<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วีรพัฒน์ ชววัฑรัตน์ชัย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%91%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 Mar 2024 08:17:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วีรพัฒน์ ชววัฑรัตน์ชัย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘Learning Recovery Ideation Workshop’ ออกแบบไอเดียฟื้นฟูการเรียนรู้ผ่านการจัดสรรอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200324/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 08:17:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[EQUITY LAB]]></category>
		<category><![CDATA[ศิรี จงดี]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Recovery Ideation Workshop]]></category>
		<category><![CDATA[BlackBox Team]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานการเรียนรู้ TK Park และ]]></category>
		<category><![CDATA[วสุวัส มอญขาม]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณา เลิศวิตรจรัส]]></category>
		<category><![CDATA[กวีไกร ม่วงศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[วีรพัฒน์ ชววัฑรัตน์ชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78808</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 เข้ามาเปลี่ยนโฉมการเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200324/">‘Learning Recovery Ideation Workshop’ ออกแบบไอเดียฟื้นฟูการเรียนรู้ผ่านการจัดสรรอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 เข้ามาเปลี่ยนโฉมการเรียนรู้จากห้องเรียนออนไซต์เป็นห้องเรียนออนไลน์ <strong>‘อินเทอร์เน็ต’ </strong>ก็กลายเป็นปัจจัยจำเป็นในการเข้าถึงการศึกษา เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญเพื่อเปิดประตูสู่การเรียนรู้ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำในอนาคต แต่ในสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างเท่าเทียม</p>



<p>สิ่งนี้นำมาสู่การระดมไอเดียเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงกับกิจกรรม <strong>“Learning Recovery Ideation Workshop ออกแบบไอเดียฟื้นฟูการเรียนรู้”</strong> โดย<strong>ห้องปฏิบัติการเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. หรือ Equity Lab</strong>&nbsp;ร่วมกับ <strong>อุทยานการเรียนรู้ TK Park</strong> และ <strong>BlackBox Team</strong> ชวนผู้สนใจจากหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน นวัตกรเพื่อสังคม ไปจนถึงทุกคนที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา มาช่วยกันระดมไอเดียเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ถดถอย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นจากโจทย์จริงที่ได้จากการสำรวจสถานการณ์ปัญหาของนักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.ต้น ที่ได้รับผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-left"><strong>Internet Lost Education Error!</strong><br><strong>นักเรียนยากจนพิเศษไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c0d404"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงต้นของการเวิร์กช็อป <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> สรุปภาพรวมสถานการณ์ที่ได้จากการสำรวจและวิเคราะห์การใช้จ่ายด้านอินเทอร์เน็ตของนักเรียนทุนเสมอภาคในปี 2564 เพื่อชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตรวจสอบสัญญาณปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาของนักเรียนยากจนไปพร้อมกัน</p>



<p>ในตอนนั้น กสศ. ได้สำรวจด้วยวิธีโทรศัพท์ใน 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ <strong>นักเรียนยากจนพิเศษ</strong> ซึ่งหมายถึงนักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ เฉลี่ยเดือนละ 1,398.75 บาท จำนวน 1,541 คน และ<strong>นักเรียนครัวเรือนทั่วไป</strong> ซึ่งหมายถึงนักเรียนที่มาจากครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 11,799.21 บาท จำนวน 861 คน <strong>กสศ.</strong> พบว่า นักเรียนยากจนพิเศษ เผชิญปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการศึกษา จาก 3 สาเหตุสำคัญ ได้แก่</p>



<p><strong>1.</strong><strong>การไร้อินเทอร์เน็ตบ้าน</strong> 66% ของนักเรียนยากจนพิเศษ ใช้เน็ตมือถืออย่างเดียว เนื่องจากการใช้เน็ตบ้านมีค่าติดตั้งเพิ่มเติม บริการไปไม่ถึงพื้นที่ห่างไกล ต้องใช้ไฟฟ้าและเอกสาร ซึ่งบางบ้านไม่มี</p>



