<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%92%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Apr 2022 09:56:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องระเบิดจากข้างใน หนุนใช้ ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE)’ สร้าง “อนาคต”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-abe-070422/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Apr 2022 10:06:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2565]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54417</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-abe-070422/">แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องระเบิดจากข้างใน หนุนใช้ ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE)’ สร้าง “อนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมชี้แจงและประชาสัมพันธ์ ‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2565’ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมถ่ายทอดแนวคิด ทิศทาง และนโยบายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ภาคส่วนที่สนใจมุ่งส่งเสริมการศึกษาและการดำเนินงานปฏิรูปทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสำหรับเด็กและเยาวชน ส่งข้อเสนอโครงการเพื่อรับการสนับสนุนทุนจาก กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7dc841"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ฉายภาพการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area Based Education: ABE) คือ “อนาคต” ของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จะเห็นได้จากการเดินหน้าบทบัญญัติตามร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …ที่รัฐสภารับร่าง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 มาตรา 18 ที่กำหนดให้ประชาชนสามารถรวมตัวเป็นคณะบุคคล เช่น สมัชชา สภา กลุ่มระดับจังหวัด ดำเนินการจัดการศึกษา เสนอความเห็นประกอบการทำแผนการศึกษา และการรับเงินบริจาคให้ได้รับการลดหย่อนภาษีได้ นี่จึงเป็นทิศทางในระดับประเทศที่เห็นภาพชัดขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้จากการทำงานของ 20 จังหวัดนำร่องทำให้เห็นว่าพื้นที่ย่อมรู้และเข้าใจเป้าหมายของตนได้ดีที่สุด แต่กสศ.จะเข้าไปเสริมใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. พัฒนากลไกการจัดการการศึกษา เรียนรู้จากบทเรียนเพื่อค้นหากลไกพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ 2.พัฒนาระบบสารสนเทศให้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาส 3.การรณรงค์การขับเคลื่อน ยิ่งหน่วยงานภาคีระดับประเทศได้เข้าไปร่วมในเวทีระดับพื้นที่ จะสามารถเหนี่ยวนำผู้เล่นใหม่ๆหรือผู้เล่นเดิมที่ห่างหายไปเข้ามาเป็นเจ้าของเรื่อง และมีส่วนในการเป็นนักสื่อสารหรือรณรงค์ และ 4.การพัฒนานวัตกรรมและตัวแบบสร้างโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะถอดออกมาเป็นผลงานที่จะทำให้มีแนวร่วมเพิ่มขึ้นในอนาคต</p>



<p>“ผลงานที่เป็นนวัตกรรมการจัดการการศึกษาจะเป็นเครื่องยืนยันว่ากลไกเหล่านี้มีคุณค่าแก่สังคม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้มีแนวร่วมและมีทรัพยากรมากขึ้นในอนาคต เพราะในอีกไม่กี่เดือน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติจะประกาศออกมาใช้จริง และถ้าไม่สามารถเป็นกลไกที่จะยืนหยัดจัดการศึกษาได้ ก็เท่ากับเป็นเพียงกลไกทางการเมืองที่ไม่ได้หวังเพื่อเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง <strong>ดังนั้นพวกเราเป็นแนวหน้าผู้ที่มีความคิดก้าวหน้า มีความตั้งใจในการทำงานมาก่อนใคร ก็ควรจะใช้โอกาสตรงนี้ในการทำงานในพื้นที่และสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาอย่างต่อเนื่อง</strong>” ดร.ไกรยส กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf00c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/กฤษณพงศ์-กีรติกร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการจัดการศึกษา<br>เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า กลไกในการจัดการศึกษาในพื้นที่ (ABE) มีบทเรียนจากโครงการนำร่องมาเป็น 10 ปี ซึ่งศึกษาไว้ชัดเจนว่าเมื่อลดปัญหาให้มีขนาดเล็กลงและกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นจะทำให้การทำงานคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และดูแลระบบนิเวศในการศึกษาในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง</p>



<p>กลไกนี้จำเป็นต้องระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งตัวอย่างโครงการที่เกิดจากความร่วมมือภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมาคือ “สวนผึ้งโมเดล” Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน ที่ตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะไม่มีเด็กและเยาวชนออกจากระบบการศึกษา หรือสามารถเข้าสู่ระบบการฝึกงานและมีอาชีพ</p>



