<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศิวพร ไกรนรา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Nov 2023 09:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศิวพร ไกรนรา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยนปัญหา ‘ขยะ’ เป็นโจทย์การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กคิดเก่ง-แก้ปัญหาเป็น: โรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-0111232/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 09:17:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวพร ไกรนรา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกู้กู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74131</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผลลัพธ์หลังเข้าร่วมโครงการ TSQP ครูเห็นนักเรียนมีพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-0111232/">เปลี่ยนปัญหา ‘ขยะ’ เป็นโจทย์การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กคิดเก่ง-แก้ปัญหาเป็น: โรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผลลัพธ์หลังเข้าร่วมโครงการ TSQP ครูเห็นนักเรียนมีพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งการกล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าตอบคำถามในห้องเรียนมากขึ้น สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนที่มีความหลากหลาย”</p>



<p>เสียงสะท้อนของ <strong>ครูศิวพร ไกรนรา</strong> ครูประจำวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และหัวหน้างานวิชาการโรงเรียนบ้านกู้กู หลังนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ TSQP มาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Project-Based Learning เป็นระยะเวลากว่าสามปี</p>



<p>ครูศิวพร บอกว่าเดิมโรงเรียนบ้านกู้กูประสบกับปัญหาหลักๆ คือ ปัญหาครูไม่เพียงพอ ปัญหาการวัดและประเมินผลนักเรียนที่ค่อนข้างล่าช้า และปัญหาเรื่องวิธีการสอนของครูที่ไม่ได้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเมื่อทราบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตว่ามี ‘โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง’ (Teacher and School Quality Program: TSQP) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เธอจึงรีบประสานกับผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-645c7e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo7-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ครูรู้สึกว่าโครงการ TSQP เป็นโครงการที่ก้าวล้ำเพราะครูเห็นถึงการพัฒนาทั้งคุณครู การพัฒนาในระบบการวัดและประเมินผลซึ่งเป้าหมายอยู่ที่ตัวนักเรียน เนื่องจากนักเรียนส่วนมากมีฐานะยากจน ฉะนั้นโอกาสในการออกไปเจอโลกภายนอกหรือการเข้าถึงสื่อเทคโนโลยีจะค่อนข้างน้อย ครูจึงคิดว่าถ้าเรามีรูปแบบการสอนที่หลากหลาย เด็กก็จะได้รับการพัฒนามากขึ้น”</p>



<p>แน่นอนว่าทุกการเริ่มต้นมักยากเสมอ เช่นเดียวกับครูศิวพรและครูท่านอื่น เพราะแม้จะเข้ารับการอบรมผ่านทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจนเกิดแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ แต่ความท้าทายคือครูจะนำองค์ความรู้ต่างๆ มาต่อยอดและปรับใช้ในสถานการณ์จริงอย่างไร</p>



<p>“ปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ ยอมรับว่าครูก็กังวลจึงใช้วง PLC (Professional Learning Community) เข้ามาระดมความคิด คือครูทำงานเป็นทีมเต็มรูปแบบในการประชุมแลกเปลี่ยนการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อไล่สเต็ปการสอนและวัดประเมินผลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะไม่มีการบอกว่านี่ชั้นเรียนของคุณเราไม่เกี่ยว”</p>



<p>เมื่อได้ข้อสรุปจากวง PLC ว่าโรงเรียนต้องการให้นักเรียนมีทักษะการคิด ทักษะการทำงานเป็นทีม และมีความรับผิดชอบ สิ่งที่ครูศิวพรดำเนินการต่อคือการตั้งวง PLC ของนักเรียน และวง PLC ผู้ปกครอง เพื่อถามคำถามเดียวกันว่าแต่ละคนมีสิ่งที่อยากให้โรงเรียนเป็น สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในโรงเรียน และเป้าหมายของทุกคนเป็นอย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d27219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo6-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในส่วนผู้ปกครอง ตอนวางเป้าหมายร่วมกันครั้งแรก ผู้ปกครองบอกว่าอยากให้ลูกของเขาเก่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือเขาอยากให้ลูกเขาเอาตัวรอดในสังคมได้ สามารถทำงานกับผู้อื่นได้ ซึ่งสิ่งที่ครูกำลังทำอยู่ถือว่าตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้&nbsp;</p>



