<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรณกร บวรวัชรเดชา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 May 2024 11:25:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>วรรณกร บวรวัชรเดชา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“คุณครูของหนู” บันทึกความประทับใจของเด็กๆ ที่รอรับครูรัก(ษ์)ถิ่นของพวกเขาอยู่ที่ รร.ปลายทาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150524/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-150524</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 10:47:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐวุฒิ งานแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวมะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านทุ่งเสือโทน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านจันเดย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียานุช ปกรณ์ชุติวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกร บวรวัชรเดชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81579</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกจบจากรั้วมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150524/">“คุณครูของหนู” บันทึกความประทับใจของเด็กๆ ที่รอรับครูรัก(ษ์)ถิ่นของพวกเขาอยู่ที่ รร.ปลายทาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกจบจากรั้วมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว เปิดเทอมนี้พวกเขาจะได้กลับไปเป็นครูอาสาที่โรงเรียนปลายทาง เตรียมบรรจุเป็นครูอย่างเต็มตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึง</p>



<p>ชีวิตนักศึกษาครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัยและตอนไปฝึกสอนที่โรงเรียนก็เต็มไปด้วยความท้าทาย ถ้าเปรียบกับถนนสักเส้น ไม่ใช่ทางเรียบลื่นแน่นอน ขรุขระเป็นระยะด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>ความเหนื่อย ท้อใจ อาจเกิดขึ้นบ้าง แต่ระหว่างทางก็ยังมีเรื่องราวดีๆ มาสลับบรรยกาศอยู่ไม่น้อยให้ใจครูฟู</p>



<p>หนึ่งในนั้น คือ ความสดใส จริงใจ ไร้เดียงสา กระตือรือร้น ฯลฯ ของเด็กๆ ที่โรงเรียนปลายทาง ซึ่งส่งพลังใจให้ว่าที่ครูของพวกเขาผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้&nbsp;</p>



<p>ช่วงเวลาที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้อยู่กับเหล่าลูกศิษย์ มีโมเมนต์ไหนบ้างที่พวกเขาประทับใจ ได้รับพลังงานดีๆ จากแสงวิบวับในดวงตาของเด็กๆ ที่ทำให้พวกเขามีกำลังใจเป็นครูนักพัฒนาชุมชน ซีรีส์ Welcome Teacher สวัสดีครูรัก(ษ์)ถิ่น ชวนอ่านไปพร้อมๆ กัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ครูอาจจะไม่ได้เป็นคนสอนเขา แต่คือความสบายใจที่เด็กๆ ได้อยู่ด้วย </strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4acc6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/01_โรงเรียนบ้านทุ่งเสือโทน-กาญจนบุรี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูที่เด็กๆ ไว้ใจ และถูกมองเป็นพื้นที่ปลอดภัย</strong></p>



<p>“สองอาทิตย์แรกหนูร้องไห้ทุกวัน วันละครั้ง ส่วนหนึ่งก็เพราะคิดถึงบ้าน อีกส่วนคือความลำบากของที่นี่ ติดต่อเพื่อนแต่ละครั้ง ต้องรอสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่แน่นอน ไฟฟ้าก็ไม่พอใช้ บางทีหายไปสามวัน เพื่อนและครอบครัวติดต่อไม่ได้”</p>



<p><strong>นุช–ปรียานุช ปกรณ์ชุติวงศ์</strong> ครูรัก(ษ์)ถิ่นจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี เล่าประสบการณ์ช่วงสังเกตการณ์สอนที่โรงเรียนปลายทางให้ฟังว่า ด้วยความที่ <strong>โรงเรียนบ้านทุ่งเสือโทน</strong> ตั้งอยู่กลางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเทคโนโลยีต่างๆ จึงเป็นเรื่องยาก และทำให้การฝึกสอนที่นี่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับนุช</p>



<p>บางครั้งความท้อก็ทำให้นุชมีความเศร้าเกิดขึ้นบ้าง “แกจะมานั่งร้องไห้แบบนี้ตลอด 6 ปีเลยหรอ” เป็นคำถามที่นุชคุยกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเวลานั้น จนได้คำตอบกลับมาว่า “เราสนุกไปกับมันดีกว่า มันไม่มีความสุขที่ต้องมานั่งร้องไห้แล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลา”&nbsp;</p>



<p>เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้นุชมีรอยยิ้มบนใบหน้าได้อยู่บ้าง หนึ่งในนั้น คือ ความรู้สึกดีๆ จากเด็กที่มองนุชเป็นเรือจ้างและพ่อแม่คนที่สอง</p>



<p>“เคยมีน้องอนุบาลสามคนหนึ่งที่เป็นออทิสติกต์เทียม ตอนแรกเขาไม่กล้าสบตา ไม่พูด หรือถ้าพูดก็จะพูดเป็นภาษาการ์ตูน แต่พอหนูอยู่กับเขาได้สักพัก หนูไม่ดุเขา ใจดีกับเขา เขาก็กล้าที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเรามากขึ้น เริ่มพูดเป็นคำ</p>



<p>“หรือเด็กบางคนเขาก็เรียกเราว่าแม่หรือพี่ แม้ว่าหนูอาจจะไม่ได้เป็นคนสอนเขา แต่มันคือความสบายใจที่เขาได้อยู่กับเรา”</p>



<p>นุชต้องบรรจุเป็นครูที่นี่อีกอย่างน้อย 6 ปีตามเงื่อนไขของทุน แน่นอนว่าอุปสรรคต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่ แต่นุชก็ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า การได้เป็นครูของเด็กๆ ในโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านของตัวเอง เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายและมีคุณค่ามากๆ สำหรับนุช&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ไม่ต้องเตรียมใจแล้วค่ะ เพราะตอนนี้หนูเริ่มปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รักแท้จากเด็กๆ ชาติพันธุ์ที่ทำให้รู้ว่าถึงท้อ แต่การเป็นครูมันดีจังเลยนะ!</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-90305e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/02_โรงเรียนบ้านจันเดย์-กาญจนบุรี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“มันมีช่วงที่ผมก็ท้อบ้าง การเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นมันหนักขนาดนี้เลยหรอ จนตั้งฟังพี่อ้อยพี่ฉอดเป็นไลฟ์โค้ชในการทำงาน เขาบอกว่าเราล้มได้ ก็ต้องลุกได้”</strong></p>



<p><span style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);">ปัญหาที่ </span><strong style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);">ทัช–วรรณกร บวรวัชรเดชา</strong><span style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);"> ครูรัก(ษ์)ถิ่นจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี กำลังเผชิญหน้าอาจไม่ใช่เรื่องความรัก แต่เป็นความท้อที่เกิดจากการทำงานหนักในบางช่วง เพราะการเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ใช่แค่เรียนวิธีการเป็นครูอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจหลักการเป็นนักพัฒนาชุมชนด้วย</span></p>