<p><strong>2.การไร้อุปกรณ์</strong> 71% ของนักเรียนยากจนพิเศษใช้โทรศัพท์มือถือในการเรียนรู้&nbsp; และไม่ถึง 5% ที่มีแท็บแล็ตหรือคอมพิวเตอร์ ทำให้นักเรียนยากจนพิเศษส่วนใหญ่ได้รับประสบการณ์เรียนรู้ไม่เต็มที่ บ้างจ้องหน้าจอขนาดเล็ก บ้างทนกับแบตเตอรี่โทรศัพท์ร้อนเร็ว</p>



<p><strong>3.การไร้เงินเติมอินเทอร์เน็ต</strong> นักเรียนยากจนพิเศษต้องเสียค่าเติมเงินมือถือสูงกว่าครัวเรือนทั่วไป ครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษมีรายได้น้อย แต่ 17% ของรายได้ครัวเรือนถูกใช้จ่ายเป็นค่าเติมเงินมือถือซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าครอบครัวนักเรียนทั่วไปถึงเกือบ 4 เท่าเลยทีเดียว</p>



<p></p>



<p><strong>กสศ. ชวนผู้อ่านลองไปสำรวจสัญญาณปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาของนักเรียนยากจนไปพร้อมกัน</strong> <a href="https://eef.or.th/internet-datastory/" target="_blank" rel="noopener" title="">คลิก</a></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71fd64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปัญหาดังกล่าวส่งผลถึงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กวัยเรียน เมื่อเน็ตหลุด เน็ตหาย นั่นหมายถึงความไม่เสมอภาคทางการศึกษา หรือกระทั่งโอกาสที่อาจจะหลุดจากระบบการศึกษา และนี่ก็คือข้อมูลสำคัญที่ กสศ. นำมาใช้เป็นโจทย์ในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันสนับสนุนการเดินทางของอินเทอร์เน็ตไปสู่ประตูบ้านของนักเรียนยากจนพิเศษ ซึ่งยังคงมีพื้นที่รอการพัฒนาให้ครอบคลุมและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดย กสศ. มีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้</p>



<p><strong>1.ข้อเสนอถึงหน่วยงานกำกับกิจการโทรคมนาคม</strong></p>



<ul>
<li>ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย</li>



<li>ต้องทำให้ทุกคนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้ออินเทอร์เน็ตที่เท่ากัน</li>



<li>ต้องสร้างมาตรการเชิงรุกไม่ให้ความยากจนเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเพื่อการเรียนรู้</li>
</ul>



<p><strong>2.ข้อเสนอถึงผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม</strong></p>



<ul>
<li>จัดทำซิมเพื่อการศึกษา ซิมฟรี หรือ ซิมเน็ตที่มีราคาถูกที่สุดสำหรับนักเรียน</li>



<li>จัดทำโปรโมชันเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่หรือส่วนลด เมื่อนำโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องเก่าที่ยังมีคุณภาพไปให้นักเรียนที่ต้องการใช้เรียน</li>
</ul>



<p><strong>3.ข้อเสนอถึงผู้ให้บริการเติมเงินอินเทอร์เน็ต</strong></p>



<ul>
<li>ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการเติมเงิน</li>



<li>ให้ข้อมูลราคาที่ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น จำนวนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับในการเติมเงินแต่ละช่วงราคา และอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละช่วงราคา เป็นต้น</li>



<li>มีช่องทางการร้องเรียนและให้ข้อมูลที่เข้าถึงได้ สะดวก รวดเร็ว</li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a4b6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส </strong>เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ได้มีมติเห็นชอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีสำหรับนักเรียนยากจนพิเศษและคนพิการ โดยจะสนับสนุนซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.ต้น เริ่มจากกลุ่มตัวอย่าง 300,000 คนเพื่อวัดประเมินผลเป็นเวลา 6 เดือน</p>



