<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลำปาง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Mar 2025 06:51:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ลำปาง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130225-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 06:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91433</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดลำปาง มีตัวเลขเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225-2/">จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จังหวัดลำปาง มีตัวเลขเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาอายุระหว่าง 3-18 ปีทั้งหมด 3,663 คน ของเด็กเยาวชนทั้งหมด</p>



<p>ตัวเลขนี้นำมาสู่การค้นหาเพื่อไม่ให้เด็กเยาวชนคนใด เสียโอกาสในชีวิต เครือข่ายงานด้านการศึกษาของจังหวัด บูรณาการการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ตามหาเด็กและออกแบบกระบวนการดูแลช่วยเหลือ ตามไปเคาะประตูบ้าน จนกว่าจะพบตัวเด็กคนสุดท้ายของพื้นที่</p>



<p>ดร.วิบูลย์ ทานุชิต รองประธานสมัชชาการศึกษานครลำปาง เล่าว่า จังหวัดลำปางสามารถค้นหาน้อง ๆ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีประสบการณ์การทำงาน ด้านการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จนสามารถออกแบบกลไกการทำงานระดับพื้นที่อย่างครอบคลุมทุกด้าน โดยมีศึกษาธิการจังหวัด สมัชชาการศึกษาจังหวัด เป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือให้หน่วยงาน องค์กรและ สหวิชาชีพต่างๆ มาทำงานร่วมกัน</p>



<p>“เรามีประสบการณ์ในการค้นหาเด็กที่หลุดออกจากนอกระบบแล้วก็มีการช่วยเหลือก่อนที่จะมีโครงการ Thailand Zero Dropout ลำปางเคยช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากนอกระบบหรือที่เรียกว่าเสี่ยงหลุดมาก่อน เชื่อมโยงการทำงาน เพื่อครอบคลุมเด็กเยาวชนทุกช่วงวัย ค้นหาและติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบ และส่งต่อไปยังความช่วยเหลือที่เหมาะสม มีโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนผ่านฐานข้อมูล&#8221;</p>



<p>&#8220;ทุกฝ่ายทำงานเจาะลึก จนได้ “เกาะคาโมเดล” ที่ทำงานระดับอำเภอเกาะคาแล้วก็เจาะลึกไประดับตำบล จนได้เครื่องมือในการสแกนเด็ก ช่วงปี 2565- 2567 มอบหมายให้ครูในศูนย์เด็กเล็ก ครูในระบบและครูนอกระบบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง อสม. ซึ่งรู้จักเด็ก รู้จักบ้านเด็กแต่ละครอบครัวเป็นอย่างดี สามารถทราบว่าเด็กแต่ละคนเป็นลูกหลานของใคร เรียนหรือทำงานอยู่ที่ไหน ไปอยู่ต่างจังหวัดอยู่ต่างประเทศ บอกได้หมด ดังนั้นเมื่อมีโครงการ Thailand Zero Dropout เรานำบัญชีรายชื่อที่ได้ ไปประชุมระดับตำบล ร่วมกันค้นหาเด็กตามรายชื่อที่ปรากฎ ด้วยกลไกที่เคยใช้ทำงานในพื้นที่ได้ในทันที&#8221;</p>



<p>&#8220;พอเราได้ตัวเลขออกมาว่ามีเด็ก 3,663 ลำปางจึงมีความพร้อมที่จะสแกนว่า 3,663 คนนี้ อยู่อำเภอไหนบ้าง ร่วมมือกัน โดยมีศึกษาธิการจังหวัด สมัชชาการศึกษาจ.ลำปาง และ สกร.รวมทั้งหน่วยงานต่างๆของทั้ง 13 อำเภอ โดยใช้โมเดลเดิมที่เคยดำเนินการในเกาะคาโมเดล จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ อำเภอเกาะคา เราสแกนเด็กจนเหลือคนสุดท้าย และได้คำตอบว่าเด็กคนนี้ ย้ายไปตามแม่ไปอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี แต่จากการพยายามติดต่อแม่และเสนอว่าหากอยากให้ลูกกลับมาเรียนต่อ จังหวัดจะช่วยดำเนินการ ให้เด็กกลับมาเรียนที่โรงเรียนเดิมหรือถ้าหากไม่สะดวกที่จะเรียนในระบบปกติก็มีทางเลือกเป็นการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย หรือเรียนในศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ทางจังหวัดมีงบประมาณดูแล และมีงานให้ทำ หากต้องการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย&#8221;</p>



<p>&#8220;ตอนนี้อำเภอเกาะคาเจอตัวเด็กคนสุดท้ายในรายชื่อแล้ว จังหวัดลำปางเหลือสรุปตัวเลขการสำรวจอีก 2 อำเภอ และเมื่อได้ข้อสรุปจากการสำรวจแล้ว เด็กคนไหนที่ครูสกร. หรือสหวิชาชีพที่เข้ามาร่วมกันติดตาม ตามตัวไม่ได้ ทีมของศึกษาธิการจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจ.ลำปาง จะช่วยเข้าไปเช็คข้อมูลในเชิงลึกอีกครั้ง เพื่อสำรวจเด็กนอกระบบการศึกษาที่ตกหล่นให้ครบ 100% เราตั้งใจที่จะไปเคาะประตูบ้านเด็กกลุ่มเป้าหมายทุกคน จนกว่าจะเจอหรือทราบคำตอบที่ชัดเจนจากเด็กคนสุดท้าย&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225-2/">จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-220223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 04:36:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[มนเทียน สุริยะรังษี]]></category>
		<category><![CDATA[ารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษานครลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64741</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ลำปาง’ หนึ่งในจังหวัดต้นแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-220223/">สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘ลำปาง’</strong> หนึ่งในจังหวัดต้นแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (ABE-Area-based Education) ที่ กสศ. สนับสนุนการแสดงพลังเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ จากความพร้อมและต้นทุนที่มีด้วยการเชื่อมโยงทรัพยากรทั้งจังหวัดเพื่อให้เด็กเยาวชนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา ทั้งยังผลักดันให้ประชากรทุกกลุ่มทุกช่วงวัยมีลู่ทางพัฒนาศักยภาพได้จนสุดทาง</p>