<p>ทัชเล่าว่า ช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจจากพี่อ้อยพี่ฉอด คือ ช่วงการฝึกสอนที่ <strong>โรงเรียนบ้านจันเดย์</strong> ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพราะตอนเช้าทัช คือ พ่อแม่ที่ต้องรีบตื่นมาเตรียมขนมให้เด็กๆ ที่โรงเรียน ตอนกลางวันต้องสลับหน้าที่ไปมาระหว่างครูปฐมวัยและประถมศึกษา พอพระอาทิตย์ตกดินก็ต้องประชุมกับคณะครู รวมถึงเตรียมแผนการสอนสำหรับวันถัดไป ซึ่งยังไม่นับรวมชิ้นงานจากทางมหาวิทยาลัยโดยระหว่างทางของการฝึกสอน ทัชมีครูพี่เลี้ยง และผู้อำนวยการเป็นผู้ให้คำปรึกษาหลักๆ&nbsp;</p>



<p>“ตอนทำแผนการสอน ผอ.ก็สอนว่าต้องปรับยังไงแผนยังไง ผมกับครูพี่เลี้ยงก็ไปอบรมต่างๆ ร่วมกัน แล้วเอาแนวคิดมาปรับใช้เป็นแผนการสอนให้เข้ากับบทเรียน”</p>



<p>แม้ทัชจะใช้ชีวิตในโรงเรียนแทบจะ 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพราะต้องสวมหมวกการเป็นครูตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และหลับนอนที่บ้านพักครูในโรงเรียน แต่ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยเด็กๆ ไร้เดียงสา ที่ให้ความรู้สึกดีๆ อย่างจริงใจ ทำให้ทัชมีกำลังใจจะลุกขึ้นมาสวมหมวกครูอีกครั้งในทุกๆ วัน</p>



<p>“มีเด็กเดินมาพูดว่า ‘ครูทัชขา หล่อมากเลยค่ะ’ เราก็บอกว่าครูรู้แล้ว บางทีเขาก็เข้ามากอด ให้มินิฮาร์ทเราแล้วบอกว่าทอนหนูด้วยนะคะ เราก็ให้กลับไป เรารู้สึกได้ว่าเขารักเรา”</p>



<p>นอกจากความใจดีและรักเด็กของทัช ที่ทำให้เหล่าลูกศิษย์ตัวน้อยๆ รู้สึกผูกพันธ์ คือ การที่ทัชเป็นครูลูกครึ่งมอญ-พม่า ที่มาจากชุมชนเดียวกันกับเด็กๆ ทำให้สามารถพวกเขาสามารถสื่อสารภาษาเดียวกันได้ด้วย</p>



<p>“บางทีเด็กมองหน้าเราแล้วก็ร้องไห้ เขามีอะไรอยากพูดกับเราแต่เขาพูดไม่ออก เราก็ให้กำลังใจเขาโดยการคุยกับเขาเป็นภาษาพม่าเลย ‘ไม่ต้องเขินไม่ต้องอายนะ ผิดหรือถูกพูดออกมาเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวคุณครูช่วยแก้ให้’ เขาก็เช็ดน้ำตาแล้วค่อยๆ พูดกับเรา</p>



<p>“มันทำให้เรามองเด็กเล็กเปลี่ยนไป บางคนก็มีดื้อเหมือนเดิม ความซนก็เป็นพัฒนาการของเขา บางทีพูดไม่ฟังก็ขู่บ้าง บางคนน่ารักก็เตือนครั้งเดียวแล้วเข้าใจเลย บางคนเป็นเด็กพิเศษเราก็เข้าใจเขา และคอยสังเกตพฤติกรรม”&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากเด็กไม่ยอมฟัง สู่เด็กที่อยากเรียนกับครูคนนี้คนเดียว</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3467a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/03_โรงเรียนอ่าวกะพ้อ-พังงา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“โรงเรียนกับชุมชนเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ไม่สามารถตัดขาดจากกันได้ งานที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้รับมอบหมาย ครูได้พัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กับพัฒนาโรงเรียน ซึ่งผมวางแผนที่จะทำหน้าที่ทั้งสองอย่างให้ดีที่สุด”</strong> </p>



<p>ท่ามกลางเส้นทางการเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น การเปลี่ยนโฟกัสจากความกลัวและกังวลว่าตัวเองจะทำไม่ได้มาเป็นความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างทางเป็นวิธีหนึ่งที่ มู–ศิริพงษ​์ ไถนาเพรียว ใช้ในฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้ โดยเฉพาะในช่วงการฝึกสอนที่ โรงเรียนอ่าวกะพ้อ บนเกาะยาวใหญ่ ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดสำหรับมู</p>



<p>“สัปดาห์แรกที่ฝึกสอน ผมจัดการเด็กไม่ค่อยได้ เด็กไม่ยอมฟังเรา ทำให้เรานึกถึงครูคนหนึ่งที่เราได้เรียนกับเขาตั้งแต่ป.1-6 เรามาคิดว่าทำไมเราถึงชอบที่จะเรียนกับเขา เด็กคนอื่นๆ ก็ชอบครูคนนี้ ขนาดเสาร์-อาทิตย์ยังไปอยู่บ้านครู มานั่งคิดว่าครูเขามีวิธียังไง แล้วก็หาข้อมูลอื่นไปด้วย สัปดาห์ที่ 2 เราลองเอาใหม่ เข้าหาเด็กมากขึ้น พยายามหากิจกรรมในห้องเรียนเพิ่ม ทำยังไงให้เด็กเข้าถึงเรา ให้เด็กที่เงียบที่สุดไม่ยอมพูดอะไร กล้าที่จะพูด”</p>



<p>หลังจากนั้นปัญหาในห้องเรียนก็ค่อยๆ คลี่คลาย ความสัมพันธ์ระหว่างมูและเด็กๆ ในห้องเรียนดีขึ้นจนมูกลายเป็นขวัญใจของเด็กๆ และกลับกันเด็กๆ ก็กลายเป็นกำลังใจที่ดีของมูในการเป็นครูต่อไป</p>



<p>“มีครูที่เป็นพ่อแม่ของเด็กในห้องเดินมาพูดกับผมว่า เด็กเขาอยากเรียนกับผมคนเดียว ไม่อยากเรียนกับครูคนอื่น ช่วงเดือนสุดท้ายที่ผมไปฝึกสอน พอผมขับมอเตอร์ไซค์เข้ารั้วโรงเรียน คือเด็กเข้ามาล้อมเลย ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ไม่รู้จะขับไปทางไหน</p>



<p>“ทำให้รู้ว่านี่แหละ การแก้ไขปัญหาในชั้นเรียน คือเราต้องไม่ยึดตัวเราเป็นหลัก แต่เราต้องยึดจากตัวเด็กให้มากที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สวัสดี รอบนี้ครูก็จะกลับมาอยู่นานๆ และอยู่กับพวกเธอตลอดไป</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-acad62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/04_โรงเรียนอ่าวมะม่วง-พังงา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ช่วงฝึกสอนปี 4 เราได้สอนเด็ก ป.2 ปัญหาที่เจอ คือ การควบคุมชั้นเรียน เราควบคุมชั้นเรียนไม่ค่อยได้ เด็กไม่ค่อยฟังเรา คิดว่าเราอาจจะดุไม่พอ (หัวเราะ) บุคลิกภาพเราอาจมีส่วนด้วย”</strong></p>



