<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%92%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Mar 2023 05:11:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า-อปท. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลงลึกสู่ฐานรากชุมชนท้องถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Mar 2023 05:11:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Kick off โครงการวิจัยขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ถวิลวดี บุรีกุ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ทรงชัย ทองปาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64900</guid>

					<description><![CDATA[<p>27 กุมภาพันธ์ 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020323/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า-อปท. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลงลึกสู่ฐานรากชุมชนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>27 กุมภาพันธ์ 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ <strong>‘Kick off โครงการวิจัยขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’</strong> จัดโดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 10 แห่ง เพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและแก้ไขปัญหาหรือลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ของตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ff42b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงชัย ทองปาน</strong> อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ <strong>วิลาวัณย์ หงษ์นคร</strong> นักวิชาการผู้ชำนาญการ วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า อธิบายการดำเนินงานของโครงการวิจัยในครั้งนี้ที่เน้นปฏิบัติการ (action research) ทำงานร่วมกับ อปท. โดยคัดเลือกพื้นที่ที่มีสัดส่วนเด็กเยาวชนยากจนและยากจนพิเศษมากที่สุด ได้แก่ อบต.ตระกาจ และ อบต.ผักแพว จังหวัดศรีสะเกษ อบต.แม่สวด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เทศบาลตำบลพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เทศบาลตำบลโกตาบารู จังหวัดยะลา เทศบาลนครแม่สอดและเทศบาลเมืองตาก จังหวัดตาก เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อบจ.ศรีสะเกษ และ อบจ.นครราชสีมา</p>



<p>ความสำคัญของการดำเนินงานร่วมกับ อปท. ในโครงการวิจัยนี้ เนื่องจากท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ จึงสามารถใช้ระบบงบประมาณ บุคลากร และดำเนินการเพื่อจัดการศึกษาได้อย่างมีเอกภาพ มีอิสระ ทำให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาได้ อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงกิจกรรมทางการศึกษากับปัญหาอื่นในชุมชนท้องถิ่นได้ เรียกได้ว่าเป็นห้องปฏิบัติการทางสังคม ทำให้เกิดการเรียนรู้ปัญหาจากวิถีชีวิตจริงของชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d34d41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานวิจัยดังกล่าวสนับสนุนให้เกิดโครงการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา โครงการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา โครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษ โครงการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอันเนื่องมาจากภาวะการเรียนรู้ถดถอย และโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อสร้างความเสมอภาค โดยจัดสรรให้เหมาะสมกับปัญหาในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 15 กันยายน 2566</p>



<p><strong>ดร.ถวิลวดี บุรีกุล</strong> รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และรักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงภาพรวมปัญหาการขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งมีต้นตอมาตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นภายในครัวเรือนไปจนถึงระดับโรงเรียน โดยให้ข้อเสนอว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ตั้งแต่ระดับรากฐาน ผ่านการวิเคราะห์และออกแบบแนวทางตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เด็กได้รับสิทธิทางการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-126393"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</strong> ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์) และรองประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะว่า การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องเริ่มต้นจากนโยบายที่ใกล้ตัวเด็กที่สุดอย่างโรงเรียนและและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะมีต้นทุนทางสังคมที่ดีในการจัดการศึกษาให้มีความเป็นเอกภาพ โดยจะต้องมุ่งเป้าไปที่การทำให้ความแตกต่างทางคุณภาพและการเข้าถึงการศึกษาแต่ละพื้นที่เหลือช่องว่างต่อกันน้อยที่สุด&nbsp;</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร </strong>ระบุว่า หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงการศึกษาให้ตอบโจทย์กับท้องถิ่นผ่านตัวกลางอย่างโรงเรียน ประกอบด้วย Education for All คือจัดการศึกษาให้ครอบคลุม และ All for Education คือทำให้ท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c820f4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยสถานศึกษาต้องตั้งเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มั่นคง เข้มแข็ง อีกทั้งควรสร้างเกณฑ์วัดคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตจริงของเด็ก เพื่อให้การพัฒนาดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงไปสู่การแก้ปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท </strong>ผู้จัดการ <strong>กสศ.</strong> กล่าวถึงความเสี่ยงที่เด็กยากจนกว่า 1.9 ล้านคน จะหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องเชื่อมโยงการทำงานไปสู่ระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลและจัดสรรงบประมาณให้เด็กเปราะบางได้รับการพัฒนาทั้งในและนอกระบบ รวมไปถึงการจัดการเรียนรู้ที่เข้าถึงตัวผู้เรียน ส่งเสริมการพัฒนาครู และจัดให้มีการเรียนร่วมกันของต่างพื้นที่</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมา <strong>กสศ. </strong>ได้ผลักดันความเสมอภาคด้านการศึกษาร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่น สนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาโดยท้องถิ่นซึ่งจะสามารถเข้าถึงปัญหาได้เฉพาะเจาะจงกว่านโยบายการศึกษาจากส่วนกลาง การออกแบบนโยบายเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาและพาเด็กเข้าสู่การเรียนรู้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแก้ไขวงจรความจนในท้องถิ่น สามารถผลักดันให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ความต้องการของตลาด และพัฒนาให้เด็กเป็นกำลังสำคัญเพื่อกลับมาดูแลท้องถิ่นของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02.jpg" alt="" data-id="64909" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=64909" class="wp-image-64909" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04.jpg" alt="" data-id="64910" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=64910" class="wp-image-64910" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11-กสศ.-จับมือสถาบันพระปกเกล้า-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>นอกจากการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา วงเสวนายังกล่าวถึงประเด็นการส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้ในปัจจุบัน<strong> </strong>โดย<strong> ณิชา พิทยาพงศกร </strong>นักวิจัยอิสระ และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและการเรียนรู้ ระบุว่าการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทยที่สวนทางกับอัตราการเกิดใหม่ของเด็ก มีผลต่อการส่งเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพราะประชาชนจำเป็นต้องตามให้ทันชุดข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี<br>ข้อเสนอจาก<strong>ณิชา</strong> คือการมุ่งพัฒนาทักษะจำเป็นของโลกสมัยใหม่ ได้แก่ การสื่อสาร (communication) การทำงานร่วมกับผู้อื่น (collaboration) การคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ผ่านการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยบูรณาการกับแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เปิดโอกาสไปสู่การสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ ซึ่งการเรียนรู้ดังกล่าวควรเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ทุกด้าน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020323/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า-อปท. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลงลึกสู่ฐานรากชุมชนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การตั้งโจทย์ ค้นหา ‘จุด (Dot)’ เชื่อมต่อ หลอมรวม เชื่อมร้อย&#8230;หนึ่งในปัจจัยการทำงานบูรณาการเชิงพื้นที่ EP.1</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-dot-ep1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Feb 2023 08:48:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64516</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการนำไปสู่ ‘สัมฤทธิ์ผล’ ในการทำงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-dot-ep1/">การตั้งโจทย์ ค้นหา ‘จุด (Dot)’ เชื่อมต่อ หลอมรวม เชื่อมร้อย…หนึ่งในปัจจัยการทำงานบูรณาการเชิงพื้นที่ EP.1</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการนำไปสู่ </strong><strong>‘สัมฤทธิ์ผล’ ในการทำงานระดับพื้นที่ คือการ ‘พัฒนาคนในพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองและสามารถขับเคลื่อนงานจากต้นทุนที่มีในระดับพื้นที่ได้’ ขณะเดียวกันการดำเนินงานระดับพื้นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ ในหลายมิติ ทั้งมิติการศึกษา มิติเศรษฐกิจ ฯลฯ ทำให้เกิดโจทย์การทำงานที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีมุมมองจุดเน้นแตกต่างกันออกไป คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะเชื่อมโยงแต่ละจุดเน้นให้เชื่อมต่อหรือเกิดการบูรณาการทำงานร่วมในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่</strong></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร</strong><a><strong> </strong></a><strong>ตันไชย รองประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. กล่าวว่า </strong>หากมองเรื่องโจทย์ความสำเร็จของการทำงานเชิงพื้นที่ของแต่ละจังหวัดจุดเน้นสำคัญคือ ต้องหาจุดเริ่มต้นให้ตรงเป้า  เพราะ <strong>‘จุด (Dot)’</strong> จะเป็นตัวเชื่อมให้แต่ละส่วนเกิดการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันภายในจังหวัด</p>



