<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b8-%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Sep 2022 09:16:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สพฐ. &#8211; กสศ. จับมือ ภาคีเครือข่ายสร้างความเชื่อมั่น ร่วมขับเคลื่อน โรงเรียน TSQP ยืนยัน แม้จบโครงการ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ต้องได้ไปต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-tsqp-050922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 04:44:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง สู่การพัฒนาเยาวชนของชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59827</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ.นพ.วิจารณ์ ชวน ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และ 5 องค์กรภ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-tsqp-050922/">สพฐ. – กสศ. จับมือ ภาคีเครือข่ายสร้างความเชื่อมั่น ร่วมขับเคลื่อน โรงเรียน TSQP ยืนยัน แม้จบโครงการ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ต้องได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศ.นพ.วิจารณ์ ชวน ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และ 5 องค์กรภาคีเครือข่าย ร่วมกันหากลไกขับเคลื่อน ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่คุณภาพของเด็กและเยาวชน ด้านรอง เลขาธิการ กพฐ. ให้ความมั่นใจ แม้โครงการโรงเรียน TSQP สิ้นสุดลง สพฐ. ยังพร้อมสนับสนุนนโยบายโรงเรียนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565 ที่โรงแรม ที.เค. พาเลซ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพ ฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ 5 องค์กรภาคีเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา และมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เพื่อเด็กทุกคน : บทเรียนจากโรงเรียนพัฒนาตนเอง รุ่น 1” ภายใต้โครงการบริหารจัดการโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQP เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานต้นสังกัด องค์กรเครือข่าย และโรงเรียน นำไปสู่การสร้างกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนาโรงเรียนที่จะส่งผลต่อนักเรียนต่อไป โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 &#8211; 4 กันยายน 2565 มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6aaea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/ศ.นพ.วิจารณ์-พานิช-ประธานคณะอนุกรรมพัฒนาคุ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ</strong> กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ <strong>“โรงเรียนพัฒนาตนเอง สู่การพัฒนาเยาวชนของชาติ”</strong> ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการมาร่วมกันทำความเข้าใจว่าโรงเรียนพัฒนาตนเองควรดำเนินการอย่างไร ให้สอดคล้องกับบริบทของตนเองหลังเสร็จสิ้นโครงการ ฯ เนื่องจากที่ผ่านมา 3 ปี มีโค้ชเข้าไปช่วยหนุนเสริมโรงเรียน แต่เป้าหมายของโครงการ ฯ คือการพัฒนาเยาวชนของชาติโดยมีความเชื่อมั่นว่าโรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ หากได้รับการหนุนเสริมโดยไม่ใช่การบังคับบัญชา</p>



<p>“ด้วยความเชื่อนี้จึงได้ชวนโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจำนวนเกือบ 800 แห่งที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส หรือคิดเป็น 10 % ของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลางทั่วประเทศกว่า 8,000 แห่ง มาเข้าโครงการหนุนเสริมโดยใช้เครื่องมือ 6 Q ได้แก่ Q &#8211; Coach, Q &#8211; Goal (School Goal), Q &#8211; Info, Q &#8211; PLC, Q &#8211; Network และ Q &#8211; Classroom วางเป้าหมายให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนประกอบด้วย V &#8211; A &#8211; S &#8211; K คือ V &#8211; values ค่านิยม, A &#8211; attitude เจตคติ, S &#8211; skills ทักษะ, K &#8211; knowledge ความรู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากวิธีการสอนที่ดีที่สุด นั่นคือการทำให้ดู”</p>



<p><strong>ศ.นพ.วิจารณ์ </strong>ชี้ว่า จุดสำคัญคือการตั้งคำถามที่ใช้ Growth Mindset ว่าจะช่วยให้โรงเรียนพัฒนายิ่งขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนต้องเป็น School Transformation ในลักษณะเป็นกระบวนการที่ไม่จบสิ้น และไม่ขึ้นอยู่กับโครงการ ฯ เพราะกระบวนการเปลี่ยนแปลงนั้น 80 % เกิดจากกระบวนการภายในโรงเรียน ส่วนอีก 20 % มาจากการรับการหนุนเสริมจากภายนอก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4040d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/TSQP-เพื่อยกระดับโรงเรียน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โรงเรียนจึงต้องยกระดับตนเองขึ้น ส่วนจะต้องการการหนุนเสริมแบบไหนขอให้บอก เพราะตนจะทำให้คำบอกนั้นมีเสียงสะท้อนไปสู่สังคมไทยและต้นสังกัดต่อไป นอกจากนี้ เชื่อว่าโรงเรียนต้องมีกระบวนการเรียนรู้ภายในโรงเรียนคือ Experiential Learning หรือการเรียนรู้จากการปฏิบัติและประสบการณ์ หลักการสำคัญคือประสบการณ์ตรงจากการทำและสังเกต (Concrete Experience) นำไปสู่การสังเกตโดยใคร่ครวญ (Reflective Observation) ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลานานหรือเกิดขึ้นหลังจากได้รับประสบการณ์หรือการสังเกตก็ได้ จากนั้นไปสู่การตั้งทฤษฎีหรือหลักการเอง (Abstract Conceptualization) แล้วนำหลักการหรือทฤษฎีใหม่ไปลองใช้ (Active Experimentation) ทั้งหมดนี้ครูควรได้ฝึกให้กับลูกศิษย์ และครูควรได้ฝึกฝนโดยฝึกให้กันและกัน</p>



<p>“หัวใจสำคัญของโรงเรียนพัฒนาตนเอง คือ เป็น Learning Organization เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ เรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิด (reflective learning) สะท้อนคิดสู่หลักการ (conceptualization) แล้วนำไปทดลองว่าเกิดผลจริงหรือไม่ เป็นการย้ำว่าโรงเรียนพัฒนาตนเองต้องเป็นโรงเรียนแห่งความสงสัยซึ่งสำคัญมาก เพราะการเรียนรู้ที่เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป หรือสอนให้เชื่อเพียงความรู้สำเร็จรูปเป็นการปิดกั้นปัญญา ดังนั้น ต้องไม่ปิดกั้นความช่างสงสัยของเด็ก เราจะแก้ได้โดยการให้โรงเรียนพัฒนาตนเองเป็นแหล่งสร้างความรู้ใส่ตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด</p>