<p>ที่นั่นสามารถร้อยรวมเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงาน นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางที่เป็นฝ่ายประสานความร่วมมือคนทั้งจังหวัด จนจัดตั้งเป็น <strong>‘สมัชชาการศึกษานครลำปาง’ </strong>นำองค์ความรู้และกระบวนการใหม่ ๆ ซึ่งตอบโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาเสมอภาค มีความสำเร็จและรูปแบบการทำงานที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือการจัดการ <strong>‘ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว’</strong> <strong>ที่โดดเด่นด้วยการฝึกอบรมครูผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำและดึงความร่วมมือผู้ปกครอง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำงานกับครูในศูนย์เด็ก</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86da28"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/1-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาครูพี่เลี้ยงผู้อยู่ใกล้ชิดเด็ก ๆ</strong></h2>



<p><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล </strong>คณะบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง หัวหน้าโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดลำปาง เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีต้นทุนที่โดดเด่นด้านสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มีภารกิจในการดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ให้ได้มาตรฐาน โดยเริ่มต้นจากการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ และค่อย ๆ ขยายผลจนเต็มพื้นที่ทุกอำเภอ จนปัจจุบันเกิดเป็นเครือข่ายครูผู้ดูแลเด็ก ที่มีผู้ปกครองร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลลูกหลานในช่วงโอกาสทองของชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-078b2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/2-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล </strong>หัวหน้าโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่<br>เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สมัชชาการศึกษานครลำปางได้ทำงานร่วมกับ 13 อำเภอ ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน สองปีแรกมุ่งเน้นสำรวจคัดกรองเด็กในเกณฑ์ยากจนด้อยโอกาส จากนั้นจัดทำระบบข้อมูลเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล มีการส่งต่อระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เด็กเข้าถึงการดูแลที่ตรงจุด จากนั้นเตรียมแผนพัฒนาคณะครูผู้เป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็ก มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมตามความต้องการของครู ผลักดันจุดเด่นให้เข้มแข็ง เสริมจุดที่บกพร่องให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีการประเมินพัฒนาการเด็กซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีหลักสูตรพัฒนาสถานศึกษาตามความต้องการของแต่ละ ศพด.</p>



<p><em>“เราไม่ได้คำนึงถึงแค่ครูและสถานศึกษา แต่ต้องเชื่อมโยงการพัฒนาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยเน้นว่าถ้าครูรู้ ผู้ปกครองก็ต้องรู้ โดยเฉพาะ 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF-Executive Functions) การส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่น การสื่อสารเชิงบวก การฝึกวินัยเชิงบวก และความรู้ทางโภชนาการ ที่เราเน้นมากว่าผู้ปกครองและครูต้องพัฒนาเด็กให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน”</em>         </p>



<p>แกนนำความเปลี่ยนแปลงคนสำคัญของงานพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก คือ <strong>ครูมนเทียน สุริยะรังษี </strong>หัวหน้าสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว และผู้นำเครือข่ายครูศูนย์เด็กเล็ก 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง เล่าว่า หลังสำรวจความต้องการของคณะครูจนได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่จำเป็นด่วนที่สุดคือการพัฒนาครูพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นคนที่จะใกล้ชิดดูแลเด็กมากกว่าใคร สมัชชาการศึกษานครลำปางที่ทำงานร่วมกับ กสศ. ได้นำผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย มาเติมเต็มในสิ่งที่ครูจำเป็นต้องรู้ ตามมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-88537c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/3-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูมนเทียน สุริยะรังษี หัวหน้าสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“</strong>เราใช้การประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่าย ศพด. ใน 13 อำเภอ ดึงครูพี่เลี้ยงจาก 19 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สนใจเข้าฝึกอบรม มีนักวิชาการ กสศ. มาให้ความรู้ แนะนำว่าต้องวิเคราะห์บริบทของแต่ละศูนย์ หาสิ่งที่ต้องพัฒนาหรือยกระดับ ทำอะไรก่อนหลัง และจะพัฒนาไปในแนวทางใด ซึ่งการอบรมทำให้ครูมีองค์ความรู้มากขึ้นในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก แล้วพอครูมีองค์ความรู้ ก็สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ปกครองต่อได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘อะไรที่ครูรู้ ผู้ปกครองต้องรู้’</strong></h2>



<p><strong>ครูมนเทียน </strong>กล่าวว่า ผลลัพธ์ในการพัฒนาเด็กจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองและครูดูแลพัฒนาเด็กไปในแนวทางเดียวกัน โดย ‘ตัวแปรสำคัญ’ ในการจัดการศึกษาคือตัว ‘ผู้ปกครอง’ เพราะถ้าโรงเรียนสอนเด็กอย่างหนึ่ง แต่พอกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่เลี้ยงดูไปอีกอย่างหนึ่ง เด็กจะเกิดความสับสน แล้วสิ่งที่โรงเรียนปลูกฝังลงไปก็จะไม่มีผลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลักสูตรเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครองไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจต่างกัน ดังนั้นการจัดประสบการณ์ต้องทำในรูปแบบองค์รวม สำรวจความแตกต่างระหว่างบุคคลแล้วจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสอดรับกับพื้นฐานของเด็กและผู้ปกครองรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-962c0d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/4-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><em>“ตัวจักรสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยคือตัวผู้ปกครอง เพราะเด็กอยู่กับเราไม่ถึง 8 ชั่วโมง แต่อีก 2 เท่าคือ 16-18 ชั่วโมงต่อวัน เขาต้องใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องส่งต่อองค์ความรู้ไปถึงผู้ปกครอง ความท้าทายคือจะทำยังไงให้ผู้ปกครองเข้าใจเหมือนกับที่ครูเข้าใจ ซึ่งอย่างแรกคือต้องทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนบริบทของแต่ละครอบครัวก่อน แล้วพยายามถ่ายทอด ‘สาร’ สำคัญว่า เด็กต้องรู้จักระเบียบวินัยแม้ในยามที่เขาไม่ได้อยู่ในโรงเรียน รู้ว่าจะเล่นเวลาใด ควรทำอะไรตอนไหน เรื่องนี้หากผู้ปกครองกับครูพัฒนาเด็กเป็นไปในทางเดียวกันได้ เด็กจะเข้าใจ รู้เรื่อง ว่าง่ายสอนง่ายมีเหตุมีผล”</em></p>



