<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Mar 2022 08:33:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;บ้าน โรงเรียน ชุมชน&#8217; ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-230222/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-230222</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Feb 2022 08:33:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52651</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต้นแบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านบาละ อ.กาบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230222/">‘บ้าน โรงเรียน ชุมชน’ ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นแบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านบาละ อ.กาบัง จ.ยะลา ที่ฉายภาพให้เห็นการทำงานของครู ซึ่งร่วมมือกับชุมชน ผู้ปกครอง รวมถึงเพื่อนนักเรียน ช่วยกันดูแลน้อง ๆ นักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยการติดตามใกล้ชิด และทำทุกวิถีทางในการพาคนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับสู่ห้องเรียน พร้อมขั้นตอนรองรับ ฟื้นฟู สนับสนุนให้แต่ละคนมีทางไปต่อ</p>



<p>ขณะที่วิกฤตจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เด็กกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งการติดตามดูแลช่วยเหลือเด็ก ๆ กำลังจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งจนแทบสุดมือ<br><br>&#8230;แต่ภายใต้การรวมใจของคนทั้งจังหวัดเพื่อผลักดัน ‘ยะลาเสมอภาค’ ให้ไปถึงเป้าหมาย ว่าเด็กเยาวชนทุกคนในจังหวัดยะลา จะต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาชีวิตของตนในทิศทางที่เหมาะสมตามความถนัด โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา จึงผุดโมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ที่พร้อมเข้ามารับไม้ต่อทันที ในการประคับประคองน้อง ๆ ที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้ได้อยู่บนเส้นทางต่อไป<br><br>และนี่คือต้นแบบของความ ‘มุ่งมั่นทุ่มเทสุดกำลัง’ ของบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงพลังของเครือข่ายการทำงาน บนแนวทาง ‘All For Education’ หรือ ‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’ ที่ร่วมกันประคองรับ ส่งต่อ และผลักดันให้นักเรียนทุกคนไปต่อได้ แม้ในห้วงวิกฤตมืดมน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230222/">‘บ้าน โรงเรียน ชุมชน’ ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Feb 2022 05:15:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51282</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับแต่ผ่านชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2563 หรือราว 11 เดือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/">ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับแต่ผ่านชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2563 หรือราว 11 เดือนมาแล้ว ‘ฟาเดล’ วัย 14 ปี ก็ไม่ได้กลับไปโรงเรียนอีกเลย&#8230;</p>



<p>ถึงวันนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของเทอม 2 ปีการศึกษา 2564 อดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขากำลังเตรียมจะผ่านชั้น ม.2 ขึ้น ม.3 ขณะที่กิจวัตรทุกวันของฟาเดล คือการใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในบ้านหลังเล็กทึมเทา สองคนกับพ่อที่อายุย่าง 64 ผู้สูญเสียการมองเห็น</p>



<p>“ตอนประถม ฟาเดลเป็นเด็กขยัน เรียนดี ไปโรงเรียนทุกวันแทบไม่เคยขาด แต่พอขึ้นชั้น ม.1 ก็เปลี่ยนไป” ลาติพะห์ มะแซตีเกานุง บัณฑิตอาสา ฯ หมู่ 1 ตำบลยะต๊ะ อำเภอรามัน จ.ยะลา ย้อนภาพของเด็กชายฟาเดล ที่เธอเห็นมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ และคอยติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องมาตลอด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8a1162"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าจะพูดว่าปัญหามาจากโควิด-19 ก็ส่วนหนึ่ง เพราะเด็กในละแวกนี้ส่วนใหญ่แทบไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ส่วนผู้ปกครองก็ต้องดิ้นรนทำมาหากิน จนไม่มีเวลาเคี่ยวเข็ญลูกหลานให้มีสมาธิกับการเรียนหนังสือ พอโรงเรียนปิด ให้เด็กเรียนจากที่บ้าน หลายคนก็ขาดการติดต่อกับครูไปเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง&nbsp;</strong></h2>



<p>ลาติพะห์ กล่าวว่า หากจะให้มองถึงพื้นฐานของปัญหา อาจตั้งต้นได้ว่าความไม่พร้อมทั้งมวลเป็นผลจากความห่างไกล ความด้อยโอกาส ประชากรในพื้นที่มีรายได้ไม่มาก เด็กหลายคนจึงต้องทำงานก่อนวัยอันควร แต่เมื่อสำรวจลึกลงไปในกลุ่มเด็กเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบ หรือรวมไปถึงคนที่หลุดจากระบบการศึกษามาแล้ว ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ‘ความยากไร้ขาดแคลน’ เป็นข้อเท็จจริงประการเดียว ที่ทำให้เด็กส่วนหนึ่งไปไม่ถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา</p>



<p>เพราะหลังจากลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเด็กเยาวชนในพื้นที่ ตามโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งจังหวัดยะลาเป็น 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง จึงได้ข้อสังเกตว่า กรณีของฟาเดลที่อาศัยอยู่กับพ่อ ผู้มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แน่นอนว่าน้องย่อมไม่มีความพร้อมเต็มที่ในการเรียน แต่เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในฐานะ <strong>‘ตัวแปร’ สำคัญ คือ เขาเป็นน้องคนสุดท้องในหมู่พี่น้อง 7 คน ที่ไม่มีใครจบการศึกษาที่ไม่มีใครจบการศึกษาชั้น ม.3 แม้แต่คนเดียว ยังไม่รวมถึงว่าในชุมชนคนรอบตัวของเขา มีสัดส่วนของเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับไม่มากพอ ที่จะจูงใจให้เห็นว่าการศึกษาคือฐานรากของการสร้างและพัฒนาชีวิต</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6984eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อนาคตที่แขวนไว้บนความ ‘ไม่รู้’</strong></h2>



<p>“พอลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็ก ๆ ในชุมชน พบว่าเด็กจำนวนมากขาดแรงจูงใจ มองไม่เห็นเป้าหมายการศึกษาแน่ชัด ไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม จะไปต่อยังไง”</p>



<p>“ประเด็นคือไม่มีแบบอย่างให้เห็นเลย พ่อแม่พี่น้องในบ้านก็ไม่มีใครจบ ม.3 สักคน ยิ่งปีสองปีที่ผ่านมามีโควิด-19 ด้วย เด็กหลุดรอยต่อช่วงเปลี่ยนชั้นเยอะมาก หลายคนจบ ป.6 ก็เลิกเรียนแล้ว บางคนไม่ทันจบก็ไม่ไปเรียนเฉย ๆ ถามว่าทำไมไม่ไป เขาบอก ‘ไม่รู้’ แล้วพอออกมาก็อยู่บ้านไม่ทำอะไร ปล่อยเวลาผ่านไปจนหมดแรงกระตุ้น กลายเป็นขี้เกียจเรียน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีเป้าหมายชีวิต กลุ่มนี้เรามองว่าถ้าเขารู้ว่าการเรียนสำคัญยังไง เรียนแล้วไปทำอะไรต่อได้ ก็น่าจะทำให้มีแรงผลักมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b737ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่กับฟาเดล เป็นกรณีที่ต่างออกไป เพราะเมื่อผ่านการพูดคุยสำรวจความต้องการลึก ๆ แล้ว น้องตอบว่า ‘อยากเรียน’ หากติดขัดที่ ‘ต้นทุน’ ที่แม้ว่าเมื่อโครงการ ฯ เข้ามาพบและพร้อมสนับสนุนแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวความซับซ้อนของปัญหา ทั้งจากสภาพจิตใจของน้อง ที่ต้องปรับหลังห่างจากระบบการศึกษามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยการสร้างเกราะป้องกันจากภายใน ร่วมกับส่งเสริมให้เห็นเป้าหมายปลายทาง และเข้าสู่กระบวนการค้นหาตนเอง เพื่อหลุดพ้นหล่มลึกที่ติดอยู่ออกไปให้ได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลักดันการศึกษาทางเลือก สำหรับเด็กเยาวชน ‘ทุกคน’</strong></h2>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา กล่าวว่า เมื่อโครงการ ฯ มาพบฟาเดล ในเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564 จึงได้เร่งสื่อสารหาทางช่วยเหลือตามกระบวนการ ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ (Emergency Classroom) ซึ่งเป็นโมเดลรองรับกลุ่มเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาและมีความพร้อม ให้กลับเข้าเรียนได้ทันที รวมถึงมีระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟูเพื่อช่วยในการปรับตัวเข้าสู่ระบบ อย่างไรก็ตาม สำหรับฟาเดล หลังจากที่ทางโรงเรียนรับกลับเข้าเรียน และนำเข้าสู่ช่วงปรับพื้นฐานในห้องเรียนออนไลน์ ซึ่งทางโครงการ ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่องอุปกรณ์การเรียน พบว่า น้องยังมีอุปสรรคในการปรับตัวเข้าระบบ โดยเฉพาะการปะติดปะต่อเนื้อหาวิชาต่าง ๆ รวมถึงการเชื่อมโยงกับ ‘สังคมในโรงเรียน’ จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวน และให้เวลาฟาเดลในการตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อมองหาแนวทางที่จะช่วยให้น้องได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f47251"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการพูดคุยทำให้ทราบว่า ฟาเดลมีความตั้งใจอยากเรียนด้วยตนเอง แต่พอกลับเข้าไปเรียนจริง ๆ ก็ต้องเจอกับอุปสรรคที่ทำให้รอยต่อยังไม่แนบสนิท ส่วนหนึ่งเขาต้องได้รับการเสริมเกราะป้องกันในตัวเอง และได้รับการชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของอนาคตว่าการเรียนจะพาชีวิตไปได้ถึงไหน เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น เพราะตอนนี้น้องมองแค่ว่าอยากจบ ม.3 เพื่อจะได้มีวุฒิทำงาน เขายังมองไม่เห็นว่ามีความจำเป็นใดต้องเรียนสูงไปกว่านั้น</p>



<p>“และนี่คือเป้าหมายสำคัญอีกประการของการไปสู่ ‘ยะลาเสมอภาค’ ที่เราต้องมีกระบวนการชี้แนะแนวทางให้เด็ก ๆ รู้ว่าการศึกษาสำคัญต่อชีวิตอย่างไร เราต้องเผยให้เขาเห็นแบบอย่างของคนที่ศึกษาเรียนรู้แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ความสำเร็จได้ และการศึกษาในความหมายหนึ่งก็ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนเพียงอย่างเดียว</p>



<p>“นอกจากนี้ โรงเรียนเองต้องมีการปรับหลักสูตรให้ดึงเด็กไว้ได้ ไม่ใช่พากลับเข้าไปแล้วหลุดออกมาอีก ทำอย่างไรให้เด็กเข้าไปเรียนแล้วตอบโจทย์ เห็นความเป็นไปได้ของชีวิตที่มากขึ้น แล้วจบมาก็สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้จริง ๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39702e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองปลัด อบจ. ยะลา กล่าวว่านับแต่พบน้อง ๆ ที่หลุดออกจากโรงเรียนจากการดำเนินงานโครงการ ฯ ส่วนใหญ่ที่นำกลับเข้าสู่ระบบได้ คือเด็กเยาวชนที่มีใจรักการเรียน มีความตั้งใจ แต่ด้วยความขัดสนทำให้ต้องออกไปทำงานก่อนวัยอันควร ส่วนกลุ่มที่ออกจากโรงเรียนไปเฉย ๆ เป็นพวกที่นำกลับมายาก หรือคนที่หลุดจากระบบไปแล้วเกิน 1 เทอมหรือ 1 ปีการศึกษา ก็มักจะไม่สะดวกกับการกลับไปเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง เนื่องจากเคยชินกับวิถีชีวิตที่หลุดพ้นกรอบกฎเกณฑ์ของสถานศึกษาไปแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้น การจัดตั้งสภาการศึกษาหรือกองทุนเพื่อการศึกษาเด็กจังหวัดยะลา เพื่อไปสู่ ‘ยะลาเสมอภาค’ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การนำเด็กเข้าสู่ระบบ หรือประคองให้เรียนจบเท่านั้น แต่ปลายทางที่แท้จริงหมายถึง <strong>เราต้องมี ‘การศึกษาทางเลือก’ สำหรับเด็กทุกคน ทุกประเภท ไม่ว่าเป้าหมายของเขาเป็นอย่างไร เขาต้องได้เรียนรู้ ได้พัฒนากระบวนการคิด ที่จะช่วยยกระดับการทำงานและคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/">ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-emergency-classroom-310122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jan 2022 13:06:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[มณีโชติกา อัลภาชน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50970</guid>