<p>“โรงเรียนพัฒนาตนเองต้องจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สิ่งสำคัญคือ Q &#8211; classroom ที่ไม่ใช่ห้องเรียนธรรมดา แต่ต้องเป็นห้องเรียนสมรรถนะสูง (high &#8211; functioning classroom) คือเป็นมากกว่าห้องเรียน และโรงเรียนพัฒนาตนเองทั้งระบบต้องไม่หยุดเมื่อโครงการ ฯ สิ้นสุด การเรียนรู้และพัฒนาต้องไม่มีวันจบ คำถามคือจะมีวิธีการทำอย่างไร จะหนุนเสริมกันต่อไปอย่างไร เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชนไทยให้ต่อเนื่องไม่มีวันสิ้นสุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f626bd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/TSQP-เพื่อยกระดับโรงเรียน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ การที่โรงเรียนพัฒนาตนเองจะทำได้จริงต้องวัดผลลัพธ์ได้เอง เพื่อให้เกิดการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ เพื่อนำมาหมุนวงจรการพัฒนาให้ต่อเนื่อง เป็นการหมุนเพื่อวัดผลลัพธ์ V &#8211; A &#8211; S &#8211; K ที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพ (Q – Quality) ยกระดับเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในห้องเรียน (E – Equity) โดยคำนวณ ES &#8211; Effect Size เพราะการศึกษาเป็นเรื่องซับซ้อนจึงต้องมีการวัดผลลัพธ์และประเมินว่าวิธีจัดการเรียนรู้ (intervention) ของตนได้ผลแค่ไหน โดยคำนวณ ES – Effect Size แล้วนำมาเป็น feed forward สู่การปรับวิธีจัดการเรียนรู้” <strong>ศ.นพ.วิจารณ์</strong> ระบุ</p>



<p><strong>ศ.นพ.วิจารณ์</strong> ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ต้องทบทวนว่าเราทำตามที่ ‘หลักสูตรบอก’ หรือดำเนินการตามที่ ‘นักเรียนบอก’ ซึ่งในความเป็นจริง นักเรียนบอกตรง ๆ ไม่ได้ แต่นักเรียน ‘บอก’ อ้อม ๆ ได้ จึงอยู่ที่ครูจะมีวิธีรับ ‘สาร’ หรือสังเกตจากนักเรียนหรือไม่ เพราะเด็กสื่อสารกับเราตลอดเวลา เพียงแต่เราได้รับสารเหล่านั้นไหม และที่สำคัญเราก็ต้องตั้งคำถามว่าโรงเรียนพัฒนาตนเองได้ทำให้คิดไม่เป็น ทำให้ไม่มีปัญญาอยู่บ้างหรือไม่ หากมีเราทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปรับปรุง อีกประเด็นที่สำคัญหากในอนาคตเมื่อไม่มีโครงการ TSQP แล้ว ต้นสังกัดก็ควรมีปฏิสัมพันธ์กับโรงเรียนที่เคยอยู่ในโครงการต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-db875b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/ว่าที่ร้อยตรี-ธนุ-วงษ์จินดา-รองเลขาธิการ-ก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong> ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา </strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ในการดำเนินโครงการ TSQP ซึ่งมีโรงเรียนสังกัด สพฐ. เข้าร่วมมากว่า 3 ปี ได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดเป็นผลสำเร็จกับนักเรียนชัดเจน ได้เห็นความพยายามของผู้บริหารโรงเรียน และครู โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายที่นำรูปแบบนวัตกรรมและตัวอย่างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมาช่วยพัฒนาโรงเรียนให้เกิดระบบการทำงานที่ดีในโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>“สพฐ. ได้ให้นโยบายกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และทุกสำนักในส่วนกลางที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียน ได้เข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนโรงเรียนในโครงการ ฯ เพื่อให้การพัฒนาเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน จึงขอให้โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. ที่เข้าร่วมโครงการ ฯ มั่นใจว่า สพฐ. พร้อมให้การสนับสนุนโรงเรียนทุกแห่ง ให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ที่จะพัฒนาและนำนวัตกรรม ประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปขยายผลกับโรงเรียนเครือข่าย หรือพื้นที่อื่น ๆ”</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ </strong>ย้ำว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญต่อไป คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ทั้งครูและผู้บริหารต้องเรียนรู้การทำงานในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง โดยมุ่งให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา และไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิม ๆ เพราะการจัดการศึกษาที่ดีไม่มีวิธีการใดที่ถูกต้องหรือดีที่สุด แต่ต้องปรับวิธีการให้สอดรับ เหมาะสมกับบริบท และสามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bcbac1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/TSQP-เพื่อยกระดับโรงเรียน-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรื่องสำคัญเร่งด่วนขณะนี้คือ การที่เด็กสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้เพราะโควิด จึงหวังว่าทุกโรงเรียนจะร่วมมือกันแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กทุกคน ลดการเรียนรู้ที่ถดถอย การเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้การช่วยเหลือและพัฒนาเด็กรายบุคคล และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะช่วยผู้เรียนทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เชื่อมั่นว่า ทุกคนทำได้ และอยากให้ทุกท่านทำอย่างมั่นใจ เพราะ สพฐ. และ กสศ. พร้อมให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องต่อไป” <strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ</strong> กล่าว</p>