<p><em>“อย่างบางทีเด็กปิดเทอมไปนาน มาเจอกันตอนเปิดเทอม เรารู้เลยว่าช่วงเวลาที่ห่างหายไปเขากินข้าวไม่ตรงเวลา ดูแต่ทีวี ติดโทรศัพท์ บางคนไม่มีนมกิน น้ำหนักลด ก็ต้องมาปรับพฤติกรรมกันใหม่ ฉะนั้นกิจกรรมสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองที่จัดขึ้นเป็นประจำ จะช่วยลดโอกาสการขาดช่วงพัฒนาการของเด็กได้&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p><em>“การจะเปลี่ยนผู้ปกครองให้เป็นผู้ช่วยเลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ เราต้องยอมรับว่าผู้ปกครองเขาไม่ได้มีความรู้เรื่องเด็กปฐมวัย และผู้ปกครองแต่ละคนล้วนมีพื้นต่างกัน บางคนทัศนคติเปิดกว้างพร้อมทำความเข้าใจ บางคนติดเลี้ยงลูกตามใจ เราจะพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ว่าอย่าทำนะ ดังนั้นกลวิธีคือเราต้องสร้างพื้นที่สื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ว่าควรส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างไร ให้เขาตั้งมั่นบนฐานความคิดเดียวกันกับโรงเรียน ว่าถ้าเราเลี้ยงดูแบบไหน เด็กก็จะซึมซับและเติบโตขึ้นมาในลักษณะนั้น แน่นอนว่าผู้ปกครองทุกคนรักลูกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าเราฉายภาพจนเห็นได้ว่าทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงดูลูกให้ประสบผลสำเร็จ ส่วนใหญ่เขาจะเข้าใจและพร้อมพยายามไปด้วยกัน”</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-da9e65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/5-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“แม่จ๋า หนูอยากไปโรงเรียน!!!”</strong></h2>



<p>เสียงน้อง ๆ บอกเล่าผ่านผู้ปกครอง ยืนยันถึงความสุข ความอบอุ่นใจ สิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันถึงการจัดการที่มีประสิทธิภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว คือเสียงจากผู้ปกครองผู้เชื่อมั่นและไว้ใจในแนวทางการทำงานของศูนย์ โดยผู้ปกครองท่านหนึ่งเล่าว่า แต่ก่อนไม่เคยกำหนดระเบียบหรือบังคับอะไรลูกเลย เด็กตื่นตอนไหนก็พาไปโรงเรียนตอนนั้น แต่พอมาที่ศูนย์ ครูแนะนำว่าควรให้เด็กนอนและตื่นเป็นเวลา และให้มาถึงศูนย์ก่อนเวลาเพื่อทำกิจกรรมตอนเช้า</p>



<p><em>“แรก ๆ เรามาสาย ลูกก็งอแงไม่อยากเข้าเรียน แต่ครูเขาเข้าใจ มีจิตวิทยาที่ดี พาลูกเข้าห้องเรียนจนได้ แล้วพอผ่านไปสักอาทิตย์ เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เช้ามาลูกจะบอกว่า แม่รีบ ๆ หน่อย หนูอยากไปโรงเรียน เราก็พาไปส่งเร็วขึ้น บางทีข้าวไม่ได้กินไม่เป็นไร ซื้อไปเดี๋ยวครูดูแลป้อนให้ ยิ่งทุกอาทิตย์ผ่านไป ลูกยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้น กลายเป็นมีระเบียบ ร่าเริงแจ่มใส แต่ก็มีดื้อมีซนอยู่บ้าง ทางศูนย์เขาก็ชวนเราเข้าอบรม มีหมอ มีวิทยากรมาแนะนำว่าต้องดูแลลูกตอนอยู่บ้านอย่างไร จนเราเข้าใจว่าที่เขาดื้อ ร้องไห้เรียกร้องความสนใจ ทุกอย่างมีเหตุผล เราก็เอามาปรับการดูแลที่บ้านไปด้วย สิ่งที่ประทับใจมากคือ ครูผู้ดูแลเขาจะเหมือนเป็นแม่อีกคนหนึ่งเลย คือลูกเราไว้ใจคุณครูมาก และสำหรับคนเป็นผู้ปกครอง ถ้าลูกไว้ใจใคร เราก็ไม่มีคำถามไม่สงสัยอะไรแล้ว”</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecd61f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/6-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งเล่าว่า ที่ศูนย์จะมีกิจกรรมกับผู้ปกครองบ่อย ๆ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการกล้ามเนื้อ มีวิธีการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ว่าถ้าลูกมีปัญหาแบบไหนจะแก้ไขยังไง เช่นประเด็นร้องจะเอาโทรศัพท์ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ผู้ปกครองหลายคนเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน ครูก็ชวนว่ามาปรับพฤติกรรมลูกกันใหม่ ทำ Mind Mapping ทำกิจกรรมร่วมกับครูเป็นรายคน เพราะแต่ละบ้านก็มีรายละเอียดต่างกันไป</p>



<p><em>“เป็นข้อดีของเราที่มีโอกาสเข้าร่วมในหลาย ๆ กิจกรรม ทำให้แต่ละครั้งที่เจอปัญหาเรารับมือได้ แล้วได้ปรับทัศนคติของเราด้วย จากเมื่อก่อนเคยเลี้ยงลูกด้วยการบังคับ แล้วเขาต่อต้าน เราก็เปลี่ยนเป็นการใช้เหตุผล มีวิธีการพูดในหลาย ๆ สถานการณ์เพื่อให้ลูกรับฟัง ให้ความร่วมมือกับเรา แล้วเราได้รู้จักของเล่นเสริมพัฒนาการใหม่ ๆ  อย่างพวกตัวต่อ เราก็ให้เขาเล่นที่บ้านทำเหมือนที่โรงเรียน หรือเรื่องโภชนาการก็สำคัญ การอบรมทำให้เราเข้าใจว่าเด็กจะได้รับอาหารตามหลักโภชนาการอย่างไรได้บ้าง เราก็ปรับให้เขากินอาหารที่มีคุณภาพ ถูกหลัก และเหมาะสม”</em></p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4145c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/7-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ท้ายที่สุด หลักการจัดการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่นำไปสู่ผลสำเร็จในการดูแลเด็ก ๆ นั้น สามารถสรุปปัจจัยสำคัญได้ 3 ประการ คือ 1.เติมองค์ความรู้ให้กับครูพี่เลี้ยง 2.เหนี่ยวนำพลังหนุนเสริมจากองค์กรหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ และ 3.สื่อสารทำความเข้ากับผู้ปกครองเพื่อการดูแลเด็กให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยองค์ประกอบทั้งสามประการนี้ใช้ต้นทุนไม่มาก หากต้องอาศัยความร่วมมือและลงแรงทำงานที่จริงจัง ทั่วถึง และต่อเนื่อง</p>