<p>ส่วนนักเรียนก็มีการพูดคุยกันว่าอยากให้ครูสอนแบบไหน นักเรียนที่ดีเป็นยังไง หรือมีเรื่องไหนที่เด็กๆ สนใจ ซึ่งคำตอบหนึ่งที่เขาสะท้อนกลับมาคือเรื่องสิ่งแวดล้อม เขาอยากให้สภาพแวดล้อมของบ้านและโรงเรียนสะอาด เพราะชุมชนบริเวณโรงเรียนเป็นชุมชนเมืองที่มีความแออัดสูง เวลาเลิกเรียนก็จะมีคนมาขายอาหารบ้าง มาใช้สถานที่อออกกำลังกายบ้าง ฉะนั้นเด็กเขาก็บอกว่าอยากให้โรงเรียนสะอาด ประกอบกับโรงเรียนอยู่ใกล้ป่าชายเลนด้วย แล้วเราจะทำยังไงที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ นี่คือประเด็นที่เกิดขึ้นในการกำหนดหน่วยการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ”</p>



<p>แม้หน่วยการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะจะเกิดจากความสนใจของนักเรียน แต่ก็ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย คณะครูและผู้บริหารจึงร่วมกันออกแบบการสอนที่ตอบโจทย์ด้านการบูรณาการการเรียนรู้ในรายวิชาต่างๆ ซึ่งต้องเหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6</p>



<p>“ในวง PLC ครูมีการคุยกันว่าถ้าเป็นเด็กน้อยควรจะรู้อะไร อย่างน้อยก็ขอให้เขารู้เรื่องประเภทของขยะก่อน พอเด็กโตขึ้นมาหน่อย ครูก็วางว่าจะให้เขาเรียนรู้บูรณาการอย่างไรจากสิ่งรอบตัว แล้วเราโชคดีที่มีชุมชน มีปราชญ์ชาวบ้าน เรามีตัวอย่างคือศูนย์สิ่งแวดล้อมของชุมชนกิ่งแก้วซอยหนึ่ง ซึ่งผู้นำชุมชนสร้างไว้ เราก็ได้ท่านเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความรู้เด็กๆ รวมถึงสามารถพาเด็กๆ ไปที่ศูนย์การเรียนรู้ได้ ก็เลยใช้การบูรณาการและการเรียนแบบ Active Learning (การเรียนรู้เชิงรุก) โดยเฉพาะกับนักเรียนชั้นป.4-6”</p>



<p>ครูศิวพร กล่าวต่อว่าหลังจากที่เด็กๆ เรียนรู้ประเภทของขยะ หลายคนมีการเดินสำรวจโรงเรียนและนำปัญหาของขยะเหล่านั้นมาพูดคุยในชั้นเรียน โดยเฉพาะเรื่องขยะเหลือทิ้งจากเศษอาหารและการทำครัว ทำให้เธอเกิดไอเดียต่อยอดไปสู่การเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนำปัญหาขยะในโรงเรียนมาต่อยอดเป็นโครงงานชนิดต่างๆ ตามความสนใจของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="74137" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3.jpg" alt="" class="wp-image-74137" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="74139" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3.jpg" alt="" class="wp-image-74139" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo4-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>“บางชั้นเรียนเอาเปลือกไข่มาทำเป็นปุ๋ย บางกลุ่มนำเปลือกผลไม้นำเศษอาหารมาเลี้ยงไส้เดือน ทำให้เราได้ผลิตภัณฑ์มูลไส้เดือนแล้วให้เด็กๆ ออกแบบโลโก้ก่อนนำไปจ่ายแจกให้ผู้ปกครอง หรืออย่างพี่ ป.6 ได้นำร่องโครงการถังหมักรักโลก เขาก็วัดค่าในดินก่อนนำเศษอาหารมาใส่ ทำให้พอทดลองปลูกผักบุ้งก็จะรู้ว่าปลูกผักบุ้งในดินแบบนี้ต้องใส่มูลไส้เดือนเท่าไหร่”</p>