<p><strong>ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท </strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยที่เกิดการระบาดของโควิด &#8211; 19 ที่ผ่านมา มีโจทย์ทางการศึกษาหลายอย่างที่เป็นความท้าทายกับโรงเรียน ครู และนักเรียน แต่สิ่งที่เชื่อมั่นเสมอคือ การที่ กสศ. ได้รับความร่วมมือจาก สพฐ. เข้าเป็นภาคีและแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ทำให้เชื่อมั่นว่าโรงเรียนสามารถพัฒนาได้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอยู่ในทุกโรงเรียน และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับที่อื่นได้ด้วยเช่นกัน ทำให้เราพัฒนาโครงการ TSQP ขึ้นมา โดยความตั้งใจจริงของ กสศ. และ สพฐ. ที่พร้อมสนับสนุนให้สิ่งดี ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น สำหรับความคิดเห็นและข้อเสนอต่าง ๆ ที่มีการแลกเปลี่ยนกันในช่วง 2 วันนี้ ทีมงานจะกลั่นกรองและจัดทำเป็นเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ข้อเสนอต่อประชาชนและสังคมไทย ตลอดจนสื่อมวลชนต่อไป เพื่อให้การศึกษาไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ภายใต้การกลับมาสู่การเปิดเรียนปกติได้ เป็นปีการศึกษาแรกในช่วง 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมานี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20b01e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-ผู้จัดการกองทุนเพื่อควา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประสบการณ์ นวัตกรรมการทำงาน และผลงานที่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ ช่วยสนับสนุนให้เกิดขึ้นนี้ จะถูกบันทึกและนำไปถอดรหัส เพื่อส่งต่อการทำงานไปยังพื้นที่อื่น ๆ และการทำงานเชิงนโยบายได้ต่อไปในอนาคต และหากโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษามีแนวคิดหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่จะช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงสู่การพัฒนาคุณภาพตัวเองอย่างต่อเนื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอเชิงกลไก ปัจจัยนำเข้าจากทางภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน ภาคประชาสังคม หรือสื่อมวลชน สามารถจะสนับสนุนแนวความคิดเหล่านี้ผ่านทางเครือข่ายได้เสมอ เพราะเราเชื่อมั่นว่าแนวความคิดที่ได้จากการปฏิบัติงานเหล่านี้ คือแนวคิดที่จะนำสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำเร็จและยั่งยืนได้ในอนาคต” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-tsqp-050922/">สพฐ. – กสศ. จับมือ ภาคีเครือข่ายสร้างความเชื่อมั่น ร่วมขับเคลื่อน โรงเรียน TSQP ยืนยัน แม้จบโครงการ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ต้องได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กู้วิกฤต &#8216;ยากจนเฉียบพลัน&#8217; กับภารกิจ &#8216;ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา&#8217;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2022 12:20:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรน้อยโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58307</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ ครูปิติ ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ <strong>ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong>ดังขึ้น เสียงปลายสายมาจากหนึ่งในคณะทำงานของ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่โทรมาบอกเล่าเรื่องราวของ ‘นนท์’ ซึ่งกำลังยืนอยู่กลางทางแยกสำคัญของชีวิต</p>



<p>นนท์ (นามสมมติ) คือเด็กเรียนดี มีครอบครัวอันอบอุ่นและฐานะดีพอสมควร มีพี่สาวที่กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนตัวนนท์เองก่อนหน้านี้กำลังเรียนหลักสูตรสองภาษาในโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และมีผลการเรียนในระดับดีมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11fe9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ปิติ-ยางกลาง-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่หลังวิฤตโควิด-19 โลกทั้งใบเหมือนกลับตาลปัตร สถานการณ์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวจากที่เคยมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน กลับกลายเป็นไม่มีงานจนรายรับไม่พอรายจ่าย กระทั่งเข้าสู่ภาวะ ‘ยากจนเฉียบพลัน’&nbsp; ที่ไม่มีกระทั่งเงินสำหรับจ่ายค่าเทอม แม้ว่าทางโรงเรียนจะช่วยเหลือด้วยการลดค่าเทอมให้ก็ยังไม่สามารถหาเงินไปจ่ายได้ ส่งผลให้นนท์ต้องหยุดเรียนตั้งแต่ ม. 1 เทอม 2 ยาวต่อเนื่องมาถึงหนึ่งปีการศึกษา</p>



<p>ทางครอบครัวพยายามหาทางออกในหลายทาง ต่อมาได้รับคำแนะนำจากนักการเมืองในท้องถิ่นให้ติดต่อมาที่ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤติการศึกษา ของ กสศ. จึงนำไปสู่กระบวนการกู้วิกฤติให้กับครอบครัวของนนท์โดยเร็วที่สุด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ไทรน้อยโมเดล’ คือทุกฝ่ายพร้อมช่วยกัน</strong></h2>



<p>“ให้เด็กเข้ามาก่อนเลย”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ ตอบกลับปลายสาย&nbsp;</p>



<p>“ให้นักเรียนเข้ามาอยู่ในระบบก่อนเลย เดี๋ยวเรื่องอื่นค่อยมาคุยกันว่า จะแก้ปัญหากันอย่างไร เราจะข้ามปัญหานั้นกันมาได้อย่างไร” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-113312"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยความรวดเร็วและการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด จึงทำให้ นนท์ มีที่เรียนต่อทันทีที่ โรงเรียนไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยไม่ต้องรอปีการศึกษาใหม่ หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้ตั้งระบบการดูแลช่วยเหลือที่เรียกว่า ‘ไทรน้อยโมเดล’ ขึ้น นอกจากเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของนนท์แล้ว ยังเพื่อรองรับหากมีกรณีอื่นที่อาจต้องการความช่วยเหลือกลางคันอีก</p>



<p>‘ไทรน้อยโมเดล’ มีการไปเยี่ยมบ้านเพื่อพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองถึงปัญหาต่างๆ การดูแลช่วยเหลือจะเน้นที่การเยียวยาสภาพจิตใจและการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โรงเรียนใหม่ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะกลับสู่ห้องเรียนจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ บอกว่า แนวทางของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ มีหลักการดำเนินงาน 7&nbsp; แนวทาง คือ&nbsp;</p>



