<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B5-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jun 2023 09:28:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>รศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. เตรียมความพร้อมส่งบัณฑิตครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 คืนสู่โรงเรียนปลายทาง อุดช่องว่างขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020623-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 09:28:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ค.ศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมมือ ร่วมใจ สร้างครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คส.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อนันต์ พันนึก]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68213</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2565 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623-2/">กสศ. เตรียมความพร้อมส่งบัณฑิตครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 คืนสู่โรงเรียนปลายทาง อุดช่องว่างขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2565 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> โดยสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา จัดประชุมเชิงปฏิบัติ <strong>‘ร่วมมือ ร่วมใจ สร้างครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น’</strong> ครั้งที่ 1 ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการผลิตและพัฒนาครูเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และขั้นตอนเตรียมการบรรจุและแต่งตั้งครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 โดยมีศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารและครูโรงเรียนปลายทาง สถาบันผลิตและพัฒนาครูที่เข้าร่วมโครงการ ทีมหนุนเสริมโรงเรียนในภูมิภาค คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานภาคีความร่วมมือ เข้าร่วม&nbsp;</p>



<p>การประชุมครั้งนี้เป็นวาระสำคัญของ <strong>‘<a href="https://www.eef.or.th/fund/teachereef/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</a>’</strong> ซึ่งดำเนินมาแล้ว 4 ปี โดยความร่วมมือ 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (คส.) ที่ช่วยสนับสนุนและพัฒนาโครงการร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ที่นักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 เข้าสู่กระบวนการฝึกสอนและเตรียมบรรจุเป็นข้าราชการครู ณ โรงเรียนปลายทางในปีการศึกษา 2567</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dec1a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.อนันต์-พันนึก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อนันต์ พันนึก ผู้ช่วยเลขาธิการ<br>คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อนันต์ พันนึก ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน </strong>กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกลเป็นสิ่งที่ สพฐ. ประสบอยู่ในปัจจุบัน ด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบางอย่างที่ทำให้ครูบรรจุใหม่อยู่ในพื้นที่ได้ไม่นาน โดยสาเหตุหลักที่พบคือ&nbsp;</p>



<p>1) เกิดจากหลักเกณฑ์ข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้กับโรงเรียนทุกขนาด ว่าด้วยการคำนวณอัตรากำลังครูโดยใช้จำนวนนักเรียนเป็นฐาน ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารมีครูไม่ครบชั้น หรือไม่เพียงพอกับสัดส่วนการดูแลนักเรียน&nbsp;</p>



<p>2) ครูที่ได้รับการบรรจุในพื้นที่ห่างไกลส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ประกอบกับความต้องการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งพื้นที่อื่นมีความพร้อมเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า ดังนั้นเมื่อครูกลุ่มนี้ได้รับการบรรจุในพื้นที่ห่างไกลเป็นเวลา 2 ปีตามเกณฑ์แล้วจึงมักขอย้ายออก ขณะที่การบรรจุแต่งตั้งครูใหม่ไม่สามาถดำเนินการได้ทันที ทำให้ไม่สามารถหาครูทดแทนได้ จนเกิดภาวะขาดแคลนครู ส่งผลให้การเรียนรู้ของเด็กขาดความต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f6382e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผลสำรวจล่าสุดของ สพฐ. ในวาระการเปิดสอบบรรจุครูเดือนมิถุนายน 2566 พบว่ามีตำแหน่งว่างในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาราว 30,000 อัตรา เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้สิ่งที่ตามมาคือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือการเติมครูเข้าไปในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลกลายเป็นอุปสรรค โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ. จึงก่อเกิดขึ้น โดยมีการพัฒนารูปแบบการผลิตและพัฒนาครูร่วมกับสถาบันต้นแบบและสถานศึกษาปลายทาง เป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาขาดแคลนครูของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ด้วยการให้โอกาสกับเยาวชนที่มีศักยภาพในพื้นที่ และมีความตั้งใจที่จะกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ให้ได้รับการศึกษาในวิชาชีพครูภายใต้การดูแลของคณะทำงานโครงการ และเมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุทันทีในโรงเรียนปลายทางที่กำหนดไว้”</p>



