<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B8-%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Jun 2022 10:29:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 10:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57146</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกลไกช่วยเหลือและติดตามนักเรียน ในช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 และ ม.3 ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน ภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน</p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> เปิดเผยในเวทีเสวนา “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ว่าในปีการศึกษา 2563-2564 พบมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนเดินหน้าติดตามพาน้องกลับมาเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับเข้ามาไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์ประสานงานตามน้องกลับมาเรียน ติดตามเด็กกลุ่มนี้ให้กลับสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8bb9b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo2_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การตามนักเรียนให้กลับมาถือว่ายากแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือทำอย่างไรไม่ให้ต้องหลุดออกไปอีกครั้ง เพราะปัญหาของเด็กที่มีความซับซ้อนมากกว่าแค่ 1 เรื่อง จึงมองแต่ตัวเด็กไม่ได้ แต่ต้องมองไปถึงผู้ปกครองด้วย ทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จทุกหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ จะต้องร่วมกันดูแลอย่างเป็นระบบไปจนถึงตัวผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนเองก็จะเป็นหัวใจหลักในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่”</p>



<p><strong>ในเวทีเสวนา ยังได้ยกกรณีตัวอย่างกลไกการช่วยเหลือ “น้องนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.1 อายุ 14 ปี ซึ่งเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสองภาษา มีผลการเรียนระดับดีมาก จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวเกิดปัญหาความยากจนเฉียบพลัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึง ทำให้ “น้องนนท์”&nbsp; ไม่มีสิทธิสอบ ไม่มีสิทธิเข้าเรียน จนในที่สุดต้องหลุดจากระบบไป 1 ปีการศึกษา&nbsp; เปิดเทอมปีการศึกษา 2565 มาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ได้กลับไปเรียน</strong></p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</strong> เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาและนำ “น้องนนท์” กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการใช้ “ไทรน้อยโมเดล” โดยทำงานร่วมกันกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติทางการศึกษา กสศ. &nbsp; ด้วยแนวทางรับเด็กเข้าเรียนทันที&nbsp; แม้จะเปิดเทอมมาแล้วกว่า 1 เดือน&nbsp; เพราะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันที่ยิ่งทำให้เด็กเสียโอกาส ปัญหาที่โรงเรียนเก่าค่อยมาหาทางแก้ไขกันทีหลัง ขอให้เด็กได้กลับมาเรียนก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าหนังสือ และอื่นๆ ทางโรงเรียนไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ เพราะสามารถนำไปเฉลี่ยกับเด็กทั้งหมดได้</p>



<p>“ไทรน้อยโมเดล เป็นระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหา โดยไม่ใช่แค่การพาเด็กกลับเข้าระบบมาแล้วส่งเข้าห้องเรียนแค่นั้น แต่จะมีการสำรวจความพร้อม และความต้องการของเด็กหลังจากหยุดเรียนไป 1 ปี และจัดทำโปรแกรมการฟื้นฟูทุกด้าน โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายในโรงเรียน  และมีการประสานนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลเพราะการหยุดเรียนไปนานส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจพอสมควร ซึ่งโรงเรียนของเรามีความเชื่อว่าเมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาก็จะมีพลังบวกในตัวเอง โดยตอนนี้ น้องนนท์ได้กลับมาเข้าเรียนต่อในระดับ ม.2 แล้ว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a23cb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo1_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า การพาน้องกลับมาโรงเรียนได้ จะได้รับการดูแลและสวัสดิการต่างๆ ที่รออยู่ที่โรงเรียน เช่น ทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทุนเสมอภาค นมโรงเรียน อาหารกลางวัน&nbsp; ซึ่งครอบครัวก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย โรงเรียนจึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายมากกว่าการไปเรียนหนังสือ ดังนั้นการพาเด็กกลับมาได้นับแสนคนจึงถือว่าเป็นคุณูปการต่อตัวเด็ก ครอบครัว และสังคม ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กสศ. ร่วมกับโรงเรียน 17,432 แห่ง 4 สังกัด (สพฐ. ตชด. อปท. สช.) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมที่นักเรียนยากจนพิเศษ ช่วงชั้นรอยต่อ เคยศึกษาในภาคเรียนที่ 2 /2564 เพื่อติดตามสถานะการศึกษาต่อของนักเรียน และให้กลับมารับทุนการศึกษาลมหายเพื่อน้องที่โรงเรียน เนื่องจากคุณครูมีประสบการณ์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ติดตามนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลังเปิดเทอมยังมีเด็กจำนวนมากที่ไปไม่ถึงโรงเรียน หนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือปัญหาความยากจนเฉียบพลัน โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนใน กทม.ผู้ปกครองจะมีค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมประมาณ 37,000 บาทต่อคน  ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 17,800 บาทต่อคน ดังนั้นถ้าเราไม่ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ปกครอง โอกาสที่เด็กกลุ่มนี้จะได้ไปต่อก็ยากขึ้น และยังพบว่าเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดสูงนั้นจะมีปัญหามากกว่า 1 เรื่องทั้งเศรษฐกิจ ครอบครัว การหย่าร้าง และสุขภาพ โดยตัวอย่างการทำงานในหลายพื้นที่ของโครงการพาน้องกลับมาเรียนในวันนี้ทำให้เห็นว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง แต่หลังจากนี้จะต้องมีนโยบายเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ เพราะตอนนี้เราดึงกลับมาได้แล้วกว่า 2 แสนคน ต้องหาทางประคับประคองไม่ให้กลุ่มนี้หลุดซ้ำ สิ่งที่ช่วยได้ก็คือเรื่องของทุน การมีงานทำ และการมีครูที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-293331"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo3_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทุกปัญหาในครอบครัวทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การมีงานทำ ปัญหาสังคม ผลกระทบทุกอย่างจะตกไปอยู่ที่ตัวเด็กทั้งหมด ดังนั้นการแก้ปัญหา จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนที่ต้องมีการกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันในการดูแล และในภาวะแบบนี้ควรจะต้องพลิกมุมมองจากการดูแลเด็กจากเด็กเก่งและดี เป็นดูให้เด็กรอด และต้องบูรณาการการทำงานของ 4 กระทรวงในทุกๆ พื้นที่ โดย กสศ.จะทำหน้าที่ป้องกันให้พ้นวิกฤติ แล้วส่งต่อให้จังหวัดดูแลต่อในระยะยาว”</p>



<p>“โครงการพาน้องกลับมาเรียน” เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ 14 องค์กร และเอกชน เพื่อสร้างกลไกการค้นหาและติดตามเด็กที่ประสบปัญหาความยากจน พิการซ้ำซ้อน ไม่มีค่าเดินทาง ต้องเสียสละให้น้องเรียน ไม่ได้จ่ายค่าเทอม ไม่มีวุฒิไปเรียนต่อ จนทำให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยการร่วมกันพาน้องกลับโรงเรียน&nbsp; โดยมีบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมสมทบเงินบริจาค 150 ล้านบาท จากโครงการลมหายใจเพื่อน้อง เพื่อช่วยนักเรียนช่วงชั้นรอยรอยต่อที่หลุดนอกระบบ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