<ol><li>ช่วยเหลือทันทีแม้ไม่มีเอกสารสำคัญ</li><li>ฟื้นฟูความรู้ที่สูญหาย </li><li>ครูที่ปรึกษาเก็บข้อมูล </li><li>แนะแนวเตรียมระบบดูแลสภาวะจิตใจ </li><li>เลือกแผนการเรียนที่สนใจ </li><li>เก็บหน่วยกิตในช่วงเวลาที่หายไปและเรียนรู้บทเรียนใหม่ </li><li>ติดตามผลการดำเนินงาน</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56287d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อน้องเข้ามา เราต้องช่วยสำรวจความพร้อมว่าเป็นอย่างไรและมีคำแนะแนวให้ เพราะเขาหยุดเรียนไปถึงหนึ่งปี ในโรงเรียน เราได้เรียกประชุมฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการจะต้องทำอย่างไรบ้างกับกรณีแบบนี้ ครูที่ปรึกษาจะต้องรู้ว่าจะดูแลเด็กคนนี้อย่างไร รวมไปถึงการวางงบประมาณไว้ในแผนงานด้วยเพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการที่เด็กหลุดจากระบบซ้ำ&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้ส่งให้เด็กเข้าห้องเรียนอย่างเดียว แต่เรามีความคิดที่ว่า เมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาจะมีพลังบวกในตัวเองอย่างไร ถ้าเกิดเขาเดินก้าวไปๆ แล้วมันมีปัญหาอุปสรรค ถ้ากลายเป็นพลังลบหรือหมดแรง หมดกำลังใจจะทำให้เขาท้อ การคงแรงบวกไว้ในตัวเขาคือสิ่งสำคัญมากในการช่วยเหลือเด็กๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะโรงเรียนคืออีกหนึ่งหัวใจของการแก้ปัญหา ‘เด็กหลุดระบบการศึกษา’</strong></h2>



<p>จากรายงานการสำรวจของ กสศ. และกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2563 – 2564 พบข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน คือความน่ากังวลว่า อาจมีเด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน แต่จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่บูรณาการร่วมกับ 11 หน่วยงาน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือตัวเลขเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับมาเรียนไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc1836"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ธนุ-วงษ์จินดา-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) </strong>ให้ทัศนะถึงการร่วมมือการทำงานในโครงการนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการตามนักเรียนกลับมาคือ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบอีก เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนต่อจนจบในระดับที่สูงขึ้นไป จนสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ในอนาคต</p>



<p>“โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาของเด็กที่กำลังหลุดจากระบบการศึกษาจะมีความซับซ้อนมากกว่าหนึ่งเรื่อง จะต้องมองไปถึงผู้ปกครอง มองทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ โรงเรียนจะเป็นหัวใจหลักในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่</p>



<p>“จากหลักแสนเหลือเพียงหมื่นกว่าคนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ คนที่ยังไม่กลับมาเราได้ส่งรายชื่อกลับไปที่โรงเรียน ค้นหากันต่อไป ส่วนที่กลับมาแล้ว ก็ต้องมีวิธีการจัดการว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดออกไปอีก การค้นหานับว่ายากแล้ว แต่โจทย์ใหญ่ทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dd3ac9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ไกรยส-ภัทราวาท-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวถึงความร่วมมือที่เข้าไปหนุนเสริมโครงการนี้ว่า ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องขับเคลื่อนต่อหลังจากเด็กได้กลับมาสู่ระบบการศึกษาแล้ว เพราะแค่ได้กลับมาเรียนคงไม่พอ แต่กลับมาเขาควรได้ทานอาหารครบมื้อ ควรได้ทานนมอาหารเสริม ควรได้รับการดูแลจากสวัสดิการต่างๆ ที่มีในโรงเรียน ซึ่งครอบครัวจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“เพราะโรงเรียนเป็นมากกว่าแค่สถานที่เรียนหนังสือที่พวกเราต้องช่วยกันสร้างให้เด็กๆ การที่พาเด็กกลับมาได้หลักแสนคน จึงเป็นคุณูปการทั้งต่อตัวนักเรียนและครอบครัวด้วย นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในระยะยาว</p>



<p>“เรื่องของการลงทุนเรื่องตัวเด็กต้องไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้เขาได้อยู่ในระบบการศึกษาได้สุดความสามารถ ได้สุดศักยภาพของเขา เป็นเรื่องสำคัญของประเทศที่เราต้องช่วยเด็กกลุ่มนี้ให้เขาไปต่อได้”&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวของ ‘นนท์’ นอกจากเป็นหนึ่งเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งจากกว่าสองแสนคนที่ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ ทำสำเร็จแล้ว ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้เห็นภาพของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ ที่ โรงเรียนคือหัวใจของการขยับขับเคลื่อนเพื่อเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้อีกมาก เป็นรูปแบบสำคัญของการช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>เพราะเมื่อกลับมาแล้ว พวกเขาจะต้องไม่หลุดออกไปอีก</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากแสนต้องเหลือศูนย์ เป้าหมาย ‘พาน้องกลับมาเรียน’ และโจทย์ใหญ่ ทำอย่างไรให้เขาได้อยู่ในระบบต่อไป</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-back-to-school-220622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jun 2022 07:03:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57401</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากแสนต้องเหลือศูนย์ เป้าหมาย ‘พาน้องกลับมาเรียน’และโจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-back-to-school-220622/">จากแสนต้องเหลือศูนย์ เป้าหมาย ‘พาน้องกลับมาเรียน’ และโจทย์ใหญ่ ทำอย่างไรให้เขาได้อยู่ในระบบต่อไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากแสนต้องเหลือศูนย์ เป้าหมาย ‘พาน้องกลับมาเรียน’<br>และโจทย์ใหญ่ป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาซ้ำ</p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</strong> กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน” โครงการพาน้องกลับมาเรียนเปิดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในช่วงชั้นรอยต่อ</p>



<p>จัดไปเมื่อวันจันทร์ 20 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรม ชั้น 13 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยกล่าวว่า</p>



