<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรษมน ไตรยศักดา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%a1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Mar 2023 09:20:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วรรษมน ไตรยศักดา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จูน วรรษมน…เด็กทุนจบใหม่ ผู้ฝันอยากให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ LGBTQ+ อย่างแท้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-lgbtq-220223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 13:20:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนที่ไม่มีวันขาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[วรรษมน ไตรยศักดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64758</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราเขียนแผนในอนาคตตอนสมัครทุนว่า เราอยากทำสื่อประเด็นส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lgbtq-220223/">จูน วรรษมน…เด็กทุนจบใหม่ ผู้ฝันอยากให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ LGBTQ+ อย่างแท้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p><strong>“เราเขียนแผนในอนาคตตอนสมัครทุนว่า เราอยากทำสื่อประเด็นสิทธิเพื่อ LGBTQ+ จนวันหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีเรา คือเราไม่จำเป็นต้องมาต่อสู้เพื่อสิ่งนี้แล้ว”</strong></p></blockquote>



<p>ว่ากันด้วยเรื่องความฝันของมนุษย์คนหนึ่ง และสิทธิในการทำฝันนั้นให้เป็นจริง</p>



<p>ความฝันของ <strong>จูน วรรษมน ไตรยศักดา</strong> ช่างภาพในวัย 32 ปี คือการทำงานสื่อไปเรื่อย ๆ จนประเด็นสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ กลายเป็นเรื่องที่เธอไม่ต้องบากบั่นต่อสู้กับมันอีกแล้ว เพราะสังคมไทยได้ถูกยกระดับในภาพรวมจนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน</p>



<p>ตั้งแต่เรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จูนทำงานเป็นช่างภาพที่เน้นประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นเวลา 8 ปีที่สำนักข่าวออนไลน์ The Coconuts และ The Standard และเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ขับเคลื่อนประเด็นทั้งการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายของ LGBTQ+ มายาคติเรื่องเพศ หรือโพรเจก Photo essay ส่วนตัวต่าง ๆ เช่น โพรเจก 7465 ที่เน้นเรื่องการแสดงออกทางอัตลักษณ์ทางเพศผ่านชุดนักเรียนที่ได้เดินทางไปจัดแสดงในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ผลงานของจูนได้ถูกเผยแพร่ในสื่อต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและต่างประเทศ เช่น Financial Times หรือ Washington Post&nbsp;</p>



<p>ปลายเดือนมกราคม ปี 2023 จูนเพิ่งกลับจากสหราชอาณาจักรมาหมาด ๆ ในฐานะนักศึกษาปริญญาโทสาขาเพศสภาวะและเพศวิถีศึกษา สื่อ และวัฒนธรรม (Gender, Media and Culture) จากโกลด์สมิธ มหาวิทยาลัยลอนดอน (Goldsmiths, University of London) หลังจากสอบติดทุนชีฟนิง (Chevening) หรือทุนเต็มจำนวนสำหรับการศึกษาปริญญาโทในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นทุนที่เน้นเรื่องการขับศักยภาพความเป็นผู้นำ มีความหนักแน่นทางวิชาการ โดยผู้สมัครสามารถเลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัยได้ทั่วสหราชอาณาจักร&nbsp;</p>



<p>แต่ก็แน่นอนว่าทุนการศึกษาแต่ละทุนเองก็มีเป้าหมายของมัน ระดับความยากและความเคี่ยวในการคัดนักศึกษาก็หลากหลายและเข้มข้นแตกต่างกันไปในแต่ละปี ทุนชีฟนิงถือเป็นหนึ่งในทุนต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูง เพราะทุนฯ สนับสนุนค่าใช้จ่ายทุกด้าน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงกิจกรรมต่าง ๆ การฝึกงาน หรือโอกาสที่จะได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับโลกผ่านการประชุมหรือการปะทะสังสรรค์ระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียน</p>