<p>“อินเทอร์เน็ต คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา เราพบว่า นักเรียนทุนเสมอภาคคือกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างจำกัด เพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เราได้หารือกับหน่วยงานอย่าง กสทช. ซึ่งหลังจากรับทราบประเด็นปัญหาก็ได้เสนอว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการให้ซิมฟรีกับนักเรียนทุนเสมอภาคในทุกสังกัด 300,000 คน เพื่อช่วยให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือสำหรับการเรียนรู้&nbsp; ทั้งสองหน่วยงานมองเห็นตรงกันว่าจะแจกโดยปราศจากรูปแบบและแนวทางการใช้งานไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องจัดทำต้นแบบและแนวทางการแจกซิมการ์ดอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้น และพัฒนาเป็นแนวทางในการแจกซิมการ์ดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>



<p>“เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะช่วยกันหาเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาจากไอเดียของคนที่เข้าใจสถานการณ์และมิติต่าง ๆ ของการศึกษา เพื่อมาเป็นหนึ่งในการผลักดันให้เด็กเยาวชนกลุ่มนี้มีโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบและได้พัฒนาตนเองในเส้นทางอื่น ๆ บนพื้นฐานความหลากหลายทางศักยภาพ ต่อยอดการเรียนรู้จากเครื่องมือที่ถูกคิดค้นขึ้นไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตได้ สามารถปลดล็อกตัวเองออกจากกับดักความยากจน จนกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ และเปลี่ยนแปลงครอบครัวตนเองได้” ดร.ไกรยส เล่าถึงจุดประสงค์ของการจัดงาน Learning Recovery Ideation Workshop</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="931" data-id="78813" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78813" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-08.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="931" data-id="78814" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78814" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-09.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="931" data-id="78816" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78816" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-10.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="78817" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78817" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-11.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ออกแบบไอเดียแก้ไขปัญหาจากโจทย์จริง</strong></h2>



<p>กิจกรรมในครั้งนี้ออกแบบโดยทีมงาน<strong> </strong>Equity Lab จากสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ร่วมกับ BlackBox Team <strong>ศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</strong> เผยว่า โปรเจกต์นี้ตั้งใจมองหาแนวทางนำซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตไปให้นักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.ต้น ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเร่งด่วน 300,000 ซิม ซึ่งทั้ง กสทช. และ กสศ. เห็นตรงกันว่าเราจำเป็นต้องมีวิธีการ เครื่องมือ และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เหมาะสม เพื่อให้การฟื้นฟูการเรียนรู้ตอบสนองความต้องการของเด็กที่มีอย่างหลากหลาย และจำเป็นต้องจัดทำต้นแบบแนวทางการแจกซิมที่สร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับนักเรียนคนอื่น ๆ ด้วย</p>