<p><span style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);">แม้ว่าทุกคนในชุมชน รวมถึงเด็กๆ ส่วนใหญ่ที่โรงเรียนจะคุ้นเคยกับ </span><strong style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);">มัส–ณัฐวุฒิ งานแข็ง</strong><span style="font-family: var(--s-body); color: var(--s-text);"> เป็นอย่างดี แต่บุคลิกที่นิ่งๆ เงียบๆ ของมัส ทำให้การเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นเรื่องที่ท้าทาย ไม่ว่าจะบทบาทครูที่ต้องการความจดจ่อจากนักเรียน และบทบาทนักพัฒนาชุมชนที่จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่</span></p>



<p>“สัปดาห์แรกที่ฝึกสอน ผมจัดการเด็กไม่ค่อยได้ เด็กไม่ยอมฟังเรา ทำให้เรานึกถึงครูคนหนึ่งที่เราได้เรียนกับเขาตั้งแต่ป.1-6 เรามาคิดว่าทำไมเราถึงชอบที่จะเรียนกับเขา เด็กคนอื่นๆ ก็ชอบครูคนนี้ ขนาดเสาร์-อาทิตย์ยังไปอยู่บ้านครู มานั่งคิดว่าครูเขามีวิธียังไง แล้วก็หาข้อมูลอื่นไปด้วย สัปดาห์ที่ 2 เราลองเอาใหม่ เข้าหาเด็กมากขึ้น พยายามหากิจกรรมในห้องเรียนเพิ่ม ทำยังไงให้เด็กเข้าถึงเรา ให้เด็กที่เงียบที่สุดไม่ยอมพูดอะไร กล้าที่จะพูด”</p>



<p>ปรึกษาครูพี่เลี้ยงเป็นสิ่งที่มัสทำไปพร้อมๆ กับถามความคิดเห็นเด็กๆ ในห้องเรียน เพื่อให้รู้ว่ามีส่วนไหนที่เขาต้องพัฒนา แล้วการสอนของเขาเป็นอย่างไร ทำให้มัสรู้ปัญหาและแก้ได้ เป็นที่มาว่าทำไมเด็กๆ โรงเรียนอ่าวมะม่วงถึงรอคอยวันที่ครูมัสกลับมาอีกครั้ง</p>



<p>“ถ้าเราต้องการพัฒนาชุมชนอะไรสักอย่าง ผมทำคนเดียวก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าขอความร่วมมือจากทั้งโรงเรียนและชุมชนได้ มันก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้”</p>



<p>มัสเป็นคนในชุมชนเดียวกันกับ <strong>โรงเรียนอ่าวมะม่วง</strong> ที่ตั้งอยู่บนเกาะยาวใหญ่ ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ความเป็นเกาะที่อยู่อย่างเอกเทศ และจะเดินทางไปที่ไหนก็เป็นเรื่องยาก ทำให้โรงเรียนที่นี่ประสบปัญหาครูย้ายบ่อย จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูและเด็กเลือนหายไป</p>



<p>การได้ครูรัก(ษ์)ถิ่นอย่างมัสกลับมาสอนที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาครูขาดแคลน คือการได้ครูที่คุ้นเคยกับชุมชน และชุมชนก็ไว้ใจเขาทั้งในและนอกโรงเรียน</p>



<p>“ตอนอยู่โรงเรียนไม่คิดว่าเด็กๆ จะเข้าหาเยอะมาก เขาสบายใจที่จะพูดคุยกับเรา เหมือนเป็นครูที่เป็นเพื่อนพวกเขาได้ด้วย</p>



<p>“มันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสอนให้เขาห่างไกลจากสิ่งไม่ดีต่างๆ เช่น ปัญหายาเสพติด ผมไม่อยากให้ลูกศิษย์ของตัวเองมีจุดจบที่ไม่ดี อยากให้เขาเติบโตมีอาชีพทำงานที่มั่นคงได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติดเหล่านั้น” มัสตอบด้วยรอยยิ้ม</p>



<p>แม้ว่าตลอดการเรียน 4 ปี จะมีทั้งช่วงที่มัสต้องห่างจากโรงเรียนอ่าวมะม่วง เพื่อกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภฎยะลา แต่เด็กๆ ที่โรงเรียนก็ยังเป็นคนที่มัสคิดถึงอยู่เสมอ และพร้อมจะกลับที่ห้องเรียนเพื่อพูดว่า</p>



<p>“สวัสดีครับ รอบนี้ครูก็จะกลับมาอยู่นานๆ แล้วนะครับ ไม่ได้อยู่แค่สามสัปดาห์ หรือเทอมเดียว แต่จะอยู่กับพวกเธอไปตลอด”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150524/">“คุณครูของหนู” บันทึกความประทับใจของเด็กๆ ที่รอรับครูรัก(ษ์)ถิ่นของพวกเขาอยู่ที่ รร.ปลายทาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทัช’ วรรณกร บวรวัชรเดชา พ่อมอญ​ แม่พม่า แต่เติบโตมาเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นได้อย่างงดงาม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-080224/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-080224</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2024 10:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เกศฤทัย คําษร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านจันเดย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกร บวรวัชรเดชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76850</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ชื่อทัชเฉยๆ ครับ ไม่มีชื่อจริงและนามสกุล” วรรณกร บวรวั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080224/">‘ทัช’ วรรณกร บวรวัชรเดชา พ่อมอญ​ แม่พม่า แต่เติบโตมาเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นได้อย่างงดงาม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ชื่อทัชเฉยๆ ครับ ไม่มีชื่อจริงและนามสกุล”</p>



<p><strong>วรรณกร บวรวัชรเดชา</strong> ใช้ชื่อ ‘ทัช’ มาตลอดสิบกว่าปีเพราะเพิ่งได้บัตรประชาชนและมีคำนำหน้าว่านายเมื่อตอนอยู่ ม.5 ด้วยความที่มีพ่อเป็นคนมอญและแม่เป็นคนพม่า แต่เข้ามาตั้งรกรากทำงานในกาญจนบุรีตั้งแต่ก่อนทัชเกิด&nbsp;</p>



<p>ทัชเกิดและเติบโตในหมู่บ้านชุมชมศูนย์อพยพพม่า ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ พูดได้ทั้งพม่า มอญ และไทย แต่สิบกว่าปีต่อมาด้วยกระบวนการพิสูจน์สัญชาติจากภาครัฐทำให้ทัชเปลี่ยนสถานะจากเด็กไร้สัญชาติมาเป็นสัญชาติไทย ยิ่งไปกว่านั้นการมีทั้งชื่อและนามสกุลในบัตรประชาชนยังทำให้ความฝันว่าอยากเป็นครูของทัชใกล้ความจริงเต็มที&nbsp;</p>



<p>“เวลาอยู่บ้านชอบเกณฑ์เด็กๆ มาสอน สมมุติว่าเราเป็นครู ใช้เพิงเล็กๆ หลังบ้านเป็นที่สอนการบ้าน  พอการบ้านเขาเสร็จเราก็จะสอนอ่านออกเขียนได้แล้วก็ตัวเลข เด็กประถมก็จะมาเรียนกับเรา ก็เลยชอบ” ทัชเล่าเรื่องสมัยมัธยมให้ฟัง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a6aa61"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/01_ทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทัช-วรรณกร บวรวัชรเดชา นักศึกษาในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระดับความฝันที่ใกล้เป็นจริง ‘เต็มที’ ของทัช พูดให้ชัดมากขึ้นคือปีนี้&nbsp;</p>