					<description><![CDATA[<p>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> <strong>รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 และอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเสี่ยงหลุดในจังหวัดยะลา 2,435 คน กล่าวว่า การพาน้องๆ ที่หลุดออกจากระบบกลางทางด้วยความไม่พร้อมด้านใดก็แล้วแต่กลับมา ก่อนอื่นต้องไม่ลืมคิดถึงประสบการณ์ หรือความกังวลกดดันที่แตกต่างจากเด็กในระบบทั่วไป ซึ่งทำให้ “การเดินไปหาเขาแล้วพูดลอยๆ ว่าจะดึงกลับมาอยู่ในโรงเรียนอีกครั้ง คือเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เพราะความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน คือปราการด่านแรกของการทำงานกับหัวใจที่เปราะบางเหล่านี้ เมื่อแรกปะทะ เขาอาจแสดงออกว่าไม่ได้อยากเรียน หรือไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรเลย แต่ก่อนจะตัดสินหรือปล่อยให้เขาหลุดมือไป เราต้อง<strong>อย่าลืมว่า ก่อนมาถึงตรงนี้ พวกเขาเคยหวั่นไหว ไม่มั่นคง ไร้ที่พึ่งจนต้องหลุดออกมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเขาต้องสร้างกำแพงแน่นหนาในใจ ด้วยความระแวดระวังว่าจะไม่ยอมให้ตนเองกลับไปรู้สึกผิดหวังอีก&#8230;ขั้นตอนแรกของการทำงานจึงเป็นการทำให้เขารับรู้ถึงความจริงใจ ตั้งใจ และยืนยันว่าเราจะเป็นที่พึ่งพิงในระยะยาวได้จริงๆ บนเส้นทางการศึกษาที่เขากำลังจะกลับมา</strong>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0eb33"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กล่าวในทางทฤษฎีเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่การค้นหาเด็กเยาวชนคนหนึ่งจนพบ แล้วพากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่รองปลัด อบจ.บอกว่าต้องทำให้น้องรับรู้ถึงความ ‘จริงใจ ตั้งใจ และพร้อมเป็นที่พึ่งได้ในระยะยาว’ นั้นต้องทำอย่างไร&nbsp;</p>



<p>ชวนอ่านเรื่องราวของหนึ่งในเคสต้นแบบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จากชายแดนใต้ ถึงสวนทุเรียนสุดฝั่งตะวันออก</h2>



<p>“ที่ออกจากโรงเรียนไปทำงาน คิดอย่างเดียวเลยครับ อยากหาเงิน บ้านผมไม่ได้มีตังค์ ตอนนั้นคิดว่าเรียนไปก็ไม่มีใครส่ง ยังไงคงไม่จบอยู่ดี เลยตัดสินใจไม่เรียนดีกว่า”</p>



<p><strong>‘น้องเต้’ อายุ 16 ปี</strong> เล่าถึงจุดเริ่มต้นการหลุดจากรั้วโรงเรียน ก่อนออกเดินทางไปกับรถขนผลไม้จากอำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลาไปถึงจังหวัดจันทบุรี ปักหลักทำงานโยนทุเรียน รับค่าแรงวันละ 500 บาท แลกกับเวลาครึ่งเดือนเต็มไม่มีวันหยุด ต้องโยนทุเรียนขึ้นรถลูกแล้วลูกเล่าตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงรุ่งเช้า บางวันมีออกไปตัดทุเรียนต่อ กว่าจะได้นอนก็ราวเที่ยง</p>



<p>จนหมดรอบฤดูทุเรียน เต้ก็กลับมาอยู่บ้านเดิมที่อาศัยอยู่กับย่าและน้องๆ เหลือเงินเก็บสี่พันห้า กับความรู้สึกในใจที่เคว้งคว้างหาทางไปไม่เจอ ขณะที่เพื่อนๆ พากันขึ้นชั้น ม.4 หรือศึกษาต่อในสายอาชีพไปหมดแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c33bbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กลับมาก็อยู่บ้าน มีออกไปทำงานช่วยลุงที่รู้จักกันนานๆ ครั้ง เป็นงานก่อสร้าง แบกปูน ผสมปูน ได้เงินรายชั่วโมง ไม่เยอะ แต่นึกไม่ออกเลยว่าจะไปยังไงต่อ เริ่มคิดว่าอยากเรียนให้จบ มีวุฒิ ม.3 อยากเรียนสายอาชีพ เป็นช่างไฟ ย่าก็อยากให้กลับไปเรียน แต่ยากครับ เพราะพอออกมาก็เหมือนขาดกับโรงเรียนไปเลย ตังค์ก็ไม่มี ให้กลับไปทำงานเดิมก็ไม่ไหวแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“&#8230;เหนื่อยครับ ทำงานตั้งแต่เย็นจนหัวรุ่ง บางวันได้นอน 2-3 ชั่วโมง เงินได้มาก็เอามาใช้เรื่อยเปื่อย เก็บไม่อยู่ ดียังได้เอามาให้ย่าบ้าง” เต้เล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่สะพานเชื่อมโอกาสทอดมาจนถึง เต้กลับไม่กล้าคว้าเอาไว้ ด้วยระแวงว่าถึงจะกลับไปได้ ผลสุดท้ายคงไม่พ้นภาพในอดีต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จะทลายกำแพงในใจ ก็ต้องเอา ‘หัวใจ’ แลกกัน</h2>



<p>นัยน์ตากร้าน กร้าว แลดูโกรธเกรี้ยว ไม่ไว้ใจ หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นของเด็กหนุ่ม คือปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่<strong>มณีโชติกา อัลภาชน์</strong> Case Manager หรือผู้ดูแลรายกรณีของเต้ บรรยายถึงคุณลักษณะเมื่อแรกพบกับน้อง</p>



<p>“ช่วงแรกที่คุยกัน ทั้งแววตา น้ำเสียงน้องจะแข็งมาก ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ปฏิเสธท่าเดียว คือเขาไม่อยากสื่อสารอะไรกับเราเลย พอเป็นแบบนั้น เราก็ข้ามเรื่องการชวนน้องกลับโรงเรียนไปก่อน ชวนคุยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ประสบการณ์ทำงาน สิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่อยากทำ จนรู้ว่าลึกๆ แล้วน้องเองก็อยากเรียน อยากมุ่งไปสายอาชีพ อยากทำงานที่ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักเหมือนที่เคยทำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-870f1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการพูดคุยเราได้รู้ว่าน้องหลุดจากระบบ เพราะไม่มีความพร้อมเรื่องเรียนเลย ที่บ้านมีรายได้หลักแค่เบี้ยผู้สูงอายุของย่า กับสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจากรัฐ เรียนไปถึงจุดหนึ่งน้องก็ออกมาเฉยๆ แล้วขึ้นรถขนทุเรียนไปทำงานที่จันทบุรีเพราะอยากได้เงิน แล้วด้วยความเป็นเด็กผู้ชาย ที่ไม่ชอบแสดงความรู้สึก เราต้องคุยอยู่นาน จนเขายอมแง้มสิ่งที่อยู่ในใจว่างานที่ไปทำหนักมาก เขาเหนื่อย แล้ว ทำให้พอกลับมาบ้านแล้วความคิดน้องเปลี่ยนไปเลย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวัยของเขายังไม่พร้อมกับงานหนักขนาดนั้น</p>



<p>“แต่พอน้องหลุดจากโรงเรียนมาพักหนึ่ง เขาหาทางเชื่อมต่อไม่ถูกว่าจะกลับไปยังไง คิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสแล้ว ไม่รู้จักใคร เงินก็ไม่มี ทำให้เขาไม่เชื่อ ไม่ยอมรับว่าจะมีโอกาสอีกครั้งจริงๆ พอความคิดติดหล่มอยู่ตรงนั้น ก็กลายเป็นว่า สิ่งแรกที่เขาแสดงออกเมื่อเราชวนกลับไปเรียนคือการปฏิเสธ เพราะ ณ ขณะนั้นน้องไม่ไว้ใจใครเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“ไม่ได้มาเพื่อพากลับไปเรียน แต่จะช่วยเป็นที่ปรึกษาแนะแนวทาง ว่าจะเดินต่อไปอย่างไรให้เข้าใกล้เป้าหมายที่คิดไว้”</h2>



<p>ผู้ดูแลรายกรณีของเต้กล่าวว่า ความเชื่อใจไว้ใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ‘เวลา’ หากต้องแลกเปลี่ยนด้วยความ ‘จริงใจ’ ที่เมื่อผู้รับสัมผัสได้ ความแข็งกร้าวในทีแรกก็จะกลับอ่อนเบาลงได้ในทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c3cf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ถ้าเราคุยกับเขาถูกจุด แตะไปถึงส่วนที่น้องกังวลอ่อนไหว รู้สึกไม่มั่นคง และทำให้เชื่อว่าจะมีคนเข้ามาช่วยได้จริงๆ ไม่นานเขาก็จะเปิดใจ นั่นเพราะเราแสดงความเป็นห่วงเป็นใยก่อนยื่นข้อเสนอเรื่องกลับไปเรียน เพื่อยืนยันว่า ไม่ว่าน้องตัดสินใจอย่างไร เราก็พร้อมเป็นที่ปรึกษา เป็นกองสนับสนุน แนะแนวในทุกเรื่องทุกทางที่น้องอยากไป เพื่อให้ไปถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้</strong></p>



<p>“ทีนี้พอน้องเข้าใจสถานการณ์ตัวเองว่าเพิ่งหลุดมาไม่นาน สามารถกลับไปเรียน ม.3 ให้จบได้ น้องเต้จึงยอมรับข้อเสนอของโครงการ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">โรงเรียนเดิมพร้อมรองรับ จัดโปรแกรมช่วยปลดล็อกวิชาที่ค้าง เป้าหมายคือวุฒิ ม.3 เพื่อมุ่งสู่สายวิชาชีพ</h2>



<p>ไม่นานหลังตอบตกลง น้องเต้จึงได้กลับเข้าเรียนชั้น ม.3 ในเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564 ที่โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านมลายูบางกอก) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่หลุดจากระบบไปเมื่อปีก่อน ทั้งเข้าเรียนออนไลน์ตามโปรแกรมปกติ ร่วมกับทำกิจกรรมและเรียนเสริมเพื่อสะสางเนื้อหาวิชาที่เรียนผ่านไปแล้วในเทอมแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92b99a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข </strong>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวว่า เมื่อได้รับการติดต่อจาก อบจ. ทางโรงเรียนตอบรับน้องเต้ทันที เพราะเห็นว่าน้องเพิ่งหลุดไปไม่นาน และมีความตั้งใจที่จะกลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>จากนั้นจึงประชุมบุคลากรครู เพื่อออกแบบหลักสูตรให้เก็บหน่วยกิตค้างและเรียนต่อเนื่องไปด้วย โดยแผนงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแนวทางโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ที่นำเอาโมเดลห้องเรียนฉุกเฉิน (Emergency Classroom) มาใช้ เพื่อนำเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19</p>



<p>เป้าหมายของน้องเต้คือ เรียนให้ได้วุฒิ ม.3 ภายในปีการศึกษา 2564 หรือ 2565 ที่กำลังจะมาถึง จากนั้นทางโครงการจะวางแนวทางสนับสนุนให้น้องได้เรียนต่อในสายอาชีพอย่างที่ตั้งใจ โดยในระหว่างทางจะมีผู้ดูแลรายกรณี คอยติดตาม เป็นที่ปรึกษา ให้ความช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์การเรียน การแนะแนว และคุณภาพชีวิตรอบด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-51fd57"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวสรุปว่า การสื่อสารกับน้องๆ ด้วยความเข้าใจ คือส่วนสำคัญที่สุดก่อนจะไปถึงระบบการทำงานของห้องเรียนฉุกเฉิน และจะเป็นหลักประกันหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าน้องๆ ที่กลับเข้าสู่โรงเรียน จะไปต่อได้จนถึงปลายทาง</p>



<p>“เราต้องเข้าใจส่วนที่เปราะบางของเขา เพราะถ้าแง้มหัวใจเขาออกมาไม่ได้ ต่อให้เราเจอเขาแล้วก็ใช่ว่าเด็กจะยอมกลับมาเรียน หรือถึงเข้าเรียนแล้วก็อาจไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง“คือ<strong>เราต้องคุยและอธิบายให้เขาเห็นภาพกว้าง ว่าชีวิตเขากำลังอยู่ตรงไหน แล้วค้นความต้องการของตัวเองให้พบ ซึ่งเราจะช่วยเติมภาพอนาคตให้ว่ามีทางเป็นไปได้อย่างไรบ้าง แล้วเราจะช่วยอะไรได้ เมื่อนั้นเขาจะอ่อนลง รับฟัง และอุ่นใจว่าหลังจากนี้ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว เราจะไม่มีทางปล่อยเขาไปอีก”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-5-decoding-questions-260122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jan 2022 09:58:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สภาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[เกราะป้องกันที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50907</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ทำให้เรามีความหวังที่จะแก้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/">5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ทำให้เรามีความหวังที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้อยโอกาสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วจังหวัด แต่ยิ่งลงลึกในกระบวนการทำงาน ก็ยิ่งต้องยอมรับว่า เด็กคนหนึ่งที่หลุดออกจากระบบ หรือไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ จนนำไปสู่วงจรความยากจนที่ส่งต่อกันข้ามชั่วคน ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้หมดไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ</p>



<p>“ผลลัพธ์จาก<strong>การทำงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้เราเห็นแนวทางว่า ถ้ามีรูปแบบวิธีการที่ชัดเจน และรวมพลังของคนในจังหวัดได้จริงๆ การกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีก็ไม่ใช่เรื่องห่างไกลอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อ กสศ. เข้ามาวางรากฐานการทำงานแล้ว เราต้องมองถึงความต่อเนื่องในการรักษาพลังและยกระดับการทำงานต่อไป เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับเด็กเยาวชนนอกระบบได้ในระยะยาว</strong>”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be839a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>ประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มุขตาร์ มะทา </strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา/ประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา เผยประสบการณ์การทำงานร่วมกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในฐานะ 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง จนสามารถค้นพบและช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบ รวมถึงประคับประคองกลุ่มเสี่ยงหลุดได้ 2,435 คน พร้อมนำมาสู่การจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนยะลา’ ซึ่งพร้อมดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อ ‘คนยะลา’ ทุกคนต่อไปในอนาคต&nbsp; นี่คือ 5 คำถามอันจะนำไปสู่การถอดรหัสการทำงานเชิงพื้นที่ ว่าพวกเขาไปสู่ผลลัพธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของคนในพื้นที่ให้เข้มแข็งได้อย่างไร&#8230;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-942488"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">1. การร่วมโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ได้จุดประกายแนวทางที่ต่อยอดไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “นำมาสู่การสานสร้างเครือข่ายความร่วมมือของคนทั้งจังหวัด และมีการทำงานที่ลงลึกในระดับชุมชน”</strong></p>