<p>จูนต้องสมัครสอบชิงทุนฯ ถึง 4 ครั้งกว่าจะผ่าน ปรับเปลี่ยนแผนการในอนาคตไปมาขณะที่ทำงานเชิงสังคมไปด้วย เพราะรู้ว่าจุดเด่นของตัวเองไม่ใช่เรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องประสบการณ์การทำงานและอุดมการณ์บางอย่างในการนำความรู้เชิงสังคมศาสตร์มาพัฒนาสังคมมากกว่า</p>



<p>&nbsp;การอธิบายความฝันอย่างเป็นรูปธรรมให้แหล่งทุนเข้าใจ และความพยายามระหว่างทางในการศึกษาต่อเองก็ต้องใช้ ‘ต้นทุน’ ไม่น้อย ทั้งต้นทุนเชิงปัจเจก การงานอาชีพ การศึกษาที่มีอยู่แล้ว และต้นทุนแห่งการไม่หยุดพยายามหลังจากที่ได้ทุนการศึกษามาพัฒนาความรู้และพัฒนาตัวเอง</p>



<p>วันนี้จึงเป็นบรรยากาศของบทสนทนาเกี่ยวกับผู้ที่มุ่งมั่นเพื่อชิงทุนต่างประเทศ ความชัดเจนและความพยายามขวนขวายทุกอย่างภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อนำสิ่งที่เรียนทั้งในและนอกห้องมาจัดระเบียบความฝัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b97ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงอยากได้ทุน แล้วทำไมถึงสนใจทุนชีฟนิง</strong></h2>



<p>ตอนที่เราทำงานเป็นช่างภาพ คนรอบตัวเราก็ไปเรียนต่อโทกันเยอะมาก เราเลยรู้สึกว่าน่าไป แต่ไม่มีต้นทุนไป แล้วสายที่เราสนใจมันไม่ใช่สายที่จะได้ทุนง่าย ๆ พื้นเพเราไม่ใช่เด็กเก่งเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เราเป็นคนส่วนน้อยในคณะฯ ที่ไม่ได้เกียรตินิยม แล้วเราจะไปสู้อะไรกับใครได้ จึงต้องพยายามเพื่อให้ได้ทุนเต็มจำนวนเท่านั้น</p>



<p>เงินก้อนใหญ่ ๆ ที่จะใช้ไปเรียนต่างประเทศคือทุนค่าเรียนกับทุนค่ากินอยู่ ยังไม่รวมรายละเอียดยิบย่อย เราเลยคิดว่าถ้าเราจะไปเรียนต่อ เราต้องได้ทุนฯ เต็ม ถ้าไปอังกฤษ เราได้เรียน 1 ปี เพราะฉะนั้นเนื้อหาคอร์สมันจะค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ตรงกับที่เรารู้อยู่แล้วว่าเราอยากไปต่อด้านไหน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีสอบทุนอย่างอื่นไปด้วย แต่ไม่ผ่าน</p>



<p>หนึ่งในเงื่อนไขของการสมัครทุนชีฟนิง คือต้องการคนที่มีประสบการณ์การทำงาน 2 ปีขึ้นไป ซึ่งประสบการณ์การทำงานของเราก็เกินอยู่แล้ว และความน่าสนใจของทุนนี้คือ มันอยู่ภายใต้หน่วยงานของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ เราเลยจะเห็นว่าอังกฤษเองเห็นความสัมพันธ์ด้านไหน หรืออะไรที่เขาอยากส่งเสริมในประเทศนั้น ๆ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พยายามขนาดไหนเพื่อให้ได้ทุน</strong></h2>



<p>เราสอบชิงทุนหลายปีจนได้ทุนในการสมัครปีที่ 4 ปีแรกนี่มั่นใจมาก ผ่านการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยและได้จดหมายเรียบร้อย เลยสอบ IELTS ก่อนเลย แต่ก็ไม่ได้ รอบที่ 2 ได้เข้ารอบสัมภาษณ์ แล้วก็ไม่ได้ เพิ่งจะมาได้ทุนในรอบที่ 4&nbsp;</p>



<p>หนึ่งในกระบวนการสำคัญของทุนชีฟนิง คือเขาจะให้เขียนเรียงความ ถามเรื่องความเป็นผู้นำ เรื่องแผนการของเราในอังกฤษ คอร์สที่เราจะเรียนคืออะไร มีประสบการณ์อะไรบ้าง และ Your future plan ว่าตอนที่เรากลับมา เรามองอนาคตไว้อย่างไร</p>