<p>“วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราได้มองหาบุคลากรจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีความเข้าใจในปัญหามาช่วยเราออกแบบไอเดียไปสู่การทำงาน เราถือว่าคนที่มาช่วยเราในวันนี้คือ ‘นวัตกร’ ที่มาช่วยให้ไอเดียว่าแพลตฟอร์มที่ดี ที่ตอบโจทย์ประเด็นต่าง ๆ จะมีหน้าตาอย่างไร และเพื่อหาความร่วมมือในการออกแบบไอเดียจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ได้นวัตกรรมในการแก้ปัญหา และพัฒนาเป็นแนวทางในการแจกซิมการ์ดที่มีประสิทธิภาพ และสร้างรูปแบบการดูแลนักเรียนทุนเสมอภาคในประเด็นที่เราได้สำรวจพบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b9b6d5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทีมงานสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศิรี </strong>เผยถึงข้อมูลเชิงลึกล่าสุดที่ทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลเชิงลึกกับนักเรียนทุนเสมอภาคระดับชั้น ม.ต้น (ม.1-ม.3) และคุณครู ในโรงเรียนขยายโอกาสรวมกว่า 1,500 คน พบปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วนใน 4 ประเด็น คือ 1.นักเรียนไม่ได้รับการแนะแนวเพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม 2.การบูลลี่กันในโรงเรียน 3.นักเรียนไม่มาโรงเรียนจนหลุดออกจากระบบ 4.นักเรียนไม่รู้ความต้องการ ความสนใจ และไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>ซึ่งในกิจกรรมเวิร์กช็อปนี้จะหาความร่วมมือในการออกแบบไอเดียจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เพื่อนำไปสู่การทดลองนวัตกรรมในการแก้ปัญหาดังกล่าว (Prototype &amp; test) และพัฒนาเป็นแนวทางในการแจกซิมอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพให้กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป โดยจัดกลุ่มระดมความคิดออกแบบไอเดียตามปัญหาการศึกษาที่แต่ละคนสนใจ แล้วเลือกไอเดียหรือนวัตกรรมที่น่าสนใจและทำได้จริงมาเป็นแผนร่างความร่วมมือในก้าวต่อไปของการทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-584a6b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-13.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขาดการแนะแนวเพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม</strong></h2>



<p>โจทย์นี้มาจากการสำรวจพบว่านักเรียนทุนเสมอภาคจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าตนเองสนใจเรื่องอะไร โตขึ้นอยากเป็นอะไร อยากมีอาชีพอะไร และเมื่อหาคำตอบเรื่องนี้ให้ตัวเองไม่ได้ พวกเขามักจะเลือกคำตอบเป็นอาชีพเดียวกับคนในครอบครัว&nbsp; หลายคนไม่ทราบและไม่แน่ใจเลยว่าจะมีอาชีพใดที่เหมาะกับตัวเอง แม้แต่อาชีพในฝันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าฝันถึงและไม่กล้าเลือก เพราะคิดว่าตัวเองมีความสามารถไม่เพียงพอ ประกอบกับข้อจำกัดของสถานะทางบ้านที่ทำให้พวกเขามองว่าถึงมีความฝันก็เกิดขึ้นยากเพราะไม่มีปัจจัยสนับสนุน</p>



<p>นักเรียนทุนเสมอภาคส่วนหนึ่งให้ข้อมูลว่า โรงเรียนไม่มีครูแนะแนวโดยตรง ภาระหน้าที่ในส่วนนี้ถูกมอบหมายให้ครูประจำชั้น หรือครูสอนวิชาต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ ครูขาดความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ จึงมักให้คำแนะนำแบบ One Size Fit All ทำให้นักเรียนไม่รู้จักตัวเองชัด ไม่รู้ความสนใจ ความถนัดจุดแข็งหรือข้อจำกัดของตัวเอง และไม่มีความรู้ที่ช่วยให้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้ว่าจะมีนักเรียนบางคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการหาความรู้ด้วยตัวเอง แต่ก็ตัดสินใจวางแผนอนาคตด้วยข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c4787"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cba3cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-15.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วสุวัส มอญขาม ผู้จัดการบริษัท มายด์พัฒน์ จำกัด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วสุวัส มอญขาม</strong> <strong>ผู้จัดการบริษัท มายด์พัฒน์ จำกัด</strong> ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปในกลุ่มนี้ มองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ครูแนะแนวเป็นครูที่ถูกให้ความสำคัญน้อยกว่าที่ควร และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ปัญหาที่เป็นผลพวงจากเรื่องนี้กำลังถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย</p>



<p>“มนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทุก ๆ คนมีความสนใจที่จำเพาะ หากเด็กคนหนึ่งได้ทำหรือได้ประกอบอาชีพในสิ่งที่ชอบ ก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาความสามารถได้เต็มศักยภาพที่มีได้ในอนาคต การแนะแนวควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้าม โรงเรียนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับวิชาการก่อน แล้วให้เด็กแต่ละคนเลือกอาชีพกันเองภายหลัง หลายคนยอมประกอบอาชีพที่ตัวเองไม่มีความสุขในการทำงาน เลยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เลือกกำลังบั่นทอนศักยภาพ ทักษะ หรือตัวตนของตัวเองลงไปอย่างน่าเสียดาย”</p>



