<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ระบบนิเวศการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 22 Apr 2023 04:37:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ระบบนิเวศการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ขับเคลื่อน ‘Learning City’ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพ ‘คน’ ควบคู่คุณภาพ ‘เมือง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Apr 2023 04:36:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศการเรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66960</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 เมษายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220423/">กสศ. ขับเคลื่อน ‘Learning City’ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพ ‘คน’ ควบคู่คุณภาพ ‘เมือง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 20 เมษายน 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานเสวนา <strong>‘Learning City ร่วมก้าวไปสู่เมืองแห่งการเรียนรู้’</strong> ณ ห้องเอนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระดมความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อน ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างความเสมอภาคในระดับพื้นที่ กระจายอำนาจ สร้างการศึกษาที่มีทางเลือกหลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่</p>



<p>เพราะเมืองแห่งการเรียนรู้คือรากฐานทางการศึกษา และปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน เพื่อกลายเป็นเมืองแห่งความจริงที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ หากทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d6e6ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/11-กสศ.-ขับเคลื่อน-Learning-City-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. อธิบายว่า เมืองแห่งการเรียนรู้จะช่วยตอบโจทย์สำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ อันได้แก่ คุณภาพคน</p>



<p>“เรามีคนตัวเล็กตัวน้อยที่ต้องการการเข้าถึงการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพ และโอกาสอีกจำนวนมาก นั่นคือวิธีการหนึ่งที่ กสศ. ทำมาโดยตลอด ส่วนเมืองแห่งการเรียนรู้ก็เป็นการทำงานอีกมุมหนึ่ง กล่าวคือเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศที่ช่วยสร้างโอกาสทางการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ </strong>เห็นว่า การสร้างและพัฒนาเมืองควบคู่ไปกับการสร้างคนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเห็นว่า เมืองแห่งการเรียนรู้เป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบนิเวศขนาดใหญ่อย่างเมืองแห่งการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะทำได้ตามลำพัง กสศ. จึงให้ความสำคัญกับการมีภาคีเครือข่าย เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่มีความเสมอภาคได้จริง<br>เวที<strong> ‘Learning City ร่วมก้าวไปสู่เมืองแห่งการเรียนรู้’</strong> ครั้งนี้ คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่าย เพราะการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา หรือแม้แต่กลุ่มที่ยากจนพิเศษ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3fdbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/11-กสศ.-ขับเคลื่อน-Learning-City-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กสศ. ต้องการแก้โจทย์เรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา หรือแม้แต่เด็กเยาวชนที่มีความยากจนพิเศษ แต่เครื่องมือเหล่าแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ในหลายหน่วยงาน เพราะฉะนั้นเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญ” <strong>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าว</p>



<p><strong>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ </strong>รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ความเห็นว่า เมืองแห่งการเรียนรู้จะทำให้คนเข้าถึงการพัฒนาตัวเองได้ง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้น เมื่อเทียบกับการหาความรู้สมัยก่อนที่อาจจะต้องเริ่มจากการสอบแข่งขันเพื่อเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัย แต่เมืองแห่งการเรียนรู้จะใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายโอกาสให้คนเข้าถึงระบบการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น</p>



<p>“การสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องของการยกระดับประสิทธิภาพเมืองเพียงอย่างเดียว แต่คือการลดความเหลื่อมล้ำด้วย สองขานี้ต้องเดินคู่กัน”</p>



<p>เมื่อคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างสะดวก ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า การเลื่อนระดับทางสังคม (social mobility) และการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นก็จะหมดไปในที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-363355"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/11-กสศ.-ขับเคลื่อน-Learning-City-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ </strong>อธิบายเสริมว่า โจทย์ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีหลายมิติ บางมิติเกี่ยวพันกับเด็กปฐมวัย บางมิติเกี่ยวพันกับเด็กในระบบการศึกษา บางมิติเกี่ยวพันกับกลุ่มเปราะบางที่กำลังจะหลุดจากระบบการศึกษา หรือบางคนก็หลุดออกไปแล้ว และบางมิติก็เกี่ยวพันกับคนที่จบการศึกษาไปแล้ว แต่ยังต้องการเสริมทักษะทางอาชีพเพิ่มเติม&nbsp;</p>