<p>เราไม่ได้ทำงานเพื่อทุนอย่างเดียว แต่เรามีเป้าหมายของเราอยู่แล้ว ตามตำแหน่งงานเราคือช่างภาพ แต่เราเขียนงานเอง โปรดิวซ์ และค้นคว้าเองตั้งแต่ต้นน้ำจนจบ เรามองว่าการทำสื่อมันเป็น privilege อย่างหนึ่งที่สามารถสื่อสารกับมวลชนได้ ตอนที่เราเป็นฟรีแลนซ์ เราได้โอกาสทำงานกับองค์กรหลากหลาย ได้ทำงานกับหลายสื่อหรือ NGO เราจึงอยากใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารประเด็นสิทธิมนุษยชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4773f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">จูน วรรษมน ไตรยศักดา ช่างภาพในวัย 32 ปี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เขียนความมุ่งหมายอะไรลงไปในเรียงความ</strong></h2>



<p>เรารู้สึกว่าเราต้องรู้จุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง แล้วเราก็รู้ว่าจุดอ่อนของเราคือ เราไม่ได้มีความเป็นเลิศทางวิชาการขนาดนั้น เราเลยจะเน้นประสบการณ์ทำงานเพราะทำงานมาเยอะมาก</p>



<p>ตอนสมัครทุน เราเลยเขียนแผนในอนาคตว่า เราอยากทำสื่อประเด็นสิทธิเพื่อ LGBTQ+ จนวันหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีเรา คือเราไม่จำเป็นต้องมาต่อสู้เพื่อสิ่งนี้แล้ว เราทำสื่อเพราะเราอยากหาพื้นที่ให้ LGBTQ+ ได้ค้นพบตัวตน สิ่งที่เราทำอาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมในวันนี้ แต่เรารู้สึกว่า ถ้ามันเปลี่ยนชีวิตหรือช่วยชีวิตใครสักคนหนึ่งได้จะดีมาก</p>



<p>คนที่สมัครทุนก็ค่อนข้างหลากหลาย มีคนที่ดูทรงมีความเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่วันหนึ่งเราคงเห็นเขาในสภา ในองค์กรชั้นนำ ในขณะที่เรา ยังไงล่ะ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่า เราอาจจะเป็นคนหนึ่งที่เป็นเป็ดที่สุดแล้ว คือทำงานได้หลากหลายอย่าง แต่มันก็ยากตรงที่เราจะทำให้เขาเชื่อได้ยังไงว่าความเป็ดนี้สามารถเป็นผู้นำได้นะ แม้ว่าจะเป็นผู้นำของเป็ดก็ตาม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คอร์สที่เรียนส่วนใหญ่เปิดโลกเราในด้านไหน</strong></h2>



<p>อังกฤษมีการศึกษาเกี่ยวกับเพศสภาวะและเพศวิถีศึกษา (Gender Studies) ค่อนข้างเยอะ เราเรียนด้านสื่อทางสังคมวิทยา (Socialogy) และ สื่อ (Media) ที่นี่ และมหาวิทยาลัยก็สอนประวัติศาสตร์เควียร์ (Queer history) เป็นที่แรกของโลกด้วย&nbsp;</p>



<p>ตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไร เพราะพื้นฐานเราไม่ได้เรียนแบบคนอังกฤษ เราก็ต้องกลับไปขุดว่าเขาสอนอะไร บางคลาสเป็นคนท้องถิ่นหมดเลย มีเราเป็นเอเชียหัวดำอยู่คนเดียว (หัวเราะ)</p>



