<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิสาหกิจชุมชน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 06:31:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วิสาหกิจชุมชน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เด็ก ‘รู้สา’ ด้วยพลังแม่ๆ อสม. ทีมวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ที่มองเด็กๆ ด้วยสายตาเดียวกับที่มองลูกตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 06:00:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคบกพร่องทางการเรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101424</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาเด็กสักคนรับผิดชอบตัวเองได้ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร คนใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210426/">เด็ก ‘รู้สา’ ด้วยพลังแม่ๆ อสม. ทีมวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ที่มองเด็กๆ ด้วยสายตาเดียวกับที่มองลูกตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาเด็กสักคนรับผิดชอบตัวเองได้ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร คนใต้จะบอกว่าเด็กคนนี้ ‘รู้สา’</p>



<p>ซึ่งสำหรับคณะทำงานของ ‘วิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด’ การที่เด็กไม่ไปเรียน อยู่ติดบ้าน คือ สัญญาณที่กำลังบอกว่าเด็กคนนี้อยู่ห่างไกลจากคำนี้</p>



<p>ถึงหัวเรือใหญ่ของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ. แห่งนี้ จะเป็น ‘ผู้ใหญ่เอก’ หรือ ‘เอกชัย ทิพยวัลย์’ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านท่าสะท้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานกันแค่ในพื้นที่หมู่บ้านของตัวเอง เพราะคนทำงานของที่นี่มารวมตัวกันตั้งแต่หมู่ที่ 1 ยันหมู่ที่ 7 ในตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p>



<p>และ 1 ในนั้น คือ ‘ทีมงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)’ ที่เป็นมากกว่ากลไกด้านสุขภาพ เพราะยังเป็นด่านหน้าของการสังเกตสัญญาณเล็กๆ ที่อาจบอกว่าเด็กคนหนึ่งกำลังต้องการใครสักคนยื่นมือเข้าไปหา&nbsp;</p>



<p>“เด็กหลายคนเขาก็เหมือนลูกเรานั่นแหละ ไปโรงเรียน พอว่างกลับมาไม่ช่วยงานพ่อแม่ อยู่แต่ในห้อง เล่นโทรศัพท์ เล่นเกม ตอนเรามองหาเด็กเราก็คิดไปด้วยว่า จะหาวิธีไหนที่ทำให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลุกขึ้นมาช่วยเหลือพ่อแม่บ้าง เพราะเวลาลูกเราไม่ช่วย เราก็หนักใจ ตอนเด็กเรานึกถึงพ่อแม่ ช่วยพ่อแม่เพราะกลัวเขาลำบาก แล้วทำไมลูกๆ เราถึงไม่นึกถึงเราบ้าง”แอน-สุติมา ริยาพันธ์ คณะทำงานจากหมู่ 7 กล่าว</p>



<p>เสียงของแอนไม่ได้เป็นเพียงความห่วงใยในฐานะคนทำงาน แต่เป็นความรู้สึกของคนในชุมชนที่มองเห็นเด็กคนหนึ่งด้วยสายตาเดียวกับที่มองลูกของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>เด็กส่วนมากที่อยู่ติดบ้าน ไม่ได้เรียนหนังสือ เวลาพ่อแม่ออกไปทำงานด้านการเกษตร ไปทำงานรับจ้าง ก็จะอยู่บ้านเพียงลำพัง ทำให้เกิดปัญหาติดมือถือ ติดเกม บางคนเล่นเกมทั้งวันทั้งคืนเพียงลำพัง บางคนก็ชวนเพื่อนมาเล่นเกมด้วย ดึกๆ ดื่นๆ ก็จะต้มน้ำกระท่อมดื่มกัน</p>



<p>พอติดน้ำกระท่อม ติดเพื่อน ก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่เด็กมีต่อครอบครัว ชุมชน และทำให้พัฒนาการด้านการเรียนรู้ติดขัด สมาธิสั้น เกิดภาวะออทิสติกเทียม ปัญหาที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ชายขอบเมืองที่พ่อแม่เด็กต้องไปทำงาน ทิ้งเด็กไว้ในบ้าน</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ไม่ได้ไปเรียนและอยู่ติดบ้าน เพราะเป็น ‘โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD)’ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน เขียน คำนวณ ซึ่งเป็นปัญหาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ คนอื่นเข้าถึงไม่ได้ และพอคิดแบบนี้ เด็ก LD หลายคนจึงถูกทิ้งไว้ในบ้าน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมีจำนวนไม่พอและไม่รู้ต้องทำอย่างไรที่จะเข้าถึงเด็กได้ทุกคน</p>