<p>เพราะทัชเป็นหนึ่งในนักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรก ที่สนับสนุนโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ปีละ 300 คน เพื่อส่งไปประจำอย่างน้อย 6 ปี (เงื่อนไขผูกพันของทุน) ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลราว 1,500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาครูย้ายออกบ่อย เพราะผู้รับทุนต้องเป็นคนในท้องถิ่นๆ นั้น&nbsp;</p>



<p>กลางปีนี้ ทัชเตรียมบรรจุเป็นข้าราชการครูโรงเรียนบ้านจันเดย์ ที่อยู่ห่างจากบ้านเพียง 11 กิโลเมตรหลังจากฝึกสอนมา 1 ปีเต็ม โรงเรียนบ้านจันเดย์เป็นโรงเรียนขนาดกลาง เด็กส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ครูเป็นคนไทยทั้งหมดรวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย&nbsp;</p>



<p>มีครูทัชคนแรกที่เป็นครูจากกลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;</p>



<p>“มันส่งผลอย่างแรกเลย เค้าเป็นตัวอย่างที่ดีที่บอกว่าเด็กชาติพันธุ์ก็เป็นครูได้ เพราะนักเรียนเห็นว่าครูก็เหมือนเรานะ” <strong>เกศฤทัย คําษร</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกข้อดีอันดับแรกของ(ว่าที่) ครูจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น&nbsp;</p>



<p>อันดับต่อมา เด็กๆ ที่มีทั้งพม่า มอญ กระเหรี่ยง เดิมไม่ค่อยกล้าพูด กล้าสื่อสารเพราะกลัวผิด แต่พอเห็นครูทัชเป็นฝ่ายทักก่อนด้วยภาษาพม่า ภาษามอญ เค้าเลยเริ่มกล้าพูด</p>



<p>“เด็กที่พูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัด เขาจะบอกเราว่า ขออนุญาตพูดเป็นภาษาพม่าได้มั้ยครับ&nbsp; เราก็บอกว่าได้ แล้วจะช่วยแปลให้ครูคนอื่นฟังว่าเด็กคนนี้ต้องการอะไร”&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับพ่อๆ แม่ๆ ที่มีข้อจำกัดทางภาษาเหมือนลูก เวลามีประชุมผู้ปกครอง ครูทัชจะเข้ามาเป็นล่าม&nbsp;</p>



<p>“ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างเป็นชาวสวน ชาวไร่ ทำสวนมัน สวนยาง แต่ก่อนเขาก็ไม่ค่อยกล้าพูดกับครู แต่เขากล้าพูดกับเรามากขึ้นเพราะเราพูดภาษาเขา เขาสื่อสารกับเราเพื่อให้ไปบอกต่อกับคณะครู เหมือนเราเป็นตัวกลางเชื่อมความเข้าใจของเขา” ครูทัชเล่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e80e62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/02_ทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นี่เป็นทักษะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของครูทัช และถึงแม้ครูทัชจะรู้เร็วกว่าเพื่อนคนอื่นว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่เคยบอกว่าถ้าจบม.6 แล้วให้ออกมาทำงาน แต่ทัชไม่ยอม ถ้าที่บ้านไม่ไหวก็จะหาทางส่งตัวเองเรียนให้ได้ ช่วงนั้นเองครูที่ปรึกษาก็แนะนำให้สมัคร<a href="https://www.eef.or.th/fund/teachereef/">ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> เพราะเป็นทุนสนับสนุนเต็มจำนวน ทั้งค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากินอยู่&nbsp;</p>



<p>จนทัชผ่านการคัดเลือกได้เป็นนักศึกษาทุนรุ่นแรก และเข้าไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี&nbsp;</p>



<p>ผ่านไป 4 ปี วันนี้เรามานั่งคุยกับครูทัชที่เด็กๆ แอบกระซิบว่าแรกๆ ใจดี ตอนนี้ใจร้าย</p>



<p>“เมื่อเช้ายังวิ่งมากอด ส่งมินิฮาร์ตให้กันอยู่เลย” ครูใจร้ายหัวเราะร่วน&nbsp;</p>



<p>1. กว่าจะมานั่งหัวเราะได้อย่างนี้ ทั้งภูมิหลัง ทั้งการเรียน เรื่องราวของ ‘ทัชเฉยๆ’ ที่กลายมาเป็น ‘ครูทัช’ มันไม่ง่ายเลย&nbsp;</p>



<p>เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนในรั้วมหาลัย ทัชบอกว่าทั้งเหนื่อยและสนุก เพราะไม่ได้นั่งเรียนอย่างเดียวแต่มีกิจกรรม Enrichment Program หลักสูตรที่เฉพาะสำหรับนักศึกษาทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่เน้นผลิตครูออกไปเป็นนักพัฒนาชุมชน ทำให้ต้องลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูล ศึกษาบริบทชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน เนื้อหาเหล่านี้จะบูรณาการอยู่ในวิชาต่างๆ</p>



<p>“นวัตกรรมที่ผมทำคือ นวัตกรรมภาษาเพื่อที่จะสื่อสารกับชุมชนรู้เรื่อง ผมใช้พยัญชนะไทย พยัญชนะของเขา (มอญ พม่า) มาผสมผสานกัน แล้วก็สร้างคำที่เขาเข้าใจ เราเข้าใจ ให้เขาฝึกอ่าน เขียนได้ ผ่านสื่อที่ใช้คือ บัตรคำ บัตรภาษา ที่ครูเคยใช้กับเราตอนป.1 แต่พอเราเอาไปใช้กับชุมชนเอง ยากมาก (หัวเราะ)”&nbsp;</p>



<p>ทัชใช้เวลาทุกวันเสาร์ในช่วงฝึกสอนไปลงชุมชนเพื่อทำความรู้จัก ให้คนคุ้นหน้าคุ้นตาก่อน ขนาดทัชไปด้วยภาษาท้องถิ่นที่คล่องปากปร๋อ แรกๆ ก็ยังบอกว่าโหดเอาการ</p>



<p>“เข้าชุมชนยาก บางบ้านก็ไม่ต้อนรับเพราะเขาไม่รู้จักเรา เราแนะนำตัวไปก่อนเขาก็ไม่เอาด้วย เหมือนเขาไม่รู้ว่าเราเป็นครู เราแนะนำตัวก็ไม่ฟัง ใช้ทั้งภาษาไทย ภาษาอื่นๆ เขาก็ไม่ฟัง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8943d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/03_ทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่ครูฝึกสอนก็ไม่ท้อ ทุกเสาร์ทัชจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปพร้อมกับสมุด กระดาษ น้ำดื่ม แล้วก็เดินคุยตามบ้าน ชวนคุยเรื่องทั่วไป จนนานวันเข้าจากที่เคยถูกปิดประตูใส่ วันนี้หลายบ้านชวนหลานชายเข้าไปดื่มน้ำดื่มท่า&nbsp;</p>