<p>การทำงานโครงการเริ่มต้นที่จุดเล็กๆ มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ธุรกิจท้องถิ่น ผู้นำชุมชน จากระดับจังหวัดลงสู่อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน มี CM, CMS ซึ่งเป็น อสม. หรือบัณฑิตอาสาลงพื้นที่ค้นหาเด็กเยาวชนนอกระบบตามบ้านต่างๆ แล้วนำข้อมูลกลับมาบูรณาการจัดการกลุ่มเป้าหมายเป็นรายคน เมื่อเคสแรกๆ ทำแล้วเห็นผล เครือข่ายจึงแข็งแรงขึ้น มีกลไกที่ทำให้งานก้าวหน้าไปตามขั้นตอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-415dc6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>โครงการเข้ามาจุดประกายการทำงาน เพราะแม้ก่อนหน้านั้นจะมีการทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษามาก่อน แต่ก็เป็นแบบต่างคนต่างทำ และยังไม่มีแผนงานเชิงพื้นที่ที่ละเอียด พอมีการปรับเปลี่ยนมารวมกำลังทำงานด้วยกัน ผสานกับข้อมูลเชิงลึก ทำให้ทุกฝ่ายเห็นตัวเลขที่แท้จริงของเด็กจำนวนมากในพื้นที่ และปลุกความเชื่อว่าเราสามารถกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาออกไปได้</strong></p>



<p>“จากนั้นจึงเกิดการทำงานและส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่ไร้รอยต่อ ไร้สังกัด เพราะทุกคนใช้เด็กเป็นตัวตั้ง แล้วใส่ความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละเข้าไป เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้เด็กได้รับความช่วยเหลือ ได้เข้าถึงการศึกษา ได้พัฒนาทักษะอาชีพ และมีงานทำในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc5a35"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พื้นที่เรามีปัญหาสั่งสมจากความไม่สงบและความยากจนข้ามชั่วคนมายาวนาน ขณะที่โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้คณะทำงานเราเห็นชัดว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ‘มีตัวตน’ จับต้องได้ ซึ่งทำให้ ‘เรา’ เชื่อว่าถ้าปลดล็อกปัญหาการศึกษาได้ ความยากจนเหลื่อมล้ำจะลดลงตามกัน”<strong>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">2. โมเดล ‘ยะลาเสมอภาค’ / เกิดขึ้น / มีกลไกทำงาน / และมีเป้าหมาย / อย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “กำเนิดบนรากฐานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ เพื่อสานต่อพลังที่ร้อยรวมกันแล้วของคนทำงานทุกภาคส่วนให้ยั่งยืน สามารถช่วยเหลือเด็กเยาวชนและเป็นกลไกพัฒนาระบบการศึกษาจังหวัดได้ในระยะยาว”</strong></p>



<p>“การทำงานโครงการเกือบสามปีทำให้เห็นว่า เรากำลังต่อสู้กับปัญหาที่ใหญ่ หนัก ซับซ้อน ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ในเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในอีกด้านหนึ่ง คือพลังความร่วมมือของ ‘คนยะลา’ ที่ทำให้การขับเคลื่อนงานรวดเร็วและไปสู่ความสำเร็จได้เป็นลำดับขั้น ดังนั้น การมองไปยังปลายทางว่าจำนวนของเด็กที่เข้าไม่ถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจะลดน้อยลงหรือหมดไปในวันหนึ่ง จึงไม่ได้เป็นเพียงความหวังอีกต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a62c86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วย<strong>รากฐานที่โครงการวางไว้ ทำให้เรามองไปที่ความต่อเนื่องของการทำงานที่ยั่งยืน หมายถึง ‘อนาคต’ ที่วาดไว้จะต้องไม่จบไปพร้อมการสิ้นสุดของโครงการ เรามองว่าสิ่งที่มีค่ามากๆ คือความผูกพันแน่นเหนียวของคนจำนวนมากที่เขาตระหนักถึงปัญหา รู้สึกมีส่วนร่วม มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งมันน่าเสียดายเกินกว่าจะปล่อยให้คลายออก</strong></p>



<p><strong>“การค้นหา เจอตัว และช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ไปแล้วจำนวนหนึ่ง มันได้สร้างประสบการณ์ที่พิเศษเอาไว้ในหัวใจของคนทำงาน เพราะพวกเขาลงไปสัมผัสพูดคุยกับเด็กและครอบครัวจนกลายเป็นความใกล้ชิด เอาใจใส่ ร่วมรับรู้แบ่งปันทั้งความสุข ความทุกข์ หรือความหวัง ได้เห็นแววตาของเด็กๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามเวลา เห็นครอบครัวเขามีชีวิตที่ดีขึ้น</strong> นี่คือสิ่งที่สะท้อนอยู่ในใจคนทำงานว่า ถ้าวันหนึ่งโครงการจบลงแล้ว เด็กๆ เหล่านี้จะไปต่อได้อย่างไร</p>



<p>“คณะทำงานจึงเห็นร่วมกันว่า เราจะจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ เพื่อระดมทุน แรง สมอง และเครื่องมือทรัพยากรทั้งหมดในจังหวัด เพื่อต่อยอดการทำงานออกไป เพราะในเมื่อเรามีความผูกพันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ขนาดนี้แล้ว มันเหมือนความเป็นคนยะลาที่ฝังลึกในตัวทุกคนถูกปลุกขึ้น ฉะนั้นก็ไม่มีใครอยากย้อนกลับไปจุดเดิม คือจบโครงการแล้วแยกย้ายกันไปต่างคนต่างทำอีก”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3. ผลกระทบจากโควิด-19 และบทบาทของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ฯ เป็นอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “คนจนยิ่งจนลง อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น เด็กต้องออกไปเป็นแรงงาน ขาดเครื่องมืออุปกรณ์เรียนออนไลน์ จำนวนเด็กหลุดหรือกลุ่มเสี่ยงหลุดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น</strong></p>



<p><strong>“โมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ จึงเกิดขึ้นเพื่อช้อนรับเคสที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน”</strong></p>



<p>“เดิมก่อนมีโควิด-19 สถิติและข้อเท็จจริงก็ชี้ว่าเรามีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอยู่ในอันดับท้ายๆ ของประเทศอยู่แล้ว พอสองปีที่ผ่านมาเจอโควิด-19 กระหน่ำซ้ำ ปัญหาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ครอบครัวที่จนอยู่แล้วจนลงไปอีก คนว่างงาน รายได้ลดลง กลายเป็นผลที่สะเทือนไปถึงเรื่องการศึกษา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca55aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กหลายคนต้องเลิกเรียนออกไปหางานทำ บางบ้านพ่อแม่ไม่มีเงินส่งลูกเรียนต่อ ยิ่งในภาวะวิกฤตที่การเรียนออนไลน์เข้ามามีบทบาท เด็กจำนวนมากไม่มีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สัญญาณไวไฟ เขาก็ค่อยๆ ขาดการติดต่อแล้วหายไปจากการเรียน”</p>



<p>“ตัวเลขของเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากโครงการทำให้ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนที่แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อำเภอนำร่อง ได้รับทราบว่ามีคณะทำงานที่พร้อมรับเคสฉุกเฉินต่างๆ ของเด็กที่หลุดแล้วหรือเสี่ยงมากที่จะหลุด จนมีการส่งรายชื่อกันเข้ามา ตรงนี้ทำให้เกิดโมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ เพื่อรองรับปัญหาที่จะส่งผลกระทบไปอีกนาน โดยเฉพาะกับเด็กกลุ่มเสี่ยงในช่วงรอยต่อทางการศึกษา เช่น จบ ป.6 หรือ ม.3 ซึ่งไม่ได้เรียนต่อเยอะมากจากผลของโควิด-19”</p>



<p>“<strong>การทำงานในสถานการณ์วิกฤต CM, CMS หรือผู้ดูแลรายกรณีจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องคอยสอบถามติดตามเด็กใกล้ชิด คอยรายงานสถานการณ์ของเด็กกลุ่มเสี่ยง หรือแม้แต่คนที่อยู่นอกพื้นที่อำเภอนำร่อง เมื่อพบเด็กแล้วแจ้งเรื่องเข้ามา คณะทำงานจะลงพื้นที่แล้วเข้าไปช้อนไว้ทันที ให้เขาได้รับความช่วยเหลือเรื่องปากท้อง มีเครื่องไม้เครื่องมือเรียนออนไลน์จนผ่านวิกฤตไปได้ หรือที่หลุดออกมาแล้วมีความพร้อมก็จะประสานกับสถานศึกษาเพื่อพากลับเข้าเรียนเร็วที่สุด</strong> ไม่รอถึงเทอมการศึกษาถัดไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">4. หลังได้รับการช่วยเหลือแล้ว มีกระบวนการฟื้นฟูดูแลกลุ่มเป้าหมายในระยะยาวอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “มุ่งช่วยเหลือตามบริบทปัญหา สื่อสารสถานศึกษาให้มีโปรแกรมฟื้นฟูดูแลรายกรณี ผลักดันกลุ่มเป้าหมายให้ได้ไปตามความต้องการของแต่ละคน”</strong></p>



<p>“เมื่อพบเด็กแล้ว อย่างแรกเราต้องค้นหาว่าเขาอยากเรียนหรืออยากทำอะไร รวมถึงสอบถามผู้ปกครองถึงความพร้อมต่างๆ ในครอบครัว อย่างที่บอกว่าเราจะไม่ปล่อยให้เด็กรอ เพราะเป็นไปได้สูงว่าเขาจะไม่กลับมาอีก เรามีโรงเรียนในเครือข่ายที่พร้อมยืดหยุ่นกฎระเบียบบางอย่าง เพื่อเอาเด็กเข้าเรียนให้ได้ก่อน โดยเฉพาะพวกที่หลุดช่วงรอยต่อมาไม่นาน หรือเข้าเรียนไม่ทัน จะต้องได้เข้าเรียนและมีโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ ปรับสภาพจิตใจและความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อไม่ให้กลับไปในวงจรเสี่ยงหลุดอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e78794"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนพวกที่หลุดจากระบบมานานแล้ว กลุ่มนี้บางคนไม่อยากกลับไปเรียนในโรงเรียน เราจะสนับสนุนให้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ มีผู้ดูแลรายกรณีคอยประกบ อาจเป็นครูในโรงเรียน หรือ อสม.พื้นที่ช่วยติดตามความเป็นอยู่ เพื่อประคองให้อยู่บนเส้นทางได้ในระยะยาว”</p>



<p>“<strong>การที่เราพบเด็กและนำเข้าสู่ความช่วยเหลือ ไม่ได้หมายความว่างานสิ้นสุดแล้ว แต่เราต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ มีการติดตามพัฒนาการการเรียนรู้ ประเมินผล และช่วยกันปรับแผนเป็นระยะ นั่นถึงจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาไปต่อได้จริงๆ”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">5. อะไรคือ ‘หัวใจสำคัญ’ ที่ทำให้จังหวัดยะลาสามารถหลอมรวม ‘คนทุกภาคส่วน’ ไว้ด้วยกัน จนเกิดกลไกทำงานที่เข้มแข็ง</h2>



<p><strong>ตอบ: “เพราะเรารับรู้ร่วมกันว่าการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่ง หมายถึงความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น ในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเมืองเราไปในทางที่ดี”</strong></p>



<p>“พอเราตระหนักร่วมกันว่าเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาทุกคนคือลูกหลานของเรา คืออนาคตของท้องถิ่น ดังนั้นยิ่งเราช่วยเหลือเด็กได้มากขึ้นเท่าไหร่ ประโยชน์ที่ได้รับก็จะย้อนกลับมาหาพวกเราทุกคนเท่าๆ กัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd7d0d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>การทำงานต่อจากนั้นมันจึงหลุดไปจากคำว่า ‘หน้าที่’ หรือ ‘ผลงาน’ ของใครหรือหน่วยงานใดหนึ่ง แต่ความสำเร็จจะเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชมร่วมกัน เราต่างรู้ว่าการจะทำให้เด็กเยาวชนทุกคนในจังหวัดมีชีวิตที่ดี มีทางไปต่อในระบบการศึกษาหรือเส้นทางประกอบสัมมาชีพนั้น ไม่อาจพึ่งพิงหน่วยงานเดียว แต่ต้องดึงพลังความสามารถจากหลายฝ่ายมาประกอบกัน ทั้งรัฐ เอกชน ธุรกิจท้องถิ่น หรือแม้แต่ชาวบ้านคนหนึ่งก็มีส่วนในการทำให้สำเร็จได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฝากทิ้งท้าย ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กและเยาวชน’ กับเป้าหมายในอนาคตอันใกล้</h2>