<p>แต่สิ่งที่ ดร.กฤษณพงศ์ เน้นย้ำเพื่อให้การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เป็นคำตอบที่มีจังหวัดเป็นสนามของความร่วมมือ จำเป็นที่จะต้องเชื่อมกับกลไกของรัฐให้มากขึ้น และมีการระดมทุนจากแหล่งทุนใหม่ ๆ&nbsp;</p>



<p>“ต้องอาศัยกลไกรัฐที่เขามีหน้าที่โดยตรงเข้าทำงาน เป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่จะทำให้กลไกใหญ่ขึ้นและทำงานได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือการระดมทรัพยากรแนวทางใหม่ ต้องช่วยกันคิดนวัตกรรมทางการเงินเพื่อการศึกษา เช่น การออกพันธบัตรทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ หรือการเก็บภาษีที่ระบุเป้าหมายที่ชัดเจนว่านำไปใช้ในการศึกษา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในระดับประเทศและจังหวัด”<strong> </strong>ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df6fee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/วุฒิสาร-ตันไชย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า<br>และรองอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และรองอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</strong> กล่าวถึงมุมมองการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เห็นว่าต้องทำระบบการศึกษาให้มีคุณภาพใกล้เคียงกัน และต้องค้นหาคนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ต้องอาศัยการทำงานของพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ปัญหามากที่สุด สร้างกลไกจากข้างในและสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีความเหมาะสมตามบริบทของตนเอง</p>



<p>“สถาบันพระปกเกล้าทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 กว่าแห่ง จะพบความแตกต่างตั้งแต่มุมมองว่าอะไรคือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือความแตกต่างในวิธีการแก้ปัญหา บางพื้นที่อาจมองในเรื่องของการให้ทุนการศึกษา บางพื้นที่มองในเรื่องการทำโรงเรียนให้มีคุณภาพ ดังนั้นแต่ละที่อาจมองไม่เหมือนกันเลย แต่ที่สำคัญคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมองเห็นและตระหนักว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ต้องการเลนส์ที่ละเอียด เลนส์ที่เข้าไปเอกซเรย์ว่าอะไรคือปัญหาที่เราต้องแก้” ศาสตราจารย์ วุฒิสาร กล่าว</p>



<p>โดยรูปแบบการจัดการอาจทำแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น สมัชชาการศึกษา, สภาการศึกษา, หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ และการออกแบบร่วมกันกับส่วนราชการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-73e777"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a1-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมใช้คำว่าระเบิดจากข้างใน ทำจากจุดเล็กๆและขยายผล เราไม่จำเป็นต้องคิดว่าเราจะพลิกแผ่นดินในทันที เพราะเมื่อทำสำเร็จจะเกิดความเชื่อความศรัทธาที่จะทำให้ทุกคนคิดว่าสามารถจะทำงานร่วมกันได้ โดยมีกลุ่มสนับสนุนข้อมูลการจัดการซึ่งอันนี้ กสศ.พยายามออกแบบและลงทุนในเรื่องของการมีฐานข้อมูล Big Data ที่จะช่วยทำให้มองเห็นหรือชี้เป้าได้ง่ายขึ้น” ศาสตราจารย์ วุฒิสาร กล่าว</p>



<p>ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ยังเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญการแก้ปัญหาของการศึกษาเป็นหน้าที่ของทุกคน เป็นหน้าที่ของทั้งภาครัฐราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ภาคเอกชน, ภาคประชาสังคม แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่</p>



