<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิทยาลัยชุมชนตาก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Dec 2019 09:44:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วิทยาลัยชุมชนตาก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/431-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2019 09:44:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ จันทร์อินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยชุมชนตาก]]></category>
		<category><![CDATA[นวดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Nuad Thai]]></category>
		<category><![CDATA[traditional Thai massage]]></category>
		<category><![CDATA[Representative of the Intangible Cultural Heritage of Humanity]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์แผนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตร์ของการรักษาด้วยร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[bodily manipulation]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร]]></category>
		<category><![CDATA[วชช.]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาเขตสกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวรุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10168</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนวดแผนไทยเป็นองค์ความรู้เก่าแก่และเป็นภูมิปัญญาของคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/431-2/">ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-10172" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056.jpg" alt="" width="720" height="407" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056-300x170.jpg 300w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<blockquote><p>การนวดแผนไทยเป็นองค์ความรู้เก่าแก่และเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ที่สืบทอดมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก วันนี้องค์การยูเนสโกได้มีมติให้การ ‘นวดไทย’ (Nuad Thai, traditional Thai massage) ขึ้นบัญชีเป็นตัวแทน ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ’ (Representative of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา</p></blockquote>
<p>ในแง่การอนุรักษ์ วิทยาลัยชุมชนตาก ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่บรรจุการนวดแผนไทยไว้ในหลักสูตรสาขาวิชา ‘แพทย์แผนไทย’ ที่เปิดสอนต่อเนื่องมาเป็นเวลา 17 ปี โดย จารุวรรณ จันทร์อินทร์ แพทย์แผนไทยชำนาญการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก อาจารย์ผู้สอนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทย วิทยาลัยชุมชนตาก ได้อธิบายถึงจุดเริ่มต้นของสาขาวิชาที่ปัจจุบันมีสถาบันเพียงไม่กี่แห่งว่า แพทย์แผนไทยคือศาสตร์ความรู้ประจำชาติที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ จึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ และจำเป็นต้องสนับสนุนให้ได้รับการพัฒนาต่อ ด้วยการเปิดการเรียนการสอนที่ถูกต้องและเต็มรูปแบบ เพื่อให้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ และสืบสานสู่คนรุ่นต่อไปไม่สิ้นสุด</p>