<p>“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราสามารถตั้งสภาการศึกษาจังหวัด และกองทุนเพื่อการศึกษา ที่จะช่วยระดมทุนจากคนในจังหวัด มาช่วยให้เราก้าวข้ามงบประมาณโครงการที่จำกัด พร้อมนำข้อมูลและประสบการณ์จากโครงการไปทำงานต่อเนื่อง ช่วยเหลือเด็กๆ ให้พ้นวิกฤตในวันนี้ จนถึงขยายผลต่อไปถึงอนาคต”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df68c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราจะเปิดหลักสูตรการศึกษาทางเลือกเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ที่เด็กสนใจ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ เดินทาง ค่าเล่าเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ อาจเป็นหลักสูตรระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ได้เข้าถึงวิชาความรู้ที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะหลักสูตรพื้นฐานพวกงานช่างที่เด็กสนใจกันมาก และหลักสูตรเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ศาสตร์ความรู้ที่ทันกับโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งวันนี้จังหวัดยะลาเราได้เริ่มต้นสร้างอาคารเรียน และคุยกับสถาบันอาชีวะเพื่อพัฒนาหลักสูตรแล้ว” นายก อบจ. ยะลากล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/">5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-baan-bala-240122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jan 2022 04:57:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านบาละ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระพล พงษ์พิมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจา พรหมเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[อับดุลตอ]]></category>
		<category><![CDATA[บาการี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50749</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบครัว&#8230;ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ครูทุกคนเรามีข้อตกลงร่วมกันว่าจะช่วยเป็นหูเป็นตา สังเกตติดตามและช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ ไม่ว่าเจอกับเงื่อนไขอะไร เด็กไม่มีเงิน ไม่มีรถ บ้านอยู่ไกล เดินทางลำบาก เราจะช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้ได้</p>



<p>“พวกเราคิดเหมือนกันว่า ครูต้องไม่ใช่แค่สอนหนังสือตามเวลา แต่<strong>เราต้อง ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา คือเรื่องแบบนี้ถ้าใครทำอยู่แค่คนเดียว วันหนึ่งเขาหมดแรงมันก็จบ แต่เราทำได้เพราะมีทีมที่ทุกคนมองไปยังเป้าหมายเดียวกัน มันก็มีบ้างที่มีคนเหนื่อย หมดแรง หรือไฟมอดชั่วครู่ชั่วคราว ซึ่งคนที่เหลือก็จะช่วยเติมแรงเติมไฟให้กันได้</strong> อย่างช่วงโควิด-19 เราเจอโจทย์ที่หนักขึ้น ก็มีโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดเข้ามารับช่วง นี่คือความหมายของการที่แต่ละคนยื่นมือมาคนละมือ ช่วยกันคว้า ผลัดกันจับ ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายเราจะเจอทางที่ทำให้เด็กๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นจนได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d55b94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_P.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูธีระพล พงษ์พิมาย ในฐานะตัวแทนคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ อำเภอกายัง จังหวัดยะลา</strong> กล่าวถึงการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาที่ทำต่อเนื่องมาแล้วเกือบสิบปี จนพูดได้ว่าแม้จะตั้งอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง ห่างไกลจากเขตเมือง แต่ก็ไม่มีเด็กที่หลุดจากระบบกลางทางแม้แต่คนเดียว ทั้งยังมีการส่งต่อ ติดตามการเติบโตของน้องๆ กลุ่มนี้ไปจนถึงชั้นมัธยมปลายหรือระดับมหาวิทยาลัย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถ้าวิถีไม่เปลี่ยน ความเสี่ยงก็ไม่มีทางหมดไป</h2>



<p>แบบอย่างการทำงานของโรงเรียนบ้านบาละ สามารถบอกเล่าผ่านเรื่องราวของ<strong>เด็กชายวัย 12 ปี อับดุลตอเละ บาการี หรือ ‘ตอเละ’</strong> นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านบาละ</p>



<p>ตอเละเป็นพี่คนโตของน้องๆ สี่คน มีพ่อกับแม่ที่ต้องออกไปทำงานรับจ้างกรีดยางและตัดไม้แลกค่าแรงราววันละร้อยบาทตั้งแต่ตีสี่ทุกวัน ราวเจ็ดโมงเช้า แม่ของตอเละจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับตอเละกับน้องไปส่งที่โรงเรียน ทำให้บางวันที่งานติดพัน&nbsp; ปลีกเวลามาไม่ได้ ตอเละจะไม่ได้มาโรงเรียน และมีหน้าที่ดูแลน้องๆ อยู่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21e118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>เด็กกลุ่มนี้เราต้องจับสัญญาณให้พบโดยเร็วว่าเขามีความเสี่ยง หนึ่ง ขาดเรียนบ่อย สอง ไม่ร่าเริง สาม เวลาเรียนมักเหม่อลอย ไม่ตอบสนองกับครูหรือกับเพื่อน และสี่คือ เขาจะไร้แรงขับในการเรียน ไม่มีเป้าหมายอนาคต นี่คือสี่สัญญาณที่ต้องรีบช้อนให้ไวที่สุด เอาเข้ามาดูแล หาทางเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้</strong> เพราะพอขาดเรียนบ่อย เขาจะเริ่มเรียนไม่รู้เรื่อง ทักษะวิชาการไม่มี ทักษะสังคมถดถอย รู้สึกแปลกแยกเวลาอยู่ในโรงเรียน สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหายไปเฉยๆ</p>



<p>“ครั้งแรกที่ตอเละหายไปคือตอน ป.4 เทอมแรก ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณคือ เดือนหนึ่งๆ เขามาเรียนแค่สองสามวันแล้วก็ไม่มาอีก ครูก็คุยกัน ให้เพื่อนไปตามที่บ้าน เขาบอก ‘ผมต้องดูแลน้อง’ ถึงตรงนั้นเหมือนเราเจอทางตัน ก็มองว่าต้องคุยสามฝ่าย ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และเราที่เป็นครู อาศัยการพูดคุยเชิงลึก ไม่ใช่แค่ชวนให้กลับมาเรียน แล้วไม่ใช่คุยครั้งสองครั้ง แต่บางครั้งเทียวไปเทียวมาเป็นสิบครั้งจนแทบถอดใจ แต่ครูเราหลายคนก็ช่วยกันหาทาง เวียนเข้าไปบ่อยๆ เอาความจริงใจเป็นตัวตั้ง ให้ผู้ปกครองเชื่อว่าถ้ากลับมาแล้ว เรามีกระบวนการดูแล มีทางให้เขาไปต่อ หาทางออกด้วยกัน ไม่ได้พากลับมาแล้วทิ้งให้เขาต้องสู้คนเดียวลำพัง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฟื้นฟูทักษะวิชาการ+ปรับสภาวะจิตใจผ่าน ‘กิจกรรมทำขนม’</h2>



<p>ตอเละกลับมาเรียนอีกครั้งในช่วง ป.4 เทอม 2 ระหว่างที่ไม่มาโรงเรียน ครูช่วยกันเอางานไปให้ทำ หาบทเรียนเสริมไปให้เป็นระยะ แต่อุปสรรคคือบ้านตอเละไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องมือการเรียนรู้ใดๆ เลย กลางวันทำงานเลี้ยงน้อง พอตกกลางคืนบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากเทียนและตะเกียงเก่า&nbsp;</p>



<p>เส้นสายเล็กบางที่เกี่ยวตอเละไว้กับการศึกษาบ้าง คือไฟฉายคาดหัวที่แม่ใช้ส่องทางขณะกรีดยางทุกย่ำรุ่ง ที่ตอเละเอามาปรับใช้ทบทวนการอ่านการเขียน</p>



<p>“มันไม่ได้ผลหรอก ถ้าเราปล่อยให้เด็กทำการบ้านทบทวนบทเรียนในสภาพที่ไม่มีความพร้อมเลย’ ครูธีระพลกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05c839"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กลุ่มครูจึงช่วยกันพัฒนาหลักสูตรพิเศษที่จะเชื่อมโยงให้เด็กกลับมา และไปต่อได้ ด้วยกิจกรรมที่ทั้ง ‘สนุก’ และ ‘อร่อย’ บนแนวคิดที่ว่าจะไม่เอาภาควิชาการมายัดเยียดให้เด็ก แต่จะนำกิจกรรมใกล้ตัว สนุกสนาน และเป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพในอนาคตได้ มาสอดแทรกวิชาการคำนวณ ภาษา สร้างทักษะการคิด แก้ปัญหา หรือการวางแผนเข้าไป เพื่อให้เด็กอยู่กับการเรียนรู้ได้โดยไม่รู้สึกต่อต้าน</p>



<p>“เราสร้างกลุ่มฝึกทักษะอาชีพการทำขนมขึ้นที่โรงเรียน มีเครื่องมือ มีครูสอน เป็นบทเรียนที่กินได้ ได้ลงมือปฏิบัติ เห็นผลกันทันทีว่าเรียนไปเพื่ออะไร เด็กๆ ได้รู้จักเครื่องมือทำขนม ได้ชั่งตวงวัดคำนวณอัตราส่วนของส่วนผสม ต้องฝึกอ่านเขียนสูตรทำขนมต่างๆ จำและออกเสียงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อไปซื้อของมาเติมได้ แยกชนิดได้ว่าแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งสาลี ต่างกันยังไง ใช้ทำอะไรได้บ้าง นี่คือกระบวนการที่ทำให้เขาได้เรียนภาษา คณิตศาสตร์ เพิ่มพูนทักษะสังคมโดยไม่รู้ตัวเลย&nbsp; </p>



<p>“ชีวิตของเด็กในพื้นที่ ถ้าไปเคร่งครัดอ่านเขียนท่องจำ เขาจะไม่รับ เพราะไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร แต่พอมีกิจกรรมเชื่อมโยงให้ แต่ละคนก็พัฒนาไปได้ในหลายมิติ อย่างตอเละ เขาทำเบเกอรี่เก่งมาก ทำได้ทุกอย่าง เค้ก คัสตาร์ด เมอแรง ชิฟฟอน รับจัดเบรกได้ แล้วเขาดีใจที่มีทักษะอาชีพติดตัว วันหนึ่งเอาไปต่อยอดได้ หาเงินได้ มีผลรับเป็นรูปธรรม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d80ebd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิกฤตโควิด-19 มาถึง ตอเละหลุดอีกครั้ง<br>กับภารกิจของครูที่ ‘เอื้อมมือออกไปเท่าไหร่ก็แทบคว้าไว้ไม่ถึงแล้ว’</h2>



<p>ครูธีระพลเล่าว่า แม้จะมีกระบวนการเหมาะสมและคณะครูที่ทุ่มเท เมื่อผลกระทบจากโควิด-19 มาถึง รูปแบบปัญหาก็เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p>“รอบนี้เราทำอะไรไม่ได้เลย ในช่วงโรงเรียนปิดยาวนาน ตอเละกับโรงเรียนขาดกันไปเลย เด็กไม่มีโทรศัพท์ ครูเข้าไปหาในพื้นที่ไม่ได้ ยังไม่นับว่าการจำกัดเวลาทำงานและการล็อกดาวน์ที่ทำให้ครอบครัวของตอเละแทบไม่มีรายได้อีก ถึงตรงนี้แม้ชื่อตอเละยังอยู่ที่โรงเรียน แต่ในทางทฤษฎีคือเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปทั้งตัวแล้ว ถ้านับระยะเวลาก็ตั้งแต่ ป.5 ถึง ป.6 หรือเกือบ 1 ปีเต็ม&nbsp; </p>



<p>“เราคิดกันไปต่างๆ นานา ว่าจะช่วยกันประคองตอเละไว้ได้อย่างไร แล้วครูเราจะไหวแค่ไหน ภารกิจครั้งนี้เป็นงานที่หนักมาก มองไปไม่เห็นทางออกเลย แต่ขณะที่เรากำลังจะยอมรับกันแล้วว่า ครั้งนี้อาจจะสุดมือคว้าไว้จริงๆ ก็กลับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามา ซ้ำยังเป็นมือที่แข็งแรงมั่นคงกว่าเดิม&#8230;”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-354d49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_B.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ห้องเรียนฉุกเฉินพร้อมเปิดประตูรับเด็กทุกคน แม้ไม่อยู่ในพื้นที่อำเภอนำร่อง’</h2>



<p><strong>เบญจา พรหมเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบาละ</strong> กล่าวว่า การเข้ามาของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดยะลา ซึ่งนำโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาด้วยผลกระทบจากโควิด-19</p>



<p>“เราทราบว่ายะลามีเครือข่ายคณะทำงาน ค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่หลุดหรือมีความเสี่ยงหลุดจากระบบ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ข้อมูลที่ทราบคือเป็นการทำงานใน 4 อำเภอนำร่อง ซึ่งโรงเรียนเราไม่อยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ด้วยใจที่ตั้งมั่นแล้วว่าจะหาทางช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ จึงตัดสินใจนำเรื่องของตอเละส่งไปที่ อบจ.ยะลา คณะทำงานก็ลงพื้นที่ทันที ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp; พร้อมวางแผนช่วยเหลือในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bd90e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยขอบเขตการทำงานที่ครอบคลุมระดับจังหวัด ทั้งการตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเดินทางเข้าออกพื้นที่สีแดง และเครือข่ายที่โยงใยจากทุกทิศทาง เบื้องต้นครอบครัวของตอเละจึงได้รับความช่วยเหลือด้านการประทังชีวิต พร้อมกับมีทีมงานที่มาช่วยออกแบบวิธีการ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ครูและทีมหนุนเสริมต่างๆ เข้ามาฟื้นฟูแผนการเรียนรู้ให้กับตอเละและน้องๆ ได้ เป้าหมายตอนนี้คือการประคองเด็กในภาวะวิกฤตก็จริง แต่โครงการยังมองไปถึงความเสี่ยงในระยะยาว พร้อมที่จะสนับสนุนทุกรูปแบบ&nbsp; เพื่อพาครอบครัวของตอเละให้ไปต่อได้ในอนาคต</p>



