<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ราชบุรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Jun 2026 05:21:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ราชบุรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-100626-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 11:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกโอกาสเพื่ออนาคตเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102948</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดปีการศึกษาใหม่ 2569 โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาคึกคักอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100626-2/">‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดปีการศึกษาใหม่ 2569 โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย การขาดแคลนทรัพยากรและข้อจำกัดจากการจัดสรรงบประมาณรายหัว ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการมาเรียนและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็ก ๆ โดยไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ห่างไกลบนภูเขา หรืออยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงเพียง 1-2 ชั่วโมงก็ตาม</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ กิจกรรม <strong>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน”</strong> จึงยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในการจัดสรร ส่งต่อ และเติมเต็มทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกคนในทุกพื้นที่เข้าถึงการเรียนรู้ และไม่หลุดออกจากเส้นทางการศึกษาเพียงเพราะความไม่พร้อมของชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg" alt="" class="wp-image-102949" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 <strong>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน”</strong> ภายใต้การขับเคลื่อนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิกระจกเงา และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในจังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านคา เครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดราชบุรี คณะทำงานหนุนเสริมโรงเรียนปลายทางครูรัก(ษ์)ถิ่น ตลอดจนครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ <strong>ร่วมกันนัดพบที่โรงเรียนโรตารี่ 1 บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี</strong> เพื่อนำสื่อการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์การศึกษา ชุดนักเรียน รวมถึงสิ่งของจำเป็นและสิ่งของที่ต้องการเร่งด่วน ส่งต่อให้กับครูจากโรงเรียนกว่า 70 แห่งในพื้นที่</p>



<p>จังหวัดราชบุรีคือพื้นที่ที่ขับเคลื่อนงาน <strong>“ราชบุรี Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> อย่างจริงจัง สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนจากหลากหลายหน่วยงาน จนเกิดระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปิดภาคเรียน เด็กจากหลายครอบครัวยังคงต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น ธนาคารโอกาสและถนนครูเดินจึงเข้ามาช่วยลดภาระของผู้ปกครองและครู เพื่อประคับประคองความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน และช่วยให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ เดินหน้าต่อไปได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13.jpg" alt="" class="wp-image-102950" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความสำคัญของธนาคารโอกาสและถนนครูเดินไม่ได้อยู่เพียงการส่งต่ออุปกรณ์การศึกษาหรือสิ่งของจำเป็น แต่เป็นภาพสะท้อนของ <strong>“ความร่วมมือจากหลายฝ่าย”</strong> ที่เห็นความสำคัญของการเติมเต็มโรงเรียนขนาดเล็กอย่างรอบด้าน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังคงเผชิญอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-102951" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับเหตุผลที่เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร แต่ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา และยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่แม้แต่การก้าวข้ามรอยต่อจากระดับประถมศึกษาสู่มัธยมศึกษาก็ยังเป็นเรื่องยาก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขาดแคลนทรัพยากรไม่ได้ถูกกำหนดด้วยระยะทางเพียงอย่างเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11.jpg" alt="" class="wp-image-102952" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12.jpg" alt="" class="wp-image-102953" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเผชิญปัญหาความไม่พร้อม แม้โรงเรียน ชุมชน และเครือข่ายการศึกษาในจังหวัดจะพยายามระดมทรัพยากรและหาช่องทางสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้หลายปัญหายังคงเกิดขึ้นซ้ำทุกปี</p>



<p>“สพป.ราชบุรี เขต 1 ดูแลพื้นที่การศึกษา 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง วัดเพลง จอมบึง สวนผึ้ง ปากท่อ และบ้านคา ซึ่งมีโรงเรียนขนาดเล็กถึง 95 โรงเรียน จากทั้งหมด 165 โรงเรียน แม้แต่ในอำเภอเมืองเองก็ยังมีโรงเรียนที่เข้าถึงได้ยาก ข้อจำกัดสำคัญคือเรื่องงบประมาณที่จัดสรรตามรายหัวนักเรียน ทำให้บางโรงเรียนมีงบไม่เพียงพอแม้แต่สำหรับค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างน้ำ ไฟ และอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้การพัฒนาด้านอื่นทำได้อย่างจำกัด</p>



<p>“ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจำนวนมากมีรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน เราพบเด็กกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้น บางคนเข้าเรียนชั้น ป.1 แต่ยังสวมชุดอนุบาลมาโรงเรียน เมื่อครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านจึงพบว่าผู้ปกครองไม่มีรายได้เพียงพอ ทำให้โรงเรียนต้องเร่งวางแผนช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน ดังนั้น ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้โรงเรียนสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันที ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9.jpg" alt="" class="wp-image-102954" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.บรรเจิด กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกยินดีและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนการศึกษา เพราะนอกจากจะช่วยเหลือเด็ก ๆ แล้ว ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ส่งถึงครูและโรงเรียนโดยตรง พร้อมเชื่อว่า หากเครือข่ายการศึกษายังคงเดินหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ความเหลื่อมล้ำที่อยู่คู่กับโรงเรียนขนาดเล็กมาอย่างยาวนานจะค่อย ๆ ลดลงได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-102955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>นายทิรัตน์ ผลินกูล หัวหน้าโครงการศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา</strong> กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน คือ <strong>“ครูมีของ เด็กมีอนาคต”</strong> เพราะสิ่งของที่ได้รับจากการระดมความร่วมมือของผู้บริจาค เมื่อถูกส่งต่อถึงมือครู ย่อมหมายถึงโอกาสใหม่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ๆ</p>



<p>“การลงพื้นที่ในหลายจังหวัดทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าพื้นที่ไหน โรงเรียนขนาดเล็กต่างก็เผชิญปัญหาการขาดแคลนไม่ต่างกัน ส่วนราชบุรีในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนของจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จนบางครั้งถูกมองข้าม เราหวังว่าสิ่งของที่นำมาส่งต่อในครั้งนี้ จะช่วยให้ครูทำงานได้สะดวกขึ้น และช่วยให้เด็ก ๆ มีความสุขกับการเปิดเทอมใหม่มากขึ้นเช่นกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14.jpg" alt="" class="wp-image-102956" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15.jpg" alt="" class="wp-image-102957" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นายบุญฤทธิ์ หอมเขียน ครูโรงเรียนมหาราช 7 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี</strong> เล่าว่า ทันทีที่ทราบข่าวการจัดกิจกรรม ก็ตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่เช้า เพื่อมารับสิ่งของกลับไปให้เด็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเครื่องเขียน ดินสอ สี อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์านประดิษฐ์ในวิชาการงานอาชีพ และแฟ้มเก็บผลงานนักเรียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในห้องเรียน</p>



<p>“เราเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีเด็กจากครอบครัวขาดความพร้อมจำนวนมาก เพราะครอบครัวที่มีกำลังส่วนใหญ่เลือกส่งลูกเข้าเรียนในเมือง ความไม่พร้อมนี่เองที่ทำให้เด็กบางคนไม่กล้ามาโรงเรียน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องชุดนักเรียน เพราะบางคนแม้แต่ดินสอสักแท่งก็ยังไม่มี หรือแม้จะมีเงินอุดหนุน แต่หลายครอบครัวก็ไม่สามารถสำรองจ่ายก่อนแล้วรอเบิกภายหลังได้ งานแบบนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระของทั้งผู้ปกครองและครูได้อย่างมาก”</p>



<p>ครูบุญฤทธิ์กล่าวถึงความหมายของสิ่งของที่กำลังจะเดินทางไปถึงเด็ก ๆ ว่า <strong><em>“สิ่งของที่เห็นอยู่ตรงนี้ เมื่อไปถึงมือเด็ก ๆ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความดีใจ เพราะสำหรับบางคน ดินสอหนึ่งแท่ง หรือเสื้อนักเรียนสีขาวสะอาดสักตัว อาจเป็นของใหม่ชิ้นแรกที่เขาได้รับในรอบหลายปี และสำหรับเด็ก ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรทางการศึกษา แต่คือกำลังใจสำคัญ ที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งยังมีแรงและความหวังที่จะเรียนต่อไป”</em></strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16.jpg" alt="" class="wp-image-102958" style="aspect-ratio:2.0579964850615116;width:780px;height:auto" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17.jpg" alt="" class="wp-image-102959" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18.jpg" alt="" class="wp-image-102960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100626-2/">‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างระบบที่รองรับเด็ก ไม่ใช่เด็กที่ต้องรองรับระบบ แนวหน้าการศึกษายืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทำได้อย่างไร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-211225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 08:32:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รัติยา กฤษดานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98532</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8211;โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี&#160;ขับเคล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-211225/">สร้างระบบที่รองรับเด็ก ไม่ใช่เด็กที่ต้องรองรับระบบ แนวหน้าการศึกษายืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทำได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left"><blockquote><p></p><cite>&#8211;<strong>โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;<br>ขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นเพื่อรองรับเด็กที่ไม่สามารถเรียนเต็มเวลาได้ โดยปรับการเรียน การประเมิน และการดูแลรายบุคคลให้สอดคล้องกับชีวิตจริง แนวทางนี้ช่วยลดการหลุดออกจากระบบ และเปิดโอกาสให้เด็กเดินหน้าการศึกษาต่อได้อย่างมีศักดิ์ศรี<br><br>&#8211;<strong>เด็กไม่ได้อยากหลุด แต่ชีวิตไม่เปิดทางให้เขาอยู่ในห้องเรียน</strong><br>บิวเป็นเด็กคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจากการศึกษายืดหยุ่น กรณีของบิวสะท้อนว่า เด็กหลุดจากระบบไม่ใช่เพราะไม่เห็นคุณค่าการเรียน แต่เพราะความยากจนและภาระครอบครัว การศึกษายืดหยุ่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตเขามีทางเลือกมากขึ้น<br><br><strong>-เมื่อชีวิตคือพื้นที่เรียนรู้ การประเมินต้องยุติธรรมกับชีวิตนั้น</strong><br>งานในร้านวัสดุก่อสร้างของบิวถูกเทียบโอนเป็นหน่วยการเรียนรู้ ครอบคลุมวิชาหลักและทักษะชีวิต ผ่านการประเมินร่วมกับครูและนายจ้าง การเรียนรู้จึงเกิดขึ้นในพื้นที่จริง ไม่จำกัดอยู่แค่ห้องเรียน<br></cite></blockquote></figure>



<p>บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็เกิดจากสิ่งที่ดูเรียบง่าย การศึกษายืดหยุ่นที่โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งอาจไม่ได้ดูโดดเด่นเหมือนโครงการใหญ่โตข้ามชาติ แต่มันเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้จริงๆ และเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าระบบการศึกษาที่ &#8220;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#8221; มันเป็นไปได้ แค่เราต้องยอมเปลี่ยนวิธีคิด</p>



<p>บิว เด็กผู้ชายวัย 16-17 ปี หลุดจากระบบมานานพอสมควร เรื่องของเขาบอกเราชัดๆ ว่า การดึงเด็กกลับมาเรียนไม่ใช่แค่การไปหาเขาแล้วบอกว่า &#8220;กลับมาเรียนเถอะนะ&#8221; มันต้องเป็นการปรับระบบทั้งหมดให้เดินตามเขาทัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4.jpg" alt="" class="wp-image-98535" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a><br><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH"></a><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH"></a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ได้หายไปเพราะไม่อยากเรียน เขาหายไปเพราะชีวิตไม่ได้อนุญาตให้เขาอยู่ในห้องเรียน</strong></h3>



<p>บิวเกิดมาในครอบครัวที่รายได้น้อย สูญเสียพ่อ ส่วนแม่ก็ต้องแบกภาระดูแลบิวและน้อง ครอบครัวของบิวเป็นบ้านไม้ไผ่ที่ผุพัง ลมแรงๆ หน่อยก็เกือบจะพาบ้านหลังนั้นปลิวไป บิวคือเด็กที่<strong>ครูรัติยา กฤษดานนท์</strong> ครูผู้ดูแลประสานงานเคสการศึกษายืดหยุ่น โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง เล่าว่า “เจอเรื่องหนักเกินวัย”&nbsp;</p>



<p>บิวต้องออกไปช่วยครอบครัวตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม พอขึ้นมัธยมเขาก็เริ่มเรียนไม่ทันเพื่อนคนอื่น นั่นยิ่งทำให้บิวขาดเรียนบ่อยขึ้นอีก จนในที่สุดก็หายหน้าหายตาไปเป็นปี<br><br>ถ้าหากวันนี้โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งไม่มีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นพอ เขาคงไม่มีวันกลับมาอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/12-1.jpg" alt="" class="wp-image-98536" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/12-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/12-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">รัติยา กฤษดานนท์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่ความยืดหยุ่นที่ก่อตัวก่อนนโยบาย</strong></h3>



<p>โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง ถือเป็นโรงเรียนในเขตชนบทห่างไกลใน จ.ราชบุรี ด้วยลักษณะเชิงเศรษฐกิจสังคมของพื้นที่ ทำให้ครอบครัวจำนวนมากไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เด็กหลายคนต้องทำงานควบคู่ไปกับการเรียน</p>



<p>ในบริบทแบบนี้ เด็กที่หลุดออกจากระบบไม่ใช่ &#8220;ตัวปัญหา&#8221; เขาเป็นผลลัพธ์ตรงไปตรงมาของความยากจนต่างหาก</p>



<p>โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งรู้ดี ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีทำงาน เด็กที่หลุดไปแล้วจะไม่มีวันกลับมา</p>



<p>แนวความคิดนี้ก่อตัวในใจของผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งมาก่อนที่จะมีโครงการการศึกษายืดหยุ่นอย่างเป็นทางการเสียอีก เมื่อก่อนนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนก็เริ่มลงพื้นที่ &#8220;ตามหาเด็กหลุด&#8221; ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ลงไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมบ้าน เรียกเด็กกลับมาทำกิจกรรม ให้ทำงานในโรงเรียนเพื่อให้เด็กยังมีที่ยืน ประคับประคองให้เด็กยังอยู่ในสายตา แม้ไม่ได้มาเรียนสม่ำเสมอ</p>



<p>พอโครงการ &#8220;1 โรงเรียน 3 รูปแบบ&#8221; เข้ามา ทุกอย่างก็ต่อยอดได้ทันที เพราะโรงเรียนทำมาก่อนแล้ว เพียงแต่ตอนนี้มีกรอบ มีระบบ และมีงบประมาณพอให้ทำต่อเนื่อง</p>



<p>และเด็กที่ได้รับการโอกาสให้กลับมาต่อยอดการเรียนได้อีกครั้ง ก็มีบิวรวมอยู่ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4.jpg" alt="" class="wp-image-98538" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/1-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="98539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5.jpg" alt="" class="wp-image-98539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="98540" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5.jpg" alt="" class="wp-image-98540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเด็กที่หายไปเป็นปี กลายเป็นเด็กที่ขอวิชางานเพิ่มด้วยตัวเอง</strong></h3>



<p>ตอนที่โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งเข้าร่วมโครงการการศึกษายืดหยุ่น ครูคิดถึงบิวทันที ไม่ใช่เพราะเขา &#8220;มีปัญหา&#8221; แต่เพราะครูรู้ว่าเขามีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้</p>



<p>โรงเรียนติดต่อเขาผ่านเพื่อน ผ่านครอบครัว และเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง บิวก็พูดตรงๆ ว่าเขายังอยากเรียน แต่ชีวิตไม่เคยให้โอกาสเขาได้เรียนแบบเพื่อนคนอื่น</p>



<p>โรงเรียนเลยจัดโครงสร้างการเรียนรู้แบบยืดหยุ่นเต็มรูปแบบให้&nbsp;</p>



<p>โดยบิวจะเข้ามาโรงเรียนสัปดาห์ละวัน เพื่อพบครูและเก็บคะแนน รับ-ส่งใบงานผ่านไลน์กับครูแต่ละวิชา ใช้โน้ตบุ๊กจากโครงการทรูปัญญาเพื่อเรียนออนไลน์และทบทวนบทเรียน มีห้อง &#8220;ล้อมรัก&#8221; ที่จัดไว้สำหรับเด็กยืดหยุ่นโดยเฉพาะ มีคอมพิวเตอร์และสื่อการสอนพร้อม </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1.jpg" alt="" class="wp-image-98541" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/11-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ใบงานถูกรวมตัวชี้วัดเพื่อลดภาระ แต่ยังคงมาตรฐานไว้ครบ และที่สำคัญคือเทียบโอนประสบการณ์การทำงานของเขาที่ร้านวัสดุก่อสร้าง เช่น:</p>



<p>&#8211; การคำนวณค่าจ้างและต้นทุน เทียบโอนเป็นวิชาคณิตศาสตร์&nbsp;<br>&#8211; การยกของ จัดสินค้า เทียบโอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การงานอาชีพ&nbsp;&nbsp;<br>&#8211; การขายและสื่อสารกับลูกค้า เทียบโอนเป็นวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา&nbsp;&nbsp;<br>&#8211; การคำนวณพื้นที่และจำนวนวัสดุ เทียบโอนเป็นวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ เป็นต้น</p>



<p>การประเมินผลก็ทำผ่านการสัมภาษณ์และนายจ้าง โรงเรียนประสานกับผู้ประกอบการเพื่อบันทึกพัฒนาการของเด็กอย่างเป็นระบบ</p>



<p>แล้วผลที่ได้ล่ะ? บิวเริ่มเข้าโรงเรียนบ่อยกว่าที่กำหนดเสียอีก และถามครูเองว่า &#8220;วันนี้มีงานให้ผมเก็บเพิ่มไหมครับ?&#8221;</p>



<p>เด็กที่เคยหนีโรงเรียน กลับมาเป็นเด็กที่ขวนขวายที่สุดในกลุ่ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3.jpg" alt="" class="wp-image-98542" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/10-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กเปลี่ยนได้ เมื่อเขารู้ว่าโรงเรียนไม่ได้รอให้เขาปรับตัว แต่โรงเรียนปรับเพื่อรองรับเขาจริงๆ</strong></h3>



<p>ในกระบวนการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น ครูรัติยา พบว่า สิ่งที่เชื่อมให้เด็กอยากมาเรียนได้มากที่สุด ไม่ใช่ใบงาน ไม่ใช่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนสนับสนุนให้ แต่คือ &#8220;การเปิดพื้นที่ที่ให้เขาได้พูด&#8221;&nbsp;</p>



<p>ทุกครั้งที่บิวเข้ามาโรงเรียน เขาต้องเช็คอินกับครู พูดคุยว่ารู้สึกยังไง เจออุปสรรคอะไรบ้าง และอยากทำอะไรให้สำเร็จในสัปดาห์หน้า</p>



<p>เมื่อได้รับความดูแลใส่ใจแบบนี้ เด็กที่เคยดูเหมือนประชดชีวิต ก็เริ่มตั้งใจ เริ่มขยัน และกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง</p>



<p>เพราะเขาสัมผัสได้ว่า เขาถูกมองเห็น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2.jpg" alt="" class="wp-image-98543" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/6-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถอดบทเรียนจากอนุบาลสวนผึ้ง : สร้างระบบที่รองรับเด็ก ไม่ใช่เด็กที่ต้องรองรับระบบ</strong></h3>



<p>สำหรับโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งนั้น เพื่อรองรับเด็กเข้าสู่การศึกษายืดหยุ่น สิ่งที่โรงเรียนตัดสินใจทำคือ &#8220;การออกแบบใหม่ทั้งระบบ&#8221; ซึ่งได้แก่</p>



<p><strong>โครงสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นจริง ไม่ใช่แค่ยืดหยุ่นบนกระดาษ</strong> ให้เด็กเลือกส่งงานตามจังหวะชีวิตได้ แต่ต้องเก็บตัวชี้วัดครบ</p>



<p><strong>ประเมินผลจากชีวิตจริง</strong> มองว่างานในร้านก่อสร้างไม่ใช่งานพาร์ตไทม์ธรรมดา มันคือแหล่งเรียนรู้</p>



<p><strong>ครูทุกคนร่วมกันออกแบบใบงานและตัวชี้วัด</strong> ทุกวิชามีส่วนถักทอสู่เป้าหมายเดียวกันใน ID Plan ของเด็ก</p>



<p><strong>เชื่อมสัมพันธ์ครู-เด็กให้แน่นแฟ้น</strong> ไม่ใช่เพื่อความซาบซึ้ง แต่เพื่อให้รู้ว่าต้องช่วยเด็กตรงไหน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3.jpg" alt="" class="wp-image-98544" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษายืดหยุ่นไม่ได้หมายความว่าลดมาตรฐาน มันคือการเลิกยัดเยียดมาตรฐานแบบเดียวกันให้เด็กทุกคนต่างหาก</strong></h3>



<p>นอกจากเรื่องการจัดการการเรียนรู้แล้ว คำถามซึ่งเหล่าโรงเรียนที่จัดการศึกษายืดหยุ่นมักได้รับเสมอ คือ เรื่องประเมิน ว่าทำได้ถึงมาตรฐานไหม?</p>



<p>ในกรณีของโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งนั้น ผู้อำนวยการและครูที่นี่ไม่เคยคิดจะให้เด็ก &#8220;ผ่านไปเฉยๆ&#8221; โดยโมเดลยืดหยุ่นของที่นี่ออกแบบมาอย่างชัดเจน&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็น<strong>ตัวชี้วัดทุกวิชาที่ยังคงอยู่ครบ</strong> แต่ถูกปรับให้รวมหลายตัวชี้วัดไว้ในใบงานชิ้นเดียว ส่วน<strong>ประสบการณ์การทำงาน</strong>ของเด็กจะถูกเทียบโอนอย่างเป็นระบบ <strong>การเรียนออนไลน์และการส่งงานผ่านไลน์</strong>ก็ถูกใช้เป็นช่องทางหลัก และ<strong>เด็กต้องเข้ามาพบครูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง</strong> เพื่อเช็คอินและติดตามความคืบหน้า</p>



<p>นี่คือ <strong>&#8220;มาตรฐานที่ปรับให้เข้ากับเด็ก&#8221; ไม่ใช่ &#8220;มาตรฐานที่ลดให้เด็ก&#8221;</strong> ครูรัติยา เปิดเผย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2.jpg" alt="" class="wp-image-98545" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บิววันนี้: เด็กที่เชื่อว่าอนาคตเกิดขึ้นได้ แม้ชีวิตจะไม่ได้เริ่มต้นดีนัก</strong></h3>



<p>วันนี้ บิวเก็บวิชาของ ม.1 และ ม.2 ใกล้ครบทั้งหมดแล้ว เริ่มเก็บ ม.3 ล่วงหน้า และตั้งใจว่าจะจบภายในเวลาที่กำหนด เพื่อไปทำงานที่มั่นคงกว่าเดิม</p>



<p>เขาเคยตอบคำถามเช็คอินกับครูรัติยา ว่า &#8220;อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง&#8221;&nbsp;</p>



<p>คำตอบนี้เรียบง่าย แต่มันคือคำตอบของเด็กที่รู้สึกว่าชีวิตมีทางไปต่อ</p>



<p>การศึกษายืดหยุ่นไม่ได้ทำให้บิวเรียนเก่งขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มันให้อนาคตกับเขา และนั่นสำคัญกว่ามาก</p>



<p>ถ้าโรงเรียนทุกแห่งทำได้แบบนี้ เราจะไม่ต้องถามซ้ำว่า &#8216;ทำไมเด็กถึงหลุดจากระบบ?&#8217;</p>



<p>เพราะความจริงคือเด็กไม่ได้อยากหลุด ระบบต่างหากที่หลุดจากชีวิตเด็กมานานแล้ว</p>



<p>โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อโรงเรียนยอมยืดหยุ่น เด็กก็กลับมายืนได้เอง เมื่อผู้บริหารลงมือทำ เด็กก็ไม่กลายเป็นแค่ตัวเลขสถิติ และเมื่อครูฟังเด็กจริงๆ การเรียนรู้ก็เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของชีวิต</p>



