<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สงขลา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jan 2026 03:18:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สงขลา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>2 เดือนหลังน้ำลด: เปิดใจครู-เด็ก สงขลา ความกลัว ‘อนาคตสูญเปล่า’ สู่ความร่วมมือโอบอุ้ม 3,100 ชีวิตไม่ให้หลุดจากระบบ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220116/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 13:09:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าจังหวัดสงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอาสาสร้างสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน: รวมพลังฟื้นฟูการศึกษา สร้างอนาคตเด็กสงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99172</guid>

					<description><![CDATA[<p>“5&#8230; 4&#8230; 3&#8230; 2&#8230; 1&#8230;” สิ้นเสีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220116/">2 เดือนหลังน้ำลด: เปิดใจครู-เด็ก สงขลา ความกลัว ‘อนาคตสูญเปล่า’ สู่ความร่วมมือโอบอุ้ม 3,100 ชีวิตไม่ให้หลุดจากระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“5&#8230; 4&#8230; 3&#8230; 2&#8230; 1&#8230;”</strong></p>



<p>สิ้นเสียงนับถอยหลังภายในหอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ ภาพของครูนับร้อยชีวิตจากทั่วสงขลาที่พุ่งตัวเข้าไปเลือกสิ่งของจำเป็น—ตั้งแต่ชุดนักเรียน สมุด ดินสอ ไปจนถึงอุปกรณ์กีฬา—คือภาพสะท้อนความจริง ที่ทั้งเจ็บปวดและงดงาม</p>



<p>เจ็บปวด&#8230; เพราะมันยืนยันว่าแม้น้ำลดไปนานถึง 2 เดือนแล้ว แต่ความขาดแคลนยังสาหัส&nbsp;</p>



<p>งดงาม&#8230; เพราะทุกมือที่เอื้อมไปหยิบของ ไม่ได้หยิบเพื่อตัวเอง แต่เพื่อลูกศิษย์ที่รอความหวังอยู่ที่โรงเรียน</p>



<p>นี่คือบรรยากาศของงาน <strong>‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน: รวมพลังฟื้นฟูการศึกษา สร้างอนาคตเด็กสงขลา’</strong> ปฏิบัติการระดมทรัพยากรครั้งใหญ่โดย <strong>กสศ. (กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา)</strong> ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิอาสาสร้างสุข สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่โรงเรียนและเด็กๆที่ได้รับผลกระทบ</p>



<p>และนี่คือเสียงสะท้อนจาก 4 มุมมองในพื้นที่จริง ที่ยืนยันว่า <strong>‘วิกฤตครั้งนี้ ยังไม่จบ’</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01.jpg" alt="" class="wp-image-99173" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ความจริงที่น่ากังวล: ถึงโรงเรียนรอดจากน้ำ แต่ชีวิตเด็กไม่เหมือนเดิม</strong></h3>



<p>แม้ <strong>โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน)</strong> จะเป็นโรงเรียนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ได้รับความเสียหายทางกายภาพน้อยที่สุด จนสามารถเป็นศูนย์พักพิงและเปิดเรียนได้เร็ว แต่ <strong>ครูผกามาส</strong> และ <strong>ครูมนัส</strong> กลับพบความจริงที่น่ากังวลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02.jpg" alt="" class="wp-image-99174" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ครูผกามาสสะท้อนภาพความเสียหายระดับ ‘ครัวเรือน’ ที่กระทบต่อเด็กโดยตรง ตั้งแต่บ้านพัง ของใช้เสียหาย และเครื่องมือทำมาหากินของผู้ปกครองที่สูญไปกับน้ำ</p>



<p><strong>“เราอาจรอดจากภัยพิบัติในเชิงโครงสร้าง แต่การกลับมาเปิดเรียนรอบนี้ ชีวิตของเด็กนักเรียนแทบไม่มีอะไรเหมือนเดิม”</strong></p>



<p>ครูผกามาสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมขยายความถึงภารกิจเร่งด่วนที่โรงเรียนต้องทำ คือการยืดหยุ่นให้ถึงที่สุดเพื่อให้เด็กยังมาโรงเรียนได้ ไม่ว่าจะใส่ชุดอะไรมาก็ตาม และการเร่งเก็บข้อมูลรายบุคคลเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</p>



<p><strong>“น้ำท่วมหาดใหญ่รอบนี้เสียหายมาก&#8230; ภาระที่ผู้ปกครองต้องเจอ บางบ้านไม่เหลืออะไรเลย ไม่ว่าบ้าน สิ่งของ อาชีพ และยังหาทางทำมาหากินไม่ได้&#8230; ฉะนั้นถ้าจะกู้วิกฤตจริง ๆ ก็ต้องทำเป็นระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงกับสภาพการณ์จริงของแต่ละคน”</strong></p>



<p>ขณะที่ <strong>ครูมนัส</strong> มองเห็นแสงสว่างจากการจัดตั้ง <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’</strong> และกิจกรรมธนาคารโอกาสครั้งนี้ ว่าไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งของ แต่คือการส่งมอบ ‘กำลังใจ’</p>



<p><strong>“สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้โรงเรียนฟื้นคืนในทันที แต่ทั้งหมดนี้คือกำลังใจ ที่ทำให้เด็ก ๆ เห็นว่ายังมีความห่วงใยและน้ำใจจากข้างนอก&#8230; นอกจากนี้ศูนย์วิกฤตยังจะเป็นช่องทางสำคัญ ให้ข้อมูลความเสียหายรายบุคคลที่ครูสำรวจไว้ ได้ส่งต่อไปถึงภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับการวางแผนฟื้นฟู หรือการจัดสรรและระดมทรัพยากรที่ตรงกับความต้องการจริง ๆ”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. </strong><strong>วิกฤตที่สะเดา</strong><strong>: เมื่อผู้ปกครองล้ม เด็กก็เซ</strong></h3>



<p>ขยับออกไปยัง อ.สะเดา <strong>โรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี)</strong> อีกพื้นที่หนึ่งที่เสียหายหนัก เมื่อสื่อการสอนจมน้ำแทบทั้งหมด แต่สิ่งที่น่าห่วงกว่าคือบ้านของนักเรียนราว 70 ถูกน้ำท่วมมิดหลังคา เหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวติดกาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03.jpg" alt="" class="wp-image-99175" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ครูเสาวนีย์</strong> และ <strong>ครูฟาติมา</strong> ที่เดินทางมารับสิ่งของจากธนาคารโอกาส สะท้อนตรงกันว่า การฟื้นฟูโรงเรียนนั้นทำได้ แต่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวยังเป็นโจทย์หิน</p>



<p><strong>“ที่เราเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ คือการฟื้นตัวของผู้ปกครอง ที่หลายบ้านยังตั้งหลักไม่ได้ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี เพราะหลายคนเขาเสียเครื่องมือทำมาหากิน เสียงาน&#8230; ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งผลมาที่ความพร้อมด้านการศึกษาของเด็ก ๆ โดยตรง”</strong> ครูเสาวนีย์กล่าว</p>



<p>การมาถึงของ ‘ธนาคารโอกาส’ จึงเปรียบเสมือนการต่อลมหายใจ ให้เด็กมีเสื้อผ้าใส่ มีอุปกรณ์เรียน และให้โรงเรียนมีสื่อการสอนทดแทน เพื่อประคับประคองสถานการณ์เปราะบางนี้ให้ผ่านพ้นไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. พื้นที่ตกสำรวจ: กับความรู้สึกของการ ‘ถูกมองเห็น’</strong></h3>



<p>ณ พื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.สทิงพระ <strong>โรงเรียนวัดผาสุกาวาส (พิศิษฎ์พิทยา)</strong> ซึ่งไม่ใช่บริเวณที่เป็นไข่แดงของวิกฤตน้ำท่วม แต่ที่นี่ไกลออกมาอีก จนคุณครูบอกว่า <strong>‘โอกาสเดินทางไปไม่ถึง’‘ครูเมศ’ ปรเมศวร์ วรรณทองศรี</strong> เล่าถึงชีวิตเด็ก ๆ ลูกหลานชาวประมงที่มีทักษะชีวิตเป็นเลิศ แต่กลับมีเพดานทางการศึกษาอยู่แค่ ป.6 เพราะครอบครัวมองไม่เห็นปลายทางของการเรียนต่อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-04.jpg" alt="" class="wp-image-99176" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-04.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-04-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับโรงเรียนที่ห่างไกลเช่นนี้&nbsp; สิ่งของที่ได้รับจากธนาคารโอกาสทุกชิ้น แม้จะเป็นเพียงสีไม้ เมโลเดียน หรือลูกฟุตบอลใหม่สักลูก เหล่านี้ล้วนช่วยเติมเต็มความรู้สึกของเด็ก ๆ ได้อย่างมหาศาล เพราะมันคือการบอกเด็ก ๆ ว่า <strong>‘ยังมีคนเห็นพวกเขาอยู่’</strong></p>



<p><strong>“ของเหล่านี้ผมว่ามันเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก ๆ ได้เลย&#8230; ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าพวกเขา ‘ถูกมองเห็น’ &#8230;ซึ่งจะต่อยอดไปถึงเรื่องโอกาสในการเข้าถึงทุนการศึกษา หรือเส้นทางอนาคตของเด็ก ให้ได้ใช้ความสามารถทางดนตรี กีฬา หรือความสามารถพิเศษใดก็ตาม มาช่วยพาตัวเองไปไกลขึ้น”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ความกังวลของนักเรียน ม.5: ฝันอาจสะดุดลง เพราะ ‘เทอมนี้กำลังผ่านไปอย่างสูญเปล่า’</strong></h3>



<p>กลุ่มวัยรุ่นในชุดพละกำลังขะมักเขม้นช่วยพี่ ๆ ทีมงานจัดเตรียมสิ่งของ ประกอบด้วย <strong>น้องซันย่า, น้องเม, น้องเนม, น้องขวัญ และน้องออม</strong> นักเรียนชั้น ม.5 จาก <strong>โรงเรียนเทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี)</strong> ซึ่งมาร่วมงานในฐานะจิตอาสา และยังเป็น ‘ผู้ประสบภัย’ จากน้ำท่วมหาดใหญ่&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07.jpg" alt="" class="wp-image-99177" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>พวกเขาพูดถึงการแบกรับความกังวลที่หนักอึ้ง ว่าวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่เพียงพัดพาโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ดิจิทัลที่โรงเรียนให้หายไปเท่านั้น เพราะสำหรับเด็ก ม.ปลาย ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแล้ว พวกเขากำลังสูญเสีย <strong>‘เวลา’</strong> และ <strong>‘โอกาส’</strong> ไปอย่างไม่มีทางเรียกคืน</p>



<p><strong>“กังวลที่สุดคือสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเทอมนี้กำลังผ่านไปอย่างสูญเปล่า”</strong></p>