<p>วิชาเลือกที่เรียนก็หลากหลายมาก เช่น เรื่องการล้มล้างอำนาจอาณานิคม (Decolonization)&nbsp; มีหลายคลาสมากที่เราได้ learn to relearn เรียนเพื่อจะเรียนรู้อีกครั้ง คือ ต่อให้ทุกคนเรียนเหมือนกัน งานที่ทำออกมาก็จะต่างกัน อย่างเรามีประสบการณ์ทำงานและพื้นฐานเป็นคนไทย เราก็จะมองประเด็นที่เรียนอีกแบบ เช่น มีเพื่อนบอกว่าการเดินทางคือการเปิดโลกเสรีภาพให้ LGBTQ+ แต่เราจะรู้สึกว่าน่าสนใจแต่ฉันไปประเทศเธอไม่ได้เพราะว่าไม่มีวีซ่า มันเป็นเสรีภาพสำหรับคนขาวนะ แล้วคนในห้องก็สะท้อนว่า เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะเขาเดินทางไปไหนก็ได้&nbsp; เราก็รู้สึกว่าเราได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ จากเขา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a6ee7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_03_project-7465.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพส่วนหนึ่งจาก Photo essay โพรเจก 7465</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อได้ทุนไปเรียนแล้วเป็นยังไงบ้าง</strong></h2>



<p>การไปเรียนในวัย 30 ต้น ๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน ปวดหลังกว่าคนอื่นเมื่อเทียบกับวัยรุ่น (หัวเราะ) เราเรียนสายสังคมศาสตร์ พอไปเรียนจริง ๆ แล้วเราเสียเปรียบเด็กจบใหม่มาก ๆ เพราะเราห่างหายไปจากการเรียน องค์ความรู้หลาย ๆ อย่างล้ำไปจากที่เราเคยรู้ ก็เลยต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า</p>



<p>เราพยายามไปศึกษานอกห้องเรียน เรามองว่าสังคมอังกฤษมีความอนุรักษ์นิยม (conservative) เมื่อเทียบกับสังคมยุโรป คือไม่ได้เปิดขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ negative เสมอไป เราสนใจว่าทำไมเขาถึงผ่านกฎหมายคู่ชีวิตก่อนที่จะมีสมรสเท่าเทียม จนสมรสเท่าเทียมผ่านมาเป็นสิบๆ ปี เราสนใจว่าแล้วทำไมสังคมมันก็ยังฟังก์ชันอยู่ได้ ไม่ได้ล่มสลายแบบพวกอนุรักษ์นิยมชอบอ้างกัน สนใจว่าสังคมอยู่ร่วมกันอย่างไร แล้วอย่างงาน Pride (กิจกรรมต่าง ๆ ที่เฉลิมฉลองและร่วมรำลึกของชาว LGBTQ+) ตลอดช่วงซัมเมอร์ มีงาน Pride แทบจะทุกเมือง ทุกเขต ผู้เดินขบวนเป็นตัวแทนจากบริษัท หรือคนในวงการ LGBTQ+  ทุกที่ก็โพรโมตหนักมาก ทั้งเมืองเป็นสีรุ้งหมดเลย แต่ความเซอร์ไพรส์สุดก็คืองาน London Pride มันใหญ่มาก เดินขบวนกันครึ่งวัน คนเป็นล้านคนมาเข้าร่วมงานในลอนดอน</p>



<p><strong>ในงาน Pride บางงานที่ทุกคนบอกว่ามันดูบ้า บางที่เราก็ไม่ชอบเพราะมันดูเป็นเชิงของการโฆษณา (pinkwashing) แต่สำหรับบางงานเรารู้สึกปลอดภัยมาก ๆ ว่าที่นี่คือที่ของเรา</strong></p>



<p>เราไปอยู่ที่นู่น เราดูละครเวทีเยอะมาก ดูทุกอย่างเลย แล้วค้นพบว่ามันมีพื้นที่สำหรับเควียร์หรือละครเควียร์เยอะมาก เรามีแพชชันในการดูหนังอยู่แล้ว เราก็เลยไปเชื่อมต่อกับงานสายฟิล์มได้&nbsp;</p>



<p>พอได้ไปเห็น ออกไปเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ที่อังกฤษ เราจึงพยายามและวาดหวังให้คนเห็นว่าขบวน Pride เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่ประเทศไทย คุณจะแต่งตัวยังไงก็ได้ โป๊ก็โป๊ได้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ถึงคุณไม่ใช่ LGBTQ+ แต่คุณอยากสนับสนุนก็ได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในฐานะเควียร์ เรารู้สึกปลอดภัยอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น ขยายความหน่อยว่างาน Pride หรือพื้นที่ที่ดีเป็นบรรยากาศแบบไหน</strong></h2>