<p>ซึ่งหลังจากนี้ บทเรียนจากเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วที่เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมแล้ว ครูเทียนและสมัชชาการศึกษานครลำปางจะนำไปถอดบทเรียนเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นหลักสูตร และนำไปขยายผลการทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-220223/">สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2021 06:38:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาธิการจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปวริศา สิงห์อุดร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศรุตา เจริญพรพานิชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[น่านโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรักษ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริการต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Chat BOT น่านสุขใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43783</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ<strong> </strong>นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญเข้าไปดูแลช่วยเหลือ&nbsp;</p>



<p><strong>“น่านโมเดล”</strong> นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่เริ่มเห็นผลชัดเจน  เพราะการผนึกกำลังของภาคส่วนต่าง ๆ ที่หนุนเสริมซึ่งกันและกัน</p>



<p>เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน&nbsp; 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดน่าน มูลนิธิรักษ์ไทย จัดเสวนาถอดบทเรียน “เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เริ่มจากภาพรวมในพื้นที่<strong> </strong>ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา กล่าวว่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee9dd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-006.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ. ตระหนักถึงการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 แสนคน จึงได้คิดพัฒนาโครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา มีทั้งหมด 66 โครงการทำงานใน 74 จังหวัด ตั้งเป้าดูแลเด็ก 35,000 คน ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 90%&nbsp; โดยกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษทั้งด้านร่างกายและจิตใจประมาณ 1,300 คน&nbsp; ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทางโครงการเข้าไปดูแลช่วยเหลือ”&nbsp;</p>



<p>การทำงานเริ่มต้นจาก กระบวนการค้นหากลุ่มเป้าหมาย สร้างเป้าหมายร่วม วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาระดับพื้นที่ เก็บข้อมูลเด็กและครู  นำไปสู่การสรุปผล </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3802de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/ดร.เนตรดาว-ยั่งยุบล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โดยจะวิเคราะห์เป็นรายบุคคล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ที่เป็นรูปธรรม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก มีระบบส่งต่อการช่วยเหลือ ทั้งศูนย์การศึกษาพิเศษระดับพื้นที่ สหวิชาชีพ การดูแลความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงปัญหาเรื่องการศึกษา  ที่แต่ละพื้นที่จะต้องร่วมกันออกแบบการทำงาน เพราะการทำงานหน่วยเดียวไม่อาจสำเร็จ ต้องใช้หลายหน่วยงานช่วยกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เริ่มต้นจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศ<br>สู่การจัดการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสม</h2>



<p>โมเดลการทำงานมีจุดเริ่มต้นจากภาครัฐ คือศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน ภาคประชาสังคมคือมูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp; ร่วมกับ กสศ. มีอาสาสมัคร ครูพี่เลี้ยง และที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการคือครูใน 11 อำเภอ ที่ฝ่าความยากลำบากในช่วงโควิด-19 มาด้วยกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97e075"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-004.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากฐานข้อมูลสารสนเทศที่นำไปสู่การช่วยเหลือเด็ก 50 คนได้อย่างถูกต้อง โดยที่รูปแบบการช่วยเหลือจะเป็นการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสมกับเด็กพิเศษ และอีกส่วนคือกลไกการพัฒนาเด็ก  การฟื้นฟูสุขภาพกายใจ การบำบัดการเรียนที่บ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว ส่งเสริมอาชีพหลากหลาย </p>



<p>มีหลักสูตรสิทธิเด็กและการคุ้มครอง  กิจกรรมบำบัดพัฒนาสุขภาพจิต หลักสูตรให้พ่อแม่มีความพร้อมดูแลเด็กพิเศษ ​ในฝั่งชุมชนก็ต้องทำให้เป็นชุมชนที่ปราศจากอคติ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสร้างสรรค์ให้เด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เชื่อมการทำงานกับภาคีเครือข่าย<br>ด้วยเป้าหมายการช่วยเหลือเด็กนอกระบบทั้งครอบครัว</h2>



<p>น.ส.ศรุตา เจริญพรพานิชกุล ผู้ประสานงานพื้นที่จังหวัดน่าน กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการเน้นไปที่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ&nbsp; และพฤติกรรม&nbsp; เพื่อช่วยเด็กนอกระบบทั้งครอบครัวและพัฒนาศักยภาพครูในการดูแลเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d37e64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวศรุตยา-เจริญพรพานิชกุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ  โดยเชิญนักจิตวิทยา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ชมรมผู้พิการ อสม. มาประชุมร่วมกัน เพื่อหาแนวทางว่าแต่ละรายจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง   “จังหวัดน่านค้นพบกลุ่มเป้าหมาย 194 คน  ​ 86% ไม่มีอาชีพ  ครอบครัวทำการเกษตร ส่วนใหญ่ไม่มีงานประจำ รับจ้างตามฤดูกาล เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ 26 คน บางส่วนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนไล่รื้อ พื้นที่บุกรุก ทับซ้อน พื้นที่แออัด รายได้ครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 1,500-5,000 บาท เป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับการศึกษาเลย 37 ครอบครัว ซึ่งมาจากปัญหาความยากจนร่วมกันปัญหาสุขภาพ  การแก้ปัญหาจะเริ่มที่เข้าไปวางแผนช่วยเหลือเด็ก วิเคราะห์​สาเหตุปัญหา ข้อจำกัด  และการช่วยเหลือ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบ “สังคมสงเคราะห์”<br>เป็นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ Empowerment</h2>



<p>ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์ หัวหน้าโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดตาก ลำปาง น่าน) กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา สามารถเรียกได้ว่าเป็นโมเดลการทำงานที่เริ่มเห็นผล โดยเน้นไปที่มิติทางสังคม จิตวิทยา การศึกษา และเศรษฐกิจ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b750d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เป้าหมายคือการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&nbsp; ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา ที่ทำในลักษณะสังคมสงเคราะห์ แต่โครงการนี้เน้นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ หรือ Empowerment&nbsp; ด้วยการสนับสนุนเด็กแบบองค์รวม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การทำงานอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมดูแลเด็ก การพัฒนาเครือข่าย การช่วยเหลือส่งต่อ และการสร้างความตระหนักเรื่องผู้พิการ ผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และนำไปสู่การกำหนดนโยบายของผู้มีอำนาจ  เกิดการสนับสนุนงบประมาณที่มากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล<br>พร้อมช่วยเหลือผู้ปกครองให้ดูแลเด็กได้</h2>