<p><strong>‘จุด (Dot)’</strong> ในที่นี้คือ <strong>‘โจทย์’</strong> ของแต่ละจังหวัดซึ่งมีทุกข์และทุนแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น การทำโครงการเรื่อง Learning City เรื่องแรงงานนอกระบบ เรื่องการพัฒนาครู พัฒนาโรงเรียน ฯลฯ ซึ่งแต่ละโครงการจะมีโจทย์การทำงานที่แตกต่างกันทั้งเรื่องกลุ่มเป้าหมาย กลไกการทำงาน หรือเครื่องมือในการทำงาน</p>



<p>นอกจากนี้ กระบวนการทำงานแต่ละจุด หรือแต่ละหน่วยของการทำงาน จะต้องดำเนินการใน 3 ส่วนสำคัญ คือ 1. ต้องมีการชี้แจงเป้าประสงค์ (Clarify Dot) ของการทำงานภายในจังหวัดให้ชัดเจน 2. ต้องวินิจฉัยแยกแยะ (Identify Dot) รวมถึงสามารถชี้ชัดในเรื่องการนำกลไกหรือเครื่องมือมาใช้งานได้อย่างถูกจังหวะและโอกาส 3. ต้องหาวิธีการเชื่อมร้อย (Connect Dot) กลยุทธ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผ่านปัจจัยสำคัญ เช่น กลุ่มเป้าหมายของการทำงาน นักขับเคลื่อน และแผนยุทธศาสตร์จังหวัดที่ต้องได้รับการหนุนเสริม  โดยองค์ประกอบเหล่านี้จะนำไปสู่การสร้างการรับรู้และการจัดการภาพรวมของการทำโครงการในปีถัดไปได้อย่างถูกวิธี ซึ่งปัจจัยสำคัญในการหนุนเสริมการทำงานคือ การที่นักขับเคลื่อนในแต่ละจังหวัดต้องมองภาพรวมของงานให้ได้ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำมีมิติอะไรบ้าง และควรสนับสนุนข้อมูลอะไรแก่หน่วยงานในสังกัด เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ ของการทำงานในแต่ละหน่วยให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น </p>



<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร</strong> ยังระบุอีกว่า เมื่อแต่ละจังหวัดมีแนวทางหรือกลไกการทำงานด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันแล้ว จะเกิดการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เกิดความเข้มแข็งจากภายใน โดยกระบวนการเหล่านี้จะนำไปสู่การเรียนรู้ของคนในชุมชนหรือผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการสร้างโค้ช สร้างทีม หรือหน่วยจัดการองค์ความรู้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center">(อ่านต่อ EP. 2)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-dot-ep1/">การตั้งโจทย์ ค้นหา ‘จุด (Dot)’ เชื่อมต่อ หลอมรวม เชื่อมร้อย…หนึ่งในปัจจัยการทำงานบูรณาการเชิงพื้นที่ EP.1</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>12 จังหวัดต้นแบบ ‘การศึกษาเชิงพื้นที่’ นำทางลุยงานแนวราบ ‘ล่างสู่ล่าง’ สร้างเครือข่ายจังหวัดลงลึกชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-140223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Feb 2023 04:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการเชิงพื้นที่ คำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64444</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 – กองทุนเพื่อความเสมอภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-140223/">12 จังหวัดต้นแบบ ‘การศึกษาเชิงพื้นที่’ นำทางลุยงานแนวราบ ‘ล่างสู่ล่าง’ สร้างเครือข่ายจังหวัดลงลึกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 – <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ <strong>‘บูรณาการเชิงพื้นที่ คำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ </strong>ชวนภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมรับฟังประสบการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมองกระบวนการทำงาน และตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของพื้นที่ต้นแบบ เพื่อพัฒนากลไกทำงานรวมถึงยกระดับการสร้างเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</p>



<p>เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนการทำงาน <strong>‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ </strong>หรือ <strong>‘Area-Based Education (ABE)’</strong> ของ 12 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น สุรินทร์ สมุทรสงคราม ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา และปัตตานี ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานและกลไกการจัดการศึกษาในระดับจังหวัด หรือระดับพื้นที่ นอกจากนี้มีการแลกเปลี่ยนที่นำไปสู่แนวทางขยายขอบเขตการสนับสนุนของ กสศ. เพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ พร้อมสำรวจความต้องการในการหนุนเสริมเพื่อการพัฒนากลไก ให้สามารถยกระดับการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ก่อนก้าวไปสู่การขยายผลความสำเร็จจากตัวแบบไปยังพื้นที่อื่น ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d896a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. </strong>กล่าวว่า การทำงาน Area-Based Education หรือ ABE คือการร้อยเครือข่ายเพื่อขยายการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย คณะทำงานต้องเห็นภาพใหญ่ของระบบ และสามารถประเมินความต้องการกำลังคนในอนาคต กลไกที่นำไปถึงความสำเร็จได้คือการหาวิธีให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพทั้งการศึกษากระแสหลัก และการศึกษาทางเลือก มองความสำเร็จว่าผู้ที่ผ่านกระบวนการต้องยืนหยัดด้วยตนเองได้ในระยะยาว</p>



<p>“การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จะเอื้อให้เกิดการทำงานที่หลากหลาย เป็นระบบจากล่างขึ้นบน มีเส้นทางใหม่ ๆ ของการเรียนรู้ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ มีการสื่อสารทำงานกับผู้ปกครอง ซึ่งท้องถิ่นคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ครู กศน. จะมีความใกล้ชิดและเป็นสะพานเชื่อมไปถึงคนกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ให้เห็นความสำคัญและลงมือช่วยกัน <strong>ABE เป็นโมเดลการทำงานที่จะทำให้หลุดพ้นจากการทำงานแบบเดิม ซึ่งท้องถิ่นต้องพึ่งพิงนโยบายจากส่วนกลาง หรือบนลงล่าง มาสู่การส่งต่องานกันในระนาบล่างสู่ล่าง เป็นต้นทางของนวัตกรรมด้านการศึกษาใหม่ ๆ ที่เน้นการดูแลการศึกษาและพัฒนาตนเองตามช่วงชีวิต</strong> เพราะหากเราคลี่ออกมาได้ว่า มีทุนและมีเส้นทางอยู่ตรงไหนบ้าง เมื่อเด็กติดขัดมีปัญหา หรือเรียนจบในแต่ละช่วงชั้นแล้ว เขาจะมีพื้นที่รองรับ เข้าถึงความช่วยเหลือ และมีเส้นทางเชื่อมต่อไปจนเต็มความสามารถที่มีอยู่ และกลายเป็นประชากรที่พึ่งพิงตนเองได้ในอนาคต” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-54d547"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย รองประธานอนุกรรมการโครงการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย รองประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. </strong>กล่าวว่า การใช้พื้นที่เป็นฐานจุดระเบิดการทำงานจากภายใน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพใหญ่คือ ต้นแบบจากภูมิสังคมซึ่งมีความแตกต่าง ทั้งกลุ่มเป้าหมาย สภาพปัญหา คนทำงาน ทุนทรัพยากร ข้อดีคืองานสามารถเริ่มได้จากทุกที่และทุกวิธีการ ไม่จำเป็นต้องรอหนังสือสั่งการ ไม่มีแนวทางปฏิบัติเป็นกรอบกำหนด ซึ่งจะเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ในเชิงลึกที่ซับซ้อนและกว้างออกไปยิ่งขึ้น</p>