<p>เรามาเรียนต่อเพราะเราอยากจะไปศึกษาชุมชน LGBTQ+ ที่นี่ อย่างที่ไทยพวกศูนย์บริการหรือพื้นที่ของ LGBTQ+ เช่น London LGBTQ+ Community Center จะดูเป็นอะไรที่คนทั่วไปไม่ได้เข้าถึงง่ายนัก แต่ที่นี่มัน friendly มีงานศิลปะ มีการจัดฉายหนัง คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินเข้าไป ก็ไปยืมหนังสือเขามาได้ฟรี ถ้ามีเงิน คุณก็ซื้อของในคาเฟ่ได้ หรือเดินเข้าไปนั่งเงียบ ๆ ก็ได้ มันคือพื้นที่สำหรับทุกคน และมีหลากหลายพื้นที่มาก ๆ ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็น nightlife แสงสีอย่างเดียว เพราะว่าคนชอบผูก LGBTQ+ กับชีวิตกลางคืน พวกเควียร์อินโทรเวิดที่อยากได้พื้นที่กินกาแฟ ดื่มชา เล่นกับแมวก็มี เลยเป็นพื้นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-843139"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_04_project-7465.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพส่วนหนึ่งจาก Photo essay โพรเจก 7465</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ได้เรียนรู้อะไรที่ชัดเจนแบบไม่คิดฝันมาก่อนไหม</strong></h2>



<p>เรื่องชีวิตนี่แหละ เราเริ่มเรียนยุคที่โควิด-19 ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิต รุ่นเรายังเป็นการเรียนแบบเล็กเชอร์ออนไลน์ จังหวะที่เราไปถึง ก็มีภาวะเงินเฟ้อ ราคาทุกอย่างขึ้นหมดเลย เลยรู้สึกว่าต้องหางานทำที่นั่น เพราะค่าใช้จ่ายรายเดือนตึงและไม่ได้ขยับตามเงินเฟ้อ ถามว่าอยู่ได้ไหม มันก็อยู่ได้ คนอาจจะบอกว่ามันก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ แต่เด็กทุนก็อาจจะมีค่าเข้าสังคมที่เป็นค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่ง</p>



<p>เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้คือดีเทลนอกคลาสมากกว่า หรือเครือข่ายตามงานเทศกาลภาพยนตร์ LGBTQ+&nbsp; ต่าง ๆ ที่เราก็ไม่คิดว่าอยู่ ๆ จะได้ไปดูหนังของเควียร์ 100 เรื่องในวีคเดียว และไปเข้าเวิร์กช็อปเป็นนักเขียน</p>



<p>หรือเรื่องวิทยานิพนธ์ที่เรามีเรื่องอยากเขียนเยอะมาก เพราะประเทศไทยมีเรื่องให้คุณเขียนเยอะ ตอนนั้นที่ปรึกษาก็บอกว่า write something that annoys you the most คือ เขียนอะไรก็ได้ที่กวนใจคุณที่สุด แล้วสิ่งหนึ่งที่กวนใจเราก็คือ เวลาคนมาชี้หน้าบอกว่า ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของ LGBTQ+ เราแบบ สวรรค์อะไรล่ะ ถ้าเป็นสวรรค์ เราจะมาอยู่ที่นี่ทำไมตั้งแต่แรก&nbsp;</p>



<p>เราอยากให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์จริง ๆ แต่มันไม่ได้เป็นสวรรค์สำหรับเรา แล้วมันไม่ได้เป็นสวรรค์สำหรับใครหลาย ๆ คน คำถามก็คือ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก็เลยเป็นที่มาของวิทยานิพนธ์</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อท้าทายของการไปลุยคนเดียว เรียนคนเดียว หรือการทำวิทยานิพนธ์คืออะไร</strong></h2>