<p>นี่คือเสียงสะท้อนจากกลุ่มน้องๆ ที่ยอมรับว่า แม้น้ำจะลด แต่ความเครียดไม่เคยลดลง ภาพจำตอนติดอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมมิดหลังคายังคงทำให้ผวา และเมื่อโรงเรียนต้องปิดยาวเกือบหนึ่งเดือน ในขณะที่เด็ก ม.3 และ ม.6 ยังพอมีการเรียนออนไลน์ แต่เด็ก ม.5 กลับต้องหยุดชะงัก ท่ามกลางนาฬิกาที่เดินถอยหลังสู่การยื่นพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ในอีก 7 เดือนข้างหน้า</p>



<p><strong>น้องออม</strong> สะท้อนความเจ็บปวดจากความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจว่า:</p>



<p><strong>“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ ไม่ใช่แค่ที่อื่น ๆ ได้เรียนต่อเนื่อง แต่เขายังได้จัดกิจกรรม มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเติมพอร์ตให้น่าสนใจอยู่ตลอด แต่ของพวกเราเหมือนหยุดนิ่งไปเลย ยิ่งการกลับมาโรงเรียนวันนี้ ยังเป็นช่วงฟื้นฟูอะไรต่าง ๆ ให้กลับมาเหมือนเดิม มันทำเรารู้สึกว่าเทอมนี้กำลังผ่านไปอย่างสูญเปล่า”</strong></p>



<p><strong>น้องขวัญ</strong> เสริมถึงอุปสรรคในการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยว่า:</p>



<p><strong>“เกียรติบัตรที่มีน้ำหนักสำหรับสะสมเป็นพอร์ตงานหายากค่ะ หรือกิจกรรมดี ๆ บางทีก็ต้องมีต้นทุน ต้องเดินทางไปร่วมในพื้นที่อื่น ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาส”</strong></p>



<p>เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากให้ช่วยเหลือ นอกเหนือจากอุปกรณ์การเรียน น้องๆ กลุ่มนี้มองไปถึง <strong>&#8220;อนาคต&#8221;</strong> โดย <strong>น้องเนม</strong> เป็นตัวแทนเพื่อนๆ สายวิทย์-คณิต ที่มีความฝันอยากเรียนต่อสายสาธารณสุข เสนอแนะว่า:</p>



<p><strong>“อยากให้ในพื้นที่มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับคณะแพทย์ พยาบาล หรืองานในสายสุขภาพ&#8230; โดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดโดยโรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพ ที่มีคนทำอาชีพนั้นจริง ๆ มาถ่ายทอดความรู้&#8230; เพื่อให้เราได้เตรียมพร้อมและมั่นใจกับการสอบยิ่งขึ้น”</strong></p>



<p>นอกจากความกังวลเรื่องอนาคต สภาพการเรียนการสอนในปัจจุบันก็เป็นอีกโจทย์ใหญ่ เมื่อคอมพิวเตอร์และทีวีพังเสียหายไปกับน้ำ การเรียนรู้แบบดิจิทัลที่คุ้นเคย ต้องถูกแทนที่ด้วยกระดานดำแบบดั้งเดิม</p>



<p><strong>“ตอนนี้เหมือนเราต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลย&#8230; ครูก็ต้องไปเอากระดานกลับมาใช้เป็นสื่อการสอนหลัก ก็พอเรียนกันได้ แต่ถามว่าถ้าเทียบกับอุปกรณ์ดิจิทัล มันก็สะดวกกว่า เร็วกว่า&#8230; แต่พวกเราก็ต้องปรับตัว และพยายามช่วยกันทำให้การเรียนไปต่อได้ค่ะ”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. จากเสียงสะท้อน สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม: 3,100 ชีวิตในมือของ ‘กลไกการช่วยเหลือ’</strong></h3>



<p>เสียงจากครูและเด็กๆ ทั้งหมดที่สะท้อนผ่าน 2 เดือนหลังน้ำลด ไม่ได้เป็นเพียงคำบอกเล่าที่จางหายไปกับสายลม แต่มันถูกนำมาถักทอเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อขับเคลื่อน <strong>&#8220;ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา&#8221;</strong> ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08.jpg" alt="" class="wp-image-99178" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>วันนี้ ผลลัพธ์จากการลงพื้นที่อย่างหนักหน่วง ทำให้มี <strong>เด็กวิกฤตจำนวนกว่า 3,100 คน</strong> ได้รับการค้นหาและนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<p>เด็กกลุ่มนี้คือกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งจากปัญหาบ้านพัง ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือสูญเสียอุปกรณ์การเรียน การมีชื่อของพวกเขาอยู่ใน <strong>&#8220;มือ&#8221;</strong> ของกลไกการช่วยเหลือ หมายความว่าความช่วยเหลือเฉพาะหน้าและการฟื้นฟูระยะยาวจะถูกส่งไปถึงตัวบุคคลอย่างตรงจุด เพื่อหยุดเลือดที่กำลังไหล และประคับประคองไม่ให้เด็กคนไหนต้องเดินออกจากโรงเรียนเพราะภัยพิบัติ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป: เพราะการฟื้นฟู ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘สิ่งของ’ แต่คือ ‘ชีวิต’</strong></h3>



<p>การทำงานของทุกภาคส่วนในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าการบริจาค แต่คือการ <strong>“ถักทอตาข่ายรองรับทางสังคม”</strong> ผ่านฐานข้อมูลและการจัดการที่เป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็กประถมที่บ้านพังในสะเดา เด็กริมทะเลสทิงพระที่รอโอกาส หรือเด็ก ม.ปลาย ในเมืองหาดใหญ่ที่กังวลเรื่องอนาคต</p>



<p>เสียงของพวกเขาทุกคนจะได้รับการได้ยิน และได้รับโอกาสที่จะลุกขึ้นยืน เดินหน้าต่อได้อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09.jpg" alt="" class="wp-image-99179" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0122_200-วันหลังน้ำลด-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220116/">2 เดือนหลังน้ำลด: เปิดใจครู-เด็ก สงขลา ความกลัว ‘อนาคตสูญเปล่า’ สู่ความร่วมมือโอบอุ้ม 3,100 ชีวิตไม่ให้หลุดจากระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา กำลังพาการศึกษาไปหาเด็ก ๆ ทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 07:30:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85965</guid>

					<description><![CDATA[<p>“Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา” เป็นโคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110924/">พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา กำลังพาการศึกษาไปหาเด็ก ๆ ทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา”</strong> เป็นโครงการเชิงรุกที่พาโอกาส <strong>“การเรียนรู้” </strong>และ <strong>“วุฒิการศึกษา”</strong> ไปให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและหลุดพ้นจากวงจรความยากจน</p>



<p>โครงการนี้เริ่มต้นนำร่องใน 25 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือของ กสศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะ สถานประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และชุมชน</p>



<p>บนเวทีเสวนาพลังเครือข่ายศูนย์การเรียนเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กใต้ ในงาน Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา ณ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพความร่วมมือของเครือข่ายในการขับเคลื่อนความร่วมมือกันไปสู่เป้าหมาย “เด็กทุกคนต้องได้เรียน” และเมื่อเด็ก ๆ มีความแตกต่างหลากหลาย <strong>“การจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต”</strong> จึงได้รับการสนับสนุนจากหลายคนที่มาช่วยกันเปลี่ยนสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสังคม ไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง ด้วยการออกแบบนวัตกรรมการศึกษาที่ไม่ติดกรอบ สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เป็นการเรียนรู้ในประสบการณ์จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b99c6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา-15.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มต้น “ค้นหา” : สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด</strong></h2>



<p>จังหวัดสงขลามีจำนวนเด็กและเยาวชนอยู่นอกระบบการศึกษาในฐานข้อมูล  Thailand Zero Dropout 23,681 คน เท่ากับประชากรทั้งอำเภอนาหม่อม ข้อมูลนี้ทำให้ภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมขับเคลื่อนไปกับภาครัฐ จากการเห็นภาพความเสี่ยงที่สังคมต้องเผชิญกับอนาคตกับประชากรไร้คุณภาพเพราะขาดโอกาสทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลาได้เริ่มต้นด้วยการทำหน้าที่ “ค้นหา” เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบ ด้วยการดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วน ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั้ง 10 แห่ง และเตรียมขั้นตอนการ “ช่วยเหลือ” ร่วมกับเครือข่ายตามปัญหาของเด็กและเยาวชนที่ได้ค้นพบด้วยการคัดกรองเบื้องต้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่ใช่แค่การศึกษา ทุกปัญหา ต้อง “ช่วยเหลือ”</strong></h2>



<p>คุณนิพนธ์ รัตนาคม ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เยาวชนสร้างสุข หนึ่งในภาคีเครือข่ายของจังหวัดสงขลา อธิบายถึงขั้นตอนในการ “ช่วยเหลือ” เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ได้ “ค้นพบ” แล้ว ต้องมาคัดกรองว่าจะต้อง “ช่วยเหลือ” อย่างไรให้ตรงตามความต้องการ ถ้าต้องการกลับไปเรียนในระบบก็จะช่วยให้เข้าไปเรียน และจัดการปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการกลับไปเรียน เช่น ค้างค่าเทอม หรือถ้าไม่ต้องการไปโรงเรียน อาจจะนำเสนอว่าเรียนกับ สกร. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) หรือถ้าต้องทำงานไปเรียนไปศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งจะตอบโจทย์ได้ ด้วยการเรียนผ่านมือถือหรือออนไลน์</p>



<p>แต่ปัญหาด้านการเรียนไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ต้องเผชิญ ปัญหาชีวิตในหลาย ๆ ด้าน เช่น ปัญหาครอบครัว พ่อแม่ติดคุก เสพยา ต้องดูแลคนในครอบครัว เป็นสถานการณ์ที่ต้องการการ “ช่วยเหลือ” ร่วมด้วย เพื่อคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ จากหนักให้เป็นเบา ทำให้เด็กและเยาวชนที่เผชิญปัญหาอยู่ มีความพร้อมที่จะเรียนต่อได้ ซึ่งเครือข่ายต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา และแนวทางการศึกษายืดหยุ่นคือแนวทางใหม่ทางการศึกษา เป็นทางเลือกที่พลิกสถานการณ์จากความตีบตันไร้ทางออกให้มีทางเดินต่อไป ด้วยวิธีที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตจริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1b47c9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ดูแล” ด้วยความยืดหยุ่นตามความแตกต่าง</strong></h2>



<p>สกร. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) หรือ กศน. เดิม และศูนย์การเรียนรู้ที่มีการจัดตั้งขึ้นหลายแห่งในแต่ละจังหวัดคือองค์กรที่มีบทบาทหลักในการ “ดูแล” จัดการศึกษาที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่กลับเข้ามาได้ไปถึงจุดหมายปลายทางคือได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาระดับชั้นมัธยมปีที่ 3 หรือไปถึงมัธยมปีที่ 6&nbsp; สามารถนำสมัครงาน มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้</p>