<p>การที่ศาสตร์นวดไทยได้รับยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก แสดงถึงคุณค่าที่ไม่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ หากหมายถึงคนทั่วโลกให้การยอมรับว่า ศาสตร์และศิลป์ในการรักษาโรคแบบดั้งเดิมของไทย ที่ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยและดูแลสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องใช้ยา แต่เป็นศาสตร์ของการรักษาด้วยร่างกาย (bodily manipulation) ที่อาศัยการนวดจุดต่างๆ บนร่างกายเพื่อปรับสมดุลและโครงสร้างให้เลือดลมตามเส้นไหลเวียนได้ดีขึ้น อันเป็นภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทยในสังคมเกษตรกรรมแต่ครั้งเก่าก่อน ได้กลายเป็นทักษะและองค์ความรู้ที่ถูกนำไปใช้ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว</p>
<p>การบรรจุวิชาแพทย์แผนไทยไว้ในหลักสูตร มีที่มาจากภูมิศาสตร์และลักษณะเชิงสังคมของจังหวัดตาก<br />
ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชากรกระจายตัวอาศัยอยู่ในหลายท้องที่ที่ยังทุรกันดาร การแพทย์ทางเลือกจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนมานาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10173" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861.jpg" alt="" width="720" height="479" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<blockquote><p>“ด้วยบริบททางวัฒนธรรมและข้อจัดทางพื้นที่ ศาสตร์แพทย์แผนไทยได้มีบทบาทดูแลรักษาสุขภาพของผู้คนในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกล หรือในชนเผ่าต่างๆ บนดอยสูง ซึ่งโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์แบบคนเมืองยังมีไม่มากมา ทางวิทยาลัยจึงมีแนวคิดเริ่มต้นในการจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับคนในท้องถิ่นหรือชุมชนต่างๆ ให้พวกเขาได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนาและมีระบบแบบแผน กลับไปใช้ดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ แต่เมื่อเวลาผ่านมา ความต้องการของตลาดเริ่มมีมากขึ้น วิชาความรู้ในแขนงนี้จึงขยายตัวออกไปสู่สังคมเมืองและเติบโตขึ้นจนถึงความสนใจในระดับนานาชาติ” อาจารย์จารุวรรณ กล่าว</p></blockquote>
<p>อาจารย์จารุวรรณ กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรแพทย์แผนไทยประกอบด้วยองค์ความรู้ 4 ด้าน ได้แก่ ผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย เวชกรรมไทย และ นวดไทย โดยวิทยาลัยชุมชนตากได้แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี และ หลักสูตรสำหรับผู้ต้องการใบรับรองในการประกอบอาชีพ ซึ่งรองรับโดยสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทย ขณะที่สถาบันที่จะเปิดสอนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทยได้ จะต้องได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพฯ ที่มีเกณฑ์กำหนดคุณภาพการสอนไว้หลายขั้นตอน รวมถึงต้องมีครูผู้สอนที่พร้อมด้วยประสบการณ์ ผ่านหลักสูตรอบรม และที่สำคัญคือต้องมีใบประกอบวิชาชีพในองค์ความรู้ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งจำนวนคนที่มีคุณสมบัติยังมีไม่มาก ในปัจจุบันการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยจึงมีเพียงไม่กี่แห่ง วิทยาลัยชุมชนตากจึงเป็นวิทยาลัยชุมชนแห่งเดียวที่มีหลักสูตรนี้</p>
<blockquote><p>“ในการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ ทางวิทยาลัยได้ระดมอาจารย์ผู้สอนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากและพิษณุโลก วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร(พิษณุโลก) รวมถึงโรงพยาบาลในเครือข่ายหลายแห่ง เพื่อให้นักศึกษาได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ทั้งจากบุคลากรผู้ชำนาญการ และได้เรียนรู้ผ่านสถานที่ปฏิบัติงานจริง โดยทาง วชช. ตาก<br />
มุ่งเป้าผลิตนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแพทย์แผนไทยปัจจุบัน ที่เน้นทักษะการนวดไทยมากที่สุด”อาจารย์จารุวรรณ</p></blockquote>
<p>สำหรับหลักสูตรอนุปริญญา เมื่อเรียนจบแล้วสามารถต่อยอดไปถึงวุฒิปริญญาตรีได้ โดย วชช. ตาก<br />