<p>“<strong>เป้าหมายของเราในฐานะครู คือเห็นเด็กอยู่ในระบบได้นานที่สุด และใช้การศึกษาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้</strong> <strong>แม้วันนี้เรายังมีจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบ และกลุ่มเสี่ยงกระจายในพื้นที่ต่างๆ แต่ผมเชื่อว่าเรามีครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยม มีเครือข่ายจังหวัดที่รวมพลังเข้มแข็ง นี่คือ ‘ความมั่นคง’ ทางการศึกษาที่จะจุดประกายให้การช่วยเด็กกลุ่มนี้”</strong> ครูธีระพลกล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>



<p>แม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังคงอยู่ แต่การทำงานของคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ ที่ทำร่วมกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา พร้อมการเกิดขึ้นของ ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กจังหวัดยะลา’ ได้กลายมาเป็นความหวังของตอเละกับน้องๆ รวมไปถึงเด็กเยาวชนคนอื่นๆ และเป็นกำลังใจให้คนยะลามีความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์…จะเป็นไปได้ในวันหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รู้ว่าไม่ง่าย แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็จะพยายามจนถึงที่สุด”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-210122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-8-lost-months-timeline-210122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 09:57:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วง ตาวง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรน้อยโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50724</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนจะได้กลับมาเรียน มั่นใจว่าทำได้แน่ๆ แต่พอเริ่มเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-210122/">“รู้ว่าไม่ง่าย แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็จะพยายามจนถึงที่สุด”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนจะได้กลับมาเรียน มั่นใจว่าทำได้แน่ๆ แต่พอเริ่มเรียนจริงชักไม่แน่ใจครับ เพราะเราต้องเรียนทั้งในห้อง ทั้งออนไลน์ ต้องเก็บวิชาของเทอมแรก ของต้นเทอมสอง แล้วทำความเข้าใจบทเรียนใหม่ไปพร้อมเพื่อนๆ เทอมนี้เหลืออีกแค่เดือนครึ่ง แต่ก็ยังพอมีช่วงปิดภาคฤดูร้อนให้ลุ้นยาวๆ ว่าจะเคลียร์ทั้งหมดแล้วตามเพื่อนขึ้นชั้น ม.5 ทันไหม</p>



<p>“แต่ได้กลับมาอยู่ตรงนี้แล้ว ยังไงทุกวันผมต้องใส่เต็มที่ครับ”</p>



<p>ช่วงเวลา 8 เดือนที่สูญหายไปกับการทำงานในไร่ หลัง ‘วง ตาวง’ ที่จบ ม.3 ในปีการศึกษา 2563 แล้วหลุดจากระบบการศึกษาด้วยผลกระทบจากโควิด-19&nbsp; เขาถูกค้นพบตามแนวทางการสร้างระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>ก่อนนำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ในการพา ‘วง’ กลับเข้าโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48ee55"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/รู้ว่าไม่ง่าย-แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็จะพยายามจนถึงที่สุด_Photo-03-copy-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถึงวันนี้เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วที่วงกลับสู่รั้วโรงเรียน วงในฐานะนักเรียนชั้น ม.4 แผนการเรียนคอมพิวเตอร์ธุรกิจบอกว่า เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับโรงเรียนได้เป็นลำดับ รับวัคซีนแล้วสองเข็มจากสิทธิ์นักเรียนโรงเรียนไทรน้อย ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดไปได้บ้าง แต่ในส่วนของการเรียนนั้น ยังมีข้อแม้อีกมากมายที่เขาต้องทำให้ได้ โดยมีเป้าหมายคือการได้ขึ้นชั้น ม.5 ไปพร้อมเพื่อนๆ </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ไม่หวั่นเรียนหนัก เพราะตอนออกไปทำงานทุกวัน ‘เหนื่อยกว่านี้เยอะครับ’</h2>



<p>ชีวิตนักเรียน (ใหม่) ของวงในตอนนี้คือการฟื้นฟูความรู้ โดยมีทั้งครูประจำวิชา ครูแนะแนว รวมถึงครูจากระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนคอยประกบตัวต่อตัว เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็น ช่วยสอนเสริมบทเรียนที่ยังไม่เข้าใจ และปูพื้นฐานทักษะวิชาการที่ขาดหายไป</p>



<p>“แผนคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่ผมเลือก ส่วนใหญ่ตอนนี้ยังเป็นรายวิชาพื้นฐาน ที่จะไปต่อยอดทักษะขั้นสูงในช่วง ม.5-ม.6 เลยยังไม่ซับซ้อนมาก ผมพอทำความเข้าใจได้ สอบกลางภาคที่ผ่านมาก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะมีหลายส่วนที่ยังไม่เข้าใจ</p>



<p>“ความรู้สึกเปลี่ยนไปเยอะครับ เริ่มชินกับการนั่งเรียน ทำงานส่งอาจารย์ ได้อยู่กับเพื่อน ทีแรกเขาก็งงๆ กัน เพราะไม่เคยมีคนเข้ามากลางเทอมแบบผมมาก่อน เรื่องที่ดีคือมีครูคอยช่วยแนะนำอะไรต่างๆ กลับบ้านก็ใช้คอมพิวเตอร์ที่ กสศ. มอบให้มาฝึกฝนด้วยตัวเองต่อ ทำให้เข้าใจบทเรียนเร็วขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4ecba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-8เดือน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อถามว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมบ้าง วงบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“ผมคิดว่าตอนนี้ได้รับเพียงพอแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวผมเองว่าจะทำได้ไหม เป้าหมายตอนนี้คือผ่าน ม.4 ไปให้ได้ก่อน คิดว่าน่าจะยังไหวครับ แต่อีกใจก็กังวล กลัวเรียนไม่ทันเหมือนกัน เพราะเวลาเหลือไม่มากแล้ว แต่อย่างที่บอกครับยังมีเวลาช่วงปิดภาคฤดูร้อนที่เพื่อนๆ ปิดเทอมกัน แต่ผมจะเอามาใช้เก็บหน่วยกิตให้หมด ถ้าทำได้ก็เจอกัน ม.5&#8230;หรือสุดท้ายมันไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องเริ่ม ม.4 กันใหม่</p>



<p>“บางทีก็มีครับที่ท้อบ้าง แต่ก็จะขอทำเท่าที่ทำได้ให้เต็มที่ครับ ไม่รู้สึกกดดันแล้ว ถ้าเทียบกับชีวิตช่วงปีก่อน ต้องออกไปทำงานถอนหญ้าทั้งวัน มันเหนื่อยกว่านี้เยอะครับ ตอนนั้นเรื่องเรียนอยู่ไกลตัวมาก คิดถึงโรงเรียน เพื่อน ครูอยู่บ่อยๆ มาวันนี้ผมได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศโรงเรียนแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็มีแค่พยายามให้มากที่สุด แล้วจากนั้นผลจะออกมาเป็นยังไงผมก็ยอมรับได้ครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-210122/">“รู้ว่าไม่ง่าย แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็จะพยายามจนถึงที่สุด”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ในวงจรความเสี่ยง ‘ความฝันพลัดหล่นหายไป’ บนถนนการศึกษาที่ขรุขระด้วยรอยต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-the-dream-was-lost-200122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jan 2022 08:35:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคนิคยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[นูรียา กาซอ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนยะลาบำรุงผดุงประชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50699</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ครั้งล่าสุดที่สมัครเรียน ปวช.ไม่ได้ คิดว่าคงไม่ได้เรีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/">ในวงจรความเสี่ยง ‘ความฝันพลัดหล่นหายไป’ บนถนนการศึกษาที่ขรุขระด้วยรอยต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ครั้งล่าสุดที่สมัครเรียน ปวช.ไม่ได้ คิดว่าคงไม่ได้เรียนแล้ว อย่างเร็วก็รอถึงปีหน้า แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ผมไม่แน่ใจว่าจะพร้อมแค่ไหน จะมีเงินพอหรือมีช่องทางกลับไปเรียนอีกได้ไหม”</p>



<p><strong>น้องบิ๊ก วัย 16 ปี นักศึกษา ปวช.1 วิทยาลัยเทคนิคยะลา สาขาช่างเชื่อมผลิตภัณฑ์ </strong>เล่าความรู้สึกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา ว่าเกือบถอดใจไปแล้วกับการเรียน&nbsp;</p>



<p>นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเผชิญความเสี่ยงกับการหลุดจากระบบ เพราะเมื่อปีการศึกษาก่อนในช่วงที่โควิด-19 ส่งผลให้โรงเรียนต้องปิด เศรษฐกิจหยุดชะงัก บิ๊กได้รับผลกระทบรุนแรงจากการขาดเครื่องมือเรียนออนไลน์ ทั้งรายได้จากการทำงานเลี้ยงชีพก็กลายเป็นศูนย์ เส้นทางการเรียนจึงเกือบต้องหยุดลงก่อนจบชั้น ม.3</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a2c4ff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ในวงจรความเสี่ยง-‘ความฝันพลัดหล่นหายไป_Photo-03-copy-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ล็อกดาวน์ในโรงไม้’</h2>



<p>ขณะพูดคุยกันเป็นเวลาบ่าย เสียงเครื่องจักรในโรงไม้แผดดังไปทั่วบริเวณห้องพักห้องเล็กๆ ที่บิ๊กใช้เป็นที่อาศัยอยู่กับยายมาตลอดสามปี และจะส่งเสียงต่อไปจนถึงช่วงหัวค่ำ บิ๊กบอกว่า “ผมชินแล้ว อยู่ตรงนี้ทุกวัน เรียนออนไลน์ตรงนี้ ทำการบ้านก็ตรงนี้ เรียนรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ที่เลือกเรียนสายอาชีพ เพราะผมชอบเรียนปฏิบัติ คิดว่าถึงวันไหนไม่ได้เรียนต่อจริงๆ ก็เอาความรู้ไปทำงานได้”</p>



<p>บิ๊กเล่าว่า เขาทำงานในโรงไม้ไปด้วย เรียนไปด้วย เสาร์อาทิตย์ทำเต็มวันได้วันละ 160 บาท ส่วนวันจันทร์ถึงศุกร์ทำเป็นรายชั่วโมงช่วงเลิกเรียน ได้เงินมาเท่าไหร่ก็จะเอาไปให้ยาย ที่มีเพียงเบี้ยสวัสดิการรัฐเดือนละสามร้อยบาท กับรายได้จากการขายขนมและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนงานในโรงไม้วันละประมาณไม่ถึงร้อยบาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7be083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ในวงจรความเสี่ยง-‘ความฝันพลัดหล่นหายไป_Banner-copy-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่ผ่านมาก็ค่อนข้างลำบากครับ แต่พอทำงานถูไถไปได้ จนสองปีมานี่ โรงเรียนปิด โรงไม้เปิดปกติไม่ได้ เราไม่มีทางหารายได้เลย”</p>



<p>ขณะกำลังเรียนชั้น ม.3 เขาบอกว่าช่วงนั้นต้องเรียนออนไลน์เป็นหลัก ความที่ไม่มีโทรศัพท์จึงต้องรับงานจากครูมาทำที่บ้าน แต่เมื่อไม่ได้ไปโรงเรียน&nbsp; การศึกษากับบิ๊กก็ค่อยๆ ห่างจากกันโดยปริยาย แม้หลังจากนั้นเถ้าแก่โรงไม้ยื่นมือเข้ามาช่วย ด้วยการมอบโทรศัพท์ให้เครื่องหนึ่ง แต่สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียน และความขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานนานัปการ ตอนนั้นเขาคิดว่าไม่น่าจะเรียนจนจบชั้น ม.3 ได้แล้ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ช้อนไว้ก่อนร่วงหล่น’<br>ด้วยเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดยะลา</h2>



<p>จังหวัดยะลาเป็น 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง ของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; ที่มีโมเดลต้นแบบ &#8216;ห้องเรียนฉุกเฉิน&#8217; (Emergency Classroom)&nbsp; ซึ่งช่วยเฝ้าระวัง และส่งต่อเคสจำเป็นเร่งด่วนให้ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที</p>



<p><strong>นูรียา กาซอ ครูโรงเรียนยะลาบำรุงผดุงประชา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา </strong>ในฐานะด่านหน้าเล่าว่า&nbsp;</p>



<p>บิ๊กเป็นลูกศิษย์ที่โรงเรียน ซึ่งตนเห็นว่ามีความเสี่ยงอย่างมากที่จะหลุดจากระบบก่อนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงคอยให้การช่วยเหลือดูแลมาตลอด จนถึงช่วงเทอมสองของชั้น ม.3 เห็นว่าสัญญาณเริ่มชัดขึ้น เมื่อเจอวิกฤตทั้งเรื่องปากท้อง ซ้อนซ้ำด้วยอุปสรรคจากการเรียนที่บ้าน คุณครูจึงส่งเรื่องบิ๊กไปยัง อบจ. ยะลา ในฐานะเคสเร่งด่วนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-850ce1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ในวงจรความเสี่ยง-‘ความฝันพลัดหล่นหายไป_Photo-03-copy.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรารู้ว่าน้องมีความตั้งใจที่จะเรียนให้จบ แต่ภาวะที่สู้อยู่มันค่อนข้างหนักสำหรับเขา คิดว่าถ้าไม่มีใครยื่นความช่วยเหลือเข้ามาประคองไว้ บิ๊กจะเป็นอีกหนึ่งคนที่หลุดจากการศึกษาไปก่อนจบ ม.3 แล้วในพื้นที่ของเรา เด็กที่ต้องเจอสถานการณ์อย่างนี้ เขามีโอกาสน้อยมากที่จะได้กลับมาเรียนอีก แม้วันนี้ใจเขายังอยู่กับการศึกษาก็ตาม”&nbsp; ในเวลาไม่นาน บิ๊กจึงได้เป็นหนึ่งในเคสฉุกเฉินเสี่ยงหลุด ที่โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดยะลา ได้เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งในด้านปัจจัยดำรงชีวิตและปัจจัยด้านการศึกษา จนประคองให้จบชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2563 ได้สำเร็จ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เกือบหล่นอีกครั้ง ตรงร่อง &#8216;รอยต่อ&#8217; ทางการศึกษา</h2>