<p><strong>วสุวัส </strong>อธิบายว่า ปัจจุบันมีการสำรวจพบว่าประเทศไทย มีอัตราส่วนครูแนะแนว 1 คนต่อนักเรียน 500 คน อัตราส่วนดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการดูแล หรือการแก้ปัญหานี้อย่างชัดเจน เพราะครูแนะแนวแต่ละคน จำเป็นที่จะต้องรู้จักหรือทำความรู้จักนักเรียนอย่างค่อนข้างที่จะละเอียด ต้องรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีมิติอะไรบ้าง เด็กแต่ละคนมีความชอบด้านไหน มีทักษะอะไรที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ แม้กระทั่งเมื่อได้รู้จักเด็กคนใดคนหนึ่งแล้วพบว่า เด็กคนนั้นยังไม่มีความชอบด้านไหนหรือมีทักษะที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ครูแนะแนวจะต้องมีกระบวนการ ค้นหาสิ่งเหล่านี้จากตัวเด็กออกมาให้ได้ การคลุกคลีกับเด็กในชั่วโมงที่จำกัด หรือเพียงแค่เทอมเดียวอาจจะไม่เพียงพอที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ในตัวเด็กแต่ละคน จึงเห็นได้ว่า เรื่องนี้กำลังเป็นภาระที่จำนวนครูแนะแนวที่มีอยู่อาจจะแบกไว้ไม่ไหว</p>



<p>“เราจำเป็นที่จะต้องช่วยกันคิดค้นเครื่องมืออื่น ๆ มาช่วยดูแลเด็ก ปัจจุบันมีเครื่องมือสำหรับช่วยเหลือครูแนะแนวประเภทฟรีเว็บไซต์ ซึ่งถูกคิดค้นโดยนักจิตวิทยา มีรูปแบบให้ นักเรียนทดลองกรอกข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคน และนำไปประมวลผลเพื่อสุ่มอาชีพให้กับเด็ก แต่เครื่องมือเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างเพียงพอ จึงอาจจะทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนได้ และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเครื่องมือทางจิตวิทยานี้ก็คือ เมื่อผลที่ออกมาระบุว่าเด็กคนไหนเหมาะกับอาชีพไหน ก็จะส่งผลให้เด็กเกิดความคิดฝังใจในผลที่ออกมา ทั้ง ๆ ที่ผลที่ออกมา อาจจะผิดก็ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันระดมไอเดียสร้างความตระหนักถึงปัญหานี้ และผลักดันให้มีการออกแบบเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างละเอียดจนมีผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ มีรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ซึ่งเครื่องมือชนิดนี้จะมีส่วนช่วยครูแนะแนว ได้มากขึ้นในอนาคต”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บูลลี่กันในโรงเรียน วังวนปัญหา ที่นักเรียนทุนเสมอภาคเผชิญอยู่</strong></h2>



<p>Bully หรือปัญหานักเรียนกลั่นแกล้งกันด้วยคำพูดหรือพฤติกรรม เกิดขึ้นในนักเรียนทุกกลุ่ม กลายเป็นปัญหาร้ายแรงที่สร้างผลพวงอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะกับนักเรียนทุนเสมอภาค ปัญหานี้ถูกสำรวจพบว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงว่าสามารถกัดกร่อนความรู้สึกของเด็กหลายคน จนทำให้พวกเขาไม่ชอบตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่อยากไปโรงเรียน หรือกระทั่งลุกลามกลายเป็นสร้างภาวะซึมเศร้าได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3deb40"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-16.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วรรณา เลิศวิตรจรัส ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบสนับสนุน<br>การสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สสส.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วรรณา เลิศวิตรจรัส</strong> <strong>ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบสนับสนุนการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สสส.</strong> เผยภายหลังจากที่เข้าร่วมเสนอไอเดียกับกลุ่มว่า การบูลลี่กันในโรงเรียน เป็นปัญหาที่มีมานาน แต่เริ่มเป็นปัญหาที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย</p>