<p>เรารู้สึกว่าวิทยานิพนธ์ของแต่ละคนเองมันก็จะแต่งประสบการณ์ในการอยู่ใน 1 ปีนั้น แล้วจริง ๆ 1 ปีสั้นมาก ช่วงปลายปีก็จะรู้สึกว่าทำไมไม่เริ่มทำงานเร็วกว่านี้ ยังอ่าน reading ไม่ทันเลย (หัวเราะ) จะเอาเวลาไหนไปทำงานส่ง เราเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ช่วงจบเทอม 2 พอดี แล้วพอจบเทอม 2 นี่เหมือนถูกลอยคอเลยนะ เพราะว่าช่วงซัมเมอร์ไม่มีคลาสเลย รุ่นเราทุกคอร์สแทบจะเป็นออนไลน์ทั้งหมด ดังนั้นมันจะค่อนข้างต้องพึ่งตัวเองมาก ๆ ทำยังไง เราต้องวางแผน ทำตาราง อย่างน้อยต้องไปทำงาน ต้องเข้าร้าน มีโอกาสได้ไปร่วมงานกับสำนักข่าว BBC ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้ทำ ตอนที่เราทำงานที่ The Standard ก็เป็นสำนักข่าวออนไลน์ที่ใหญ่มากแล้วสำหรับตอนนั้น มีคนหลักร้อย แต่ที่ BBC คนหลักพัน และเราไม่เคยร่วมงานกับสายโทรทัศน์เลย มันก็จะเปิดโลกหลาย ๆ อย่าง</p>



<p>หรือช่วงที่เราไปเป็นช่วงเงินเฟ้อ ค่ากิน ค่ารถไฟขึ้นหมดเลย ก็ต้องบริหารจัดการเงินทุนที่ได้มาและไปทำงานเพิ่มในช่วงหลัง เราคิดว่าเรื่องทุนมันไม่ใช่เรื่องบุญคุณเพราะว่าจริง ๆ มัน win win ทั้งสองฝ่าย เขาไม่ได้ให้เราด้วยทัศนคติที่สงสารเรา เราคิดว่าว่าทุนมันมีหลายแบบ แต่ทุนส่วนใหญ่จะเป็นทุนที่ส่งเสริมบางอย่าง อาจจะให้เพื่อต่อยอดโอกาสสำหรับคนที่ขาดโอกาส หรือเห็นศักยภาพ แล้วก็เลยให้ทุน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสจากการได้ทุนไปเรียน ทำให้เราได้ไปดูประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ มันช่วยได้มากขนาดไหน เราเห็นลู่ทางการทำงาน หรือในแง่ของชีวิตส่วนตัวในอนาคตอย่างไร</strong></h2>



<p>ความยากจริง ๆ อาจจะเป็นหนึ่งในความท้าทายว่าทำไมต้องใช้เวลาหลายครั้งกว่าจะได้ทุน เรารู้สึกว่างานของเราไม่เหมือนบางสายงานที่เห็นภาพชัดเจน เรารู้สึกว่างานสายสื่อเหมือนการค่อย ๆ ปลูกต้นไม้ อาจจะใช้เวลา หรืออาจจะยังไม่ถึงเวลาในการเติบโต อาจจะใส่ปุ๋ยผิด ชนิดของดินผิด หรือปลูกผิดที่ แล้วยิ่งเรากลับมาอยู่ในฐานะฟรีแลนซ์ หรือคนจะมองว่าว่างงานก็ได้ ก็ใช้เวลากว่าที่มันจะเห็นผล</p>



<p>เราก็เลยรู้สึกว่ามันก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก อาจจะใช้เวลาของเราเองในการตกตะกอนในสิ่งที่ได้มา อาจจะเป็นข้อท้าทายของหลาย ๆ คนที่ได้ทุนไปเมืองนอก ว่าไปเรียนต่อแล้วได้อะไร พอกลับมาไทยเราก็จะมีความรู้สึกว่า แล้วเราจะทำยังไงต่อ บางเรื่องอาจจะไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพราะต้องมีระบบหรือบริบทหลายอย่างที่พร้อมรับ และส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5fb454"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บริบทที่ไม่พร้อมคือแบบไหน</strong></h2>