<p><strong>ดร.อนันต์ </strong>ระบุว่า จุดเด่นที่แตกต่างจากโครงการผลิตครูของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมาคือ ครูรัก(ษ์)ถิ่นจะเป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการระยะยาวว่าด้วยการรับนักศึกษาครูเพื่อนำมาผลิตและพัฒนาในระบบปิด จากการลงพื้นที่ค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกเยาวชนผู้มีความสามารถ แต่ขาดแคลนโอกาส แล้วทำงานร่วมกับโรงเรียนปลายทางในภูมิลำเนาของนักศึกษา พร้อมกระบวนการส่งต่อจากโรงเรียนถึงมหาวิทยาลัย และจากมหาวิทยาลัยกลับคืนสู่โรงเรียนปลายทาง กระบวนการนี้จึงไม่ใช่เพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงไปที่ตัวบุคคล หากยังเป็นการพัฒนาโรงเรียนปลายทางควบคู่กันไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01.jpg" alt="" data-id="68222" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68222" class="wp-image-68222" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04.jpg" alt="" data-id="68223" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68223" class="wp-image-68223" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>“การค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมในพื้นที่ เพื่อผลิตและพัฒนาเป็นครูที่มีคุณภาพ พร้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาของตนเองนั้น ทาง สพฐ. และเขตพื้นที่การศึกษาได้เตรียมตำแหน่งรองรับไว้แล้ว เพื่อให้ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 ที่จะจบการศึกษาในปี 2567 สามารถเข้าไปเติมเต็มในโรงเรียนที่ขาดแคลนได้ทันที พร้อมกันนี้คณะทำงานยังเดินหน้าเตรียมหารือกับทุกฝ่าย เพื่อจัดกระบวนการรองรับบัณฑิตรุ่นต่อ ๆ ไป เพราะสิ่งสำคัญคือเราต้องวางแผนให้กับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่นในอนาคต ว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วจะมีขั้นตอนบรรจุในแต่ละอัตราอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในขั้นตอนเปลี่ยนผ่านจากสถาบันอุดมศึกษาสู่โรงเรียนปลายทาง และให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาได้รับจัดสรรครูตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02.jpg" alt="" data-id="68226" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68226" class="wp-image-68226" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06.jpg" alt="" data-id="68227" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68227" class="wp-image-68227" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>“นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกที่จะสำเร็จการศึกษาในปี 2567 คือบัณฑิตครูในสาขาปฐมวัยและประถมศึกษา ซึ่งปัจจุบันเป็นสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะกับโรงเรียนกันดารห่างไกล โรงเรียนขนาดเล็กบนพื้นที่สูง หรือโรงเรียนบนเกาะ ดังนั้นการได้รับครูปฐมวัยและประถมศึกษาเข้าไปเติมเต็ม จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้ดีขึ้น สอดคล้องกับหลักเกณฑ์คำนวณอัตรากำลังในสถานศึกษาตาม ว.23 ของ ก.ค.ศ. ว่าในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ต้องมีครูวิชาเอกปฐมวัยและประถมศึกษาเป็นหลัก โดยการผลิตครูเพื่อแก้ปัญหาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด และเป็นการเพิ่มคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนเหล่านี้”</p>



<p><strong>ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า เชื่อว่าคณะทำงานทุกฝ่าย พร้อมแล้วที่จะเปิดรับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 เข้าสู่สถานศึกษา เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าโรงเรียน 20,000 กว่าแห่งในสังกัด สพฐ. นั้นมีความแตกต่างเชิงพื้นที่ ฉะนั้นสิ่งที่โรงเรียนเหล่านี้ต้องการคือครูที่เป็นคนในพื้นที่ เพื่อความเข้าใจในบริบทของนักเรียน โรงเรียน สภาพแวดล้อม และทรัพยากร ทั้งยังจะช่วยลดอัตราการขอย้ายย้ายออกในระยะยาว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3298f8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า ปีการศึกษา 2567 เป็นปีแรกที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกจำนวน 327 คน จะเข้าบรรจุและเริ่มจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. 281 แห่ง ครอบคลุม 44 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยโรงเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนครูสูง จะได้รับครู 2 คน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>กสศ. และภาคีทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การเติมครูเข้าไปในโรงเรียน แต่กระบวนการผลิตและพัฒนาครูตลอดช่วง 4 ปี ที่ได้มีการปรับปรุงและนำเอานวัตกรรมที่ กสศ. ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น การจัดการเรียนการสอนโดยภาษาถิ่นหรือการสอนคละชั้น ได้มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาตามบริบทและเงื่อนไขของโรงเรียนในท้องถิ่นต่าง ๆ พร้อมด้วยหน่วยสนับสนุนที่จะเป็นที่ปรึกษาระยะยาว เพื่อให้การทำงานของครูในโรงเรียนปลายทางเกิดความยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d90ba4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กสศ. และ 5 หน่วยงานหลัก ทำให้เกิดการจัดสรรงบประมาณ มีกระบวนการผลิตและพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นละ 300 คน เป็นระยะเวลา 5 ปี ตลอดโครงการจะมีครูรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและเป็นผลผลิตจากท้องถิ่น ได้รับการป้อนกลับไปยังโรงเรียนปลายทางรวมทั้งสิ้น 1,500 คน</p>



<p>“ครูรัก(ษ์)ถิ่นทั้งหมดในโครงการ 1,500 คน จะปฏิบัติงานในพื้นที่คนละ 6 ปีเป็นอย่างต่ำ โดยมีสถาบันผลิตและพัฒนาครูติดตามดูแลด้วยรูปแบบ service learning หรือช่วยพัฒนาครูไปด้วยกันตลอดเส้นทางในระหว่างการจัดการเรียนการสอน ซึ่ง กสศ. และคณะทำงานทุกฝ่ายมีความตั้งใจว่ากระบวนการนี้จะเป็นต้นแบบเชิงนโยบายให้กับการผลิตครู เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในอนาคต</p>