<p>“เพนพ้อยท์สำคัญของเรื่องนี้ คือครูไม่รู้จะจัดการกับปัญหาอย่างไร นักเรียนที่ประสบปัญหา ก็ใช้วิธีกัดฟันอดทน อาศัยว่าตัวเองมีความอดทนอดกลั้นเห็นคุณค่าในตัวเองจนผ่านไปได้ แต่ปัจจุบันปัญหานี้ยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะเด็กบางคนไม่ได้บูลลี่คนอื่นแค่ต่อหน้า แต่บูลลี่คนอื่นในโซเชียลด้วย เรื่องราวที่บูลลี่ถูกอ่านซ้ำได้หลายรอบ มีพลังในการตอกย้ำมากขึ้นไปอีก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการแก้ปัญหานี้เคสบายเคส จะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่รู้จักจบสิ้น วิธีแก้ปัญหานี้ที่ดีที่สุดคือการแก้ปัญหาเชิงระบบ ไอเดียที่ถูกเสนอขึ้นในกลุ่ม คือการสร้างบรรยากาศเชิงบวก ทั้งในสังคมโรงเรียนจริง ๆ และการใช้เครื่องมือโลกโซเชียล”</p>



<p><strong>วรรณา </strong>เน้นย้ำว่าจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือ ที่สามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในจุดแข็งของกันและกัน โรงเรียนจะต้องมีแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในชั่วโมงโฮมรูมหรือชั่วโมงแนะแนว ให้เด็กรู้ว่าอะไรที่บูลลี่กัน คำไหนที่พูดออกไปแล้วจะทำร้ายจิตใจของคนอื่นได้ โรงเรียนต้องมีกลไกช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อาจจะใช้รูปแบบ Health Services มีแกนนำนักเรียน กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ที่สามารถให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา อย่างเข้าใจปัญหา</p>



<p>“การแก้ปัญหานี้ จำเป็นที่จะต้องสร้างเครือข่ายครู ที่สามารถแลกเปลี่ยนและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น และหาแนวทางในการแก้ไขร่วมกัน การสร้างเครือข่าย จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการแก้ปัญหา ทั้งจากประสบการณ์และเทคนิคในการทำงาน ซึ่งครูแต่ละพื้นที่เคยใช้ปฏิบัติจริง และสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว นำมาประยุกต์กับเคสที่เกิดขึ้นกับนักเรียนหรือโรงเรียนอื่นๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขาดเรียนจนหลุดจากระบบการศึกษา</strong></h2>



<p>เรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญที่นักเรียนทุนเสมอภาคเผชิญมาตลอด จากการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากเหตุผลสำคัญ คือ เบื่อการเรียน หลายคนไม่สนุกกับการเรียนในโรงเรียน ไม่มีแรงจูงใจในการเรียนให้จบกระทั่งการศึกษาภาคบังคับ หรือ ชั้นม.3 ปัญหานี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลาดูแล ทำให้ไปรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนในช่วงวัยที่กำลังต้องการการยอมรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b09fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-17.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กวีไกร ม่วงศิริ นักจิตวิทยาการปรึกษาประจำศูนย์บริการปรึกษา Knowing Mind</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กวีไกร ม่วงศิริ</strong> <strong>นักจิตวิทยาการปรึกษาประจำศูนย์บริการปรึกษา Knowing Mind</strong> ระบุว่า จากการร่วมเวิร์กช็อปในกลุ่มนี้ สมาชิกในกลุ่มมองเห็นปัญหาร่วมกันว่า นักเรียนขาดเรียนจนหลุดจากระบบการศึกษาเป็นปัญหาปลายทางของปัญหาอื่น ๆ ที่ทั้งพบเห็นได้ทั่วไปและซ่อนตัวอยู่ในปัจจัยที่คาดไม่ถึง</p>