<p>นี่ไม่ใช่เรื่องของบิวคนเดียว&nbsp;</p>



<p>มันคือภาพสะท้อนที่บอกว่า &#8220;การศึกษาไทยสามารถกลับมาเป็นของทุกคน&#8221; ได้จริง หากโรงเรียนยอมเริ่มต้นก่อน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2.jpg" alt="" class="wp-image-98546" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/9-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-61551913572037/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง">ภาพจากเพจโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ปรับรูปแบบการจัดการศึกษาให้ยืดหยุ่นตามบริบทชีวิตของผู้เรียน ทั้งด้านการเรียน การประเมิน และการดูแลรายบุคคล ช่วยให้เด็กที่มีข้อจำกัดด้านเวลาไม่หลุดจากระบบ และยังสามารถก้าวต่อในเส้นทางการศึกษาได้อย่างมั่นใจ<br>หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่นสามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น <a href="https://line.me/R/ti/p/@436jruda" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></td></tr></tbody></table></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-211225/">สร้างระบบที่รองรับเด็ก ไม่ใช่เด็กที่ต้องรองรับระบบ แนวหน้าการศึกษายืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทำได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้องเรียนเซฟโซนของเด็กในครอบครัวแหว่งวิ่น ถอดรหัสโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน) จังหวัดราชบุรี ที่ทำให้เด็กเคยหมดหวังอยากกลับมาเรียนอีกครั้ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-201225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 07:12:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนัดดา ทองประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน)]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98515</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8211;โรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)จังหวัดราชบุร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-201225/">ห้องเรียนเซฟโซนของเด็กในครอบครัวแหว่งวิ่น ถอดรหัสโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน) จังหวัดราชบุรี ที่ทำให้เด็กเคยหมดหวังอยากกลับมาเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite>&#8211;<strong>โรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)จังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;<br>เริ่มขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นตั้งแต่ปี 2565 จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเด็กหนึ่งคน ก่อนพัฒนาเป็นระบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” อย่างเป็นรูปธรรม แนวทางนี้ช่วยรองรับเด็กจากครอบครัวเปราะบาง เด็กที่ต้องทำงาน หรือไม่สามารถมาเรียนเต็มเวลา ให้ยังคงอยู่ในระบบและจบการศึกษาตามเป้าหมายได้จริง<br><br>&#8211;<strong>ครูหนึ่งคนประกบเด็กหนึ่งเคส</strong><br>โรงเรียนจัดระบบดูแลรายบุคคล (case manager) เลือกครูที่เข้ากับเด็กแต่ละคน ทั้งด้านบุคลิก ภาษา ความถนัด และภาวะพิเศษ เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในระบบใหม่<br><br>&#8211;<strong>การประเมินไม่ใช่การวัดเกรด แต่เป็นการวัดชีวิต</strong><br>การเทียบโอนประสบการณ์ การทำงาน รายงานชีวิตประจำวัน และงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ล้วนเป็นหลักฐานการเรียนรู้ที่โรงเรียนยอมรับอย่างเป็นระบบ</cite></blockquote></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วันศุกร์ของแนท คือวันเดียวที่เขากลับมาเป็นนักเรียน</strong></h3>



<p>แนทหายตัวไปจากโรงเรียนนานหลายเดือน</p>



<p>ครูตามหาหลายรอบ ไปถึงบ้านก็ไม่เจอตัว เพื่อนบ้านบอกแค่ว่าเขาทะเลาะกับพ่อ ถูกไล่ออกจากบ้าน แม่ก็ไม่มี ไม่มีใครดูแล ต้องไปอยู่บ้านเพื่อน แล้วก็รับจ้างเลี้ยงวัวหาเงินเลี้ยงตัวเอง</p>



<p>หลายสัปดาห์ผ่านไป โรงเรียนติดต่อไม่ได้เลย</p>



<p>จนกระทั่งบังเอิญเจอญาติของน้อง ถึงได้รู้ว่าเขายังอยากเรียนอยู่ แต่อาย ไม่รู้ว่าจะกลับมาอย่างไร เพราะมาเรียนเต็มเวลาเหมือนเพื่อนๆ ไม่ได้แล้ว เขาต้องทำงาน</p>



<p>โรงเรียนก็เลยเสนอให้<strong>กลับมาเรียนสัปดาห์ละวันก็ได้ ไปทำงานอีกหกวันเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพไป</strong> <strong>นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เด็กคนหนึ่งไม่หลุดออกจากระบบไปตลอดกาล</strong></p>



<p>ตอนนี้แนทเลือกมาเรียนทุกวันศุกร์ มาถึงก็รับงาน ทำ ส่ง ไม่เคยขาดแม้แต่สัปดาห์เดียว เขาเรียนซ้ำ ม.2 เทอมสองเพื่อให้ทันเพื่อนก่อนที่จะเดินหน้าต่อ</p>



<p>ความฝันของเขาคืออยากเป็นตำรวจ แต่ตอนนี้เขาต้องเลี้ยงวัวก่อน ความฝันอาจต้องพักไว้สักพัก <strong>แต่อย่างน้อย เขายังไม่ทิ้งการเรียน</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1.jpg" alt="" class="wp-image-98520" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/8-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/wuddontalung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)">ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มจากเด็กคนหนึ่งที่ขาหัก แล้วกลายเป็นระบบที่ช่วยเด็กหลายสิบคน</strong></h3>



<p>โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน) จ.ราชบุรี เริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่ปี 2565 ไม่ใช่เพราะมีนโยบายมาบังคับ แต่เพราะมีเด็กคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ <strong>ขาขาด</strong> ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ แต่ยังอยากเรียนต่อ</p>



<p>ครูก็เลยไปสอนถึงบ้าน ส่งงาน วิดีโอคอล ปรับวิธีสอนตามสภาพร่างกายของเด็ก</p>



<p>พอหลังจากนั้นเขตพื้นที่การศึกษามีนโยบาย &#8220;1 โรงเรียน 3 รูปแบบ&#8221; โรงเรียนวัดดอนตลุงเห็นโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นจากนโยบายนี้ จึงปรับสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้เป็นทางการ ตั้งเป็น &#8220;ห้องเรียนสร้างโอกาส&#8221; ขึ้นมา</p>



<p>แล้วก็พบว่า เด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบมีเยอะกว่าที่คิด และ<strong>การนั่งรอให้เด็กกลับมาเอง &#8211; ไม่เคยได้ผลเลย</strong></p>



<p>วันนี้โรงเรียนมีนักเรียนในหลักสูตรการศึกษายืดหยุ่นมากกว่า 30 คน มีเด็กที่เรียนจบไปแล้ว 4 คน ทั้งกรณีตั้งครรภ์ในวัยเรียน เด็กที่ต้องทำงาน เด็กที่ถูกส่งต่อมาจากโรงเรียนอื่น และเด็กพิเศษที่เรียนผ่านออนไลน์เป็นหลัก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4.jpg" alt="" class="wp-image-98521" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/2-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/wuddontalung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)">ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่นี่ เด็กหลายคนไม่มีพ่อแม่ดูแล มีแต่ปู่ย่าตายายที่แก่ตัวลง</strong></h3>



<p>โรงเรียนวัดดอนตลุงอยู่ในพื้นที่ชนบทของ จ.ราชบุรี ผู้ปกครองส่วนใหญ่เป็นแรงงาน รับจ้าง หรือแยกทางกันไปแล้ว</p>



<p>เด็กหลายคนอยู่กับญาติผู้สูงวัย การดูแลไม่สม่ำเสมอ บ้างก็ต้องดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก เลยเสี่ยงต่อการขาดเรียน ติดเพื่อน หรือหลุดจากระบบโดยไม่มีใครสังเกต</p>



<p>การศึกษายืดหยุ่นเลยกลายเป็นตาข่ายที่คอยรองรับเด็กพวกนี้ไว้ ไม่ให้ตกหล่นไปจนกลับไม่ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4.jpg" alt="" class="wp-image-98522" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/4-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/wuddontalung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)">ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนวันเดียว ทำงานหกวัน แต่เก็บหลักฐานการเรียนรู้ครบทุกอย่าง</strong></h3>



<p>รูปแบบที่โรงเรียนใช้กับกลุ่มเด็กในรูปแบบการศึกษายืดหยุ่นมีหลักๆ ดังต่อไปนี้</p>



<p><strong>เรียนที่โรงเรียนสัปดาห์ละวัน</strong> แนทเลือกวันศุกร์ มาเต็มวัน รับใบงาน พบครู ดูงานที่ต้องทำต่อ</p>



<p><strong>เทียบโอนประสบการณ์จากชีวิตจริง</strong>ในอีกหกวันที่ไปทำงาน เด็กต้องบันทึกชีวิตประจำวัน โรงเรียนเอาบันทึกนี้มาเทียบโอนเป็นตัวชี้วัดวิชาต่างๆ เช่น</p>



<p>1.วิชาพละ เทียบโอนจากงานเลี้ยงวัว การดูแลสัตว์&nbsp;<br>2.ทักษะชีวิต เทียบโอนจากการจัดการเวลา การทำงาน<br>3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เทียบโอนจากความรับผิดชอบ วินัย การทำงานจริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1.jpg" alt="" class="wp-image-98523" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/7-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/wuddontalung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)">ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกูเกิลฟอร์ม</strong> ครูเริ่มทดลองให้เด็กทำงานออนไลน์ &#8220;เมื่อไรก็ได้&#8221; ไม่ต้องรอใบงานกระดาษ ลดภาระครูในการตรวจ และทำให้การเรียนรู้ต่อเนื่องขึ้น</p>



<p><strong>มีครูดูแลแบบรายคน</strong> เด็กหนึ่งคนมีครูดูแลหนึ่งคน เพื่อให้การส่งงาน การวิดีโอคอล และการประสานวิชาต่างๆ ไม่สะเปะสะปะ บางเคสเป็นเด็กพิเศษที่เขาชอบเรียนภาษาอังกฤษ ครูก็เลือกคนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นครูพี่เลี้ยง</p>



<p>นี่คือระบบที่ใช้แรงใจและแรงพลังของครูเยอะมาก แต่ช่วยเด็กได้จริง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่นี่มีผู้อำนวยการและครูที่ลงพื้นที่จริง ไม่ได้แค่นั่งอ่านเอกสาร</strong></h3>



<p>อะไรคือปัจจัยที่ทำให้การศึกษายืดหยุ่นปักหลักอย่างมั่นคงในโรงเรียนวัดดอนตลุง? จากการพูดคุย พบว่า นอกจากผู้อำนวยการและครูต่างอินกับการให้โอกาสเด็กแล้ว ความสำเร็จของเรื่องนี้ยังเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ</p>



<p><strong>1.ครูประจำชั้นรายงานทันทีที่เด็กหายไป 1-2 วัน</strong> ที่โรงเรียนวัดดอนตลุง ครูประจำชั้นใส่ใจและคอยดูแลอยู่เสมอว่าเด็กคนไหนหายไปบ้าง และทันทีที่สังเกตว่าเด็กหายไปจนน่ากังวล โรงเรียนจะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านทันที พร้อมร่วมคิดร่วมคุยหาแนวทางระหว่างครู ผู้บริหาร และครอบครัวเด็ก เพื่อไม่ปล่อยให้เด็กหายไปนานเป็นปีเหมือนในอดีต</p>



<p><strong>2.มองเด็กเป็นรายบุคคล ไม่ใช่รายชั้น</strong> ผู้อำนวยการจะลงพื้นที่ร่วมกับครูทุกเคส ติดตามวิธีเรียน งานที่ต้องทำ การประเมิน จนมั่นใจว่าเด็กทุกคนมีโอกาสจบการศึกษาตามเกณฑ์จริง ไม่ใช่แค่ตามเอกสาร</p>



<p>โรงเรียนยังรับเคสที่โรงเรียนอื่นแก้ไม่ได้ และหลายครั้งเด็กสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ที่นี่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/a-1.jpg" alt="" class="wp-image-98665" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/a-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/a-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผอ.ชนัดดา ทองประเสริฐ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ได้ไม่อยากเรียน แค่ชีวิตไม่ให้เรียน</strong></h3>



<p>ช่วงท้ายของบทสนทนา ผู้อำนวยการและคณะครูจากโรงเรียนวัดดอนตลุง ยืนยันว่า การศึกษายืดหยุ่นไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการออกแบบระบบให้รองรับชีวิตจริงของเด็กในพื้นที่เปราะบาง</p>



<p>อย่างกรณีของ แนท เขาต้องการแค่วุฒิ ม.3 เพื่อเอาไปสมัครงานในอนาคต ซึ่งการศึกษายืดหยุ่นคือสะพานที่พาเขากลับมาสู่เส้นทางการศึกษา โดยไม่บังคับให้เลือกระหว่าง &#8220;เรียน&#8221; หรือ &#8220;รอดชีวิต&#8221;</p>



<p>ถ้าทุกโรงเรียนทำได้แบบนี้ เด็กจะไม่ต้องหายไปเพราะปัญหาที่บ้าน เพราะความยากจน หรือภาระที่แบกเกินวัย</p>



<p>โรงเรียนจะกลายเป็นที่ที่เด็ก<strong>กลับมาได้เสมอ</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3.jpg" alt="" class="wp-image-98530" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/5-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><a href="https://www.facebook.com/wuddontalung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)">ภาพจากเพจโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน)</a></figcaption></figure></div>


<p></p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน) จังหวัดราชบุรี เริ่มต้นจากการช่วยเด็กเป็นรายกรณี ก่อนต่อยอดเป็นระบบการศึกษายืดหยุ่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ตั้งแต่ปี 2565 โมเดลนี้เปิดโอกาสให้เด็กจากครอบครัวเปราะบางหรือมีข้อจำกัดด้านเวลา ยังสามารถเรียนต่อและจบการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม<br>หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่นสามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น <a href="https://line.me/R/ti/p/@436jruda" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></td></tr></tbody></table></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-201225/">ห้องเรียนเซฟโซนของเด็กในครอบครัวแหว่งวิ่น ถอดรหัสโรงเรียนวัดดอนตลุง(ราษฎร์ศรัทธาทาน) จังหวัดราชบุรี ที่ทำให้เด็กเคยหมดหวังอยากกลับมาเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-251125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 08:51:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหาราช 7]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97807</guid>

					<description><![CDATA[<p>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึกษาเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาได้&#8221;&nbsp;<br>การศึกษายืดหยุ่นคือระบบที่ปรับรูปแบบเรียนให้ไปอยู่ในชีวิตเด็กจริงๆ ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ หรือจัดเวลายืดหยุ่น ลดโอกาสหลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะเด็กยากจน เด็กมีภาระครอบครัว หรือไม่มีอุปกรณ์ จนกลายเป็นกลไกสำคัญที่พาเด็กกลับมามีทางเลือกและโอกาสเรียนต่ออีกครั้ง<br><br>-ครูจรรยวรรธน์คือแรงขับเคลื่อนหลักของโมเดลนี้ในพื้นที่ชนบทที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ เธอทำบทบาททั้งครู นักเยี่ยมบ้าน และผู้ประสานงานชุมชน มองปัญหาเด็กหลุดจากระบบว่าเป็นสัญญาณให้โรงเรียนต้องปรับตัว ไม่ใช่โทษเด็ก เธอพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริงว่าเด็กที่เรียนแบบยืดหยุ่นสามารถเรียนจบ มีทักษะชีวิต และก้าวต่อได้อย่างมั่นใจ<br><br>-แม้ชุมชนเคยสงสัยว่าการศึกษายืดหยุ่นจะลดมาตรฐานการศึกษาหรือไม่ แต่ผลลัพธ์จริงคือเด็กกลับมายืนได้อย่างสง่างาม นี่ทำให้ความเชื่อของผู้คนเปลี่ยน เพราะเห็นด้วยตา ว่าโอกาสที่เปิดกว้าง ทำให้เด็กกลับมายืนในสังคมได้อย่างมั่นคงโดยแท้</cite></blockquote></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de904b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p>&#8220;ครูสะดวกให้สัมภาษณ์วันอังคารค่ะ เพราะวันอังคารเป็นวันที่ครูจัดตารางไว้สำหรับการศึกษายืดหยุ่น&#8221;</p>



<p>จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง หรือครูพีท แห่งโรงเรียนมหาราช 7 อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เอ่ยรับนัดหมายจากทีม กสศ. ที่โทรหาในบ่ายวันศุกร์ เสียงของครูฟังดูกระฉับกระเฉงแต่อ่อนโยน นี่คือบุคคลที่เป็นหนึ่งในข้อต่อสำคัญที่เป็นทั้งลมใต้ปีกและแรงผลักดัน ให้คำว่า &#8220;การศึกษายืดหยุ่น&#8221; ก่อรูปร่างได้จริงในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่</p>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มนำแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษายืดหยุ่นมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปแบบตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนพิเศษ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้โควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบกลับไม่ได้จางหายไปด้วย</p>



<p>&#8220;จากการติดตามข้อมูลของนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีนักเรียนหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วก็หลุดออกจากระบบ&#8221; เธอหยุดช่วงหนึ่งก่อนพูดต่อ &#8220;แล้วที่น่าคิดคือ พอเด็กกลับเข้ามาเราก็จะยุติการติดตาม เพราะคิดว่าเด็กกลับเข้ามาแล้วก็สบายใจ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะเด็กมีการหลุดออกระหว่างทางอีก&#8221;</p>



<p>นั่นคือจุดที่ครูจรรยวรรธน์และโรงเรียนตระหนักว่า <strong>การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน&nbsp; แต่เป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องไป? และเราจะปรับการศึกษาให้เข้าไปอยู่ในชีวิตเด็กได้อย่างไร?</strong></p>



<p>ที่สำคัญกว่านั้น อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้โรงเรียนแห่งหนึ่งขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นได้อย่างลุล่วง? ผู้บริหาร คณะครู นโยบาย และชุมชนรายรอบ ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?</p>



<p>กสศ. ได้นัดคุยกับครูจรรยวรรธน์ทาง Zoom และนี่คือมุมมอง ทัศนะ และคำตอบที่ผู้สนใจขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นควรรับฟังเป็นอย่างยิ่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6370d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/16-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่คือความจำเป็น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มต้นนำการศึกษายืดหยุ่นเข้ามาตอนไหน และอะไรคือแรงผลักดันให้อยากทำจริงจัง?</strong></h4>



<p>ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงหลังโควิด-19 ปีการศึกษา 2566 เป็นช่วงเวลาที่เราเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ยากจนพิเศษ พวกเขาไม่มีเครื่องมือในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต บางคนมีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกหลายคนมีภาระครอบครัว ต้องไปช่วยผู้ปกครองทำงานจนไม่สามารถเรียนตามเวลาได้</p>



<p>จากการติดตามข้อมูลนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีเด็กหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วหลุดออกจากระบบ ตอนนั้นเราก็พยายามติดตามพาเด็กกลับเข้ามา แต่แล้วก็ค้นพบว่า พอเด็กกลับเข้ามาเราก็มักจะยุติการติดตาม คิดว่าสบายใจแล้ว ทว่าความจริงคือเด็กกลับหลุดออกไประหว่างทางอีก</p>



<p>เราเลยมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเด็กต้องการการสนับสนุนในเรื่องของการดำรงชีพ ต้องให้ท้องอิ่มก่อน แต่เราไม่สามารถไปเพิ่มหรือหาแนวร่วมในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับเด็กได้ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่การศึกษายังต้องดำเนินต่อไป มันจึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบอีกครั้ง</p>



<p>ตรงนี้เลยเป็นความรู้สึกของเราว่า เราต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วย และพอดีจังหวะเหมาะที่เรามีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ปัญหากับเขตพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เกี่ยวกับการจัดการศึกษายืดหยุ่นในโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> มีผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงดร.เนตรดาว ยั่งยุบล เข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเรามีแสงสว่างในเรื่องของการแก้ปัญหา</p>



<p>นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfe948"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-84117b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/17-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วมีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่นอย่างแข็งขัน?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่น</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong>คือปัญหาเด็กตกหล่นและหลุดออกจากระบบที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรงเรียนเห็นแล้วว่าเราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของเด็กที่กำลังจะสูญเสียโอกาสทางการศึกษาถาวร เพราะเมื่อเด็กขาดเรียนต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือน โอกาสที่จะหลุดถาวรมันเกือบ 100% ทันที</p>



<p><strong>สอง</strong><strong> </strong>คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โควิดเปิดเผยให้เห็น เด็กที่บ้านมีภาวะทางเศรษฐกิจไม่ดีไม่สามารถใช้โทรศัพท์เรียนรู้ได้ มันเข้าไม่ถึงจริงๆ บางบ้านไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือมีอุปกรณ์แต่ไม่มีเงินเติม เราจึงอยากมีการศึกษาทางเลือกที่ตอบสนองได้จริง ที่เด็กสามารถเรียนควบคู่กับการทำงานได้</p>



<p><strong>สาม</strong><strong> </strong>คือนโยบายของประเทศที่สอดคล้องกับทิศทางของเรา สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเราที่ว่า &#8220;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#8221;</p>



<p><strong>สี่</strong> คือพลังของชุมชนและภาคีเครือข่าย เราได้ผู้นำชุมชนที่มีเป้าหมายเดียวกันว่าเราอยากให้เด็กในชุมชนเห็นคุณค่าทางการศึกษาและโอกาสหลุดออกจากระบบน้อยลง โชคดีที่คณะกรรมการสถานศึกษาของเราเป็นผู้นำชุมชนและทีมงานของ อบต. ทำให้เราสามารถดึงหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมงานได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคี กสศ., สพฐ., สพป.ราชบุรีเขต 1., และดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ที่คอยสนับสนุน</p>



<p><strong>และสุดท้ายที่สำคัญมาก</strong>คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร วันนั้นที่มีการประชุม ผู้อำนวยการเขตถามว่าโรงเรียนมหาราช 7 สามารถดำเนินการตามนโยบายได้ไหม คุณครูที่ไปประชุมไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็โทรถามผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านผู้อำนวยการก็ตกลงทันที มันบ่งบอกว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมีความสำคัญมาก ท่านเชื่อมั่นว่าการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดเพียงแค่อยู่ในห้องเรียนหรือเอาเวลาเรียนมาเป็นขอบเขตเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-721918"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/2-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-337754"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บริบทพื้นที่: ชนบทห่างไกลที่ฝันดูจะบางตา</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณครูพอจะเล่าให้ฟังได้ไหมว่า บริบทของพื้นที่รอบโรงเรียนเป็นอย่างไร? เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแบบไหน?</strong></h4>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ 60 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอจอมบึงอีก 25 กิโลเมตร เราดูแลครอบคลุมนักเรียนจาก 2 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบทที่ผู้คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าว ทำสวนยาง ปลูกทุเรียน หรือรับจ้างทั่วไป</p>



<p>ครอบครัวของเด็กส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง หลายครอบครัวมีหนี้สิน ผู้ปกครองต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ บางครอบครัวมีปัญหาเรื่องสารเสพติดหรือเหล้า สภาพแบบนี้ส่งผลต่อเด็กโดยตรง พวกเขาต้องแบกรับภาระที่หนักกว่าวัย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2063f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/12-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c312d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/13-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อุปสรรคหลักๆ ที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบคืออะไร?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน อันดับแรกคือความยากจน เด็กต้องออกไปทำงานหาเงินช่วยครอบครัว อันที่สองคือภาระครอบครัว เด็กต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วยหรือดูแลน้อง อันที่สามคือปัญหาการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์ การย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไปทำงาน</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา บางครอบครัวมองไม่เห็นว่าถ้าเรียนหนังสือแล้วจะได้อะไร เพราะชีวิตประจำวันต้องหาเช้ากินค่ำ การศึกษาจึงไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนเท่ากับการมีเงินใช้วันนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคสจริงน้องหน่อย: เมื่อครูเปิดหัวใจเด็กได้ โอกาสชีวิตเด็กก็เปิดกว้าง</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครั้งที่แล้วเราได้คุยกับน้องหน่อย ที่จบชั้น ม.3 จากโรงเรียนมหาราช 7 เพราะได้รับโอกาสให้เรียนผ่านการศึกษายืดหยุ่น คุณครูช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่า น้องหน่อยเจอปัญหาอะไร และครูเริ่มสังเกตเห็นตอนไหน?</strong></h4>



<p>น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน เป็นหนึ่งในเด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบ แม่ของน้องป่วยเป็นมะเร็ง พ่อทำงานขับรถหารายได้แต่ก็มีปัญหาข้อเสื่อม น้องจึงต้องหยุดเรียนมาดูแลแม่</p>



<p>เราเริ่มสังเกตเห็นตอนที่น้องไม่ได้มาเรียนนานๆ เราก็ไปเยี่ยมบ้านและคุยกับแม่ของน้อง ตอนนั้นน้องบอกว่าคิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสเรียนต่อแล้ว</p>



<p>การเยี่ยมบ้านครั้งนั้นไม่ใช่แค่การไปดูหน้าแล้วกลับ แต่เราต้องนั่งคุยกับครอบครัว ฟังเรื่องราว ฟังความกลัว ฟังความหมดหวัง เราเข้าใจว่าน้องไม่ได้ไม่อยากเรียน แต่สถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้อให้เรียนแบบปกติได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-960a94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วโรงเรียนมหาราช 7 ช่วยเหลือน้องหน่อยอย่างไร?</strong></h4>



<p>เราไม่สามารถบังคับให้น้องกลับเข้ามาเรียนแบบปกติได้ถ้าสถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้ออำนวย แต่เราสามารถหาทางให้การศึกษามันยืดหยุ่นพอที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาได้</p>



<p>โรงเรียนจึงนำน้องเข้าสู่ระบบการศึกษายืดหยุ่น ไม่มีค่าบำรุงการศึกษา เราจัดการค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนให้ทั้งหมด โดยมีข้อตกลงเพียงอย่างเดียวคือน้องต้องเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</p>



<p>น้องสามารถเรียนออนไลน์ได้ ครูส่งใบงานให้ทำ สลับกับการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบางครั้ง ทำให้น้องสามารถดูแลแม่และเรียนหนังสือไปพร้อมกันได้</p>



<p>เมื่อน้องจบมัธยมปลาย โอกาสก็เปิดกว้างขึ้น ทางโรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลมาออกบูธแนะแนวการศึกษาต่อที่โรงเรียน น้องอยากเรียนต่อมาก เราก็ช่วยประสานงานจนน้องได้รับทุนจาก กสศ. ไปเรียนต่อด้านการบริบาล ตอนนี้น้องกำลังฝึกงานที่โรงพยาบาลหัวหิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26403b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa5349"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/14-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษายืดหยุ่นมีผลต่อชีวิตน้องหน่อยแค่ไหน? ครูรู้สึกอย่างไร?</strong></h4>