<p><strong>“ปุ๋ยที่ดีที่สุดของต้นไม้คือเงาของผู้ปลูก คุณภาพของการศึกษาจะสัมฤทธิผลก็ด้วยความใส่ใจของผู้บริหารโรงเรียนเพราะการศึกษาคือความงอกงาม ถึงเวลาแล้วที่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องทำกันอย่างจริงจังเสียที เพื่อเป้าหมายร่วมกันในการทำเพื่อประเทศในวันข้างหน้า” </strong>ศาสตราจารย์ วุฒิสาร กล่าวทิ้งท้าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0041dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/วสันต์-เหลือประภัสร์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ </strong>ชวนมองไปข้างหน้าเพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่แม้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะต้องใช้การทำงานของพื้นที่ (ABE) เป็นกุญแจสำคัญ แต่โครงสร้างการบริหารภาครัฐไทยที่เป็นการกระจุกตัวรวมศูนย์เป็นอุปสรรคสำคัญ เห็นได้จากการบริหารส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องของท้องถิ่น แม้กระทั่งเรื่องทรัพยากรที่จะต้องให้ส่วนกลางตัดสินใจและเป็นไปตามงบประมาณปกติ เมื่อท้องถิ่นต้องแก้ไขปัญหาฉับพลันทันทีหรือปัญหาเฉพาะเรื่องก็ไม่สามารถดำเนินการได้ และส่วนกลางยังขยายกลไกคร่อมทับไปยังกลไกเชิงพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบัญชาการของผู้ว่าราชการจังหวัด นี่จึงเป็นการรวมศูนย์อำนาจแบบแตกกระจายไม่มีเอกภาพ&nbsp;</p>



<p>สำหรับส่วนภูมิภาคมีส่วนราชการในจังหวัด 33 หน่วยงานซึ่งสังกัดส่วนกลางทำงานร่วมกัน แต่การเคลื่อนงานส่วนภูมิภาคกลับไม่มีอำนาจตัดสินใจและไม่มีงบประมาณจัดสรรมาให้ มีแต่โครงการส่งมาจากส่วนกลางแล้วให้สำนักงานในพื้นที่ทำ ท้องถิ่นจึงต้องอาศัยงบจัดสรรจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่เพียงพอ&nbsp;</p>



<p>“แต่เรื่องใหญ่ที่สุดก็คือการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทำให้ไม่สามารถตอบรับกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานในระยะยาวได้เลย แม้ว่ากลไกจังหวัดจะได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ แต่พอจะเคลื่อนงานคนซึ่งนั่งเป็นหัวจำนวนมากย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น ท้องถิ่นก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่” ผศ.ดร. วสันต์ กล่าว</p>



<p>ที่สำคัญคือการบริหารส่วนท้องถิ่น เมื่อมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมีงบประมาณ มีอำนาจเป็นของตัวเอง ทำหน้าที่เป็นกลไกที่มองปัญหาและความต้องการของพื้นที่ได้จริง เช่นในเรื่องการจัดการศึกษามีการรับโอนโรงเรียนจากกระทรวงศึกษามาอยู่ในสังกัดท้องถิ่น มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของท้องถิ่น แต่ก็พบปัญหาเพราะว่าการขยายตัวของท้องถิ่นไม่ได้เกิดการพร้อมกับการหดตัวของส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-72d9bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a2งานพื้นที่-abe.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ไม่ว่าโรงเรียนนั้นจะสังกัดหน่วยงานไหน แต่เมื่อตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ลูกหลานเขาเรียน เขาก็อยากทำให้มันดีขึ้น ท้องถิ่นอาจจะจัดระบบติวเตอร์ มีรถรับส่งมาให้ แต่สุดท้ายก็จะเจอปัญหาเรื่องของการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่ท้องถิ่นทำไม่ได้เพราะเกินกว่าอำนาจหน้าที่ เวลาท้องถิ่นจะทำอะไรเองจึงต้องระวังเป็นอย่างมาก” ผศ.ดร. วสันต์ กล่าว</p>