<p>ต้องขอบคุณมายังหน่วยงาน กสศ.ที่ให้ความสำคัญกับโครงการพาน้องกลับมาเรียนของรัฐบาล ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 เป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ ที่เราประสบปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-941e90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo2_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ใน 2 ปีการศึกษานี้พบว่ามีนักเรียนหลุดออกไปจากระบบการศึกษาถึงกว่า 238,000 คน รัฐบาลเล็งเห็นว่าจะปล่อยให้เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติหลุดออกจากระบบการศึกษาต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ประกอบกับที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเสมอว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p>“เราได้ตัวเลขจาก กสศ. เราได้ตัวเลขจากฐานข้อมูลแต่ละส่วน หน่วยที่มีเด็กมากที่สุดคือ สพฐ. รองลงไปคือ กรรมการการอาชีวะ หรือ สอศ.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. อีกหน่วยหนึ่งคือ กศน. ทั้งกระทรวงมีตัวเลข 238,000 กว่าคน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งค้นหาและพากลับมาเรียน”</p>



<p>นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ หลายหน่วยงานได้ใช้ความพยายามกันอย่างเข้มข้นในการพาน้องกลับมาเรียน จนกระทั่งถึงวันที่เปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา เหลือเด็กที่หลุดจากระบบอีก 110,000 คน จึงเชิญหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน 12 หน่วยงาน ที่สำคัญคือ กสศ. มาลงนามความร่วมมือกันว่าภาระในการติดตามพาน้องกลับมาเรียน ต้องใช้ความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวกับที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว</p>



<p>“หลังจากเปิดตัวโครงการแล้ว จาก 110,000 คน จนกระทั่งวันนี้เราตามกลับมาได้แล้ว เหลือเพียง 17,000 กว่าคนแล้ว เปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูงมาก ในจำนวนที่เหลืออีก 17,000 กว่าคนนี้ ทั้ง 12 หน่วยงานรวมทั้ง กสศ.ยังจะต้องค้นหาต่อไป โดยมีเป้าหมายคือให้เหลือ 0 ทุกหน่วยงานได้วางแผนกำหนดบทบาทหน้าที่ไว้ชัดเจนแล้วว่าใครจะต้องทำอะไรต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b6461"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-เลขาสพฐ22june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หน่วยที่สำคัญคือ กสศ.ที่จะสนับสนุนงบประมาณ ส่วนกลางมีหน้าที่คอยติดตามช่วยเหลือ ในระดับจังหวัด รัฐมนตรีก็ได้แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการขับเคลื่อน ไปจนถึงส่วนที่สำคัญที่สุดคือสถานศึกษา หน่วยนี้คือหน่วยที่เข้มข้นในการปฏิบัติเป็นอย่างมาก”</p>



<p>การดำเนินงานที่ผ่านมา หน่วยงานต้นสังกัดได้ส่งรายชื่อนักเรียนทั้งหมด 110,000 กว่าคนไปให้เขตพื้นที่ ก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งต่อกระจายไปยังสถานศึกษาต่างๆ จากการติดตามลงพื้นที่ไปเยี่ยมพบว่าทุกโรงเรียน ทุกวิทยาลัย ในทุกเขตพื้นที่ล้วนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยมีการลงไปตรวจสอบจนถึงบ้านนักเรียน เพื่อติดตามว่านักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา อยู่ที่ไหน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร</p>



<p><strong>“จากแสนกว่าเหลือเพียงหมื่นกว่าคนแล้วตอนนี้ นี่แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ คนที่ยังไม่กลับมาเราก็ส่งรายชื่อกลับไปที่โรงเรียน ค้นหากันต่อไป ส่วนที่กลับมาแล้ว เราก็ต้องมีวิธีการจัดการว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เค้าหลุดออกไปอีก การค้นหานับว่ายากแล้ว แต่โจทย์ใหญ่ทำอย่างไรจะไม่ให้เค้าหลุดอีก”</strong></p>



<p>ตัวเลขเด็กกลับมาเรียนที่จำนวนสูงขึ้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรจะให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนต่อไปจนจบในระดับที่สูงขึ้นไป และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-767974"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-ดรไกรยส21june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทำอย่างไรไม่ให้เค้าหลุดอีกครั้ง เพราะเด็กเหล่านี้ก็ยังเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยในส่วนของ กสศ.ก็ส่งงบประมาณไปช่วยเหลือในช่วงชั้นรอยต่อการศึกษาช่วงต่างๆ โดยได้รับงบประมาณจาก ปตท.ถึง 151 ล้านบาท เพื่อไปพาน้องๆ เหล่านี้กลับมาเรียน</p>



<p>“ส่วนเด็กที่เรายังหาไม่เจออีก 17,000 คน รวมทุกสังกัด ในจำนวนนี้มีเด็กพิการ และผู้พิการที่อายุเกิน 18 ปีรวมอยู่ด้วย โจทย์ที่ต้องเร่งทำในปีการศึกษานี้คือเด็กพิการที่ยังไม่กลับเข้าระบบอีกหมื่นกว่าคน ต้องเร่งรัดมาตรการในการติดตามให้เจอให้ได้”</p>



<p>ขณะนี้มีการตั้งศูนย์พาน้องกลับมาเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการ รับรายงานข้อมูลโดยบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแอพพลิเคชั่นพาน้องกลับมาเรียน จะเห็นข้อมูลเคลื่อนไหวรายวัน</p>



<p>“เด็กอีกกว่า 17,000 คนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ตอนนี้เราส่งข้อมูลไปยังพื้นที่แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งหัวโต๊ะประชุม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f774e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/04-เลขาสพฐ22june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อจากนี้ไปหน่วยงานในระดับจังหวัดซึ่งได้รับคำชี้แนะไปจากกระทรวงศึกษาธิการแล้วถึงวิธีการค้นหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา จะทำหน้าที่ค้นหาเด็กๆ เหล่านั้นต่อไป ทั้งหมดนี้คือภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับอีก 11 หน่วยงาน เพื่อพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งตัวเลขที่ได้นับว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสูงและส่วนที่ต้องทำต่อไปคือ ดูแลเด็กที่กลับมาแล้วให้อยู่ในระบบได้ต่อไป และค้นหาเด็กที่ยังหลุดจากระบบการศึกษาให้พบ จนกระทั่งทุกคนได้กลับมาเรียนอีกครั้งอย่างเสมอภาคกัน</p>