<p>มันมีผลมากจริงๆ <strong>ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้เด็กคนหนึ่งผ่านชั้นเรียน แต่มันคือการเปิดโลกใบใหม่ให้เขา จากเด็กที่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ไม่มีอนาคต พอได้เห็นว่าการศึกษายังมีพื้นที่รองรับเขา เขาก็เริ่มเห็นความหวัง เริ่มมีเป้าหมายในชีวิต</strong></p>



<p><strong>ในมุมของครู ครูรู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นครู คือการได้เห็นเด็กที่เกือบสูญเสียโอกาสไปตลอดกาล แต่แล้วกลับมามีอนาคตที่สดใสได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราไม่เหนื่อย</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายและเสียงวิจารณ์: เมื่อสังคมยังไม่คุ้นเคยกับการศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมมองของคุณครูในฐานะผู้นำการศึกษายืดหยุ่นมาใช้จริงจนเกิดผล คิดว่าความท้าทายในการจัดการศึกษายืดหยุ่นคืออะไร?</strong></h4>



<p>เรื่องแรกคือการบริหารจัดการเวลา หนึ่งวันที่เรามีมันไม่ได้ครอบคลุมทุกคน เรามีเด็กหลุดหลายคน ครูในโรงเรียนของเราต้องประคับประคองเด็กในระบบไม่ให้หลุด พร้อมกับดึงเด็กที่หลุดแล้วกลับเข้ามา ต้องเป็นทั้งครูแนะแนว ผู้ประสานงาน นักสังคมสงเคราะห์ และที่ปรึกษา ต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และต้องออกแบบแผนการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60a0aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ได้รับเสียงวิจารณ์จากชุมชนหรือสังคมบ้างไหม?</strong></h4>



<p>มีบ้าง บางคนคิดว่าเราแค่ให้เด็กผ่าน ไม่ได้เรียนจริง บางคนมองว่าเสียมาตรฐาน บางคนกังวลว่าเด็กจะเรียนไม่เท่าเพื่อน ครูเข้าใจนะ เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ และคนเรามักจะกังวลกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย&nbsp; เราอธิบายอย่างต่อเนื่องว่า<strong> </strong><strong>การศึกษายืดหยุ่นไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของเด็กแต่ละคน เนื้อหาและตัวชี้วัดยังคงเดิม เพียงแต่วิธีการเรียนและการวัดผลที่ยืดหยุ่นขึ้น</strong></p>



<p>และเราแสดงผลลัพธ์จริงให้เห็น เด็กที่เรียนแบบนี้สอบได้ เรียนต่อได้ มีทักษะในการใช้ชีวิตจริง บางทีมีทักษะมากกว่าเด็กที่เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวด้วยซ้ำ เพราะเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจก็เริ่มเกิดขึ้น ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนเริ่มมาปรึกษาเองว่าลูกเขามีปัญหาแบบนี้แบบนั้น มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง นี่แสดงว่าพวกเขาเริ่มเชื่อใจและเห็นคุณค่าของการศึกษายืดหยุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc433b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ครูพีท) จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สูตรความสำเร็จ: ไม่มีสูตร มีแต่ความตั้งใจ</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยอะไรที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 จัดการศึกษายืดหยุ่นได้ค่อนข้างดี?</strong></h4>



<p>มันไม่ใช่เรื่องของทรัพยากรหรืองบประมาณมากมาย แต่เป็นเรื่องของการมีใจที่แน่วแน่และระบบสนับสนุนที่ดี</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong> ผู้บริหารต้องเปิดกว้างและให้การสนับสนุน <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สอง</strong> ครูต้องมีความตั้งใจและยินดีที่จะลงพื้นที่ติดตาม<strong>เ</strong>ด็ก <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สาม</strong> ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม <br><strong>และอันที่สี่ ต้องมีภาคีเครือข่าย</strong>ที่คอยช่วยเหลือในส่วนที่โรงเรียนทำเองไม่ได้&nbsp; ต้องขอขอบคุณ กสศ. เป็นพิเศษ ถ้าไม่มี กสศ. เราคงทำไม่ได้ครบวงจรขนาดนี้ นอกจากทรัพยากรทุน กสศ. ยังให้ความรู้ ให้แนวทาง และคอยติดตามผลอย่างใกล้ชิด</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจชีวิตของเด็ก ถ้าเราไม่ลงพื้นที่ ไม่คุยกับเด็กและครอบครัวจริงๆ เราก็จะไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ปัญหาของเขาคืออะไร และเราจะช่วยเขาได้อย่างไร การออกแบบการศึกษายืดหยุ่นที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของเด็กเป็นอันดับแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f990e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การปรับสู่การศึกษายืดหยุ่นต้องใช้ทรัพยากรเยอะไหม?</strong></h4>



<p>ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ ที่ต้องใช้มากกว่าคือเวลาและความตั้งใจของครู การบริหารจัดการที่ดี และการประสานงานกับภาคีต่างๆ</p>



<p><strong>เราไม่ได้สร้างอะไรใหม่ทั้งหมด แต่เราปรับวิธีการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์เด็กมากขึ้น เราไม่ได้สร้างโรงเรียนใหม่ให้เด็ก แต่เราปรับให้ชีวิตประจำวันของเด็กกลายเป็นห้องเรียน</strong></p>



<p>สิ่งที่ต้องลงทุนจริงๆ คือเวลาในการติดตาม ความอดทน และความมุ่งมั่น ถ้าอยากทำ โรงเรียนไหนก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีงบประมาณหลายล้าน แค่เริ่มจากการไปเยี่ยมบ้านเด็กคนหนึ่ง ไปคุยกับครอบครัว ไปเข้าใจปัญหา แล้วคิดหาทางช่วย นั่นคือจุดเริ่มต้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>What If: ถ้าทุกโรงเรียนทำได้</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนในไทยสามารถจัดการศึกษายืดหยุ่นได้ คุณครูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?</strong></h4>



<p>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง เด็กที่มีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กตั้งครรภ์ หรือเด็กที่ต้องย้ายถิ่นฐานบ่อย จะสามารถเรียนต่อได้โดยไม่ขาดตอนระหว่างทาง</p>



<p><strong>โรงเรียนจะกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส มากกว่าจะเป็นสนามแข่งขัน</strong> เด็กที่เคยถูกมองว่าเรียนไม่ทันเพื่อนจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเขาได้เรียนรู้ในวิถีชีวิตจริงของเขาโดยไม่ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น</p>



<p>ครูก็จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้กลายมาเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ผู้ดูแล ที่คอยเอื้ออาทรและให้คำปรึกษา ครูจะเข้าใจชีวิตเด็กมากขึ้นผ่านการลงพื้นที่และพูดคุยเชิงลึก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d82fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/18-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ชุมชนและสถานประกอบการจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นพื้นที่เรียนรู้ เป็นแหล่งงาน และโรงเรียนก็ไม่ใช่เจ้าของการศึกษาฝ่ายเดียว แต่เป็นศูนย์ประสานความร่วมมือ</p>



<p>ที่สำคัญที่สุด เด็กที่เคยหลุดออกจากระบบจะสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้โดยไม่รู้สึกอาย <strong>เด็กจะมีพื้นที่ปลอดภัย ระบบการศึกษาไทยจะมีความเป็นธรรมและความเท่าเทียมเพิ่มมากขึ้น</strong></p>



<p><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง การศึกษาก็จะกลับมาเป็นของทุกคน ไม่ใช่เป็นแค่ของใครบางคน ประเทศไทยจะได้พลเมืองรุ่นใหม่ที่เข้าใจชีวิต มีเป้าหมายที่ชัดเจน เด็กที่ตกหล่นหรือหลุดจะมีแรงบันดาลใจ และเราจะพิสูจน์ได้ว่า ระบบการศึกษาแบบเปิดโอกาสทำให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตและมีอนาคตได้จริงๆ</strong></p>



<p><strong>ครูจรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง กล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b38bdb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/19-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<figure class="wp-block-table" style="font-size:14px"><table><tbody><tr><td><strong>โรงเรียนมหาราช 7 จ.ราชบุรี เริ่มขับเคลื่อนระบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เพื่อรองรับผู้เรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามตารางปกติได้ ด้วยการเปิดทางเลือกให้เรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ชีวิตและการทำงานเป็นหน่วยกิต รวมถึงปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นตามบริบทของผู้เรียนแต่ละคน</strong><br><strong>แนวทางนี้ช่วยให้เด็กยังคงเดินหน้าการเรียนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขชีวิตที่ควบคุมไม่ได้</strong><br><strong>หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่น<br>สามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น <a href="https://lin.ee/7aisWbt" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></strong></td></tr></tbody></table></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-121125-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 10:24:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97526</guid>

					<description><![CDATA[<p>-การศึกษายืดหยุ่นภายใต้โมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ทำหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-2/">เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite><strong>-การศึกษายืดหยุ่นภายใต้โมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ทำหน้าที่เป็นสะพานรองรับเด็กที่มีข้อจำกัดด้านชีวิต</strong> ให้สามารถเดินหน้าการเรียนได้ต่อเนื่อง ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบหลากหลาย ทั้งออนไลน์ การเทียบโอนประสบการณ์ และการปรับจังหวะเรียนตามบริบทจริงของผู้เรียน ส่งผลให้เด็กไม่หลุดจากระบบ และยังสามารถได้รับวุฒิการศึกษาเพื่อนำไปต่อยอดสู่การศึกษาและอาชีพในอนาคต<br><br><strong>-เรื่องราวของ “ภู” เด็กหนุ่มจากโพธาราม ราชบุรี สะท้อนพลังของโอกาสทางการศึกษาอย่างเด่นชัด</strong> จากชีวิตที่ก้าวพลาดและต้องอยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขากลับมาพร้อมความเปลี่ยนแปลง มีเป้าหมายชัดเจน มุ่งเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และตั้งใจไม่ย้อนกลับไปสู่ทางเดิม ด้วยการสนับสนุนจากครู ผู้พิพากษา และระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นรองรับ&nbsp;<br><br><strong>-ครูและชุมชนเชื่อมั่นว่าโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง</strong>&nbsp;<br>โรงเรียนมองเด็กผ่านคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ตัดสินอดีต มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ประคองให้เขากลับมายืนในสังคมได้อย่างสง่างาม</cite></blockquote></figure>



<p>เด็กหนุ่มนั่งลงบนม้าหินอ่อนใหม่เอี่ยมของโรงเรียน ผมตัดสั้นไล่ระดับเป็นทรงสวยเหมือนเพิ่งออกจากร้านตัดผมเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เขานั่งลงเพื่อจะเล่าเรื่องราวในอดีตของเขา โดยมีฉากหลังเป็นต้นสนเรียงแนวริมสนามหญ้าของโรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p>หากมองจากภายนอก เขาก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่มักจะยิ้มเขิน มีแววตาใส และยังตื่นเต้นกับโลกใบนี้ แต่ทันทีที่เริ่มพูดคุย เรื่องราวจากคำบอกเล่าของเจ้าตัวทำให้เรารู้ว่าเขาผ่านเรื่องหนักหนาสาหัสมามากกว่าที่ตาเห็น เขาเกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาหลายครั้ง เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเคยถูกศาลตัดสินให้เข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</p>



<p>ชีวิตของเขาเหมือนคนที่ใช้มือข้างเดียวเกาะรถไฟเหาะ ทั้งเปราะบาง น่าหวาดเสียว และอาจร่วงหล่นได้ตลอดเวลา แต่เขาก็ผ่านมันมาได้จนถึงวันที่เข้มแข็งพอจะเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟัง</p>



<p>เรื่องราวต่อไปนี้เกี่ยวพันกับหลายคน มีเรื่องเล่าจากหลายมุมมอง พลิกผันจากปากเหวสู่ผืนดินราบเรียบ และเป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่านโยบายเชิงโครงสร้างส่งผลต่อชีวิตคนหนึ่งคนได้เพียงใด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2.jpg" alt="" class="wp-image-97544" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดหักเหและน้ำตาที่ใต้ถุนศาล</strong></h3>



<p><strong>ภู (นามสมมติ) </strong>เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มองเห็นทิวเขามากกว่าตึกสูง เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อเป็นช่างรับจ้างและแม่ทำงานในโรงงาน ภูเป็นพี่ชายคนโต มีน้องชายหนึ่งคนที่เห็นเขาเป็นต้นแบบในหลายเรื่อง วันที่เกิดเรื่องภูอายุราว 16 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนช่องพรานวิทยาที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านเขาไม่ถึงสิบกิโลเมตร</p>



<p>ย้อนไปวันนั้น หากชีวิตดำเนินไปปกติ วันรุ่งขึ้นภูควรจะตื่นขึ้นมาบนฟูกในบ้าน แต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมาในห้องขังที่โรงพัก เพราะเขาโดนควบคุมตัวที่ด่านตรวจด้วยข้อหาเรื่องยาเสพติด</p>



<p>“ตอนแรกเขาให้ผมนอนโรงพักหนึ่งคืนแล้วค่อยไปขึ้นศาล ศาลก็ให้ประกันตัว รอลงอาญาไม่กี่เดือน เขาก็ให้ผมกลับมาเรียน แต่ผมไม่ไปโรงเรียน จนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ผมก็ถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ข้างใน” ภูเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาระบุ ‘วันที่’ ที่ถูกตัดสินออกมาแม่นยำ ราวกับจะบอกว่าเป็นวันที่เขาไม่มีทางลืม</p>



<p>“พอศาลตัดสินเสร็จ เขาก็ให้ผมไปรอเจ้าหน้าที่ที่ห้องขังใต้ถุนศาล ตอนนั้นผมร้องไห้อย่างเดียวเลยครับ พยายามหลอกตัวเองว่ามันไม่จริง มันไม่ใช่ ผมทั้งเสียใจและผิดหวังกับตัวเอง เพราะเขาก็ให้โอกาสเราแล้ว แต่เราไม่คว้าโอกาสนั้นไว้” ภูเล่าผ่านน้ำเสียงและแววตาที่มั่นคงขึ้นมากแล้ว แม้เรื่องราวที่กำลังเล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดในชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3.jpg" alt="" class="wp-image-97543" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภูถูกศาลพิพากษาให้ไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรีเป็นเวลาหนึ่งปี เพราะทำผิดเงื่อนไขคุมประพฤติของศาล ภูเล่าว่าในตอนที่ถูกจับเข้าโรงพักครั้งแรก เมื่อได้รับการปล่อยตัว ภูก็ยังคงกลับไปหายาเสพติด ขลุกอยู่กับเพื่อนกลุ่มที่ใช้ยา และแทบไม่ไปโรงเรียน จนกระทั่งศาลตัดสินให้เขาเข้าศูนย์ฝึกฯ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับตัวภู เขาใช้คำว่า ‘คิดได้’ ในการอธิบายตัวเองหลังจากถูกตัดสินโทษ</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยมองเรื่องอนาคตเลย คิดแต่จะเสพยาอย่างเดียว แต่พอเข้าไปข้างในศูนย์ฝึกฯ ก็คิดได้เลยครับ ผมตั้งใจจะกลับมาเรียนหนังสือ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายของผมแล้ว”</p>



<p><strong>คำว่า ‘โอกาส’ เป็นคำที่ภูพูดบ่อยครั้งตลอดการเล่าเรื่อง เพราะเขาพลาดโอกาสหลายครั้งในการพาตัวเองกลับมาในร่องในรอย</strong> ย้อนกลับไปช่วงที่ภูเรียนอยู่ชั้น ม.1-2 ก่อนจะย้ายมาที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา เขาเรียนในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนกว่าพันคน ภูเล่าว่าเขาได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 1.0 จนต้องเรียนซ้ำชั้น และเมื่อซ้ำชั้นไปแล้วเขาก็ยังได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 1.0 เช่นเดิม โรงเรียนจึงให้เขาออกจากโรงเรียน</p>



<p>ช่วงเวลานั้นภูไม่มีโอกาสได้ไปโรงเรียนเพราะต้องเรียนออนไลน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 “ช่วงเรียนออนไลน์ ผมไม่ได้เข้าเรียนเลยและไม่มีเวลาทำการบ้านส่ง เพราะไปทำงานเก็บทุเรียนที่ต่างจังหวัดกับน้า ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเริ่มเกเร ชอบไปขลุกกับเพื่อนรุ่นพี่ น้าเลยไปเอาอยู่ด้วย” ภูเล่าถึงเหตุผลที่ผลการเรียนเขาไม่ผ่านเกณฑ์</p>



<p><strong>เมื่อต้องออกจากโรงเรียนเดิม ครอบครัวของภูจึงตัดสินใจพาเขามาสมัครเรียนที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา โรงเรียนใกล้บ้านที่มีนักเรียนอยู่ราว 640 คน นั่นเป็นครั้งแรกที่ภูเฉียดใกล้การหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่โรงเรียนช่องพรานวิทยาเป็นตาข่ายที่รองรับไม่ให้เขาร่วงหล่น ผู้บริหารและครูที่โรงเรียนช่องพรานฯ ตัดสินใจตรงกันว่าจะรับเด็กคนนี้เข้าเรียนกลางคัน แม้จะเห็นว่ามีประเด็นเรื่องพฤติกรรมย่างเข้าสู่วัยรุ่นที่ต้องคอยดูแลติดตามอยู่</strong></p>



<p>เมื่อโรงเรียนช่องพรานวิทยาเปิดรับ ภูก็กลับไปทำเรื่องแก้ศูนย์ แก้ ร. ที่โรงเรียนเก่าจนจบ ม.2 และเข้าสู่ระดับชั้น ม.3 ที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p><strong>อรญา จงตั้งสัจกุล ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการโรงเรียนช่องพรานวิทยา </strong>ผู้ที่ได้เจอภูตั้งแต่ตอนที่สมัครเรียน เล่าถึงบุคลิกของภูว่าเป็นคนนิ่งและสุภาพตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “บุคลิกเขานิ่ง เวลาพูดมีความสุภาพ ไม่ได้มีพฤติกรรมเกเร ไม่ได้มีความก้าวร้าว เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย ตอนเราคุยกับเขาก่อนจะรับเข้าเรียน เราก็บอกว่าถ้าอยากมาเริ่มต้นใหม่ ถ้าตั้งใจมาเรียน ภูก็จะเรียนได้ เขาก็ตอบรับ เราคุยแล้วสัมผัสได้ว่าเด็กไม่ได้แข็งกระด้างเสียจนเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เรายังเชื่อว่าเขาจะปรับได้” ครูอรญาเล่า แต่ ณ ตอนนั้นภูยังเอาตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนที่ใช้ยาเสพติดไม่ได้ เขามาโรงเรียนแค่ช่วงแรกๆ แล้วก็หายไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3.jpg" alt="" class="wp-image-97542" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อรญา จงตั้งสัจกุล ครูโรงเรียนช่องพรานวิทยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ครูอรญาพูดถึงพื้นฐานตัวตนของภูว่าอยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่รัก เพียงแต่อาจตามใจลูกมากเกินไป ไม่จำกัดเวลาในการออกจากบ้านและไม่สร้างเงื่อนไขในการเลี้ยงดู ทำให้ภูหลุดเข้าไปสู่วงโคจรยาเสพติดตามเพื่อนที่เขาคบ</p>



<p>“เขาเป็นคนจิตใจอ่อน หมายความว่าถ้าเพื่อนเข้ามาตีสนิท เพื่อนก็จะกลายเป็นที่หนึ่ง เพื่อนบอกให้ทำอะไรก็ทำ ลักษณะของเขาถ้าอยู่กับคนดีคนเก่ง เขาจะไปได้ไกล แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ไปอยู่กับคนในทางตรงกันข้าม เขาก็ไปไกลเหมือนกัน แต่เป็นในอีกทาง” ครูอรญาอธิบายถึงลักษณะของภู แล้วเล่าย้อนถึงช่วงที่เขาหายไปจากโรงเรียนให้ฟังว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “เขาหายไปจากโรงเรียนประมาณสองเดือนเศษ คือเราเห็นเขาข้างนอกโรงเรียน เราก็จะเรียกถามเขา ‘ทำไมไม่มาโรงเรียนล่ะลูก’ เขาก็จะตอบว่า ‘ครับๆ’ แค่นั้น แล้วเขาก็หายไป เราโทรตามพ่อแม่ก็ยังไม่ทำให้เขากลับมาโรงเรียนได้ จนมารู้อีกทีคือได้รับการประสานงานจากศาลว่าตอนนี้น้องกำลังถูกดำเนินคดี อาจจำเป็นต้องถูกตัดสิน เนื่องจากว่ามีการให้โอกาสแล้วแต่ยังกระทำซ้ำ ซึ่งทางผู้พิพากษาก็เป็นห่วงเรื่องการศึกษาของเด็ก” ครูอรญาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ภูถูกตัดสินคดีให้เข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2.jpg" alt="" class="wp-image-97541" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราแจ้งศาลไปว่าถ้าเด็กถูกตัดสินต้องโทษ ทางโรงเรียนเราก็ยินดีที่จะจัดการศึกษาให้นักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนก็ต้องมาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อดูแลเขาอีกที” ครูอรญาอธิบาย ประเด็นเรื่องการเรียนของภูกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ ‘ผู้ใหญ่’ รอบตัว ตั้งแต่ศาล โรงเรียน ผู้ปกครอง และศูนย์ฝึกฯ ต้องร่วมกันช่วยว่าจะทำอย่างไรให้ภูได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องแม้จะต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“เราพูดคุยกันในฝ่ายบริหารโรงเรียน หาแนวทางว่าจะทำอย่างไรกับระบบการเรียนของเขา เพราะเขาไม่สามารถใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องจัดการศึกษารูปแบบเฉพาะให้เขา เราจัดรายวิชาตามวิชาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ส่วนทางศูนย์ฝึกฯ ก็มีการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกกิจกรรมลูกเสือ พอคุยกันจึงนำไปสู่การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ สิ่งที่โรงเรียนส่งเข้าไปในศูนย์ฝึกฯ คือกระบวนการรายวิชาพื้นฐาน ส่วนศูนย์ฝึกฯ ดูแลกระบวนการรายวิชาเพิ่มเติม ก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน” ครูอรญาอธิบายวิธีออกแบบการเรียนการสอนสำหรับภู</p>



<p><strong>ภารกิจทั้งหมดนี้เป็นการร่วมมือกันของคนหลายฝ่าย และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการศึกษายืดหยุ่น โรงเรียนช่องพรานวิทยานำการศึกษาแบบ ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ มาใช้ ที่มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนและเกณฑ์วัดผลตามลักษณะของผู้เรียนที่มีความจำเป็นหลากหลาย เป็นการจัดการศึกษาที่ผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย</strong><strong> </strong><strong>ซึ่งครูอรญาบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นจากแนวนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ที่สนับสนุนเป็นทางการ ทำให้โรงเรียนกล้าดำเนินการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นเพื่อทำให้โอกาสของเด็กยืดยาวออกไป</strong></p>



<p>มีคำกล่าวของทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ที่ว่า “ทันทีที่ประตูโรงเรียนปิดใส่เด็ก ประตูคุกก็จะเปิดต้อนรับเขา” แต่เรื่องของภูเป็นไปในทางตรงกันข้าม ทันทีที่ประตูศูนย์ฝึกฯ เปิด ประตูโรงเรียนก็ไม่ได้ปิดไล่หลังตามไป หากแต่ยังเปิดกว้างและพยายามเชื่อมให้ภูยังอยู่ในระบบการศึกษาของโรงเรียนได้</p>



<p>แม้ภูเสี่ยงจะร่วงหล่นออกจากระบบการศึกษาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ตาข่ายที่ยืดหยุ่นนี้ก็รองรับเขาไว้ได้อีกครั้ง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกหลังรั้วลวดหนามและไม้บรรทัดพลาสติก</strong></h3>



<p>ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรีตั้งอยู่ในพื้นที่ราว 140 ไร่ ที่อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ห่างไกลออกมาจากตัวเมืองจนมองเห็นทิวเขาและต้นไม้เขียวขจี พื้นที่ที่ดูเงียบสงบและกว้างขวางนี้รองรับเด็กและเยาวชนอยู่ราว 80 คน</p>



<p>ในช่วงกลางวัน ศูนย์ฝึกฯ เงียบสงบ มีเยาวชนในศูนย์บางส่วนออกมาช่วยกวาดใบไม้หน้าอาคารสำนักงาน วันนี้ภูไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เขาเคยมองภูเขาและท้องฟ้าจากข้างหลังรั้วนี้มาก่อน ศูนย์ฝึกฯ ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนช่องพรานวิทยาราว 30 กิโลเมตร ย้อนกลับไปเมื่อราวหนึ่งปีที่แล้ว สำหรับภูนี่คือการก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่เขาไม่รู้จัก เขากังวลว่าจะเจออะไรข้างในนี้บ้าง แต่ก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวโดยมีเป้าหมายเรื่องการเรียนหนังสือเป็นสำคัญ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1.jpg" alt="" class="wp-image-97540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อตกลงว่าจะเรียนคู่ขนานไปกับเพื่อนชั้น ม.3 ที่โรงเรียน ทางโรงเรียนก็ต้องเตรียมรูปแบบการสอนที่เหมาะกับภูโดยเฉพาะ มีการออกแบบใบงานให้มีคำตอบที่สามารถหาได้ในหนังสือเรียน และยังมีการจัดหาอุปกรณ์การเรียนที่ผ่านมาตรฐานให้เอาไปใช้ข้างในได้ เช่น ปากกาหัวไม่แหลม ไม้บรรทัดพลาสติก เป็นต้น</p>