<p>คุณบุปผชาติ เรืองกูล จาก สกร. สงขลา เล่าถึงแนวทางการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้เรียนว่า สกร. มีหลักสูตรที่เป็นการสร้างอาชีพและการจัดการศึกษาเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบ โดยเป็นการเรียนเทียบระดับใช้เวลา 1 ภาคการเรียน แนวทางการเรียนการสอนคือให้ทำโครงงาน ค้นคว้าด้วยต้นเอง แบบ Mobile School มีการสัมภาษณ์ประสบการณ์ทำงาน การทำงานจิตอาสาเป็นการประเมินผู้เรียน จัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนก่อนจบการศึกษา</p>



<p><br>การจัดการเรียนการสอนของศูนย์การเรียนรู้แต่ละแห่งนับได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการคิดนอกกรอบบนฐานข้อมูลจริงสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ศูนย์การเรียนเซนต์เทเรซา เซ้าท์เทิร์น ที่มีการเรียนการสอนอิงตามหลักสูตรแกนกลาง ใช้การทำโครงงานหรือ Project Base เป็นเครื่องมือวัด เปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้วยตนเองตามสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ถือว่าทุกพื้นที่ ทุกอาชีพที่ใช้เลี้ยงชีวิตเป็นห้องเรียน และแม้ว่าจะอายุเกินเกณฑ์ก็ยังให้โอกาสที่จะจบการศึกษา</p>



<p>ศูนย์การเรียน CYF (Children and youth development Foundation ) หรือมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งทำงานกับเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และที่หลุดออกจากระบบ ก็ใช้ชีวิตเป็นการเรียนรู้ เอาประสบการณ์มาเทียบโอนวุฒิ เอาเทคโนโลยีในการเข้าถึงตัวผู้เรียน เช่น การตั้งกลุ่ม Facebook เพื่อติดตาม กระตุ้นให้มีเป้าหมาย เรียนรู้ในชีวิตประจำวัน พัฒนา Application ในมือถือเพื่อให้เก็บข้อมูลและสร้างหลักสูตรออนไลน์เสริมให้นิเวศการเรียนรู้ขยายตัวกว้างขวางออกไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8333e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fbda07"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ส่งต่อ” จากก้าวแรกสู่ก้าวต่อไป</strong></h2>



<p>เมื่อได้วุฒิบัตรจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปีที่ 3 หรือมัธยมปีที่ 6 แล้ว ยังมีหน่วยงานที่เข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการ “ส่งต่อ” ในการสร้างอาชีพหรือการเรียนในระดับอาชีวศึกษาหรือปริญญาตรีตามความต้องการและศักยภาพ ได้แก่ สำนักงานจัดหางานประจำจังหวัด ในสังกัดกระทรวงแรงงาน ที่มีข้อมูลตำแหน่งงานหลากหลาย เมื่อขึ้นทะเบียนหางานแล้ว ถ้ามีงานที่เหมาะสมก็จะพาไปพบนายจ้าง กรณีที่ไม่มีวุฒิก็ยังมีการฝึกอาชีพอิสระให้ และจัดหางานให้ด้วย</p>



<p>มหาวิทยาลัยชีวิตที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกรณีต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท แต่ไม่สะดวกต่อการศึกษาในระบบ ซึ่งมีการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น ใช้ประสบการณ์การทำงานมาทำโครงงาน สามารถเรียนได้ทุกที่ เช่นเดียวกัน</p>



<p>พลังขับเคลื่อนของเครือข่ายอย่างเป็นกระบวนการ ตั้งแต่ ค้นหา – ช่วยเหลือ – ดูแล &#8211; ส่งต่อ จะทำให้ Thailand Zero Dropout ไปถึงเป้าหมาย ด้วยการเปิดใจ เรียนรู้ร่วมกัน สร้างนวัตกรรมทางการศึกษาที่จะเปลี่ยนผู้เสียเปรียบในเกมการศึกษาเดิมให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียม โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอีกต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110924/">พลังเครือข่ายจังหวัดสงขลา กำลังพาการศึกษาไปหาเด็ก ๆ ทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษายืดหยุ่น คืนโอกาส สร้างเส้นทางอนาคตแก่เยาวชนที่หลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2024 08:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[สุไรนา หมุดแหล๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[เกตุทิพย์ พึ่งบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85921</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การมีโอกาสกลับมาเรียน ทำให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ตำแหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090924/">การศึกษายืดหยุ่น คืนโอกาส สร้างเส้นทางอนาคตแก่เยาวชนที่หลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote">
<p><strong><em>“การมีโอกาสกลับมาเรียน ทำให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ตำแหน่งงานสูงขึ้น”</em></strong></p>
</blockquote>



<p><strong>น้องยู เกตุทิพย์ พึ่งบุญ</strong> อดีตเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น กล่าวบนเวที Youth Talk การศึกษาเพื่อเด็กสงขลา ในงาน Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา ซึ่งจัดขึ้นที่โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อ.เมือง จ.สงขลา โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กับ ศูนย์อาสาสร้างสุขภาคใต้ ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายจังหวัดสงขลาทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายศูนย์การเรียน สถานศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสงขลา ตัวแทนผู้ปกครองที่จัดการศึกษาแบบบ้านเรียน สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (มหาวิทยาลัยชีวิต) สำนักจัดหางานจังหวัดสงขลา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา (สกร.) สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสงขลา และเครือข่ายชุมชนสงขลา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา</p>



<p>เช่นเดียวกับ <strong>น้องนา สุไรนา หมุดแหล๊ะ</strong> ที่กล่าวว่าหลังจากกลับมาเรียน ได้วุฒิการศึกษา <strong><em>“ชีวิตเปลี่ยน”</em></strong> ไปทันที</p>



<p>สองเสียงยืนยันจากเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว เพราะต้องรับผิดชอบต่อการทำงานเลี้ยงชีวิตตนเองและครอบครัว เมื่อได้รับโอกาสให้ได้เรียนในรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต คือการเปิดเส้นทางอนาคตที่สร้างความหวัง ความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป</p>



<p>เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าทุกคนอยากได้รับโอกาสทางการศึกษา อยากมีชีวิตที่ดี และแน่นอนว่าสังคมที่มีคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ย่อมเป็นสังคมที่ร่มเย็น การศึกษายืดหยุ่นจึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบได้อย่างตรงจุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-190132"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(นักศึกษาซ้ายมือ) น้องนา สุไรนา หมุดแหล๊ะ / (นักศึกษาขวามือ) น้องยู เกตุทิพย์ พึ่งบุญ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การหายจากระบบการศึกษาไม่ใช่ปัญหาของเด็ก</strong></h2>



<p>ยืนยันผ่านเวทีเสวนา ‘Mobile School การศึกษายืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา จังหวัดสงขลา’ มีการนำเสนอตัวเลขเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาอายุ 3-18 ปีในระดับประเทศว่ามีจำนวนถึง 1.02 ล้านคน จำนวนนี้เทียบเท่าการศึกษาระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมปีที่ 6 โดยสาเหตุหลัก 3 ประการแรกมาจากความยากจน ปัญหาครอบครัว และออกกลางคันหรือถูกผลักออก เมื่อไม่จบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จึงหมดโอกาสในการเข้าทำงานที่เปิดรับวุฒิขั้นต่ำไว้ที่มัธยมปีที่ 3 ซึ่งก็คือระดับการศึกษาภาคบังคับ ทำให้เด็กเยาวชนกลุ่มนี้ต้องทำงานที่ใช้แรงงานเสี่ยงต่อสุขภาพ และยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปสู่วงจรยาเสพติด การลักขโมย การค้าประเวณี ฯลฯ</p>



<p>การดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง แม้ว่าจะมีมาตรา 12 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ทำให้เกิดแนวทางการศึกษายืดหยุ่น ทำให้การเรียนไม่จำกัดอยู่ในห้องเรียน และสามารถออกแบบการเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียน สามารถเทียบวุฒิการศึกษาเพื่อให้ประกาศนียบัตร การดำเนินการตั้งแต่การค้นหาเด็กที่หลุดจากระบบ การออกแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเด็กแต่ละคน จนสามารถจบการศึกษาได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรชุมชนที่มีความใกล้ชิดกับเด็กและครอบครัวมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c4b26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-88e259"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อบต. ส่งถึง สกร. ร่วมค้นหา สร้างโอกาส</strong></h2>



<p>น้องยูและน้องนา ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งด้วยการชักชวนจากเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง ให้สมัครเข้าเรียนกับศูนย์การเรียน CYF ซึ่งใช้วิธีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน เช่น การเรียนผ่านมือถือ การเทียบโอนประสบการณ์ชีวิตกับวุฒิการศึกษา ทำให้มีโอกาสจบการศึกษาใน 1 ภาคการศึกษา เริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาการเรียน แล้ววางแผนการศึกษาร่วมกับเด็ก ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสามารถกลับเข้ามาเรียนได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>น้องยูกับโครงการซูชิ</strong></h2>



<p>น้องยูเล่าถึงการกลับเข้ามาเรียนกับศูนย์การเรียน CYF ว่าออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่มัธยมปีที่ 2 มาทำงานในห้างสรรพสินค้า การเรียนผ่านมือถือ ครูจะดึงเข้ากลุ่มไลน์เชื่อมต่อไปที่ Google Classroom โดยครูจะสอนสด และให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเรียนทำให้ไม่หนักใจ&nbsp; ใช้เวลาในการเรียนเพียง 4 เดือนก็จบการศึกษาได้ประกาศนียบัตรมัธยมปีที่ 3 ตั้งใจว่าจะเอาไปสมัครเรียนต่อ เพราะพอได้ประกาศนียบัตรมาแล้วก็ได้เลื่อนตำแหน่ง มีเงินเดือนสูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>โครงการซูชิเป็นโครงการที่น้องยูเลือกทำก่อนจบการศึกษา เป็นเรื่องที่สนใจและใกล้เคียงกับวิถีชีวิตการทำงานในห้างสรรพสินค้านั่นเอง ซึ่งก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษายืดหยุ่นที่ทำใหผู้เรียนได้เห็นคุณค่าในประสบการณ์ตนเอง นำประสบการณ์นั้นมาเรียนรู้ทำให้ผู้เรียนเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งไกลตัว และสามารถนำประสบการณ์ทำงานมาเทียบวัดเป็นหน่วยกิตการเรียนได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โครงการประมงของน้องนา</strong></h2>