<p><strong>“เป้าหมายของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ทำให้ทุกที่ทุกคนได้เท่ากัน แต่คือต้องลดช่องว่างให้แคบลงโดยยกระดับการเข้าถึงโอกาสพัฒนาความสามารถของคนแต่ละคน</strong> สำคัญคือการค้นหากลุ่มเป้าหมายในเชิงลึก เชื่อมโยงให้ได้ว่าเมื่อพบแล้วจะนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างไร อย่าลืมว่าในการทำงานบนฐานความคิดว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งให้ตกขบวนรถไฟแห่งโอกาส ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่เขาไม่รู้เลยว่าสถานีขึ้นรถไฟขบวนนี้อยู่ตรงไหน ฉะนั้นการค้นหาแบบมุ่งเป้า (targeting) ด้วยฐานข้อมูลจึงสำคัญ เพราะรายละเอียดปัญหาที่ระบุไว้เป็นรายคนจะทำให้คณะทำงานสามารถพบตัวกลุ่มเป้าหมายที่เผชิญวิกฤตรุนแรงได้รวดเร็ว และช่วยเหลือได้ทันท่วงที ส่วนต่อจากนั้นคือการผสานข้อมูลจากคนในพื้นที่ เพื่อออกแบบการเชื่อมโยงส่งต่อที่ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ชั่วคราว” ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7054a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร</strong> กล่าวว่า ประสบการณ์ทำงานในแต่ละจังหวัดต้นแบบ แสดงให้เห็นว่าการทำงานที่ประสบความสำเร็จอาจมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน การได้มาแลกเปลี่ยนรับฟัง จึงเหมือนกับได้ดูการประกอบจิ๊กซอว์ของการทำงานลดความเหลื่อมล้ำ ว่าแต่ละแห่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเชื่อมการทำงานในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัดอย่างไร แล้วเมื่อย่อขนาดพื้นที่ให้เล็กลง เราจะมีเลนส์ที่ขยายโจทย์งานให้เห็นชัดขึ้น และสามารถสร้างความตระหนักรู้ให้สังคมในพื้นที่ยอมรับวิกฤตของสภาพปัญหาจริง อันเป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ Area-Based Education หรือ ABE เป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงความตั้งใจในการทำงานจากพื้นที่เล็ก ๆ ด้วยความพร้อมและต้นทุนที่มี เพื่อให้เด็กเยาวชนทุกคนไม่เพียงเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้จนจบการศึกษาภาคบังคับ แต่คือการผลักดันให้ทุนทรัพยากรมนุษย์ทุกกลุ่ม ได้มีลู่ทางพัฒนาตนเองไปถึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4e4e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการดำเนินโครงการ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ ระบุว่า ประเทศไทยมีเด็กเยาวชนไทยกว่า 2 แสนคนที่หลุดจากระบบการศึกษา ในจำนวนนี้มี 8,618 คน ที่ยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ ทั้งยังมีเด็กยากจนด้อยโอกาสที่เผชิญภาวะเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 1.9 ล้านคน และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้มีเด็กนักเรียนยากจนเพิ่มขึ้นอีกราว 3 แสนคน เป็นที่มาของการที่ กสศ. และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา มองถึงการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเร่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่มีฐานะยากจนกลุ่ม 15% ล่างสุดของประเทศ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอายุ 25 ปี จำนวน 2.8 ล้านคน ผ่านโครงการการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยแนวทางการทำงานบูรณาการเชิงพื้นที่บนฐานความเชื่อว่า การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่คือ ‘หัวใจ’ ของการทำงาน เพราะ “ไม่มีใครจะเข้าใจบริบทปัญหาได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่เอง” จนเกิดโมเดลการย่อส่วนการทำงานระดับจังหวัดลงไปสู่ระดับพื้นที่ ซึ่งมีตัวอย่างความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว</p>



<p><strong>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า การทำงาน ABE ใน 12 จังหวัดนำร่อง คือตัวแบบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และบุคลากรอาสาสมัคร โดย กสศ. มีหน้าที่สนับสนุนเครื่องมือและเชื่อมต่อทรัพยากรทั้งภายในจังหวัด ร่วมกับทรัพยากรการทำงานของ กสศ. ตั้งแต่ระบบคัดกรองนักเรียนยากจน เพื่อชี้เป้านักเรียนยากจนที่เสี่ยงหลุดจากการศึกษาภาคบังคับ พร้อมกับสนับสนุน ‘ทุนเสมอภาค’ และติดตามพัฒนาการทางร่างกายและการศึกษา ทั้งนี้ข้อมูลระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน จะใช้ในการส่งต่อเด็กระหว่างช่วงชั้นเพื่อสร้างระบบ ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ในระยะยาวสำหรับเด็กเยาวชนทุกช่วงอายุ ผ่านโครงการต่าง ๆ ของ กสศ. ได้แก่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-288663"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองทั้งระบบ(</strong><strong>TSQP)</strong> ร่วมกับโรงเรียนขนาดกลางหว่า 700 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างโมเดลการพัฒนาครูและโรงเรียนที่อยู่ในเมืองกับในพื้นที่ชนบทห่างไกล ให้มีคุณภาพทัดเทียมกัน&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> ทำงานกับพื้นที่ที่ขาดแคลนครู ผลิตครูนักพัฒนาชุมชนรุ่นใหม่ปีละ 300 คน ติดต่อกัน 5 ปี รวม 1,500 คน เข้ารับทุนเข้าเรียนครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อกลับไปบรรจุที่โรงเรียนพื้นที่ห่างไกลซึ่งขาดแคลนครูในชุมชนของตนเอง</p>



<p><strong>โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง </strong>ที่มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนที่มีแนวโน้มหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังเรียนจบภาคบังคับ ให้มีโอกาสได้เรียนต่อสายอาชีวศึกษา ในสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการแรงงานและการพัฒนาประเทศ ส่วนเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสแต่มีศักยภาพ กสศ. มี<strong>ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ</strong> ส่งต่อนักศึกษาสายอาชีพ ให้เรียนถึงระดับสูงสุดตามความสามารถในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก</p>



<p>ส่วนเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว กสศ. มี<strong>โครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะเยาวชนและแรงงานนอกระบบ</strong> โดยสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ออกแบบการจัดการศึกษาที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ดึงทุนทรัพยากร ทุนภูมิปัญญา ทุนสังคมและเศรษฐกิจ มาออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะแรงงาน และการเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f9c25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ปี 2565 ที่ผ่านมา โครงการต่าง ๆ ของ กสศ. ได้ทำงานประสานส่งต่อแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน และช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสได้กว่า 1,307,152 คน ซึ่งก้าวต่อไปคือ กสศ. จะผนึกกำลังทั้งภายในและการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เชื่อมโยงการส่งต่อดูแลสุดทาง ให้สามารถช่วยเหลือเด็กเยาวชนทั้งที่อยู่ในและนอกระบบ ป้องกันเด็กหลุดการศึกษาและประคองเด็กที่จบการศึกษาแต่ละช่วงชั้นให้ไปต่อได้ในการศึกษาระดับสูงขึ้น รวมถึงการส่งต่อให้หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ภารกิจของ กสศ. โดยตรง ซึ่งตรงนี้ทุนการทำงานที่กระจายในพื้นที่ต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ”  นายพัฒนะพงษ์ กล่าว</p>



<p><strong>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวต่อไปว่า เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ <strong>‘บูรณาการเชิงพื้นที่ คำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ </strong>จะจัดขึ้นทุกสองเดือน โดยเวียนนำเสนอกระบวนการต้นแบบของแต่ละจังหวัด ซึ่งในครั้งนี้มีแนวทางการทำงานที่น่าสนใจจากจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดพะเยา มาเล่าประสบการณ์การจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน</p>



<p>โดยขอนแก่น เป็นจังหวัดที่เดินหน้านโยบาย ‘เมืองไม่ทิ้งเด็ก’ บูรณาการ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะท้อนเบื้องหลังความสำเร็จในการแก้ปัญหาจากต้นทุนภายในและการทำงานที่ชัดเจน มีการติดตามปัญหาของเด็กเป็นรายคน และมีชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีกลุ่มจิตอาสาทำงานประสานส่งต่อกลุ่มเป้าหมายข้ามหน่วยงานตั้งแต่พื้นที่จนถึงจังหวัด เน้นความยืดหยุ่น รวดเร็ว และไม่เป็นทางการ มีเป้าหมายคือแก้ปัญหาให้เด็กเร็วที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ff0e36"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/04-จังหวัดต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่พะเยา ทำงานในโจทย์ที่ซับซ้อนกับเด็กเยาวชนกลุ่มผู้พิการทั้งในและนอกระบบ โดยมุ่งสานต่อภารกิจ ‘เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)’ โดยองค์การยูเนสโก พัฒนาการเรียนรู้ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม โดยมุ่งลดการเข้าไม่ถึงการเรียนรู้ สวัสดิการ และการบริการสุขภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนทุนทรัพยากรและการทำงานระหว่างหน่วยงาน อาทิ อบจ. กศน. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ร่วมสร้างแหล่งเรียนรู้ 26 แห่งในอำเภอต่าง ๆ ซึ่งผู้เรียนสามารถเก็บหน่วยกิต รับประกาศนียบัตร และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพะเยาได้ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเพื่อสังคม นำภาคเอกชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน มาร่วมคัดกรองเด็กจากศูนย์การศึกษาพิเศษ นำเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ฝึกทักษะอาชีพ และรับเข้าทำงานเป็นลำดับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-140223/">12 จังหวัดต้นแบบ ‘การศึกษาเชิงพื้นที่’ นำทางลุยงานแนวราบ ‘ล่างสู่ล่าง’ สร้างเครือข่ายจังหวัดลงลึกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น&#8230;พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 15:40:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[TK Park]]></category>
		<category><![CDATA[บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[จับมือร่วมสร้างเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44768</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากที่มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2573 ประชากรโลกมากกว่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/">กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น…พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากที่มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2573 ประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 60 จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง จึงนับเป็นความท้าทายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ ‘คน’ ให้มีคุณภาพ ด้วยการสร้างพื้นที่เมืองให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่ทิ้งคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง</p>