<p>พ่อของภูต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปเอาใบงานที่โรงเรียนมาส่งที่ศูนย์ฝึกฯ และทางศูนย์ฝึกฯ ก็ต้องเอาใบงานที่ภูทำเสร็จส่งกลับไปที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา ทั้งหมดนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าระบบและคนไม่เอื้อให้เกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือหัวใจที่อยากจะเรียนหนังสือของภู</p>



<p>“ตอนอยู่ข้างในศูนย์ฝึกฯ ผมคิดจะเรียนอย่างเดียวเลยครับ จะเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ตัวเองทำได้ เรื่องยาไม่เอาแล้วครับ” ภูเล่าด้วยเสียงหนักแน่น</p>



<p>ในช่วงแรกที่เข้าไปข้างใน ภูยังคิดถึงยาเสพติดอยู่บ้าง มีอาการอยากยา ทรมานจนนอนไม่หลับ ภูอธิบายว่า “หนาวๆ ร้อนๆ ปวดกระดูกข้างใน” ช่วงที่ยากที่สุดคือการกักตัวในช่วงแรก มองไปทางไหนมีแต่ลวดหนามล้อมรอบ แม้ศูนย์ฝึกฯ ที่ราชบุรีจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นทิวเขาได้สวยงาม แต่ด้วยเหตุผลของการเข้ามาอยู่ที่นี่ คงไม่อาจนับเป็นสถานที่รื่นรมย์ใจได้</p>



<p>ภูต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเหมือนทุกคน ทำเวรหอ กินข้าว รวมยอด ฟังข่าวสารและการพูดสร้างแรงบันดาลใจในกิจกรรมหน้าเสาธง และพูดคุยกับครูที่ปรึกษาซึ่งเป็นครูที่ภูพึ่งพาบ่อยที่สุด เมื่อเสร็จสิ้นจึงค่อยแยกย้ายตามหน่วยการเรียนที่ศูนย์ฝึกฯ จัดการเรียนการสอนให้ (มีการเรียนการสอนจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร. หรือ กศน.เดิม) และการฝึกอบรมของศูนย์) แบ่งวันตามสายวิชาชีพและสายสามัญ แล้วแต่ว่าใครเรียนสายไหน ภูเองก็ต้องเรียนหนังสือในชั้นเรียนมัธยมของ สกร. กับเพื่อน และต้องรับผิดชอบใบงานจากโรงเรียนช่องพรานวิทยาไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1.jpg" alt="" class="wp-image-97539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>แม้แต่คนที่รักการเรียนหนังสืออย่างถึงที่สุดก็รู้ดีว่าการบังคับตัวเองให้สนใจการเรียนและทำการบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ภูทำสิ่งนั้นได้ด้วยใจที่อดทนมุ่งมั่นและการช่วยเหลือของคนในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“ผมเดินไปหาครูที่อยู่ข้างในไปทั่วเลยครับ ให้เขาช่วยสอน อันไหนที่เขาสอนได้ เขาก็จะสอนเรา อันไหนที่ผมทำได้ ผมก็จะทำเอง แล้วผมก็มีครูอ้อมที่คอยประสานทางโรงเรียน คอยไปรับไปส่งการบ้านให้ อันไหนที่ผมทำไม่ได้ ครูอ้อมก็จะช่วยสอนครับ” ภูเล่าช่วงชีวิตการเรียนที่อยู่ข้างในศูนย์ฝึกฯ ให้ฟัง</p>



<p><strong>‘ครูอ้อม’ ที่เขาพูดถึงคือปิยพร พองคำ นักสังคมสงเคราะห์ที่ประจำอยู่ศูนย์ฝึกฯ คนที่คอยดูแลเด็กในช่วงระยะแรกรับตัว 30 วัน</strong> เพื่อทำกิจกรรมบำบัดพื้นฐานและฝึกทักษะการใช้ชีวิต และหลังจาก 30 วันแรก ครูปิยพรก็ยังเข้ามามีส่วนในการดูแลเด็กๆ ในการวางแผนอนาคตหลังจากได้รับการปล่อยตัว“ตอนมาที่ศูนย์แรกๆ ภูก็เป็นเด็กทั่วไป ไม่ได้มีการแสดงอิทธิพล เป็นเด็กมีมารยาท อาจจะด้วยเขามาจากโรงเรียนในระบบด้วย และถ้าใบงานไหนที่เขาทำไม่ได้ เขาก็เดินมาหาแล้วบอกว่า ‘อันนี้ผมทำไม่ได้ ครูช่วยดูหน่อยได้ไหม’ เข้ามาขอความช่วยเหลือตลอด” ครูปิยพร นักสังคมสงเคราะห์ เล่าถึงภู แล<strong>ะ</strong><strong>ย้ำว่าหลักการทำงานกับเด็กในศูนย์ฝึกฯ สำคัญที่ความเชื่อมั่น</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1.jpg" alt="" class="wp-image-97538" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปิยพร พองคำ นักสังคมสงเคราะห์ ประจำศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ เราเชื่อว่าทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แต่การที่คนเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ต้องมาจากความเชื่อก่อน ดังนั้นเราเองก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” ครูปิยพรกล่าว พร้อมให้ข้อมูลว่าคนในศูนย์ฝึกฯ ล้วนช่วยกันโอบประคองให้ภูเรียนหนังสือได้</p>



<p><strong>นอกจากการทำใบงานและศึกษาจากแบบเรียนแล้ว การเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอที่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็สำคัญ ทำให้หลายครั้งต้องขอความช่วยเหลือจากครูพ่อบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ ให้ช่วยเปิดคลิปเพื่อให้ภูได้เรียน มีการชี้แจงนักวิชาชีพทุกคนในศูนย์ว่าภูกำลังอยู่ในช่วงเรียนและต้องทำใบงาน ดังนั้นหากภูเข้าไปขอความช่วยเหลือก็อยากให้ทุกคนสนับสนุน ผลที่เกิดขึ้นคือทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อพยุงให้เด็กหนุ่มคนนี้เรียนหนังสือทันเพื่อนในโรงเรียน ในขณะที่เพื่อนและรุ่นพี่ในศูนย์ฝึกฯ ก็ช่วยสอนและให้กำลังใจภูเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้</strong></p>



<p>คนที่อยู่ข้างนอกอย่างครอบครัวและครูที่โรงเรียนช่องพรานวิทยาก็ยังเข้าเยี่ยมภูตลอด เพื่อให้เขารู้ว่ายังมีคนที่รอคอยและให้กำลังใจเขาอยู่ มีครั้งหนึ่งที่ครูอรญา ครูที่รับภูเข้าโรงเรียนช่องพรานวิทยาไปเยี่ยมในศูนย์ฝึกฯ ครูอรญาเล่าว่า “เราตบหลังเขาเบาๆ แล้วสัมผัสได้ว่าเขาได้บทเรียนและอยากกลับมาได้รับโอกาส เราเลยบอกกับเขาว่า ‘ครูรออยู่ข้างนอกนะ’ เขาก็ตอบว่า ‘ครับ’”</p>



<p>ด้วยแรงสนับสนุนทั้งหมดนี้ ภูก็ตั้งใจเรียนหนังสือจนจบ ม.3 ในที่สุด วันที่เขาต้องถ่ายรูปติดบัตรเพื่อออกใบรับรองวุฒิ พ่อของเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์เอาเสื้อนักเรียนมาให้จากบ้าน แล้ววานให้ครูอ้อมช่วยถ่ายรูปและส่งไฟล์รูปให้ครูที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา จนดำเนินการออกวุฒิสำเร็จในที่สุด ก่อนที่ทางโรงเรียนจะให้พ่อของภูมาสมัครเรียนชั้น ม.4 ต่อเนื่อง เมื่อภูแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าเขาอยากเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนยืดหยุ่นในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“การศึกษายืดหยุ่นเป็นรูปแบบการศึกษาที่ดีมากๆ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กที่บ้านยากจนหรือมีเหตุจำเป็น เช่น ไม่มีเวลาไปนั่งเรียนหนังสือ ต้องทำงาน ต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัว ถ้าตอนกลางวันเขาไปทำงาน ตอนเย็นเขาอาจจะกลับมาทำใบงานส่งครู ตรงนี้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงานให้เด็กในอนาคตได้” ครูปิยพรพูดถึงการศึกษายืดหยุ่น นโยบายที่ช่วยให้เด็กจำนวนมากยังอยู่ในระบบการศึกษาต่อได้ แม้มีเหตุจำเป็นในชีวิตที่ไม่เอื้อต่อการเรียน</p>



<p>เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ฤดูหนาวของไทยสิ้นสุด ก็เป็นช่วงเวลาที่ฤดูกาลใหม่ในชีวิตของภูเริ่มขึ้น เขาได้รับการปล่อยตัวออกจากศูนย์ฝึกฯ วันก่อนจะออกไป เขาเดินไปหาครูทุกคนในศูนย์แล้วบอกว่า “ครู ผมจะไปแล้วนะ” ครูทุกคนอวยพรให้เขาตั้งใจเรียนและดูแลตัวเองไม่ให้กลับไปใช้ยาอีก เขาตอบรับอย่างมั่นใจ</p>



<p>ครูปิยพร นักสังคมสงเคราะห์ในศูนย์ฝึกฯ ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวภูตลอดช่วงหนึ่งปีที่อยู่ข้างใน เล่าถึงภูว่า “เขาเปลี่ยนแปลงไปเยอะในเรื่องความคิด มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นว่าอยากเรียนอะไรต่อ หลังเรียนจบจะทำอะไร เขาบอกว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬา อยากเป็นโค้ชหรือเทรนเนอร์ เขาบอกว่าผมจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมแล้วนะ ออกไปผมจะตั้งใจเรียน เขาหนักแน่นกับตัวเองประมาณหนึ่ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a018ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/12-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เวลาผ่านไปหลายเดือนหลังจากได้รับการปล่อยตัว ตอนนี้ภูเรียนชั้น ม.5 ที่โรงเรียนช่องพรานวิทยาในฐานะนักเรียนรูปแบบห้องเรียนปกติ ครูปิยพรเปิดแชทที่ภูเพิ่งส่งมาหาเมื่อวันก่อน ภูส่งใบเกรดมาให้ดู ในนั้นระบุตัวเลขเกรดเฉลี่ย 3.6 ครูปิยพรตอบกลับภูไปด้วยความยินดีและตื่นเต้นว่า <em>“ดีใจด้วยมากๆ เลย”</em> ภูตอบกลับมาว่า</p>



<p><em>“ผมตั้งใจสุดๆ เลยครับ”</em></p>



<p>นี่คือข้อความจากเด็กที่หลุดพ้นจากยาเสพติด และเกือบจะหลุดออกจากระบบการศึกษาถึงสองครั้ง – เป็นเครื่องยืนยันว่าการให้โอกาสสำคัญกับชีวิตคนหนึ่งคนมากเพียงใด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใจยืดหยุ่นและการศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<p>โรงเรียนช่องพรานวิทยาตั้งอยู่ไม่ไกลกับถ้ำค้างคาว วัดเขาช่องพราน หากไปยืนที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนจะมองเห็นภูเขาสีเขียวครึ้มที่มีเจดีย์สีทองตั้งอยู่ตรงกลาง เป็นทิวทัศน์ราคาร้อยล้านที่เด็กโรงเรียนช่องพรานวิทยาเห็นได้ทุกวัน</p>



<p>“ช่วงเย็นๆ จะมีค้างคาวบินออกมาเต็มฟ้าเลยครับ” ภูเล่าให้ฟังระหว่างการพูดคุยบนม้าหินอ่อนข้างอาคารเรียน ฟ้าครามและริ้วเมฆขาวพาดผ่านเหนือศีรษะ ตอนบ่ายค้างคาวยังไม่ออกจากถ้ำ เสียงนักเรียนกลุ่มหนึ่งดังเจี๊ยวจ๊าวบนห้อง แม้วันนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่ยังมีนักเรียนบางส่วนเข้ามาทำกิจกรรมในโรงเรียน ภูเองก็เข้ามาช่วยทาสีซ่อมบำรุงห้องพักครูด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1.jpg" alt="" class="wp-image-97535" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นับตั้งแต่ภูออกจากศูนย์ฝึกฯ เขาก็กลับเข้าสู่ระบบการเรียนในห้องเรียนปกติและช่วยกิจกรรมโรงเรียนหลายอย่าง สำหรับคนที่กระทำผิด การถูกตัดสินครั้งแรกจากศาลนั้นเจ็บปวด แต่หลายคนเชื่อว่าการถูกตัดสินครั้งที่สองจากสังคมหลังพ้นโทษนั้นเจ็บปวดกว่า โชคดีที่ภูไม่ต้องเผชิญการตัดสินแบบนั้นจากเพื่อนในโรงเรียน</p>



<p>“ผมว่าไม่ยากนะ” ภูตอบเมื่อได้ยินคำถามว่าการกลับมาสู่โรงเรียนอีกครั้งนั้นยากไหม “เพื่อนในโรงเรียนให้การยอมรับดีครับ ไม่มีใครพูดหรือสนใจเรื่องอดีตของผมเลย ก็อยู่เป็นเพื่อนกันปกติ” ภูเล่าต่อ&nbsp;</p>



<p>ครูอรญา ครูโรงเรียนช่องพรานวิทยาที่ช่วยภูในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากศูนย์ฝึกฯ สู่ชีวิตโรงเรียน เล่าว่านอกจากภูจะไม่ถูกต่อต้านจากเพื่อนแล้ว ภูยังกลายเป็นคนดึงเพื่อนให้กลับมาเรียนเสียด้วยซ้ำ</p>



<p>“ภูโตขึ้นมาก มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ทุกวันนี้เวลาเขาอยู่ในกลุ่มเพื่อน ถ้าเพื่อนมีพฤติกรรมแบบวัยรุ่น โวยวายหรือไม่ทำงานที่ครูบอก ภูจะเป็นคนบอกว่าอาจารย์บอกให้ทำก็ทำสิ หรือเตือนเพื่อนๆ ว่า ‘เฮ้ย เรียนเร็ว’ กลายเป็นว่าภูกลับมาเพื่อเป็นคนดึงเพื่อนให้เรียน” ครูอรญาขยายความ</p>



<p>“เด็กที่นี่ดีมาก ให้กำลังใจกันและกัน ตอนที่เขาต้องคดี เพื่อนๆ ก็จะเป็นห่วง มาถามครูว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ที่นี่เราให้คุณค่าเรื่องความเป็นมนุษย์ ให้คุณค่าเรื่องความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน อาจเป็นเพราะสังคมพวกเราไม่ได้สวยหรู ไม่ได้มีพร้อมในเรื่องทรัพย์สิน เป็นสังคมของการพึ่งพากันและกันอย่างแท้จริง ดังนั้นเรื่องสังคมในโรงเรียนเราไม่ได้กังวลเลย แต่เรากังวลสังคมภายนอกมากกว่าว่าจะมองเด็กเราที่เคยก้าวพลาดแบบไหน” ครูอรญาพูดถึงสังคมในโรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p>ในมุมของภู เขาเองก็รู้ว่าคนรอบข้างช่วยประคองเขาแค่ไหน เขาบอกว่า “คุณครูอรญาช่วยผมเยอะครับ ช่วยเรื่องเรียน คอยถามว่าผมเป็นอย่างไรบ้าง มีคนต่อว่าหรือเปล่า” เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไร ภูยิ้มแล้วตอบด้วยแววตาสดชื่นว่า “อบอุ่นครับ”</p>



<p>นอกจากครูและนักสังคมสงเคราะห์ หนึ่งในคนสำคัญคือครอบครัว ภูบอกว่าคนที่ทำให้เขาก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้คือครอบครัว “ครอบครัวไม่เคยทิ้งผม มาเยี่ยมผมตลอด ผมเลยคิดว่าเราจะทำให้ดีที่สุด ออกมาแล้วผมจะเป็นคนใหม่ครับ” ตอนนี้พ่อแม่ของภูกลับมาเข้มงวดและใส่ใจดูแลมากขึ้น เพราะไม่อยากให้ภูกลับไปเป็นคนเดิม ไม่ค่อยให้ออกไปไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ซึ่งภูยอมรับและไม่มีปัญหากับเรื่องนี้</p>



<p>ตอนนี้ภูเล่นฟุตบอลและฟุตซอลในตำแหน่งแบ็กขวา ทีมที่ชื่นชอบคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป เรียนรู้ที่จะผิดพลาด เรียนรู้ที่จะรัก และเรียนรู้ที่จะฝัน</p>



<p>“ผมอยากเรียนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จบไปอยากทำงานเป็นเทรนเนอร์ หรือพวกเทคนิคทางการกีฬา เป็นโค้ชครับ” ภูพูดจบแล้วยิ้ม “ถึงผมทำผิดพลาดไปแล้ว แต่เขายังให้โอกาส ผมว่าดีมากครับ แล้วผมก็สามารถทำโอกาสนั้นให้คนอื่นเห็นได้”</p>



<p>โรงเรียนช่องพรานวิทยาได้รับการอนุญาตจากเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ในปีการศึกษา 2567 ซึ่งเป็นปีที่ภูถูกตัดสินคดีพอดิบพอดี ไม่ใช่แค่ภูที่ได้รับประโยชน์จากการศึกษายืดหยุ่นเท่านั้น แต่ในจำนวนเด็กราว 640 คนของโรงเรียนช่องพรานวิทยา มีเด็กประมาณ 50 คนที่อยู่ในห้องเรียนสร้างโอกาสภายใต้การเรียนการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</p>



<p>ห้องเรียนสร้างโอกาสของโรงเรียนช่องพรานวิทยาจะเปิดทุกวันศุกร์ ให้เวลาทั้งวันเพื่อให้เด็กในระบบนี้เข้ามารับและส่งใบงานการบ้าน โดยอาจไม่ได้เข้ามาเรียนทุกคาบเหมือนนักเรียนในห้องเรียนปกติ</p>



<p><strong>ดร.ปิยะ ลิ้มฉาย ผู้อำนวยการโรงเรียนช่องพรานวิทยา </strong>เล่าถึงภาพรวมให้ฟังว่าในจำนวน 50 คนนี้ มีภาวะจำเป็นที่แตกต่างหลากหลายที่ทำให้ไม่สามารถมาเรียนครบตามเวลาได้</p>



<p>“สาเหตุมาจากหลายอย่าง <em>หนึ่ง ภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัว</em> บางคนไม่มีเงินค่าเดินทางมาเรียน บางคนบ้านอยู่ไกล 20-30 กิโลเมตร ไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ตรงส่วนนี้เราก็ต้องไปหาเด็กที่บ้านด้วย เราทำโครงการ ‘เอาการศึกษาไปหาน้อง’ และโครงการ ‘พาน้องกลับมาเรียน’</p>



<p>“<em>สอง เรื่องยาเสพติด </em>นักเรียนบางกลุ่มอาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดง เขาก็เป็นกลุ่มเสี่ยง เขาอยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง พอผู้ใหญ่ชวนก็มีโอกาสทำให้นักเรียนเสียเรื่องการเรียนไปด้วย</p>



<p>“<em>สาม ความจำเป็นด้านสุขภาพ </em>เช่น เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ตั้งครรภ์ ภาวะบกพร่องบางอย่าง เราสามารถจัดการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นในช่วงที่เขาต้องหายไปจากโรงเรียนได้<em>“สี่ เด็กทำงานหารายได้ระหว่างเรียน </em>ทำให้ไม่สามารถมาเรียนได้ ส่วนใหญ่รับจ้างทำงานด้านเกษตรหรือไปทำงานเสิร์ฟอาหาร เด็กต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ซึ่งกรณีแบบนี้เรายินดีสนับสนุนให้นักเรียนจบที่โรงเรียนเรา มีวุฒิการศึกษา สามารถเรียนต่อได้ในอนาคต” ดร.ปิยะอธิบาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-97536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ปิยะ ลิ้มฉาย ผู้อำนวยการโรงเรียนช่องพรานวิทยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“การศึกษายืดหยุ่นเป็นเรื่องสำคัญ เป็นโอกาสทางการศึกษาไทยที่เด็กจะมีโอกาสได้เรียนเยอะขึ้น และ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบมีประโยชน์กับเด็กที่ประสบปัญหาชีวิตจริงๆ เมื่อจบการศึกษา เขามีวุฒิการศึกษาไปต่อยอดอนาคตของเขาได้ อย่างกรณีของภู วันนี้เขาสามารถกลับมาเรียนในระบบ มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป สังคมก็อาจเปิดรับมากยิ่งขึ้น นั่นก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นี่คือสิ่งที่ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบให้ได้ ถือว่าเป็นโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ค่อนข้างเยอะ” ดร.ปิยะทิ้งท้าย</p>



<p>นอกจากนี้ ครูอรญาลงรายละเอียดถึงเรื่องการศึกษายืดหยุ่นและเกณฑ์วัดผลให้ฟังว่า สิ่งสำคัญคือการยืดหยุ่นเรื่องเวลาเรียน คือไม่มีการนับเวลาเรียนมาตัดสินเรื่องการไม่มีสิทธิ์สอบ (มส.) ส่วนเรื่องวัดระดับและประเมิน ยังมีการออกแบบเรื่องภาระงานเช่นเดียวกับเด็กในห้องเรียนปกติ เพียงแต่อาจแตกต่างกันที่ภาระงาน</p>



<p>ส่วนประเด็นเรื่อง ‘ระดับความรู้’ ที่ได้รับ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันของนักเรียนที่เรียนคนละรูปแบบ ครูอรญาพูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “เมื่อก่อนต้องยอมรับว่าความรู้เกิดจากครูเป็นคนบอกเล่า แต่ถ้าถามว่าความรู้ในปัจจุบันคืออะไร ความรู้คือสิ่งที่คนคนหนึ่งสนใจ รับรู้ เรียนรู้ แล้วเข้าสู่กระบวนการประมวลทางสมอง ทำให้เรามองโจทย์ว่าทุกวันนี้ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน ทุกวันนี้สภาพสังคมเปลี่ยน พฤติกรรมมนุษย์เปลี่ยน การจะให้เขาเรียนรู้ในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากรู้ เขาก็ไม่เรียนอยู่ดี</p>



<p>“ในกระบวนการจัด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เราจัดองค์ประกอบว่าต้องมีความรู้สำคัญพื้นฐานตามที่หลักสูตรกำหนด เพราะฉะนั้นถ้าเด็กอยากได้คุณวุฒิตามหลักสูตร ก็ต้องทำให้ตนเองเกิดความรู้พื้นฐาน เมื่อเรามีโจทย์ชัดเจน เด็กก็พร้อมจะเรียนรู้ตามโจทย์ แต่ไม่ได้เป็นการบังคับให้เขาเรียนรู้ทุกอย่าง แน่นอนว่าในกระบวนการจัดการเรียน เราพยายามสร้างประสบการณ์แนวเปิดกว้าง ทักษะการทำงาน และวิธีปฏิบัติมากมาย แต่อาจเป็นส่วนที่เด็กกลุ่มหนึ่งรู้สึกว่าเขาไม่อยากได้ เขาไม่สนใจ แล้วเราจะทำอย่างไร นี่คือโจทย์สำคัญ” ครูอรญาอธิบาย</p>



<p>ส่วนประเด็นเรื่องมาตรฐานความรู้ของเด็ก ครูอรญากล่าวว่า “เราไม่เคยมองว่าเด็กที่อยู่ใน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ไม่มีมาตรฐาน บางคนอาจมองว่าเด็กไม่ต้องเข้าเรียนก็ผ่าน จริงๆ ไม่ใช่ นี่เป็นการเรียนด้วยสไตล์การเรียนรู้ของเขาเองที่ไม่มีห้องเรียนเป็นกรอบ ไม่มีคุณครูยืนกำกับ เขาอาจรู้สึกเป็นอิสระในการเรียนรู้ของเขาก็ได้”</p>



<p>ครูอรญาย้ำว่าการศึกษาคือทรัพย์สินที่ติดตัวคนไปจนวันสุดท้ายและการศึกษาทำให้คนเปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้โอกาสคน</p>



<p>“โอกาสเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคนเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตัวเขา เพราะทุกคนรอโอกาสในการตัดสินว่าชีวิตเขาจะทำอย่างไรต่อไป” ครูอรญาทิ้งท้าย</p>



<p>ในช่วงบ่ายแก่ ฟ้าที่โรงเรียนช่องพรานฯ เป็นสีน้ำเงินเข้ม ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ทั่วบริเวณโรงเรียนมีสีเขียวตัดกับท้องฟ้า เสียงเด็กๆ ยังเจี๊ยวจ๊าวอยู่บนอาคารเรียน และค้างคาวยังไม่บินโผออกจากถ้ำ ภูเล่าเรื่องของเขามาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มร่างโปร่งที่มีแววตาส่องประกาย เขาพูดน้อยอย่างที่คนรอบตัวอธิบายถึงเขา แต่ทุกคำที่พูดนั้นออกมาด้วยความมั่นใจ</p>