<p>สำหรับน้องนา ซึ่งทำงานขายอาหารทะเล งานของเธอต้องออกทะเลไปดูแลวัตถุดิบ ดังนั้นจึงเลือกทำโครงการประมง น้องนาออกจากระบบการศึกษาตอนมัธยมปีที่ 2 เช่นเดียวกับน้องยู และ อบต.บ่อแดง ชักชวนให้เธอเข้าโครงการ Mobile School ด้วยการเรียนแบบยืดหยุ่นกับศูนย์การเรียนรู้ CYF โดยเรียนผ่านมือถือ หลังจากจบการศึกษาได้ประกาศนียบัตรวุฒิมัธยมต้น เธอก็ได้เลื่อนเป็นหัวหน้า ได้เงินเดือนขึ้น ซึ่งทำให้ <em>“ชีวิตเปลี่ยน” </em>ไปทันที น้องนาเล่าว่าในเพื่อนรุ่นเดียวกันจากบ่อแดง มี 12 คน ซึ่งจบการศึกษาทั้งหมด เพราะการเรียนไม่ได้ยากอย่างที่คิด มีครูคอยช่วยเหลือแนะนำ ทำให้การเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71d81d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-460807"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สองเยาวชนผู้หลุดจากระบบการศึกษาและได้รับโอกาสให้กลับมาศึกษาอีกครั้ง แต่เป็นรูปแบบใหม่ที่มีมีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับชีวิต สามารถเรียนไปทำงานไปได้ และใช้เวลาไม่นาน ทำให้มีโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตที่จะก้าวต่อไป เช่นเดียวกับเยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับโอกาสกลับเข้ามาเรียนด้วยแนวทางการศึกษายืดหยุ่น หรือ Mobile School สิ่งที่พวกเขาบอกกับสังคมก็คือ ทุกคนอยากได้รับการศึกษา เพราะรู้ดีว่าการศึกษาจะช่วยสร้างชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา เพียงแต่ที่ผ่านมากับปัญหารอบตัวทำให้มองไม่เห็นทางที่จะประคองตัวเองให้อยู่ในระบบได้ กสศ. จึงสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกันค้นหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบ คืนโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้พวกเขาได้มีเส้นทางสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเอง ครอบครัว และแน่นอนว่าสังคมย่อมได้รับผลพวงนั้นด้วยเช่นกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090924/">การศึกษายืดหยุ่น คืนโอกาส สร้างเส้นทางอนาคตแก่เยาวชนที่หลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Sep 2024 08:08:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85873</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ โรงสีแดง หับ โห้ ห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020924/">ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ ศูนย์อาสาสร้างสุขภาคใต้ จัดงาน ‘Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา’ </strong>โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจังหวัดสงขลาทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายศูนย์การเรียน สถานศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสงขลา ตัวแทนผู้ปกครองที่จัดการศึกษาแบบบ้านเรียน สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (มหาวิทยาลัยชีวิต) สำนักจัดหางานจังหวัดสงขลา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา (สกร.) สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสงขลา และเครือข่ายชุมชนสงขลา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d10e2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภายในงานมีเด็ก และเยาวชนที่หลุดจากการศึกษา จากในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดสงขลา สนใจมาสมัครเรียนเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้ง เดินทางมาด้วยตนเอง เครือข่ายท้องถิ่น ชุมชน ภาคประชาสังคม รวมถึงผู้ปกครองที่บางคนพาน้องๆ มารอตั้งแต่ช่วงเช้า</strong></p>



<p><strong>เพื่อให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนต่อเต็มศักยภาพ ด้วยแนวทางการจัดการเรียนรู้ยืดหยุ่น มีคุณภาพ ตอบโจทย์ชีวิตและได้รับวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ยังมีการ MOU สานพลังเครือข่ายศูนย์การเรียนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างกัน สร้างเส้นทางการศึกษาที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อจากปฐมวัยถึงระดับอุดมศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนจังหวัดสงขลา และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9084c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา</strong> กล่าวว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้างเส้นทางการศึกษาที่เปิดกว้างกับเด็กทุกคน โดยไม่มีข้อจำกัดและอุปสรรค เพื่อให้เด็กทุกคนต้องมีโอกาสเท่าเทียม ทั่วถึง เสมอภาคจังหวัดสงขลาทั้ง 16 อำเภอมีเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในสถานศึกษาใดเลยทั้งหมด 23,681 คน ซึ่งติด Top 10 ของประเทศไทย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก การสร้างโอกาสการเรียนรู้ไม่ใช่หน้าที่ของใครหรือหน่วยงานใดหนึ่ง แต่ความร่วมมือในระดับพื้นที่และพลังของชุมชน จะเป็นเสมือนหัวใจหลักของการแก้ปัญหานี้</p>



<p>“ปัญหาเรื่องโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ เรารอช้าไม่ได้ เพราะการเสียเวลาเพียงหนึ่งนาที ย่อมหมายถึงเด็กคนหนึ่งอาจอาจสูญโอกาสการเรียนรู้ในระยะยาว ฉะนั้นข้อมูลที่ต้องหาให้ได้เป็นลำดับแรกคือ การค้นหาว่าเด็กที่หลุดจากระบบแต่ละคนอยู่ที่ไ่หน มีความเป็นอยู่อย่างไร และเคยได้รับการศึกษาสูงสุดระดับใด คณะทำงานเราจึงเร่งจัดทำฐานข้อมูล โดยประสานท้องถิ่นลงพื้นที่สำรวจ ค้นหา ทำแผนการช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากเรื่องการศึกษา ฐานข้อมูลรายบุคคลยังทำให้การดูแลช่วยเหลือเด็กครอบคลุมมิติสุขภาวะ สภาพความเป็นอยู่ สภาพสังคม หรือการพัฒนาตนเองตามแนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตได้อีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="85883" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06.jpg" alt="" class="wp-image-85883" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="85884" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07.jpg" alt="" class="wp-image-85884" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นเรื่องการเรียนได้ในทุกที่ทุกเวลา หรือ ‘Anywhere Anytime’ ถือว่าเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีทางเลือก ยืดหยุ่นทั้งเวลาและเงื่อนไข ตอบโจทย์ความต้องการผู้เรียนเป็นรายคน จนเกิดนวัตกรรมการศึกษาที่น่าสนใจตามมา อาทิ การจัดการเรียนรู้แบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ศูนย์การเรียน และ  ‘Mobile School โรงเรียนมือถือ</strong></p>



<p><strong>“การทำงานเพื่อส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กทุกคนจะไม่มีทางสำเร็จได้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน เป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพราะการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยชุมชนและคนทุกคน</strong></p>



<p><strong>นิพนธ์ รัตนาคม ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา&nbsp; พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกในการทำให้น้อง ๆ ที่ขาดโอกาสการเข้าถึงการศึกษา ได้มีช่องทางเรียนรู้ผ่านการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิต เป็นการเรียนรู้ทางเลือกใน ‘ระบบศูนย์การเรียน’&nbsp; หน่วยจัดการเรียนรู้ ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 15&nbsp; สามารถจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น&nbsp; สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน &nbsp; ช่วยส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนรู้ได้เต็มศักยภาพและได้รับวุฒิการศึกษา&nbsp; เป็นช่องทางการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบ ซึ่งไม่ว่าจะติดขัดด้วยปัญหาอุปสรรคใดก็ตาม ให้เข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>  จังหวัดสงขลาที่มี 127 ตำบล 16 อำเภอ พบว่ามีเด็กเยาวชนช่วงวัย 3-18 ปีทั้งสิ้นราว 300,000 คน ในจำนวนนี้มีคนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษา 23,681 คน โดยหากจะเปรียบให้เห็นภาพความสำคัญของปัญหา ต้องบอกว่าจำนวนของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ มีเท่า ๆ กับจำนวนประชากรของอำเภอนาหม่อม ที่มีคนอยู่ทั้งสิ้น 23,000 คน อีกทั้งฐานข้อมูลยังบ่งชี้ว่า เด็กเยาวชนจากครัวเรือนรายได้น้อยจะมีโอกาสทางการศึกษาน้อยลงตามไปด้วย โดยเด็กจะมีอัตราการหลุดจากระบบที่สูงขึ้นในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และหลุดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และจะเหลือเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเด็กเยาวชนทั้งรุ่นที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49f901"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า โครงการเชิงรุก ‘Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา’ เพื่อพาโอกาสการเรียนรู้และวุฒิการศึกษา ไปให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในพื้นที่ทั่วประเทศ เริ่มต้นนำร่องใน 25 จังหวัด ด้วยความร่วมมือของ กสศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสถานประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และชุมชน เริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร ก่อนเดินทางมาจัดกิจกรรมครั้งที่สองที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา&nbsp;</p>



<p>“จุดเน้นของโครงการ คือการทำงานเชิงรุกไปยังกลุ่มเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา เน้นความยืดหยุ่น ตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนเป็นรายคน โดยเด็กจะเป็นเจ้าของการเรียนรู้ตามความถนัด ความสนใจ ที่สำคัญต้องเป็นการศึกษาหรือเรียนรู้เพื่อปากท้อง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และได้วุฒิการศึกษาอย่างน้อย ม.6 เพื่อยกระดับรายได้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60e5a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Mobile School เปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา อายุระหว่าง 7 -24 ปี ที่มีข้อจำกัดในชีวิตไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้ จัดการศึกษาช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 &nbsp; มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคมทั่วประเทศ เป็นหน่วยจัดการการศึกษา จัดการเรียนรู้ทั้งรูปแบบ Online และ Onsite มีครูพี่เลี้ยง ทำหน้าที่เป็น Learning Designer ช่วยแนะแนว ให้คำปรึกษา และร่วมออกแบบแผนการศึกษา เส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความพร้อม ความถนัด ความสนใจที่แตกต่างกันเป็นรายคน โดยจะทำงานเชื่อมประสานร่วมกับผู้จัดการรายกรณีหรือ Case Manager ของเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งอยู่ในพื้นที่กับน้องๆ กลุ่มนี้</p>



