<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รศ.ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Jul 2022 03:47:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>รศ.ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ผลิต ‘ครูพร้อมใช้’ คืนชุมชน ตอบโจทย์โรงเรียน (ขนาดเล็ก) ในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teachereef-090722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Jul 2022 03:47:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกรียงวุธ นีละคุปต์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.บัญชา สำรวยรื่น]]></category>
		<category><![CDATA[ครูของชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ครูพร้อมใช้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58173</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครูสอนดี เข้าใจเด็ก &#8230;แต่อยู่ได้ไม่นานเพราะปรับตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teachereef-090722/">3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ผลิต ‘ครูพร้อมใช้’ คืนชุมชน ตอบโจทย์โรงเรียน (ขนาดเล็ก) ในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>ครูสอนดี เข้าใจเด็ก &#8230;แต่อยู่ได้ไม่นานเพราะปรับตัวเข้ากับชุมชนไม่ได้</p><p>ครูจบหลักสูตรปฐมวัย &#8230;แต่ต้องสอนควบประถมศึกษา</p></blockquote>



<p>สถาบันผลิต ทุ่มฝึกฝนพัฒนาทักษะนักศึกษาครูตั้ง 4 ปี &#8230;แต่เรียนจบแล้ว กลับขาด Passion ตัดสินใจไปประกอบอาชีพอื่น</p>



<p>ปัญหาเหล่านี้เหมือนอยู่คู่กับแวดวงการพัฒนาระบบผลิตและพัฒนาครูมายาวนาน ทั้งที่เป็นโจทย์ข้อแรกๆ ของการปฏิรูประบบการศึกษา ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความเสมอภาคให้กระจายออกไป เพื่อให้การเข้าถึง ‘การศึกษาคุณภาพ’ สำหรับเด็กและเยาวชนเกิดได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทใดหรือห่างไกลแค่ไหนก็ตาม</p>



<p>ตั้งแต่ปี 2562 กสศ. สร้างเครือข่ายระดับพื้นที่ เพื่อค้นหาเยาวชนที่จบชั้น ม.ปลาย และ ‘อาชีพครู’ เป็นงานที่ใฝ่ฝัน ทั้งยังตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปสอนเด็กๆ ในพื้นที่ชุมชนของตน ด้วยความร่วมมือกับสถาบันผลิตครู ชุมชน และโรงเรียนปลายทางที่นักศึกษาจะกลับไปบรรจุ บ่มเพาะด้วยการคิดวิเคราะห์ร่วมกัน ปลุกปั้นจนเกิดเป็นหลักสูตรเฉพาะที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานจากบริบทแวดล้อม เพื่อหล่อหลอมน้องๆ เหล่านั้น จากนักศึกษาให้เรียนรู้และเติบโตจนเป็นครูที่เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์จากท้องถิ่น จนเกิดเป็นแนวทางการสร้างและพัฒนา ‘ครูของชุมชน’ ที่พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที หรือเรียกได้ว่าเป็น ‘ครูพร้อมใช้’&#8230;ภายใต้ชื่อโครงการ ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’</p>



<p>จากวันนั้นถึงวันนี้ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ดูแลนักศึกษาครูมาแล้ว 3 รุ่น ใน 16 สถาบันต้นแบบ กับอีก 696 โรงเรียนปลายทาง มีนักศึกษารวมทั้งหมด 866 คน กระจายใน 54 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค และทำให้เกิดหลักสูตรใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย</p>



<p><strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า นักศึกษาในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นกลุ่มนี้ คือพลังสำคัญของการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทั้งในแง่มุมของการ<strong>เติมเต็มความฝันนักเรียนผู้ขาดแคลนโอกาส ให้ได้เรียนในสาขาศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์ และจบไปประกอบอาชีพครูอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ ทั้งยังจะเป็นดอกผลที่สะท้อนไปถึงอนาคต เมื่อนักศึกษาทุนเพียง 1 คนที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ จะกลับไปยังท้องถิ่นของเขา และทำหน้าที่บ่มเพาะเด็กเยาวชนอีกนับร้อยนับพันชีวิต ให้เติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c24307"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-ดารณี-อุทัยรัตนกิจ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มีเป้าหมายที่จะหยั่งรากยังพื้นที่ห่างไกลของประเทศ ให้นักเรียนที่ขาดแคลนโอกาสแต่มีศักยภาพสูงและมีใจรักที่จะเป็นครูได้รับโอกาสเรียน ด้วยหลักสูตรที่จะเติมสมรรถนะทางวิชาการ วิชาชีพ การจัดการเรียนการสอนห้องเรียนคุณภาพสูง เป็นครูที่มีส่วนร่วมกับการพัฒนาชุมชน และมีถึงปลายทางคือทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ ลดช่องว่างเรื่องมาตรฐานความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนขนาดเล็กในถิ่นทุรกันดาร</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย สร้างระบบผลิตและพัฒนาครูภายใต้อัตลักษณ์ท้องถิ่น สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละชุมชน ผ่านการออกแบบหลักสูตรโดยเครือข่ายภูมิภาคที่เข้มแข็ง โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และพร้อมปรับเปลี่ยนการพัฒนาครูให้ตอบโจทย์การจัดการเรียนการสอนเชิงพื้นที่ และเลื่อนไหลเท่าทันตามความผันแปรของสังคมโลก”</p>



