<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดห้วยหมู | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Aug 2024 07:29:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.9</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วัดห้วยหมู | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เด็กทุกคนมีความต่างและมีความต้องการที่พิเศษ ภารกิจสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวัดและคนในชุมชนเพื่อเด็กทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-050824/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 06:52:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สาธารณสงเคราะห์เด็กพิเศษวัดห้วยหมู]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูจันทสีลากร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดห้วยหมู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85085</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลึกเข้าไปในชุมชนเล็กๆ ไม่ไกลจากชายป่าคือ ‘วัดห้วยหมู’ ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050824/">เด็กทุกคนมีความต่างและมีความต้องการที่พิเศษ ภารกิจสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวัดและคนในชุมชนเพื่อเด็กทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลึกเข้าไปในชุมชนเล็กๆ ไม่ไกลจากชายป่าคือ <strong>‘วัดห้วยหมู’</strong> วัดราษฎร์ขนาดกลางที่ดึงดูดคนเข้ามาทำบุญได้ทั้งประชาชนบ้านใกล้เรือนเคียงในตำบลเจดีย์หัก รวมถึงนักท่องเที่ยวมากมายที่เดินทางมาไกลโดยปักหมุดมาแสวงบุญ ณ วัดแห่งนี้โดยเฉพาะ ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดหรือลักษณะอื่นใดของวัดที่ผิดไปจากธรรมดา แต่อยู่ที่ชื่อเสียงของ <strong>‘ศูนย์สาธารณสงเคราะห์เด็กพิเศษวัดห้วยหมู’</strong> ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วัด&nbsp;</p>



<p>ผู้ก่อตั้งศูนย์เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก <strong>‘พระครูจันทสีลากร’</strong> เจ้าอาวาสวัดผู้ได้ชื่อว่าเป็นดั่งพ่อพระของเหล่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เกือบ 20 ปีที่ศูนย์แห่งนี้ได้กลายมาเป็นทั้งโรงเรียน สถานที่ทำงาน และบ้าน ให้กับเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางระบบประสาท ปรากฏการณ์นี้ได้สร้างความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยให้กับหน้าที่ของวัดในฐานะศูนย์กลางของชุมชน</p>



<p>ในวันนี้ทีมงาน กสศ. ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดราชบุรีอีกครั้ง เพื่อนิมนต์หลวงพ่อเจ้าของน้ำเสียงนุ่มนวลและบุคลิกอบอุ่นรูปนี้ มาช่วยบอกเล่าที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้ พร้อมต่อยอดบทสนทนาไปสู่ประเด็นการศึกษาของเด็กและเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษ กับหมุดหมายปลายทางไปสู่ Thailand Zero Drupout และบทบาทของ กสศ. ในการสนับสนุนเด็กทุกคนต้องได้เรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e59d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ศูนย์สงเคราะห์แห่งนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร</strong></h3>



<p>“เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากโยมผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากวัดเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ขณะนั้นอาตมาจำวัดอยู่ที่นี่มาได้สักพักจึงพอรู้จักหน้าค่าตาคนในชุมชนบ้างแล้ว ปัญหาของโยมคนนี้ก็คือลูกของเขามีความพกพร่องด้านสติปัญญา พัฒนาการช้า ไม่ทันเด็กวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าโยมคนนี้จะพาลูกไปสมัครเรียนที่ไหนก็ไม่มีใครรับ</p>



<p>“เหตุผลที่ได้จากโรงเรียนคือ ‘เด็กพิการ ไม่มีใครสอนเป็นหรอก’ หรือ ‘กลัวครูของเราจะรับมือเด็กไม่ไหว’ สุดท้ายแล้ว ลูกของเธอก็เลยต้องหลุดออกมาจากระบบการศึกษาภาคปกติ แม้ว่าแม่จะอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือแค่ไหนก็ตาม</p>



<p>“อาตมาได้รับฟังเรื่องราวแล้วก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อโยมคนนี้และลูก อย่างไรเด็กที่มีความต้องการพิเศษในลักษณะนี้ก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว สุดท้ายจึงเปิดศูนย์สงเคราะห์เด็กที่มีความต้องการพิเศษขึ้นมาในวัดแล้วรับเด็กคนนั้นเข้ามาเป็นศิษย์คนแรก”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การตัดสินใจทำการใหญ่เช่นนี้ในสมัยนั้น ต้องอาศัยความกล้ามากทีเดียว หลวงพ่อรวบรวมความกล้าขึ้นมาได้อย่างไร</strong></h3>