<p>เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถสมัครเรียน Mobile School  กสศ. ได้ที่ <br>อีเมล์ mobileschool@eef.or.th หรือ โทร 02-079-5475 กด 0</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020924/">ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สงขลา’ พัฒนาพื้นที่นวัตกรรม ‘โรงเรียนชีวิต’ วางระบบการศึกษาเชื่อมโยงส่งต่อทั้งจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Mar 2023 16:54:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ABE The Series]]></category>
		<category><![CDATA[ALL FOR EDUCATION ร่วมสร้างหลักประกันทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65817</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดสงขลา ดำเนินงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยหลักการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290323/">‘สงขลา’ พัฒนาพื้นที่นวัตกรรม ‘โรงเรียนชีวิต’ วางระบบการศึกษาเชื่อมโยงส่งต่อทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จังหวัดสงขลา </strong>ดำเนินงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยหลักการถ่ายเทอำนาจ ทั้งจากบนลงล่างและล่างขึ้นบน มีกลไกสำคัญคือ <strong>‘เวทีพูดคุย’</strong> ที่ชักชวนหน่วยงานทางการศึกษามาพบปะแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่เวทีระดับจังหวัด จนถึงเวทีระดับตำบล&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e9efb5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/1-LinkThumbnail-abe-ตัวแบบจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-ep2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่ผ่านมาสงขลามีความเข้มแข็งในการทำงานระดับท้องถิ่นด้วย <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือสังคม’</strong> ที่มีรากฐานโครงสร้างแข็งแรง ดำเนินงานโดยอาสาสมัครชุมชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบัณฑิตอาสา ซึ่งวางแผนทำงานร่วมกันเพื่อให้งานลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a561d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/2-LinkThumbnail-abe-ตัวแบบจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-ep2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สงขลาได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลจังหวัด มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแกนหลักบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน แลกเปลี่ยนและเก็บข้อมูลร่วมกัน ส่วนในระดับปฏิบัติการ มีแอปพลิเคชันสำหรับคณะทำงานใช้บันทึกข้อมูลและความเคลื่อนไหวในท้องถิ่น สามารถเรียกดูกลุ่มเป้าหมายทั้งจังหวัดได้เป็นรายบุคคล ใช้ประมวลภาพรวมความก้าวหน้าของแต่ละเคสในแต่ละตำบล ดังนั้นเมื่อพบตัวกลุ่มเป้าหมาย จึงแก้ปัญหาหรือให้ความช่วยเหลือได้ทันที ทั้งกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน และการวางแผนงานระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พัฒนานวัตกรรม <strong>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน’</strong> เพื่อจัดการศึกษาให้เด็กเยาวชนนอกระบบทุกกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองและสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ด้วยหลักสูตรที่ออกแบบให้สอดคล้องตามความสนใจและความถนัด สามารถประเมินฐานประสบการณ์ความรู้เดิม เพื่อแปลงเป็นหน่วยกิตและเก็บเป็น Credit Bank เพื่อรับวุฒิการศึกษาและนำไปใช้ศึกษาต่อ คือสิ่งที่สงขลากำลังขับเคลื่อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ab158"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/3-LinkThumbnail-abe-ตัวแบบจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-ep2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกหนึ่งแผนงานการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสงขลา คือการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม <strong>‘โรงเรียนชีวิต’</strong> สานเครือข่ายร้อยรวมหน่วยงานทั้งจังหวัด เชื่อมต่อการศึกษาทุกระดับให้มีการสื่อสารรับส่งเด็กเยาวชนระหว่างสถาบัน ระหว่างหน่วยงาน มีระบบหลักประกันโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา ก้าวข้ามข้อจัดเมื่อเปลี่ยนช่วงชั้น มีพื้นที่ปลอดภัยอยู่อาศัยและมีความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิต ที่สำคัญคือเด็กเยาวชนทุกคนต้องได้รับการศึกษาต่อเนื่องตามศักยภาพ โดยเตรียมเดินหน้าทำงานค้นหาเด็กเยาวชนที่เข้าไม่ถึงสิทธิทุกด้าน ในพื้นที่นำร่องเขตชุมชนเมืองหาดใหญ่ ชุมชนแออัดริมทางรถไฟ ชุมชนท่าเรือ ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น</p>



<p>สงขลาจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคสำหรับเยาวชนทุกกลุ่มโดย <strong>‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ </strong>เชื่อมโยงเด็กเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ให้ได้โอกาสศึกษาต่อในศูนย์การเรียนรู้เด็กเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนมีเด็กจำนวนหนึ่งสามารถจบการศึกษาภาคบังคับได้สำเร็จ และอีกส่วนหนึ่งเตรียมจบการศึกษาในภาคเรียนถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b262e9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/4-LinkThumbnail-abe-ตัวแบบจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-ep2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านแนวทางการสื่อสาร ที่จังหวัดสงขลานำมาใช้ เน้นที่การจัดเวทีระดมทุนทรัพยากรจากคนในจังหวัด มีกิจกรรมการกุศลเพื่อรวบรวมเป็นทุนการศึกษาส่วนกลาง สำหรับช่วยเหลือดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา ไปจนถึงกลุ่มที่ยังอยู่ในโรงเรียนแต่ประสบปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาครอบครัว ทำให้เสี่ยงหลุดจากระบบ ทั้งนี้ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่ได้ลงไปที่ตัวเด็กเท่านั้น แต่คณะทำงานต้องการทำความเข้าใจและแก้ปัญหาที่ ‘ต้นทาง’ โดยมีแผนการสื่อสารและส่งความช่วยเหลือให้ไปถึงสมาชิกในครอบครัวของเด็กเยาวชนเหล่านี้ด้วย เพราะกรณีศึกษาของเด็กส่วนใหญ่ในพื้นที่ หลายเคสเด็กไม่ได้ต้องการออกจากโรงเรียนด้วยตัวเอง แต่ด้วยสภาพครอบครัวและเศรษฐกิจที่รุมเร้า ทำให้เด็กจำเป็นต้องยอมหลุดจากการศึกษาไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7be94c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/Infographic-ABE-ตัวแบบจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-ep2-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290323/">‘สงขลา’ พัฒนาพื้นที่นวัตกรรม ‘โรงเรียนชีวิต’ วางระบบการศึกษาเชื่อมโยงส่งต่อทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา จังหวัดสงขลา มอบ “มือถือ” เสริม “ความรู้” ช่วงล็อกดาวน์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-siripong-wittaya-school-120122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jan 2022 07:37:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[วิชุตา กาญจนประโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50407</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสำรวจนักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ประสบป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-siripong-wittaya-school-120122/">โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา จังหวัดสงขลา มอบ “มือถือ” เสริม “ความรู้” ช่วงล็อกดาวน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากสำรวจนักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ประสบปัญหาการเรียนช่วงโควิด-19 เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ พบว่ามีนักเรียนที่ประสบปัญหาถึง 87.94% หรือ 271,888 คน&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามเข้าไปช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพบว่าช่วยให้เด็กสามารถกลับมาเรียนรู้และมีความสุขในการเรียนมากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จากเด็กตั้งใจเรียนส่งงานสม่ำเสมอ<br>หายไปเพราะไม่มีอุปกรณ์เรียนออนไลน์</h2>



<p><strong>โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา จังหวัดสงขลา หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (</strong><strong>TSQP</strong><strong>)</strong> ​ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; มีทีมโค้ชจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นพี่เลี้ยง นับเป็นอีกตัวอย่างโรงเรียนในพื้นที่ ที่มีเด็กประสบปัญหาเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ จนนำมาสู่การช่วยเหลือผ่านโครงการกองทุนไอที พี่ ม.อ.ช่วยน้องเรียนออนไลน์ จัดสรรแท็บเล็ตให้กับนักเรียนที่ต้องการ</p>



<p><strong>ครูวิชุตา กาญจนประโชติ ครูวิชาการจากโรงเรียนศิริพงศ์วิทยา</strong> เล่าให้ฟังว่า ที่โรงเรียนมีเด็กๆ ซึ่งไม่มีอุปกรณ์การเรียนออนไลน์หลายคน บางบ้านผู้ปกครองมีมือถืออยู่เครื่องเดียว พี่กับน้องต้องแบ่งกันเรียน บางครั้งพี่ก็ต้องเสียสละให้น้องเรียน บางครั้งพี่น้องเสียสละให้พี่เรียน ทำให้เรียนไม่ต่อเนื่อง จากเด็กที่ตั้งใจเรียน เคยส่งงานสม่ำเสมอ พอต้องมาเรียนออนไลน์บางทีก็หายไป ไม่ได้ส่งงานเหมือนเดิม ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก  </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">มากกว่า “บทเรียน” คือ​ได้ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2dc23d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/โรงเรียนศิริพงษ์วิทยา_Photo-03-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>น้องแพรวา-กวิสรา ปัญญาภรณ์ ชั้น ป.1 </strong>ซึ่งมีพี่เรียนอยู่ชั้น ป.4 ก่อนหน้านี้คุณครูจะจัดการเรียนช่วงค่ำ หลังจากที่ผู้ปกครองกลับมาจากทำงาน  เพราะน้องจะได้มีมือถือเรียนออนไลน์ได้ แต่เนื่องจากที่บ้านน้องแพรวามีมือถือเครื่องเดียว และทางผู้ปกครองเห็นว่าชั้น ป.4 เนื้อหายากกว่า จึงให้พี่ได้เรียนก่อน ขณะที่น้องแพรวาก็เปลี่ยนมาเรียนแบบออนแฮนด์แทน</p>



<p>แต่พอน้องแพรวาได้รับแท็บเล็ตมาเรียนออนไลน์ก็ทำให้กลับมาเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้อย่างมีความสุข จากที่สังเกตน้องกล้าพูดมากขึ้น กล้ายกมือตอบคำถาม กล้านำเสนองานของตัวเอง เป็นการเปิดโอกาสให้น้องได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เสียสละให้น้องได้เรียนก่อน<br>เพราะยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้</h2>



<p>ไม่ต่างจาก<strong>น้องเอเชีย-นภสร มณี ชั้น ป.3</strong> ที่ต้องเสียสละให้น้อง ป.1 ใช้มือถือของผู้ปกครองเรียนออนไลน์ เพราะเห็นว่าน้องยังอ่านหนังสือไม่ออก จำเป็นที่จะต้องได้เรียนออไลน์มากกว่า แต่ก็อาศัยส่งงานในการเรียนออนแฮนด์ทดแทน  แต่ก็ส่งไม่สม่ำเสมอเพราะต้องรอให้น้องเรียนเสร็จแล้วถึงจะได้มาลอกโจทย์จากมือถือ</p>



<p>“น้องเอเชียเป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มเด็กเก่ง ผลการเรียนดีมาตลอด ผู้ปกครองอยากจะซื้อมือถือเพิ่มเพื่อให้พี่น้องได้เรียนพร้อมกัน แต่เงินก็ไม่พอ แต่ครูก็เห็นความเอาใจใส่ ทยอยทำงานส่ง ช่วงที่น้องเรียนออนไลน์ น้องเอเชียก็ไปช่วยผู้ปกครองทำขนมขาย เสียดายโอกาสที่เขาไม่ได้เรียน จนกระทั่งน้องได้แท็บเล็ต ที่ทำให้เขากลับมาเรียนออนไลน์ได้อีกครั้ง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เรียนออนไลน์ทำให้ได้ซักถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-455365"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/โรงเรียนศิริพงษ์วิทยา_Banner-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ล่าสุดครูปรับเวลามาสอนออนไลน์ช่วงกลางวัน เพราะเด็กหลายคนเริ่มง่วงเวลาสอนช่วงกลางคืน&nbsp;</p>



<p>น้องเจม-อภินัทธ์ ป่วนปั่น นักเรียนชั้น ป.1 หลังจากได้รับแท็บเล็ต ก็จะมาเรียนออนไลน์ที่โรงเรียน เพราะคุณแม่ไปทำงานต่างพื้นที่ คุณครูก็จะคอยช่วยดูเวลาเรียนออนไลน์ที่โรงเรียน ร่วมกับเพื่อนๆ ที่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน</p>



<p>ส่วนน้องไอซ์-กัญญาภัทร ส่งแสง นักเรียนชั้น ป.2 เป็นเด็กขยัน ตั้งใจเรียน อยู่กับคุณยาย ส่วนคุณแม่ไปทำงานต่างพื้นที่ เวลาคุณแม่กลับมาแต่ละครั้ง น้องไอซ์ก็จะได้โอกาสใช้มือถือส่งการบ้านทีเป็นเซตใหญ่ๆ พอตอนนี้ได้รับแท็บเล็ตก็สามารถเข้าเรียนออนไลน์ได้ทุกวัน มีความสุขกับการเรียนร่วมกับเพื่อนๆ และส่งงานสม่ำเสมอ​</p>