<p>เมื่อถูกถามว่า ตอนนี้แข็งแรงแค่ไหน มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่กลับไปหายาเสพติด ภูตอบสั้นๆ ว่า “เกินร้อยเลยครับ ไม่กลับไปยุ่งแน่นอน”</p>



<p>ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคต ชีวิตของภูจะเดินไปทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ วันนี้เขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในวินาทีที่คนจะร่วงหล่นลงปากเหว แรงดึงจากคนที่มาช่วยสำคัญพอกันกับเจ้าของร่างกายที่จะไม่ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3.jpg" alt="" class="wp-image-97537" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><br><strong>รั้วลวดหนามมิอาจขวางกั้นการเรียน</strong><br><strong>ถึงเวลาที่การศึกษาไทยต้องยืดหยุ่นให้ทันชีวิตจริงของผู้เรียน</strong><br><br>โรงเรียนช่องพรานวิทยามีเด็กประมาณ 50 คนอยู่ภายใต้การเรียนการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ “ห้องเรียนสร้างโอกาส” ของที่นี่เปิดทุกวันศุกร์เพื่อให้เด็กในระบบนี้เข้ามารับและส่งใบงานการบ้าน และภูที่อยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนก็ได้รับโอกาสให้เรียนที่นี่&nbsp;<br><br>โรงเรียนหรือบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจการศึกษายืดหยุ่น สามารถรับข้อมูลและปรึกษาแบบตัวต่อตัว ได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น&nbsp;<a href="https://lin.ee/7aisWbt">คลิก</a><br></td></tr></tbody></table></figure>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ร่วมสร้างอนาคตใหม่ให้เด็กไทย ด้วยการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></h4><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-2/">เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กบางคนไม่มีแม้แต่ชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ครูจะจำชื่อเขาได้เสมอ : บทสัมภาษณ์ ด.ต.หญิง มาลินณา สังข์แก้ว ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-1905-170725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 12:05:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ด.ต.หญิง มาลินณา สังข์แก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95071</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทางที่ต้องข้ามสิบสองลำห้วย เพื่อมาเรียนหนังสือ บ้านถ้ำห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1905-170725/">เด็กบางคนไม่มีแม้แต่ชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ครูจะจำชื่อเขาได้เสมอ : บทสัมภาษณ์ ด.ต.หญิง มาลินณา สังข์แก้ว ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทางที่ต้องข้ามสิบสองลำห้วย เพื่อมาเรียนหนังสือ</strong></h3>



<p>บ้านถ้ำหิน&#8230;ชื่อที่ฟังดูเหมือนหลุดออกมาจากนิทาน แต่เด็กที่อยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่กลางโรคระบาด ไข้ป่า และความเงียบ ระยะทางจากอำเภอแค่สิบกว่ากิโลเมตร แต่ต้องข้ามลำห้วยสิบสองสายก่อนถึงโรงเรียน</p>



<p>บางช่วงของปี น้ำหลากจนข้ามไม่ได้ เด็กต้องหยุดเรียนโดยไม่มีใครออกใบลาให้ บางคนเปียกปอนตั้งแต่เช้าแต่ยังยิ้มได้เมื่อเห็นหลังคาโรงเรียนลิบ ๆ อยู่ตรงหน้า</p>



<p>ถนนที่เป็นลูกรังจะกลายเป็นโคลนเมื่อฝนตก ล้อรถมอเตอร์ไซค์จมดินเหมือนตั้งใจไม่ให้ใครไปไหนได้ง่าย ๆ</p>



<p>แต่พวกเขาก็ยังมา</p>



<p>ที่นี่ไม่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษา แต่สังกัด &#8220;หัวใจ&#8221; ของครู ที่ยืนอยู่ตรงนี้มานานพอจะรู้ว่า บางทีการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องในหลักสูตร แต่คือคำว่า &#8220;เราจะไม่ปล่อยมือเธอ&#8221;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong></strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนที่ไม่มีใครเหมือนกันเลย&#8230;แต่ทุกคนคือ &#8216;นักเรียน&#8217;</strong></h3>



<p>โรงเรียนตั้งอยู่ใกล้ศูนย์อพยพ เด็กบางคนเป็นไทย บางคนเป็นพม่า บางคนเป็นกะเหรี่ยง บางคนไม่มีแม้แต่เอกสารยืนยันตัวตน แต่ทั้งหมดนั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เรียนภาษาไทย&#8230;ที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของใครเลย</p>



<p>บางคนพูดไทยไม่ได้เลยตอนวันแรกที่มาเรียน บางคนเข้าใจคำสั่งครูแค่ครึ่งเดียว แต่ทุกคนถูกนับเป็นนักเรียนเหมือนกันหมด</p>



<p>ผู้ปกครองจำนวนมากก็ไม่สามารถอ่านหนังสือไทย ไม่เข้าใจว่าการบ้านคืออะไร ไม่รู้ว่าการเรียนต่อมีขั้นตอนแบบไหน ครูที่นี่จึงต้องสื่อสารกับบ้านทีละหลัง ช่วยแปลคำว่า &#8220;อนาคต&#8221; ให้เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้</p>



<p>ในห้องเรียนหนึ่ง เด็กอายุห่างกันเกือบสิบปี นั่งอยู่บนเสื่อผืนเดียวกัน คนหนึ่งเพิ่งฟังรู้เรื่อง อีกคนเพิ่งเขียนตามได้</p>



<p>บางคนอายุ 14 เพิ่งเข้า ป.1 บางคนไม่มีบ้านให้อยู่ แต่มีโรงเรียนให้กลับมาเสมอเด็กบางคนเป็นไทย บางคนเป็นพม่า บางคนเป็นกะเหรี่ยง บางคนไม่มีแม้แต่เอกสารยืนยันตัวตน แต่ทั้งหมดนั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เรียนภาษาไทย&#8230;ที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของใครเลย</p>



<p>บางคนอายุ 14 เพิ่งเข้า ป.1 บางคนไม่มีบ้านให้อยู่ แต่มีโรงเรียนให้กลับมาเสมอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95076" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กบ้านไกล กับบ้านที่ไม่มีเส้นทาง</strong></h3>



<p>เด็กที่นี่ไม่ได้ &#8220;โดดเรียน&#8221; บางคนแค่ &#8220;หลง&#8221; อยู่ระหว่างทาง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไป ครูต้องเดินเข้าป่า ตามหาเด็กในสวนยาง ในความเงียบที่ไม่เคยเป็นข่าว</p>



<p>บางครั้ง เด็กก็ออกจากบ้านแต่ไปไม่ถึงโรงเรียน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าหิว เหนื่อย หรือเจอสิ่งเร้าระหว่างทางที่ดึงตัวเขาออกไปจากบทเรียน</p>



<p>บางคนตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง กะเวลาออกจากบ้านให้ถึงโรงเรียนทันเคารพธงชาติ แต่ล้อจักรยานติดโคลน รองเท้าหลุดกลางทาง หรือฝนตกหนักเกินไปจนต้องนั่งรอใต้ต้นไม้</p>



<p>บางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่อาศัยอยู่กับญาติในหมู่บ้านเพราะบ้านจริงอยู่ไกลเกินกว่าจะมาเรียนได้ทุกวัน</p>



<p>บางคนไม่ได้มาโรงเรียนเพราะไม่อยากเรียน แต่อยู่บ้านเพราะไม่มีค่ารถ ไม่มีใครพามา ไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนน้องเล็ก</p>



<p>และเมื่อเด็กหายไปจากห้องเรียน ไม่มีเสียงประกาศ ไม่มีหนังสือแจ้งเตือน มีแต่ครูที่เริ่มนับชื่อ&#8230;แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะรู้ว่า ต้องไปตามอีกแล้ว&#8221;โดดเรียน&#8221; บางคนแค่ &#8220;หลง&#8221; อยู่ระหว่างทาง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไป ครูต้องเดินเข้าป่า ตามหาเด็กในสวนยาง ในความเงียบที่ไม่เคยเป็นข่าว</p>



<p>บางครั้ง เด็กก็ออกจากบ้านแต่ไปไม่ถึงโรงเรียน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าหิว เหนื่อย หรือเจอสิ่งเร้าระหว่างทางที่ดึงตัวเขาออกไปจากบทเรียน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95077" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษา&#8230;คือเครื่องคุ้มครองเพียงชิ้นเดียวที่เด็กเหล่านี้มี</strong></h3>



<p>ไม่มีสัญชาติ ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีใครในระบบรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ แต่โรงเรียนรู้</p>



<p>โรงเรียนไม่ถามว่าเด็กมีบัตรไหม ไม่ได้ดูว่าเขาเป็นใครจากเอกสาร แต่ดูจากแววตาว่าเขาอยากเรียนหรือไม่</p>



<p>ที่นี่ เด็กที่ถือบัตรเขียว ขอบแดง หรือไม่มีบัตรเลย ได้รับการปูเสื่อให้นั่งเรียนเหมือนกันหมด เด็กที่ไม่มีเอกสาร ยังคงได้รับหนังสือเรียน อาหารกลางวัน และบางครั้ง&#8230;ความเข้าใจจากใครสักคนเป็นครั้งแรกในชีวิต</p>



<p>เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่การปูพื้นฐานชีวิต แต่คือการปกป้องจากความไม่เท่าเทียมที่อยู่ล้อมรอบ</p>



<p>ปพ.1 กลายเป็นเอกสารชิ้นแรก และอาจเป็นชิ้นเดียว ที่บอกว่าเด็กคนนี้เคยเป็นนักเรียน เคยมีตัวตน เคยมีใครเรียกชื่อเขาด้วยความตั้งใจ</p>



<p>บางครั้ง เด็กเหล่านี้ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากความหวังว่าจะมีใครเห็นว่าเขาก็เป็นเด็กคนหนึ่ง เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ที่ควรจะได้เรียน ได้โต ได้ฝันไม่ได้ดูว่าเขาเป็นใครจากเอกสาร แต่ดูจากแววตาว่าเขาอยากเรียนหรือไม่</p>



<p>ปพ.1 กลายเป็นเอกสารชิ้นแรก และอาจเป็นชิ้นเดียว ที่บอกว่าเด็กคนนี้เคยเป็นนักเรียน เคยมีตัวตน เคยมีใครเรียกชื่อเขาด้วยความตั้งใจ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ไม่มีแม่ครัว ไม่มีภารโรง</strong></h3>



<p>แต่มีเด็กที่ทำอาหารให้เพื่อนเองทุกวัน</p>



<p>ที่นี่ไม่มีแม่ครัว ไม่มีภารโรง ไม่มีคนเก็บเศษใบไม้ ไม่มีใครล้างห้องน้ำนอกจากเด็กนักเรียนเอง</p>



<p>เด็กบ้านไกลที่มาอยู่ประจำ ต้องตื่นเช้าเก็บไข่ไก่ ให้อาหารสัตว์ กวาดสนาม และดูแลโรงเรียนเหมือนบ้านของตัวเอง</p>



<p>จากแปลงผักถึงจานข้าว ทุกอย่างถูกปลูก ถนอม เก็บรักษา และส่งต่อโดยมือของนักเรียนเอง เด็กบางคนไม่เคยรู้ว่ากะหล่ำปลีโตจากดินหน้าตาเป็นอย่างไร จนวันที่เขาต้องเก็บมันมาหั่นใส่หม้อแกง</p>



<p>ร้านค้าสหกรณ์กลายเป็นห้องเรียนที่ไม่มีเก้าอี้ แต่มีเครื่องชั่ง มีสมุดบัญชี และมีบทเรียนเรื่องความซื่อสัตย์ที่ต้องฝึกทุกวัน</p>



<p>เด็ก ๆ ที่นี่รู้ว่าวัตถุดิบหนึ่งอย่างต้องเดินผ่านกี่มือถึงจะกลายเป็นกับข้าวกลางวัน และพวกเขาเรียนรู้ว่าการทำให้เพื่อนอิ่ม คืออีกบทหนึ่งของความรับผิดชอบ</p>



<p>พวกเขาไม่ได้แค่กินอิ่ม แต่ได้เรียนรู้การอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรี</p>



<p>ห้องเรียนของพวกเขาไม่ได้จบในสมุดจด แต่ทอดยาวไปถึงเล้าไก่ โรงเรือนผัก ร้านค้าสหกรณ์ และโต๊ะอาหารเด็ก ตชด. ต้องปลูก เก็บ ขาย คิดบัญชี และเรียนรู้ว่าข้าวจานหนึ่งเกิดจากน้ำมือหลายคู่ พวกเขาไม่ได้แค่กินอิ่ม แต่ได้เรียนรู้การอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรี</p>



<p>ห้องเรียนของพวกเขาไม่ได้จบในสมุดจด แต่ทอดยาวไปถึงเล้าไก่ โรงเรือนผัก ร้านค้าสหกรณ์ และโต๊ะอาหาร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95078" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กที่กลับมาในวันที่เขาเลือกจะ &#8216;ให้&#8217;</strong></h3>



<p>ไม่ใช่เด็กทุกคนจะเดินไปได้ไกลในแผนที่ชีวิตที่เราอยากให้เขามี บางคนเรียนจบ ป.6 แล้วออกไปทำงานในครัวของรีสอร์ท บางคนโตขึ้นพร้อมชื่อที่ยังไม่มีในระบบราชการ แต่กลับมา พร้อมกับไอศกรีมห่อใหญ่ในวันเกิด</p>



<p>เขายืนอยู่หน้าห้องเรียนเดิม บอกกับครูว่า &#8220;วันนั้นที่ครูให้ผมกินข้าว วันนี้ผมขอเลี้ยงคืนครับ&#8221;</p>



<p>เด็กบางคนไม่มีแม้แต่บัตรประชาชน แต่มีความทรงจำว่าเคยมีโรงเรียนอยู่กลางป่า ที่มีครูหนึ่งคน…ซึ่งไม่เคยลืมชื่อเขาเลย</p>



<p>และวันหนึ่ง เขาเลือกกลับมาเพื่อให้ใครสักคนรู้สึกแบบเดียวกับที่เขาเคยรู้สึกหรือตำแหน่ง แต่อาจคือเด็กคนหนึ่งที่ย้อนกลับมาพูดว่า<br>&#8220;วันนั้นที่ครูให้ผมกินข้าว วันนี้ผมขอเลี้ยงคืนครับ&#8221;</p>



<p>เด็กบางคนไม่มีแม้แต่บัตรประชาชน แต่มีความทรงจำว่าเขาเคยมีโรงเรียน&#8230;และมีครูที่ไม่เคยลืมเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95081" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บางครั้ง &#8216;การสอน&#8217; คือการตามหาเด็กคนหนึ่งกลับมาให้ทันเวลา</strong></h3>



<p>ไม่ใช่การสอนเลข วิทย์ หรือภาษาไทย แต่คือการตามหาเด็กที่ไม่ถึงโรงเรียน แล้วพูดกับเขาด้วยถ้อยคำที่ไม่ทำให้เขาหนีไปไกลกว่าเดิม</p>



<p>บางครั้ง เด็กไม่ได้หนีจากบทเรียน แต่หนีจากโลกที่เขารู้สึกว่าไม่มีที่ให้ยืน บางครั้ง เด็กไม่ได้อยากลาออกจากระบบ แต่แค่ไม่รู้ว่าระบบนี้มีใครเข้าใจเขาจริงไหม</p>



<p>ครูที่นี่จึงต้องรู้จักใช้ทั้งไม้อ่อน ไม้แข็ง และบางครั้ง&#8230;ก็แค่ต้องนั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร</p>



<p>บางวัน ครูต้องขี่รถเข้าไปถึงบ้านบนเขา ไปยืนรอเงียบ ๆ หน้าเพิงไม้ไผ่ แล้วเรียกชื่อเด็กคนนั้นเบา ๆ รอเขาโผล่หน้ามาอย่างเก้อ ๆ จากหลังบ้าน</p>



<p>บางครั้ง ครูต้องเล่าเรื่องของเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยหายไป แล้วกลับมาจบ ป.6 ได้สำเร็จ เพื่อให้เด็กคนใหม่เห็นภาพว่าการ &#8216;กลับมา&#8217; ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องอายใคร</p>



<p>การกลับมาของเด็กคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เพราะคำสั่ง แต่เพราะความเงียบที่ไม่ตัดสิน และเพราะเขารู้ว่า ถึงหายไปนานแค่ไหน&#8230;ก็ยังมีใครบางคนที่รอเรียกชื่อเขาอยู่เหมือนเดิมวิทย์ หรือภาษาไทย แต่คือการตามหาเด็กที่ไม่ถึงโรงเรียน แล้วพูดกับเขาด้วยถ้อยคำที่ไม่ทำให้เขาหนีไปไกลกว่าเดิม</p>



<p>บางครั้ง เด็กไม่ได้หนีจากบทเรียน แต่หนีจากโลกที่เขารู้สึกว่าไม่มีที่ให้ยืน บางครั้ง เด็กไม่ได้อยากลาออกจากระบบ แต่แค่ไม่รู้ว่าระบบนี้มีใครเข้าใจเขาจริงไหม</p>



<p>ครูที่นี่จึงต้องรู้จักใช้ทั้งไม้อ่อน ไม้แข็ง และบางครั้ง&#8230;ก็แค่ต้องนั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร</p>



<p>การกลับมาของเด็กคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เพราะคำสั่ง แต่เพราะความเงียบที่ไม่ตัดสิน และเพราะเขารู้ว่า ถึงหายไปนานแค่ไหน&#8230;ก็ยังมีใครบางคนที่รอเรียกชื่อเขาอยู่เหมือนเดิมวิทย์ หรือภาษาไทย แต่คือการตามหาเด็กที่ไม่ถึงโรงเรียน แล้วพูดกับเขาด้วยถ้อยคำที่ไม่ทำให้เขาหนีไปไกลกว่าเดิม</p>



<p>บางครั้ง ต้องใช้ไม้แข็ง บางครั้ง ต้องใช้ความรักแบบที่ไม่ยอมแพ้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95082" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เธอเองก็เคยเดินข้ามสิบสองลำห้วยมาเรียน</strong></h3>



<p>และวันนี้เธออยู่ที่นี่&#8230;เพื่อให้เด็กไม่ต้องเสี่ยงอีกแล้ว</p>



<p>เธอคือเด็ก ตชด. เก่าคนหนึ่ง ที่เคยเสี่ยงทุกอย่างเพื่อได้เรียน ป.6<br>เธอเคยมีเพื่อนร่วมรุ่น 13 คน ได้เรียนต่อ 3 คน และเธอคือหนึ่งในนั้น</p>



<p>วันนั้น เธอเดินจากบ้านมาที่โรงเรียน ด้วยรองเท้าคู่เดียวและความเชื่อว่าการศึกษาอาจเปลี่ยนชีวิตได้</p>



<p>วันนี้ เธอกลายมาเป็นครูใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่เพื่อลดระยะห่างระหว่าง &#8216;เด็กที่ไม่มี&#8217; กับ &#8216;การได้เรียน&#8217;</p>



<p>เธอไม่เพียงแค่สอนหนังสือ แต่ยื่นโอกาสให้กับเด็กที่ไม่มีใครแม้แต่จะกล้าฝัน เพราะเธอรู้ว่าการได้เรียนไม่ใช่เรื่องธรรมดา</p>



<p>มันคือโอกาสที่บางคนต้องเดินข้ามสิบสองลำห้วยมาหา และเธอก็อยู่ตรงนี้&#8230;เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเดินลำพัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-1400x932.png" alt="" class="wp-image-95083" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-272x182.png 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-embed alignfull is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ด.ต.หญิง มาลินณา สังข์แก้ว: 1 ใน 7 ผู้เข้าชิงรางวัลบุคคลผู้สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปี 2568" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/baVGJwLazow?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1905-170725/">เด็กบางคนไม่มีแม้แต่ชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ครูจะจำชื่อเขาได้เสมอ : บทสัมภาษณ์ ด.ต.หญิง มาลินณา สังข์แก้ว ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 07:41:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ธราธิป สีสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93816</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ครูบอกว่าประสบการณ์ทำงานของผม เอามาใช้ออกแบบบทเรียน วิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110625/">ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>“ครูบอกว่าประสบการณ์ทำงานของผม เอามาใช้ออกแบบบทเรียน วิธีการเรียน แล้วจะใช้สิ่งที่ผมทำแต่ละวันมาวัดผลได้ด้วย ก็ตัดสินใจกันกับแม่ว่าอยากลองดูครับ”</em></strong></p>



<p>ตั้งแต่ก่อนจบชั้น ป.6 <strong>‘พีม’</strong> <strong>ธราธิป สีสมุทร </strong>พบว่าแปลงผักเล็ก ๆ หน้าบ้าน คือที่ที่ง่วนอยู่ได้ทั้งวัน และทำให้เขาตัดสินใจไม่ไปโรงเรียนอีกหลังเรียน ม.1 ได้เทอมเดียว&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘แม่นก’</strong> คุณแม่ของพีมเล่าว่า เขาทำกิจกรรมซ้ำเดิมทุกวันตั้งแต่ยังเล็ก คือตื่นแต่เช้า ออกไปที่แปลงผัก อยู่ตรงนั้นจนเย็น และเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อลุกขึ้นมา<strong>ทำเหมือนเมื่อวาน</strong> จนวันนี้พีมเติบโต อายุเต็ม 18 ปี แต่ละวันของเขาก็ยังคง<strong>อยู่ที่แปลงผัก </strong>หากจะมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมา คงเป็นพื้นที่ทำงานที่ขยายกว้างขึ้น และงานที่งอกเงยจากปลูกพืชผักผลไม้ เป็นฟาร์มสัตว์เล็ก ๆ ซึ่งทำรายได้ประจำเดือนละไม่น้อย</p>



<p>กับอีกกิจวัตรที่เพิ่งเป็นภารกิจประจำในช่วงสองปีหลัง คือพีมต้องเรียบเรียงทุกสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างโจทย์คำถามและหาคำตอบของสิ่งที่ได้เรียนรู้ในทุก ๆ วัน ผ่านการทำบันทึก รายงาน หรือชิ้นงานส่งครู อันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีเป้าหมายเพื่อวุฒิ ม.3</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03.jpg" alt="" class="wp-image-93821" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นี่คือเรื่องราวโดยสังเขปของพีม ก่อนถึงวันที่จบการศึกษาและรับวุฒิบัตรพร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 6 คน จาก <strong>‘ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้’</strong> จังหวัดราชบุรี ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา</p>



<p>&#8230;ย้อนไปช่วงตัดสินใจออกจากโรงเรียน พีมให้เหตุผลกับแม่ว่า <strong><em>“อยากทำงาน อยากช่วยแม่หาเงิน”</em></strong> ซึ่งแม่ไม่ได้เห็นด้วย แต่ <strong><em>“เข้าใจดี”</em></strong> ว่าลึกกว่าเหตุผลที่ลูกเล่า คือพีมเห็นทางเดินของตัวเองแล้ว ว่าเขาหลงใหลในงานด้านเกษตร ชอบทำไร่ทำสวน ชอบขลุกอยู่บนพื้นดินผืนหญ้า อยากเรียนรู้เรื่องการปลูกผักผลไม้ และอยากเดินหน้าในทางที่เลือกอย่างเต็มตัว แม่จึงตัดสินว่าอยากให้ลูกได้ทำสิ่งที่รัก เพราะรู้ว่า <strong><em>“ถึงบังคับ แต่เมื่อใจลูกไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน สุดท้ายวันใดวันหนึ่งก็จะหลุดออกมาอยู่ดี”&nbsp; </em></strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01.jpg" alt="" class="wp-image-93819" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>อย่างไรก็ตาม คุณแม่บอกว่าการ ‘ยอมรับ’ คือเรื่องหนึ่ง แต่ความ ‘เป็นห่วง’ ก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะจากวันที่พีมเลิกเรียน แม้จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในสิ่งที่ทำ ด้วยแปลงผักหน้าบ้านค่อย ๆ ขยายพื้นที่ และมีผลผลิตซึ่งเปลี่ยนเป็นรายได้ตามมา แต่ 4-5 ปีที่ผ่านไป แม่นกยังกังวลว่านอกจากปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับงานแล้ว พีมไม่ได้เจอสังคมในแง่มุมอื่น ๆ เลย ทั้งวุฒิแค่ชั้น ป.6 ก็อาจ ‘น้อยไป’ เมื่อคิดว่าพีมต้องรับมือกับงานและขั้นตอนชีวิตที่จะซับซ้อนขึ้น&nbsp;</p>



<p>“พีมทำให้เห็นว่าเขาทำสิ่งที่สนใจจนเป็นอาชีพได้จริง เพราะเขาตั้งใจ แล้วมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีวินัยจัดการตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาแม่เลย คือไม่กี่ปีที่ทำมาจากแปลงผักเล็ก ๆ มันก็มีอะไรเพิ่มขึ้นมา มีเลี้ยงหมูเลี้ยงวัว ขยายผลออกมาเรื่อย ๆ ตรงนี้เราเชื่อว่าเขาไปได้อยู่แล้ว แต่ที่เราห่วงคืออยากให้เขาได้ไปเจอคน ไปเจอสังคมอื่น ๆ นอกจากงานบ้าง เพื่อเปิดมุมมองให้กว้าง&nbsp;</p>