<p>ขณะที่นักเรียนกำลังสนุกสนานกับการได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองสนใจ สิ่งที่ครูศิวพรเน้นย้ำในวง PLC ของคณะครูและผู้บริหารเสมอ คือครูจะต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น ‘พี่เลี้ยง’ หรือ ‘โค้ช’ ให้กับนักเรียน</p>



<p>“ครูจะให้อิสระก่อนว่าเขาอยากทำอะไร มีวิธีการหาข้อมูลและดำเนินการยังไง ครูจะเป็นโค้ชคอยดูว่าต้องทำยังไงถึงจะรวบรวมประเด็นให้เขาเดินไปตามสเต็ป เพื่อบูรณาการการเรียนรู้กับ 8 กลุ่มสาระ เช่น เทคโนโลยีได้เรื่องการสืบค้นข้อมูลและออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์มูลไส้เดือน การงานอาชีพได้เรื่องการนำมูลไส้เดือนมาปลูกผักเพื่อการเกษตร หรือภาษาไทยที่ต้องอาศัยการจดบันทึกและการสื่อสารที่คนอื่นต้องฟังแล้วเข้าใจ ซึ่งครูมองว่ามันสอดแทรกคือเด็กได้รับโดยที่ครูไม่ต้องไปบอกว่าเขา เพราะเขาจะได้เรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง”</p>



<p>นอกจากการปรับบทบาทจากครูสู่โค้ชแล้ว หนึ่งในสิ่งที่ท้าทายคณะครูโรงเรียนบ้านกู้กูที่สุดคือการตั้ง ‘ชุดคำถาม’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการกระตุ้นความคิดของนักเรียน เพื่อเชื่อมโยงคำตอบไปสู่การเรียนรู้ใหม่ๆ จนกระทั่งสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งหมดมาตอบโจทย์การทำโครงงานจริง</p>



<p>“การตั้งชุดคำถามเป็นเทคนิคที่ครูแต่ละท่านต้องใช้เวลาในการฝึกฝน ครูบางท่านอาจทำได้เร็วหรือทำได้ช้า ซึ่งความยากของครูคือเราจะต้องไม่ปากไวบอกคำตอบเด็กก่อน เพราะครูอาจรู้สึกชินกับการสอนแบบเดิม แต่พอฝึกบ่อยๆ ครูก็เริ่มใช้ชุดคำถามได้ดีขึ้น สามารถใช้ชุดคำถามไล่สเต็ปจากง่ายไปยาก หรือบางคำถามที่นักเรียนไม่เข้าใจ ครูก็จะคิดคำถามย่อยขึ้นมาทดแทน&nbsp; เช่น ถ้าเด็กทำเรื่องการย่อยสลายของขยะ ก็จะถามเด็กว่าขยะมีกี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันยังไง แล้วดูความต่างได้จากตรงไหน คือต้องมีคำถามที่จะทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงคำตอบของเขาไปสู่สิ่งที่เขาอยากรู้ให้ได้ ซึ่งการจะถามเขาแบบนี้ได้ถือเป็นทักษะที่ครูจะต้องฝึกฝน”</p>



<p>สำหรับผลลัพธ์หลังจากเข้าโครงการ TSQP คือนักเรียนโรงเรียนบ้านกู้กูมีทักษะการคิด มีความกล้าแสดงออก และมีความรับผิดชอบในการทำงานเป็นทีมมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2568b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo2-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ครูเห็นนักเรียนมีพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งการกล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าตอบคำถามในห้องมากขึ้น ซึ่งนอกจากผลลัพธ์เหล่านี้เขายังรู้จักรับฟังความเห็นของเพื่อนคนอื่น สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนที่มีความหลากหลาย ไม่ใช่ว่าพอเป็นเด็กเรียนเก่งก็จะไม่อยากได้เด็กที่เรียนไม่เก่งหรือทิ้งเพื่อน แต่เขาจะพยายามหาวิธีว่าจะทำยังไงให้เพื่อนหรือกลุ่มของเขาได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน”</p>