<p>เสวนาเรื่อง ‘บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้’ จากงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการออนไลน์ ‘ร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายสู่เป้าหมายเดียวกัน’ โดยสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ได้มีการระดมความคิดเกี่ยวกับความสำคัญของ อปท. กับการจัดการศึกษา รวมถึงการค้นหาแนวทางทำงานด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่น โดยไม่เพียงมุ่งเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา แต่ครอบคลุมถึงการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กเยาวชนนอกระบบ รวมถึงสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่ม ให้เข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัยและทุกสถานะ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญของการวางรากฐาน ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ ที่ยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e65a9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘การศึกษาคือคานงัดกับปัญหาสังคมทั้งหมด’</h2>



<p>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย&nbsp; เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตว่า การกระจายอำนาจคือหัวใจที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ บนพื้นฐานความแตกต่างตามภูมิสังคม หมายถึงด้วยการบริหารจัดการโดย อปท. ทำให้ท้องถิ่นสามารถผลักดันนโยบายและสร้างนวัตกรรมจากภายใน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามบริบทความต้องการในพื้นที่นั้น ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf02b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย  เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ปัจจุบันแม้การจัดการศึกษาผ่าน อปท.ยังมีสัดส่วนไม่มากในภาพรวมของประเทศ แต่มีผลสัมฤทธิ์ที่แสดงให้เห็นความสำเร็จเรื่องการเปิดพื้นที่การศึกษาทางเลือก และด้วยขนาดการบริหารงานที่เล็กทำให้การทำงานมีเอกภาพ ช่วยร่นระยะห่างของผู้กำหนดนโยบายกับชุมชนให้แคบลง การปรับปรุงแก้ไขหรือทดลองแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ ทำได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูง หลายพื้นที่สามารถแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความสนใจและความถนัดได้ เช่น โรงเรียนกีฬา หรือสถาบันฝึกวิชาชีพต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถนำหลักสูตรเฉพาะทางที่กำหนดโดยสมัชชาท้องถิ่นไปใช้ในโรงเรียนได้ทันที&nbsp;</p>



<p>“ท้องถิ่นสามารถสร้างกิจกรรมกลุ่มที่ปรับทุกอย่างเข้าสู่โจทย์ด้านการศึกษาได้ทั้งหมด ขยายปรัชญาการศึกษาเพื่อชุมชนไปในกลุ่มคนทุกช่วงชั้นและทุกช่วงวัยได้ เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ไม่ทอดทิ้งกลุ่มเปราะบางหรือเหลื่อมล้ำ อาทิ การจัดหัวข้อการเรียนรู้เรื่องการจัดการปัญหาขยะ การจราจร หรือภัยพิบัติ ให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาเมืองไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-02fcf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เพราะการศึกษาคือคานงัดของการแก้ปัญหาสังคมทั้งหมด ท้องถิ่นจึงต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ขยายออกไปนอกพื้นที่โรงเรียน ด้วยบทบาทหน้าที่ 3 ส่วนในการสนับสนุนให้เกิดพื้นที่หาความรู้ได้ตลอดชีวิต อย่างแรกคือ ทำให้การศึกษามีคุณภาพเท่าเทียมกัน สองคือยกระดับมาตรฐานการศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศ และสามคือพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพสังคม ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มแรงงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง ให้การศึกษาทั้งในและนอกระบบตอบโจทย์การมีงานทำ เพิ่มพูนทักษะชีวิตและวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท้องถิ่นจำเป็นต้องเร่งจัดการอบรมและฟื้นฟูทักษะอาชีพเพื่อให้คนว่างงานได้กลับมามีงานทำใให้เร็วที่สุด”</p>



<p>ศ.วุฒิสารกล่าวสรุปว่า การจัดการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพสังคมไม่ได้มีจุดมุ่งหมายให้คนทุกคนได้รับเท่าเทียมกัน แต่ความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษาต้องช่วยลดความแตกต่างเหลื่อมล้ำ เชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาเมือง เช่นในเขตอุตสาหกรรมการจัดการศึกษาต้องสนับสนุนให้เกิดแรงงานฝีมือจำนวนมาก หรือในพื้นที่เกษตรกรรมก็ต้องมีการส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร มีความชัดเจนว่าจะพัฒนาการศึกษาอย่างไรให้เป็นไปในทางเดียวกันกับภาคเศรษฐกิจของเมือง&nbsp;</p>



<p>ทุกวันนี้เราอาจได้เห็นแล้วว่าหลายโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมีคุณภาพมากขึ้น แต่คำถามสำคัญที่ อปท. จำเป็นต้องขบคิดคือ ‘โอกาส’ หรือ ‘ความเสมอภาค’ ในการเข้าถึงการเรียนรู้เข้าถึงคนทุกคนในพื้นที่แล้วหรือยัง ซึ่งนั่นคือบทบาทที่ท้องถิ่นต้องทำให้เกิดขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19</h2>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำเสนอเรื่อง ‘การเรียนรู้ของผู้ด้อยโอกาสเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา’ ว่า การพัฒนาการศึกษาระดับท้องถิ่นจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกช่วยฉายภาพสถานการณ์รอบด้าน ในมิตินี้ กสศ.ได้รวบรวมข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดต่าง ๆ เพื่อสะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับ อปท.ในการนำไปพัฒนานโยบายพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb8ece"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>โดยข้อมูลที่สำรวจได้ครั้งล่าสุดพบว่า มีเด็กเยาวชนในวัยการศึกษาภาคบังคับ (ก่อนวัยเรียน &#8211; ม.3) ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากปัญหาความยากจนด้อยโอกาส 1.8 ล้านคน / มีประชากรวัยเรียนอายุ 6 &#8211; 14 ปี ที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบมากกว่า 4.3 แสนคน จำแนกได้เป็นกลุ่มที่เข้าเรียนช้าและกลุ่มที่เข้าเรียนแล้วออกกลางคัน / มีเด็กเยาวชนทุพพลภาพในระบบการศึกษาประมาณ 2 แสนกว่าคน&nbsp;</p>



<p>ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าช่องว่างของประชากรที่มีโอกาสเรียนถึงระดับอุดมศึกษาถ่างกว้างมาก โดยเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีโอกาสเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาเพียงร้อยละ 5 ขณะที่เด็กจากครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่ากลุ่มร้อยละ 20 ที่ยากจนที่สุด มีโอกาสเรียนในระดับอุดมศึกษาถึงร้อยละ 90 &#8211; 100 ซึ่งเท่ากับช่องว่างห่างกันถึง 20 เท่า เป็นที่มาของความแตกต่างเหลื่อมล้ำด้านรายได้ที่จะสะท้อนไปถึงสถานะเศรษฐกิจสังคมของประชากรในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae16ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้ครัวเรือนของครอบครัวเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ลดลงเหลือไม่ถึง 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 อยู่ที่ราว 1,100 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp; ทั้งยังมีสมาชิกครัวเรือนประสบกับภาวะว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44 เป็นร้อยละ 73 ด้วยเหตุนี้จำนวนตัวเลขเด็กยากจนพิเศษจึงมีอัตราเพิ่มขึ้นไปที่ราว 3 แสนคนในปีที่ผ่านมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ย่อโจทย์ปัญหาให้เล็กลงด้วยการทำงานระดับพื้นที่</h2>



<p>กสศ.มีแนวทางการทำงานร่วมกับภาคีระดับท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่ง เพื่อย่อส่วนปัญหาการศึกษาขนาดใหญ่มาสู่การทำงานระดับพื้นที่ และสร้างกลไกความร่วมมือที่นำโดย อปท. เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่ม</p>