<p>“เมื่อลงไปดูนักเรียนในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล พบว่าค่อนข้างมีปัญหามาก ปัญหาจะซับซ้อนมาก เด็กหนึ่งคนอาจจะประสบปัญหามากกว่าหนึ่งเรื่อง สิ่งสำคัญวันนี้เราพุ่งเป้าไปที่ตัวเด็ก แต่จริงๆ แล้วต้องมองไปให้ถึงที่ผู้ปกครองด้วย ตอนนี้เราพาน้องกลับมาเรียน ให้เงินไปที่ตัวเด็ก แต่ถ้าผู้ปกครองมีปัญหาเศรษฐกิจ บางคนเราตามไปเจอตัวแล้ว แต่ผู้ปกครองบอกว่าไปไม่ได้หรอกโรงเรียน เพราะว่าต้องช่วยทำงาน หาเลี้ยงครอบครัว”</p>



<p>ความจริงกระทรวงศึกษาธิการมีระบบดูแลเด็กที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ตราบใดที่ผู้ปกครองยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ก็จะมีส่วนที่ไม่อยากให้ลูกกลับมาเรียน หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องเข้าไปดูแลที่ผู้ปกครองด้วย ถ้าจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต้องดูแลที่องคาพยพทั้งหมด คือดูที่ผู้ปกครอง ดูที่ปัญหาลึกๆ จริงๆ เพื่อแก้ปัญหาให้เด็กสามารถกลับมาได้จริงๆ</p>



<p>นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ มีโครงการที่ต่อยอด เช่น โครงการอาชีวะ เรียนฟรี อยู่ฟรี อาหารฟรี สำหรับเด็กที่เรียนจบภาคบังคบแล้ว และไม่อยากกลับมาเรียนที่ สพฐ. ก็สามารถไปเรียนที่อาชีวะได้ หากนักเรียนตั้งใจกลับมาเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในสังกัด สพฐ.ก็พร้อมที่จะเปิดรับ</p>



<p>“ต้องย้ำว่า ขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษา ท่านต้องประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ในชุมชนในหมู่บ้านถึงจะทำงานนี้ได้ประสบความสำเร็จ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ที่สำคัญคือ อสม. ที่จะรู้ข้อมูลในชุมชน ในหมู่บ้านเยอะ ฝากพวกเราลองเดินเข้าไปหา อสม. ช่วยถามว่าในหมู่บ้านนี้มีเด็กแปลกหน้าหรือเด็กที่ยังไม่ไปโรงเรียนมั้ย อสม.นี่เวลาค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะครับ แล้วเขาจะช่วยท่านได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-back-to-school-220622/">จากแสนต้องเหลือศูนย์ เป้าหมาย ‘พาน้องกลับมาเรียน’ และโจทย์ใหญ่ ทำอย่างไรให้เขาได้อยู่ในระบบต่อไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2021 09:47:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สธ.]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42037</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทาความเดือดร้อนช่วงโควิด-19 “ดีเดย์ วันที่ 25 มิถุนายน” สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านการเชื่อมฐานข้อมูล DMC-CCT ทั่วประเทศเช็กเด็กเสี่ยงหลุด พร้อมเชื่อมโยงความช่วยเหลือ พม. สธ. ต่อเนื่อง</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพฐ. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)<br> </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ba81e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/banner-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></strong> กล่าวว่า จากการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ระหว่าง สพฐ. และ กสศ. ผ่านมา 2 &#8211; 3 ปี ตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาคเรียนที่ 2/2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษ (ทุนเสมอภาค) จำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ทุกฝ่ายในสังคม ทั้งรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษ ผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดช่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ล่าสุดในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กสศ.ได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ (อนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาในการเตรียมความพร้อมการศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 อัตราคนละ 800 บาท จำนวนกว่า 286,390 คน ครอบคลุมสถานศึกษาจำนวน 24,798 แห่ง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากครู ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ตามที่สถานศึกษารายงานมาพบว่า มีนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อที่คาดว่าจะไม่ศึกษาต่อจำนวน 5,654 คน และมีนักเรียนจำนวน 8,944 คน ที่อาจยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าว เนื่องจากสถานศึกษายังไม่ได้รายงานเข้ามา ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำกับติดตาม และหากสถานศึกษาใดไม่สามารถจ่ายเงินให้นักเรียนได้แล้ว ขอให้ส่งคืนเงินกลับไปยัง กสศ. ตามขั้นตอนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-247c2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ สพฐ. และ กสศ. ได้รายงานความก้าวหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อ แก่<strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง)</strong> โดยท่าน รมว.ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มรอยต่อ เพื่อป้องกันมิให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงขอให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สพฐ. โดยเชื่อมโยงและส่งต่อฐานข้อมูล DMC และ CCT กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่ไม่ศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้แก่ สพฐ. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถกลับสู่ระบบการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ได้อย่างทันเวลา และเพื่อเป็นการลดภาระงานครูในการทำงานที่ซ้ำซ้อนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-32329b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า ควรจะมีการพัฒนากลไกสนับสนุนการดำเนินการในเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งกำกับ ส่งเสริม สนับสนุนในการดูแลช่วยเหลือ และการคัดกรองนักเรียน ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง CCT ซึ่งสามารถดูได้ว่านักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่มีกี่คน โรงเรียนไหนกี่คน เพื่อเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้งต้องมีการพัฒนาครู ผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบ อบรมออนไลน์ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสที่สามารถจัดอบรมด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยี อีกทั้งต้องสร้างความตระหนักและความเข้าใจเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนให้กลุ่มผู้ปกครอง</p>