<p>ขณะเดียวกัน พอนักเรียนมีความสุขการกับเรียนมากขึ้น ผลลัพธ์อีกอย่างที่น่าสนใจคือผลคะแนนสอบ RT , NT และ O-Net ในช่วงสามปีหลังของโรงเรียนบ้านกู้กูมีอัตราที่สูงขึ้นทุกปี</p>



<p>“พอได้ใช้การจัดการเรียนรู้แบบ PBL สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือครูมองเห็นว่าเด็กๆ กล้าคิด กล้าตอบ ซึ่งมันส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเองโดยตรงครูมองเห็นพัฒนาการของเขาว่าพอนักเรียนสามารถลำดับความคิดได้ด้วยตัวเอง ผลสัมฤทธิ์ก็เลยสูงขึ้น เพราะการสอนแบบนี้มันช่วยตอบโจทย์นักเรียนให้มีอิสระในการคิดและไปตอบในส่วนของคะแนนส่วนนั้นด้วย</p>



<p>ส่วนในมุมของผู้ปกครอง เนื่องจากว่าปีแรกๆ ที่ทำโปรเจกต์อาจมีช่วงหยุดเรียนจากสถานการณ์โควิดที่รุนแรง ทำให้ผู้ปกครองเองก็ต้องเป็นเหมือนนักเรียนที่เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ซึ่งพ่อแม่จะมีการคุยกันในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองถึงเรื่องที่ลูกจัดการขยะหรือทดลองปลูกพืชทางการเกษตร ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งผู้ปกครองจะมีเสียงตอบรับที่ดีว่าลูกของเขามีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญในเรื่องการทิ้งเศษอาหาร เพราะลูกสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือเขาสามารถให้เหตุผลกับผู้ปกครองได้ว่าอะไรที่เขาควรทำหรือไม่ควรทำ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-27492f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/photo5-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากการเปลี่ยนแปลงของนักเรียน ครูเองก็มีความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะบทบาท วิธีการสอน การตั้งชุดคำถาม รวมถึงการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับนักเรียน</p>



<p>“สิ่งสำคัญของการทำ Project-Based Learning คือครูเองก็เรียนรู้ไปกับเด็ก บางอย่างเราก็ไม่เคยทำมาก่อน แต่เราจะทำด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน ส่วนการทำโปรเจกต์นั้น แม้ครูจะดึงเวลาทุกวันพฤหัสสองคาบสุดท้ายมาเป็นคาบลดวิชาเรียนเพิ่มเวลารู้ เพื่อให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แต่ในรายวิชาที่ครูเป็นเจ้าของรายวิชาเอง ครูหลายท่านก็สามารถออกแบบกิจกรรมการสอนแบบ Active Learning ให้นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้ที่หลากหลายขึ้น ผ่านเกม ผ่านโจทย์สถานการณ์จำลองว่าเขาต้องทำยังไง รวมถึงการตั้งชุดคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดแทนการป้อนความรู้แบบเดิม ซึ่งครูได้มาจากการทำโปรเจกต์นี้”</p>



<p>ครูศิวพร ทิ้งท้ายว่าแม้เธอจะเคยผ่านประสบการณ์ในโรงเรียนที่มุ่งเน้นการแข่งขันด้านวิชาการ แต่ในปัจจุบันการอาศัยความรู้เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอต่อการทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถยืนหยัดได้ในโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bfbb9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/TSQP-ครูศิวพร-ไกรนรา-โรงเรียนบ้านกู้กู-จ.ภูเก็ต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ครูมองว่าในโลกปัจจุบันและโลกของอนาคต เด็กไม่น่าจะมีความรู้แค่อย่างเดียว ถ้ามีความรู้อย่างเดียวมันอาศัยแค่ท่องจำก็ได้ แต่ว่าในโลกการทำงาน ในโลกชีวิตจริง หรือแม้แต่สถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ใครที่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ คนนั้นคือผู้ที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข&nbsp;</p>