<p>นางปวริศา สิงห์อุดร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาพิเศษทำงานร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทยในการช่วยเหลือเด็ก มีแนวคิดคือ ให้เข้าถึงทั้งโอกาสและความเสมอภาค&nbsp;</p>



<p>โดยงานของศูนย์ ฯ&nbsp; คือ การค้นหาเป้าหมาย/ วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา/ สร้างเป้าหมายร่วมในการทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่/ วิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง/ ออกแบบเครื่องมือการทำงาน/ เก็บข้อมูลเด็กและครูเพื่อประมวลสรุปผล /คืนข้อมูลกลับไปยังพื้นที่เพื่อออกแบบการทำงานร่วมกัน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพัฒนา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad28bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางปวริศา-สิงห์อุดร.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการให้โอกาสประกอบอาชีพพื้นฐานตามความสนใจ และภารกิจที่สำคัญอีกประการคือช่วยเหลือผู้ปกครอง ให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีความสามารถในการดูแลเด็กต่อไป</p>



<p>“เรามีการทำงานที่ก้าวหน้า ลงไปถึงการดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล โดยลงไปที่ตัวอำเภอและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละเคส ส่วนผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกล เราจะให้ความช่วยเหลือ เรื่องการพาไปตรวจทางการแพทย์ เพื่อให้มีใบรับรองหรือบัตรประจำตัว การเก็บข้อมูลสารสนเทศจากการลงพื้นที่ ยังทำให้เราได้พบเด็กที่ตกหล่นจากการสำรวจในแต่ละปี ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 19 ปี โดยเป็นการร่วมมือกับ พมจ. ศึกษาธิการจังหวัด และ กศน.”  นอกจากนำเด็กที่ตกสำรวจเข้ารับการส่งต่อเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทางศูนย์ ฯ มีนโยบายช่วยเหลือผู้ปกครองให้มีทักษะการดูแลเด็ก   ในกรณีที่เด็กไม่สามารถเข้าเรียนได้  สำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลมาก  ทางศูนย์ ฯ เข้าไปหาเด็กไม่ได้ทุกวัน จึงเน้นที่การให้การศึกษากับผู้ดูแล โดยอาศัยความร่วมมือจาก อบต. อบจ. หรือโรงพยาบาลจังหวัด เพื่อนำเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายต่าง ๆ เข้าไปช่วยกันลงพื้นที่ทุกครั้ง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘หน่วยบริการต้นแบบ’<br>มุ่งส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถดูแลเด็กได้จากภายใน</h2>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้วางแผนสร้าง ‘หน่วยบริการต้นแบบ’ &nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยตัวเอง&nbsp; เพราะถ้าชุมชนสามารถดูแลกันเองได้จากภายใน จะสามารถขยายผลความช่วยเหลือ ให้ตรงกับหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้ตามมา</p>



<p>ปัญหาใหญ่คือความไม่พร้อมของผู้ปกครอง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว หรือมีลูกหลานในครัวเรือนจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6db04a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-003.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทีมงานลงไปเก็บในพื้นที่ จากนั้นจึงรีดข้อมูลต่อมาว่าเด็กคนไหนมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเมื่อเจอเคสที่มีปัญหาหนัก ทางศูนย์ฯ จะประสาน พมจ. รพสต. ที่อยู่ใกล้ เพื่อแบ่งหน้าที่และส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างหน่วยงาน แยกออกเป็นการดูแลปัญหาของเด็ก การดูแลปัญหาของผู้ปกครองเด็ก และการดูแลสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว</p>



<p>ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน กล่าวว่านี่คือการสร้างเครือข่าย ที่เริ่มจากกระบวนการคัดกรองเพื่อพัฒนาระบบดูแลเด็กในพื้นที่ห่างไกล  เป้าหมายสำคัญคือต้องทำให้ผู้ปกครองเด็กมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อนั้นเขาถึงจะพร้อมดูแลเด็กได้ จากนั้นจึงมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเด็ก ยกระดับให้เขาช่วยเหลือตัวเองและบอกความต้องการของตัวเองได้ก่อน  แล้วระบบเครือข่ายจะทำให้คณะทำงานไปสู่เป้าหมายได้ มีผลสำเร็จที่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน<br>พัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม’</h2>



<p>น.ส.กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์ ผู้จัดการมูลนิธิรักษ์ไทยประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า หน้าที่ในการทำงานของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาการศึกษากลุ่มสตรีนอกระบบ อายุระหว่าง 15-35 ปี ในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ 5 อำเภอด้านบนของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ</p>



<p>โดยใช้วิธีบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย  เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ปกครองมีรายได้เพิ่มขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bdd68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวกรรณภรณ์-สอนสมฤทธิ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราให้คำแนะนำผู้ปกครอง เพื่อวิเคราะห์แผนอนาคต ตั้งแต่การออกแบบแผนการเพิ่มรายได้ให้ผู้ปกครอง โดยเริ่มจากสำรวจความต้องการว่ากลุ่มเป้าหมายอยากทำอะไร ในพื้นที่มีทรัพยากรและเครือข่ายสนับสนุนใดบ้าง จากนั้นจึงนำทุนสนับสนุนเด็กและผู้ปกครองเข้าไปร่วมพัฒนาให้ตรงจุด ทางมูลนิธิ ฯ ได้มองถึงการทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองต่อยอดทางอาชีพ โดยสร้างความร่วมมือด้านการตลาด และพัฒนาคุณภาพงานให้ได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์ ซึ่งเรามีเครือข่ายกับภาคธุรกิจ เช่น Lazada รองรับอยู่”&nbsp;</p>