<p>“โครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นักเรียนยากจนพิเศษได้รับการดูแลดีขึ้นเรื่อย ๆ นับเป็นความสำเร็จความภาคภูมิใจร่วมกันของ สพฐ. อีกทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับสถานศึกษา ครูที่เอาใจใส่เยี่ยมบ้านเด็ก โดยไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้กำลังใจในภาวะที่ยากลำบากต้องทำงานอย่างหนักเพื่อไปดูแลนักเรียนที่เป็นภารกิจสำคัญ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เด็กยากจนพิเศษได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องขอขอบคุณคุณครู เพราะที่ต้องใช้เวลาวันหยุดราชการไปในการคัดกรองนักเรียน เพราะวันธรรมดาต้องสอนหนังสือ คุณครูทำงานหนักมาก เนื่องจากสอนแบบ on-site ไม่ได้ จึงคิดการสอนในรูปแบบอื่น” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว</p>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือที่สวยงามระหว่าง สพฐ.และ กสศ. ในการดูแลเด็กนักเรียนอีกหลายสังกัด เช่น ตชด. อปท. พศ. ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่กังวลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและเชื่อว่าเด็กยากจนและยากจนพิเศษจะเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ปกครองนักเรียนลำบากมากขึ้น ทั้งหมดเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา วันนี้ผู้ปกครอง โรงเรียน ได้รับผลกระทบ กสศ.ก็ถูกปรับลดงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการก็ถูกปรับลดงบประมาณเช่นกัน แต่เราต้องคิดงานในรูปแบบใหม่ แม้จะมีงบประมาณเท่าไหร่ก็ตาม เป้าหมายผลผลิตหลักคือเด็กนักเรียนต้องได้รับการดูแลเหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fdaa9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุตรหลานนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่ต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจำนวน 800 บาท ที่จ่ายเงินไปถึงมือเด็กแล้ว 2.77 แสนคน จากนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด 2.86 แสนคน ขณะเดียวกันพบเด็กประมาณ 1 แสนคน ที่ย้ายโรงเรียนไปเรียนในพื้นที่อื่น และมีเด็กนักเรียนที่ไม่เรียนต่อช่วงชั้น ป.6 และ ม.3 ประมาณ 5,654 คน หรือ 1.97% มีสาเหตุสำคัญมาจากต้องไปทำงาน/ ผู้ปกครองไม่ให้ศึกษาต่อ/ ช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ / ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียน มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ไม่มีค่าเดินทาง ซึ่งต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้กับเยาวชนที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไปในอนาคต ทาง กสศ. และ สพฐ. จึงมีแผนความร่วมมือกันพัฒนาระบบการติดตาม และส่งต่อนักเรียนกลุ่มรอยต่อนี้ผ่านการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ DMC และ CCT ของ สพฐ. และ กสศ. เข้าด้วยกัน ให้เกิดเป็นระบบเฝ้าระวังเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Early Warning System) ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษาต่อไปในอนาคต <strong>โดยในปีนี้จะมีการเชื่อมระบบกันในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลนักเรียนทั่วประเทศเพื่อค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> </p>



<p>“นอกจากนี้  กสศ. และ สพฐ. ยังได้ปรังปรุงพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลใน CCT App ให้สามารถทำหน้าที่เป็น One Application ที่สามารถลดภาระงานครู คืนเวลาให้ครูกลับสู่ห้องเรียน และสามารถสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อบูรณาการงบประมาณในการดูแลสุขภาวะขั้นพื้นฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนในครัวเรือนยากจนด้อยโอกาส เช่น การตัดแว่นสายตาให้กับเด็กที่มีความบกพร่อง และการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปกครองที่เป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เป็นต้น โดยจะเริ่มทดลองนำร่องใน 29 พื้นที่ ครอบคลุม 602 โรงเรียน  ซึ่งต้องขอขอบคุณครู ผู้บริหาร สถานศึกษาที่ลงไปเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล นำไปสู่การสร้างโอกาสให้กับเด็กทุกคน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p> </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-28-04-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 08:15:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=39939</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. ออกมาตรการพิเศษช่วยนักเรียนทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-04-21/">เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. ออกมาตรการพิเศษช่วยนักเรียนทุนเสมอภาคช่วงชั้นรอยต่ออ.3 ป.6 ม.3 ราว 3 แสนคน สู้ผลกระทบโควิด ป้องกันหลุดออกนอกระบบ &nbsp; </strong><strong>เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบป้องกันการหลุดออกจากการศึกษาระยะยาว</strong><strong> </strong><strong>พร้อมผนึกกำลังเขตพื้นที่การศึกษา รร.และครูทั่วประเทศติดตามเฝ้าระวังเข้มข้นช่วงเปิดเทอม 64&nbsp; เพื่อให้เด็กยากจน-ด้อยโอกาสทุกคนได้เรียน&nbsp;</strong></p>