<p>“การที่เด็กๆ ได้รับอุปกรณ์ทำให้พวกเขากลับมาเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้จากเนื้อหาในบทเรียน แต่ยังรวมถึงการได้พูดคุยมีปฏิสัมพันธ์ ได้โอกาสรับคำอธิบายจากครู เพราะการอ่านเองก็อาจไม่เพียงพอหรือเข้าใจผิดได้ อย่างวิชาคณิตศาสตร์ก็ต้องมีการทำความเข้าใจ ต้องอธิบาย ไม่เข้าใจก็ได้ซักถามว่าคิดแบบนี้ถูกต้องหรือเปล่า การเรียนก็จะดีขึ้น”​</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Lesson Study &amp; Open Approach 2 โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/lZNTG2haI7Q?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption>ตัวอย่างการเรียนออนไลน์จากช่อง <a href="https://www.youtube.com/channel/UCAa3sETcRhitlY1vWi2DXwQ">Siripong Wittaya School</a></figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ไม่เพียงแค่สนับสนุนอุปกรณ์<br>แต่ยังพัฒนาการสอนออนไลน์ให้น่าสนใจ</h2>



<p>ครูวิชุตากล่าวเสริมว่า​ นอกจากอุปกรณ์แล้ว ทางโรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบทเรียนออนไลน์​ ครูทุกคนจะออกแบบการเรียน โดยใช้ รูปแบบเกม&nbsp; ช่วยดึงความสนใจ&nbsp;</p>



<p>“จากภาคเรียนที่หนึ่งได้ค้นพบว่าวิธีการเปิดหนังสืออ่านให้นักเรียนฟังในออนไลน์นั้นไม่ได้ผล เด็กจะค่อยๆ หายไป ครูต้องพยายามหาสื่อที่น่าสนใจมาสอน เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วม ให้เขาบอกความคิดโดยไม่ต้องกังวล ไม่มีผิดไม่มีถูก ตอนนี้พอเราเปิดเรียนออนไลน์ เราเห็นเด็กตื่นเต้นมากที่เขาได้มาเจอเพื่อน เราเห็นเขามีความสุขที่ได้เรียนสม่ำเสมอ”</p>