<p>ส่วนการพัฒนาเด็กนั้น จากความร่วมมือกับ กสศ. และศูนย์การศึกษาพิเศษ ทางมูลนิธิ ฯ มีข้อมูลที่สามารถนำมาตรวจสอบกับสำนักงานสาธารณสุขและศูนย์การศึกษาประจำหมู่บ้าน เพื่อให้มั่นใจว่า จะสามารถระบุตัวตนของเด็กที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-82c9e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-007.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>คณะทำงานเห็นร่วมกันว่าจำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน โดยเป็นหน้าที่หลักของครูศูนย์การศึกษาพิเศษ ขณะที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เช่น ผู้เลี้ยงเด็กไม่เข้าใจความบกพร่องทางพัฒนาการ&nbsp; จนเกิดการใช้ความรุนแรงลงโทษเด็ก&nbsp;</p>



<p>อีกกรณีหนึ่งคือเรื่องการสื่อสาร เนื่องจากหลายชุมชนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องพัฒนาการสื่อสาร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Chat BOT น่านสุขใจ สื่อกลางให้คำปรึกษาบรรเทาความเครียด</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc6953"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-008.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในช่วงที่ทุกคนต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตจากโควิด-19 ทางมูลนิธิรักษ์ไทยได้ร่วมมือกับแผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน พัฒนาแอปพลิเคชัน Chat BOT ‘น่านสุขใจ’ เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้คำแนะนำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย บรรเทาความเครียด กังวล อันจะนำไปสู่ปัญหาทางใจที่ใหญ่ขึ้นได้&nbsp; ความตั้งใจของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาให้เกิดศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน และพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม ด้วยเชื่อมั่นว่าการทำงานกับเด็กพิเศษ&nbsp; ต้องให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ปกครอง โดยช่วยนำความรู้หรือทางเลือกใหม่ ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้นแบบหลักสูตรแนวใหม่จาก OECD พัฒนานร.คิดนอกกรอบ ฝึกแก้ปัญหา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/oecd28-10/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2019 11:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[อุทิศ จ๊ะปิน]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุ จันทร์นา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านสามขา]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรศักดิ์ มะโนคำ]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8801</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง นับเป็นอีกห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/oecd28-10/">ต้นแบบหลักสูตรแนวใหม่จาก OECD พัฒนานร.คิดนอกกรอบ ฝึกแก้ปัญหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-8806" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419282.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419282.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419282-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419282-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419282-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>โรงเรียนบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง นับเป็นอีกหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิด วิเคราะห์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</p>
<p>จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นนำไปสู่การการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยการอบรมครูโดยผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ร่วมกับการใช้เครื่องมือส่งเสริมและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ โดยครูจะใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ High Functioning Classroom จากกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะผู้เรียนผ่านการฝึกปฎิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง</p>
<p>น้องทิว-ธีรศักดิ์ มะโนคำ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านสามขา เล่าให้ฟังถึงกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ถูกออกแบบมาในรูปของกิจกรรมแผนภูมิความคิด (Mind Mapping) เริ่มจากการตั้งโจทย์อะไรขึ้นมาสักอย่างเช่นการทำขนมในแผนภูมินั้นก็จะแตกออกไปเป็นรายละเอียดแต่ละหัวข้อ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้วิธีการทำ ประโยชน์คุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8807" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419284.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419284.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419284-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419284-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419284-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" />น้องทิว-ธีรศักดิ์ มะโนคำ นักเรียนชั้น ม.1<br />
โรงเรียนบ้านสามขา</h6>
<blockquote><p>“แต่ละหัวข้อที่แตกย่อยออกมาก็จะเขียนกันด้วยคนละสี มีรูปประกอบเพื่อให้เกิดการแยกแยะ จดจำ เข้าใจง่าย วิธีนี้จะช่วยให้เราฝึกคิดหาคำตอบ ว่าจะต้องทำอะไรอย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช่อ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว​ครูก็จะมาคอยให้คำแนะนำสอบถามว่า ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำอย่างนี้ดีไหม ทำอย่างนี้ดีกว่าไหม​โดยรวมก็จะสนุกกว่าการเรียนหนังสือแบบปกติ ที่สำคัญยังจำได้ง่ายกว่าและเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า” น้องธีรศักดิ์กล่าวอย่างมั่นใจ</p></blockquote>
<p>ไม่ต่างจาก น้องโอ๊ต-จิรายุ จันทร์นา นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านสามขา ได้เล่าถึงกิจกรรมการทำฝายกั้นน้ำเมื่อสองปีก่อนที่ครูพาไปลงมือปฏิบัตินอกสถานที่ ขั้นตอนแรกก็เริ่มจากการทำ Mind Mapping ที่ครูให้เราเริ่มต้นคิดว่าจะต้องทำยังไง เริ่มศึกษาว่าฝายมีกี่ชนิด แต่ละชนิดทำจากอะไร เราควรจะเลือกทำจากวัสดุอะไร ด้วยวิธีอะไร ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร โดยที่แต่ละคนก็จะคิดไม่เหมือนกันครูก็จะคอยมาแนะนำให้คำปรึกษาและพาไปลงมือปฏิบัติจริง</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8808" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419285.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419285.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419285-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419285-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419285-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" />น้องโอ๊ต-จิรายุ จันทร์นา นักเรียนชั้น ม.1<br />
โรงเรียนบ้านสามขา</h6>
<p>ในฐานะครูผู้ดูแลอย่าง ครูตู่ -อุทิศ จ๊ะปิน อาจารย์ประจำชั้น ป.6 เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นไปอบรมการสอนรูปแบบใหม่ของ OECD เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว โดยเขาจะสอนให้เราทำอย่างไรให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสะท้อนออกมาผ่านโปรเจ็คท์ที่ช่วยพัฒนาเติมเต็มศักยภาพ ให้เด็กสามารถคิดนอกกรอบ ไม่ใช่คิดแบบเดิมๆ แต่ต้องรู้ว่าถ้าทำแบบนี้จะเกิดอะไร ต่อไปจะเกิดอะไรบ้าง ต้องสอนให้เขารู้จักคิดเป็นขั้นตอน</p>