<p>“ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ อยู่บ้านเหงา เลยเริ่มคุยกับเรา”&nbsp;</p>



<p>พอความคุ้นเคยมา ทัชก็เริ่มได้วัตถุดิบกลับมาหลายอย่างเพื่อนำมาปรับใช้กับการสอน เช่น พืชท้องถิ่นต่างๆ จากปู่ตาย่ายาย ก็ถูกครูเอามาแต่งเป็นนิทานเล่าให้เด็กๆ ฟัง</p>



<p>“เป็นนิทานเรื่องหาของป่า เช่น วันนี้ตาโทนเดินไปในป่าเพื่อที่จะหาของป่า เราก็ถามเด็กๆ คิดว่าของป่ามีอะไรบ้าง เขาก็จะบอกมีเห็ด หน่อไม้ เราก็ถามต่อว่าเด็กๆ คิดว่าทำอาหารอะไรได้บ้าง เขาจะบอกว่า ต้มยำ ผัดเห็ด ผัดผักกูด เราถามอีกว่าแล้วของเหลือทำยังไงต่อ เด็กตอบว่า เอาไปแบ่งบ้านเพื่อน เอาไปขาย เด็กๆ ก็จะเชื่อมโยงเรื่องตัวเองกับนิทานนี้”&nbsp;</p>



<p>ทัชบอกว่านิทานบางเรื่องเต็มไปด้วยข้อคิดที่ดีมาก แต่สอนแล้วเด็กๆ ไม่เข้าใจ เขาจึงใช้ของฝากจากชุมชนมาแต่งนิทานที่ใกล้กับชีวิตของเด็ก ข้อดีอันดับแรกคือ เด็กๆ จะได้รู้จักชุมชนของเขาเอง สองคือเขาจะได้รู้จักสิ่งที่ถูกต้อง เช่น ตอนที่ถามว่า ผักเหลือแล้วจะทำยังไงดี&nbsp; ไปแบ่งใครได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>“เด็กก็จะคิดออก แล้วมันใช้ได้จริง เวลากินขนมไม่หมด เขาก็จะแบ่งให้น้องให้พี่”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนิทานแต่งเองแล้ว ครูทัชยังชอบพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ ยกตัวอย่าง วิชาหน่อไม้ ซึ่งครูทัชไม่สันทัด แต่ใช้วิธีเชิญชาวบ้านผู้รู้มาพร้อมพาเด็กๆ ลงสนามจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม project approach และเป็นสิ่งที่ทัชชอบที่สุดของการเป็นครู&nbsp;</p>



<p>“เราชอบการพาเด็กไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ พาไปเดินแล้วสอน เช่น กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เราก็พาเด็กไปเดิน จดบันทึกของเขาเอง เขาจะจดบันทึกเป็นภาพแล้วก็ให้เขาเอามาเล่า เราจะได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร ให้เขาได้เติมแต่งภาพของเขาเอง เราชอบกิจกรรมแบบนี้มากกว่าสอนในห้องเรียน”​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3a618"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/04_ทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่กว่าจะเล่าไปยิ้มไปได้อย่างนี้ ฝึกสอนแรกๆ ทัชยอมรับว่าหนักเอาการ ทั้งกิจกรรมที่เข้มข้นและงานสอนที่เข้มงวด รวมถึงการคิดถึงเงื่อนไขผูกพันจากทุนที่กำหนดว่าต้องสอนที่นี่ 6 ปี โดยไม่ย้ายไปไหน ทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้ทำให้ทัชถึงกับต้องฟังพี่อ้อยพี่ฉอดปลอบประโลมใจทุกเช้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ยอมรับว่ากดดัน แต่คิดๆ แล้ว 6 ปีกับการได้บรรจุเลย บวกกับสิ่งที่เขาให้เรามาอีก มันจะติดตัวเราไปตลอด มันคุ้มค่า ระยะเวลาตรงนี้ทำให้เราทำงานกับชุมชนได้ดี”&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน ถึงแม้โรงเรียนบ้านจันเดย์จะเป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีครู 7 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน ครูธุรการอีก 1 การเข้ามาของครูฝึกสอนจึงถือเป็นอีกหน่วยที่สำคัญมากต่อการดูแลเด็กๆ 120 คนเศษ&nbsp;</p>



<p>“เด็กพวกนี้ไม่เหมือนเด็กไทย พ่อแม่ทำงานแต่เช้ากลับมืด ตื่นมาไม่ได้กินข้าวเช้าต้องรีบขึ้นรถรับส่งตั้งแต่หกโมง โรงเรียนก็เตรียมนมกับขนมปังไว้ให้เด็กเล็ก เพราะกว่าเขาจะได้กินอีกทีสิบเอ็ดโมงครึ่งเลย เลิกเรียนบ่ายสามครึ่ง ก็ต้องรีบนั่งรถกลับ กว่าพ่อแม่จะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น”&nbsp;</p>



<p><strong>เกศฤทัย </strong>ผอ.รร.บ้านจันเดย์ บอกต่อว่าถึงแม้เด็กอนุบาลที่นี่จะมีแค่ 19 คนแต่มีครูดูแลถึง 3 คนและหนึ่งในนั้นคือครูทัช ที่จบเอกการศึกษามาโดยตรง จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ถามว่าเยอะไหม ต่อให้มีครูร้อยคนก็ไม่พอ ตรงๆ เลยนะ อนุบาล 19 คนครูอนุบาล 3 คน ไม่พอ ถ้าเราคิดถึงความปลอดภัยของเด็ก ทั้ง เรื่องเพศ การเดิน การถอดรองเท้า การกิน การนั่งนิ่งๆ ควบคุมตนเอง ต้องฝึกตั้งแต่อนุบาล” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c2f1c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/05_โรงเรียนบ้านจันเดย์-กาญจนบุรี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เกศฤทัย คําษร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ จ.กาญจนบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และแผนการสอนของโรงเรียนขนาดกลางแบบนี้จะราบรื่นได้ ความเข้าใจและเชื่อใจจากชุมชนสำคัญมากๆ&nbsp;</p>



<p>“นักศึกษาที่ได้ทุนโครงการนี้ (ครูรัก(ษ์)ถิ่น) เค้าถูกขัดเกลา ฝึกฝนมาแล้ว ได้รับโอกาสดีๆ มาแล้ว คาดว่าเขาจะต้องส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับชุมชนโดยเฉพาะน้องอยู่ที่นี่ถึงหกปี ถ้าน้องสามารถฝังเข้าไปในชุมชนได้ น้องก็จะเป็นตัวแทนโรงเรียนที่จะเข้าไปประสานและพัฒนาชุมชนในเรื่องต่างๆ เพราะปัญหามีเยอะ ขณะเดียวกันสิ่งดีก็มาก น้องสามารถเอาสิ่งดีในชุมชนเข้ามาสู่รร.ได้&nbsp; เช่น บ้านผู้ปกครองสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี พ่อแม่เป็นวิทยากรที่ดีมาก แต่สิ่งแรกเลยเค้าต้องเปิดใจให้โรงเรียนเข้าถึงเค้าได้ก่อน” ผอ.ยิ้มและย้ำ&nbsp;</p>