<p>“แรงบันดาลใจหลักก็คือน้ำใจของญาติโยมที่วัดได้รับมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในยุคไหน ความเป็นอยู่ของพระภิกษุทุกรูปในวัดล้วนขึ้นอยู่กับศรัทธาของคนในชุมชน หากคนในชุมชนเห็นความสำคัญของศาสนาและเข้ามาทำบุญ เข้ามาช่วยดูแลทำนุบำรุง วัดถึงจะอยู่ต่อไปได้</p>



<p>“ฉะนั้น เมื่อถึงคราวโยมเขามีปัญหาเรื่องลูก อาตมาเห็นแล้วว่าอาจถึงเวลาที่วัดต้องทำอะไรเพื่อชุมชนบ้าง เหมือนที่ชุมชนทำเพื่อวัดมาตลอด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5676e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>20 ปีที่แล้ว ความตระหนักรู้ของผู้คนในประเด็นความหลากหลายทางระบบประสาท (Neurodivergence) ในเยาวชนเป็นอย่างไรหากเทียบกับสมัยนี้</strong></h3>



<p>“แถบนี้แทบจะไม่มีเลย สมัยนั้นแม้แต่คำเรียกกลุ่มอาการอย่างออทิสติกหรือดาวน์ซินโดรมก็รู้จักกันน้อยมาก ก็คือไม่ใช่ว่าผู้ปกครองจะดูไม่ออกนะ เขารู้จักลูกตัวเองดีว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่การกระจายความรู้ในด้านนี้มันยังมาไม่ถึง</p>



<p>“เทียบกับสมัยนี้ไม่ได้หรอก เดี๋ยวนี้ญาติโยมเขาเป๊ะกันขึ้นมาก จะออทิสติก ดาวน์ซินโดรม หรือคำศัพท์อื่นๆ ก็รู้จักกันหมด เพราะคนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไหนจะเรื่องสื่อบันเทิงต่างๆ ที่ช่วยทำให้ภาวะเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เช่นโยมบางคนก็รู้จักดาวน์ซินโดรมมาจากละคร จากรายการตลก&nbsp;</p>



<p>“จากเมื่อก่อนที่เด็กพิการหาที่เรียนยาก ไม่มีที่ไหนรับ เดี๋ยวนี้เราเห็นโรงเรียนและศูนย์พัฒนาทักษะสำหรับเขาเกิดขึ้นมากมาย และหลายครั้ง ครูสอนเด็กพิการที่จ้างเข้ามาก็มีพื้นฐานมาจากการเป็นผู้ปกครอง เป็นพ่อแม่ดูแลลูกที่พิการมาก่อนนี่แหละ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วส่วนตัวหลวงพ่อคิดว่าเราตระหนักรู้กันมากพอแล้วหรือยัง</strong></h3>



<p>“ยังครับ ยังไม่พอ โลกนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้กันเพิ่มเติมเสมอ อย่างเด็กออทิสติก-ดาวน์ซินโดรมที่คนชอบเหมารวมเป็นกลุ่มก้อนเดียว จริงๆ แล้วเด็กสองกลุ่มนี้มีภาวะทางอารมณ์และระดับสติปัญญาที่ซับซ้อนและแตกต่างกันมาก นี่ยังไม่นับรวมเด็กที่มีภาวะซ้ำซ้อนซึ่งต้องการการดูแลและความใส่ใจในรูปแบบที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในประสบการณ์ของหลวงพ่อ การดูแลเด็กเหล่านี้มีความยากง่ายต่างจากการดูแลเด็กกลุ่มอื่นๆ อย่างไร</strong></h3>



<p>“ปัจจุบันศูนย์มีลูกศิษย์รุ่นนี้อยู่ทั้งสิ้น 42 คน มีทั้งกลุ่มออทิสติก กลุ่มดาวน์ซินโดรม กลุ่มที่มีภาวะซ้ำซ้อน และกลุ่มอื่นๆ ปะปนกันไป โดยมากก็รักใคร่กันดีเพราะใกล้ชิดกันเหมือนพี่น้อง หลายคนก็เป็นเด็กที่กินนอนที่นี่และโตมาด้วยกัน</p>



<p>“ความยากประการแรกคือการผูกสัมพันธ์สร้างความเชื่อใจ เด็กแต่ละคนก็จะไว้ใจผู้ดูแลได้ยากง่ายแตกต่างกันไป บางคนไม่กี่สัปดาห์ แต่บางคนก็ใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีกว่าจะเปิดใจ การดูแลเด็กกลุ่มนี้จึงต้องอาศัยความอดทน ความเสมอต้นเสมอปลาย และทักษะการสังเกตสูง</p>