<p>เรารู้สึกว่าโรงเรียนทำให้ทุกคนต้องออกมาเหมือนกันแทบจะเป็นตราปั๊ม ผมทุกคนต้องทรงเดียวกัน แล้วเราจะมาเรียนรู้ หรือทะนุถนอมอัตลักษณ์ของตัวเองตอนไหน ตอนวัยรุ่น ช่วงเวลาที่เราอยู่โรงเรียนคือทั้งชีวิต เป็นช่วงเวลาที่เราถูกชี้ตลอดว่า you ห้ามเป็นตัวเอง you ห้ามแตกต่าง ทุกคนต้องเป็นเหมือนกัน แล้วเราจะใช้เวลาไหนมาเติบโตหรือมาเรียนรู้ตัวเอง&nbsp;</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือ เรารู้สึกว่าประเทศไทยอยากสอนให้ทุกคนเหมือนกัน ย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่า เราไม่อยากเป็นคนที่แต่งตัวประหลาดไปเรียน ไม่อยากเป็นคนที่วันนี้ทุกคนใส่ชุดพละแต่เราลืมใส่ แต่ที่อังกฤษคือ ทุกคนไม่อยากเหมือนกัน เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่ง ทุกคนมีรอยสัก ทุกคนกัดสีผม ทุกคนเจาะจมูกเจาะหู ทุกคนอยากเสนอความเป็นตัวเองออกมา</p>



<p>หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศเข้าได้ฟรี ถ้าคุณมีเงิน ก็สามารถบริจาคได้ เลือกจ่ายตามราคานักเรียนหรือเรตรายได้ของเรา ว่างงานก็เข้าได้ ทำงานเป็นแพทย์ พยาบาลมีส่วนลดให้ แล้วที่อังกฤษไม่มีการตัดสิน หรือถามคำถามเยอะแยะ คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้เลย ช่วยส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงของคนหลากหลายกลุ่ม ในขณะที่เรารู้สึกว่าเมืองไทยหลาย ๆ กิจกรรมที่น่าสนใจมันต้องเสียเงิน หรือแค่เดินทางก็ยากแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะมีโอกาสเข้าไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นักเรียนทุนปริญญาโทแบบจูนที่เพิ่งกลับมาหมาด ๆ มีความฝันหลังจากไปติดเครื่องมือทั้งเชิงความรู้และวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p><strong>เราอยากให้ประเทศนี้เป็นสวรรค์จริง ๆ อยากให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของ LGBTQ+ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นพื้นที่ทางกายภาพเสมอไป มันอาจจะเป็นบทความหนึ่งที่คนอ่านแล้วรู้สึกว่าเขาไม่แปลกแยกก็ได้ หรือเทศกาลหนึ่งที่เขาสามารถไปข้าร่วม หรือสื่อ ๆ หนึ่งที่เขาไว้ใจได้ว่าสื่อนี้จะเป็นเพื่อนเขา&nbsp;</strong></p>



<p>มันก็เลยเป็นข้อได้เปรียบของเป็ดอย่างเรา เพราะเรามีประสบการณ์และความสนใจหลากหลาย เราก็เลยอาจจะเห็นอะไรหลาย ๆ แง่มุม</p>



<p>พอไปเรียนต่อแล้วเรามีพื้นฐานด้านสื่อ บวกกับแพชชันในด้านศิลปะ เคยมีประสบการณ์ไปแสดงงานที่แกลเลอรี แล้วเราเองก็ชอบดูหนัง ชอบดูละครเวที เรารู้สึกว่าศิลปะก็เป็นการแสดงออกเชิงสิทธิอย่างหนึ่ง แล้วเราก็ตั้งเป้าว่า วันหนึ่งเราอาจจะอยากทำแพลตฟอร์มหรือพื้นที่แบบนี้ขึ้นมา เราก็แค่อยากสร้างหรือทำพื้นที่ปลอดภัยอะไรก็ได้ให้กับ LGBTQ+</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลังจากที่เราพยายามสมัครทุนหลายรอบ ได้ทุนมา และไปเรียนมาสำเร็จแล้ว มองคำว่า ‘ทุนการศึกษา’ อย่างไร</strong></h2>