<p>“เราใช้พื้นที่เป็นฐานในการทำงาน คือสร้างตัวแบบในแต่ละประเด็น ในแต่ละพื้นที่ขึ้นมา แล้วค่อยเชื่อมพื้นที่เหล่านี้เข้าด้วยกัน”</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ </strong>กล่าวต่อไปว่า ปลายทางของการกระจายอำนาจด้านการศึกษา คือการทำให้แต่ละพื้นที่มีอิสระในการจัดการศึกษาหรือดูแลคนของตัวเอง แต่ ณ ปัจจุบัน การกระจายอำนาจทางการศึกษาในประเทศไทยยังไม่เกิดขึ้น ซึ่ง กสศ. ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่อไป</p>



<p>“เราเชื่อว่าถ้าเราได้ทดลองภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดแบบนี้ เมื่อถึงวันที่โอกาสเปิดหรือการกระจายอำนาจเกิดขึ้นจริง ความพยายามเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนในการทำงานที่แข็งแรงขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43e3ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/11-กสศ.-ขับเคลื่อน-Learning-City-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในมุมของ กทม. ความท้าทายที่<strong>รองผู้ว่าฯ</strong> <strong>ศานนท์ </strong>มองเห็นคือ การจัดทำฐานข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประชากรในเมือง เพื่อให้มองเห็นความต้องการที่แท้จริงของคนก่อน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง</p>



<p>จุดแข็งของ กทม. คือการมีโรงเรียนในสังกัดจำนวนมาก โดยเปิดรับนักเรียนทุกกลุ่ม ไม่เว้นกระทั่งนักเรียนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบ โรงเรียนจึงเป็นพื้นที่เริ่มต้นที่สำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ที่ผ่านมา กทม. มีการอุดหนุนอาหาร ชุดนักเรียน ตลอดจนการเรียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย <strong>รองผู้ว่าฯ</strong> <strong>ศานนท์ </strong>เห็นว่า สวัสดิการเบื้องต้นจากโรงเรียนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ปกครองของนักเรียนประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ด้วย</p>



<p>“โจทย์สำคัญอย่างหนึ่งคือการขยายผลในโรงเรียน ทำให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยของเด็ก และในอนาคตก็ควรจะต้องทำให้โรงเรียนเข้าถึงชุมชนมากขึ้น”</p>



<p><strong>รองผู้ว่าฯ</strong> <strong>ศานนท์ </strong>อธิบายว่า จุดแข็งของ กทม. คือการมีเครือข่ายมากมาย ซึ่ง กทม. ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำเป็นผู้ประสานงานที่ดี เพื่อให้ได้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน</p>



<p>“ข้อดีที่สุด คือ กทม. มีเครือข่ายที่เยอะมาก จึงสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่ต้องรองบประมาณ ไม่ต้องแก้ระเบียบ เพียงแต่ต้องดึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมาเป็นจุดเปลี่ยนในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ประชาชน” <strong>รองผู้ว่าฯ</strong> <strong>ศานนท์ </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d0b9b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/11-กสศ.-ขับเคลื่อน-Learning-City-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ท้ายที่สุด <strong>รองผู้ว่าฯ กทม.</strong> เห็นว่า การกระจายอำนาจจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้เป็นอย่างดี เพราะคนที่จะแก้ไขปัญหาได้ คือคนที่กำลังประสบปัญหานั้นอยู่ และควรได้รับการเสริมพลังเพื่อให้มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง หากแต่ละท้องถิ่นมีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตนเอง ก็จะเกิดโมเดลแก้ปัญหาที่หลากหลายขึ้น เมืองแต่ละเมืองก็จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน</p>



<p>“การกระจายอำนาจคือบันไดขั้นที่หนึ่ง บันไดขั้นที่สองคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ การเชื่อมโยงความสำเร็จจากที่อื่น เรียนรู้ระหว่างเมืองต่อเมือง ไม่จำเป็นที่ต้องสร้างสิ่งใหม่ เราอาจจะยืนบนไหล่ยักษ์ ไปร่วมมือกับคนที่เก่งแล้วก็ได้</p>



<p>“สิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ วันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกแก้ไขแล้วในสิงคโปร์ ยุโรป หรืออเมริกา สิ่งสำคัญก็คือการเรียนรู้ระหว่างกัน เพราะเมืองแห่งการเรียนรู้คือการสร้างเครือข่ายระหว่างเมือง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220423/">กสศ. ขับเคลื่อน ‘Learning City’ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพ ‘คน’ ควบคู่คุณภาพ ‘เมือง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