<p>“ประการถัดมาที่ผู้ดูแลต้องมีวินัย คือเด็กเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาประจำตัวอย่างเคร่งครัด และไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตการณ์ จะได้ปรับลดหรือเพิ่มยาให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายและสภาวะทางอารมณ์ของเขา ซึ่งแน่นอนว่ามีค่าใช้จ่าย โดยอาตมาและทางวัดดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้เองทั้งหมด รวมถึงค่าอาหาร ของใช้จำเป็น และที่พักสำหรับเด็กๆ ด้วย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อ้างอิงจากสถิติของศูนย์ พื้นฐานทางสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัวของเด็กเหล่านี้เป็นอย่างไร</strong></h3>



<p>“ยากจนด้อยโอกาสเสียเป็นส่วนใหญ่ เรื่องพื้นฐานครอบครัว หากยังมีผู้ปกครองก็จะเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวเสียมาก มีทั้งที่ดูแลใกล้ชิดและติดตามห่างๆ บางกลุ่มพอหมดวันก็จะกลับบ้านไปหาพ่อแม่ บางกลุ่มพ่อแม่ติดต่อมาที่ศูนย์เป็นระยะ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ถูกทอดทิ้งเอาไว้ให้เป็นความดูแลของศูนย์โดยสมบูรณ์ กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่</p>



<p>“หลายครั้งสถานการณ์ของเด็กก็ซับซ้อน ยกตัวอย่างเด็กคนหนึ่ง พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้ยายเลี้ยง ถือว่ามีผู้ปกครองดูแลก็จริง แต่ยายเองก็สูงอายุมากแล้ว นอกจากข้อจำกัดด้านร่างกายและสุขภาพ ยังมีความกังวลด้วยว่าหากยายถึงแก่กรรมไปกะทันหันจะไม่มีใครดูแลเด็ก”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4887f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หากเกือบ 20 ปีที่ผ่านมานี้ไม่มีศูนย์สงเคราะห์เลย เด็กๆ จะมีชีวิตอย่างไร&nbsp;</strong></h3>



<p>“ก็กระจัดกระจายกันไปตามพื้นฐานทางบ้าน เมื่อก่อน ในกรณีที่พ่อแม่เลือกจะไม่ทอดทิ้งเขา เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากดูแลตัวเองไม่ได้ จึงต้องป้องกันไม่ให้ออกไปเสี่ยงอันตรายข้างนอก</p>



<p>“เด็กคนไหนมีย่ายาย มีพี่เลี้ยงคอยดูอยู่เป็นเพื่อนก็ดีไป แต่น้อยมากที่จะเป็นแบบนั้น ผู้ปกครองส่วนมากต้องออกไปทำงานหาเช้ากินค่ำ จึงต้องล็อกบ้านให้เขาอยู่เองคนเดียวซึ่งไม่ต่างอะไรกับการขังเขาไว้ อาตมาเคยเห็นมาทั้งที่เด็กเอาหัวโหม่งพื้นและที่เด็กกัดเนื้อตัวเองเนื่องจากภาวะเครียด เด็กที่อยู่กับผู้สูงอายุ หากมีพฤติกรรมรุนแรงจนอาจถึงขั้นถูกล่ามเอาไว้ เพราะคนแก่ไม่สามารถสู้แรงเด็กได้</p>



<p>“พอโตขึ้นมาหน่อย เนื่องจากว่าระดับสติปัญญาและทักษะการเข้าสังคมของเขาน้อยกว่าเกณฑ์ จึงถูกเอาเปรียบได้ง่าย ถูกล่วงละเมิด ถูกหลอกไปส่งยาหรือไปทำเรื่องไม่ดีบ้าง หากชุมชนไม่มีพื้นที่ปลอดภัยอย่างศูนย์สงเคราะห์หรือสถานศึกษาใดให้เด็กที่มีความต้องการที่พิเศษได้พึ่งพิงเลย เด็กๆ ก็มักจะหลุดจากระบบออกไปอยู่กันในสภาพเช่นนี้อย่างช่วยไม่ได้”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชุมชนรอบๆ วัดมีส่วนช่วยเกื้อหนุนเด็กๆ อย่างไร&nbsp;</strong></h3>



<p><strong></strong>“เรียกได้ว่าแรงสนับสนุนหลักของเด็กๆ มาจากการทำบุญ สังเกตได้ว่าระหว่างที่สัมภาษณ์ต้องปลีกตัวออกไปต้อนรับคนทำบุญเป็นระยะ คนเหล่านี้มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษโดยเฉพาะ จึงช่วยสนับสนุนทั้งในด้านของอาหาร ขนม เครื่องนอน เครื่องนุ่งห่ม</p>