<p><strong>เรามองว่าทุนเหมือนใบเบิกทาง การเปิดประตูบานใหม่ เป็นเหมือนสะพาน เราเขียนไปในใบสมัครว่า 3 ปีที่ผ่านมาเราก็ทำงานเพื่อเป้าหมายในการทำสื่อเพื่อความเท่าเทียม แต่เชื่อว่าการได้ทุนไปเรียนอาจเปิดโอกาสให้เราไปเจออะไรใหม่ ๆ ทำให้เราได้เข้าใกล้เป้าหมายเร็วขึ้น&nbsp;</strong></p>



<p><strong>อยากบอกคนที่กำลังมีความฝันหรืออยากสมัครทุนว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่นจริง ๆ&nbsp; เพราะถ้าเราล้มเลิกไป มันก็ไม่มีทางทำได้ แต่เป็ดอย่างเราทำได้ ไม่กลัวความผิดหวังสมัครรอบที่ 4 จนมันสำเร็จเปิดประตูไปสู่อีกเส้นทางได้</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-76a493"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/จูน-วรรษมน_06-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ว่ากันด้วยเรื่องของความฝันของมนุษย์คนหนึ่ง และสิทธิในการทำฝันนั้นให้เป็นจริงหลังจากได้ทุนการศึกษา</p>



<p>บทสนทนากับจูนทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่ากว่าที่จะได้โอกาสมานั้นไม่ง่าย ทุนต่างประเทศที่อาจจะมีคนมองว่าเป็น privilege หรือมีต้นทุนบางอย่างก็มีความยากในรูปแบบของมันเอง&nbsp;</p>



<p>และเมื่อได้โอกาสนั้นมาแล้ว ก็ต้องหาโอกาสเพิ่มเติมในการเรียนรู้มากขึ้น เหมือนที่จูนต้องเรียนหนักในระยะเวลา 1 ปีในช่วงโควิด-19 ออกไปนอกห้องเรียนเยอะ ๆ หาเครือข่าย และบริหารจัดการชีวิตทั้งการเงินและการเรียนให้ได้ในต่างแดน&nbsp;</p>



<p>เมื่อกลับมาที่ประเทศไทย ก็ยังมีอีกโจทย์ให้แก้ไขในด้านของอาชีพการงานและการต่อยอดประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เธอปักหมุดไว้ว่าต้องพัฒนาไปไกลกว่านี้&nbsp;</p>



<p>ทุนการศึกษาสำหรับจูน จึงเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ต้องอาศัยการก้าวขึ้นไปอีกหลาย ๆ ขั้นของปัจเจก การได้มาซึ่งเวลา โอกาส และการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากประเทศไทย ทั้งบ่มเพาะและสอนให้เธอเรียนรู้ที่จะปรับตัว และไม่ละทิ้งเป้าหมาย</p>



<p>อย่างที่จูนบอก “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น” จริง ๆ&nbsp;</p>



<p>*<a href="https://www.eef.or.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กสศ.</a> ให้การสนับสนุน <a href="https://www.eef.or.th/fund/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทุนสร้างโอกาส</a> ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมความต้องการที่แตกต่างกันของความฝันร้อยพันรูปแบบ บทสนทนาของ<strong>จูน วรรษมน</strong> เป็นหนึ่งรูปแบบที่มีความชัดเจนและท้าทาย การให้ความสำคัญกับเส้นทางที่ท้าทายนี้ และออกแบบระบบการศึกษาที่หลากหลายและสอดคล้องกับชีวิตของเด็ก จึงเป็นสิ่งที่ กสศ. ทำงานอยู่ เราสนับสนุนทุนตามความต้องการและความจำเป็นรายบุคคล และเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นใบเบิกทาง บันได และเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างโอกาสในการเดินทางตามความฝันของเด็กทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lgbtq-220223/">จูน วรรษมน…เด็กทุนจบใหม่ ผู้ฝันอยากให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ LGBTQ+ อย่างแท้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