ได้ MOU กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร และ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปี นอกจากนั้นในระหว่างเรียนระดับอนุปริญญา นักศึกษาสามารถมีสิทธิ์สอบเพื่อได้ใบรับรองในศาสตร์แพทย์แผนไทยทั้ง 4 ด้าน โดยเรียนครบ 1 ปี สามารถสอบใบรับรองผดุงครรภ์ไทย ครบ 2 ปี สามารถสอบนวดไทยและเภสัชกรรมไทย และเมื่อเรียนครบ 3 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สอบเวชกรรมไทย ดังนั้น แม้ในระดับอนุปริญญา หากนักศึกษาเรียนจบและสอบได้ใบรับรองครบ 4 ด้าน เขาก็มีทางเลือกในการทำงานที่มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10174" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>ในเรื่องความนิยมเรียนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทย ที่ประจักษ์ด้วยจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี วิทยาลัยชุมชนตาก ได้มีแผนการรองรับด้วยหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 330 ชั่วโมง ในด้านการนวดไทย และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ขณะที่หลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเปิดสอนแล้ว ได้แก่ หลักสูตรนวดฝ่าเท้า 60 ชั่วโมง และ นวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง ซึ่งแผนพัฒนาหลักสูตรของวิทยาลัยจะรองรับด้านการนวดไทยโดยตรง ด้วยต้องการผลิตทรัพยากรบุคคลที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจและภาพรวมของการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะเรื่องการได้รับใบรับรองการทำงานที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกทำงานได้ทั้งในและต่างประเทศ หรือทั้งในระดับปฏิบัติการและงานด้านบริหาร ซึ่งนับว่าเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับศาสตร์การนวดไทยในปัจจุบัน</p>
<blockquote><p>“การได้รับประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก จะทำให้ตลาดแรงงานในสาขานี้เปิดกว้างยิ่งขึ้น สำหรับทางวิทยาลัย เราต้องการสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทฤษฎีและนำไปใช้กับการทำงานภาคปฏิบัติตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพราะการสั่งสมความรู้และความชำนาญในศาสตร์แพทย์แผนไทยล้วนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ในขณะนี้เรามีนักศึกษากลุ่มทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 ที่เริ่มออกไปทำงานระหว่างเรียนในคลินิกเวชกรรม คลินิกนวดไทย หรือในโรงงานผลิตยาแพทย์แผนไทย ซึ่งเด็กจะได้รับทั้งรายได้ การเรียนรู้ในสถานบริการจริง ได้เข้าไปเห็นว่าบรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร นั่นคือเราต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับเขา” อาจารย์ผู้สอนแพทย์แผนไทย กล่าว</p></blockquote>
<p>เพราะถึงตอนนี้ โอกาสในการทำงานของเขาจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในชุมชนหรือในประเทศอีกแล้ว แต่คุณค่าของวิชาที่เขาเรียนประกอบกับโลกปัจจุบันที่เวิลด์ไวด์เชื่อมต่อกันไม่สิ้นสุด มันเป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้นำเอามรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย ไปเผยแพร่และยึดเป็นวิชาชีพเลี้ยงตัวได้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่มุมไหนบนโลกใบนี้</p>