<p>ด้านคนถูกคาดหวังอย่างทัชเองที่เตรียมจะบรรจุเป็นครูเต็มตัวเทอมการศึกษาหน้า รู้สึกว่าจากการลงชุมชนตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เห็นความก้าวหน้าของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>“เวลาโรงเรียนมีกิจกรรม ชุมชนจะให้ความสำคัญเพราะเด็กของเขาเรียนกับเรา เขาจะช่วยซัพพอร์ตเราทุกอย่าง อย่างการพัฒนา ทำความสะอาดในวันสำคัญ เขาก็จะมากันเยอะมาก จากแต่ก่อนเราขอความช่วยเหลือเขาไป มีมาบ้างแค่ 2-3 คน”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กับเด็กๆ เองทัชก็มีหลายโมเมนต์ที่รู้สึกว่าการเป็นครูมันดีจังเลยนะ</p>



<p>“ทุกวัน มีเด็กมาพูดแบบ ‘ครูทัชขา หล่อมากเลยค่ะ’ เราก็บอกว่าเออ ครูรู้แล้ว บางทีเขาก็มากอด แล้วบอก ครูขากอดหน่อย มีให้มินิฮาร์ตแล้วบอก ทอนหนูด้วยนะคะ เราก็ให้กลับไป เรารู้สึกได้ว่าเขารักเรา” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f30b76"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/06_ทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยเฉพาะเด็กๆ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องใช้ความมั่นใจมากกว่าปกติในการแสดงออก</p>



<p>“บางทีเขามองหน้าเราแล้วก็ร้องไห้ เขามีอะไรอยากพูดกับเราแต่เขาพูดไม่ออก เราก็ให้กำลังใจเขาโดยการคุยกับเขาเป็นภาษาพม่าเลย ‘ไม่ต้องเขินไม่ต้องอายนะ ผิดหรือถูกพูดออกมาเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวคุณครูช่วยแก้ให้’ เขาก็เช็ดน้ำตาแล้วค่อยๆ พูดกับเรา”</p>



<p>รอยยิ้มของครูทัชตลอดการสนทนาบอกกับเราว่า พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปไม่ง่ายแต่ไปต่อแน่นอน พร้อมเล่าความฝันสเตปต่อไปให้ฟังว่าระหว่างทำงานก็จะอ่านหนังสือไปด้วยเพื่อสอบเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน</p>



<p>“ผมมีความใฝ่ฝันสูงสุดว่าอยากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนครับ (ยิ้ม)”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080224/">‘ทัช’ วรรณกร บวรวัชรเดชา พ่อมอญ​ แม่พม่า แต่เติบโตมาเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นได้อย่างงดงาม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชอบครูใจดี ไม่ตี ค่อยๆ สอน” ครูรัก(ษ์)ถิ่น หลักฐานมีชีวิตที่บอกกับเด็กๆ ไร้สัญชาติว่า ถ้าอยากเป็นครู โตขึ้นหนูเป็นได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-teachereef-160124/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-teachereef-160124</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jan 2024 04:56:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านจันเดย์]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกร บวรวัชรเดชา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76151</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บางทีเค้าก็เข้ามากอดเรา ครูทัชขาหนูกอดหน่อย แล้วก็ให้ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachereef-160124/">“ชอบครูใจดี ไม่ตี ค่อยๆ สอน” ครูรัก(ษ์)ถิ่น หลักฐานมีชีวิตที่บอกกับเด็กๆ ไร้สัญชาติว่า ถ้าอยากเป็นครู โตขึ้นหนูเป็นได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“บางทีเค้าก็เข้ามากอดเรา ครูทัชขาหนูกอดหน่อย แล้วก็ให้มินิฮาร์ททุกวัน ทอนหนูด้วยนะคะ เราก็จะทอนด้วยมินิฮาร์ทกลับไป มันเป็นสิ่งที่ดี ที่เค้ารักเรา”&nbsp;</p>



<p><strong>‘ครูทัช’ วรรณกร บวรวัชรเดชา </strong>นักศึกษาฝึกสอนโรงเรียนบ้านจันเดย์ อำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตอบคำถามว่าฝึกสอนปีแรกเป็นอย่างไรบ้าง </p>



<p>ครูทัชเป็นนักศึกษาจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกที่สนับสนุนโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/fund/teachereef/" target="_blank" rel="noopener" title="โครงการทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น">โครงการทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น</a>) และที่พิเศษยิ่งกว่า ครูทัชเป็นชาวชาติพันธุ์ พ่อเป็นชาวมอญ แม่เป็นชาวพม่า ที่อพยพเข้ามาทำงานและตั้งรกรากในกาญจนบุรี และครูทัชเพิ่งได้บัตรประชาชนเมื่อตอนอยู่ ม.5 จึงทำให้มีสิทธิสมัครทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นในพื้นที่จังหวัดบ้านเกิด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb8698"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ครูทัช-วรรณกร-บวรวัชรเดชา-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูทัช’ วรรณกร บวรวัชรเดชา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 มีเป้าหมายผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ปีละ 300 คน เพื่อส่งไปประจำการยังโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลประมาณ 1,500 แห่งทั่วประเทศ และในปี 2567 นี้จะเป็นปีที่นักศึกษาทุนรุ่นแรกจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูและพร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จริงหรือโรงเรียนปลายทาง&nbsp; ด้วยความหวังว่า โครงการนี้จะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล และช่วยยกระดับคุณภาพของโรงเรียนปลายทางได้</p>



<p>ครูทัชมาฝึกสอนที่นี่ได้ 1 ปีแล้ว โดยรับผิดชอบสอนเด็กๆ อนุบาล&nbsp; โรงเรียนบ้านจันเดย์เป็นโรงเรียนขนาดกลาง สอนตั้งแต่อนุบาล-ป.6 นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กไร้สัญชาติ เด็กชาติพันธุ์ มอญ พม่า กะเหรี่ยง ฯลฯ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“มีเด็กไทยน้อยมาก” <strong>เกตฤทัย คำษร</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์แนะนำโรงเรียนคร่าวๆ การมาของครูทัชที่พูดภาษามอญได้ พูดภาษาพม่าได้ จึงเท่ากับลดช่องว่างระหว่างครูกับเด็กไปในตัว และทำให้เด็กๆ กล้าพูดกับครูมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ เค้าไม่ใช่คนไม่กล้าแสดงออกแต่เค้าจะรู้สึกตัวเองไม่ใช่คนไทย ที่เห็นเค้าไม่กล้าพูด เพราะอาย กลัวออกเสียงไม่ชัด แต่ถ้าเค้าได้อยู่กับคนที่เค้าไว้ใจอย่างครู การพูด ตอบคำถาม ปฏิสัมพันธ์จะดี แย่งกันตอบ” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-265441"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ผอ.เกตฤทัย-คำษร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เกตฤทัย คำษร ผู้อำนวยการโรงเรียน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่สำคัญ ครูทัช คือ หลักฐานมีชีวิตที่บอกเด็กๆ ว่า เด็กไร้สัญชาติก็เป็นครูได้</p>