<p>การที่ทีม อสม. เดินเข้าไปดึงเด็ก LD ออกมาทำกิจกรรมในพื้นที่ของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด สอนปลูกผักจนทำให้สมาธินิ่งขึ้น จึงเป็นกระบวนการที่หน่วยงานใหญ่อย่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขยังเข้าไม่ถึง</p>



<p>“พี่อยากให้เด็กหลุดพ้นจากครอบครัว หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่เขาทำงาน ไม่ได้ดูแลลูก ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่ดี อย่างน้อยเราเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิสัยเด็ก” สาว-อุบลรัตน์ เมฆไลย ผู้รับผิดชอบโครงการและคณะทำงานหมู่ 2 อธิบาย</p>



<p>การดึงเด็กออกจากบ้านจึงเป็นหนทางที่จะทำให้เด็ก ‘รอด’ จากความเสี่ยงที่จะตามมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-101430" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/VHV-Tha-Sathon_web_1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ส่วนมากคนในตำบลนี้เป็นญาติกันหมดเลย เราก็จะรู้กันว่าคนนี้มีลูกไม่ได้เรียนหนังสือนะ พอรู้เราก็จะนัดกรรมการเพื่อลงไปบ้านนั้นด้วยกัน ส่วนมากพี่จะดึงพี่คนนี้ไป” <strong>สาว-อุบลรัตน์ เมฆไลย</strong> <strong>ผู้รับผิดชอบโครงการและคณะทำงานหมู่ 2 บ้านบ่อกรัง</strong> เล่าพร้อมชี้ไปทาง <strong>รา-ชนากานต์ สุวรรณภักดี คณะทำงานหมู่ 3 บ้านท่าสะท้อน</strong></p>



<p>พี่สาวอธิบายว่า การตรวจสอบว่าบ้านหลังไหนมีเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพราะคนในตำบลนี้ส่วนมากเป็นญาติกัน มีอะไรก็เล่าสู่กันฟัง และยิ่งสวมหมวก อสม. พ่วงตำแหน่งอื่นๆ ในชุมชน จึงไม่แปลกที่จะรับรู้ความเป็นไปของแต่ละครัวเรือน</p>



<p>“เด็กหมู่ 1 ถือว่าเป็นลูกเป็นหลานเราหมดเลย เพราะพี่อยู่หมู่ 1 ตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้เราอายุเยอะ พ่อแม่ของเด็กในหมู่ 1 ก็เหมือนเป็นหลานเรา แล้วเราก็เป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็น อสม. ทำงานหลายตำแหน่ง พ่อแม่ของเด็กก็เห็นว่าให้เด็กมากับเราได้ พอเราลงพื้นที่ไปคุย พ่อแม่เด็กก็บอกว่าให้เอาไปเลย เด็กจะได้<strong>รู้สา</strong>” <strong>เล็ก-จันทิมา อิศรางกูร ณ อยุธยา คณะทำงานหมู่ 1 บ้านนาค้อ</strong> เล่าให้ฟัง</p>



<p>คำว่า <strong>‘รู้สา’</strong> ในภาษาใต้ แปลว่า รู้เรื่องรู้ราว รู้ความ การที่พ่อแม่ของเด็กปล่อยให้เด็กมาอยู่กับกลุ่มจึงแปลว่า พ่อแม่ของเด็กไว้ใจให้กลุ่มดูแลลูกตัวเอง และเชื่อว่ากลุ่มจะสามารถทำให้ลูกของตนพัฒนาขึ้นได้ ซึ่งพี่เล็กเสริมว่าพ่อแม่บางคนที่ปล่อยลูกให้มาร่วมโครงการเป็นเพราะไม่มีเวลาดูแลลูกตัวเอง ต้องออกไปทำงาน ปล่อยให้ลูกอยู่บ้านโดยลำพัง ทำให้เด็กบางคนติดบ้าน ติดมือถือ ติดเกม</p>



<p>ซึ่งหากชวนแล้ว บอกพ่อแม่แล้ว แต่เด็กไม่ยอมมา ทีม อสม. ก็จะไม่ทิ้งเด็ก จะตามไปชวนอีกรอบ บางครั้งก็ต้องขอให้พ่อแม่มาส่ง หรือบางครั้งพี่สาวก็จะขับรถกระบะไปรับเด็กถึงบ้าน</p>