<p>ผ่านการศึกษาภาคบังคับมาได้ ก็มาพบอุปสรรคสำคัญอีกครั้ง เมื่อปีการศึกษาใหม่ใกล้จะเริ่ม&nbsp;</p>



<p>“ยายบอกว่าขอให้ตั้งใจเรียนเต็มที่ ถ้ามีโอกาสให้ไปจนสุดทาง เรียนไว้เยอะๆ วันนึงจะไม่ลำบาก ผมเองก็คิดตลอดว่าถ้าได้เรียน มีความรู้ก็จะเอาไปใช้เลี้ยงตัวเองในอนาคตได้ ดูแลยายได้ แต่ตอนจะต่อ ปวช. คือรู้สึกว่ามาสุดแล้ว มีทางอยู่แค่นั้น คิดไม่ออกเลยว่าจะเรียนต่อได้ยังไง อาจต้องทำงานเก็บเงินรอถึงปีหน้า หรือทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเงินพอให้สมัครเรียนได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fe15c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ในวงจรความเสี่ยง-‘ความฝันพลัดหล่นหายไป_Photo-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บิ๊กไม่ได้ขยายความว่า ‘จนกว่าจะมีพอให้สมัครเรียนได้’ ที่คิดไว้ เป็นเวลายาวนานเท่าไหร่ หากมันได้สะท้อนผ่านน้ำเสียงที่หลบลึกในลำคอ ตอนเขาพูดออกมาว่า “ทีแรกผมคิดว่าคงไม่ได้เรียนแล้ว”</p>



<p>แต่ก็เป็นอีกครั้งที่บิ๊กผ่านพ้นมาได้ เมื่อโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ได้ติดตามความช่วยเหลือต่อเนื่อง และพบข้อมูลว่าบิ๊กกำลังจะหลุดไปจากระบบการศึกษาอีกครั้ง ตรงช่วงรอยต่อชั้น ม.3 ทางโครงการจึงเข้าพบผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคยะลาทันที และสามารถพาบิ๊กเข้าเรียน ปวช.1 ได้ แม้ปีการศึกษา 2564 จะเปิดเรียนไปสักพักแล้ว&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ยังไม่รู้จุดสิ้นสุด ที่ ‘บิ๊ก’ บอกว่า “ได้เรียนจบไปทีละขั้น ก็เกินกว่าที่คิดแล้ว”</h2>



<p><strong>ยายแฉล้ม วัย 68 ปี คุณยายของบิ๊ก</strong> พูดถึงหลานว่า บิ๊กว่างจากเรียนก็ทำงานตลอด ได้มาเท่าไหร่ก็เอาเงินมาให้ยาย แต่ตอนนี้เป็นช่วงทำมาหากินลำบาก บางวันขายของไม่ได้เลยก็เครียด นอนไม่หลับ หลานรู้ก็เครียดตามไปด้วย</p>



<p>“เรากลัวว่าเขาจะคิดมากจนเสียการเรียน ยายกังวลที่สุดคือเรื่องเรียนของเขา กลัวเขาเรียนไม่จบ เท่าที่อยู่ด้วยกัน บิ๊กเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดสิ่งที่คิด วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่เรารู้ว่าเขารักการเรียนจริงๆ เพราะไม่งั้นสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีคงชักจูงไปถึงไหนๆ แล้ว ยายหวังแค่ให้เขาได้เรียนสูงๆ เลี้ยงดูตัวเองได้ อย่างน้อยอีกสองปีจบ ปวช. อะไรต่างๆ น่าจะดีขึ้นบ้าง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43f5b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ในวงจรความเสี่ยง-‘ความฝันพลัดหล่นหายไป_Banner-copy-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อถามถึง ‘ความหวัง’ หรือ ‘ฝัน’ ในวันข้างหน้า&nbsp; บิ๊กก้มหน้าครุ่นคิด แล้วบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้ผมมีกำลังใจขึ้นที่ได้เรียนต่อ ส่วนอนาคตยังไม่รู้ <strong>ตอนนี้คิดแค่ว่าจะพยายามเรียนจบให้ได้ในสองปีข้างหน้า ไม่กล้าคิดไปมากกว่านั้น ถ้าจบแล้วได้เรียนต่อก็คงดี จากนั้นได้ทำงานตามสายที่เรียนมา แค่นี้ก็เกินกว่าที่คิดเอาไว้แล้วครับ”</strong></p>



<p>&#8230;บิ๊กคือภาพแทนของเด็กเยาวชนคนหนึ่ง ที่เวียนวนบนความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>…แต่วันนี้การทำงานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ นับว่ามีส่วนจุดประกายให้จังหวัดยะลาจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กเยาวชนด้อยโอกาส’ ที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของ ‘บิ๊ก’ และเด็กเยาวชนคนอื่นๆ ต่อไป&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/">ในวงจรความเสี่ยง ‘ความฝันพลัดหล่นหายไป’ บนถนนการศึกษาที่ขรุขระด้วยรอยต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 04:04:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50194</guid>

					<description><![CDATA[<p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นความพยายามที่อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าไปสนับสนุนในส่วนใดก็ได้ เพราะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ซึ่งทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาชน ผู้นำทางความคิด จะมาร่วมเป็นเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น เอาชนะอุปสรรคไปด้วยกัน โดยทาง กสศ.จะพยายามทำทุกทางเพื่อนำข้อมูลที่มีมาใช้ประสานให้เกิดเป็นเครือข่าย สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในการทำงานทุกระดับ&#8221; &#8211; <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></p></blockquote>



<p>4.3 หมื่นคน คือตัวเลขที่ กสศ.และ สพฐ.สำรวจพบเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงเทอม 1 ปีการศึกษา 2564 ตามแนวทางการสร้าง ‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กเยาวชนที่หายไปจากระบบในช่วงรอยต่อช่วงชั้น</p>



<p>ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้จำนวนเด็กเยาวชนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กสศ.ได้ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานทุกระดับ มุ่งค้นหาและวางแนวทางช่วยเหลือผลักดันให้น้องๆ กลุ่มนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb3235"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ระดมสมองหยุดปัญหา-Drop-out-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การค้นพบและนำพาเด็กเยาวชนคนหนึ่งที่หลุดไปจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน หรือกระบวนการพัฒนาทักษะ ยังไม่ใช่ปลายทางสุดท้ายของการทำงานที่แท้จริง</p>



<p>ชวนฟังนานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า มาร่วมแง้ม ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้น้องๆ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาได้ไม่สุดทาง&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">กำแพงกฎระเบียบ/หลักสูตรไม่ตอบโจทย์</h2>



<p>“ประการแรกสุด ทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกันก่อนว่า ถ้าเจอตัวเด็กแล้วเขามีความพร้อม เราต้องช่วยพากลับโรงเรียนได้ทันที ดังนั้นทุกโรงเรียนต้องรับรู้ร่วมกันว่า <strong>ปราการที่แข็งแรงของกฎระเบียบ เช่น การไม่สามารถรับเด็กเข้ากลางเทอมได้ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดมือเราไป เพราะแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนของการรอรอบปฏิทินการศึกษา แต่สำหรับน้องๆ ที่พ้นจากรั้วโรงเรียนไปแล้ว วิถีชีวิตทุกวันที่ผ่านไปของเขาจะยิ่งเบนออกไปจากการศึกษา ทำให้รู้สึกหมดไฟกับการเรียนลงทุกที</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1955b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ การพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาต้องมีมาตรการรองรับในทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรานำเด็กมาเชื่อมเข้ากับโรงเรียนแล้วถือเป็นอันสิ้นสุด แต่สิ่งที่จะช่วยให้เขารักษาเป้าหมายและคงความพยายามไว้ได้ต่อไป คือระบบรองรับที่ช่วยดูแลรอบด้าน ทั้งการเรียน สังคม อารมณ์ จิตใจ สำคัญคือต้องมีหลักสูตรการเรียนที่ตอบโจทย์กับความสนใจและความจำเป็นในชีวิตของเขา เพราะท้ายสุดถ้าการศึกษาไม่ช่วยให้เขาพัฒนาชีวิตได้จริงๆ วันหนึ่งเขาจะหมดความสนใจแล้วหลุดออกไปอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4a683"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/รุ่งกานต์-สิริรัตน์เรืองสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดโรงเรียนที่พอเพียง/คุณภาพครูที่เพียงพอ</h2>



<p>“ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ปัญหาการคมนาคมคืออุปสรรคที่ไม่ได้เพียงลดทอนกำลังใจของเด็กเท่านั้น แต่ในเชิงรูปธรรมแล้ว มันได้ตัดขาดเด็กๆ ออกจากโรงเรียนในหลายช่วงเวลาของปี เนื่องจากบนดอยสูง ในป่าเขา หรือเกาะห่างไกล พวกเขาต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ต่อสู้กับภัยธรรมชาติทั้งน้ำหลาก ดินถล่ม นานามรสุม หรือกระทั่งความเสี่ยงจากสัตว์ร้าย การขาดแคลนโรงเรียนคุณภาพที่กระจายอยู่ไม่พอเพียงในหลายพื้นที่ จึงเป็นปัจจัยต้นๆ ที่ทำให้เด็กหลายคนหลุดออกไป หรือส่วนหนึ่งที่ฝ่าฟันจนจบ ป.6 หรือ ม.3 ได้ ก็หมดหนทางไปต่อในช่วงชั้นที่สูงขึ้น เพราะไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67d9c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/02-กสศ-ธนาคารโลก-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากจะหมายถึงความทั่วถึงของโรงเรียนแล้ว เรื่องของคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการศึกษาก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่มาก แล้วในอนาคตก็จะยิ่งถ่างกว้างออกไปอีก ด้วยวงรอบของครูคนหนึ่ง ที่เขาบรรจุครั้งแรกในถิ่นทุรกันดาร พอพัฒนาความสามารถถึงระดับหนึ่ง ก็ไม่ลังเลที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ผลคือ ครูเก่งๆ ก็ไปกระจุกกันไม่กี่ที่ ซึ่งตรงนี้เราต้องไม่ลืมว่านั่นคือสิทธิ์ของเขาที่จะทำได้ ในการพาตัวเองไปหาความก้าวหน้าในชีวิต แต่ผลที่ตามมาคือ <strong>โรงเรียนเล็กๆ ต้องเจอกับปัญหาการขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ เวียนวนกับการขาดช่วงการทำงาน และที่สำคัญคือ โรงเรียนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ว่า สุดท้ายแล้วเมื่อเขาส่งลูกหลานมาเรียนแล้วจะช่วยพัฒนาความสามารถหรือยกระดับชีวิตได้ เขาก็ดึงเด็กออกจากการศึกษาไปเพราะมองว่าไม่จำเป็น”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-270323"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ผอ-ปกรณ์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จังหวัดน่าน<br>ประธานชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดที่ปรึกษาช่วยชี้ทาง/ผลลัพธ์ทางการศึกษาไม่สร้างแรงจูงใจ</h2>



<p>“แม้ว่าภูมิหลังของเด็กที่ออกนอกระบบส่วนใหญ่จะมาจากความยากจน แต่<strong>หากเราส่องลึกลงไปภายในแก่นแกนของปัญหา จะเห็นว่าความเปราะบางในใจเด็ก ถือว่ามีส่วนอย่างมากที่จะช่วยรั้งเขาไว้ในระบบหรือผลักให้หลุดออกไป การรับเด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษา&nbsp; ไม่ว่าในหรือนอกโรงเรียน จึงต้องมี Case Manager ที่ดูแลเด็กได้เป็นรายคน และเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวของเขาได้ด้วย</strong> การมีที่ปรึกษาใกล้ชิด จะทำให้เด็กอุ่นใจ เชื่อมั่นว่ามีคนที่เข้าใจและให้คำแนะนำได้กับการตัดสินใจในทุกทางแยกสุ่มเสี่ยงของชีวิต โดยการทำงานกับเด็กบางกลุ่ม ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีความสามารถด้านภาษาถิ่น เข้าใจบริบทวัฒนธรรมความเชื่อต่าง ๆ เพื่อการทำงานที่ลงลึกในเชิงคุณภาพ พร้อมเข้าไปประคองเด็กได้ในทุกช่วงเวลาเพื่อไม่ให้เขาหลุดออกไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9deef8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกประการหนึ่งคือการสร้างแรงจูงใจในการศึกษา เด็กบางคนแม้โอกาสผ่านมาถึงแต่เขาเลือกปฏิเสธ เพราะมองไม่เห็นว่าการเรียนจะพาเขาไปไหนได้ บ้างมองว่าแม้จบ ป.ตรี ก็มีรายได้ไม่มากไปกว่างานที่มีอยู่รอบตัว มันคือเรื่องของแนวคิดและมุมมองต่อโลกการศึกษาที่เด็กเขายังเห็นไม่กว้าง จึงต้องมีการถ่ายทอดทัศนคติ แรงจูงใจ และผลักดันให้เขาได้ค้นพบ-มีประสบการณ์ในงานที่สนใจหรือถนัด จนเขารู้ว่าปลายทางของการศึกษาพัฒนาตนเองจะช่วยเปิดโอกาสในชีวิตได้มากแค่ไหน แล้วความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ นั้นเองที่จะปลุกพลังในตัวให้เขามีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38e70c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ศิริพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการ ‘คลองเตยดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘One Size Fit All’ &#8230;เสื้อตัวเดียวไม่ได้ใส่ได้กับทุกคน</h2>