<p>ปัจจุบันจากการสำรวจยังพบว่า มีนักเรียนบางคนที่แม้จะมีอุปกรณ์เรียน แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ 7-8 คน ​บางคนเครื่องเก่าแบตเสื่อม เรียนต่อเนื่องได้ไม่นาน บางคนใช้ไปนานๆ แล้วเครื่องร้อน สักพักผู้ปกครองต้องส่งข้อความกลับมาแจ้งว่าต้องขอพักเรียนสักครู่เพื่อให้เครื่องเย็นลงก่อน โดยระหว่างนี้ก็จะพยายามหาวิธีแก้ไขช่วยเหลือต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-siripong-wittaya-school-120122/">โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา จังหวัดสงขลา มอบ “มือถือ” เสริม “ความรู้” ช่วงล็อกดาวน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจได้เร็วขึ้น จำได้นานขึ้น เพราะสังเกตด้วยตัวเองไม่ได้ท่องจำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-teacher-nukul/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2021 12:11:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[นุกูล เยาวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเกาะทาก]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28635</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาษาไทยเป็นหนึ่งในวิชาที่เด็กหลายคนไม่ค่อยสนใจ เพราะเนื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-teacher-nukul/">เข้าใจได้เร็วขึ้น จำได้นานขึ้น เพราะสังเกตด้วยตัวเองไม่ได้ท่องจำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ภาษาไทยเป็นหนึ่งในวิชาที่เด็กหลายคนไม่ค่อยสนใจ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ทั้งต้องท่องจำ ต้องผสมสระพยัญชนะวรรณยุกต์ มีคำเป็นคำตาย มีอักษรสูง กลาง ต่ำ ไปจนถึงเรื่องคำคล้องจองที่จะปูพื้นฐานไปสู่การแต่งกลอน ซี่งหลายคนมองว่ายากเพราะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจำวัน​​   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในชั้นเรียน <strong>“โครงงานฐานวิจัย”</strong> ของ<strong>นักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะทาก ต.นาหว้า อ.จะนะ จ.สงขลา</strong> เด็กหลายคนสนุกกับเรื่องคำคล้องจอง หลายคนแต่งกลอนได้ จุดเปลี่ยนทั้งหมดอยู่แค่การปรับรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นไปยังเรื่องการสังเกต หาคำตอบ มากกว่าการท่องจำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เข้าใจได้เร็วขึ้น จำได้นานขึ้น เพราะสังเกตด้วยตัวเองไม่ได้ท่องจำ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28638" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/เรียนรู็คำคล้องจองด้วยตัวเอง_e.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ครูนุกูล เยาวรัตน์</strong> ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน รร.บ้านเกาะทาก  ซึ่งรับหน้าที่สอนภาษาไทยมายาวนานหลายสิบปี เล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเกิดขึ้นกับเด็กในการเรียนภาษาไทยหลังจากนำรูปแบบ “โครงงานฐานวิจัย” มาประยุกต์ใช้ในการสอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กๆ จะสนใจการเรียนมากขึ้น รู้จักคำคล้องจองได้มากขึ้นกว่าตอนที่สอนแบบปกติ  เขาจะเข้าใจได้เร็ว และจำได้นานขึ้น เพราะเขาเข้าใจได้ด้วยตัวเอง ได้สังเกตด้วยตัวเอง ไม่ได้ใช้วิธีท่องจำ ที่สักพักก็จะลืมไปหมด แต่ถ้าเรียนแบบใหม่เขาจะจำได้ไม่ลืม บางคนแต่งเป็นกลอนสั้นๆ ได้เองเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงงานฐานวิจัยเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำมาถ่ายทอดให้กับโรงเรียนบ้านเกาะทาก ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อเนื่อง หรือ TSQP ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เห็นผลหลังเปลี่ยนรูปแบบการสอนได้แค่ 1 ปี</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28639" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/เรียนรู็คำคล้องจองด้วยตัวเอง_f.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูนุกูล เล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการสอนภาษาไทยรูปแบบใหม่ว่า ปกติโครงงานฐานวิจัยจะเหมาะกับการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่มีขั้นตอนกระบวนการสังเกต ตั้งคำถาม หาคำตอบ และสรุปผล แต่เมื่อต้องนำมาใช้สอนในวิชาภาษาไทย ตอนแรกก็คิดว่ายาก ไม่รู้ว่าจะสอนยัง แต่พอได้เตรียมการสอน ได้ลงมือสอนก็ทำได้และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากสอนไปได้เพียงแค่  1 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนการสอนจะเริ่มจาก “จิตปัญญา” สร้างสมาธิเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เนื้อหาซี่งมีหลายวิธีให้เลือกใช้ จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่กิจกรรม โดยก่อนเริ่มจะสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียนว่า เวลาทำกิจกรรมจะไม่ลุกจากที่เดินไปเดินมา เวลาใครจะถามอะไรให้ยกมือก่อน รวมทั้งให้ฟังคำถาม คำตอบของเพื่อนด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“บัตรคำ” สื่อการสอนเคล็ดลับความสำเร็จ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28640" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/a-3.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จคือ “บัตรคำ” สื่อการสอนที่ครูนุกูลคิดขึ้นมาประกอบการเรียน โดยทำง่ายๆ เป็นบัตรคำศัพท์เล็กๆ  มีคำศัพท์ที่มีสระเดียวกันบ้าง ตัวสะกดเดียวกันบ้าง เมื่อเด็กๆ อ่านเขาก็จะได้สังเกต  เมื่อเราบอกว่าว่าคำคล้องจองคือคำที่มีสระเดียวกัน ตัวสะกดเดียวกัน  จากนั้นก็จะให้เด็กๆ ก็จะนำเอาบัตรคำที่คล้องจองมาเรียงกันเขาก็จะเข้าใจด้วยตัวเองว่าคำคล้องจองคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จะเริ่มต้นจากคำศัพท์ง่ายๆ พยางค์เดียวก่อน ให้เด็กได้รู้จักคำคล้องจอง จากนั้นก็เพิ่มเป็นสองพยางค์ ​เรียงจากง่ายไปหายาก ต่อจากนั้นก็ให้เขาลองนำคำมาเรียงเป็นวรรค แต่งเป็นกลอนง่ายๆ  เริ่มจากสองพยางค์ นำมาเรียงเป็น 4 วรรค ที่คล้องจองกัน พอเด็กทำได้เขาก็สนุก และเข้าใจเรื่องคำคล้องจอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสอนจะทำเป็นกระบวนการ ให้เด็กค่อยๆ ดู ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องไปบอกเด็กตรงๆ  แต่ให้เด็กสังเกตว่าเห็นอะไร ​โดยครูจะต้องใช้วิธีการซักถามนำแต่ไม่ต้องบอกคำตอบ เช่นลักษณะคำคล้องจองเป็นอย่างไร  ให้เขาบอกมาแล้วเราค่อยสรุปเป็นบทเรียนคำคล้องจอง  เมื่อเปลี่ยนวิธีการสอนเขาได้จับ ได้ดู ได้พิจารณา แล้วพบว่าเด็กทำได้ดีขึ้น เมื่อก่อนจำได้เดี๋ยวเดียวแล้วก็ลืม  แต่ตอนนี้เขาจำได้ทำได้ดี”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“โครงงานฐานวิจัย” กรอบการสอนที่ประยุกต์ใช้ได้หลายวิชา</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28641" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/b-2.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูนุกูล ย้ำว่า การสอนภาษาไทยจะสอนให้สนุกหรือสอนให้เด็กสนใจเข้าใจหรือไม่นั้นอยู่ที่ครู เพราะถ้าครูสอนสนุก มีสื่อจับต้องได้ เด็กก็ชอบ ได้ดู ได้คิดก็จำได้นาน  ซึ่งพอได้ลองเปลี่ยนมาสอนแบบใหม่ได้ปีหนึ่งก็ได้เห็นความความแตกต่างจากเดิม  ซึ่งครูเองก็ต้องเตรียมการสอนเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าทำแล้วเห็นผลลัพธ์เด็กเรียนรู้ได้มากขึ้นดี ขึ้นก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การให้เด็กได้รู้จักค้นคว้าหาความรู้เอง ทำให้เขาจำได้ดีกว่าเราไปบอกเขา พอเห็นเด็กจากที่ไม่เข้าใจคำคล้องจอง ตอนนี้มาแต่งกลอนได้ เราก็รู้สึกภูมิใจ  ที่เห็นเด็กเขาเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ได้รู้จักคำคล้องจอง แต่งกลอนได้ ดีกว่าวิธีเดิมที่เราได้แต่ไปบอกเขาว่าเป็นอย่างนี้ให้เขาจำอย่างเดียว ซึ่งโครงงานฐานวิจัยเป็นกรอบที่ครูจะปรับไปใช้สอนในวิชาอะไรก็ได้ขึ้นอยู่ที่เราจะออกแบบ”  ครูนุกูลสรุป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-teacher-nukul/">เข้าใจได้เร็วขึ้น จำได้นานขึ้น เพราะสังเกตด้วยตัวเองไม่ได้ท่องจำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจชุมชน คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ เสริมความรู้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-21-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2021 10:00:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[วรวิทย์​  ทองไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สุพล บทจร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดควนมีด Online]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชุมชนวัดควนมีด]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27369</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้สร้างความยากลำบากใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-21-02-21/">สำรวจชุมชน คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ เสริมความรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งชาวบ้านควนมีด ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา  ที่ต้องลำบากขึ้นกว่าเดิมจากสถานการณ์ยางพาราตกต่ำจนรายได้ลดลงไปอย่างมาก และเมื่อต้องล็อกดาวน์ต่างคนต่างอยู่กับบ้านยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่    </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา <strong>สุพล บทจร ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดควนมีด</strong> ได้มีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ซื้อขายออนไลน์ของชุมชนให้เป็นที่รวมตัวของคนซื้อ คนขาย เพราะหากให้รวมตัวกันเองก็คงจะเกิดขึ้นได้ยาก ​ จากนั้นจึงได้ลองนำ “ผลิตภัณฑ์” ของนักเรียนที่มาจากโครงงานฐานวิจัย ​มาลองวางตลาดออนไลน์เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่มีแต่รายจ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27376" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_banner-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้​ </span><b>“ตลาดควนมีด Online” </b><span style="font-weight: 400;">เป็นทั้งพื้นที่ซื้อขายของชาวบ้านควนมีด และยังเป็นสนามฝึกปฏิบัติงานให้เด็ก ๆ ได้ลงมือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านธุรกิจออนไลน์ได้โดยตรง ตั้งแต่การทำบัญชี ต้นทุน รายรับรายจ่าย ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน<br />
เน้น ตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์ ทดลอง</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27375" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_Photo-09.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้โรงเรียนชุมชนวัดควนมีดได้นำรูปแบบการเรียนการสอนแบบ <strong>“โครงงานฐานวิจัย” จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong> มาประยุกต์ใช้สอนนักเรียนร่วมกับหลักสูตรปกติ โดยหลักสำคัญของโครงงานฐานวิจัยคือการสอนให้นักเรียนรู้จักตั้งคำถาม ทดลอง ประดิษฐ์ และหาคำตอบด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะเป็นการสอนแบบแอคทีฟเลิร์นนิ่งที่ช่วยทำให้เด็กได้พัฒนาความคิดวิเคราะห์ แทนการท่องจำแบบเดิมๆ แล้ว ผลลัพธ์อีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ​เด็กๆ สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่คิดและลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองจากวัสดุในท้องถิ่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สำรวจชุมชน คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27373" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_Photo-08.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ จะลงไปสำรวจชุมชน สำรวจสภาพแวดล้อมทั่วไปเพื่อให้เกิดความคิดที่หลากหลายขึ้น แล้วนำมาคิดค้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งของกิน ของใช้ ต่อยอดจากของที่มีอยู่ในชุมชน เช่น บางคนสนใจ​เรื่องใบบัวบกที่มีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่นก็ไปลองค้นใน <strong>“กูเกิ้ล”</strong> ดูว่านอกจากน้ำใบบัวบกแล้วยังทำอะไรได้อีกบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​เมื่อเห็นว่าใบบัวบกสามารถนำมาทำสบู่ได้​เด็กๆ ก็จะนำมาพูดคุยวางแผนการทำงาน ว่าใช้วัสดุอะไร ขั้นตอนทำเป็นอย่างไร โดยมีครูประจำชั้นมีส่วนช่วยผลักดัน ให้ได้เด็กทดลองทำด้วยตัวเอง ครั้งแรกอาจยังไม่สำเร็จ ก็ต้องมาคุยว่ามีปัญหาตรงไหนบ้างและปรับแก้ อย่างครั้งแรกยังเหลวไปเป็นก้อนก็ต้องมาปรับส่วนผสมจนสุดท้ายออกมาสำเร็จมีคนซื้อไปใช้แล้วบอกว่าดี</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27377" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_Photo-04.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีสินค้าของนักเรียนที่พัฒนามาจากโครงงานฐานวิจัยและนำมาวางจำหน่ายที่ตลาดออนไลน์แห่งนี้​เช่น  ยาหม่องอันชัน ยาดมสมุนไพร สบู่อัญชัน สบู่ใบบัวบก ​น้ำยาเอนกประสงค์ (ทำมาจากน้ำหมักเศษผักผลไม้)​​ ไว้ล้างห้องน้ำ ล้างจาน  สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดคือยาหม่องอัญชันซึ่งขายไปแล้วเกือบ 300 ขวด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เปิดชมรมต่อยอด สร้างเสริมทักษะธุรกิจ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27374" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_Photo-10.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเป็นการต่อยอดการดำเนินการ ทางโรงเรียนได้เปิดชุมนุมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สู่ตลาดออนไลน์  โดยนำผลิตภัณฑ์จากชั้นต่างๆ  มารวมกันและคิดค้นต่อยอดเพิ่มเติมเพื่อนำไปจำหน่าย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>น้องออโต้ &#8211; วรวิทย์​  ทองไชย  นักเรียนชั้น ป.5 ในฐานะประธานชมรม</strong> เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันมีนักเรียนในชมรมกว่า 20 คน ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักเรียนชั้นต่างๆ ที่ชอบการเรียนในโครงงานฐานวิจัยที่นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากสิ่งที่ของที่มีอยุ่ในชุมชน เช่น สบู่ใบบัวบก สบู่อัญชัน ยาหม่องอัญชัน ​​ซึ่งทุกอย่างอยู่รอบตัว สามารถสืบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต โดมีคุณครูคอยให้คำปรึกษา</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27378" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ต่อยอดโครงงานฐานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ขายดีออนไลน์_Photo-07.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถามว่าทำยากไหม ก็ไม่ยาก เราได้ค้นหาด้วยตัวเอง ได้ทำงานเป็นกลุ่ม อย่าง​ยาหม่องอัญชัน ​เราเห็นว่าอัญชันมีสรรพคุณทำให้แก้เมื่อย ใช้ดมได้ เลยลองคิดนำมาทำเป็นยาหม่อง พอทำแล้ววางขายคนสนใจคนสั่งซื้อจำนวนมาก รายได้ที่ได้มาก็นำเอาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม”​​ น้องออโต้ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจากการปรับวิธีการเรียนรู้ของเด็กที่ทำพาพวกเขาออกมาสร้างความรู้ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียนปกติ ซึ่งจะทำให้เขามีทักษะคิดวิเคราะห์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน​ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง  หรือ TSQP ที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-21-02-21/">สำรวจชุมชน คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ เสริมความรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/807-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 05:21:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชุมชนวัดควนมีด]]></category>
