wbr />งประเทศ การประเมินผลลักษณะนี้ จะช่วยให้มีผลการวิจัยที่มีคุ<wbr />ณภาพสูงเพื่อประกอบการตัดสิ<wbr />นใจปรับปรุงพัฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ กสศ. และหน่วยงานภาคี หรือกำหนดทิศทางการทำงานของกสศ.<wbr />ว่าควรมุ่งทำงานในส่วนไหนก่อน ภายใต้งบประมาณที่จำกัด และทำอย่างไรให้งานของกสศ.<wbr />สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืนแท้<wbr />จริง คาดว่าจะได้เห็นรูปธรรมในช่<wbr />วงกลางปีหน้าที่ประเทศไทยจะได้<wbr />รับประโยชน์จากการทำงานของทีมนั<wbr />กเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลร่วมกั<wbr />บทีมนักวิจัยในประเทศไทยเพื่อพั<wbr />ฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ กสศ. และ หน่วยงานภาคีดำเนินการอยู่ในปั<wbr />จจุบัน</div>
<div></div>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8915" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา 
และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</pre>
<p style="text-align: left;">“กสศ. พยายามจะช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่<wbr />อมล้ำให้ตรงจุด โดยเฉพาะปัญหาในฝั่งอุปสงค์<wbr />ทางการศึกษา (Demand-side) ทั้งเรื่องการลดต้นทุนในการเข้<wbr />าสู่ระบบการศึกษา และการประเมินคุณค่าในการศึ<wbr />กษาต่อของผู้เรียนจากครอบครัวที่<wbr />ยากจน ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้เงินไม่<wbr />มาก แต่ผลการวิจัยจากนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลพบว่าได้ผลต่<wbr />อความเสมอภาคสูง (High-impact)  เช่น โครงการเงินอุดหนุนนักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Tranfer: CCT) นั้นเด็กๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนไปจะต้องมี<wbr />เงื่อนไขตามเกณฑ์คือมาเรียนไม่<wbr />น้อยกว่า 80 % ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่านักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษที่รับทุนกสศ.ไป มาเรียนครบตามเกณฑ์ 98  %  ส่วนอีก 2% กสศ.จะต้องไปติดตามว่าเด็กมีปั<wbr />ญหาอย่างไร  รวมถึงเรื่องดัชนีมวลกาย หรือ ค่า BMI ซึ่งมีอยู่ราว 2 แสนคน หรือราวร้อยละ 30 ที่ยังมีน้ำหนัก ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่ 1.3 แสนคนสูงเกินมาตรฐาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. พยายามจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาที่<wbr />ต้นทางให้ตรงจุดจากการนำงานวิจั<wbr />ยทางเศรษฐศาตร์ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลมาเรียนรู้ และทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยในต่<wbr />างประเทศและในประเทศเพื่อช่<wbr />วยให้สังคม ผู้เสียภาษี มีความมั่นใจมากขึ้น ว่า กสศ. เราจะใช้เงินเหล่านั้นไปถึงตั<wbr />วเด็กเยาวชน และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสู<wbr />งสุดของเงินที่ได้รับมาทุกบาททุ<wbr />กสตางค์ที่ได้รับมาทั้งจากรั<wbr />ฐบาล และจากการบริ<wbr />จาคของภาคเอกชนและประชาชน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ .กล่าวว่า หลายๆ ประเทศได้นำเอาวิธีการสุ่มตั<wbr />วอย่างเพื่<wbr />อทำการทดลองในทางการศึกษา (Randomized Controlled Trials) มาใช้ แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้<wbr />างเนื่องจากผลลัพธ์ของการศึ<wbr />กษามีปัจจัยที่เกี่ยวข้<wbr />องหลายอย่าง ทั้งปัจจัยจากตัวนักเรียน โรงเรียน ครูผู้สอน ซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่<wbr />าในทางวิทยาศาสตร์หรื<wbr />อทางการแพทย์ หรืออาจจะมีปั<wbr />ญหาการขยายผลเอาไปใช้ (External Validity) โดยได้ยกตัวอย่างกรณีที่ได้ผลดี<wbr />ชัดเจนคือองค์กร Pratham ของอินเดียซึ่งทำการอบรมครูผู้<wbr />สอนและอาสาสมัครเพื่อเข้<wbr />าไปสอนนักเรียนในกลุ่มที่<wbr />ยากจนและล้าหลังในการเรี<wbr />ยนโดยเฉพาะ ซึ่งปรากฎว่าได้ผลกระทบเชิ<wbr />งบวกที่สูงมาก มีการนำไปขยายผลต่<wbr />อในหลายประเทศ</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า มีกรณีที่น่าสนใจของสหรัฐอเมริ<wbr />กามีการทดลองเพื่อช่วยเหลือให้<wbr />ข้อมูลในเรื่องการสมัครเข้<wbr />ามหาวิทยาลัยให้เด็กนักเรี<wbr />ยนยากจนด้อยโอกาสแต่เรียนดีได้<wbr />เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มี<wbr />คุณภาพดี พบว่าเป็นวิธีการที่ทดลองแล้<wbr />วได้ผล ทำให้เด็กยากจนสมัครเข้าเรี<wbr />ยนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสี<wbr />ยงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มี<wbr />การขยายผลออกไปในระดับทั่<wbr />วประเทศ โดยองค์กร College Board ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ SAT ทั่วประเทศสหรัฐฯ กลับไม่พบผลกระทบเชิงบวกที่เด่<wbr />นชัด จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักว่<wbr />าบางครั้งการทดลองที่ได้<wbr />ผลอาจจะนำไปปฏิบัติไม่ได้ผลอย่<wbr />างที่คิดก็ได้ ขณะเดียวกันยังตัวอย่<wbr />างของแนวทางการพัฒนา Growth Mindset ให้กับนักเรียนระดับมัธยมต้นผ่<wbr />านทางระบบคอมพิวเตอร์ในสหรั<wbr />ฐอเมริกา พบว่าเป็นแนวทางที่ได้ผล นักเรียนมีทักษะดีขึ้น ทำคะแนนได้ดีขึ้น สามารถปรับตัวได้ในช่วงสั้นๆ โดยใช้ต้นทุนไม่สูง แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลที่รุ<wbr />นแรงพอหากเทียบกับการทำผ่านห้<wbr />องเรียนหรือบุคคลจริงๆ ซึ่งก็อาจจะเป็นข้อจำกัดที่<wbr />ควรคำนึงถึง</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8916" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ.</pre><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/unesco_eef/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 09:21:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[rea Base Education Reform]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8125</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8128" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<blockquote><p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ชี้แนวโน้มเด็กนอกระบบทั่วโลกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ยก ABE หรือการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานการทำงาน แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำการศึกษายั่งยืน ขณะที่ กสศ.