<p>และในโอกาสที่โครงการ ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ กำลังจะเปิดรับสถาบันจากทั่วประเทศ เข้าร่วมผลิตนักศึกษาครู ‘รุ่น 4’ (ปีการศึกษา 2566) ในวันที่ 21 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2565 นี้ มาดูกันว่าตลอดสามปีของการดำเนินงาน แต่ละสถาบันต้นแบบมีนวัตกรรมที่น่าสนใจ หรือหลักสูตรที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงกระบวนการอย่างไรบ้าง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ครูต้องเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้เข้ากับวิถีชีวิตและปัญหาในชุมชนได้”</strong></h2>



<p><strong>รศ.ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข คณะบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า การแก้ปัญหาการศึกษาที่ผ่านมา ยังขาดการคำนึงถึงปัญหาที่มีในท้องถิ่น ทางสถาบันจึงปรับปรุงการผลิตและพัฒนาครู ด้วยการบูรณาการศาสตร์วิชาต่างๆ ให้เชื่อมต่อเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คน โดยออกแบบการเรียนรู้ที่นำมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้เรียน และปัญหาที่มีความท้าทายจากโรงเรียนปลายทางที่นักศึกษาจะเข้าบรรจุ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1d1a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-เกียรติสุดา-ศรีสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข คณะบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นคือกลไกที่มาช่วยให้มหาวิทยาลัยทำงานได้เร็วขึ้น <strong>ในช่วงเวลาสามปีเราได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนและโรงเรียนปลายทาง จนมองเห็นมิติหลากหลายที่มหาวิทยาลัยได้นำกลับมาออกแบบหลักสูตรเฉพาะทาง โดยใช้ปัญหาจากพื้นที่จริงเป็นฐาน ซึ่งเราคิดว่านี่คือเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงทางการศึกษา ความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัย และชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่</strong> เพราะเมื่อวันที่ครูรุ่นใหม่กลุ่มนี้จบออกไปทำงาน เขาจะสามารถมองเห็นแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนที่ตรงจุด นั่นเพราะเขาได้ผ่านการเรียนรู้และขัดเกลาทักษะเพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่นของตนโดยตรง ตลอดเวลาสี่ปีที่เป็นนักศึกษา”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปฐมวัย-ประถมศึกษา</strong><br><strong>หลักสูตรสองปริญญาแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น</strong></h2>



<p><strong>อาจารย์ ดร.เกรียงวุธ นีละคุปต์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</strong> กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นนับว่ามาช่วยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตครูตั้งแต่ต้นทาง จากเคยตั้งรับ วันนี้มหาวิทยาลัยทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ค้นหาเด็กที่ขาดโอกาสในชนบทห่างไกล และเมื่อได้ตัวคนที่ใช่มาแล้ว สถาบันผู้ผลิตจะวางแนวทางพัฒนาศักยภาพผู้เรียนร่วมกับชุมชนและโรงเรียนปลายทาง เติมเต็มตามกรอบสมรรถนะที่กำหนดเป็นเวลา 4 ปีเต็ม เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณลักษณะตรงกับความต้องการของพื้นที่ ซึ่งเมื่อจบการศึกษาแล้วก็จะบรรจุทำงานได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08063e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เกรียงวุธ-นีละคุปต์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาจารย์ ดร.เกรียงวุธ นีละคุปต์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การที่นักศึกษาได้โอกาสฝึกงานในพื้นที่จริง คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยได้สร้างสรรค์หลักสูตรพัฒนาผู้เรียนให้เป็นครูคุณภาพตรงตามบริบทพื้นที่</p>