<p>“ส่วนมากเด็กที่ไม่มา เขามีปัญหาเรื่องการเดินทางด้วย เพราะสถานะทางบ้านยากจน บ้านมีมอเตอร์ไซต์แค่คันเดียว แม่ก็ต้องขี่ไปทำงาน เด็กก็ไปไหนไม่ได้ พี่ก็เลยไปรับมาเลยไง” พี่สาวเล่าพร้อมหัวเราะ</p>



<p>นนท์ วัย 26 ปีที่กำลังจะขึ้นมาเป็นพี่เลี้ยงของกลุ่มก็เคยปฏิเสธการเข้าโครงการ เพราะกังวลว่าความพิการของตัวเองจะส่งผลต่อการเดินทางมาร่วมกิจกรรม และกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระ แต่เพราะผู้ใหญ่เอกและทีมงานช่วยกันโน้มน้าวให้ลองมาดูก่อน นนท์จึงได้มาร่วมกิจกรรม</p>



<p>“ตอนแรกไม่อยากมา ผมบอกผู้ใหญ่ว่าอย่าดีกว่า เพราะจะเป็นภาระคนอื่นผู้ใหญ่บอกไม่เป็นไร ให้มาค่อยๆ พัฒนาตัวเอง ไม่มีใครว่าอะไร ทุกคนเป็นกันเอง พอได้มาก็ได้เจอผู้คน ทำให้กล้าแสดงความคิดเห็น” นนท์กล่าว</p>



<p>การมาทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆ ทำให้จากเดิมที่อยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน นนท์ในตอนนี้ก็มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกันและเพื่อนรุ่นน้อง มีเงินเดือนจากการได้ไปทำงานในโรงงานในตำแหน่งประสานงานที่จะมีผู้ใหญ่เอกเป็นคนเซ็นเอกสารรับรองให้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือให้เกิดการจัดกิจกรรมในกลุ่มเยาวชน และมีธุรกิจขนส่งเล็กๆ ในชุมชนของตัวเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101428" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-80.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สิ่งที่คณะทำงานของท่าสะท้อนอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเด็ก คือ เด็กดูแลตัวเองได้และมีสังคม แต่เด็กแต่ละคนมีเรื่องราว มีอุปนิสัย และความสนใจที่แตกต่างกันไป การทำให้เด็กเปิดใจ ยอมมาทำกิจกรรมบ่อยๆ จึงต้องใช้เวลา ซึ่งตัวคณะทำงานเองก็ต้องสังเกตด้วยว่า เด็กมีความสนใจหรือทักษะอะไรติดตัวมาบ้างหรือเปล่า หรือมีเรื่องไหนที่สามารถส่งเสริมให้เขาพัฒนาตัวเองได้เลยทันที</p>



<p>แต่ก่อนที่จะรู้ว่าเด็กสนใจอะไร มีทักษะด้านไหน จะต้องชวนเด็กมาร่วมกิจกรรมให้ได้ก่อน ซึ่งเคล็ดลับในการดึงเด็กมาที่ผู้ใหญ่เอกเฉลยให้ฟัง คือ การให้ค่าเดินทาง</p>



<p>“ตอนแรกๆ เด็กที่มาเขาไม่เต็มใจมาหรอก แต่พี่ไปบอกว่า น้องมาเถอะ มีค่าเดินทางให้นะ สำหรับเด็กบางคนเงิน 100 บาท มันเยอะ เขาเลยมาเพราะเขาจะได้เงินค่าเดินทาง แต่พอเขามา ได้สัมผัสกับกิจกรรม กับพวกผู้ใหญ่ กับพวกพี่เลี้ยง แล้วประทับใจ เขาก็มาเรื่อยๆ” พี่สาวอธิบาย</p>



<p>เงินค่าเดินทางจึงเป็นก้าวแรกในการพาเด็กเขามาในพื้นที่โครงการ แต่สิ่งที่จะทำให้เด็กมาอย่างต่อเนื่อง สนุกกับการทำกิจกรรม คือ การทำให้เด็กรู้สึกว่าการมาที่นี่ทำให้เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้พัฒนาตัวเองอย่างอิสระ และทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการติดเกม ติดเพื่อน ติดเที่ยว</p>



<p>ซึ่งเรื่องที่เด็กสามารถพัฒนาได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ด้านวิชาการ หรือทักษะในการประกอบอาชีพ เพราะสามารถเป็นเรื่องทั่วไปอย่างการดูแลเนื้อตัวให้สะอาด</p>