<p>ข้อมูลที่ลึกระดับชุมชนเสริมด้วยงานวิชาการที่เข้มแข็ง จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนท้องถิ่นให้ทำงานได้เร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือ ต้องมีการจัดการงบประมาณบนหลักความเสมอภาค มองเห็นรอยต่อช่วงวัยของประชากร และต้องดึงทุกภาคส่วนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ba7c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ.ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน iSEE หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ย่อส่วนข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ให้ใช้ได้บนแพลตฟอร์มแท็บเลตและสมาร์ทโฟน รวมรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กยากจนพิเศษ และเด็กที่ไม่มีตัวตนในระบบการศึกษาทั่วประเทศไทย จำแนกออกตามพื้นที่ ปลีกย่อยในระดับโรงเรียนว่ามีกลุ่มเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษากี่คน พร้อมอัพเดตข้อมูลทุกปี ซึ่งท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้ทันที</p>



<p>“ส่วนการจัดสรรงบประมาณบนหลักคิดเรื่องความเสมอภาค กสศ.ย้ำเสมอว่า ต้องไม่ใช้วิธีกระจายงบประมาณความช่วยเหลือให้เด็กทุกคนเท่ากัน แต่ต้องมองปลายทางว่าเราจะทำให้เด็กคนหนึ่งบรรลุเป้าหมายด้านการศึกษาทัดเทียมกับเด็กที่มีต้นทุนมากกว่าได้อย่างไร แล้วจัดสรรทรัพยากรลงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับความจำเป็นของเด็กแต่ละคน</p>



<p>“รอยต่อช่วงวัยของประชากร หมายถึงการพิจารณาออกแบบการดูแลช่วยเหลือทรัพยากรมนุษย์ตามช่วงอายุ ในเด็กปฐมวัย คนวัยเรียน วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ย่อมต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างและเหมาะสม ท้องถิ่นต้องสร้างกลไกที่สามารถกระจายหน้าที่ของหน่วยงานเฉพาะทางซึ่งมีความชำนาญต่างกันเข้ามาดูแลคนแต่ละช่วงวัยให้ได้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่ต่อเนื่องไปถึงการทำงานที่จะช่วยพัฒนาทุนมนุษย์ตามโจทย์ความต้องการแรงงานในแต่ละท้องถิ่นด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a36352"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_16.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>รองผู้จัดการ กสศ. สรุปว่า หากท้องถิ่นเห็นมิติการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัยทั้งในและนอกระบบการศึกษาได้แล้ว นโยบายการทำงานและจัดสรรทรัพยากรจะตามมา เช่น เด็กในระบบการศึกษาต้องไปให้ถึงการจบการศึกษาเป็นเป้าหมายแรก และต้องมีงานที่สอดคล้องกับชีวิตรองรับ หรือท้องถิ่นจะสร้างพื้นที่ให้ผู้ที่จำเป็นต้องออกจากการศึกษาก่อนวัยอันควรเข้าถึงการเรียนรู้จากนอกระบบได้อย่างไร และข้อสุดท้ายคือทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้ได้ เพราะการแก้ปัญหาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสู่การเป็นเมืองที่ประชากรทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่อาจทำได้โดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง จะต้องมีภาครัฐ เอกชน ธุรกิจท้องถิ่น ประชาสังคม เอ็นจีโอ และประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมมือกันพัฒนากลไก สร้างระบบการเรียนรู้ จัดการระบบข้อมูล และมีแผนติดตามการพัฒนาที่มองไปยังภาพระยะยาวของเมืองในอนาคต คือวันที่คนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างเสมอภาค</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พัฒนาสู่ ‘Learning City’ หรือ ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการศึกษาในระบบ แต่ทุกคนต้อง ‘เข้าถึงโอกาส’ เรียนรู้</h2>



<p>ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า ความสำคัญของ ‘การเรียนรู้’ หรือสร้าง ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ (Learning City) หมายถึงนอกจากการศึกษา เมืองต้องได้รับการพัฒนาไปพร้อมกันทุกด้าน ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สุขภาพพลเมือง และสวัสดิการรองรับ และต้องทำให้คนทุกกลุ่มในสังคมเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและมีงานทำ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd62bb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า ฝ่ายบริหารท้องถิ่นต้องมีนโยบายที่ฉายภาพให้ทุกคนในพื้นที่มองเห็นเป้าหมายร่วมกัน มีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหรือหลักสูตร Upskill และ Reskill ตามทิศทางการพัฒนาภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้พลเมืองมีอาชีพเลี้ยงตนเอง&nbsp;</p>



<p>“การช่วยเหลือกลุ่มประชากรที่ขาดการเข้าถึงโอกาสคือตัวแปรสำคัญในกลไกการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้ การตั้งเป้าให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาในระบบ 100% ยังไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้น เราต้องค้นหาคนที่ตกหล่นไม่ได้รับการเหลียวแลให้พบ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ให้ได้ในทางใดทางหนึ่ง พร้อมติดตามพัฒนาการต่อไป </p>



<p>“ท้ายที่สุด เป้าหมายของการสร้างเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาที่เริ่มจากส่วนท้องถิ่นต้องมุ่งไปที่การพัฒนา ‘คน’ เพราะคนคือผู้สร้าง ผู้เปลี่ยนแปลง และผู้พัฒนาเมืองให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฉะนั้นการที่ท้องถิ่นสามารถทำให้คนคนหนึ่งเข้าถึง ‘โอกาส’ ที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ คนเหล่านั้นเองก็จะมาช่วยกันสร้างพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ ให้กลายเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งคนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาเรียนรู้ในวิถีทางของตนเองได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62bec3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/">กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น…พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2020 09:11:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมใจ สุวรรณศุภพนา]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ วุ่นซิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย พรหมเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24891</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สมาคมสันนิบาตเทศบาลแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/">กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24892" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยร่วมกับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ตและเทศบาลนครภูเก็ตได้จัดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2563 ณ  โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจากนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการเปิดประชุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิเช่น นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการบริหาร นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาลปลัดเทศบาล และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการประชุมดังกล่าวได้มีการบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ 1. ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 2. พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 3. รองศาสตราจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นกลไกสำคัญในการทำงานเพื่อแก้ไข บรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาและทำให้บริการสาธารณะเข้าถึงประชาชนได้ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับประชาชนมีความคาดหวังกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นจำเป็นต้องปรับตัว และสร้างความเข้มแข็งให้เท่าทัน และสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24896" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6.jpg" alt="" width="864" height="539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-768x479.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-6-750x468.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตและนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่าสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรกลางของหน่วยงานในสังกัดระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งช่วยเรื่องการบริหารจัดการและมีบทบาทในการผลักดันให้กฎหมายหรือระเบียบไปในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ และความผาสุกแก่ประชาชน ปัจจุบันสมาคมฯ มีเทศบาลสมาชิก จำนวน 2,302 แห่ง โดยการสัมมนาวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้ และทราบถึงบริบทของเทศบาลในอนาคตเพื่อวางแนวทางในการบริหารงานได้อย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเอง ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็งต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้บรรยายพิเศษมีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการที่ซับซ้อนของประชาชน จึงเป็นจุดจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธภาพ ดังนั้น ท้องถิ่นจึงควรเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา และในอนาคตท้องถิ่นควรริเริ่มการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น เช่น การจัดการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องสนับสนุนพิเศษ เช่น ความพิการ ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษา โดยท้องถิ่นต้องมีบทบาทสำคัญในการมีสังคมที่ปลอดภัย ส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม และความร่วมมือของทุกภายส่วนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโอกาสนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. และนางสาวนิสา แก้วแกมทอง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ได้รับเชิญจากสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยร่วมจัดนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ด้วยนวัตกรรมการจัดการเชิงพื้นที่ (Area-based Education) และเทคโนโลยีสารสนเทศ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24897" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย กสศ. นำเสนอ 2 เครื่องมือสำคัญ คือ 1) ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลสารสนเทศที่ช่วยค้นหาเด็กและเยาวชนที่ยากจน ด้อยโอกาสที่ต้องการความช่วยเหลือ ตลอดจนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เครื่องมือดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นค้นหาและให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) แนวทางการพัฒนาเมืองตามกรอบแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ ขององค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาเมืองแบบองค์รวม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชากรทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ให้ข้อมูลว่า แนวทางการพัฒนาในอนาคต เมืองจะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิวัติการเรียนรู้ และการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่ยั่งยืน เพราะเมืองแต่ละแห่งมีบริบท เงื่อนไข ปัญหา และจุดแข็งที่แตกต่างกัน ด้วยเทคโนโลยีด้านข้อมูลสารสนเทศ และ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเตอร์เนตในทุกสิ่ง  (Internet of Things: IOT) ขอบเขตของห้องเรียนจะไม่สิ้นสุดอยู่ในรั้วโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่ห้องเรียนของเด็กเยาวชนในอนาคตคือเมืองทั้งเมืองที่เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี และการจัดการเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24898" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ กสศ. ได้นำเสนอในโอกาสนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเมืองที่ท้องถิ่นเป็นผู้ริเริ่มและทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม นางสาวนิสา แก้วแกมทอง เสริมว่า การให้ท้องถิ่นเป็นจุดจัดการปัญหาจะสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-14-12-20-2/">กสศ.ร่วมเวทีวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานร่วมกับกสศ. เข้าใจสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-13-11-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Nov 2020 04:12:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Education for All]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.]]></category>
		<category><![CDATA[กยศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศพด.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=23376</guid>