<p>“ปกติเค้าจะเห็นแต่พ่อแม่เป็นกรรมกร ลูกจ้างในไร่ เค้าก็จะคิดว่าชีวิตเค้ามีแค่นั้น แต่วันหนึ่งที่เค้ามาเห็นครูทัชเป็นคนชาติพันธุ์และสื่อสารกับผู้ปกครองได้ พูดภาษาบ้านเดียวกับเค้า ทำให้เค้าเห็นว่าเป็นไปได้”</p>



<p>เนื่องในโอกาสวันครู เราจึงพิสูจน์ด้วยการไปถามเด็กๆ ชาติพันธุ์โรงเรียนบ้านจันเดย์ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร (ยัง) อยากเป็นครูบ้างไหม”&nbsp;</p>



<p>2 ใน 4 คนบอกว่า “โตขึ้นหนูอยากเป็นครู” เราเลยถามต่อไปอีกว่า ชอบหรืออยากเป็นครูแบบไหน ไม่มีสักคนที่บอกว่าชอบครูเก่ง เกือบทั้งหมดชอบครูใจดี&nbsp;</p>



<p>“ใจเย็น ค่อยๆ สอน” หนึ่งในสี่ตอบคำถามว่าครูใจดีแปลว่าอะไร </p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-278fa2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ชอบครูใจดี_PIC_01_ด.ญ.ปอน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้องปอนด์  ป.1 โรงเรียนบ้านจันเดย์</strong></h3>



<p>น้องปอนด์มีพ่อแม่เป็นมอญ มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง และบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นครู เพราะเห็นคุณครูสอนดี เลยอยากสอนบ้าง&nbsp;</p>



<p>“อยากสอนวิชาภาษาไทย เพราะง่ายกว่าวิชาอื่นๆ อยากสอนชั้น ป.3 เพราะเด็ก ป.1 คุยไม่รู้เรื่อง” พอถามว่าครูคนไหนใจดี ปอนด์ตอบว่าครูทัช</p>



<p>“เวลาเราไม่มีตังค์แต่อยากซื้อขนม บอกครูทัช ครูก็ให้ตังค์ แล้วพรุ่งนี้เช้าหนูก็เอามาคืน หนูเอาเงินมาคืนครูวันพรุ่งนี้เลย ไม่เคยลืม”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูที่ปอนด์โตขึ้นอยากเป็นคือ “ครูนิสัยดี สอนดี”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e1ff82"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ชอบครูใจดี_PIC_02_ด.ช.คิด.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้องคิด ป.1 โรงเรียนบ้านจันเดย์</strong></h3>



<p>น้องคิด เพื่อนร่วมห้องของปอนด์บอกว่า ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ โตขึ้นอยากเป็นหมอรักษาสัตว์ เพราะชอบแมวเพราะเคยมีแมวแต่ตายไปแล้ว เลยอยากเป็นหมอช่วยให้แมวอาการดีขึ้น&nbsp;</p>



<p>พ่อแม่ของคิดเป็นชาวมอญทั้งคู่ พ่อทำงานเป็นช่างปูน แม่ทำงานเป็นแม่บ้าน&nbsp;</p>



<p>ถามคิดว่าชอบครูแบบไหน คิดนึกถึงครูประจำชั้น เพราะสอนดี ไม่เคยตีเด็กๆ&nbsp;</p>



<p>“ผมเคยโดนครูตี ใช้ไม้ตี เจ็บ เพราะทั้งห้องเสียงดังแต่ผมไม่ได้เสียงดัง ครูน่าจะไม่รู้ว่าใครคุยเลยตีทั้งห้อง”&nbsp;</p>



<p>เราถามต่อว่าอย่างนั้นครูควรใช้วิธีไหนให้เด็กๆ หยุดคุย</p>



<p>“จริงๆ บอกให้เงียบก็ได้ ไม่ต้องตี” </p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-29a979"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ชอบครูใจดี_PIC_03_ด.ญ.เม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้องเม ป.1 โรงเรียนบ้านจันเดย์</strong></h3>



<p>น้องเม เป็นชาติพันธุ์มอญ ที่เพิ่งเข้ามาเรียนที่โรงเรียนบ้านจันเดย์ปีที่ผ่านมา เวลาถามตอบด้วยภาษาไทยจึงไม่ค่อยชัดแต่เรื่องเขียนถนัดมาก จนครูออกปากชม</p>



<p>“ครูชมว่า หนูเขียนภาษาไทยได้ หนูคัดลายมือสวย”&nbsp;</p>



<p>วิชาโปรดของน้องเมคือภาษาไทย เพราะเพิ่งเรียน ยังพูดได้ไม่เยอะ&nbsp;</p>



<p>อีกเหตุผลที่น้องเมชอบภาษาไทยคือ ครูไม่ตี&nbsp;</p>



<p>“ครูสอนดี สอนเขียน ออกเสียง เวลาหนูยังทำไม่ได้ ครูก็เขียนให้ดู สะกดให้ดู ไม่ดุ ค่อยๆ สอนเรา”&nbsp;</p>



<p>โตขึ้นน้องเมเลยอยากเป็นครูสอนภาษาไทย </p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecf1e7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ชอบครูใจดี_PIC_04_ด.ช.พัฒนา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้องพัฒนา  ป.3 โรงเรียนบ้านจันเดย์</strong></h3>



<p>พ่อแม่ของน้องพัฒนาเป็นชาวพม่า พ่อทำงานตัดไม้ แม่รับจ้างกรีดยาง แต่พัฒนาบอกว่าชอบภาษาไทยมากกว่าภาษาพม่าเพราะพูดง่ายกว่า&nbsp;</p>



<p>โตขึ้นพัฒนาอยากเป็นทหาร วิชาศิลปะ ครูให้วาดรูปวันเด็กหัวข้อความฝัน พัฒนาจึงวาดรูปเด็กที่กำลังนั่งอยู่บนรถถัง&nbsp;</p>



<p>แต่วิชาโปรดกลับเป็นคณิตศาสตร์เพราะครูสอนสนุก&nbsp;</p>



<p>“แต่ครูดุครับ (หัวเราะ) เวลาเด็กเขียนหนังสือผิด ครูเขาก็จะตีครับ” แต่พัฒนาก็ชอบอยู่ดี แต่ถ้าครูไม่ตี ก็จะชอบมากกว่านี้&nbsp;</p>



