<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Jul 2021 13:32:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 13:32:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.เสาวภาคย์ สว่างจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิชญา ผิวคำ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิญญาณความเป็นครู]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42787</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/">ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ทุนสำหรับนักเรียนในพื้นห่างไกลเรียนจบกลับไปเป็นครูพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (Protected School/Stanalone) เท่านั้น แต่โครงการนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาต้นแบบการผลิตครูรุ่นใหม่ในระบบปิดให้สอดรับตรงกับความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ซึ่งมีบริบทที่แตกต่างกัน</p>



<p>ในฐานะร่วมเป็นสถาบันผลิตครูรัก(ษ์)ถิ่นมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 <strong> ดร.วิชญา ผิวคำ อาจารย์ประจำสาขาประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </strong>มองว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตครูตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือ ขั้นตอนการรับสมัครนักศึกษา ที่ทำให้รู้จักตัวนักศึกษา รู้จักบริบทพื้นฐาน เพื่อให้สถาบันผลิตครูสามารถออกแบบหลักสูตรไปตอบสนองบริบทของชุมชนได้โดยตรง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b753d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“แต่ก่อนเราผลิตครูตามหลักสูตรอุดมศึกษาแกนกลาง เราไม่รู้ว่าผลิตครูแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง แต่โครงการนี้เหมือนเรามีเป้าหมาย เช่น นักศึกษาคนนี้จบแล้วจะไปสอนหนังสือบนดอย ควรจะต้องมีความรู้อะไรบ้าง จะได้เตรียมออกแบบนักศึกษาครูให้ตรงกับบริบทนั้น รวมไปถึงหลักสูตรเสริมที่มีเป้าหมายมากขึ้นว่า เราอยากให้เขาเป็นนักวิจัย นักพัฒนาชุมชน เราก็ใส่กระบวนการพัฒนาเขาตั้งแต่เริ่มเรียนปีหนึ่งได้เลย ให้เขาใช้ ชินกับกระบวนการนี้ ออกแบบนวัตกรรมการสอน มีเป้าหมายที่ชัดเจน”</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-05e662e6 gb-headline-text">ลงพื้นที่โรงเรียนปลายทาง ปลูก “จิตวิญญาณความเป็นครู”</h2>



<p>รวมทั้งเรื่อง “จิตวิญญาณความเป็นครู” ที่ผ่านมาจะเห็นหลายคนมีพัฒนาการฉายแววชัดเจน ส่วนหนึ่งจากที่ออกแบบให้นักศึกษาไปลงพื้นที่โรงเรียนปลายทางที่เขาจะกลับไปบรรจุ พอกลับมาเขาก็มาเล่าให้ฟังว่า มีคนที่ยังรอพวกเขาอยู่ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้พวกเขาตั้งใจเรียนและกลับไปสอนหนังสือที่นั่น หรือเมื่อตอนรับสมัครนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 2 เขาเป็นพิธีกรเล่าให้น้อง ๆ ฟังว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้เรียนแค่เพื่อตัวเอง เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ แต่ยังมีเด็ก ๆ และคนในพื้นที่ที่รอพวกเขาอยู่ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b64778"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นถือเป็นต้นแบบการผลิตครูแนวใหม่ ทำให้แต่ละภูมิภาคสามารถมีรูปแบบการผลิตครูที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ของตัวเองได้ดี ปกติเราเคยแต่ผลิตครูโดยไม่มีโจทย์ให้ต้องตอบ เช่น คนกรุงเทพฯ มาเรียนที่เชียงใหม่แล้วกลับไปสอนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตอนเราสอนเขา เราก็สอนในบริบทของเชียงใหม่ ไม่รู้ว่าเขาจะไปดำรงวิชาชีพที่กรุงเทพฯ ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ถ้าเรามีต้นแบบ มีกระบวนการเฉพาะในพื้นที่ ก็จะช่วยให้เรียนรู้บริบทพื้นที่ วัฒนธรรม เพราะการเข้าใจเด็กไม่ใช่แค่เข้าใจในตัวเด็ก แต่ต้องเข้าใจเชิงบริบทพื้นที่ วัฒนธรรมด้วย ดังนั้นในระยะยาวโครงการนี้จึงน่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับประเทศไทยได้” ดร.วิชญากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-190fad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-c491cf25 gb-headline-text">การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คัดกรองจนมั่นใจว่าได้คนที่เหมาะสมเป็นครูจริง ๆ</h2>