					<description><![CDATA[<p>การสร้างความเสมอภาคไม่เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-13-11-20/">ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานร่วมกับกสศ. เข้าใจสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความเสมอภาคไม่เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ &#8216;ความร่วมมือ&#8217; คือสิ่งหนุนเสริมช่วยให้การทำงานบรรลุเป้าหมาย อย่างบทบาทของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ร่วมทำงานกับ กสศ. มีกลไกการทำงานกระจายลงไปถึงชุมชน ในประเด็นนี้ </span><b>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</b> <b>เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยฉายภาพบทบาทขององค์กรปกครองท้องถิ่นกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่า &#8220;ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นรากลึกของสังคมเชื่อมโยงไปถึงปัญหาทางเศรษฐกิจ และการเมืองด้วย ทำไมระบบการเมืองถึงเป็นแบบอุปถัมภ์ เพราะว่าประชาชนทั่วไปไม่มีที่พึ่ง ทำไมมีคำพูดว่า มีส.ส. ที่ดี คือส.ส. ที่ฝากลูกเข้าเรียน เพราะเขาไม่รู้ว่าลูกจะเข้าโรงเรียนอย่างไรถ้าไม่มีคนฝาก ปัญหาการเข้าถึงโอกาสทางสังคม จึงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไปถึงรากของปัญหา ทำให้ความเหลื่อมล้ำลดน้อยถอยลง” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23398" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวว่า คิดว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำมีทุกมิติและมีความซับซ้อนขึ้น เมื่อก่อนอาจบอกว่า ความเหลื่อมล้ำ คือคนจนที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน แต่ภายหลังการแพร่ระบาดโรคโควิด</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">เราเห็นว่า คนจนที่ไม่ได้อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีโอกาสเหลื่อมล้ำได้ ช่วงที่รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ </span><span style="font-weight: 400;">3-4 </span><span style="font-weight: 400;">เดือน ไม่คิดว่าช่างตัดผมจะเดือดร้อน ไม่เคยคิดว่าเด็กมาจากครอบครัวยากจนที่มีอาหารสมบูรณ์ดีที่สุดจากมื้อโรงเรียน แต่โรงเรียนปิดเด็กไม่ได้รับประทานอาหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่สำคัญ ปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน คำถามว่า เรามองปัญหานี้ชัดหรือไม่ เช่น ในส่วนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เราพบว่า มีทั้งเด็กยากจน เด็กที่มีปัญหาจากแม่เลี้ยงเดี่ยว รวมถึงเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูจากตายาย โอกาสกล่อมเกลาไม่เหมือนอยู่กับพ่อแม่ นี่คือความแตกต่างใน ศพด. แต่ถ้าทดสอบไปไกลกว่านั้น เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่เราเรียกว่า เด็ก </span><span style="font-weight: 400;">LD </span><span style="font-weight: 400;">(การเรียนรู้บกพร่อง)  เด็กเหล่านี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่ถ้าทดสอบจะรู้ว่าเขามีความบกพร่องในการเรียนรู้ และเปอร์เซ็นต์ในอุบัติการณ์นี้ค่อนข้างสูงในสังคมไทย นั่นแปลว่า ที่เราคิดว่าเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนขาดโอกาสแล้ว ยังมีอะไรที่ลึกซึ่งกว่านั้นที่เราควรคิดถึง” ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นใส่แว่นสายตา มีเครื่องเอกซเรย์ลงลึกขึ้น จะเห็นว่าความเหลื่อมล้ำไม่ได้มีชั้นเดียวมีหลายชั้น ทั้งด้าน สุขภาพ ความเป็นอยู่ เช่น วันนี้เรารายงานผู้สูงอายุมีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อไปเบิกเบี้ยผู้สูงอายุ แต่เราไม่รู่ว่า ผู้สูงอายุอีกจำนวนเท่าไหร่ต้องเลี้ยงหลานพิการ ไม่รู้หรอกผู้สูงอายุมีบ้านอาศัยเป็นของตนเอง หรือบ้านพักอาศัยก็ผุพัง  ฉะนั้น หลักคิดสำคัญขององค์กรท้องถิ่น คือการได้เห็นปัญหาด้วยการสัมผัสจริง องค์กรท้องถิ่นเป็นองค์กรที่จะเข้าใจสภาพปัญหาได้ดีกว่าราชการ</span></p>
<p><figure id="attachment_23396" aria-describedby="caption-attachment-23396" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-23396 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-23396" class="wp-caption-text">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ราชการอาจบอกได้ว่ามีคนจนกี่คนในหมู่บ้าน แต่เราจะบอกได้มากกว่านั้น คนจนในหมู่บ้านกี่คนกู้เงินแล้วจะคืน หรือกู้แล้วมีโอกาสไม่คืน เพราะเราจะรู้ถึงอุปนิสัย นี่คือ ต้นทุนทางสังคมที่ท้องถิ่นมีเหนือกว่าระบบราชการ คำถามคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำมีอยู่ทุกมิติ ทุกชุมชน  เราหาเจอไหม เรามีความเข้าใจถึงสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน” ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวว่า คำถามต่อไปการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำคืออะไร คือไม่ได้แปลว่าให้ทุกคนได้เท่าเทียมกัน มันเป็นไปไม่ได้ แต่การแก้ปัญหาคือ การทำให้คนมีความแตกต่างกันน้อยๆ อะไรที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน ทุกคนพึงได้เท่ากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในเรื่องความเหลื่อมล้ำมี </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">เรื่อง </span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">การสร้างโอกาส คือการเปิดว่าเรามีบริการอะไรที่ให้ทุกคนได้รับในฐานะที่ทุกคนเป็นสมาชิก หรือประชาชนในพื้นที่ของเรา </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ แต่การเปิดโอกาสอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการเปิดโอกาสยังมีปัญหาเรื่องความสามารถในการเข้าถึง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ยังตั้งคำถามว่า </span><span style="color: #008000;">“เด็กจบประถมทุกคนมีสิทธิ์เรียนมัธยมใช่ไหม ตอบว่า ใช่”</span><span style="font-weight: 400;"> แต่ทำไมเด็กถึงไม่ได้เรียนมัธยมได้ทุกคน เพราะความสามารถในการใช้โอกาสนั้นไม่เท่ากัน  นี่คือเลนส์ที่เราต้องส่องลงลึกถึงปัญหาว่า เด็กที่ไม่สามารถใช้โอกาสได้มีปัญหาอะไรบ้าง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23400" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นเรื่องของการเปิดโอกาส และทำให้เกิดความสามารถในการใช้โอกาส จำเป็นต้องเติมทรัพยากรบางอย่างลงไป เช่น ระดับประเทศมีกองทุนเพื่อการกู้ยืมทางการศึกษา หรือ  กยศ. ทุกคนมีสิทธิ์เรียนแต่ไม่มีปัญญาเรียนจึงต้องมีกองทุน  เช่นเดียวกับท้องถิ่นต้องคิดแบบนี้ วันนี้เราต้องการมองปัญหาสองอย่าง มองปัญหาในการสร้างโอกาสที่เสมอภาคทั่วถึง  และการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถใช้โอกาสได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่สอง จากสถานการณ์โควิด</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้ต้องมีการปรับตัว รวมถึงท้องถิ่นก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างโอกาสทางการศึกษา เช่น การเรียนออนไลน์อย่างไรให้มีหลักประกันคุณภาพทางการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาความเหลื่อมล้ำของโควิด-19 ถูกขยายภาพซับซ้อนขึ้น เชื่อมโยงทุกมิติ ทำให้เห็นโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่ชัดเจน เช่นเรียนออนไลน์ พบว่า เด็กส่วนไหนเข้าถึงและไม่ถึงต้องสร้างฟรีอินเตอร์เน็ต ต้องทำให้อินเตอร์เน็ตชุมชนที่นอกจากอยู่แค่โรงเรียน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ต้องขยายออกไปให้มากขึ้น </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23399" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวด้วยว่า สถานการณ์โควิด</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้สังคมไทยเรียนรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนขึ้น ต้องปรับวิธีการทำงานใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ต้นทุนทางสังคมของไทยมีมูลค่าสูงมาก นั่นคือ สิ่งที่เรียกว่าอาสาสมัคร (อสม.) และอีกหลายเรื่อง เราสามารถบริหารจัดการผ่านกลไกอาสาสมัคร  จึงอยากเชิญชวนองค์กรท้องถิ่นกลับมาใช้พลังอาสาสมัครมากขึ้น ต้องกลับมาใช้พลังกลุ่มสตรี เยาวชนมากขึ้น ด้วยความเอื้ออาทรให้เกิดความยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในเรื่องความรับผิดชอบทางสังคม ผมไม่เชื่อว่าองค์กรท้องถิ่นใด จะปรารถนาให้เด็กรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่เชื่อว่า องค์กรท้องถิ่นใดจะให้ลูกหลานได้รับการเรียนการสอนผ่านสื่อไม่มีคุณภาพ ตรงนี้จึงเป็นความรับผิดชอบทางสังคมที่องค์กรท้องถิ่นจะทำเพื่อลูกหลานอนาคต” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ย้ำว่า ทำไมท้องถิ่นควรให้ความสำคัญการจัดการศึกษา อันดับแรกท้องถิ่นมีต้นทุนทางสังคมที่ดีในการจัดการศึกษา เพราะรู้ปัญหา รู้ลักษณะเด็ก การศึกษาท้องถิ่นเบื้องต้นต้องเป็นการศึกษาเพื่อความเสมอภาคในโอกาส ถัดจากนั้นถ้าจะทำเรื่องความเป็นเลิศก็ต่อเมื่อพื้นฐานการศึกษาต้องดีก่อน  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23473" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/บทบาทท้องถิ่นฯ-กับการศึกษา-ผ่านแว่นขยาย.jpg" alt="" width="680" height="648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/บทบาทท้องถิ่นฯ-กับการศึกษา-ผ่านแว่นขยาย.jpg 680w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/บทบาทท้องถิ่นฯ-กับการศึกษา-ผ่านแว่นขยาย-300x286.