<p>“อีกอย่างคือถ้าทำสวนทำไร่อย่างเดียวแล้วไม่มีวุฒิติดตัวเลย กลัวว่าวันข้างหน้าจะลำบาก&nbsp; เพราะการเรียนรู้มันควรมีทั้งสองอย่าง ทั้งจากงานที่ทำ และจากประสบการณ์ชีวิต ที่สำคัญคือถ้ามีวุฒิการศึกษามาประกอบด้วย ชีวิตก็น่าจะมั่นคงขึ้นอีก” แม่เล่า</p>



<p>จนช่วงปี 2566 ข้อมูลเรื่องการทำงาน Thailand Zero Dropout จังหวัดราชบุรี ก็แว่วมาเข้าหูพีมกับแม่ ไม่นานจากนั้นก็มีครูจากศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้มาหาที่บ้าน เพื่อชวนพีมกลับไปเรียน</p>



<p>พีมบอกว่าเขากับแม่ปรึกษากันอยู่นาน ส่วนหนึ่งเพราะหลังเรียนรู้ด้วยตัวเองคนเดียวมาตลอด พีมเองเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่แม่บอกว่าถ้ามีวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าชั้น ป.6 ติดตัวไว้ ยังไงเสียคงดีกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong><em>“ช่วงคิดถึงการเรียนมาก ๆ มันวนไปมาหลายเรื่องครับ อย่างแรกผมไม่ได้เรียนมาหลายปี งานที่ทำตอนนี้ก็กินเวลาทั้งวัน จะกลับไปเรียนในโรงเรียนคือไม่มีทาง หรือจะเรียน กศน. ก็คิดว่าตัวเองไม่เหลือพื้นฐานความรู้ที่ต่อติดกับวิชาเรียนในหลักสูตรแล้ว”</em></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02.jpg" alt="" class="wp-image-93820" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>พีมเว้นช่วงเพื่อเรียบเรียงคำพูดในหัว ก่อนพูดต่อว่า&nbsp; <strong><em>“&#8230;แต่ข้อมูลที่ครูศูนย์การเรียนเอามาบอก คือการกลับไปเรียนครั้งนี้ เราจะลองไปกันในเส้นทางเรียนรู้อีกแบบ ที่เขาจะพยายามเอาประสบการณ์ทำงานของผมมาใช้ออกแบบบทเรียน หาวิธีเรียนและการวัดผล โดยจะยึดโยงจากสิ่งที่ผมทำแต่ละวัน ก็ตัดสินใจกันกับแม่ว่าอยากลองดู”</em></strong></p>



<p>จนบทเรียนเริ่มต้น พีมจึงค่อย ๆ เข้าใจ ว่าสิ่งที่ครูบอกว่าเป็น <strong><em>‘การเรียนรู้ที่ออกแบบจากประสบการณ์ทำงาน’</em></strong> คือการที่ครูจะนำชีวิตประจำวันของเขา มาคลี่ออกเป็นเนื้อหาวิชา แล้วจะเอาแต่ละสิ่งที่ทำไปเทียบเคียงกับสาระวิชาต่าง ๆ เช่นเรื่องการคำนวณขนาดหรือพื้นที่ทำงานซึ่งเชื่อมโยงกับวิชาคณิตศาสตร์ การผสมปุ๋ยกำจัดวัชพืชหรือในบางขั้นตอนดูแลสัตว์ ก็เชื่อมโยงกับวิชาวิทยาศาสตร์ แล้วยังมีเรื่องของการเอาสิ่งที่ทำอยู่แล้วมาถอดเป็นคำศัพท์ หรือลองเรียบเรียงเป็นเรื่องเล่าประจำวันด้วยภาษาอังกฤษ ทั้งหมดนั่นทำให้เขาเห็นภาพว่า <strong><em>‘ชีวิตประจำวันกลายเป็นการเรียนรู้ได้อย่างไร’</em></strong> และแม้รูปแบบการเรียนจะใช้วิธีรับโจทย์และส่งชิ้นงานผ่านโทรศัพท์เป็นหลัก แต่ในทุกสัปดาห์จะมีอย่างน้อยหนึ่งวันที่กำหนดเป็น <strong><em>‘ชั่วโมงเรียนรู้กับกลุ่ม’</em></strong> พีมจึงมีกลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ผมเลือกหัวข้อหลักที่ใช้เรียนเป็นเรื่องการทำเกษตร เพราะทำอยู่ทุกวันจนคิดว่าเรารู้จริง ทำให้ในแต่ละกระบวนการเรียนรู้จึงรู้สึกว่าไม่ยาก ไม่ต้องปรับตัวมาก แล้วงานที่ส่งไปส่วนใหญ่พอครูให้คำแนะนำกลับมา ผลลัพธ์ที่ได้เราสามารถกลั่นกรองได้ทันทีเลยว่าอะไรคือประโยชน์ที่เราจะดึงเอามาใช้ในด้านอื่น ๆ ของชีวิตได้”</p>



<p>พีมบอกว่า <strong><em>“เรียนอย่างนี้มีความสุขครับ เพราะไม่ต้องบังคับตัวเอง เหมือนเราอยู่กับสวนกับไร่ทุกวันอยู่แล้ว ที่ต้องทำเพิ่มก็แค่ต้องคิดและเปิดมุมมองมากขึ้น ว่าจะเอาประสบการณ์ของเรามาถอดเป็นเนื้อหารายงานส่งครูยังไง” </em></strong>&nbsp;</p>



<p>และด้วยวาระของการพบกันครั้งนี้คือพิธีรับวุฒิการศึกษาชั้น ม.3 เราจึงอดถามไม่ได้ถึงแผนการต่อจากนี้ ซึ่งพีมบอกว่าเป้าหมายต่อไปคือจะเรียนให้ได้วุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจะสมัครเรียนกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เพื่อเรียนรู้ตามวิธีการเดิม ด้วยค้นพบแล้วว่าห้องเรียนกว้างใหญ่ไร้รั้วรอบขอบชิด ที่รู้สึกถึงไออุ่นของแดดอาบผิว และเท้าเปลือยเปล่าได้สัมผัสความชื้นของผิวดินชุ่มน้ำ กับสรรพเสียงระงมของสัตว์ในความดูแล คือ <strong>“พื้นที่เรียนรู้”</strong> ของเขา     </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1062c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จะเรียนต่อกับศูนย์การเรียนครับ อยากได้วุฒิ ม.ปลาย และคิดถึงการเรียนด้านการเกษตรขั้นสูงในมหาวิทยาลัย หรือพวกหลักสูตรระยะสั้นก็ได้ครับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมว่าการเรียนแบบนี้เหมาะกับผม หรือใครก็ตามที่มีภาระต้องทำไปด้วย ก็อยากให้เพื่อน ๆ ที่เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันได้กลับมาเรียนกันเยอะ ๆ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าวุฒิการศึกษายังไงก็สำคัญ เพราะอย่างน้อยถ้าเรามีความรู้ มีวุฒิ มันจะเป็นต้นทุนให้เรามีทางต่อยอดงานที่ทำอยู่ไปได้อีกไกลครับ” &nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>กสศ. ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ จากศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ จังหวัดราชบุรี ที่จบการศึกษาและรับวุฒิบัตรพร้อมกันทั้งหมด 7 คน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong></p>



<p><strong>ขอขอบคุณน้องพีม ธราธิป สีสมุทร</strong><br><strong>ขอบคุณศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ จังหวัดราชบุรี</strong><br><strong>ขอบคุณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong><br><strong>และขอบคุณเด็กเยาวชนทุกคนที่พร้อมแบ่งปันเรื่องราวชีวิต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาแนวทางจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น บนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลาย และเพื่อยืนยันว่า เส้นทางการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนทุกคนไม่อาจมีเพียงรูปแบบเดียว หรือมีปลายทางเพียงหนึ่งเดียวสำหรับการประสบความสำเร็จ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110625/">ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-050525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 03:57:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กรับใหญ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93090</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่&#160; คำนี้ผุดขึ้นมาหลังจากได้คุยกับแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050525/">แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่&nbsp;</p>



<p>คำนี้ผุดขึ้นมาหลังจากได้คุยกับแม่ๆ แห่งหน่วยการเรียนรู้ที่ ต.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี หนึ่งใน 40 หน่วยการเรียนรู้ในโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้จะไปดูแลเยาวชนที่เสี่ยงหลุดและหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาซับซ้อนแตกต่าง โครงการฯ นี้ ส่วนกลางจะไม่คลุกวงในเอง แต่จะส่งไม้ต่อการทำงานให้คนในพื้นที่ที่รู้ปัญหาและรู้วิธีการจัดการมากกว่า เพื่อเป้าหมายปลายทางคือ สร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กๆ ครอบครัว และชุมชน&nbsp;</p>



<p>อาจฟังดูเป็นภาคทฤษฎี แต่ ‘แม่ๆ แห่งกรับใหญ่’ 3 คนนี้ลงมือทำให้เห็นว่าภาคสนามเป็นอย่างไร สมบุกสมบันแค่ไหน ถ้าสุภาษิตแอฟริกาบอกว่า “เลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน”&nbsp;</p>



<p>งานของแม่ๆ ด่านหน้า 3 คนนี้ก็คงเรียกว่า “เลี้ยงเด็กเก๊คนหนึ่ง(ให้รอด) ต้องใช้คนทั้งอำเภอ” เลยทีเดียว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กเก๊ของอาจารย์เขะ </strong></h3>



<p>“เป็นเกษตรกรที่ทำงานพยาบาลได้นิดหน่อย” <strong>อ.เขะ </strong>หรือ <strong>ผศ.ภิรมย์ ลี้สุวรรณ</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจักรีรัช แนะนำตัวเองขำๆ เพราะการงานตอนนี้มีมากมายเหลือเกิน หนึ่งในนั้นคือเลี้ยงไก่ เพาะไข่ผำ ฯลฯ&nbsp; เพื่อเอาผลผลิตไปให้เด็กๆ ที่หลุดออกนอกระบบใน ต.กรับใหญ่ หารายได้ต่อ</p>



<p>อ.เขะ คือ หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา โหนดตำบลกรับใหญ่ ราชบุรี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b0ef15"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘อ.เขะ’ ผศ.ภิรมย์ ลี้สุวรรณ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาลแล้วมาเกี่ยวข้องกับเด็กๆ กลุ่มนี้ได้อย่างไร?&nbsp;</p>



<p>อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่า โครงการฯ จะไม่คลุกวงในเอง แต่จะส่งไม้ต่อการทำงานให้คนในพื้นที่ที่รู้ปัญหาและรู้วิธีการจัดการ และโครงการนี้เริ่มที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) กรับใหญ่&nbsp;</p>



<p>อ.เขะปูพื้นให้ฟังว่าพื้นที่ ต.กรับใหญ่มีความแตกต่างสูงมากทั้งในแง่รายได้และลักษณะประชากร มีทั้งโรงงานน้ำตาลใหญ่ที่สุดในประเทศไปจนถึงคนใช้แรงงานในไร่อ้อย ผลลัพธ์สุขภาพที่เกิดขึ้นคือ คนกรับใหญ่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เยอะมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีอาชีพรับจ้าง พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาอยู่กับลูก หลายบ้านไปทำงานต่างถิ่น ครอบครัวเว้าแหว่ง เด็กๆ อยู่กับผู้สูงวัย&nbsp;</p>



<p>“เราดูแลสุขภาพและทำงานใกล้ชิดกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) อสม.รู้หมดว่าบ้านไหนเป็นยังไง รู้ว่าครอบครัวนี้เว้าแหว่งแบบไหน เด็กบ้านไหนหลุดออกนอกระบบ เขารู้ทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่ได้เขา โครงการฯ จะเข้าถึงเด็กไม่ได้เลย” อ.เขะ ได้แรงสนับสนุนจาก อ.รัชนี คลองระวะ รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจักรีรัช ทำให้โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่าง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fac03e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02_อ.รัชนี-คลองระวะ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อ.รัชนี คลองระวะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากนั้นแทคทีมกับรพ.สต.กรับใหญ่ที่นำโดย <strong>‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</strong> รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกรับใหญ่ และอสม. ในการชวนเด็กๆ นอกระบบมาเข้าโครงการฯ ที่มีทั้งเด็กที่ติดยาเสพติด แม่วัยรุ่น(วัยใส) และ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยเหตุผลซับซ้อนต่างกัน</p>



<p>แต่ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนดีดนิ้ว ที่แค่ชวนแล้วเด็กจะมา จากสายตาผู้ใหญ่ในชุมชนที่มองว่าพวกเค้าเป็นเด็กเกเร หรือเด็กเก๊ตามคำเรียกของอ.เขะ&nbsp; แล้วทำไมเด็กเก๊อย่างพวกเขาต้องเชื่อและเข้ามาโครงการฯ นี้ด้วย งานนี้ต้องต้องยกความดีความชอบให้อสม.ที่พามาได้สำเร็จ ถึงครั้งแรกเด็กหลายคนจะมาอย่างงงๆ ไม่ไว้ใจ ไม่สบตา เอาแต่ก้มหน้า&nbsp;</p>



<p>“เราตรวจสุขภาพและพยายามชวนคุยเรื่องเรียนและเรื่องสุขภาพเป็นหลัก เราจะไม่ไปพูดเรื่องอื่นของเขาเลย เราไม่พูดเรื่องเอาไปเขาบำบัด(ยาเสพติด) เราจะไม่ตีตรา ทุกคนจะได้ treatment เดียวกัน มาถึงนั่ง มีขนมกินเหมือนกัน เราจะให้เท่าๆ กัน&nbsp; ให้เด็กแชร์กัน คุยกัน เราจะพูดให้น้อยที่สุดให้โอกาสเขาในการแบ่งปันแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่มที่ความสนใจเดียวกันเป็นหลัก”&nbsp;</p>



<p>ถ้าเด็กๆ มาสาย ผู้ใหญ่ในทีมรพ.สต.จะไม่ว่า ถือคติว่ามาช้ายังดีกว่าไม่มา รอได้ และเรื่องที่คุยกันในห้อง ก็จะจบลงในห้อง ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนตามเด็กไปถึงบ้านแล้วเอาเรื่องนี้เล่าให้พ่อแม่เด็กฟัง</p>



<p>“เรื่องที่เขายอมเล่าให้เราฟัง จะอยู่กับเราเท่านั้น” อ.เขะย้ำ&nbsp;</p>



<p>ทำอย่างนี้เป็นสิบครั้ง จากสายตาที่ไม่ไว้ใจก็ค่อยๆ กลายเป็นตั้งคำถามเรื่องที่อยากรู้ และคำถามที่เด็กๆ มีให้อ.เขะและทีมบ่อยที่สุดคือ จะไปเรียนต่อได้ไหม&nbsp;</p>



<p>“นั่นแสดงว่าเขามีใจแล้วนะ เพียงแต่ว่าเขาจะไปต่อยังไง เรียนแบบไหน มีลูกแล้วจะกลับไปเรียนได้หรือเปล่า” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a05579"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จึงต้องจับมือกับผู้ใหญ่อีกหลายวงในกรับใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล การศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งหน่วยหลังสำคัญมาก เพราะเด็กๆ หลายคนที่หลุดออกจากการศึกษาแล้ว ปากท้องที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวอาจจะไม่ได้เหมาะกับการตื่นเช้าไปโรงเรียนอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>เรื่องนี้เมื่อถึงมือแม่ๆ แห่งกรับใหญ่แล้ว การหาทางเดินต่อให้ชีวิตเด็กแต่ละคนคือภารกิจสำคัญ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนมุมมองและอคติของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กๆ อ.เขะเชื่อว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยน เด็กก็ไม่เปลี่ยน&nbsp;</p>



<p>“เรามองว่าคนส่วนใหญ่มีจิตใจดีอยู่แล้ว เมตตาอยู่แล้ว ครั้งแรกเชิญประชุม ไม่มีเบี้ยเลี้ยงเขาก็มา เขาให้เวลาเรา พอเขามีใจ เราก็ไฮไลท์จุดสำคัญไปเลยว่า พ.ศ.นี้เด็กเกิดน้อย ลูกหลานท่านหลุดออกนอกระบบอีก อีกหน่อยเราจะอยู่กันยังไงในสังคมที่ผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อยๆ”&nbsp;</p>



<p>ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นด้วย แต่พอทีมรพ.สต.ดึงเด็กมาดูแลจนเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างได้ คนส่วนใหญ่ก็เริ่มเห็น และค่อยๆ เปลี่ยนตาม อย่างน้อยก็ไม่ตีตรา ด่า หรือคาดโทษมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>เด็กทุกคนไม่ใช่ผ้าขาว &#8211; อ.เขะ ยอมรับข้อนี้ และ เข้าใจเป็นอย่างดีว่าไม่มีผ้าผืนไหนขาวสุดและดำสุด มีแต่เด็กๆ ที่เป็นผ้าสีเทา จะเทาอ่อน กลาง เข้ม ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู งานนี้ทำให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านพยาบาลคนนี้รู้ว่ามนุษย์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่งต้องการอะไร อยากให้ปฏิบัติกับเค้าแบบไหน&nbsp;</p>



<p>“หันหน้าเข้าหาเขานะ คุยไม่ก้มหน้า&nbsp; มีสมาธิ และ ฟังอย่างตั้งใจ ฟังเก็บพฤติกรรมทุกอย่าง อวัจนภาษา กิริยาท่าทาง เขาไม่พร้อมที่จะอยู่กับเรา เราก็ปล่อยกลับนะ ไม่มีบังคับเลยนะ แต่จะใช้วิธีคุยจากสิ่งที่เค้าต้องการสื่อสาร สิ่งที่เค้าชอบ ไม่เปรียบเทียบแต่ใครทำดี เราให้มาเป็นตัวอย่างเพื่อน และจะไม่ blame พฤติกรรมที่เห็นว่าไม่โอเค”</p>



<p>จากการทำงานนี้มา เด็กๆ สอนให้อ.เขะ วางความคาดหวังและหวังดีลงทุกอย่าง แค่เดินหน้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยก็พอ&nbsp;</p>



<p>“ตรงไหนที่อยู่แล้วมีสุขภาวะ มันควรจะครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ เพราะจิตใจแปลว่าเขาต้องรู้สึกว่ามีความสุข  ร่างกายคือมีกิน มีอยู่ มีปัจจัยสี่ มีชีวิตประจำวัน แต่ความสุขเรื่องใจแต่ละคนไม่เท่ากัน แล้วอีกอันคือสังคมดี ตัวนิเวศน์ที่อยู่รอบๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง อุณหภูมิ factor ทั้งหมด มันต้องส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันนี้ถึงจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย และสุดท้ายเขาก็ออกแบบชีวิตเป็นและมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52491b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กเทาๆ ของหมอไหล&nbsp;</strong></h3>



<p>คู่หูคนสำคัญของอ.เขะ คือ <strong>‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</strong> รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี&nbsp;</p>



<p>หมอไหลคนนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากหัวหน้าสถานี ที่ปล่อยยานแม่ต่างๆ อย่าง อสม.ไปเสาะหาเด็กๆ ที่หลุดออกนอกระบบตามหมู่บ้าน เจอตัว ชักจูง หว่านล้อม เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ยอมมา&nbsp;</p>



<p>โดยตำแหน่ง หมอไหลจะดูแลสุขภาพเป็นหลัก และติดตามเด็กแต่ละคนผ่านพี่เลี้ยงซึ่งก็คือ อสม. ถ้าใครมีปัญหาสุขภาพ หมอไหลก็จะเข้าไปดูแล&nbsp;</p>



<p>คำถามหนึ่งซึ่งหมอไหลเจออยู่บ่อยๆ คือ การดูแลเด็กที่หลุดออกนอกระบบเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาของ รพ.สต.ไหม&nbsp;</p>



<p>“รพ.สต. ดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ จริงๆ ก็คือการดูแลครอบครัวของคนในพื้นที่ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ คนไข้ติดเตียง ส่วนเด็กๆ ที่หลุดนอกระบบ ถึงจะไม่ใช่งานเราโดยตรง แต่อสม.เขาเป็นพี่เลี้ยง ดูแลเด็กๆ เราก็ดูแล อสม.อีกที” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6928cd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05_หมอไหล-วรรณา-ก้องสุวรรณ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในบริบทนี้ รพ.สต.จึงทำหน้าที่เป็นบ้านที่ปลอดภัยให้กับเด็กๆ เมื่อเด็กกล้าที่จะเปิดประตูเข้ามาแล้ว หน้าที่ของหมอไหลและทีมคือสานต่อให้เขาได้เรียนรู้ตามวิถีที่เด็กๆ ต้องการ และหนึ่งในนั้นคือการศึกษานอกโรงเรียนหรือ สกร.</p>



<p>“เรามีฐานข้อมูลว่าเด็กจำนวนเท่าไหนที่ควรจะเข้าศูนย์การเรียนรู้ เด็กบางคนไม่รู้ว่าจะกลับไปเรียนได้ตอนไหน สมัครยังไง ต้องทำยังไงบ้าง เราก็ประสานกับอสม. ให้ไปตามว่าในพื้นที่มีเด็กคนไหนสนใจไปเรียนบ้าง”&nbsp;</p>



<p>หมอไหลบอกว่าถึงงานจะเยอะมากขึ้น แย่งวันหยุดไปก็บ่อย แต่งานนี้ถือเป็นภารกิจของรพ.ในการดูแลเด็กในวัยเรียน ฟื้นฟูให้สุขภาพเขาดีขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อยู่ในสังคมและใช้ชีวิตต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>ในฐานะแม่คนหนึ่ง หมอไหลยอมรับว่า เด็กสมัยนี้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ยากกว่าคนรุ่นก่อน ไหนจะครอบครัวเว้าแหว่ง ยาเสพติด โซเชียลมีเดีย การบุลลี่ที่มีไม่แผ่ว ฯลฯ ทั้งหมดนี้ หมอไหลจึงลงความเห็นส่วนตัวว่า การที่เด็กคนหนึ่งหลุดออกนอกระบบ จะโทษเด็กอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้</p>



<p>“โทษเด็กอย่างเดียวไม่ได้หรอก มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง ครอบครัว ชุมชน โรงเรียนสิ่งแวดล้อมต่างๆ คือไม่ใช่ว่าเด็กคลอดออกมาแล้วจะเก๊เลย เด็กบางคนบางคนเขาก็ไม่อยากจะเก๊หรอกนะ เขาอาจจะมีปัญหาหลายกดดัน โดยเฉพาะมุมมองที่ผู้ใหญ่มองเขาไม่ดีก่อน”&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่รพ.สต.มีข้อมูลเด็กหลุดออกนอกระบบครอบคลุมที่สุด ทำให้หมอไหลเห็นว่า เด็กบางคนขาดความรัก บางคนไม่มีอะไรจะกิน ชีวิตต้องดิ้นรนตลอด การวางอคติลงแล้วคุยกับเขาคือวิธีที่หมอไหลทำ&nbsp;</p>



<p>“อย่าไปคิดว่าเด็กคนนี้มีปัญหา อย่าไปอคติกับเขา เราก็คุยกับเขาธรรมดาให้เขาไว้ใจเรา เด็กกลุ่มนี้ เขาพื้นฐานจิตใจดีนะ ถึงจะไม่มีพ่อแม่ดูแลหรือคอยเป็นแบบอย่างให้ลูก ความคิด ความอ่านเขาโอเค เราจะมองในส่วนดี แน่นอน ในชุมชนก็มีเด็กที่ไม่ดีด้วยแต่เราอย่าเหมารวม แรกๆ อสม.บางคนก็อคติกับเด็ก ไม่อยากทำงานด้วย เราบอกว่าต้องให้โอกาสเด็กบ้าง ถ้าเราทําไปแล้วมันไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยปล่อยมือ” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba2e72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_หมอไหล-วรรณา-ก้องสุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หมอไหลยอมรับความจริงว่าเด็กก็คือมนุษย์ มีเทาอ่อน เทากลาง เทาเข้ม ไปจนถึงเทาเกือบดำ แต่อย่างน้อย การเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ กลุ่มนี้รู้สึกปลอดภัย กล้าออกมาใช้ชีวิตและเรียนรู้ต่อก็คุ้มกับที่ทำไป&nbsp;</p>



<p>อยู่ตรงไหนแล้วสบายใจมีความสุข &#8211; คือพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ ในความหมายของหมอไหล เพราะถ้าเขาสบายใจ สเต็ปต่อไปคือใช้ชีวิตในสังคมได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และพื้นที่ที่ว่านี้หมอไหลทำคนเดียวไม่สำเร็จแน่ๆ&nbsp;</p>



<p>“เริ่มแรกก็ต้องเป็นครอบครัว ชุมชน โรงเรียน เทศบาล เครือข่าย&nbsp; สิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก”&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กก็คือเด็กของแม่พร </strong></h3>



<p>แม่คนสุดท้ายแห่งกรับใหญ่คือ <strong>‘แม่พร’ จีราพร เทียนทอง</strong> อสม.ตัวตึงแห่งกรับใหญ่ ตึงแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่เด็กๆ หลุดออกนอกระบบพากันเรียก ‘แม่’&nbsp;</p>



<p>แม่พรคืออดีตช่างเสริมสวยที่ผันตัวมาทำงานอสม.หลังจากลูกเรียนจบหมดแล้ว&nbsp;</p>



<p>“พอลูกเรียนจบก็บอกเค้าว่าแม่อยากทำงานช่วยเหลือสังคม&nbsp; ลูกบอกเอาเลยแม่ พอดีเขาเปิดรับสมัคร อสม.เราก็เข้าไป”&nbsp;</p>