<blockquote><p>“แนวการสอนรูปแบบจาก OECD ถือว่าเป็นวิธีการการเรียนการสอนที่ประสบความสำเร็จ เพราะจากเดิมยกตัวอย่าง​Mind Mapping แรกๆ เราก็จะเห็นเด็กเขียนมาแต่ละหัวข้อคนละสั้นๆ ซ้ำๆกัน แต่พอเรียนไปนานๆ เราสอนให้เขารู้จักคิด ไม่ใช่สอนว่าต้องไปทำอย่างนี้ แต่สอนว่าทำอย่างนี้ได้ไหม ลองให้เขาคิดเพิ่มหลังๆ เด็กจะเขียนแยกออกมาได้ยาวขึ้นละเอียดขึ้นกว้างขึ้น ซึ่งความสำคัญอยู่ที่การสอนให้เขารู้จักคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่ท่องจำในชั้นเรียนเท่านั้น” ครูอุทิศยกประโยชน์จากการอบรม</p></blockquote>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8809" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419286.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419286.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419286-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419286-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" />อุทิศ จ๊ะปิน อาจารย์ประจำชั้น ป.6</h6>
<p>อย่างไรก็ตาม ครูตู่ อธิบายเพิ่มว่า ในสังคมปัจจุบันการสอนให้เด็กรู้จักหาทางออก รู้จักแก้ปัญหาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาถือเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นต้องสอนให้เด็กรู้จักวิธีคิด การสอนของเราก็จะสอดแทรกไปในทุกวิชาเรียนเพราะเป็นครูประจำชั้นสอนหลายวิชา มีการแทรก STEM ศึกษาเข้าไปด้วย เช่น สอนเรื่องทำขนมก็จะสอนเชื่อมไปถึงการสีข้าวว่าถ้าข้าวเปลือกจำนวนนี้มาสีแล้วจะได้ข้าวสารเท่าไหร่ ทุกอย่างต้องสอดแทรกการเรียนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ให้ได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/oecd28-10/">ต้นแบบหลักสูตรแนวใหม่จาก OECD พัฒนานร.คิดนอกกรอบ ฝึกแก้ปัญหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Oct 2019 14:13:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศิครินทร์ วงค์ษากัน]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[CCE]]></category>
		<category><![CDATA[Culture and Education’]]></category>
		<category><![CDATA[International Foundation ‘Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Collard]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการมูลนิธิไทยคม]]></category>
		<category><![CDATA[พรนับพัน วงศ์ตระกูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8762</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่าจะมาเป็นเมนู แคร็กเกอร์-ข้าว -ฟัก- ผัก ที่ถูกอกถูกใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8772" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<blockquote><p>กว่าจะมาเป็นเมนู แคร็กเกอร์-ข้าว -ฟัก- ผัก ที่ถูกอกถูกใจของใครหลายๆ คน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการลองผิด ลองถูก และคิดค้นสูตรกันหลายขนานกว่าจะมาถึงวันนี้ซึ่งมีรางวัลการันตีจากการแข่งขันประกวดทำอาหารระดับภูมิภาคและอยู่ระหว่างเตรียมตัวไปแข่งในระดับชาติต่อไป ​​</p></blockquote>
<p>​น้องฟรม-ศิครินทร์ วงค์ษากัน นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง อธิบายถึงที่มาที่ไประหว่างโชว์รีดแป้งเตรียมทำขนมแคร็กเกอร์​ ว่าลองมาหลายสูตรทั้งวัตถุดิบและกระบวนการทำ บางครั้งก็ไหม้กินไม่ได้ต้องเททิ้ง ต้องมาทบทวนแก้ไขกันหลายรอบกว่าจะเข้าที่เข้าทาง</p>
<p>การทำอาหารนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนการสอนที่สืบเนื่องมาจากโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</p>
<p>ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้เครื่องมือส่งเสริมและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ผ่านรูปแบบ High Functioning Classroom สร้างการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะผู้เรียนผ่านการฝึกปฎิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8769" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>น้องเฟรม เล่าให้ฟังว่า คุณครูไม่ได้ต่อว่าที่ทำขนมไหม้ แต่สอนให้เราเรียนรู้ว่า ที่ไหม้เป็นเพราะอะไรและก็หาทางแก้ไข ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเพราะทำแป้งหนาเกินไป อบนานไป เราก็ค่อยๆ ปรับ จนทำแป้งให้บางลงเพื่อให้กรอบอร่อย อบในเวลาที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการปรับสูตร ส่วนผสมจนค่อยๆ ลงตัวเป็น แคร็กเกอร์ ข้าว -ฟัก-<br />
ผัก</p>
<p>ส่วนกระบวนการเราเริ่มต้นจากการทำ Mind Mapping ที่นักเรียนแต่ละคนก็จะต้องมาคิดในหัวข้อ “แคร็กเกอร์”<br />
ที่ต้องคิดแตกแขนงออกไปทั้งในแง่ วัตถุดิบ วิธีการทำ ประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งมาลงตัวกันที่ แคร็กเกอร์ ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง ข้าวกล้องงอก ฟักทองล้านนา2 และผักคะน้าแม็กซิโก ที่มีประโยชน์สูงมาก</p>
<p>ครูนก -พรนับพัน วงศ์ตระกูล ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิไทยคม หมู่บ้านสามขา และผู้ทำโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ อธิบายว่า รูปแบบการจัด​ห้องเรียนประสิทธิภาพ (High Functioning Classroom) ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น เมื่อเราได้ฟังเสียงเด็ก เราก็จะมีข้อมูลมากเพียงพอทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามความต้องการของเด็กที่จะเรียนรู้ร่วมกัน</p>
<blockquote><p>“เราต้องสร้างพื้นที่ให้ได้ทดลองทำผิดบ้าง เขาจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของเขาทดลองจากความผิดพลาดจากเขา หน้าที่ของครูคือต้องนำเสนอเครื่องมือต่างๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์กับเด็กสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก”ครูพรนับพัน ปรารภ</p></blockquote>
<p>ครูพรนับพัน กล่าวเสริมว่า การนำ 5 Habits of Mind หรือ 5 ลักษณะจิตนิสัย สำหรับการเรียนรู้ที่สำคัญ 5 ประการ<br />
มาใช้สามารถทำให้ชั้นเรียนเกิดประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการทำงานร่วมกัน จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหยิบมาใช้ให้ถูกต้องตรงเวลาและทันสถานการณ์เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8771" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>“สิ่งที่เด็กเปลี่ยนไปคือทัศนคติจากเด็กที่ไม่อยากมาโรงเรียน​ กลายเป็นรอว่าเมื่อไหร่จะได้มาโรงเรียน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ หรือจากปกติเด็กเรียนจบก็จะมาถามว่าหนูควรทำเรื่องอะไรต่อ เขาสนใจอยากเรียนเรื่องนี้ เขามีแรงบันดาลใจอยากเรียนรู้ แม้จะเสี่ยงเกิดความผิดพลาดไม่ประสบความสำเร็จก็พร้อมรับความเสี่ยงนั้น โดยเขาได้เรียนรู้พัฒนาตัวเองมากขึ้น กลายเป็นบทเรียนนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ไม่ใช่แค่อ่านนหนังสือสอบจบก็จบ แต่นี่ยังสามารถสร้างนิสัยแห่งการเรียนรู้ได้อีก” ครูพรนับพันให้ความเห็นทิ้งท้าย</p>
<p>ขณะที่ Mr.Paul Collard ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร International Foundation ‘Creativity, Culture and Education’ (CCE) ที่ปรึกษา OECD กล่าวว่า ทางสถาบันได้เข้ามาช่วยพัฒนาอบรมคุณครูในประเทศไทย ซึ่งพบว่าสถานการณ์การศึกษาในประเทศไทยขณะนี้มีความน่าสนใจและมีค<br />
วามท้าทาย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ</p>