		<category><![CDATA[กมลลักษณ์ นนทะสร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11138</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่คือแนวคิดของ“ครูแอ๊ะ-กมลลักษณ์ นนทะสร”ครูชั้นอนุบาล  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/807-2/">“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแนวคิดของ</span><b>“ครูแอ๊ะ-กมลลักษณ์ </b><b>นนทะสร”</b><span style="font-weight: 400;">ครูชั้นอนุบาล 3 จาก</span><b>โรงเรียน</b><b>ชุมชนวัดควนมีด </b><b>อ.จะนะ จ.สงขลา</b> <span style="font-weight: 400;">ผู้ให้พลังงานบวกในการใช้ “ความรัก” สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเรา</span><span style="font-weight: 400;">จะใช้หัวใจไป</span><span style="font-weight: 400;">ดูแนวคิดของครูพร้อมๆ กัน</span></p>
<h5 style="text-align: center;"><strong>“ตอนนี้เราไม่มีเด็กหลังห้องแล้วนะ” &#8211; ครูแอ๊ะ</strong></h5>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11140" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><b><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะ</span></b><span style="font-weight: 400;">เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อนเคยเบื่อกับวิธีการสอนแบบเดิมๆ ลูกศิษย์ก็จะออกมาเป็นแบบเดิมทุกปี เคยแม้กระทั่งสอนไปวันๆ ก่อนจะกลับมาคิดได้ว่า </span><b>“มันบาปมั้ย?” </b><span style="font-weight: 400;">ที่ปล่อยปละละเลยเด็กไปแบบนั้น จนเมื่อเวลาผ่านไป พอเราอายุมากขึ้น เลยคิดว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป  &#8211; ครูแอ๊ะเปิดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะเอา </span><b>“ความรัก”</b><span style="font-weight: 400;"> ในตัวลูกศิษย์กลับมาเป็นตัวตั้ง แล้วได้วิธีการสอนแบบ Active Learning จากโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ม.สงขลานครินทร์ มาเป็นตัวคูณ  มุมมองและทิศทางการสอนของครูก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนโลกอีกใบ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11144" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะเล่าว่าการนำเทคนิค “จิตศึกษา” ถือเป็น “ทางเลือกใหม่” ในการเรียนการสอน นอกจากจะได้ฉีกกรอบเดิมๆ แล้ว ยังได้สร้าง “ความเท่าเทียม” ทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในชั้นเรีย</span><span style="font-weight: 400;">นอนุบาล แต่เราต้องทำจริง ไม่ใช่ทำเพื่อแค่ได้ทำ แต่ต้องมีผล มีเป้าหมาย ต้องทำให้ได้! &#8211; ครูย้ำด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น หนักแน่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการเรียนการสอนแบบจิตศึกษานี้ โดยพื้นฐานแล้วคือ กระบวนการพัฒนาเด็กๆ จาก “ข้างใน” ของจิตใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้และความฉลาดทั้งทางด้านอารมณ์ (EQ) และความฉลาดด้านจิตวิญญาณ (SQ) เปรียบเสมือนการ “Detox” จิตใจให้โล่ง สบาย ปลอดโปร่ง มีพื้นที่ในใจ มีสมาธิพร้อมก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปกติครูจะทำกิจกรรมง่ายๆ เป็นเวลา 5-10 นาที ก่อนสอน เพื่อให้เด็กๆ นิ่ง พอเขานิ่งเขาจะฟังเราได้ดีขึ้น ห้องไม่วุ่นวาย สงบ ดีขึ้นเยอะ ทำทุกวันซ้ำๆ จนเขาเกิดความเคยชิน ซึ่งเราจะเปลี่ยนกิจกรรมทุกครั้งที่สอน </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">เช่น ร้องเพลงบ้าง ฟังเพลงบรรเลงบ้าง นั่งสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออกบ้าง บางครั้งเด็กๆ ฟังเพลง “ค่าน้ำนม” แล้วก๋คิดตามซึ้งจนร้องไห้ก็มี หรือการฟังนิทานอย่าง “ลูกหมู 3 ตัว” แล้วให้จับใจความว่านิทานเกี่ยวกับอะไร เขาก็จับใจสรุปให้เราได้ แต่เด็กๆ ทุกคนต้องเคารพกติกาเดียวกันคือ </span><b><i>“ถ้าครูพูดหนูต้องฟัง ถ้าหนูพูดเพื่อนต้องฟัง ถ้าเพื่อนพูดหนูเองก็ต้องฟัง ถ้าไม่เข้าใจ หรือถ้าต้องการจะตอบให้ยกมือ”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการสอนรูปแบบใหม่จะไม่ได้ผลเลย ถ้าปราศจากความรักของครูเป็นพลังขับเคลื่อนในการเข้าถึงนักเรียน </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะบอกเราต้องเปลี่ยนบทบาทจาก </span><b><i>“ครูผู้นำ”</i></b><span style="font-weight: 400;"> มาเป็น </span><b><i>“ครูผู้ตาม”</i></b><span style="font-weight: 400;">  มากขึ้น นั่นคือการให้ความเข้าใจในความแตกต่างของเด็กๆ ไม่ตัดสิน ไม่ปล่อยทิ้ง</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความเป็นครู ไม่ว่าเด็กเขาจะเป็นยังไง พร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียน เราต้องให้โอกาสเขาบางวันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่มีความสุข เมื่อเด็กๆ พี่ทำได้ เราคิดแค่ว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป รักพวกเขาทุกคน”</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11145" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างครูมีหัวหน้าแก๊งเด็กซนอยู่คนหนึ่งที่เขาจะสมาธิสั้น เล่นแรง ซึ่งเมื่อก่อนถ้าเขาซนแล้วเราจะดุ แต่เดี๋ยวนี้พอเราได้ลองเป็นผู้ตาม </span><b>ฟังเสียงหัวใจเขาบ้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เขาได้พูด ได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ฝึกสมาธิเขา เขาก็มีสติขึ้น อยู่กับตัวเองได้มากขึ้น  เอาเขามากอด ชื่นชมเขา พอเราเห็นความสำคัญเขามากขึ้น ให้ความใส่ใจเขามากขึ้น เขาก็จะใกล้ชิดกับเรามากขึ้น มีอะไรก็มาเล่าให้เราฟัง ถ้าหัวหน้าแก๊งนิ่ง ลูกน้องก็นิ่งตาม จากแต่ก่อนที่แม่เป็นห่วงถามทางไลน์ว่าเปนไง ตอนนี้ไม่ต้องแล้วค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งเด็กพิเศษที่เป็นออทิสติกที่ครูเคยเล่าให้ฟัง “ถึงทุกวันนี้ เขาก็กล้าถาม กล้าตอบ จากที่ซน ไม่เอาเรื่อง ก็ได้พฤติกรรมเปลี่ยนไปเลย เพราะเราเริ่มให้ความสำคัญเขา ฟังเขามากขึ้น เขาก็จะภาคภูมิใจ อย่างวันก่อนสอนเรื่องดิน น้ำ น้ำมัน เขาก็ตอบเข้าประเด็นนะ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความเป็นครู ไม่ว่าเด็กเขาจะเป็นยังไง พร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียน เราต้องให้โอกาสเขา อย่างของพี่มีเด็กในห้อง 23 คน ไม่ว่าใครจะเป็นยังไงพี่ก็รักหมดนะ ยังไงพี่ก็ต้องเคี่ยวเข็ญให้เขาขึ้น ป.1 เขียนได้ อ่านได้ในระดับปฐมวัย บางวันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่มีความสุข เมื่อเด็กๆ พี่ทำได้ เราคิดแค่ว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป รักพวกเขาทุกคน ตอนนี้ไม่มีเด็กหลังห้องแล้วนะ เพราะทุกคนเก่งในแบบของตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม้จะเข้าโครงการนี้มาได้แค่ 3 เดือน แต่มันมีความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พี่ภูมิใจมาก อย่างวันหยุดที่ต้องไปอบรม แม้จะเหนื่อย แต่ถ้าเด็กๆ เขาทำได้เราก็หายเหนื่อย” ครูแอ๊ะเล่าให้ฟังอย่างภูมิใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนกับวัตถุประสงค์ของ </span><b><i>“โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP (Teachers &amp; School Quality Program)”</i></b><span style="font-weight: 400;"> ของ กสศ. ที่ต้องการผลักดันการเรียนการสอนให้ครอบคลุมและเข้าถึงเด็กๆ มากขึ้น จนไม่มีใครถูกทิ้งไว้หลังห้องอีกต่อไป!</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/807-2/">“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูต้องเริ่มเปลี่ยน เด็กถึงจะเปลี่ยน การสอนเพื่อสร้างทักษะ​ความคิดที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/747-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 09:23:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านนาแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[รัชนีกร กายอ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรัตน์ ไชยชนะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านทรายขาว]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10192</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากที่เป็นครูสอนหนังสือมากว่า 20 ปี ครูวิรัตน์ ไชยชนะ ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/747-2/">ครูต้องเริ่มเปลี่ยน เด็กถึงจะเปลี่ยน การสอนเพื่อสร้างทักษะ​ความคิดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10193" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853298.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853298.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853298-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853298-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853298-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>จากที่เป็นครูสอนหนังสือมากว่า 20 ปี ครูวิรัตน์ ไชยชนะ ครูชั้น ป. 4 โรงเรียนบ้านทรายขาว จ.สงขลา<br />
เริ่มค้นพบว่า สิ่งที่สอนอยู่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนในเวลานี้ เมื่อได้รับการถ่ายทอดรูปแบบการเรียนการสอนทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เข้ามาช่วยอบรมรูปแบบการสอน แบบใหม่ที่เน้นให้เด็กหาคำตอบด้วยตัวเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ชี้แนะกระตุ้นให้เด็กรู้จักคิด</p>
<p>ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง<br />
หรือ TSQP ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ต้องการพัฒนารูปแบบเรียนการสอนในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหนึ่งในทีมงานที่จะเข้ามาช่วยพัฒนารูปแบบการเรียนแบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ควบคู่ไปกับ​จิตศึกษา และ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย</p>
<p>ครูวิรัตน์ อธิบายว่า ​การสอนแบบใหม่ที่ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาโค้ชชิ่งให้จะช่วยทำให้เด็กเกิดทักษะในกระบวนคิด การสังเกต โดยครูมีหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นตั้งคำถามเพื่อให้เด็กเกิดทักษะในการตั้งคำถามมากกว่าเดิม แทนที่การสอนแบบเดิมซึ่งครูจะบอกองค์ความรู้​ทั้งหมด ที่สำคัญคือมีการนำจิตปัญญามาใช้ทำให้นักเรียนมีสติ มีสมาธิในการเรียนมากขึ้นก่อนจะนำหลักคิดเข้าไปสอดแทรกก่อนเข้าประเด็นเรียนรู้เนื้อหาแต่ละเรื่อง</p>
<p>การสร้างจิตปัญญาให้กับผู้เรียนจะใช้วิธี เช่น เพลงนิทานบ้าง เกมบ้าง เพื่อทำให้เด็กมีสมาธิ มีสติ<br />
และเริ่มสอดแทรกจริยธรรม คุณธรรมเข้าไป ควบคู่กับการกำหนดข้อตกลงการเรียนรู้ อีกส่วนหนึ่งจะมีโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยที่ให้เด็กได้ทำการทดลอง สังเกตจากการทดลอง เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ใช้​ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์สิ่งที่เด็กต้องการทราบแก้ปัญหา</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการปลูกพืชในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เด็กก็จะเสนอว่าใช้วิธีการปลูกแบบไหน<br />
ใช้ปุ๋ยอะไร สภาพดินแบบไหน ต้องทดสอบสภาพดิน ไปจนถึงเรื่องแมลงมารบกวนจะแก้ไขด้วยวิธีไหน นำสมุนไพรในพื้นที่อย่างสะเดาเทียม ข่า หรืออะไรบ้างมาใช้ อันไหนได้ผลดีกว่ากันเขาต้องทดลองเอาเอง ​ เรียนรู้จากประสบการณ์ ของตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10199" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853309.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853309.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853309-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853309-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/853309-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“วิธีการสอนแบบนี้มันยากกว่าเดิมที่เราเคยบอกคำตอบให้เด็กรู้ไปเลย แต่วิธีใหม่ครูจะต้องเตรียมกรอบประเด็นหลักๆ ไว้​ต้องเป็นคนที่มีทักษะเรื่องการตั้งคำถามและมีความอดทนพอสมควร คุณครูมักจะไม่อดทนอกต่อการได้คำตอบของนักเรียน อยากบอกนักเรียนไปตรงๆ กระบวนการเหล่านี้ อาจขัดใจครู กว่าจะได้คำตอบแต่ละเรื่องต้องใช้ความพยายามอดทน กระตุ้นด้วยคำถามต่าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้เกิดความยั่งยืนกว่าแค่การบอกให้เขาจำเพื่อไปสอบ แต่พอจบกระบวนการแล้วให้สถานการณ์ใหม่ขึ้นมา เขาจะไม่สามารถคิดได้ แต่ถ้าเขามีทักษะในกระบวนการคิดแล้ว เมื่อมีสถานการณ์ใดเกิดขึ้นก็สามารถใช้ทักษะแก้ไขหรือนำไปใช้ชีวิตประจำวันได้” ครูวิรัตน์ กล่าว</p></blockquote>
<p>สอดคล้องกับ ครูรัชนีกร กายอ โรงเรียนบ้านนาแก้ว จ.สตูล ​ซึ่งเห็นว่ารูปแบบการเรียนแบบ Active<br />
Learning มาช่วยสอนทำให้เกิดผลดีกับนักเรียนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการนำเรื่องจิตปัญญามาช่วยสอนผสมผสานได้กับพหุวัฒนธรรม มีเรื่องหลักเมตตา ​ความรัก ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ รู้จักตนเองมากขึ้น ทั้งเด็กพิเศษ เด็กด้อยโอกาส ก็จะมีความเสมอภาคเหมือนกันหมด ในโครงงานฐานวิจัยนักเรียนจะถูกปลดล็อคให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม</p>
<p>ทั้งนี้ หลังจากเปลี่ยนวิธีการสอนเห็นว่าจากเด็กหลังห้องจากที่ไม่กล้าแสดงออกก็จะเริ่มกล้าแสดงออกมากขึ้น ​เริ่มมีความคิดเห็นเมื่อมีการชวนคุย ชวนสร้างสถานการณ์ เขาจะเริ่มภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ถูกตีตรา ไม่ถูกบูลลี่ ​ซึ่งทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานที่ว่ามนุษย์ทุกคนพัฒนาได้​ ทำให้เห็นว่าเรามาถูกทาง ไม่ต้องไปเน้นเรื่องติวเพื่อสอบ ไม่ใช่สอนเพื่อให้จำ แต่เป็นทักษะที่ใช้ได้ไปจนตายแต่ครูต้องใจเย็นไม่เร่งเร้าเอาคำตอบเด็ก ไม่ตีตราเด็ก ทำให้เขามีความสุขกับการเรียน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/747-2/">ครูต้องเริ่มเปลี่ยน เด็กถึงจะเปลี่ยน การสอนเพื่อสร้างทักษะ​ความคิดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