<p>ความที่ชอบออกกำลังกายทุกเย็น แม่พรมักจะเจอเด็กๆ แถวนั้น เด็กกลุ่มที่แม่พรสงสัยว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน เดินไปเดินมา ตาลอย และไม่ยอมสบตาแม่พร&nbsp;</p>



<p>“เราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรานั้นแหละ โดยที่ยังไม่ได้คุยกัน”&nbsp;</p>



<p>พอโครงการฯ​ เข้ามาทางหมอไหลและอ.เขะ ก็ถูกส่งถึงมือแม่พร แม่พรทำทีใจดีสู้เด็ก และเดินเข้าหา ไปชวนให้มาเข้าโครงการ&nbsp;</p>



<p>“บอกเขาว่า หนู มีโครงการนี้มานะ ไปสมัครนะ หนูจะได้เรียนหนังสือ หนูจะได้มีความรู้ หนูจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ เด็กก็ถามว่าจริงเหรอ ไปยังไง ไม่มีรถ เราบอกเดี๋ยวไปรับไปส่งเอง พ่อแม่เด็กปรี่เข้ามา เขาไม่ไว้ใจเรา ยายของเด็กถึงกับบอกว่า  จะให้เรียนไปทำไม โตขึ้นก็หาผัวรวยๆ ประมาณนี้ คือพี่ก็อึ้ง เอาไงดีวะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b0292"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_แม่พร-จีราพร-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘แม่พร’ จีราพร เทียนทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความอดทน ใจเย็น และข้อมูลสนับสนุนจากเป็นทางการของ กสศ.ทำให้แม่พรชักชวนได้ง่ายขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เด็กก็เริ่มถามว่า ผมจะได้อย่างที่ผมคิดไว้จริงไหม บอกจริงสิ แม่จะโกหกหนูทำไม เขาก็มอง ถามอีกว่าแล้วอย่างนี้มันจะมีตลอดไปไหม”&nbsp;</p>



<p>แม่พรไม่เพียงพูดแต่ใช้เนื้องานพิสูจน์ อย่างการตามไปปลุกถึงบ้าน เทียวรับเทียวส่งเด็กๆ ให้มาเข้ากิจกรรมโครงการ รวมถึงเปิดโทรศัพท์ไว้ 24 ชั่วโมงสำหรับเด็กๆ ทำให้เด็กค่อยๆ เปิดใจให้แม่คนนี้&nbsp;</p>



<p>“เด็กก็คือเด็กนะ เราคุยได้ทุกเรื่องกับลูก มีปัญหาอะไรบอกได้หมด สิ่งที่เขาพูดออกมา แม่จะยังไม่บอกว่าผิดหรือถูกเรามาคุยกันก่อน แล้วเขาก็จะเล่า ค่อยๆ เล่า เล่า เล่า บางครั้งเขาก็ทำผิด เพราะเขาก็ไม่มีใครสอน เขาก็ไม่ได้ดูออกว่าตรงนี้มันควรทำไม่ควรทำอะไรขนาดไหน เราก็ค่อยๆ บอกเขา”&nbsp;</p>



<p>การที่เด็กๆ กล้าเล่าและแม่พรกล้าบอกว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควร ไม่ควร นอกจากแม่พรจะสัมผัสได้ว่าพวกเค้าก็คือเด็กคนหนึ่งที่ต้องการความรัก แม่พรยังเห็นว่า เขาเพียงแค่อยากอยู่ในสังคมได้โดยไม่ต้องมีสายตาที่มองมาด้วยความกลัวหรือรังเกียจ&nbsp;</p>



<p>“เขาอยากอยู่ในสังคมได้ ไม่ว่าเขาจะไปตรงไหนก็แล้วแต่ ขอแค่ไม่มีสายตาเหยียบย่ำและรังเกียจ แม่พรก็ใช้โอกาสนี้สอนเขาว่า เราก็ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เราไม่สามารถให้เขามองเราได้ดีในครั้งเดียว”&nbsp;</p>



<p>และภายใต้ความดื้อหรือปีนเกลียวนั้น แม่พรอยากชวนให้มองอีกมุมหนึ่งว่า มันคือกลไกการป้องกันตัว และความดื้อนั้นจะอ่อนลงได้ถ้าผู้ใหญ่รอบๆ ตัวจะค่อยๆ ทำความเข้าใจ</p>



<p>“ถ้ามีผู้ใหญ่ที่เข้าใจเขา สามารถสอน แนะแนวทางในการใช้ชีวิตที่ดี แล้วคุ้มภัยให้เขาได้จริง ๆ การคุ้มภัยไม่ใช่ว่าป้องกันไม่ให้เขาโดนตีหรือไม่ให้อะไรนะ คือ คุ้มภัยให้เขาอยู่ได้อย่างมีความสุขในชุมชน เขาจะเข้ามาหาเราเอง”  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3557e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_แม่พร-จีราพร-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ลงลึกในภาคปฏิบัติ แม่พรจะไม่ใช้สรรพนามว่าแม่หาประโยชน์หรือเรียกร้องความสม่ำเสมอจากเด็กมากเกินไป ไม่ต้องการให้เขาว่าง่ายถึงขนาดต้องรายงานตัวทุกวัน เพราะอย่างที่แม่พรบอก เด็กก็คือเด็ก&nbsp;</p>



<p>“แต่จะพูดหลักๆ ว่า เราต้องดูแลตัวเองก่อน ให้ตัวเองมั่นคงได้ มีอะไรปรึกษาแม่พรเลย ทำให้เหมือนที่แม่พรเลี้ยงลูก คือให้ความเข้าใจ แต่ว่าจะไม่คลุกคลีจนเด็กไม่เกรงใจ ให้เขารู้ว่าเราทำให้เขาได้จริงๆ” นี่คือความคุ้มครอง คุ้มแดด คุ้มฝนในแบบของแม่พร</p>



<p>แต่ถึงที่สุดแล้ว แม่พรก็ยอมรับว่าบทบาทนี้ เข้าข่ายการแก้ปัญหาที่ปลายทาง&nbsp;</p>



<p>“ก็ถูกนะ แก้ปัญหาปลายทาง แต่มันเหมือนเราตกปลา&nbsp; ถ้าปลากินเบ็ดก็ถือว่าเราได้”&nbsp;</p>



<p>และความสุขของแม่พรก็มีแค่นี้&nbsp;</p>



<p>“แค่เขาคิดเป็น ว่าเขาอยากมีชีวิตที่ดี นั่นก็เปลี่ยนละ มันไม่ได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ นะ ความคิดนี้ ถ้าเขาเปลี่ยนแล้ว ไม่ต้องกลัวเลยว่าเขาจะหันกลับไปมองข้างหลัง เขาจะเดินหน้า”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ<br>ภาพ : อธิคม แสงไชย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050525/">แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;เสกดินให้ปลูกอะไรก็ขึ้น เสกน้ำไว้รดพืชในสวน” พลังวิเศษในฝันของ ‘เด็กนอกระบบ’ ราชบุรี ที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร และมีความฝันอยากดูแลครอบครัว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-300425/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Apr 2025 10:24:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92997</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อยากเป็น มุโคดะ สึโยชิ” คำตอบของ ‘ตูม-กนกศักดิ์ เซี่ยง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-300425/">“เสกดินให้ปลูกอะไรก็ขึ้น เสกน้ำไว้รดพืชในสวน” พลังวิเศษในฝันของ ‘เด็กนอกระบบ’ ราชบุรี ที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร และมีความฝันอยากดูแลครอบครัว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“อยากเป็น มุโคดะ สึโยชิ”</p>



<p>คำตอบของ ‘ตูม-กนกศักดิ์ เซี่ยงว่อง’ เด็กชายวัย 17 ปี เมื่อเราถามว่าอยากเป็นตัวละครในอนิเมะอะไร นี่ไม่ใช่คำถามที่ยากเลยเพราะตูมบอกกับเราว่าเขาคือคออนิเมะอยู่แล้ว ถ้าว่างการจากทำงานและการเรียน อนิเมะนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขาผ่อนคลายได้มากที่สุด</p>



<p>มุโคดะ สึโยชิ คือ พระเอกจากอนิเมชันเรื่อง ‘สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก’ ในขณะที่คนอื่นมีพลังใช้ดาบพิเศษ เวทมนต์มหัศจรรย์ มุโคดะเป็นคนเดียวที่มีพลังแปลกๆ อย่าง ‘เน็ตซุปเปอร์’ ซึ่งก็คือการสั่งซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์เมื่อไหร่ก็ได้</p>



<p>มุโคดะกับตูมและเด็กนอกระบบคนอื่นๆ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ‘ความไม่เหมือนคนอื่น’ ตูมอาจไม่ใช่เด็กที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นเด็กที่ตั้งใจทำงานไม่แพ้ใคร ชอบทำงานมากกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ถ้าถามถึงพลังวิเศษของตูม ก็คงจะเป็นการขนกล่องนมได้เป็นร้อยลัง เลี้ยงไก่ ปลูกผำ และขี่ซาเล้งพาพี่ๆ อย่าง ‘ต้อม-ต้อม เจริญสุข’ และ ‘โชค-ประเสริฐ เจริญสุข’ ไปเที่ยวแถวบ้าน บ้านของพวกเขาอยู่ที่ใน ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-918115"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/01_ตูม-กนกศักดิ์-เซี่ยงว่อง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ตูม’ กนกศักดิ์ เซี่ยงว่อง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พี่คนโตสุดของตูมคือ ‘ต้อม’ อายุ 22 ปี พิการเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และคนต่อมาชื่อ ‘โชค’ วัย 19 ปี เป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า ทั้ง 3 คนคือเด็กนอกระบบที่มีเงื่อนไขในชีวิตของตัวเองไม่เหมือนคนอื่นๆ สำหรับพวกเขาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีรายได้ดูแลตัวเองและครอบครัว</p>



<p>ตูมทำอาชีพรับจ้างทั่วไปตั้งแต่ขนนมไปส่งตามโรงเรียน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทำคลิปเกี่ยวกับเกมส์ใน TikTok (ช่อง gutoomhunter) ตูมบอกว่างานใช้กำลังนี่แหละเหมาะกับเขามากที่สุด ส่วนโชคชอบทำขนมไทย เช่น ขนมต้ม ข้าวต้มมัด และต้อมถนัดการไลฟ์ขายของ มีสตรีมเกมส์บางเป็นบางครั้ง ปัจจุบันช่อง TikTok ของต้อมที่ชื่อว่า naytom_x2 มีผู้ติดตามกว่า 2 พันคน&nbsp;</p>



<p>เพราะการทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว รวมไปถึงสภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะเรียน สกร. (ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้) มากกว่าการเรียนที่โรงเรียนในระบบ ที่สกร. ไปเรียนแค่วันอาทิตย์ตอนช่วงเช้า เวลาที่เหลือพวกเขาจึงเอาไปทำงานได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25501c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/02_ตูม_ต้อม_โชค-เด็กนอกระบบราชบุรี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ตูม ต้อม และโชค</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างตูมเอง ก่อนหน้านี้เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนในระบบเหมือนกัน ประสบการณ์ดีๆ จากที่นั่นก็มีมากพอให้ตูมเอามาเล่าให้เราฟังได้ ตูมบอกว่าได้เจอทั้งเพื่อน ได้เล่นกีฬา ได้เรียน แต่มีบางอย่างที่ทำให้ตูมรู้สึกไม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน สิ่งนั้นคือการถูกบูลลี่</p>



<p>สิ่งนี้ทำให้ตูมไม่อยากตื่นไปโรงเรียน เมื่อถึงเวลาก็โดดเรียนบ้าง จนท้ายที่สุดไม่ไปโรงเรียนอีกเลย ส่วนเวลาที่ว่างจากการไปเรียนก็เอาไปทำงานอย่างเดียว แต่การไม่ไปเรียนของตูมทำให้คนในชุมชนมองว่าเขาคือเด็กไม่เอาไหน เด็กเกเร ดังนั้นเพื่อป้องกันตัวเองจากความคิดแง่ลบของผู้ใหญ่ ตูมเลยปล่อยให้ทุกคนคิดแบบนั้นและพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา</p>



<p>เวลาผ่านไปสักพักจนตูมได้เจอกับ ‘จีราพร เทียนทอง’ หรือที่เด็กๆ เรียกกว่า แม่พร อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ในชุมชนเดียวกัน แม่พรใช้เวลาพอสมควรกว่าจะทำให้ตูมเชื่อใจได้ เพราะตูม ไม่คิดว่าจะมีใครหวังดีกับเขา กว่ากำแพงจะทลายลงแม่พรเองก็ต้องใช้ความพยายามมากๆ</p>



<p>แม่พรชวนตูม ต้อม และโชคหาพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองในสกร. เพราะการเรียนรู้สำคัญสำหรับเด็กเสมอ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เด็กๆ ทิ้งสิ่งนี้ไป แต่ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ครั้งนี้พวกเขาต้องได้ความรู้ และได้ความสบายใจด้วย บทเรียนจากโรงเรียนเก่าทำให้เข้าใจได้ว่า การเรียนที่ไม่มีความสุขก็ยากที่จะรั้งเด็กไว้</p>



<p>การเรียนสกร. ใช่ว่าจะเหงา ตูมได้เจอเพื่อนใหม่ เจอคนมากมาย ในห้องเรียนมีทั้งคนที่เด็กกว่าและคนที่แก่กว่า แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้ การเรียนที่นี่ทำให้ตูมกล้าพูดมากขึ้น เพราะได้ฝึกพูดกับคนที่หลากหลาย</p>



<p>เพื่อนที่ตูมรักที่สุดก็คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากต้อมและโชค สองคนนี้เป็นทั้งเพื่อนและพี่ที่อยู่ด้วยกันมานานก่อนจะมาเรียนสกร. เสียอีก ซึ่งวันนี้เราได้มีโอกาสคุยกับทั้ง 3 คนพร้อมกัน ภาพที่เราเห็นคือความรักและมิตรภาพที่พี่น้องมีให้กัน ต่อให้ไม่ใช่พี่น้องที่มาจากสายเลือดเดียวกันทั้งหมด แต่พวกเขาคือครอบครัวของกันและกันเสมอ</p>



<p>ตูมบอกว่าต้อมเป็นคนรักพี่รักน้อง ขณะเดียวกันโชคก็เป็นคนเอาใจใส่พี่น้องเสมอ ระหว่างที่เราสัมภาษณ์เราจะเห็นตูมและโชคสลับกันไปยืนนวดให้ต้อม เนื่องจากต้อมยังไม่สามารถทรงตัวได้ปกติ พวกเขาเลยคอยยืนกันไว้ไม่ให้ต้อมล้ม สิ่งหนึ่งที่เด็ก 3 คนนี้มีคือความรักให้กัน ความรักจากพี่น้องทำให้พวกเขามีแรงใช้ชีวิตต่อได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-30938c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/03_ต้อม-ต้อม-เจริญสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ต้อม เจริญสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ก่อนจะไปเราไม่ลืมถามทั้ง 3 คนว่าอยากมีพลังพิเศษอะไรกัน เพราะทั้ง 3 คนบอกว่าตัวเองชอบดูอนิเมะ</p>



<p>“อยากมีพลังพิเศษเสกดินน้ำลมไฟ เช่น เสกให้ดินดีปลูกอะไรก็ขึ้น จะได้เอาไปขายได้ น้ำก็จะเอาไว้รดน้ำต้นไม้ รดพืชในสวน ลมเอาไว้ใช้ตอนที่ร้อน ตอนที่ร้อนก็จะสั่งให้ลมพัดเย็นๆ” ตูมตอบ พลังพิเศษสำหรับตูมก็หนีไม่พ้นเรื่องงาน ที่เป็นแบบนี้เพราะเขามีเป้าหมายจะเก็บเงินไว้ซื้อรถมอเตอร์ไซต์ Honda Wave 125i สีดำ ตูมอยากเอาไว้ขี่ไปทำงาน และขี่พาต้อมกับโชคไปเที่ยวใกล้ๆ</p>



<p>“อยากมีพลังทำให้ตัวเองหายดี” ต้อมตอบ แม่พรบอกว่าตอนนี้ต้อมอาการดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะได้น้องๆ พาไปออกกำลังกายและขยับตัว</p>



<p>“อยากมีพลังย้อนเวลา จะย้อนไปตั้งใจเรียนกว่านี้ จะได้มีงานทำ มีเงินเลี้ยงครอบครัว” นี่คือคำตอบของโชค แม้ทุกวันนี้โชคจะเป็นคนที่ตั้งใจเรียนแล้ว แต่ถ้าย้อนไปได้เขาก็อยากจะตั้งใจเรียนกว่าเดิม ทั้งหมดนี้เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5bb989"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/04_โชค-ประเสริฐ-เจริญสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘โชค’ ประเสริฐ เจริญสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เด็ก 3 คนนี้คือตัวแทนของเด็กนอกระบบที่ยังไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง แม้พวกเขาจะมีปัญหาในชีวิตแต่ก็ยังอยากจะสู้กับมันต่อ พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้สบายใจและเป็นตัวเองได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนได้ ใช้ชีวิตเป็น คือความตั้งใจของครู สกร.</strong></h3>



<p>เวลานึกภาพห้องเรียน เรามักจะนึกถึงห้องสี่เหลี่ยมที่มีกระดาน โต๊ะเรียงกันเยอะๆ แต่ที่สกร. ของตำบลกรับใหญ่ ห้องเรียนคือศาลาโล่ง มีโต๊ะกับกระดานอยู่ตรงกลาง รอบข้างเป็นทุ่งนาและต้นไม้ นักเรียนทุกคนจะนั่งรวมกันอยู่ในศาลานี้ เด็กๆ จะเริ่มเรียนกันตั้งแต่ 9 โมงถึงเที่ยงทุกวันอาทิตย์ แต่ถ้าเด็กคนไหนอยากนั่งเล่นต่อครูก็ไม่ว่า แถมจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าเด็กๆ จะกลับกันหมดอีกด้วย</p>



<p>“ครั้งแรกที่เจอนักเรียนเราถามแต่ละคนเลยว่าเขาอยากเรียนอะไร อยากฝึกอาชีพด้านไหน แล้วเดี๋ยวเราจะถอดบทเรียนมาทำกันที่นี่ เช่น ถ้าเขาชอบปลูกผักก็จะให้เขาลงมือปฏิบัติกับเพื่อนๆ มีคนหนึ่งบอกครูว่าดีใจมากที่พริกออกเม็ดแล้ว มันคือเรื่องเล็กน้อยแต่เขาภูมิใจกับมันมากนะ”</p>



<p>‘ครูตั๊ก’ พรวิมล ปลื้มจิตร ครู สกร. ในชุมชนนี้ซึ่งก็เป็นครูของ ตูม โชค และต้อมด้วย ครูตั๊กบอกว่าที่นี่เป็นห้องเรียนที่มีความหลากหลาย หลากหลายทั้งอายุและปัญหา เด็กแต่ละคนมาเรียนพร้อมกับเงื่อนไขในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน หน้าที่ของครูก็คือทำยังไงก็ได้ให้พวกเขามีความรู้เอาไว้เอาตัวรอดให้ได้</p>



<p>ด้วยความที่แต่ละคนมีปัญหาที่แตกต่างกัน บางคนเจอเรื่องไม่ดีจากโรงเรียนมา บางคนไม่มีเวลามากพอที่จะเรียนทุกวัน สกร.จึงพยายามทำห้องเรียนนี้ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กมากที่สุด ไม่ใช่สภาพของห้องเรียนแต่หมายถึงครูที่เป็นผู้สอนอีกด้วย</p>



<p>“ครูจะพยายามปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นเพื่อน ไม่อยากแบ่งแยกความเป็นครูกับนักเรียน บางทีเรียนเสร็จก็ชวนเขาคุยว่าวันนี้เราทำอะไรกินกันดี หรือบางทีถ้ามีอบรมก็จะไปรับที่บ้านเลย ซึ่งพ่อแม่ก็จะได้สบายใจด้วยว่าไปกับครูตั๊ก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9966eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/05_ครูตั๊ก-พรวิมล-ปลื้มจิตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูตั๊ก’ พรวิมล ปลื้มจิตร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่ไม่ใช่การเรียนที่นี่จะฟรีสไตล์ขนาดนั้น ที่สกร. ก็มีกฎที่ทุกคนต้องเคารพและทำร่วมกัน เช่น เก็บโทรศัพท์ก่อนเข้าเรียน มีการตรวจสุขลักษณะ แบ่งหน้าที่กันทำความสะอาดห้องเรียน แต่ที่แน่ๆ คือถ้าใครทำผิดกฎก็จะไม่มีการตีหรือการลงโทษอย่างรุนแรง จะมีแค่ตักเตือนกันเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ห้องเรียนนี้จึงเป็นห้องที่สอนทั้งวิชาการและทักษะการใช้ชีวิต เด็กหลายคนเคยเข้าสังคมในโรงเรียนใหญ่ไม่ได้ ทำให้พวกเขาปิดกั้นตัวเองให้ไม่ออกไปเจอใคร การมาเรียนที่นี่ทำให้เขารู้จักคนที่หลากหลายมากขึ้น และได้มิตรภาพจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกด้วย</p>



<p>“มีอยู่วันหนึ่งเราให้เขาทำกับข้าวกินกัน จะมีอยู่เมนูหนึ่งที่เขาทำพิเศษขึ้นมาเอง เขาบอกว่าอันนี้ทำให้ต้อมเพราะต้อมไม่กินเผ็ด ซึ่งครูเองก็ไม่รู้นะว่าต้อมไม่กินเผ็ด เราก็เลยเห็นว่าพอเขามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โอเค เขาก็ไม่ใช่เด็กที่เลวร้ายอะไรเลย”</p>



<p>สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยคือสิ่งสำคัญสำหรับเด็กนอกระบบ ไม่ว่าพวกเขาจะเจออะไรมา แต่อย่างน้อยการที่ได้รู้ว่ามีคนที่ยอมรับในตัวตนของพวกเขา ท้ายที่สุดพวกเขาก็จะแสดงด้านดีออกมาให้ทุกคนเห็นเอง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พลังจากครอบครัวคือสิ่งสำคัญ</strong></h3>



<p>&nbsp;“เมื่อก่อนเราจะเจอเด็กกลุ่มนี้ตอนไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ&nbsp; เขาไม่มองหน้าไม่มองตาเรา ตอนนั้นเราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรา ไม่เคยคุยกันเลย”</p>



<p>จีราพร เทียนทอง หรือใครๆ มักจะเรียกกันว่า ‘แม่พร’ เล่าถึงประสบการณ์การเจอเด็กๆ ครั้งแรก ด้วยความที่เด็กเหล่านี้มักจะอยู่เป็นกลุ่ม ไม่ไปโรงเรียน ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ได้ดูสะอาดเท่าไหร่เนื่องจากพวกเขามีเสื้อผ้าไม่กี่ตัว มีท่าทีที่แข็งกร้าว ไม่มองหน้า ไม่มองตาผู้ใหญ่ คนในชุมชนจึงค่อนไปทางกลัวพวกเขาและไม่อยากยุ่งด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f7dea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/06_แม่พร-จีราพร-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘แม่พร’ จีราพร เทียนทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จนกระทั่งมีโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; ซึ่งต้องอาศัยแรงจากอสม. ที่เป็นคนหน้างานมากที่สุด แม่พรเลยมีโอกาสได้พูดคุยกับเด็กกลุ่มนี้ แรกๆ เด็กหลายคนไม่มองหน้า ไม่ค่อยพูด แถมเวลามีประชุมก็จะไม่อาบน้ำ มาในสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่ แต่แม่พรก็ไม่ยอมแพ้ มั่นใจเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สอนกันได้</p>



<p>“เราถามเด็กๆ ว่าทำไมไม่ไปโรงเรียนกัน คำตอบก็คือเขาถูกบูลลี่ ด้วยความที่เด็กบางคนก็ไม่ได้มีฐานะที่ดีมาก เสื้อผ้าก็อาจจะดูเก่าๆ เขาก็เลยโดน”</p>



<p>วิธีที่ทำให้แม่พรเชื่อมกับเด็กได้ดี คือ การดูแลเขาเป็นลูก แม่พรมักจะบอกเด็กๆ เสมอว่า ถ้ามีปัญหาอะไรเอามาคุยกับแม่พรได้ จะยังไม่มีการตัดสินว่าสิ่งที่เด็กๆ ทำนั้นถูกหรือผิด ถ้าในบางเรื่องที่เขาทำผิด แม่พรก็แค่ต้องสอนเขาดีๆ บางครั้งเด็กก็ทำผิดไปเพราะไม่มีใครสอนว่าการกระทำที่ถูกต้องเป็นอย่างไร</p>



<p>เช่น การมีท่าทีแข็งกร้าวต่อผู้ใหญ่ หรือที่แม่พรเรียกว่า ‘พร้อมไฝว้ (Fight)’ ของเด็กๆ&nbsp; ในเนื้อแท้ไม่ใช่ว่าเขาคิดไม่ดีอะไร แต่มันคือกลไกการป้องกันตัวเองของเด็ก ที่ทำแบบนั้นก็เพื่ออยากป้องกันไม่ให้ผู้ใหญ่มารังแกเขา แต่พอได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่มากขึ้น จากสายตาที่แข็งกร้าวก็เปลี่ยนเป็นตาที่สดใส ยิ้มแย้ม และเคารพผู้ใหญ่ เห็นได้ว่าเด็กๆ ไม่ได้ดูแลอะไรยากเลย เขาแค่ต้องการผู้ใหญ่สักคนที่เอาใจใส่เท่านั้นเอง</p>