<p>“การศึกษาที่จัดการเชิงเดี่ยวแบบครอบทั้งหมดรวมศูนย์ หรือตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับสวมใส่ทุกพื้นที่ คือการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เสมอภาคที่ทำให้เด็กหลุดไปจากระบบ หรือแม้ว่าเรานำเขากลับเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าเด็กจะอยู่กับระบบการศึกษาไปได้จนถึงปลายทาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fc8b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประเทศเรามีความแตกต่างของภูมิภาคทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีบริบทพื้นที่ชายแดน มีโรงเรียนหลายรูปแบบที่นโยบายเดียวไม่อาจจัดการได้ทั้งหมด ถ้ากล่าวถึงเฉพาะเด็กหลุดจากระบบ เรามีอย่างน้อย 15 ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและเปราะบาง โดยเฉพาะต้องไม่ลืมว่าเรามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีเด็กพื้นที่ห่างไกลที่ขาดพื้นฐานด้านการใช้ภาษาและวัฒนธรรมจากส่วนกลาง เด็กบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมป่าเขา หรือยังมีเด็กที่ก้าวพลาดต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯ</p>



<p>“จากประเด็นที่แตกต่าง แม้เราจะมีการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้และสภาวการณ์ที่เด็กเผชิญจริงๆ เช่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเขากลับออกมาก็ไม่มีกระบวนการรองรับทั้งในการเรียนและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ หรือในการเรียน กศน. เองก็ยังไม่ได้มีการยอมรับให้เข้าเรียนต่อระดับชั้นสูงขึ้นได้ในทุกโรงเรียน กลายเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบตรงช่วงรอยต่อ และท้ายที่สุดเขาก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf3f65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/พี่นก-เนตรดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่าย<br>การทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตะเข็บรอยต่อโรงเรียนต่างพื้นที่/ขาดความพร้อมในการเรียนช่วงโรงเรียนปิดเพราะสถานการณ์โรคระบาด</h2>



<p>“ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีครอบครัวที่สูญเสียงาน ต้องอพยพย้ายถิ่นไปทำงานในพื้นที่อื่น หรือตัดสินใจกลับภูมิลำเนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญว่า เมื่อเด็กและเยาวชนต้องย้ายถิ่นตามผู้ปกครองไป เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาจะเข้าศึกษาต่อได้อย่างไร เพราะบางคนอาจต้องย้ายไปช่วงกลางปีการศึกษา หรือจบ ป.6 หรือ ม.3 แล้วขาดความพร้อมในการเรียนต่อ ตรงนี้จำเป็นต้องมีระบบช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ไปถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดไปเพราะเข้าไม่ถึงความรู้ในขั้นตอนการพาลูกหลานเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนปลายทางไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71e046"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกปัญหาหนึ่งคือขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ พื้นที่ และผู้อำนวยความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสหลุดจากการศึกษาเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่คนที่ตามกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แล้วก็ยังเสี่ยงที่จะหลุดไปอีก ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้หน่วยงานใดหนึ่งได้ แต่ต้องเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือตัวเลขต่างๆ คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ ดังนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลเพื่อออกแบบการทำงานตามความถนัดของแต่ละหน่วยได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด แล้วถ้ามีเด็กออกจากโรงเรียนกลางคันที่ กทม. เมื่อเขาไปอยู่ที่อื่นก็จะยังเข้าเรียนต่อได้โดยไม่ต้องหลุดจากการศึกษาไปเงียบๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bc5f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา<br>สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยะลาโมเดล ผลักดัน ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ‘ถ้าเด็กพร้อม เราต้องพาเขากลับมาได้ทันที’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-281221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-emergency-classroom-281221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Dec 2021 18:31:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลสกัดเด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49961</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เมื่อเด็กพ้นจากรั้วโรงเรียน เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาสาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-281221/">ยะลาโมเดล ผลักดัน ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ‘ถ้าเด็กพร้อม เราต้องพาเขากลับมาได้ทันที’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เมื่อเด็กพ้นจากรั้วโรงเรียน เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาสามเดือนอันตรายที่เส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนแปลงสิ้นเชิง ด้วยวัยที่พร้อมผันแปรในความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเบี่ยงเข้าสู่วงจรสีเทา ติดเพื่อน ติดเกม สุ่มเสี่ยงในวังวนยาเสพติด อาชญากรรม แล้วก็เวียนวนเข้าออกสถานพินิจฯ จนถึงวัยผู้ใหญ่</p>



<p>“ส่วน<strong>คนที่เข้าสู่ชีวิตทำงานก่อนวัยอันควร ความที่ชีวิตประจำวันมันห่างจากรูปรอยเก่าไปเรื่อยๆ แม้วันหนึ่งที่โอกาสทางการศึกษาหาตัวเขาจนพบอีกครั้ง แต่น่าเสียดายว่าเมื่อถึงวันนั้นเขาจะคิดว่า ‘โรงเรียน’ เป็นเรื่องไกลตัวออกไปแล้ว นี่จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สังคมต้องช่วยกันขบคิด ว่าเราจะร่วมมือแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างไรให้ได้เร็วที่สุด</strong> ช่วยกันซ่อมแซมชีวิต บรรเทาจิตวิญญาณของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ ให้เขาได้กลับไปยังเส้นทางการเรียนรู้ตามช่วงวัยอย่างปลอดภัย อยู่ไกลจากความเสี่ยงทั้งหลายที่จะทำให้หลุดจากระบบการศึกษาอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9b240"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ​กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว พ้องกับประสบการณ์ 3 ปีของการทำงานใน ‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ จังหวัดยะลา ที่รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข กล่าวว่า ‘แค่เด็กออกจากรั้วโรงเรียนไปหนึ่งเดือนก็เป็นเรื่องอันตรายแล้ว’ ดังนั้น โจทย์การทำงานเรื่องเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา นอกจากต้องทำควบคู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกมาให้ได้กลับเข้าเรียนหรือฝึกทักษะอาชีพแล้ว ยังต้องมีการวางแนวทางป้องกันไม่ให้มีเด็กหลุดออกมาเพิ่ม ด้วยมาตรการ ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ (Emergency Classroom) ที่พร้อมรองรับเด็กกลับเข้าเรียนในโรงเรียนได้ทุกช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ใจของเด็กถอยห่างไปจากบรรยากาศการเรียนรู้ จนต้องหลุดไปจากระบบอีกครั้ง</p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลาเผยว่า จากการทำงานของโครงการที่เริ่มในปี 2562 บนพื้นที่ 4 อำเภอนำร่อง ทำให้พบว่ามีตัวเลขของเด็กนอกระบบการศึกษา กลุ่มเสี่ยงหลุดจากปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเด็กเยาวชนด้อยโอกาสที่มีแนวโน้มหลุดจากระบบตรงรอยต่อช่วงชั้น รวมแล้วกว่า 2,800 คน โดยได้บันทึกรายชื่อลงใน iSEE (Information System for Equitable Education) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทั้งประเทศ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเป็นรายคนต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีรายชื่อของเด็กอีกราว 1,000 คน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลุด ต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยในกลุ่มนี้โครงการให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 377 คน ทำให้ยังเหลืออีกจำนวน 600 กว่าคนที่ต้องเร่งประสานหาแนวทางช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ส่วนในภาพรวมการดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาทั้งหมด จังหวัดยะลาได้ช่วยเหลือเด็กไปได้แล้วจำนวน 2,435 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f27f6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ปัญหาปากท้อง สาเหตุหลักผลักเด็กออกนอกระบบ’</h2>



<p>“ย้อนไปที่การทำงานปีแรก เมื่อได้รับรายงานตัวเลขตั้งต้นของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ผ่านการสำรวจโดยทีม กศน. เราได้ข้อมูลว่ามีเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ 7,300 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนค่อนข้างสูง หากมองว่าประเทศเรามีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ตามข้อกฎหมาย จากนั้นพอได้ลงทำงานค้นหาเด็กในระดับชุมชน จนเจอว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง ก็ยิ่งทำให้มองเห็นสาเหตุของการหลุดจากระบบ และนำมาสู่ความพยายามเชื่อมประสานการทำงานของหน่วยงานทั้งจังหวัด เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้ทันท่วงที”&nbsp;</p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลาระบุว่า ‘ปัญหาเศรษฐกิจ’ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กในพื้นที่หลุดจากระบบการศึกษา โดยเด็กส่วนใหญ่ต้องออกไปหารายได้เลี้ยงครอบครัว หรือมีอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง ซึ่งทำให้เกิด ‘ปัญหาเชิงพฤติกรรม’ นำไปสู่เรื่องยาเสพติด หรือการชักชวนกันออกมาจากโรงเรียน โดยไม่มีความรู้ความสามารถที่จะประกอบอาชีพได้ ขณะที่ในมุมมองของคนทำงานด้านการศึกษาในพื้นที่ คิดว่าไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม <strong>“ถ้าเด็กออกไปอยู่นอกโรงเรียนเมื่อไหร่ เขาจะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเข้าสู่วงจรปัญหา ซึ่งจะส่งผลสะท้อนไปถึงสถาบันสังคมในอนาคต”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-865c74"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาด้านการศึกษาสืบเนื่องมาก่อนจะมีวิกฤตโควิด-19 ก่อนที่โรคระบาดจะเข้ามายิ่งตอกย้ำให้รุนแรงขึ้น เราจะเห็นเหตุการณ์เวียนซ้ำของเด็กที่ต้องดิ้นรนหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ด้วยความจำเป็นของปากท้องมันดึงเขาออกจากโรงเรียนไปหางานทำ แต่ด้วยความรู้ที่มี งานที่ทำได้จึงเป็นการ ‘ขายแรงงานตามฤดูกาล’ เช่น ไปขนผลไม้ส่งจังหวัดอื่นๆ พอหมดฤดู งานไม่มีก็กลับมาอยู่บ้าน ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ หรือบางคนที่เราเข้าไปช่วยกลับมาได้ พอถึงฤดูต้องการแรงงานอีกครั้ง มันก็เสี่ยงว่าเขาจะหลุดออกไปอีก</p>



<p>“มีเคสหนึ่งที่เราพากลับเข้ามาสู่ระบบได้จนเขาจบชั้น ม.3 พอผ่านช่วงรอยต่อขึ้น ม.4 เด็กก็ตัดสินใจไปทำงาน เพราะที่บ้านเขามีน้องๆ อีกหลายคนให้เลี้ยงดู ตรงนี้เราจะเห็นว่า แม้สถาบันการศึกษาหลายแห่งพร้อมให้ความร่วมมือในการรับเข้าเรียน แต่ท้ายที่สุด เด็กจะยังคงเลือกหนทางที่ขึ้นกับสถานการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นตรงหน้าเอาไว้ก่อนเสมอ ดังนั้นเราต้องหาทางว่าทำอย่างไรถึงจะดูแลเขาได้ไปตลอดรอดฝั่ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ec3f5b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว’</h2>



<p>เมื่อบทเรียนจากการทำงานสะท้อนให้เห็นว่า การพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยไม่มีแผนการเหมาะสมรองรับ หรือไม่ตอบโจทย์ชีวิตของเด็กเพียงพอ ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดจากระบบซ้ำๆ ก็จะยังดำเนินต่อไป โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดยะลา จึงมองไปถึงความจำเป็นของการสร้าง ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ที่จะช่วยออกแบบการศึกษาให้สัมพันธ์กับชีวิต และพร้อมรองรับเด็กกลับเข้าสู่ระบบได้ ‘ทุกเวลา’</p>



<p>“เราต้องเข้าใจก่อนว่าการช่วยเด็กคนหนึ่งให้กลับมาเรียนได้แล้วเขาไปไม่สุดทาง มันเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยหลายอย่าง เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว มันมีเรื่องของกำลังใจ ทักษะชีวิต เป้าหมายระยะไกลที่เขายังมองเห็น หรือสถานการณ์เฉพาะหน้าอีกมากมายที่เป็นตัวแปร ดังนั้นเราถึงต้องมีทีมหนุนเสริมในลักษณะ ‘ห้องฉุกเฉิน’ ของโรงเพยาบาล โดยผู้อำนวยการโรงเรียนต้องสามารถบริหารจัดการเคสเร่งด่วน เพื่อส่งเด็กให้ถึงมือครูที่เปรียบได้กับหมอเฉพาะทางคอยให้คำปรึกษาปัญหารอบด้าน ถ่ายเทกำลังใจและถ่ายทอดทัศนคติให้เขาเห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายคน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-865229"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Emergency Classroom</h2>