<p>“แรงสนับสนุนอีกด้านคือด้านอาสาสมัครที่เข้ามาทำงาน ส่วนมากก็เป็นคนแถบนี้ทั้งนั้น ความสำคัญของชุมชนต่อศูนย์ปรากฏชัดมากๆ ก็ตอนช่วงโควิด-19 ระบาด ถือเป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะไม่ใช่แค่ไม่มีใครเข้ามาทำบุญหรืออาสามาช่วยงานที่วัดเท่านั้น แต่พิธีการต่างๆ ยังงดจัดกันทั่วประเทศ รายได้ที่พระภิกษุได้จากการสวดอภิธรรม สวดขึ้นบ้านใหม่ และงานอื่นๆ ที่สามารถจุนเจือค่าใช้จ่ายในศูนย์ได้ก็หายไปด้วย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจุบัน กสศ. ได้มีบทบาทในการสนับสนุนศูนย์สงเคราะห์อย่างไรบ้าง</strong></h3>



<p><strong></strong>“เรียกได้ว่าเป็นกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาสมชื่อ เพราะช่วยให้เด็กที่มีความต้องกาพิเศษมีโอกาสได้เรียนหนังสือทัดเทียมกับเด็กคนอื่น ความช่วยเหลือที่ทางศูนย์ได้รับคือทางกองทุนได้จัดหาครูผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะมาเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนค่าจ้างให้ด้วยเต็มจำนวน โดยจะเริ่มเข้ามาสอนที่ศูนย์เร็วๆ นี้</p>



<p>“เป็นโอกาสที่อาตมาตั้งตาคอย วุฒิการศึกษาที่คุณครูชุดใหม่จะรับรองให้เด็กๆ ได้มีสูงไปถึงชั้น ม.3 โดยจะเป็นหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษโดยเฉพาะ เหมาะกับทั้งเด็กที่คิดเลขไม่ได้ หรือบางกรณีก็อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ร่วมด้วย</p>



<p>“ต้องขอบคุณทางกองทุนจริงๆ ที่จัดหาครูมา อีกทั้งยังดูแลให้ครูเข้ามาสอนในศูนย์ถึงที่ เพราะปกติแล้ว การเดินทางไกลๆ สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะก่อให้เกิดความเครียด”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eaf035"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในความเห็นของหลวงพ่อ หากได้รับการประคับประคองอย่างถูกต้อง เด็กๆ กลุ่มนี้สามารถมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้กับสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ไหม</strong></h3>



<p>“ได้แน่นอน ตัวอย่างมีอยู่ให้เห็นที่นี่แล้ว เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เขาก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกทำ มีทั้งงานจิปาถะ งานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ อย่างการพับกระดาษ ระบายสีตุ๊กตา ไปจนถึงการชงกาแฟ การอบคุ้กกี้ งานทั้งหมดจะถูกคิดเป็นรายได้เข้ากระเป๋าเขา บางคนก็เอาเงินที่ได้ไปแบ่งให้พ่อให้แม่ด้วยซ้ำ</p>



<p>“มีเด็กรุ่นก่อนที่อยู่ที่นี่จนโตและจบการศึกษาไปแล้วคนหนึ่ง สามารถไปทำงานร้านกาแฟได้ เพราะยังคงได้รับการสนับสนุนและความใส่ใจจากผู้ปกครองต่อเนื่อง เป็นเคสหนึ่งของศูนย์ที่ประสบความสำเร็จเกินคาด”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับเด็กทั่วไป คนมองว่างานเลี้ยงดูสามารถสิ้นสุดลงได้ตอนที่เด็กบรรลุนิติภาวะ แล้วสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษล่ะ&nbsp;</strong></h3>



<p>“เด็กที่มีความต้องการพิเศษคือภารกิจตลอดชีวิตของวัดและคนในชุมชน เป็นงานส่วนรวมที่ไม่สามารถละทิ้งไปได้ เพราะเขาจะต้องพึ่งพาและใช้ชีวิตร่วมกับเราไปตลอดชีวิตของเขา และอย่างที่อาตมาได้กล่าวไปแล้ว ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนกับวัดคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขาโดยตรง การกล่าวว่า <strong>‘เลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ </strong>จึงใช้ได้กับกรณีของเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วย”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050824/">เด็กทุกคนมีความต่างและมีความต้องการที่พิเศษ ภารกิจสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวัดและคนในชุมชนเพื่อเด็กทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