<p>ส่วนครูที่ชอบ พัฒนานิ่งคิดแป๊บนึง ก่อนจะตอบว่าชอบครูใจดี ไม่ตี</p>



<p>“พูดจาดีๆ ไม่ดุครับ”​</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachereef-160124/">“ชอบครูใจดี ไม่ตี ค่อยๆ สอน” ครูรัก(ษ์)ถิ่น หลักฐานมีชีวิตที่บอกกับเด็กๆ ไร้สัญชาติว่า ถ้าอยากเป็นครู โตขึ้นหนูเป็นได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สานฝันสู่อาชีพครู เชื่อมชุมชนกับโรงเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1129-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=1129-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2020 14:33:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอนุบาลทองผาภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการภาษาสานชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกร บวรวัชรเดชา]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14512</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1129-2/">สานฝันสู่อาชีพครู เชื่อมชุมชนกับโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-14514" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจบุรี มีจุดเด่นอยู่ตรงที่การพึ่งพากันเองในชุมชน แม้สมาชิกแต่ละคนจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ทั้ง พม่า มอญ กะเหรี่ยง  แต่พวกเขาก็สามารถอยู่ร่วมกัน บนฐานวัฒนธรรมที่หลากหลายและผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอย่างกลมกลืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในความหลากหลายทางเชื้อชาติ  “ภาษา” กลับกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เพราะชาวบ้านจะใช้แต่ภาษาของตัวเองเป็นหลักโดยไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ทำให้เป็นช่องว่างที่ทั้งไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานราชการ หรือเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ไปหาหมอก็ไม่สื่อสารบอกอาการของตัวเองไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้  น้องทัช-วรรณกร บวรวัชรเดชา จากโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา มุ่งมั่นตั้งใจตั้งแต่เรียนชั้นประถมว่าอยากจะเป็น “ครู” เพื่อเป็น “ตัวเชื่อม” สลายอุปสรรคทางด้านภาษาให้กับคนในชุมชน และสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กในพื้นที่ทำให้มีอนาคตที่ดีขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"> ถ้าเด็กพูดภาษาไทยได้จะก็จะไม่ถูกเอาเปรียบ</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14515" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-02.jpg" alt="" width="856" height="516" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-02-300x181.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-02-768x463.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-02-750x452.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เป้าหมายเริ่มเข้าใกล้ความจริงอีกขั้น  เมื่อน้องทัชผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ภายใต้การสนับสนุนของทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และจะกลับมาบรรจุเป็นครูในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากสอนให้เด็กๆ ในหมู่บ้านเข้าใจภาษาไทยและสื่อสารกับคนอื่นได้ จะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะเด็กในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลักอยู่บ้านก็พูดภาษาของเขา จะพูดภาษาไทยเวลามาโรงเรียน บางครั้งเวลาเรียนก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ครูสอน และไม่กล้าถามครูเพราะไม่รู้จะพูดกับครูอย่างไร ดังนั้นถ้ามีครูที่พูดภาษาของเขาได้ก็จะทำให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องทัช เล่าให้ฟังว่า ส่วนตัวแม้จะเป็นคนสัญชาติไทยแต่ก็มีเชื้อชาติมอญและพม่า บิดาเป็นสัญชาติเมียนมาร์ เชื้อชาติมอญ ส่วนมารดา เป็นสัญชาติเมียนมาร์เชื้อชาติเมียนมาร์ ทำให้พูดได้ทั้งภาษาไทย และ พม่า ส่วนภาษามอญพูดได้นิดหน่อย ดังนั้น ที่ผ่านมาบางครั้งเขาจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนล่ามที่คอยประสานความเข้าใจภายในชุมชนกับหน่วยงานต่างๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">สวมบทครูทดลองสอนหนังสือเด็กแถวบ้าน</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14516" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-04.jpg" alt="" width="856" height="494" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-04-300x173.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-04-768x443.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-04-750x433.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมทั้ง ยังเคยจัดโครงการ “ภาษาสานชุมชน” เริ่มจากสอนภาษาไทยง่ายๆ อย่างการรู้จักพยัญชนะ สระ และการสะกดชื่อตัวเอง ให้กับน้องๆ ในหมู่บ้านที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ก่อนจะขยายผลไปสอนผู้ใหญ่ในหมู่บ้านชายแดนซึ่งเป็นกลุ่มชนเผ่าต่างๆ ซึ่งมีคนสนใจมาเรียนจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นครู ช่วงม. 4-5 น้องทัช ยังได้ลองฝึกสอนให้กับเด็กๆ 5-6 วัน ในหมู่บ้าน โดยอาศัยความชอบความสนุกที่ได้สอน ทั้งสอนการบ้านให้กับน้องๆในโรงเรียน ไปจนถึงเด็กในหมู่บ้านที่ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ สนใจมานั่งฟังเขาสอนการบ้าน จึงชวนมาเรียนสะกดคำภาษาไทยให้รู้จักเขียนชื่อตัวเองได้ จนวันนี้จากหลายคนที่เคยพูดได้ไม่กี่คำตอนนี้พอจะใช้ภาษาไทยสื่อสารในชีวิตประจำวันได้แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เรียนหรือต้องทำกิจกรรมหนักแค่ไหนก็พร้อม</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14518" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-06.jpg" alt="" width="856" height="716" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-06.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-06-300x251.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-06-768x642.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/น้องทัช-06-750x627.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องทัช เล่าให้ฟังว่า เริ่มเห็นประกาศรับสมัครจากเฟสบุ้คก็สนใจทันทีและนำเรื่องไปปรึกษากับอาจารย์แนะแนวซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะได้เเป็นเป็นครูตามที่ตั้งใจ เพราะก่อนหน้านี้แม้จะเป็นเด็กที่ผลการเรียนใช้ได้คือ 3.70 แต่ด้วยฐานะทางบ้านไม่ดีนักพ่อทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่งเงินกลับมาให้ที่บ้าน ทำให้เขาต้องคอยไปทำงานรับจ้างล้างจานเพื่อหารายได้เพิ่มเติม  แต่สุดท้ายก็เมื่อได้ทุนก็ทำให้สบายใจขึ้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขั้นตอนสำคัญในช่วงการสมัครคือการเข้าข่ายซึ่งเขาจะมีกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งอธิบายสิ่งที่ต้องเจอในการเรียนจากนี้อีก 4 ปี โดยเขาว่าเด็กทุนจะเหนื่อยนะ ต้องอยู่หอนะ ต้องมีกิจกรรมมากว่าคนอื่น จะรับไหวไหม ส่วนตัวก็ไม่มีปัญหาสบายมากเพราะทำงานทำกิจกรรมมาตลอด ตอนป.6 ก็เป็นประธานนักเรียนต้องทำกิจกรรมต่อเนื่อง และเราอยากเป็นครูหนักแค่ไหนก็พร้อมและเมื่อเราได้โอกาสตรงนี้แล้วก็อยากส่งต่อโอกาสไปถึงเด็กคนคนอื่นในพื้นที่ให้เขาได้มีการศึกษาที่ดีด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเลือกได้ตั้งใจว่าหากเรียนจบแล้วก็อยากกลับไปเป็นครูที่โรงเรียนอนุบาลทองผาภูมิ ซึ่งเขาเคยเรียนจบมาจากที่นี่เพราะเป็นโรงเรียนเล็กๆ มีทั้งเด็กและผู้ปกครองที่ยังพูดภาษาไทยไม่ได้จำนวนมากก็อยากใช้ความสามารถของตัวเองในการช่วยเหลือทำให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนหนังสือเข้าใจ ได้มีครูที่เข้าใจภาษาเขาสามารถพูดคุยสอบถามเวลาสงสัย ซึ่งจะอยู่ที่นี่ไม่คิดจะย้ายไปไหน และยังเคยพูดเล่นๆ กับครูอยู่บ่อยๆ ว่าจะอยู่ที่นี่จนเกษียณเลย</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1129-2/">สานฝันสู่อาชีพครู เชื่อมชุมชนกับโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