<p>“หลังร่วมโครงการ เราปรับให้มีหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเพิ่มพูนทักษะตามความสมัครใจ โดยจากการฝึกประสบการณ์นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 1 สาขาปฐมวัย ทำให้พบว่าการลงพื้นที่จริง ณ โรงเรียนปลายทาง นักศึกษาหลายคนเจอปัญหาครูไม่พอสอนเด็กครบชั้น ทำให้นักศึกษาครูสาขาปฐมวัยต้องรับผิดชอบการสอนระดับประถมศึกษาด้วย“ดังนั้นพอถึงรุ่นที่ 2 ทาง<strong>มหาวิทยาลัยจึงปรับให้มีหลักสูตรเสริมสมรรถนะ (Enrichment Program) ให้นักศึกษาสามารถเลือกเรียนสาขาปฐมวัย-ประถมศึกษา ไปพร้อมกัน ทั้งในลักษณะเรียนเสริมเพื่อนำทักษะไปใช้ หรือใครที่ต้องการเก็บหน่วยกิตเพิ่มเติม เพื่อสำเร็จปริญญาหลักสูตรสองสาขาก็สามารถทำได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘Ready Teacher’ ครูพร้อมใช้ของชุมชน</strong></h2>



<p><strong>ผศ.ดร.บัญชา สำรวยรื่น คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม</strong> กล่าวว่า ครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นโครงการที่ถูกที่ถูกเวลา เนื่องจากในรอบสามปีผ่านมาได้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายด้านเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะแผนงาน ‘Big Rock’ ที่มุ่งขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนรู้ซึ่งสะท้อนไปถึงการผลิตครูโดยตรง ทางมหาวิทยาลัยจึงปรับหลักสูตรการผลิตและพัฒนาครูที่สอดคล้องกับแผน โดยเน้นปลายทางว่าครูหนึ่งคนซึ่งจะกลับไปจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนแต่ละแห่ง จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-016407"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บัญชา-สำรวยรื่น-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.บัญชา สำรวยรื่น คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราใช้วิธีพัฒนาฐานสมรรถนะเติมเต็มนักศึกษาในแต่ละปี โดยตั้งธงว่า<strong>เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว เขาต้องเป็น ‘ครูพร้อมใช้’ ทันที ไม่ต้องมีการอบรมเพิ่มเติมหรือใช้เวลาปรับตัวกับพื้นที่ที่เข้าไปบรรจุ สามารถทำได้ทุกอย่าง สอนได้ วิเคราะห์หลักสูตรได้ เขียนแผนการจัดการเรียนการสอนได้ ทำงานบริการสังคมได้ มีความรู้ครอบคลุมเรื่องเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะชีวิตให้กับนักเรียน ตลอดจนสามารถดำเนินกิจกรรมโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนได้</strong> ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ สถาบันผู้ผลิตต้องพัฒนาหลักสูตรที่พร้อมยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ เปลี่ยนแปลงได้ทุกปี โดยยึดความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกเป็นศูนย์กลาง</p>



<p>“สำหรับปีการศึกษา 66 ที่เราเตรียมรองรับนักศึกษาครูรุ่นที่ 4 ทางมหาวิทยาลัยจะเพิ่มหลักสูตร ‘ครูผู้สร้างนวัตกร’ รองรับอนาคต เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กสามารถนำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ระหว่างเรียน ด้วยประเมินแล้วว่าประเทศเรายังต้องเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ต่อไปอีกหลายปี”</p>



<p><strong>และนี่คืองานที่ กสศ. ทำร่วมกับสถาบันผู้ผลิตและพัฒนาครูของประเทศ เพื่อให้เกิดกระบวนการสร้าง ‘ครูของชุมชน’ ตั้งแต่ต้นทาง ค้นหา ‘คนที่ใช่’ แล้วนำมาเติมเต็ม บ่มเพาะศักยภาพภายใน ผ่านองค์ความรู้ใหม่ที่สถาบันสร้างสรรค์ จนได้ครูที่มีคุณสมบัติพร้อมกลับไปทำงานพัฒนาภูมิลำเนาของตน ซึ่งผลในบั้นปลายท้ายสุด ผลผลิตของโครงการจะไม่ได้มีเพียง ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ 1,500 คน ตามเป้าหมายโครงการเท่านั้น แต่ในภาพรวมยังหมายถึงการปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครูในสถาบันทั่วประเทศ ซึ่งคือการพัฒนาประเทศชาติในระยะยาว</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teachereef-090722/">3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ผลิต ‘ครูพร้อมใช้’ คืนชุมชน ตอบโจทย์โรงเรียน (ขนาดเล็ก) ในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