<p>คล้ายกับ <strong>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</strong> ที่มองว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับกระบวนการผลิตครูในระบบปิด  ตั้งแต่การรับคนที่มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู นำมาผ่านกระบวนการคัดกรองจนเกิดความมั่นใจว่าคนนี้เหมาะที่จะเป็นครูจริง ๆ  หลายสาขาวิชาที่มีนักศึกษาเกินจำนวนก็นำวิธีการนี้ไปประยุกต์ใช้รับนักศึกษา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-77b972"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ถัดมาที่การเรียนการสอนที่พัฒนาวิชาแนวข้างเพิ่มเติมจากวิชาชีพครู ตอนนี้ก็มีหลายสาขาวิชาเอาแนวคิดไปประยุกต์พัฒนากิจกรรมเสริมให้กับนักศึกษา สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นตัวอย่างและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสาขาวิชาอื่นได้เห็นแนวทางและนำไปปรับใช้</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เหมือนเราผลิตของระดับพรีเมียม คัดคนมาอย่างดี ได้ครูที่มีจิตสำนึก มีจิตวิญญาณความเป็นครู รักท้องถิ่น จบแล้วกลับไปพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด  ถือเป็นการพิสูจน์ว่าทำแบบนี้แล้วมันดี ได้ของดีจริง นำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งท้ายที่สุดความยั่งยืนก็จะอยู่ที่กระบวนการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยว่าจะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ได้อย่างจริงจัง และทำให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d0ccb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อีกมุมหนึ่งยังตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  ​เริ่มตั้งแต่การให้ทุนมาเรียน ซึ่งหากไม่มีทุนนี้ เด็กกลุ่มนี้ก็อาจได้เรียนต่อในระดับที่สูง ถือเป็นเรื่องแรกในการลดความเหลื่อมล้ำดูแลเด็กในพื้นที่ห่างไกล เรื่องที่สองคือ เมื่อพวกเขาจบไปเป็นครูก็จะได้กลับไปช่วยสอนหนังสือพัฒนาชุมชนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ในระยะยาวอีกทางหนึ่งด้วย ระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยจึงพยายามออกแบบกิจกรรมให้เขาได้ลงพื้นที่ ไม่ใช่แค่เรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว  </p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-f063d472 gb-headline-text">Enrichment Program เสริมความพร้อมสู่นักพัฒนาชุมชน</h2>



<p>ในแง่การทำงาน สถาบันผลิตครูที่เข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นถือเป็นกำลังสำคัญที่ต้องทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่การออกไปค้นหานักเรียนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.เสาวภาคย์ สว่างจันทร์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี </strong>กล่าวว่า จากเดิมทางคณะเป็นที่สนใจของนักศึกษา แค่อยู่เฉย ๆ ก็มีนักศึกษามาสมัครจำนวนมาก แค่รอคัดเลือกจากนักศึกษาที่มาสมัคร แต่ก็จะทำให้รู้จักกับนักศึกษาแค่ช่วงเวลาที่มาสัมภาษณ์ ไม่ได้รู้จักครอบครัวเด็ก  แต่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นทำให้ต้องลงไปค้นหาเด็ก ไปรู้จักกับครอบครัว เห็นความเป็นอยู่ของเด็ก เวลามีปัญหาก็จะได้เข้าใจและแก้ปัญหาได้อย่างทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d1a9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“หนึ่งในเป้าหมายของครูรัก(ษ์)ถิ่นคือการผลิตครูออกไปเป็นนักพัฒนาชุมชน ทำให้ต้องลงพื้นที่ที่ไปเก็บข้อมูล ศึกษาบริบทชุมชน&nbsp; สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน เนื้อหาเหล่านี้จะไปบูรณาการอยู่ในวิชาต่าง ๆ อีกด้านหนี่งก็จะมีกิจกรรม Enrichment Program เช่น ​การเข้าค่ายครูดีในดวงใจ ไปสวนโมกข์เพื่อเรียนวิถีชีวิตตามรอยพระพุทธทาส เรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรมีโครงการครูรักษ์ผัก ที่จะทำให้เขาจบออกไปมีความพร้อมไปเป็นนักพัฒนาชุมชน หลายคนได้สะท้อนความภูมิใจ และมีแรงบันดาลใจที่จะกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของเขา”</p>



<p>ส่วนกระบวนพัฒนาโรงเรียนปลายทางที่เด็กจะกลับไปบรรจุเป็นครูเมื่อเรียนจบแล้วนั้น ผศ.เสาวภาคย์อธิบายขั้นตอนการทำงานว่า ได้เชิญทางโรงเรียนมาร่วมถอดบทเรียน   ค้นหาครูรัก(ษ์)ถิ่นแบบไหนที่โรงเรียนต้องการ เ พื่อนำไปสู่การพัฒนาให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ก็จะพาคุณครูไปดูงานแล้วกลับมาถอดบทเรียนช่วยกันสร้างโมเดลต้นแบบ  ซึ่งทั้งหมดวางเป้าหมายว่าอยากจะเห็นเด็กที่จบออกไปเป็นครูปฐมวัยที่สามารถพัฒนาเด็กปฐมวัยในชุมชนของเขาที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในวันข้างหน้า รวมทั้งจบไปเป็นครูที่เป็นนักพัฒนาชุมชนเสียงสะท้อนเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของสถาบันการศึกษาที่จะช่วยกันพัฒนาต้นแบบการผลิตครูในระบบปิดที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ในบริบทที่แตกต่างกัน โดยปัจจุบันโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นกำลังเปิดรับสมัครสถาบันอุดมศึกษาที่สนใจเข้าร่วมเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูในโครงการ รุ่นที่ 3 ประจำปี 2565</p>



<p></p>



<p><strong>สถาบันที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :</strong><br><a href="https://www.eef.or.th/notice/fund-teachereef-2565/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/notice/fund-teachereef-2565/">ประกาศ กสศ. เรื่อง เปิดรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2565</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/">ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