<p>น้อง ‘ดาวรุ่ง’ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 หลักสูตรอนุปริญญา ปี 1 สาขาแพทย์แผนไทย เผยว่า ได้เห็นและสัมผัสกับองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่เด็ก ในชุมชนบนดอยสูงที่ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดตากร่วม 240 กิโลเมตร ที่นั่น ทุกชีวิตได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากแพทย์แผนไทยประจำชุมชน ได้เห็นการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร บำบัดอาการเจ็บป่วยด้วยการนวด ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้สนใจอยากมาเรียนในสาขาวิชานี้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10175" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>จากที่สนใจมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้เข้ามาเรียนจริงๆ จึงได้รู้ว่าศาสตร์ของแพทย์แผนไทยแตกแขนงไปได้หลากหลาย เอาแค่การนวดก็มีทั้งนวดเพื่อรักษา หรือนวดเพื่อผ่อนคลาย แล้วกว่าจะไปถึงการลงมือนวดได้ เราก็ต้องเรียนรู้ตำแหน่งของเส้นสายหรือจุดต่างๆ บนร่างกายเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร</p>
<blockquote><p>“การเรียนในห้องกับไปทำงานจริงแตกต่างกันมาก ทำให้หนูได้รู้ถึงคุณค่าของประสบการณ์<br />
เช่นบางทีการเรียนกับหุ่นหรือร่างกายเพื่อน เราเน้นได้ว่าจะใช้มือหรือศอกเป็นตัวกด แต่ในสถานการณ์จริง เราต้องเจอกับสรีระมนุษย์ที่แตกต่างหลากหลาย มีทั้งเส้นแข็งและนิ่ม มีคนตัวใหญ่และคนตัวเล็ก เราต้องพัฒนาให้สามารถใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนในการกด แล้วต้องเรียนรู้ ปรับเปลี่ยน รวมถึงบันทึกไว้เป็นความรู้สำหรับการทำงานครั้งถัดๆ ไปด้วย ส่วนตัวมองว่าการนวดไทยคือคุณค่าที่เกิดจากภูมิปัญญาอย่างแท้จิรง เพราะเป็นการรักษาโดยใช้ร่างกายหลายๆ ส่วน นั่นทำให้รู้สึกยินดีกับการที่วิชานวดไทยได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ในฐานะผู้เรียนรู้สึกภูมิใจ เชื่อว่าเกียรติยศนี้จะทำให้คนต่างประเทศรู้จักศาสตร์แขนงนี้มากขึ้น และจะส่งผลให้ทุกคนในวงการแพทย์แผนไทยมีทางเลือกในอาชีพที่หลากหลายยิ่งขึ้น และนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย” น้องดาวรุ่ง กล่าวปิดท้าย</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/431-2/">ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สาวม้ง’ สู้ชีวิต ใฝ่ดี ขอมุ่งศึกษา เพิ่มโอกาสต่อยอดฝัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2019 15:39:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปวส.]]></category>
		<category><![CDATA[ลักษิกา แสงยางใสสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยชุมชนตาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8852</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘โลกสุดสวยอันแสนกว้างไกล มวลพิษภัยดูมากมี แต่ชีวิตในโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/">‘สาวม้ง’ สู้ชีวิต ใฝ่ดี ขอมุ่งศึกษา เพิ่มโอกาสต่อยอดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8863" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732044510.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732044510.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732044510-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732044510-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<blockquote><p>‘โลกสุดสวยอันแสนกว้างไกล มวลพิษภัยดูมากมี แต่ชีวิตในโลกทุกชีวียังต้องมีดิ้นรน<br />
ผึ้งน้อยตัวหนึ่งนี้ ดิ้นหนีพิษภัยที่ผจญ ต้องทุกข์ต้องทน เพื่อชีพตนและคนร่วมเดิน’</p></blockquote>
<p>เพลง ‘โลกของผึ้ง’ ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ กังวานก้องสะกดคนทั้งหอประชุมในงาน ‘ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ เวทีจังหวัดพิษณุโลก เป็นการเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวของตนผ่านบทเพลง โดย ‘น้องนุ’ ลักษิกา แสงยางใสสะอาด นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 ชั้นปวส.ปี 1<br />
สาขาการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยชุมชนตาก</p>
<p>“เพลงนี้หนูได้ยินตอนไปทำงานร้านอาหารที่แม่สอด ฟังครั้งแรกแล้วร้องไห้ รู้สึกว่าตรงกับชีวิตเรา เพลงมันถ่ายทอดทุกคำพูดทุกความรู้สึกในใจหนู เหมือนเป็นภาพแทนชีวิตเรา” น้องนุกล่าวถึงบทเพลงที่มีความหมายกับชีวิตของเธอจึงได้เลือกนำมาใช้ขับร้องแทนความรู้สึกในใจที่อยากถ่ายทอดถึงทุกคน</p>
<p>น้องนุ เล่าถึงเรื่องราวตัวเองว่า เธอมาจากครอบครัวชาวม้ง ซึ่งแต่ละบ้านจะมีลูกหลายคนอายุไล่เลี่ยกันชนิดปีชนปี<br />
ด้วยเป็นพี่คนโตในจำนวนพี่น้อง 6 คน เธอจึงเติบโตมากับการเสียสละ หลายครั้งต้องละทิ้งความฝันความตั้งใจ ความอยากได้อยากเป็นของตัวเอง ก็เพราะคิดว่าน้องต้องได้รับก่อนเสมอ</p>
<p>ความที่เรายากจน ไม่มีเงินเพียงพอ สิ่งต่างๆ ในครอบครัวก็ต้องแบ่งปันกัน ทั้งของเล่น ของใช้ ของกิน และโอกาส<br />
สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังอยู่ในความคิดของหนูเสมอมา และเป็นแรงผลักดันในใจว่าสักวันหนึ่ง เราจะต้องสร้างทุกสิ่งให้ตัวเองและน้องๆ ได้มีเหมือนคนอื่น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8860" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/DSC03467.jpg" alt="" width="4240" height="2400" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/DSC03467.jpg 4240w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/DSC03467-300x170.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/DSC03467-768x435.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/DSC03467-1024x580.jpg 1024w" sizes="(max-width: 4240px) 100vw, 4240px" /></p>
<p>“ความลำบากคือแรงผลักให้หนูขยันเรียน พร้อมกับความคิดว่าเราอยากหาเงินได้เร็วๆ จึงเริ่มออกไปทำงานรับจ้างทำไร่ในละแวกบ้านตั้งแต่เรียนชั้น ป. 5 ได้เงินวันละหนึ่งถึงสองร้อย นำมาแบ่งใช้กับน้องๆ จากนั้นหนูก็ทำงานมาตลอดวันหยุดเสาร์อาทิตย์ถ้ามีใครเรียกให้ไปทำงานที่ไหนเราก็ไป นอกจากทำไร่ทำนาหนูก็ใช้ความสามารถด้านการพูดและการร้องเพลงไปแสดงตามงานต่างๆ พอมีรายกลับมาบ้าง” น้องนุเล่า</p>
<p>จากที่ทำงานได้ค่าแรงวันละ 100-200 ตั้งแต่อายุ 11 จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึงเมื่อเรียนใกล้จบชั้น ม.6 ที่น้องนุอายุครบ 18 ปี ทำให้สามารถสมัครเข้าทำงานในสถานประกอบการได้ตามกฎหมาย เธอได้งานเป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า ได้รับเงินเดือนราว 7,000- 8,000 บาท นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้จับเงินก้อนใหญ่จากน้ำพักน้ำแรงการทำงาน</p>
<p>“ก่อนหน้านั้นที่ทำงานมา เรารู้สึกว่าทำงานแล้วไม่เคยมีเงินเหลือ ไม่เคยได้เห็นเงินเป็นก้อนๆ แล้วมาช่วงที่เราจบ ม.6 เราไปทำงานแล้วได้เงินเดือนครั้งแรก รู้สึกว่ามันเยอะจังเลย เราสามารถแบ่งให้น้อง ให้แม่ใช้ เงินก้อนนี้ทำให้เราเริ่มคิดว่าอยากจะหยุดเรียนแล้วไปทำงานอย่างเดียว เพราะมันเห็นผลแล้วว่าทำให้ครอบครัวเราดีขึ้นได้” น้องนุเผยอย่างภูมิใจ</p>
<p>ที่สำคัญยังเป็นช่วงเดียวกันกับที่หนูสมัครเป็นนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้น สูงเอาไว้ และกำลังรอผลอยู่<br />
วันหนึ่งอาจารย์ที่วิทยาลัยเขาก็โทรมาบอกว่าเราผ่านการคัดเลือก และนัดวันเยี่ยมบ้าน ความที่ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงปรับตัวกับงาน ตื่นเต้นกับเงินที่ได้รับ และคิดถึงความยุ่งยากที่จะต้องลางานพาอาจารย์ไปที่บ้าน จึงเลือกปฏิเสธอาจารย์ไป</p>
<p>“หนูคิดแค่ว่าหนูต้องทำงาน ไม่มีเวลา แล้วคิดว่าเราทำงานได้เงินแล้วทำไมถึงต้องเรียนอีก เรียนไปแล้วจบมาก็ต้องทำงานอยู่ดี เราไม่อยากทิ้งเงินก้อนไปเลยคิดว่าเลือกทำงานตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า” น้องนุเผยเหตุผล</p>