<p>“ปัญหานี้เป็นปลายทางของปัญหาที่แท้จริง เพราะจากข้อมูลที่มีและได้คุยกัน พบว่าเกิดจากสาเหตุที่หลากหลายมาก ทั้งปัญหาที่เกิดจากนักเรียนเองและเกิดจากครอบครัว การแก้ปัญหานี้ ต้องย้อนกลับไปดูว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อเด็กกลุ่มนี้ ข้อเสนอที่ได้เสนอไปได้เสนอให้แก้ที่ต้นทางของปัญหามากกว่าปลายทาง เช่น อาจจะจำเป็นต้องสร้างเน็ตเวิร์กให้ครูมีกลุ่มของครูที่สามารถปรึกษาหารือหาทางแก้ไขปัญหารูปแบบต่าง ๆ กันเองได้ เพราะครูในพื้นที่ต่าง ๆ มีหลักคิดหรือวิธีการที่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับปัญหาเฉพาะด้าน ต้องมาดูกันว่าอะไรที่นำมาช่วยครูคนอื่น ๆ ได้ หรือมีวิธีการไหนที่จะมาแชร์กันแบบเรียลไทม์ได้บ้าง</p>



<p><strong>กวีไกร </strong>บอกว่าแนวคิดที่กล่าวมา เกิดขึ้นจากการที่เขาเคยเห็นครูตั้งกลุ่มกันช่วยเหลือด้านการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ตอนนั้นครูมารวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประโยชน์และแก้ปัญหาได้ตรงจุด และการแจกซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้เด็กก็สามารถสร้างกลไกที่สอดคล้องกับการทำงานของกลุ่มครูในรูปแบบนี้ได้ ทั้งเรื่องของการช่วยกันหาแรงจูงใจ และปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถหนุนเสริม สร้างแรงบันดาลใจ สร้างทักษะในการดูแลตัวเอง รับฟังปัญหา หาแนวทางที่ช่วยให้เด็กมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ช่วยให้มองเห็นความสำคัญของตัวเขาร่วมกัน</p>



<p>“ซิมการ์ดที่เขาได้รับ ควรจะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเปิดประตูไปสู่โอกาสในการทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ ที่ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับโรงเรียน จนเกิดแนวทางในการสร้างกำลังใจให้เด็กยังอยู่ในระบบการศึกษาอย่างมีความหวัง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศักยภาพที่ยังไม่ถูกค้นพบ ความสามารถที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</strong> <strong>ความสนใจและความต้องการที่ยังมองไม่เห็น</strong></h2>



<p><strong>“การค้นพบตัวเอง”</strong> มักจะเป็นสิ่งที่ถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหานี้เหมือนเป็นเรื่องเล็กสำหรับหลายคนที่มีโอกาสลองผิดลองถูก มีเวลา มีโอกาส และปัจจัยในการค้นหาตัวเอง&nbsp; แต่ในกลุ่มนักเรียนทุนเสมอภาค ซึ่งมีแหล่งทรัพยากรในการเรียนรู้และทุนการศึกษาที่สนับสนุนให้ทำตามความฝันของตัวเองอย่างจำกัด ทำให้ต้องยอมเลือกเรียนและทำงานที่ไม่ตรงกับทักษะและความถนัด ยอมสูญเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพที่จะสร้างรายได้และความก้าวหน้าในอาชีพอย่างเต็มที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-461468"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-18.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วีรพัฒน์ ชววัฑรัตน์ชัย รองประธานสภาเด็กโรงเรียนราชวินิตมัธยม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วีรพัฒน์ ชววัฑรัตน์ชัย รองประธานสภาเด็กโรงเรียนราชวินิตมัธยม</strong> มองปัญหานี้ว่า เด็กมัธยม วัยเดียวกับเขาส่วนใหญ่ มักจะขาดโอกาสในการค้นหาตัวเอง อุปสรรคสำคัญของปัญหานี้คือเรื่องของต้นทุนชีวิต</p>