<p>เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถสอนนักเรียนให้มีความรู้คู่ทักษะและกระบวนการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ตรงนั้นสำคัญกว่า เพราะไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ เขาจะมีทักษะติดตัว สามารถคิดได้ มีกระบวนการที่สามารถเอาองค์ความรู้ที่มีมาใช้ต่อยอดความรู้ของเขาได้ด้วยตัวเอง สามารถเอาตัวรอดและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ เพราะเราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ในปัจจุบัน ดังนั้นกระบวนการสอนจะเน้นแค่ความรู้ในห้องอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้เขาเรียนรู้กระบวนการที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ในอนาคต”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-0111232/">เปลี่ยนปัญหา ‘ขยะ’ เป็นโจทย์การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กคิดเก่ง-แก้ปัญหาเป็น: โรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Sep 2021 10:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[กมลรัตน์ ประทีป ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท)]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวพร ไกรนรา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกู้กู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45919</guid>

					<description><![CDATA[<p>Q-info เป็นหนึ่งในระบบสารสนเทศที่กองทุนเพื่อความเสมอภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/">Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Q-info เป็นหนึ่งในระบบสารสนเทศที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของนักเรียน ซึ่งจะนำไปใช้ต่อยอดพัฒนาการศึกษาได้ในหลายมิติ พร้อมระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้คุณครูเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเด็กได้อย่างทันท่วงที</p>



<p>ที่สำคัญเครื่องมือนี้ยังช่วยลดภาระการทำงานของคุณครูให้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการการกรอกข้อมูล เช็กชื่อนักเรียน กรอกเวลาการมาเรียนของนักเรียน ทั้งแบบรายวันและในแต่ละรายวิชา ไปจนถึงน้ำหนัก ส่วนสูง ผลการสอบ คะแนนกิจกรรม ฯลฯ ทั้งหมดเพื่อนำไปประเมินผลและนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fbbc8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในฐานะผู้ที่ใช้ระบบ Q-info มาอย่างต่อเนื่อง <strong>คุณครูศิวพร ไกรนรา ครูโรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต </strong>ยืนยันว่าระบบ Q-info มีประโยชน์ในหลายด้าน เริ่มตั้งแต่การช่วยลดภาระการทำงาน จากเดิมที่ต้องคอยมากรอกข้อมูลแบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บันทึกผลการเรียนเป็นรายวิชา หรือ ปพ.5 ที่จะต้องกรอกเรื่องหลักสูตร ตัวชี้วัด สอนกี่ชั่วโมง เก็บคะแนนกี่คะแนน แต่พอมีระบบ Q-info ก็ทำให้จบเทอมสามารถพิมพ์ออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องมานั่งจิ้มเครื่องคิดเลขคำนวณเอง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ติดตามน้ำหนัก ส่วนสูง<br>เสริมแนวทางพัฒนาด้านร่างกาย</h2>



<p></p>



<p>Q-info ยังรวมไปถึงข้อมูลที่ช่วยวิเคราะห์ด้านโภชนาการของนักเรียน ทั้งเรื่องน้ำหนัก ส่วนสูง ซึ่งจะคำนวณได้ว่าเด็กคนไหนสมส่วน หรือน้ำหนัก ส่วนสูง ​สูงกว่าหรือต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อเป็นแนวทางช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายให้กับเด็กๆ ​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f7542"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกด้านหนึ่งยังช่วยติดตามนักเรียนขาด ลา มาสาย ซึ่งทางผู้อำนวยการมีนโยบายต้องรายงานข้อมูลนักเรียนก่อน 10 โมงเช้าของทุกวัน ทำให้รู้ว่านักเรียนขาดเรียนมากน้อยแค่ไหน และคนไหนลาหรือขาดโดยไม่รู้สาเหตุ อีกทั้งเมื่อนักเรียนไม่มาครบ 3 วันติดต่อกัน ระบบก็จะแจ้งเตือน ช่วยให้ติดตามเด็กกลับมาเรียนได้ทันท่วงที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f5586"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถือเป็นอีกกลไกช่วยป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อรู้ว่าเด็กคนไหนขาดเรียนนาน ๆ เวลาเห็นข้อมูลก็จะได้ประสานไปยังผู้ปกครอง เพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะได้วางแผนลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก เพื่อหาว่าทำไมเด็ก ๆ ไม่มาเรียน หรือครูจะช่วยอะไรได้บ้าง เพื่อให้เด็กได้กลับมาเรียนตามเพื่อนทัน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิเคราะห์พัฒนานักเรียนตามเป้าหมาย<br>ลดภาระงานปลายเทอมคุณครู</h2>