เดินหน้า ABE แล้ว 20 จังหวัด ระดมทุกภาคส่วน ดูแลเด็กในและนอกระบบการศึกษา</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมกรุงเทพ 1 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)กับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงเทพฯ (ยูเนสโก) เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ทั้งในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก พร้อมจับมือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย องค์การยูเนสโก้ องค์การยูนิเซฟ และองค์การช่วยเหลือเด็ก จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา&#8221;(All for Education) ระดับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ในปี2563 (2020) ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน เพื่อช่วยกันวางยุทธศาสตร์นับถอยหลัง 10 ปีสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกด้านการศึกษา (SDG4) ให้สำเร็จภายในปี 2030</p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า กสศ.และองค์การยูเนสโกจะร่วมดำเนินโครงการทั้งด้านวิชาการ และการสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายระดับชาติและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งในปี 2563 (2020)จะเป็นวาระครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงชนหรือ “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งเป็นเจตนารมย์ของผู้นำเกือบ 200 ประเทศที่ต้องการให้เด็กเยาวชนทุกคนเข้าถึงและสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาได้ 100% และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลสถิติจากสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) แสดงให้เห็นแนวโน้มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระดับนานาชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา(ระดับประถมศึกษา) ทั่วโลกที่เคยมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน เมื่อปี 1990 ลดลงเหลือราว 63 ล้านคนในปี 2017 หรือลดลงเกือบร้อยละ 40 แต่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2007-2017) จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาทั่วโลกมีอัตราที่ลดลงน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้ายยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา หรือต้องออกจากการเรียนกลางคัน เพราะปัญหาสภาพเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ฯลฯ ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษาเริ่มกลับมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง</p>
<p>ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กลไกภาครัฐแต่ลำพัง ไม่สามารถจัดการให้หมดไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษาหรือAll for Education ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันออกแบบหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน และหนึ่งในแนวทางที่เป็นวาระซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง คือการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ Area Base Education Reform (ABE) ที่ใช้กระบวนการทำงานเชิงพื้นที่ระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการลดความเหลื่อมล้ำ สำหรับประเทศไทย กสศ.สนับสนุนให้เกิดขึ้นแล้วใน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และ สงขลา</p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า เบื้องต้นใช้ยุทธศาสตร์ 2 มาตรการคู่ขนานกันอย่างเป็นระบบ เป็นวงจรการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบ iSEE ของกสศ.เข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย คือ1.มาตราการป้องกัน (OOSCY Prevention) ไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษาด้วยโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (CCT) ปัจจุบันกสศ.ช่วยขจัดอุปสรรคในการมาเรียนให้เด็กกลุ่มนี้ทั่วประเทศราว 700,000 คน และทุนการศึกษาสายอาชีพสำหรับนักเรียนยากจนจำนวน 2,500 ทุนต่อปี 2. มาตรการแก้ไขเร่งด่วน (OOSCY Correction) โดยกสศ. ร่วมกัน 20 จังหวัด ระดมความร่วมมือหลายภาคส่วนสร้างกลไกช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษา เพื่อค้นหา ส่งต่อให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป เบื้องต้นในปี 2562 กสศ.สามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ทันที 5,000 คน จากจำนวนเด็กเยาวชนอายุนอกระบบการศึกษา 670,000 คน (3-17 ปี) ทั่วประเทศ</p>
<p>ด้านนายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยว่า ได้แสดงความเป็นผู้นำในภูมิภาพเอเชียแปซิฟิกเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา เป็นการสานต่อความเป็นผู้นำของไทยในเอเชียเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตลอดช่วง 30ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมระดับโลกด้านการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่หาดจอมเทียนจนเป็นที่มาของปฏิญญาจอมเทียน องค์การยูเนสโกประทับใจและชื่นชมความมุ่งมั่นทำงานของไทยในการทำให้การศึกษาเป็นสิ่งเสมอภาคสำหรับทุกคน และหวังให้ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเรียนรู้และเอาไทยเป็นแบบอย่างในการริเริ่มดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) องค์การยูเนสโกเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นผู้นำด้านความเสมอภาคทางการศึกษา และเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030 ต่อไป</p>
<blockquote><p>“การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่เท่าเทียมเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ รวมถึงการริเริ่มโครงการนำร่องในจังหวัดภูเก็ต ยะลา สงขลา และกาญจนบุรี ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆที่มีปัญหาขาดโอกาสได้เข้าถึงทางการศึกษา เข้ามาสู่ระบบ และจะมีการจัดทำคู่มือทั้งภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษามาเลย์ เพื่อความเข้าใจที่มีมากขึ้น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น เพื่อให้เกิด การบูรณาการในการทำงาน” ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าว</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