<p>จากแนวคิดเรื่องห้องเรียนฉุกเฉิน นำมาสู่โปรแกรมพิเศษ ที่โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลาได้ทำงานร่วมกับโรงเรียน ในการรองรับเด็กกลับเข้าเรียนได้ในทุกช่วงเวลาตลอดปีการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“หากเรารอให้ถึงรอบปีปฏิทินการศึกษาแล้วทิ้งเด็กไว้ข้างนอก เชื่อเถอะว่าอีกแค่สัปดาห์หนึ่ง หรือเดือนหนึ่ง มันก็นานพอที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจไม่อยากเรียนต่อแล้ว ดังนั้นสิ่งแรกที่ทุกโรงเรียนต้องเข้าใจให้ตรงกันและหาแนวทางปฏิบัติให้ได้คือ <strong>‘ไม่ว่าเด็กจะมาตอนไหน เราต้องรับเขาไว้ก่อน’</strong> &#8230;แต่ทั้งนี้เมื่อรับเด็กเข้ามาแล้ว โรงเรียนจะต้องมีหลักสูตรพิเศษ เช่น เรียนเสริมฟื้นความรู้ ตามเก็บงาน ทำรายงาน มีทีมแนะแนวช่วยปรับสภาพจิตใจ หาทางช่วยให้เด็กได้เรียนกับเพื่อนได้เร็วที่สุด เพราะความสัมพันธ์ทางสังคมจะมีผลต่อสภาพจิตใจของเขาอย่างมาก ส่วนเรื่องของการวัดผลตามตัวชี้วัดนั้น เป็นเรื่องที่เราสามารถขยับไปทำในภาคเรียนถัดไปได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-36e36c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นี่เป็นวิธีการที่โครงการได้ทำโดยร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ จนเกิดเป็นมาตรการแนะแนวการศึกษา พร้อมให้คำปรึกษาช่วยเหลือเด็กในสภาวะวิกฤต อย่างเคสแรกๆ ที่ทำคือ เด็กหลุดไปตอนจะขึ้นชั้น ม.3 ออกไปทำงานในสวนยาง แล้วมี อสม. ไปพบ สอบถามความต้องการ ได้คำตอบว่าเด็กอยากกลับมาเรียน พอเรารู้ความต้องการเขา ก็เข้าไปคุยกับโรงเรียนทันที ซึ่ง ผอ. เขายินดีรับเด็กเข้ากลางเทอม นี่คือตัวอย่างว่าเราใช้เวลาแค่ไม่นานจากที่พบตัวเขา แล้วก็ส่งต่อเข้าไปอยู่ในโรงเรียนได้เลย ต่อจากนั้นจึงค่อยมาช่วยกันวางแนวทางช่วยเหลือให้เขาปรับตัวได้ ทั้งด้านการเรียน สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวที่บ้าน จนเด็กสามารถกลับมาเรียนเป็นปกติ และจบชั้น ม.3 ได้ในสองเทอมการศึกษา”</p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลากล่าวว่า แนวคิด ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ จะดำเนินไปได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งจังหวัดที่มีใจเดียวกันและมองเห็นเป้าหมายในทางเดียวกัน เพราะปัญหาของเด็กเยาวชนคนหนึ่งนั้นไม่ได้แก้ได้ด้วยโรงเรียน หรือกระทรวงศึกษาธิการเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังโยงใยไปถึงขอบเขตการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ที่ต้องมาร่วมมือกัน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกองคาพยพ ซึ่งจังหวัดยะลาถือว่ามีต้นทุนที่ดีในเรื่องการให้ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยหนุนเสริมการทำงาน ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อว่ามาตรการที่จังหวัดยะลาทำสามารถนำไปแลกเปลี่ยนและปรับใช้ขยายผลยังพื้นที่อื่นได้เช่นกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4cb767"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ผลักดัน-ห้องเรียนฉุกเฉิน-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเชื่อว่าบทเรียนทางการศึกษานั้นสามารถส่งต่อกันได้ ถ้าเข้าใจแก่นแท้ของการทำงานจริงๆ ทั้งนี้ การสนทนาแลกเปลี่ยนการทำงานระหว่างกันทั้งในมุมที่สำเร็จหรือล้มเหลวเองก็ตาม จะเป็นหนทางที่ทำให้ทุกฝ่ายทุกพื้นที่ขยับเข้าใกล้การค้นพบคำตอบของการแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ได้ในที่สุด</p>



<p>“ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้มองว่าเด็กคนหนึ่งที่เรารับเข้ามาเรียน มันไม่จำเป็นว่าเขาต้องได้เกรดสี่ทุกวิชาถึงควรจะได้รับการสนับสนุน เพราะจุดประสงค์จริงๆ ของการศึกษาคือ ถ้าเราประคองเขาให้อยู่ในระบบต่อไปได้จนจบ ระหว่างนั้นก็พยายามสอดแทรกสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตเด็กเรื่องชีวิตและการทำงาน เช่น การฝึกทักษะอาชีพ เสริมการพัฒนาจากภายในให้รู้ถูกผิด คิดได้ รับผิดชอบตนเองได้ดีขึ้น เมื่อถึงตรงนั้นโอกาสชีวิตของเด็กจะเปิดกว้างขึ้น ไม่ว่าจะไปเรียนต่อสายสามัญ สายอาชีพ หรือพัฒนาตนเองไปเป็นแรงงานที่มีฝีมือ สร้างรายได้เลี้ยงชีวิต เลี้ยงครอบครัวตนเองได้ในอนาคต”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-281221/">ยะลาโมเดล ผลักดัน ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ‘ถ้าเด็กพร้อม เราต้องพาเขากลับมาได้ทันที’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดไทม์ไลน์ ‘8 เดือนที่สูญหาย’ ของ วง ตาวง จากวันที่หลุดจากรั้วโรงเรียนช่วงรอยต่อ ด้วยผลกระทบจากโควิด-19 จนถึง วันได้กลับเข้าเรียนอีกครั้ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-231221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-8-lost-months-timeline-231221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Dec 2021 05:08:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วง ตาวง]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดจากรั้วโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วงรอยต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49719</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เยาวชนคนหนึ่งต้องหลุดจากระบบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-231221/">เปิดไทม์ไลน์ ‘8 เดือนที่สูญหาย’ ของ วง ตาวง จากวันที่หลุดจากรั้วโรงเรียนช่วงรอยต่อ ด้วยผลกระทบจากโควิด-19 จนถึง วันได้กลับเข้าเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เยาวชนคนหนึ่งต้องหลุดจากระบบการศึกษา ตรงช่วงชั้นรอยต่อปีการศึกษา 63-64 เมื่อเขาจบ ม.3 พร้อมกับน้องสาว ในช่วงที่ครอบครัวไม่มีรายได้ จนต้องยอมสละสิทธิ์ให้น้องได้เรียนต่อ ขณะที่ตนเองตัดสินใจไปช่วยแม่ทำงาน</p>



<p>แต่วันหนึ่ง เขาก็พบว่าเส้นทางที่เลือกไม่เอื้อกับสิ่งที่หวัง เมื่อเพื่อนร่วมชั้นที่จบ ม.3 มาด้วยกัน รวมถึงน้องสาวของเขายังอยู่บนเส้นทางการศึกษา เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ด้วยสถานะนักเรียน เช่นการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขณะที่วงจรชีวิตของเขาที่นอกรั้วสถาบันการศึกษา คือการทำงานหนักทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ โดยแทบไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-463b26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-8เดือน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วง ตาวง วัย 17 ปี เด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียน<br>ด้วยผลกระทบจากโควิด-19</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และนี่คือช่วงเวลา 8 เดือน บนเส้นทางคู่ขนานที่ค่อย ๆ พาเขาห่างไกลออกไปจากระบบการศึกษา จนตัวเขาเองเริ่มคิดว่า หากชีวิตยังคงอยู่ที่นอกรั้วโรงเรียนต่อไป วันหนึ่งแรงใจไฟฝันที่เขายังพอมีให้กับการเรียน ก็คงจะค่อย ๆ เลือนจางลง &#8230;แล้วถึงวันนั้น การศึกษากับตัวเขาก็คงต้องลาขาดจากกันอย่างถาวร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘Time Line’ ช่วงเวลา 8 เดือนที่สูญหายของ วง ตาวง</strong></h2>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปี 2564</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มี.ค.</strong></h4>



<ul><li>สิ้นปีการศึกษา 2563 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</li><li><strong>จบ ม.3 โรงเรียนไทรน้อย</strong> พร้อมกับน้องสาว</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca4292"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">หลุดจากรั้วโรงเรียนช่วงรอยต่อ ด้วยผลกระทบจากโควิด-19</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เม.ย.</strong></h4>



<ul><li><strong>ครอบครัวขาดรายได้</strong>อย่างหนัก</li><li>ช่วยแม่ทำงานรับจ้างระหว่างปิดเทอม</li></ul>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พ.ค.</strong></h4>



<ul><li><strong>เตรียมสมัครเรียนต่อ ม.4</strong> พร้อมน้องสาว</li><li>สภาพคล่องการเงินครอบครัวไม่ดีขึ้น<br>เหลือกำลังส่งเสียลูกได้เพียงคนเดียว</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53e901"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">“น้องเรียนเก่งกว่าผม เขาควรได้เรียนก่อน ส่วนผมตั้งใจจะไปช่วยแม่ทำงานเพื่อให้ครอบครัวเราดีขึ้น”</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มิ.ย.</strong></h4>



<ul><li><strong>ตัดสินใจไม่เรียนต่อ</strong> เพื่อให้น้องสาวได้เรียน</li><li>วางแผนเรียน กศน. / ช่วยงานแม่เต็มตัว<br>หวังให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น</li></ul>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong>ก.ค.</strong></strong></h4>



<ul><li><strong><strong>ทุกวันตื่นนอนตี 5 ทำงานในสวน-ไร่</strong> (ถอนหญ้า, เก็บผัก, ตัดต้นไม้ ฯลฯ)</strong><br>ตั้งแต่ 7-9 โมงเช้าจนพลบค่ำ</li><li>รับค่าแรงวันละ 300-400 บาท<br>(เป็นค่าจ้างสำหรับ 1 แรง ที่วงต้องแบ่งกับแม่สองคน)</li><li>เปิดเทอมปีการศึกษา 2564 น้องสาวเริ่มเรียนออนไลน์</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50c976"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">&#8220;บางทีผมก็แอบไปเอาหนังสือเรียนของน้องมาเปิดดูว่าบทเรียนของชั้น ม.ปลายเป็นยังไง&#8221;</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ส.ค.</strong></h4>



<ul><li>ตระหนักว่า<strong> ‘ทางที่เลือกไม่ง่ายอย่างที่คิด’</strong><br>เพราะแม้ทำงานหนัก แต่รายได้ไม่เพิ่ม</li><li>กังวลว่าอนาคตต้องจมอยู่กับงานในสวน-ไร่<br>และอาจไม่ได้กลับไปเรียนอีก</li><li>ย้อนนึกถึงความใฝ่ฝันของตนที่อยากเป็น ‘ยูทูเบอร์’<br>คิดถึงโรงเรียน อยากกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง</li></ul>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก.ย.</strong></h4>



<ul><li><strong>กสศ.-สพฐ. สำรวจเด็กเยาวชนไม่มีรายชื่อเรียนต่อ</strong>ช่วงชั้นที่สูงขึ้น<br>ตามแนวทางการสร้าง ‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’</li><li>พบ <strong>วง เป็น 1 ใน 4.3 หมื่นคน ที่หลุดจากระบบการศึกษาช่วงเทอม 1 ปีการศึกษา 2564</strong></li><li>โรงเรียนเปิดเรียนออนไซต์ น้องสาววงได้สิทธิ์นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีน ส่วนวงไม่ได้รับสิทธิ์</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ca877"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-8เดือน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย<br>โรงเรียนได้ทำงานร่วมกับ กสศ. จนเกิดเป็น “ไทรน้อยโมเดล”</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ต.ค.</strong></h4>



<ul><li>แจ้งความประสงค์ว่า<strong>อยากกลับเข้าเรียนชั้น ม.4 </strong>โรงเรียนไทรน้อย<br>หลัง กสศ. สอบถามความต้องการในการให้ความช่วยเหลือ</li><li>วงสื่อสารติดตามความเป็นไปได้กับ กสศ. เป็นระยะ<br>ยืนยันความปรารถนาของตน และหวังว่าจะได้กลับไปเรียนจริง ๆ  </li></ul>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลับเข้าเรียน</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong>พ.ย.</strong></strong></h4>



<ul><li>กสศ. ประสานกับโรงเรียนไทรน้อย นำ<strong>กลับเข้าโรงเรียน</strong>  </li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2af54b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/08-8เดือน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">หลัง 8 เดือนที่สูญหาย หลุดจากรั้วโรงเรียน<br>&#8216;วง ตาวง&#8217; กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ธ.ค. 2564 &#8211; ก.พ. 2565</strong></h4>



<ul><li><strong>เข้าโปรแกรมฟื้นฟูความรู้</strong>ที่โรงเรียน สลับเรียนออนไลน์จากที่บ้าน  </li><li>เติมความรู้ด้วยโปรแกรมจากนอกโรงเรียน<br>โดย กสศ. เป็นผู้สนับสนุน</li></ul>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มี.ค. 2565 </strong></h4>



<ul><li><strong>ประเมินผล</strong>ก่อนเข้าสู่ปีการศึกษา 2565<br>(ขึ้นชั้น ม.5 หรือเริ่ม ม.4 อีกครั้ง ในปีการศึกษาถัดไป)</li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-timeline-231221/">เปิดไทม์ไลน์ ‘8 เดือนที่สูญหาย’ ของ วง ตาวง จากวันที่หลุดจากรั้วโรงเรียนช่วงรอยต่อ ด้วยผลกระทบจากโควิด-19 จนถึง วันได้กลับเข้าเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