<p>“เด็กบางคนเขาไม่สนใจตัวเอง ไม่อาบน้ำสระผม”</p>



<p>พี่เล็กเล่าว่า เมื่อก่อนเวลาน้องฝน (นามสมมติ) มาร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม น้องจะมีกลิ่นตัว พอถามว่าอาบน้ำหรือยัง น้องฝนมักจะตอบว่าอาบแล้วเสมอ พี่เล็กจึงบอกให้พี่สาวพาน้องฝนไปร้านเสริมสวย โดยให้น้องฝนเลือกได้เลยว่าอยากทำอะไร พี่สาวจะเป็นคนจ่ายให้</p>



<p>แน่นอนว่าน้องฝนเลือกที่จะทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สระ ซอย ทรีตเมนต์ และทำให้น้องฝนรู้สึกชอบ ดีใจ และสนิทใจกับกลุ่มมากขึ้น</p>



<p>“เดี๋ยวนี้พอเจอน้องพี่จะถามว่าสบู่ที่ให้ไปหมดหรือยัง วันนั้นน้องตอบว่ายังไม่หมด พี่เลยพูดว่าไม่อาบน้ำอีกน่ะสิเลยไม่หมด แต่น้องบอกว่า หลังจากวันนั้นมีครู กศน. ให้บ้าง แล้วน้องซื้อเองบ้าง มันก็แปลว่าเขาหันมาดูแลตัวเองแล้ว” พี่สาวเล่าเสริม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101425" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-77.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ทีม อสม. อยากให้พื้นที่กิจกรรมตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กอยากออกจากบ้านมาหา มาทำกิจกรรม ซึ่งพอถามว่าพื้นที่ปลอดภัยคือพื้นที่แบบไหน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ตรงไหนก็ได้ที่อยู่แล้วสบายใจ ผ่อนคลาย พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง&nbsp;</p>



<p>ซึ่ง 1 ในเคล็ดลับที่จะทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย กล้าพูดคุย คือ ต้องพูดดีๆ กับเด็ก ไม่เหมือนกับบางบ้านที่พูดจาไม่เพราะกับลูก</p>



<p>“เทคนิคการพูดกับเด็กก็สำคัญ แทนที่จะถามเด็กว่า ‘ไปไหน๊ (เสียงดัง ห้วน)’ ก็ให้พูดว่า ‘จะไปไหนเหรอลูก (น้ำเสียงนุ่มนวล)’” พี่เล็กยกตัวอย่าง</p>



<p>ทั้งพี่แอนและพี่สาวอธิบายเพิ่มเติมว่า การที่แต่ละบ้านพูดห้วน สั้น ไม่เพราะ ไม่มีหางเสียง บางครั้งไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เป็นแค่วิธีการพูดแบบ ‘คนบ้านเรา’ อย่างที่เราเคยเห็นมุกตลกว่าคนใต้นั่งรถไฟสวนกันก็คุยรู้เรื่อง</p>



<p>“เราพูดกับน้องเพราะ เรียกเขา น้องอย่างนู้น น้องอย่างนี้ เราก็เข้าใจนะว่าบางบ้านเขาพูดไม่เพราะ แต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับลูกเขา” พี่สาวกล่าว</p>



<p>พอวิธีการพูดแตกต่างกับที่บ้าน เด็กก็จะรู้สึกว่าผู้ใหญ่ที่นี่ไม่น่ากลัว และทำให้เปิดใจพูดคุย ปรึกษาในเรื่องที่เขาอาจไม่เคยคุยกับคนที่บ้านมาก่อน</p>



<p>ซึ่งในตอนนี้ ทีม อสม. หลายคนก็ถูกเด็กๆ เปลี่ยนวิธีเรียก จากเดิมเป็นป้า เป็นน้า ด้วยอายุที่ห่างกันมาก เป็นพี่ หรือไม่ก็แม่ เพราะเด็กๆ รู้สึกสนิทสนมมากขึ้น และรู้สึกว่าคณะทำงานของที่นี่เป็นกันเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101426" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-78.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“พี่อยากให้เด็กหลุดพ้นจากครอบครัว”</p>



<p>นอกจากวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว พี่สาวมีเป้าหมายของตัวเองเป็นการช่วยเหลือให้เด็กออกมาจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่ไม่ปลอดภัย โดยยกตัวอย่างเป็นกรณีลูกของเหลนของพี่เล็ก</p>



<p>“หลายครอบครัวที่พี่เห็นไม่ค่อยโอเค ไม่ใส่ใจลูก เราเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนนิสัยเด็ก อย่างเคสหลานของพี่เขา พี่ก็อยากดึงออกมา เพราะลักษณะบ้านเขาไม่ปลอดภัย”</p>



