<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัยรุ่นตั้งครรภ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 May 2023 05:50:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วัยรุ่นตั้งครรภ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 05:50:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[พาตีเมาะ สะดียามู]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.มุทริกา จินากุล]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่นตั้งครรภ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67722</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120523/">กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ 12 หน่วยงาน ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) <strong>‘จังหวัดชายแดนใต้ไร้ครรภ์วัยรุ่นภายในปี พ.ศ. 2570’</strong> เพื่อร่วมดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น</p>



<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มาจากข้อค้นพบสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ซ้ําในหญิงอายุไม่เกิน 20 ปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งมารดาและบุตร ปัญหาการหลุดจากระบบการศึกษา หรืออาจไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร เกิดปัญหาการทอดทิ้งบุตร คุณภาพชีวิตของครอบครัว และเกิดการหย่าร้างในอัตราที่สูงขึ้น <strong>สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong> จึงดําเนินโครงการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการมีส่วนร่วมในการดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และรักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กล่าวถึงปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งส่งผลถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่าประชากรกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ กลายเป็นแรงงานเยาวชนที่ตกอยู่ในวงจรความยากจน และอยู่นอกระบบการศึกษา โดย กสศ. ได้ทำงานผ่านกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งเน้นสร้างตัวแบบการบริหารกับปัญหาโดยให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของปัญหา และร่วมบริหารจัดการในรูปแบบที่จะนำไปสู่การเป็นตัวแบบเชิงนโยบายในการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาไปยังระดับพื้นที่ในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e0a40"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.มุทริกา จินากุล</strong> นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กล่าวว่า ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ให้กำเนิดบุตรมากกว่า 1,200 คนต่อปี หมายความว่า มีวัยรุ่นให้กำเนิดบุตรอย่างน้อยวันละ 1-2 คน</p>



<p>แม้อัตราการคลอดของวัยรุ่นใน 3 จังหวัด นับตั้งแต่ปี 2564-2566 จะมีแนวโน้มลดลงจาก 16.26 เป็น 6.84 ต่อประชากร 1,000 คน แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังนับว่าค่อนข้างสูง คือสูงเป็น 2 เท่าของประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และสูงเป็น 3 เท่าของประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยพบว่าวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ต้องสูญเสีย ‘ปีสุขภาวะ’ หมายถึง ช่วงเวลาที่ควรมีสุขภาพดีมีจำนวนลดลง และเป็น 1 ใน 5 สาเหตุการเสียชีวิตของวัยรุ่น</p>



<p>มากไปกว่านั้น วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในปัจจุบัน ร้อยละ 77 ไม่ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ และร้อยละ 47 ไม่ได้ตั้งใจมีเพศสัมพันธ์ ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดได้ และกว่าร้อยละ 50 ของแม่วัยรุ่นที่คลอดบุตรแล้ว จำเป็นต้องลาออกจากงานหรือออกจากระบบการศึกษาเพื่อเลี้ยงดูบุตร ซึ่งหมายถึงการเสียโอกาสในชีวิต กลายเป็นผู้มีรายได้น้อย และกว่าร้อยละ 20 ไม่มีรายได้</p>



<p><strong>ดร.มุทริกา</strong> ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ระบบสาธารณสุข เพื่อให้มีอนาคตที่สดใสและคุณภาพชีวิตไม่ลดลงเพียงเพราะตั้งครรภ์</p>



<p>สำหรับทิศทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในพื้นที่พหุวัฒนธรรม 3 จังหวัดชายแดนใต้ <strong>นางพาตีเมาะ สะดียามู</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ความเชื่อที่ต่างกันระหว่างชาวมุสลิม ชาวพุทธ และชาวจีน ย่อมส่งผลต่อมุมมองการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ต่างกัน ฉะนั้น การรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาจึงควรสะท้อนความเข้าใจพื้นที่ชุมชนนั้น ๆ เครื่องมือการแก้ไขปัญหาต้องเป็นมุมมองจากล่างขึ้นบน ถูกที่ ถูกทาง ตามบริบทพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือและการขับเคลื่อนที่อาศัยกลไกของคนในพื้นที่เป็นหลัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3c48e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-03-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เครือข่ายทั้ง 13 ฝ่าย จึงเห็นชอบร่วมกันในการดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้ โดยแต่ละฝ่ายมีแนวทางโดยสังเขป ดังนี้</p>



<p><strong>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)</strong> มีหน้าที่จัดการระบบการคุ้มครองสิทธิของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะเป็นนักศึกษา ให้มีสิทธิได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตหาดใหญ่ ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต</p>



<p><strong>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</strong> มีหน้าที่สนับสนุนการพัฒนางานวิชาการและศักยภาพของภาคีเครือข่าย</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> มีหน้าที่ส่งเสริมภาคีเครือข่ายด้านการจัดการศึกษา บูรณาการเชื่อมโยงการดําเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีปัญหาการตั้งครรภ์และเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>



<p><strong>ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)</strong> กํากับและติดตามผลการดําเนินงานของหน่วยงานที่สังกัด 6 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb5c05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-04-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลา</strong> มีหน้าที่อํานวยสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 12</strong> มีหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือในการดําเนินงานจากองค์กรต่างๆ ต่อการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา</strong> มีบทบาทหน้าที่สื่อสาร ถ่ายทอดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางการดําเนินงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 สู่ระดับจังหวัด ติดตามและประเมินตามมาตรฐานหน่วยบริการอนามัยสาธารณสุขในจังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส</strong> มีหน้าที่กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์การดําเนินงานในระดับจังหวัดที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาศัยการดําเนินงานที่สอดคล้องตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 และยุทธศาสตร์การดําเนินงานระดับชาติ</p>



<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส</strong> มีหน้าที่จัดทําแผนงานโครงการเพื่อสนับสนุนงบประมาณดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหรือดําเนินงานส่งเสริมพัฒนาสุขภาพวัยรุ่น โดยการมีส่วนร่วมของตัวแทนชุมชน</p>



<p>ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีกําหนดระยะเวลา 5 ปี เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้หมดไปภายในปี พ.ศ. 2570</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120523/">กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