<p>อย่างไรก็​ตาม สิ่งที่พบจากการลงพื้นที่ในโรงเรียนบ้านสามขาเห็นว่าการเรียนรู้ของเด็กไทยดีขึ้นจากคอนเซ็ปต์การพัฒนา High Functioning Classroom สร้างสิ่งแวดล้อมให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก รวมทั้งการสร้าง 5 habit of mind ทั้งความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น การเรียนรู้จากความผิดพลาด การมีความคิดสร้างสรรค์ และมีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญและเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี สิ่งสำคัญคือต้องเปิดพื้นที่ให้เด็กได้สามารถเรียนรู้ ให้พวกเขามีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเรียนรู้ไปสู่การพัฒนาเกิดจิตนาการ เกิดความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8773" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ผนึกกำลัง 14 หน่วยงานขับเคลื่อนการศึกษาพื้นที่จังหวัดลำปาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-14-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2019 05:53:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงพล สวาสดิ์ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.กิตติศักดิ์ สมุทธารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิยดา เหล่มตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เรวัฒน์ สุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษานครลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[ศพด.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กปฐมวัย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6901</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมโอฬารรัตน์ อาคารโอฬารโรจน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-14-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82-2/">กสศ.ผนึกกำลัง 14 หน่วยงานขับเคลื่อนการศึกษาพื้นที่จังหวัดลำปาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6903" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68565027_2751568061543852_7016477532178350080_o.jpg" alt="" width="1200" height="900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68565027_2751568061543852_7016477532178350080_o.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68565027_2751568061543852_7016477532178350080_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68565027_2751568061543852_7016477532178350080_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68565027_2751568061543852_7016477532178350080_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมโอฬารรัตน์ อาคารโอฬารโรจน์หิรัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง สมัชชาการศึกษานครลำปาง นายเรวัฒน์ สุธรรม ประธานสมัชชาการศึกษา ฯ ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เหล่มตระกูล ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดลำปาง จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดลำปาง โดยมี รศ.กิตติศักดิ์ สมุทธารักษ์ รักษาการ<span class="text_exposed_show">แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุมกว่า 100 คน จากหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ 14 หน่วยงาน พร้อมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 14 หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง ในการขับเคลื่อนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสริมงาม อำเภอแม่เมาะ อำเภอแจ้ห่ม และอำเภองาว</span></p>
<p>นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่มาเป็นประธานในงานนี้เนื่องจากจังหวัดลำปางให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพราะเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพความเป็นมนุษย์และบุคลากรในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน</p>
<p>“โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ การสร้างความเสมอภาค การให้โอกาสเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อีกทั้งยังได้เล่าประสบการณ์ที่ได้เห็นความแตกต่างและความด้อยโอกาสจากการเรียนในวัยเยาว์ เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัด และได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพ ฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ทำให้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว การที่ประเทศไทยมี พ.ร.บ.เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานี้เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เด็กไทยจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาคกัน” นายทรงพลกล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6905" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67917715_2751568008210524_7551623160110514176_o.jpg" alt="" width="900" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67917715_2751568008210524_7551623160110514176_o.jpg 900w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67917715_2751568008210524_7551623160110514176_o-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67917715_2751568008210524_7551623160110514176_o-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>นายทรงพลกล่าวว่า สำหรับการทำงานด้านการศึกษาที่ผ่านมาของจังหวัดลำปาง รู้สึกชื่นชมหน่วยงานทางการศึกษาของจังหวัด โดยเฉพาะ กศน. ที่เป็นหน่วยงานที่ทำงานหนักและให้โอกาสคนชายขอบได้เข้ามาเรียนและมาเป็นส่วนร่วมสำคัญในการสำรวจ ค้นหากลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ด้วย ในโอกาสการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งนี้ ก็ขอให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างจริงจังเพราะจังหวัดให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษา และแม้ตนเองจะเกษียนไปจากจังหวัดลำปาง ก็จะพยายามเดินทางมาติดตามเรื่องนี้ให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้</p>
<p>ด้านนายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า บทบาทของ กสศ. ในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา มีกลุ่มเป้าหมายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 4.6 ล้านคนทุกช่วงวัย สำหรับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จะดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มก่อน คือ กลุ่มปฐมวัย และเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษา และในปีต่อๆไป จะมีการขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นต่อไป จึงขอชักชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมมาช่วยกันทำงานค้นหาเด็กกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ เพื่อคืนโอกาสในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เด็กกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6906" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68307067_2751568144877177_398822249265627136_o.jpg" alt="" width="1200" height="900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68307067_2751568144877177_398822249265627136_o.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68307067_2751568144877177_398822249265627136_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68307067_2751568144877177_398822249265627136_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68307067_2751568144877177_398822249265627136_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6907" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67846757_2751568338210491_8769126601888628736_o.jpg" alt="" width="900" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67846757_2751568338210491_8769126601888628736_o.jpg 900w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67846757_2751568338210491_8769126601888628736_o-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67846757_2751568338210491_8769126601888628736_o-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6908" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69178702_2751568248210500_8628993844928577536_o.jpg" alt="" width="1200" height="900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69178702_2751568248210500_8628993844928577536_o.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69178702_2751568248210500_8628993844928577536_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69178702_2751568248210500_8628993844928577536_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69178702_2751568248210500_8628993844928577536_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-14-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82-2/">กสศ.ผนึกกำลัง 14 หน่วยงานขับเคลื่อนการศึกษาพื้นที่จังหวัดลำปาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