<p>บ้านของเหลนพี่เล็ก มีลักษณะเป็นห้องโถงกว้างที่นอนรวมกัน และกั้นโซนครัวไว้เล็กน้อย ซึ่งลูกๆ 4-5 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด แต่ในตอนนี้ลูกสาวคนโตของบ้านพาแฟนเข้าบ้าน เวลาคนแม่ออกไปทำงานรับจ้างจึงเป็นกังวลอยู่เสมอ กลัวว่าลูกตัวเองจะไม่ปลอดภัย</p>



<p>หากดึงออกมาร่วมกิจกรรมบ่อยๆ ได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น</p>



<p>“แม่เขาทำงานรับจ้างเสิร์ฟอาหารเวลามีงาน มีโต๊ะจีน แล้วที่บ้านเขาไม่ปลอดภัยเพราะมีลูกเขยอยู่ พอลูกคนพี่มาร่วมกิจกรรมกับเรา เขาก็อยากให้คนน้องมาด้วย จะได้ไปทำงานแบบโล่งอก” <strong>นิด-นิตยา ศักดา คณะทำงานหมู่ 5 บ้านเขาพลู</strong> เสริม</p>



<p>บ้านที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กด้วยเช่นกัน เพราะครั้งแรกที่พี่เล็กเข้าไปคุยกับเด็กในบ้านนี้ เด็กจะไม่ค่อยพูดค่อยจา ก้มหน้า ไม่ร่าเริง แต่หลังจากมาร่วมกิจกรรม พฤติกรรมของเด็กก็เปลี่ยนไป กล้าพูด กล้าแสดงออก และแสดงความต้องการว่าอยากออกมาอยู่ข้างนอก</p>



<p>“ตอนที่ไปทัศนศึกษาที่เกาะสมุย เราก็ถามเด็กๆ ว่าใครอยากมาเรียนที่นี่บ้าง เขาก็บอกว่าอยากมา แต่อายุเขาไม่ถึง น้องเขาอยากออกมาอยู่ข้างนอก พี่เลยอยากสนับสนุนเขา อยากดึงเขาออกมา” พี่สาวเสริม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101427" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-79.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับพี่นิด ความคาดหวังจากการลงมาคลุกคลีกับเด็ก คือ อยากให้เด็กในพื้นที่เรียนจบ มีงานทำ และอยู่ในสังคมได้ เพราะเด็กหลายคนที่นี่ก่อนจะมาเข้าร่วมโครงการ ถ้าไม่อยู่บ้านว่างๆ ไม่ทำอะไร ไม่ช่วยงานพ่อแม่ ก็ติดเกม ติดเพื่อน บางคนก็ลองสารเสพติดอย่างน้ำกระท่อม เพราะเพื่อนชวน</p>



<p>“เราไม่รู้ว่าพ่อแม่จะเลี้ยงดูเขาได้ถึงไหน ถ้าเขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต่อไปชีวิตเขาลำบากแน่ แล้วถ้าเขาอยู่คนเดียว ไม่มีสังคม มันก็ไม่ได้ คนเราอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ แต่พอเขาออกมาอยู่ตรงนี้ เขาเริ่มมีสังคม” พี่นิดกล่าว</p>



<p><strong>ตั๊บ วัย 15 ปี</strong> เป็นเด็กคนหนึ่งที่พี่นิดบอกว่า พอมาอยู่ด้วยกัน พฤติกรรมก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน</p>



<p>ด้วยฐานะทางบ้านและพฤติกรรมที่ถูกบอกว่าเกเร ไม่ชอบเรียนหนังสือ ทำให้ตั๊บหลุดออกจากระบบตอนประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งในช่วงแรกที่หลุดระบบออกมา หากไม่ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ตั๊บก็จะเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน</p>



<p>ตั๊บรู้จักกลุ่มนี้ เพราะพี่ชายของตั๊บเองก็อยู่ในโครงการนี้เช่นกัน และ<strong>กิ๊บ เด็กในโครงการรุ่นแรก</strong>ที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงก็มาโน้มน้าวตั๊บให้มาร่วมกิจกรรมโดยการบอกว่า ‘ชวนมาเอาตังค์’</p>



<p>“ตอนนั้นที่ชวนมา ผมอยู่ว่างๆ พอมาแล้วได้ความรู้หลากหลายด้าน มันก็ชอบทุกอย่างครับ เพราะผมทำได้เพลินๆ ทำได้เรื่อยๆ” ตั๊บพูด</p>