<p></p>



<p>ในด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน Q-info จะเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้พิจารณานักเรียนเป็นรายบุคคลและในภาพรวมของทั้งโรงเรียน คือ ใช้ติดตามดูได้ว่านักเรียนคนไหนได้คะแนนวิชาไหนดี สอบผ่าน ไม่ผ่านวิชาอะไร เมื่อเห็นว่าเด็กคนไหนอ่อนวิชาไหน ก็สามารถเข้าไปช่วยสอนในวิชานั้น ๆ ​ได้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-15586f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในภาพรวมทางโรงเรียนยังสามารถตั้งเป้าหมายสำหรับการจัดการเรียนการสอนแต่ละกลุ่มสาระวิชาว่า เป้าหมายแต่ละวิชาตั้งเป้าไว้เท่าไหร่ เสร็จสิ้นปีการศึกษาก็มาดูได้ว่าถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายเพราะอะไร หรือหากต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเพราะอะไร  ต้องปรับปรุงแก้ไขตรงส่วนไหน  เมื่อมีข้อมูลตรงนี้คุณครูก็จะ PLC ช่วยกันวางแผนพัฒนาให้ดีขึ้นในเทอมถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aca830"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“Q-info ช่วยลดภาระให้ครู จากข้อมูลที่เดิมครูจะต้องกรอกทั้งการมาเรียน น้ำหนัก ส่วนสูง คะแนนสอบแต่ละวิชา ตอนนี้ก็เพียงแต่เปลี่ยนมากรอกในระบบแทนกรอกในกระดาษ พอถึงตอนปลายเทอมก็นำข้อมูลนี้พริ้นต์ออกมาสรุปได้เลย สะดวกขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น แค่เริ่มต้นอาจจะต้องปรับตัว ต้องลองเปิดใจ” ​ครูศิวพรกล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ช่วยให้ทำงานสะดวกและรวดเร็ว<br>ด้วยชุดข้อมูล สถิติที่แม่นยำ</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04e41f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-05-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คล้ายกับโรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท) จังหวัดภูเก็ต ที่คุณครูเริ่มเปิดใจกับระบบ Q-info เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แม้จะมีปัญหาบ้างในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อคุ้นเคยก็ช่วยให้การทำงานสะดวกและเป็นระบบ</p>



<p><strong>ครูกมลรัตน์ ประทีป ณ ถลาง ครูโรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท)</strong> เล่าให้ฟังว่า Q-info ช่วยให้กรอกข้อมูลนักเรียนในระบบได้เลย ช่วงปลายเทอมก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องทำใหม่ ช่วยให้ประหยัดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f28ffc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากเดิมที่เราใช้การเช็กชื่อลงกระดาษ แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นเช็กชื่อผ่านมือถือ ง่ายและสะดวก หรือน้ำหนัก ส่วนสูง ข้อมูลโภชนาการของเด็ก เวลาเด็กขาด ลา มาสาย หลายครั้งก็มีระบบแจ้งเตือนคนที่มีความเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา อย่างมีเคสหนึ่งเด็กหายไป 3-4 วัน ก็โทร.ไปตาม แต่ติดต่อไม่ได้ ก็ต้องลงไปหาเด็กที่บ้าน ช่วยดึงเด็กกลับเข้าระบบการศึกษา”</p>



<p>ทั้งหมดทำให้การทำงานของคุณครูง่ายและสะดวกขึ้น ด้วยชุดข้อมูลที่มีตัวเลขสถิติ ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และแม่นยำ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/">Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