<p><strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้มีการประชุมพิจารณามาตรการพิเศษเพื่อช่วยลดผลกระทบให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ ได้แก่ อ.3 ป.6 ม.3 และม.6 เฉพาะสังกัด บก.ตชด. ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องเปลี่ยนสถานศึกษา  และมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษามากกว่าช่วงชั้นอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทุกปี คณะกรรมการบริหารกสศ. จึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพิ่มเติม ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค ครอบคลุม 3 สังกัด สพฐ. อปท. บก.ตชด. ประกอบด้วยระดับชั้นอนุบาล 3  ป.6  ม.3 และ ม.6 เฉพาะสังกัด บก.ตชด.     จำนวน 294,928 คน ในอัตราคนละ 800 บาท รวมงบประมาณราว 235,942,400 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น ค่าธรรมเนียมการสมัครเรียน ค่าเดินทางมาสมัครเรียน  หรือการเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อ โดยมีเงื่อนไขให้นักเรียนและผู้ปกครองแสดงหลักฐานการสมัครเรียนต่อในปีการศึกษา 2564   ทั้งนี้ กสศ. สพฐ. อปท. และบก.ตชด. จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลตรวจสอบการมาเรียนของนักเรียนทุกคนหลังเปิดภาคเรียนวันที่  1  มิถุนายนนี้  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-deba47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>น.พ.สุภกร กล่าวว่า เงินอุดหนุนเพิ่มเติมนี้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการเดียวที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่กลุ่มเป้าหมายในสถานการณ์โควิด-19 ได้ &nbsp; กสศ. สพฐ. อปท. บช.ตชด. ร่วมกันพัฒนาระบบติดตามกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับอนุบาลจนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับเพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp; นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2564 กสศ.มีแผนจะจัดเงินอุดหนุนสำหรับนักเรียนทุนเสมอภาคในทุกสังกัดจำนวนรวม 1.17 ล้านคน&nbsp; เป้าหมายเพื่อป้องกันมิให้ครอบครัวของนักเรียนกลุ่มที่ยากจนที่สุดต้องเผชิญกับสภาวะ “ฟางเส้นสุดท้าย”ทางเศรษฐกิจจนต้องนำบุตรหลานออกจากการศึกษากลางคัน&nbsp; โดย กสศ.ประมาณการว่าภาวะวิกฤตโควิตจะส่งผลให้ครอบครัวยากจนและทำให้จำนวนนักเรียนยากจนพิเศษมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 5&nbsp; เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2563 &nbsp; &nbsp; อีกมาตรการคือการส่งต่อนักเรียนที่มีศักยภาพให้ได้ศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปด้วยทุนการศึกษาจากแหล่งทุนต่างๆ เช่น ความร่วมมือระหว่างกสศ.และกยศ. ในการส่งข้อมูลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่กำลังจบม.3 เพื่อให้ได้ทุนกยศ.ศึกษาต่อ &nbsp; หรือความร่วมมือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในอนาคต เพื่อส่งต่อข้อมูลให้มหาวิทยาลัยจัดหาทุนการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้</p>



<p>“จากข้อมูลการติดตามกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง 3 ปีชี้ว่า มีนักเรียนยากจนพิเศษราว 4 ช่วงชั้นและอนุบาลที่มีความเสี่ยงสูงสุดจำนวนรวมประมาณ 400,000 คน แต่เนื่องจาก กสศ. มีงบประมาณที่จำกัดเพียงพอจะช่วยเหลือได้เพียงราว 290,000 คนใน 3 ช่วงชั้นเท่านั้น  อย่างไรก็ดี กสศ. จะส่งข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่มีวิกฤตในระดับรองลงมาอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาช่วยเหลือด้วยงบประมาณของหน่วยงานอื่นๆ  ” ผู้จัดการกสศ.กล่าว    </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-700791"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผู้จัดการกสศ.  กล่าวว่า กสศ.จะพยายามอย่างถึงที่สุดในการช่วยลดผลกระทบให้แก่กลุ่มเป้าหมายแต่ยอมรับว่า กสศ.จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2564 นี้เนื่องด้วยปัจจุบัน กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 1 ของงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศ ซึ่งค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และจำนวนกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษทุกระดับชั้นและสังกัดซึ่งมีจำนวนรวมราว 1 ล้านคน ประกอบกับความไม่แน่นอนของงบประมาณที่ กสศ. จะได้รับจัดสรรในแต่ละปี เช่น ล่าสุดในปีงบประมาณ 2565 คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้เสนอของบประมาณจากคณะรัฐมนตรีไปที่ 7,635.67 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณที่ 5,652.29 โดยปรับลดลง 2 ครั้ง ราว 2,000 ล้านบาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-466279"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“อย่างไรก็ดีในชั้นการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณ 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร กสศ.จะเตรียมจัดทำคำขอแปรญัตติงบประมาณในส่วนที่สามารถขอแปรคืนกลับมาได้ไม่เกิน 900 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่มีความแน่นอนในระหว่างปีการศึกษา 2564-2565 ต่อไป” ผู้จัดการกสศ.กล่าว</p>



<p>ด้าน<strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19  ระลอกใหม่ขณะนี้   สพฐ.ร่วมกับ กสศ. ได้ติดตามผลกระทบนักเรียนยากจนพิเศษอย่างใกล้ชิด  มีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,394 คน  ผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  พบว่า นักเรียนกลุ่มรอยต่อที่จะต้องเปลี่ยนช่วงชั้นหรือเปลี่ยนสถานศึกษาใหม่ ร้อยละ 97.82 ต้องการจะเรียนต่อ  และขอให้มีการสนับสนุนช่วยเหลือดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการศึกษา ร้อยละ 87.95 (2) อุปกรณ์การเรียน ร้อยละ 54.91 และ(3) ค่าสมัครเรียน ร้อยละ 51.34</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a84f91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า&nbsp; การจัดสรรเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจึงถือว่าเรื่องสำคัญ เป็นข่าวดี ที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของผู้ปกครองและความต้องการของนักเรียนกลุ่มนี้ได้ &nbsp; สพฐ.ขอความร่วมมือ สถานศึกษา คุณครู ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินแก่นักเรียนและผู้ปกครอง&nbsp; รวมทั้งดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ของกสศ.&nbsp; ที่สำคัญคือสอบถามผู้ปกครองหรือนักเรียน เพื่อบันทึกข้อมูลการคงอยู่ในระบบการศึกษาของนักเรียนผ่านระบบสารสนเทศ ให้เราสามารถติดตามประสิทธิภาพในทำงานเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาได้จริง โดยสพฐ.และกสศ.จะร่วมกันติดตามเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2564&nbsp; นี้</p>



<p>“ภาวะวิกฤติปัจจุบัน ผมขอขอบคุณเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน คณะครู &nbsp; ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้&nbsp; นักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและการศึกษา ซึ่งทางสพฐ.และกสศ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เราต้องช่วยเหลือ ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษา &nbsp; ในวงการสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลกำลังเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพื่อช่วยชีวิตประชาชน&nbsp; ในวงการศึกษา ผมต้องขอยกย่องบุคลากรทางการศึกษาที่กำลังทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กของเราหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งคือการเสียโอกาสทั้งชีวิตของพวกเขาไปจากวิกฤติครั้งนี้” รองเลขาสพฐ. กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-04-21/">เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