<p>การที่ตั๊บได้มารวมกลุ่ม ได้เจอคนอื่นๆ มีเพื่อนต่างรุ่น มีผู้ใหญ่ที่สนิทใจ ทำให้นิสัยและพฤติกรรมของตั๊บเปลี่ยนไป ตั๊บได้ไปช่วยงานกู้ภัย ได้ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งคนขับรถบดถนน และจากเดิมที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเรียน ตั๊บในตอนนี้ตั้งใจที่จะเรียน กศน. ให้จบเพื่อวุฒิ ม.6 จะได้เอาวุฒิไปสมัครงาน</p>



<p>“เมื่อก่อนน้องตั๊บเขาแยกตัวเอง พอมาอยู่นี่เราก็เห็นว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว หน้าตาก็เปลี่ยนไปเลยนะ น่ารักขึ้น เมื่อก่อนเห็นเราไม่มีทัก นั่งทำหน้าเฉยๆ แต่เดี๋ยวนี้พอเห็นเราก็เรียก ก็ทักตลอด” พี่นิดเสริม</p>



<p>การมาเอาตังค์ของตั๊บในวันนั้น จึงไม่ได้ทำให้ตั๊บได้แค่เงิน 100 บาท แต่ยังได้โอกาสในการทำความรู้จักเพื่อนคนอื่น ได้โอกาสในการทำงาน และได้ช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายของที่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101429" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-81.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นกิจกรรมเด่นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ที่พอถามเด็กคนไหนในโครงการ ต่างคนก็ต่างพูดถึง และเป็นกิจกรรมที่ชอบกันมากที่สุด เพราะมันสามารถสร้างงานสร้างอาชีพ</p>



<p>แต่สำหรับ<strong>น้องนาส</strong> การเรียนรู้ที่จะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป</p>



<p>“ตอนแรกที่ผู้ใหญ่ไปชวน น้องไม่เต็มใจที่จะมา ผู้ใหญ่ก็คุยกับพ่อแม่จนพ่อแม่พาน้องมาส่ง แม่คอยอยู่ประกบในช่วงแรกๆ ตอนนี้น้องเปลี่ยนไปเยอะ จากเด็กที่เงียบๆ ไม่พูด น้องไปเรียนเกษตร แข่งขันได้ที่ 1”</p>



<p>พี่สาวเล่าว่า ครั้งแรกที่พาน้องมาทำกิจกรรม พอถามว่าน้องชื่ออะไร แทนที่จะตอบชื่อตัวเอง สิ่งที่น้องทำที่การโยนบัตรประชาชนให้พร้อมพูดว่า “ดูบัตรประชาชนเอา”</p>



<p>“น้องเขาไม่ไว้วางใจใครเลยนะ เขาแยกตัวอยู่ในโลกส่วนตัว” พี่เล็กเสริม</p>



<p>แต่พอมาร่วมกิจกรรมบ่อยๆ น้องนาสจึงค่อยๆ เปลี่ยนตัวเอง จากที่ไม่คุยกับใคร น้องนาสในตอนนี้เวลาเห็นหน้าพี่ๆ อสม. ก็จะเรียก ก็จะทักทาย กลายเป็นเด็กที่น่ารัก และกลายเป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนอื่นๆ ในโครงการ</p>



<p>ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของน้องนาสทำให้ตัวพี่สาวภาคภูมิใจในการทำงานของตัวเองเช่นกัน</p>



<p>“ตอน กสศ. ให้ไปนำเสนอที่เมืองทอง แล้วต้องพาเด็กไป พี่ก็นอนห้องเดียวกับน้องเขา วันนั้นน้องเขาปวดท้อง แต่ไม่รู้ว่าปวดอะไร พี่เลยไปซื้อยาให้แล้วน้องก็หายดี พอถึงวันที่กลับ น้องพูดกับพี่ว่า “รู้ไหม น้าสาวดูแลหนูเหมือนแม่เลยนะ” เราเลยรู้สึกประทับใจตัวเองว่า เราสามารถทำให้เด็กวางใจได้ และการที่น้องพัฒนาตัวเองได้ มันก็เป็นความสุขของพี่”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์&nbsp;<br>ภาพถ่าย :&nbsp; อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : บัว คำดี</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210426/">เด็ก ‘รู้สา’ ด้วยพลังแม่ๆ อสม. ทีมวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ที่มองเด็กๆ ด้วยสายตาเดียวกับที่มองลูกตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