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">ต้นทุนท้องถิ่นเรามีศักยภาพ มีความยืดหยุ่นในการออกแบบหลักสูตรการเรียการสอน มีอัตลักษณ์ มีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นอย่างไร การเรียนรู้ดีที่สุดคือเรียนรู้จากโลกความจริง เอาสภาพปัญหาชุมชนเป็นแล็ปในการเรียนรู้ของนักเรียน<span style="font-weight: 400;">  </span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าการศึกษาคือ การจัดการแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด และยึดปรัชญา  </span><span style="font-weight: 400;">EDUCATION </span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">FOR </span><span style="font-weight: 400;">ALL </span><span style="font-weight: 400;">และ </span><span style="font-weight: 400;">FOR</span> <span style="font-weight: 400;"> ALL  EDUCATION </span><span style="font-weight: 400;">การศึกษาสำหรับทุกคน ไม่ได้อยู่เฉพาะโรงเรียนอยู่ในหลายพื้นที่ ส่วน  </span><span style="font-weight: 400;">FOR </span><span style="font-weight: 400;">ALL </span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">EDUCATION </span><span style="font-weight: 400;">หลายเรื่องทำให้กระบวนการเรียนรู้ได้ทั้งหมด ปัจจุบันนี้ท้องถิ่นได้ทำเรื่องการศึกษาแก้เหลื่อมล้ำโดยไม่รู้ตัว  เช่น กทม.มีโครงการอาหารเช้าให้นักเรียน  หรือ การจัดการเรียนเสริม  การจัดการเรียนผู้ด้อยโอกาส  ล่าสุด อปท.ประกาศท้องถิ่นผลงานดีเด่นปี </span><span style="font-weight: 400;">63 </span><span style="font-weight: 400;">มีท้องถิ่นทำเรื่องส่งเสริมการศึกษาดีเด่นถึง </span><span style="font-weight: 400;">48 </span><span style="font-weight: 400;">แห่ง นั่นแสดงว่า สถ.เห็นการศึกษามีความสำคัญ ซึ่งท้องถิ่นสามารถทำได้อีกหลายอย่าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวว่า วันนี้ กสศ. ทำอะไรหลายอย่างในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ และการได้มาร่วมมือกับสถ. เป็นการสานพลัง จากนี้องค์กรท้องถิ่นต้องกลับไปคิดว่าให้บริการทั้งหมดครอบคลุมทุกคน ทุกมิติทุกความซับซ้อนหรือยัง ท้องถิ่นต้องทำในสิ่งที่เรียกว่าลงลึก กลับไปค้นหารายละเอียดแต่ละกลุ่ม ว่าใครมีปัญหาอะไรที่ต้องเติม คิดว่าเทคนิคพวกนี้ กสศ. และ สถ. สนับสนุนซึ่งกันและกันได้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากเห็นเป้าหมายการศึกษาของท้องถิ่น สองเรื่อง การศึกษาเพื่อความเสมอภาค ทำให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ใกล้เคียง หรือต่างกันน้อยหน่อย เมื่อพัฒนาระดับหนึ่ง เราสามารถทำให้ความเป็นเลิศ กับการตอบโจทย์เตรียมการศึกษา ในพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ต้องการไม่เหมือนกัน เช่น บริเวณชายแดน อ.แม่สอด อาจต้องการเรียนภาษาหนึ่ง หรือจังหวัดเชียงราย อาจเรียนภาษาจีน ตอบโจทย์ภูมิสังคม ที่เราดีไซน์ได้” ศาสตราย์วุฒิสาร กล่าวยกตัวอย่าง  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23401" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การศึกษาท้องถิ่นเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย กำหนดแนวทางการจัดบริการที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา การสร้างระบบสนับสนุนที่เอื้ออำนวย แน่นอนงบประมาณสำคัญ แต่กฎระเบียบก็สำคัญ สถ.จะช่วยคลายความตรึงส่วนนี้ได้ โดยมีการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม เรื่องของงบประมาณ และสร้างองค์ความรู้ใหม่</span></p>
<p><span style="color: #008000;">“บทบาทสำคัญขององค์กรท้องถิ่น คือการพิสูจน์ไห้ได้ว่าเราคือหน่วยงานสำคัญในการช่วยลดปัญหาความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำ การขาดโอกาสของคน และความสามารถของคนในทุกมิติ โดยเฉพาะการศึกษา ถ้าแก้ปัญหานี้จะถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการแก้ปัญหาต่างๆ ในอนาคต  ต้องขอบคุณ กสศ. ที่เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนและรวมพลังท้องถิ่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่และพัฒนาท้องถิ่นต่อไป เพื่อสร้างเกียรติภูมิของท้องถิ่นไทย<span style="font-weight: 400;">”</span></span> <span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวทิ้งท้าย</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-13-11-20/">ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานร่วมกับกสศ. เข้าใจสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/52819-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 10:29:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมท้องถิ่นร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15711</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือสถาบันพระปกเกล้าปลุกพลังท้องถิ่นเดินหน้าพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/52819-2/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15715" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h5>กสศ.จับมือสถาบันพระปกเกล้าปลุกพลังท้องถิ่นเดินหน้าพัฒนา “นวัตกรรม”เครื่องมือถอนรากความยากจน-ความเหลื่อมล้ำในประเทศอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างเทศบาลแห่งการเรียนรู้ทั่วประเทศภายใต้การมีส่วนร่วมคนในพื้นที่ ชูสร้าง“อสม.การศึกษา” ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเวที “นวัตกรรมท้องถิ่นร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา”</p>
<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“ท้องถิ่นเป็นรากฐานของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา”  ความตอนหนึ่งระบุถึงข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) ว่ายังมีเด็กเยาวชนมากกว่า 263 ล้านคนทั่วโลก ที่ยังคงอยู่นอกระบบการศึกษา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กวัยประถมศึกษามากกว่า 60 ล้านคน ขณะเดียวกันใน 10 ปีที่ผ่านมา (2007-2017) การลดลงของจำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาทั่วโลกเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนลดลงไม่ถึง100,000 คน</p>
<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวว่า โจทย์สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของโลกที่มีความยากมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณของภาครัฐและเงินบริจาคกลับมีแนวโน้มลดลง ผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ จึงต้องพยายามค้นหา นวัตกรรม หรือมาตรการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก ซึ่งทิศทางการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยการใช้ท้องถิ่นเป็นฐานในการทำงาน น่าจะเป็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ</p>
<p>โดยงานวิจัยรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมายืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี   “Prof.Banerjee, Prof.Duflo และ Prof.Kremer นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลทั้ง 3 ท่านเชื่อว่า “คำตอบของปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำอยู่ในพื้นที่” ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงทดลองที่เหมาะสม ด้วยการทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือหนทางสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำที่สามารถใช้ได้ผลจริงทั้งในพื้นที่ทดลอง และสามารถขยายผลสู่การดำเนินการระดับชาติได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p><figure id="attachment_15717" aria-describedby="caption-attachment-15717" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15717 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15717" class="wp-caption-text">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></p>