<p>แต่ด้วยคำพูดจากอาจารย์และแม่ของน้องนุที่เตือนให้มองเห็นหนทางข้างหน้าที่ชีวิตจะต้องเติบโตขึ้น ต้องพานพบกับความเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย แล้วเมื่อถึงวันนั้นการศึกษาจะเป็นสิ่งเดียวที่คนเราจะสามารถใช้เป็นที่พึ่งในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น</p>
<p>หลังจากที่น้องนุปฏิเสธทุนไป อาจารย์ก็โทรกลับมาอีกครั้ง แนะนำให้ลองคิดดูดีๆ ถึงอนาคตว่ามันยังอีกยาวไกล การที่วันนี้เราทำงานได้เงินแล้วก็จริงแต่เราจะอยู่แบบนี้ต่อไปเท่านั้นเองหรือ ถ้าเราเลือกทำงานด้วยความรู้เท่านี้วุฒิการศึกษาเท่านี้ ค่าตอบแทนมันก็จะคงที่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ หรือเพิ่มขึ้นก็ไม่มากกว่าเดิมเท่าไหร่ แต่ถ้าได้เรียนจบสูงขึ้นจะมีทางเลือกอีกมากมาย จากนั้นอาจารย์ให้น้องนุทบทวนความคิดใหม่</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8861" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732051368.jpg" alt="" width="720" height="540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732051368.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/1571732051368-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“จากคำพูดของอาจารย์ หนูจึงนำเรื่องไปปรึกษาแม่ว่าจะเรียนต่อหรือเลือกทำงานเพื่อส่งเสียครอบครัวต่อไป คำตอบของแม่คือท่านบอกว่า ชีวิตนี้พ่อกับแม่ให้หนูได้แค่เกิดมา แต่อย่างอื่นแม่ให้ไม่ได้ ดังนั้นถ้ามีคนมอบโอกาสให้เรา ให้เราได้มีการศึกษาเพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำไมเราถึงจะไม่คว้าโอกาสเอาไว้ เราไปเรียนดีกว่าไหมลูก เพราะสิ่งที่แม่อยากเห็นคือหนูสามารถไปได้ไกลที่สุด ดูแลตัวเองได้ดีที่สุดและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น” น้องนุ เล่า</p>
<p>จากคำพูดของแม่ทำให้น้องนุฉุกคิด ว่าเราควรจะเริ่มต้นที่การรักตัวเอง แล้วยิ่งถ้าเรารักครอบครัว อยากให้พวกเขาสบาย เราต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน เราถึงจะไปช่วยคนอื่นได้ เลยกลับมาคิดว่าเราจะอยู่อย่างนี้ตลอดไปหรือ<br />
เป็นลูกจ้าง กินเงินเดือน ทั้งที่เราเชื่อในความสามารถตัวเองตั้งหลายอย่าง ในเมื่อมีคนที่เขาให้โอกาสเราได้เรียนรู้พัฒนาความสามารถที่มีได้มากกว่านี้ เพื่อไปต่อเติมความฝันของเรา ทำไมเราถึงจะไม่รับเอาไว้ จากวันนั้นทำให้ความคิดดังกล่าว เป็นที่มาของการตัดสินใจเข้าเรียนในสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยของน้องนุ ที่เธอบอกว่าเพื่อนำความรู้ความชำนาญมาประกอบสร้างความฝันของเธอให้เป็นรูปเป็นร่าง นั่นคือการเปิดกิจการ ‘ร้านสมุนไพรไทยแบบครบวงจร’</p>
<p>“หนูเป็นคนชอบเรื่องต้นไม้ เรื่องสมุนไพร เนื่องจากโตมากับคุณย่าที่ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านของชนเผ่าม้ง เด็กๆ เวลาป่วยคุณย่าจะเอาสมุนไพรมาต้มให้เรากิน เราก็เริ่มสนใจว่าพืชที่มีอยู่รอบตัวทำไมถึงเอามาใช้รักษาเราได้ พอได้มาเรียนสาขาการแพทย์แผนไทย ก็คิดว่าตอบโจทย์ในสิ่งที่เราอยากรู้ หนูสนใจเรื่องสมุนไพรที่มีสรรพคุณเฉพาะทางของแต่ละท้องถิ่น ตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบจะนำความรู้ด้านสมุนไพรทั้งของม้งและในท้องถิ่นอื่นๆ มาเปิดร้านของตัวเอง ปลูกสมุนไพรสดเพาะพันธุ์ขาย ทำเป็นผลิตภัณฑ์ของเรา แล้วอยากให้เป็นร้านสมุนไพรแบบครบวงจร มีนวดไทย มีการรักษาตามวิธีการแพทย์แผนไทยที่ครบทุกอย่าง” น้องนุวางแผนอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/">‘สาวม้ง’ สู้ชีวิต ใฝ่ดี ขอมุ่งศึกษา เพิ่มโอกาสต่อยอดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