<p>ดังนั้นการจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยอาศัยกลไกในพื้นที่ ถ้าจะทำให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องมีเอกภาพ ที่เกิดจากยุทธศาสตร์ที่มองพื้นที่เป็นตัวตั้ง และมีกลไกประสานสอดคล้องกัน ปรับระบบงบประมาณให้กลไกส่วนราชการทำงานร่วมกันได้ โดยกระดุมเม็ดแรกคือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่และแก้ปัญหาร่วมกัน&nbsp;<br><strong>“ต้องก้าวข้ามการแตกกระจายของตัวแสดงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและหันหน้าเข้าหากัน โดยเฉพาะกลไกของรัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชนทั้งในและนอกพื้นที่ ภาคประชาสังคม ชุมชนและพลเมืองในท้องถิ่น แสวงหาทางออกร่วมกันและบูรณาการทรัพยากรร่วมกัน และแก้อย่างจริงจัง เสมือนว่าเราทำงานภายใต้องค์กรเดียวกัน”</strong> ผศ.ดร.วสันต์ กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-abe-070422/">แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องระเบิดจากข้างใน หนุนใช้ ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE)’ สร้าง “อนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อปท.จับมือกสศ.พัฒนาครูและเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-27-10-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2020 11:27:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประยูร รัตนเสนีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22950</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-27-10-2020/">อปท.จับมือกสศ.พัฒนาครูและเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter wp-image-22952 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/bannerA-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/bannerA-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/bannerA-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/bannerA-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/bannerA-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีนายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา ที่ปรึกษาโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา นายสุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการสำนัก/กองการศึกษา จาก อปท.ทั่วประเทศ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22954" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-19.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-19.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-19-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-19-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-19-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิบดี สถ. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กลุ่มเด็กด้อยโอกาสได้รับความช่วยเหลือดูแลอย่างเหมาะสมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มีโอกาสเข้ารับการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะอาชีพได้ตามศักยภาพและความต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสม ไปจนถึงเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้และระดมความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ขณะนี้ มี อปท. เข้าร่วมโครงการ จำนวน 61 แห่ง ครอบคลุม 43 จังหวัด</span></p>
<p><figure id="attachment_22955" aria-describedby="caption-attachment-22955" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-22955 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-11.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-11.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-11-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22955" class="wp-caption-text">นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดี สถ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัจจุบันมีเด็กนอกระบบการศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ อปท. จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 800,000 คน ซึ่งเป็นเด็กที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา หรือต้องออกจากสถานศึกษา เนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจ หรือปัญหาของครอบครัว ประกอบกับในปัจจุบันเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กลายเป็นมหาวิกฤต ส่งผลให้เกิดภาวะการเลิกจ้าง และการว่างงาน บางครอบครัว เด็กๆ ต้องออกจากโรงเรียน หรือต้องย้ายที่อยู่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้รับความร่วมมือจาก กสศ. ในการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ โดยการสนับสนุนทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส คนละ 4,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการนำส่งเด็กเข้าระบบการศึกษา หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ทักษะอาชีพ” อธิบดี สถ. กล่าว</span></p>
<p><figure id="attachment_22956" aria-describedby="caption-attachment-22956" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-22956 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-14.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-14.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-14-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-14-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-14-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22956" class="wp-caption-text">นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำยากที่สุด เพราะเด็กนอกระบบการศึกษาเป็นกลุ่มที่สำรวจยาก มีหลากหลายกลุ่ม และไม่ได้ขึ้นทะเบียน คาดว่ามีประมาณหลายแสนคน สถ. และกสศ. จึงร่วมกันทำโครงการเพื่อบุกเบิกสำรวจเด็กกลุ่มนี้เพื่อเข้าช่วยเหลือ จากการสำรวจพบเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาในสังกัดอปท. ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเร่ร่อน ติดตามพ่อแม่ไปทำงานตามที่ต่างๆ ซึ่งองค์กรยูเนสโก้เคยทำวิจัยและสำรวจ พบว่า ถ้าผลักดันเด็กให้กลับมาสู่ระบบการศึกษาภาคปกติอาจไม่ได้ผล ดังนั้นต้องหาวิธีดูแลตามบริบทของเด็กและตามบริบทของพื้นที่</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22957" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-14.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-14.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-14-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-14-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-14-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เบื้องต้นกสศ. ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือ หากช่วยแล้วได้ผล จะขยายไปสู่ความช่วยเหลือเด็กอีกหลายแสนคนต่อไปทันที นอกจากนี้ กสศ.ยังได้ช่วยเหลือ และสนับสนุนครู พัฒนาการทำงานให้มีศักยภาพ มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ ทั้งนี้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้วิจัยไปพร้อมกับการลงมือช่วยเหลือเด็ก ซึ่งจะตอบโจทย์ในแง่ของระบบ เพื่อนำไปอ้างอิงต่อรัฐบาลและกระทรวง หากมีความชัดเจนและเห็นผลก็จะขยายสู่ระดับนโยบายต่อไป” นายแพทย์สุภกร กล่าว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-27-10-2020/">อปท.จับมือกสศ.พัฒนาครูและเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