<p>ดร.ประสาร  กล่าวว่า  เมื่อใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานในการทำงาน จะช่วยย่อโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากระดับประเทศสู่ระดับท้องถิ่น จะลดความซับซ้อนและขนาดของปัญหาลงมาราว 100 เท่า  จะเกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทการทำงานเชิงพื้นที่ เช่น การอาศัยพลังของคนในพื้นที่ในการส่งเสริมเครือข่ายอาสาสมัครด้านการศึกษา หรือ อสม.การศึกษา เพื่อร่วมเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ โดยอาศัยบทเรียนความสำเร็จในการทำงานของ อสม.ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก</p>
<p>ขณะที่<strong>นายสุภกร บัวสาย</strong> ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิท-19 กสศ.ได้ลงพื้นที่สำรวจผลกระทบทางด้านการศึกษากับเยาวชน พบว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคมาก่อนประเด็นความเสี่ยงของเด็กที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษาถึงร้อยละ 70 ซึ่งผลสำรวจตรงนี้เหมือนเป็นการเตือนที่สำคัญว่าหากอีก 1 เดือนข้างหน้า ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จะส่งผลให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15721" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมกับท้องถิ่นนำร่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต ราชบุรี เป็นต้น ผ่านโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มุ่งให้เกิดความร่วมมือในระดับพื้นที่เพื่อให้การดูแลกลุ่มปฐมวัยและกลุ่มนอกระบบการศึกษาก่อนจะขยายสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นในอนาคต โดยผลลัพธ์ที่ได้จาการดำเนินงานที่ผ่านมา คือ 1.เตรียมดึงเด็กจำนวน 10,000 คน กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จากเด็กจำนวนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาไปแล้ว 50,000 คน 2.กลุ่มเด็กปฐมวัย มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีมาตรฐานมากขึ้น</p>
<p>“กสศ. เห็นโอกาสภายใต้ความท้าทายในการพัฒนาเมืองหรือท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยสนับสนุนทั้งในมิติของโอกาสและความเท่าเทียม ควบคู่มิติของคุณภาพและการใช้ประโยชน์ได้ของการเรียนรู้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และมีเครือข่ายเพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ทำให้สามารถพัฒนาคุณภาพเมืองแห่งการเรียนรู้ได้ตรงกับความต้องการของบริบทพื้นที่” นายสุภกร ระบุ</p>
<p><figure id="attachment_15718" aria-describedby="caption-attachment-15718" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15718 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15718" class="wp-caption-text">นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังระบุถึงการทำงานต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์โควิด-19ด้วยว่า  กสศ.เตรียม ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมในอนาคตอันใกล้ <strong>พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายเครือข่ายอาสาสมัครด้านการศึกษา (อสม.การศึกษา) ในการเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่ยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ</strong> โดยใช้นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ  iSEE ในรูปแบบ Mobile Application ในการสนับสนุน อสม. การศึกษา รวมถึงท้องถิ่น ทำการค้นหาเป้าหมาย และระบุตัวตนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นพิเศษ ภายใต้สถานการณ์ COVID-19  เช่น การติดตามเด็กนักเรียนในกลุ่มเสี่ยง และการทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ และประชาสังคมในพื้นที่เครือข่าย ส่งเสริมชุมชนและครอบครัวให้มีขีดความสามารถในการสนับสนุนโรงเรียนในการเฝ้าระวังช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่ยากจนด้อยโอกาสและเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษมิให้เด็กหลุดจากการศึกษา โดยใช้ระบบเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง การติดตามที่เหมาะสม</p>
<p><strong>“อสม.การศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้กับท้องถิ่น คาดว่าจะใช้ อสม. ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่และท้องถิ่นจะช่วยเสริมพัฒนาศักยภาพของ อสม. ที่มีอยู่เดิม หรือมี อสม.การศึกษาที่มาจากข้าราชการที่เกษียณแล้ว เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้มีความรู้ ความสามารถทางด้านจัดการศึกษา”</strong> นายสุภกร กล่าว</p>
<p><figure id="attachment_15719" aria-describedby="caption-attachment-15719" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15719 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15719" class="wp-caption-text">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</figcaption></figure></p>
<p>ขณะที่ <strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</strong> เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกมิติของสังคมไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทุกปัญหามีความซับซ้อน และสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ซึ่งสถานการณ์โรคระบาดโควิด- 19 ช่วยขยายภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยให้ชัดขึ้น เห็นได้จากความเดือดร้อนและทุกข์ยากของคนจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรง สวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น หรือการที่ภาคบริการและแรงงานได้รับผลกระทบรุนแรงและฉับพลัน แต่ภาคการเกษตรยังอยู่รอดและต้องรับภาระการอพยพคน ส่วนประชาชนจำเป็นต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตให้สอดรับกับสถานการณ์</p>
<p>“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วในระดับต้นๆ ของประเทศ การแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่การทำให้ทุกคนเท่ากัน แต่เป็นการลดความแตกต่างโดยการทำให้ทุกคนได้รับและเข้าถึงสุขภาวะขันพื้นฐานที่ได้มาตรฐานอย่าง เท่าเทียม  นอกจากด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ด้านการศึกษาก็มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องขอบคุณกสศ. ที่เข้ามาเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนและรวมพลังท้องถิ่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการจัดการศึกษา เพราะมีต้นทุนทางสังคมที่ดี มีความยืดหยุ่นและเอกภาพในการบริหารการศึกษา อีกทั้งการศึกษาของท้องถิ่นสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในท้องถิ่นและสังคมได้ ดังนั้นท้องถิ่นจึงนับเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สำคัญอย่างยิ่ง” ศาสตราจารย์วุฒิสาร  ระบุ</p>
<p><figure id="attachment_15722" aria-describedby="caption-attachment-15722" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15722 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15722" class="wp-caption-text">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น</figcaption></figure></p>
<p>ด้าน<strong>นายสุพจน์ จิตร์เพ็ชร์</strong> ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า หน้าที่ อปท.นอกเหนือจากงานด้านปกครองแล้ว ยังมีหน้าที่ส่งเสริมด้านการศึกษา ทั้งนี้บทบาทของ อปท.ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้น เราต้องดูความพร้อมของแต่ละพื้นที่ด้วย เพราะศักยภาพในด้านต่างๆไม่เท่ากัน จึงต้องให้แต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดการเรื่องการศึกษาให้เหมาะสมกับศักยภาพ</p>
<p>ส่วนการมี อสม.การศึกษาเป็นเรื่องที่ดีที่คิดว่าจะช่วยป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาได้ แต่อย่างไรก็ตามทางพื้นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเสริมศักยภาพของ อสม.การศึกษา ซึ่งอาจจะเป็น อสม.ที่มีอยู่แล้วหรือเครือข่ายคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นต้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/52819-2/">กสศ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า อปท.เดินเครื่อง “อสม.การศึกษา”ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