<p>ปัจจุบันเด็กๆ ในความดูแลของแม่พรเปลี่ยนไปมาก บางคนจากที่เคยไม่ทำอะไร ไม่เรียน ไม่ทำงาน ก็ลุกขึ้นทำงานเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น บางคนไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวเอง ตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่าตัวเองเก่งอะไรและมีศักยภาพแค่ไหน แม่พรบอกว่ากว่าจะมีถึงจุดนี้ได้มันต้องอาศัย ‘พลังตัวเอง’ และ ‘พลังครอบครัว’</p>



<p>อย่างตูม ต้อม และโชค แม่พรเองก็ดูแลมาตั้งแต่วันที่พวกเขายังเป็นเด็กที่แข็งกร้าว ในวันนี้พวกเขาอ่อนโยนและเข้าสังคมได้มากขึ้น แม่พรบอกว่าเด็กๆ ทั้ง 3 คนแค่อยากมีผู้ใหญ่คอยชี้แนะและคุ้มครองเขาได้ คุ้มครองในที่นี้หมายถึงการที่เด็กรู้สึกว่า ถ้าเขาเจอปัญหา ไม่รู้จะไปทางไหน ก็สามารถพึ่งพาแม่พรได้ และที่สำคัญแม่พรมีใจที่จะทำหน้าที่นี้ เมื่อเด็กๆ สัมผัสได้ว่ามีคนที่ห่วงใยพวกเขาจริงๆ พวกเขาก็จะรู้สึกว่าที่ที่เขาอยู่มันน่าอยู่มากขึ้น</p>



<p>“กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้เขาต้องใช้พลังของตัวเอง และพลังของครอบครัว ในเมื่อครอบครัวเขาไม่แข็งแรง เราก็จะเป็นคนที่แข็งแรงให้เขาเอง”</p>



<p>ตอนนี้แม่พรใช้พลังของตัวเองดูแลเด็กๆ ทั้งหมด 6 คน เพื่อสร้างให้โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนแปลงของเด็กคือการที่ชุมชนยอมรับพวกเขามากขึ้น แม่พรไม่ได้ใช้วิธีป่าวประกาศบอกว่าเด็กเปลี่ยนไปแล้ว แต่ให้ชุมชนเห็นเอง คนในชุมชนเองเมื่อเห็นเด็กออกไปทำงาน ออกไปเรียน ก็รับรู้ได้ว่าเป็นเด็กที่ขยัน อคติเดิมที่มีต่อเด็กก็เปลี่ยนไปเอง</p>



<p>“เราขอให้เขาคิดเป็น แค่เขาคิดอยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แค่นั้นก็ถือว่าเปลี่ยนไปมากแล้ว แล้วถ้าเขาคิดแบบนี้เมื่อไหร่ เราไม่ต้องกลัวเลยว่าเขาจะหันหลังไปทำอะไรไม่ดีอีกไหม เขาจะเดินไปข้างหน้าแน่นอน” แม่พรทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-300425/">“เสกดินให้ปลูกอะไรก็ขึ้น เสกน้ำไว้รดพืชในสวน” พลังวิเศษในฝันของ ‘เด็กนอกระบบ’ ราชบุรี ที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร และมีความฝันอยากดูแลครอบครัว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120325/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 09:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91617</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปในปี 2565 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120325/">การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปในปี 2565 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ จังหวัดราชบุรี ได้ริเริ่มโครงการ <strong>“Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> ซึ่งมีเป้าหมายลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือ <strong>“ศูนย์”</strong> โดยเริ่มต้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด ด้วยทุนสนับสนุนเริ่มต้นจากแสนสิริ จำนวน 100 ล้านบาท นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จังหวัดราชบุรีได้กลายเป็นต้นแบบของ <strong>“โมเดลสร้างกลไกการเปลี่ยนแปลงการศึกษาระดับประเทศ”</strong> และได้จัดตั้งสมัชชาการศึกษาราชบุรีขึ้น</p>



<p>ด้วยวิสัยทัศน์ที่การเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการให้ทุกคนเข้าไปเรียนในห้องเรียนเหมือนกันทั้งหมด นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับแต่ละเงื่อนไขชีวิต จึงถูกนำมาใช้ในหลายโรงเรียนภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 หนึ่งในนั้นคือ <strong>“นวัตกรรมการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่กำหนดให้สถานศึกษาสามารถเลือกจัดการเรียนการสอนได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การศึกษาในระบบเหมือนหลักสูตรทั่วไป 2) การศึกษานอกระบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และ 3) การศึกษาตามอัธยาศัยที่ออกแบบการเรียนรู้ตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน</p>



<p>การจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบนี้มุ่งเน้นความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับการปรับตัวตามความต้องการและสถานการณ์ของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งในเรื่องหลักสูตร วิธีการเรียน และการประเมินผล ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในโรงเรียน, การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือการเรียนรู้นอกระบบ เช่น การฝึกอาชีพ การทำเกษตร หรือการทำงานในชีวิตจริง</p>



<p><strong>นวัตกรรมการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ </strong>ได้ช่วยให้เด็กเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือกลุ่มที่เสี่ยงจะหลุดจากระบบ สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเรียนรู้ภายใต้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้กลายเป็นทางเลือกและที่พึ่งสำคัญของเด็ก ๆ ซึ่งเผชิญกับปัญหาแตกต่างหลากหลาย เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือความจำเป็นในการดูแลครอบครัว</p>



<p>ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำร่องนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบในโรงเรียน 12 แห่งของจังหวัดราชบุรีในปี 2567 พบว่า เด็กเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา รุ่นแรก จำนวน 98 คน สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเพียง 1 คนที่ย้ายภูมิลำเนาออกจากจังหวัดราชบุรี</p>



<p><strong>ในปี 2568 โครงการนี้จะก้าวไปอีกขั้น เมื่อภาครัฐและเอกชนในจังหวัดราชบุรี 25 องค์กร ได้ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเพื่อให้จังหวัดราชบุรีเป็น “จังหวัดแรกของประเทศ” ที่จะพัฒนาโรงเรียน 333 แห่งในสังกัด สพฐ. ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด โดยมีเป้าหมายต่อไปในการสร้าง “ราชบุรี Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong></p>



<p>ครั้งนี้ กสศ. ขอเชิญชวนฟังเสียงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการนี้ ตั้งแต่เขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาที่เริ่มดำเนินการ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รวมถึงเด็ก ๆ ที่ได้รับผลจากการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต รวมถึงผลลัพธ์จากการร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดราชบุรี และวงการศึกษาไทยในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-838ef6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/01-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เขตพื้นที่การศึกษา: ผู้สื่อสารนโยบายที่เปิดกว้าง ผู้โอบอุ้ม และผู้ฉุดขึ้นเมื่อสะดุดล้ม</strong></h3>



<p><strong>ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวถึงบทบาทสำคัญของเขตพื้นที่การศึกษาในการสื่อสารนโยบายการจัดการศึกษาที่เปิดกว้างตามมาตรา 15 ซึ่งครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยมีเป้าหมายออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของทุกชีวิต ด้วยเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนมีความฝัน” และ “ทุกคนอยากจะบรรลุความฝันนั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59e136"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/02-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ดร.บรรเจิดเล่าต่อว่า ชีวิตของเด็กเมื่อย่างก้าวเข้าสู่โรงเรียนเหมือนผ้าขาว ที่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดของการเติบโตและการเรียนรู้ บางคนอาจข้ามผ่านไปได้ แต่ก็ยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่สะดุดล้มระหว่างทาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จัดการศึกษาที่จะต้องโอบอุ้มและฉุดช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้กลับมายืนหยัดได้ โดยทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้มากที่สุด</p>



<p><strong>“ย้อนกลับไปสามปีที่แล้ว ตอนที่เรากำลังเริ่มต้นพาทีมจัดการศึกษาในรูปแบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เราไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ แต่ด้วยความทุ่มเทของโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และครูทุกท่าน วันนี้เรามั่นใจแล้วว่าจังหวัดราชบุรีทำได้จริง”</strong>&nbsp;</p>



<p>ดร.บรรเจิดกล่าวต่อ <strong>“โดยเฉพาะเมื่อสามหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษาสังกัด สพฐ. จับมือกันทำงานร่วมกับ 25 หน่วยงานที่ลงนามความร่วมมือกัน เราเชื่อว่าจากนี้ไป จังหวัดราชบุรีจะสามารถสร้างตาข่ายคัดกรอง ส่งต่อ และจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นอย่างไร้รอยต่อได้ และจะไม่มีเด็กคนไหนหลุดจากระบบการศึกษาออกไปอีก”</strong></p>



<p>การทำงานร่วมกันในพื้นที่ราชบุรีแสดงให้เห็นถึงการสร้างกลไกที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fdaba3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/04-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศุภกร วิแสง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศุภกร วิแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2</strong> กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ว่า เขามองเห็นว่าโครงการนี้เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีต้นแบบการทำงานที่สำเร็จแล้ว จึงมั่นใจว่าการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ สามารถให้คุณภาพการศึกษาที่ดีและสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้จริง</strong></p>



<p>“เริ่มแรกเราจะทำความเข้าใจกับโรงเรียนในสังกัด เพื่อให้ทุกสถานศึกษาเห็นถึงความสามารถในการจัดการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ จากนั้นเราจะวางระบบบริหารจัดการให้ทุกโรงเรียนสามารถเข้าใจร่วมกันได้”&nbsp; ผอ.ศุภกรกล่าว พร้อมเสริมว่า จะมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายสนับสนุน เพื่อให้การจัดการศึกษาที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นสามารถรองรับเด็กทุกคนและทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะยกระดับการศึกษาให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กทุกกลุ่ม รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนในสังกัดเพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนกันในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและเปิดกว้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59fdbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/03-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิทธิพล พหลทัพ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิทธิพล พหลทัพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี</strong> กล่าวถึงบทบาทของ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ที่จะช่วยรองรับนักเรียนที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะเด็กที่ขาดความพร้อม ทั้งในด้านการเรียนรู้และปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมต้องตระหนักถึง <strong>เนื่องจากในปัจจุบัน สังคมของเรามีความหลากหลายของเด็กมากขึ้น โรงเรียนจึงจำเป็นต้องปรับการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่นและรองรับเด็กทุกกลุ่ม</strong></p>



<p>“การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น และสามารถจบการศึกษาได้ ซึ่งถือเป็นการเปิดทางไปสู่การศึกษาระดับที่สูงขึ้น” ผอ.สิทธิพลกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า หากเด็กหลุดจากระบบการศึกษาแล้วไม่กลับมาเรียนอีก เขาจะเสียโอกาสทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานหรือการเติบโตทางสังคม</p>



<p>ผอ.สิทธิพลยังบอกต่อว่า การดึงภาคีจากภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทำให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้ที่เด็กสามารถทำงานและเรียนไปพร้อมกันได้ โรงเรียนจึงต้องปรับหลักสูตรการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาตามศักยภาพที่พึงมี และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตอย่างเต็มที่</p>



<p>“เด็กหลายคนยังรอโอกาส บางคนอยากเรียนแต่ไม่มีช่องทาง หากโรงเรียนเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น เราเชื่อว่าเด็กทุกคนจะมีโอกาสพัฒนาและมีชีวิตที่ดีขึ้น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่เริ่มต้นแล้ว : “อยากบอกว่าการให้โอกาสเด็กที่ไม่มีความพร้อม ถ้าโรงเรียนไม่ทำ เด็กเหล่านี้ก็แทบจะไม่มีทางไปต่อ”</strong></h3>



<p><strong>กันทิมา ตีกะพี้ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนมหาราช 7</strong> กล่าวถึงการนำนวัตกรรม <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> มาใช้ในโรงเรียนว่า โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มใช้การเรียนรู้รูปแบบนี้ตั้งแต่ระดับชั้น ป.4 ถึง ม.3 รวมทั้งสิ้น 29 คน โดยเด็ก ๆ มีสาเหตุที่หลากหลายในการต้องการทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่น บางคนต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง หรือบางคนต้องดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เด็ก ๆ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ดูแลครอบครัวได้ และยังคงสามารถเรียนรู้ในวิธีที่เหมาะสมกับความจำเป็นในชีวิตของพวกเขา</p>



<p>“ยกตัวอย่างเด็กคนหนึ่งที่แม่พิการทำงานไม่ได้ เด็กต้องไปรับจ้างเลี้ยงวัว โรงเรียนก็ช่วยปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับแผนงานและรูปแบบชีวิตประจำวัน โดยครูจะไปสอบถามและพูดคุยกับนายจ้างและตัวเด็กจนทราบว่างานที่เด็กทำคือการตัดข้าวโพด โม่ข้าวโพด และบรรจุถุง โรงเรียนจึงนำงานที่เด็กทำมาประยุกต์ใช้ในการเรียน โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตร เช่น คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณปริมาณกิโลกรัมของข้าวโพดที่โม่ได้ในแต่ละวัน และคำนวณราคาในการขายได้ถุงละเท่าไหร่ เป็นต้น” รอง ผอ.กันทิมาอธิบาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f1beba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/05-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กันทิมา ตีกะพี้</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนมหาราช 7 ยังกล่าวถึงข้อดีของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบว่า <strong>เด็กที่ขาดโอกาส หรือเด็กที่ต้องเผชิญสถานการณ์เฉพาะที่ทำให้เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา จะยังสามารถอยู่ในระบบได้อย่างมั่นคง โดยโรงเรียน ครู และสถานประกอบการหรือนายจ้างจะมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ </strong>การทำงานร่วมกันนี้ช่วยพัฒนาชุมชนด้วยการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็ก ๆ เพื่อในอนาคต เด็กเหล่านี้จะมีความรู้ความสามารถและกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนและประเทศชาติ</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนต่อไปได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กในทุก ๆ ด้านอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-134140"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/06-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นุชนาถ สอนสง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นุชนาถ สอนสง ผู้อำนวยการโรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี</strong> กล่าวถึงการติดตามเด็กที่หลุดออกไปให้กลับมาเรียนได้ว่า โรงเรียนจำเป็นต้องมีรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อความจำเป็นและความต้องการในชีวิตของเด็ก โดยเน้นให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา จะช่วยรองรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่อาจไม่ได้มาจากด้านวิชาการเท่านั้น</p>



<p>“เรามีเด็กคนหนึ่งที่หยุดเรียนเพราะต้องดูแลคุณยาย เขาจึงหางานทำและเริ่มหัดพากย์ฟุตบอล เมื่อทักษะดีขึ้นเขาก็เริ่มมีรายได้ พอโรงเรียนชวนกลับมาเรียน ใจเขาก็ยังอยู่ที่การพากย์บอล แต่เราเสียดาย อยากให้เด็กได้เรียนจบ จึงให้ครูออกแบบใบงานและนำบทเรียนไปให้เขาที่สนามฟุตบอล ด้วยวิธีนี้ เด็กก็สามารถเรียนได้ ดูแลคุณยายได้ และยังทำงานหารายได้ช่วยครอบครัวได้” ดร.นุชนาถอธิบาย</p>



<p>ผอ.นุชนาถยังเสริมว่า <strong>เป้าหมายของโรงเรียนคือการทำให้เด็กจบการศึกษาภาคบังคับก่อน</strong> จากนั้นเด็กจะมีโอกาสอื่น ๆ ในการศึกษาต่อ หรืออาจนำวุฒิการศึกษามาต่อยอดการเรียนรู้เฉพาะทาง เช่น การพากย์บอล ซึ่งจะช่วยพัฒนาและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเด็กได้ในอนาคต</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นในรูปแบบนี้จึงไม่เพียงแค่ช่วยให้เด็กเรียนจบ แต่ยังสร้างโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่สามารถใช้ทำงานและพัฒนาตัวเองต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa98ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/07-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.เปลว ปุริสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นว่า โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งใช้วิธีการเรียนที่เปิดโอกาสให้เด็กบางคนที่ต้องทำงานหาเงินไปพร้อมกับการเรียน หรือบางคนที่มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถมาเรียนทุกวันได้ โรงเรียนจะจัดตารางเรียนให้เด็กมาเรียนสัปดาห์ละอย่างน้อยหนึ่งวัน และที่เหลือจะให้เด็กทำงานหรือทำกิจกรรมที่สนใจไป จนเมื่อพวกเขาเรียนจบ</p>



<p><strong>“หลายคนได้แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ได้รับได้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาให้อยากเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หลายคนกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวทำงานหาเงิน และบางคนก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กเกเรมาเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียน เมื่อเขาเจอกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ”</strong> ผอ.เปลวกล่าว</p>



<p>ผอ.ยังเน้นว่า <strong>การให้โอกาสเด็กที่ไม่มีความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ</strong> หากโรงเรียนไม่ทำเช่นนี้ เด็กเหล่านี้อาจไม่มีทางไปต่อได้ “โรงเรียนและครูต้องเป็นคนคอยพยุง ดูแล และเป็นเพื่อนคู่คิดที่สำคัญ ช่วยให้เด็กทุกคนพัฒนาได้ตามศักยภาพของตัวเอง ซึ่งการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้ทั้งเด็กและครูไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้”</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้พัฒนาตามบริบทและสถานการณ์ของตัวเอง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่กำลังเข้าร่วม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ : ฟังเสียงเด็ก ปรับการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ชีวิต เพื่อไม่ให้เด็กหลุดจากระบบและจบการศึกษา</strong></h3>



<p><strong>วนิชยา กันขำ ครูโรงเรียนวัดบึงกระจับ อำเภอบ้านโป่ง</strong> กล่าวถึงการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ว่าเป็นวิธีการฟังเสียงของเด็ก ๆ ว่าเขาต้องการอะไร แล้วโรงเรียนจะจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กประสบ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกไปจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5823f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/08-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วนิชยา กันขำ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูวนิชยายกตัวอย่างเคสนักเรียนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะต้องทำงานช่วยแม่ เมื่อครูไปตามเด็กกลับมาที่โรงเรียน แต่เด็กไม่สนใจจะเรียนต่อแล้ว ซึ่งน่าเสียดายว่าเด็กคนนี้เสียโอกาสในการพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ไป</p>



<p>“เด็กคนนี้อยู่ชั้น ป.6 และมีความสามารถด้านศิลปะ แต่เมื่อไปตามเขากลับไม่สนใจจะเรียนต่อ โดยยืนกรานว่าจะช่วยแม่ทำงาน” ครูวนิชยายอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่เด็กมีทักษะ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาได้ไกลกว่านั้นเธอเชื่อว่า <strong>การนำ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” มาใช้</strong> จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เด็กคนนี้กลับมามีโอกาสเรียนได้ใหม่ โดยไม่ทิ้งศักยภาพที่เขามีไว้ ซึ่งหลังจากนี้โรงเรียนจะใช้แนวทางนี้ในการช่วยดูแลและไม่ให้เด็กหลุดออกจากการศึกษาอีกต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ed8887"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/09-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปวิช ไชยยุทธ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ปวิช ไชยยุทธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> กล่าวว่า <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> คือแนวทางที่โรงเรียนใช้ในการเข้าหาและรับฟังปัญหาของเด็ก ๆ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นโรงเรียนจะปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เด็กเผชิญ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ยังกล่าวเสริมว่า <strong>การศึกษาไม่ควรหมายถึงแค่การทำเกรดให้ดีหรือเรียนจบสูงเท่านั้น</strong> แต่ควรคำนึงถึงการดูแลด้านสังคม จิตใจ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เด็กอาจต้องเผชิญ โรงเรียนจึงควรเป็นที่พึ่งให้เด็กในทุกมิติและไม่ทอดทิ้งเขา เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง</p>



<p>“การศึกษาคือการดูแลเด็กในทุกด้าน รวมถึงความรู้สึกและความท้าทายที่เขาต้องเผชิญ ซึ่งการใช้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบจะช่วยให้โรงเรียนสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่ และทุกโรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเด็ก ๆ ได้” รอง ผอ.ปวิชกล่าว&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong> รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> กล่าวว่า <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> คือแนวทางที่โรงเรียนใช้ในการเข้าหาและรับฟังปัญหาของเด็ก ๆ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นโรงเรียนจะปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เด็กเผชิญ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ยังกล่าวเสริมว่า <strong>การศึกษาไม่ควรหมายถึงแค่การทำเกรดให้ดีหรือเรียนจบสูงเท่านั้น</strong> แต่ควรคำนึงถึงการดูแลด้านสังคม จิตใจ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เด็กอาจต้องเผชิญ โรงเรียนจึงควรเป็นที่พึ่งให้เด็กในทุกมิติและไม่ทอดทิ้งเขา เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง</p>



<p>“การศึกษาคือการดูแลเด็กในทุกด้าน รวมถึงความรู้สึกและความท้าทายที่เขาต้องเผชิญ ซึ่งการใช้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบจะช่วยให้โรงเรียนสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่ และทุกโรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเด็ก ๆ ได้” รอง ผอ.ปวิชกล่าว&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-70be9f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/10-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิริพร ลิ้นจี่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิริพร ลิ้นจี่ ครูโรงเรียนวัดโพธิ์ศรี ราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า การเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนทำให้ครูเข้าใจปัญหาของเด็ก ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะทำไมบางคนไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน ดังนั้น <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> จึงเป็นการเรียนรู้ที่จะช่วยให้เด็กได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม หลังจากการคัดกรองเพื่อหาว่าเด็กคนไหนจำเป็นต้องเรียนในวิธีที่แตกต่างออกไป</p>



<p>เธอกล่าวต่อว่า <strong>การเรียนรู้ตามความสนใจและความถนัดของเด็ก</strong> หรือแม้แต่ตามข้อจำกัดในชีวิต เป็นการศึกษาในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและช่วยให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเชิญบุคลากรจากภาคส่วนอื่น ๆ มาร่วมพัฒนาเด็ก ๆ ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีทัศนคติที่ดีและมีความสุขในการเรียนมากขึ้น</p>



<p>“อยากชวนโรงเรียนอื่น ๆ ให้เข้ามาลองเรียนรู้และทำร่วมกัน เพราะเด็กทุกคนมีคุณค่า มีความสามารถ และมีความเก่งในแบบของตัวเอง เราในฐานะครูจะต้องช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้เต็มที่ที่สุด” ครูสิริพรกล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กรุ่นแรกของโครงการ : “1 โรงเรียน 3รูปแบบ คือการมองเห็นจริง ๆ ว่าเด็กทุกคนมีคุณค่าและสามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้”</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c5b21"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/1-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิริวิมล เหลนปก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิริวิมล เหลนปก ชั้น ม.2 โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง </strong>เล่าว่าช่วง ม.2 เทอม 2 มีเหตุให้ขาดเรียนบ่อย จนในที่สุดก็หลุดไปจากโรงเรียน แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาเรียนผ่าน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ <strong>“ตอนหลุดออกไปแล้ว หนูได้รับคำแนะนำจากครูให้เรียนด้วยวิธีที่เราไม่ต้องมาเรียนทุกวัน มันทำให้หนูทำงานและเรียนไปพร้อมกันได้</strong> คือตอนนี้หนูทำงานกับที่บ้าน เป็นร้านเสริมสวย ได้ค่าแรงเป็นวัน แล้วในหนึ่งอาทิตย์ก็จะไปโรงเรียน 2-3 วัน ส่วนวันที่ทำงานครูก็จะให้โจทย์มาเป็นรายวิชา เราก็จะเผื่อเวลาเรียนต่อวันไว้ แล้วพอถึงวันไปพบครูที่โรงเรียนก็จะมีการประเมินสิ่งที่เราได้เรียนรู้ พอเรียนด้วยวิธีนี้ ทำให้ตอนนี้กำลังจะจบ ม.2 แล้ว หนูคิดว่าการเรียนอย่างนี้ คือการมองเห็นจริง ๆ ว่าเด็กทุกคนมีคุณค่าและสามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้ค่ะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56414c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุทัตตา เพ็งกัด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สุทัตตา เพ็งกัด</strong> <strong>นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนมหาราช 7</strong> เล่าว่าเธอต้องหยุดเรียนไปดูแลแม่ที่ผ่าตัดดวงตา หลังจากนั้นครูเห็นว่าเธอเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา จึงแนะนำให้เรียนผ่านโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ซึ่งทำให้เธอสามารถทำงานรับจ้างในสวนเพื่อดูแลตัวเองและแม่ได้ แม้ว่าแม่จะยังไม่สามารถทำงานได้&nbsp;</p>



<p>เธอบอกว่า “หนูมองว่าข้อดีของการเรียนแบบนี้คือถึงเรามีเรื่องที่ต้องทำจนทำให้มาโรงเรียนไม่ได้ แต่เราก็ไม่ต้องออกจากโรงเรียนไปเลย ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่ยังมีสิทธิ์จบ ม.3 เหมือนเพื่อน ๆ”<br><em>ทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยให้เด็ก ๆ กลับมามีโอกาสในการศึกษา แต่ยังช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาตัวเองตามสถานการณ์ชีวิตและความสามารถของแต่ละคน</em><strong>&nbsp;</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120325/">การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