<p>“เด็กหลายคนที่ผมรู้จัก มีโอกาสที่จะค้นพบตัวเองน้อยมาก เพราะสังคมของพวกเขา ถูกจำกัดทางเลือก หลายคนต้องเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย เวลาที่เขาจะใช้เพื่อค้นหาตัวเองหรือเวลาที่ไปร่วมกิจกรรมซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นทางเลือกหรือโอกาสในการค้นพบตัวเองของพวกเขาก็เกิดขึ้นยาก หลายคนเรียนไปจนถึง ม. 3 หรือ ม. 6 โดยไม่รู้ว่าชอบอะไรหรืออยากเรียนต่อในด้านไหนเลย&nbsp; ในขณะที่บางคน ผู้ปกครองมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะสนับสนุนการศึกษา สนับสนุนให้ไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แบบลองผิดลองถูกได้”</p>



<p><strong>วีรพัฒน์ </strong>เห็นว่าที่ผ่านมา โรงเรียนพยายามช่วยเหลือเด็กในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เช่นจัดกิจกรรม Open House หรือกิจกรรมที่ประสานกับสถาบันอุดมศึกษามีชื่อต่าง ๆ เปิดคณะดัง ๆ ให้เข้าไปเยี่ยมชม เข้าไปสอบถามว่าเรียนสอนอะไรบ้าง โดยมีผู้ให้คำตอบเป็นรุ่นพี่คอยชักชวนนักเรียนที่สนใจ แต่กิจกรรมรูปแบบนี้ก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เด็กค้นพบตัวเองว่าอยากเรียนอะไรได้</p>



<p>“พวกเขาจึงแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีที่พอจะทำได้ก็คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พยายามเสิร์ชสิ่งที่ไม่รู้ หาคำตอบเรื่องต่าง ๆ ทางกูเกิล แต่เครื่องมือนี้ก็อาจจะไม่ช่วยให้ค้นพบตัวเองได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องมีการออกแบบแพลตฟอร์มหรือโปรแกรมการหาคำตอบเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ และหากเป็นไปได้ ผู้ใหญ่จะต้องช่วยกันคิดว่าจะมีเครื่องมือแบบไหนที่ช่วยให้เด็กรู้จักปัจเจกของตัวเองได้ดีขึ้น อาจจะเป็นเครื่องมือที่คอยติดตามการเรียนรู้เพื่อสร้างกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสม ระบบการแชร์ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เด็กมองเห็นหรือประเมินตัวเองได้ เครื่องมือทำนองนี้จะเป็นเสมือนต้นทุนชีวิตสำหรับใช้ดูแลปัญหานี้ และน่าจะช่วยให้ปัญหาที่เด็กมัธยมทุกกลุ่มกำลังพบเจออยู่ในปัจจุบันบรรเทาลงไปได้ในอนาคต”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="78828" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78828" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-19.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="78829" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78829" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-20.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="78830" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78830" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-21.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="78831" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-78831" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_บทความ-58-WEB-22.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>กิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการระดมความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำไปสู่การหารือกับผู้เกี่ยวข้องและเลือกแพลตฟอร์มทางการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับการแจกซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มตัวอย่าง 300,000 คนประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ โดยระหว่างนี้ กสศ. และผู้เกี่ยวข้องจะมีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน และจะมีการวัดประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้หลังจากเด็ก ๆ ได้รับซิมไปใช้งานเป็นเวลา 6 เดือน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200324/">‘Learning Recovery Ideation Workshop’ ออกแบบไอเดียฟื้นฟูการเรียนรู้ผ่านการจัดสรรอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