<p>“กสศ. ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีมาตลอด และขอเชิญชวนทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน มาร่วมกันต้อนรับและสนับสนุนครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรก ที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2567 ให้มีความพร้อม มีทรัพยากร มีกำลังหนุนเสริม เพื่อสร้างและขยายให้ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ขยายผลออกไปได้ไกลกว่าในรั้วโรงเรียน โดยสร้างประโยชน์ไปถึงชุมชน สังคม และให้ผู้คนในวงกว้างได้เห็นความก้าวหน้าในการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล และสุดท้ายคือเพื่อให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นทั้ง 327 คนในรุ่นแรก สามารถเป็นต้นแบบให้กับรุ่นน้อง ๆ อีก 4 รุ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นครูต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-608c80"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.พลรพี-ทุมมาพันธ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ รองเลขาธิการคุรุสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับขั้นตอนการบรรจุเพื่อไปเป็นครูในโรงเรียนปลายทาง <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ รองเลขาธิการคุรุสภา</strong> กล่าวว่า นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 จะเข้าบรรจุรอบแรกในเดือนกรกฎาคม 2567 และรอบที่สองในเดือนตุลาคม 2567 นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญร่วมกัน สำหรับคุรุสภาถือเป็นเครือข่ายหนึ่งที่ทำงานร่วมกับ กสศ. พร้อมช่วยสนับสนุนเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาสำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 และรุ่นต่อ ๆ ไป โดยยึดถือในหลักเกณฑ์เดียวกันกับครูทุกคนที่จะเข้ารับการบรรจุ</p>



<p>สำหรับมาตรฐานวิชาชีพครู ปัจจุบันเป็นข้อบังคับฉบับที่ 4 ประกาศใช้เมื่อปี 2562 ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก คือ 1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพ 2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ 3) มาตรฐานการปฏิบัติตน หรือที่เรียกว่า ‘จรรยาบรรณของวิชาชีพ’ ซึ่งก่อนที่นักศึกษาครูจะเรียนจบและออกไปเป็นครู จะต้องผ่านขั้นตอนการสอบตามเกณฑ์กำหนด จึงจะสามารถไปปฏิบัติวิชาชีพครูได้ โดยข้อบังคับฉบับที่ 4 ระบุว่า นักศึกษาครูทุกคนที่จบการศึกษาจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (P License) โดยอัตโนมัติ หมายถึงการมีมาตรฐานความรู้จากการสอบผ่านวิชาครู ซึ่งปัจจุบันมุ่งไปที่การวัดทักษะมากกว่าตัวความรู้ โดยนักศึกษาต้องผ่านแบบทดสอบในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง (situation based) เพราะครูในยุคสมัยใหม่เมื่อเข้าบรรจุแล้วต้องมีความสามารถทำได้และทำเป็น  จึงต้องประเมินเชิงสมรรถนะโดยใช้การทดสอบเชิงสถานการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccbe87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วน ‘ประสบการณ์ทางวิชาชีพ’ จะมาจากการฝึกสอนในโรงเรียน โดยหลักสูตรกำหนดไว้ว่าครูทุกคนต้องมีชั่วโมงฝึกสอนรวมกันอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา ซึ่งในปีการศึกษา 2566 นี้ ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงแล้วตลอดทั้งปี ส่วนมาตรฐานการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน เป็นเรื่องการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติตนในฐานะครู รวมถึงการมีความสัมพันธ์กับชุมชนและผู้ปกครอง ซึ่งจะมีการประเมิน 3 ครั้งในทุกสิ้นปีการศึกษา ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ถึงชั้นปีที่ 4 โดยคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้นสังกัด และส่งข้อมูลไปยังคุรุสภา</p>



<p>“ครูที่จะสอบบรรจุเข้ารับราชการจะต้องมีคุณสมบัติคือ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ไม่มีประวัติเสื่อมเสียในการปฏิบัติตน มีความรู้ความสามารถซึ่งผ่านการทดสอบและบ่มเพาะประสบการณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และสำหรับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น มีการประกาศไว้อย่างชัดเจนในหลักสูตรว่า เมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุทันที </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-019a3c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/16_ครูรุ่นใหม่หัวใจรักษ์ถิ่น-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อย่างไรก็ตาม สำหรับคำถามที่ว่าครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น หรือครูในโครงการอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจะมีสิทธิ์มากกว่านิสิตนักศึกษาครูทั่วไปหรือไม่ ประเด็นนี้สามารถอธิบายได้ว่า กว่าที่จะได้รับสิทธิ์เหล่านี้ ครูกลุ่มนี้ต้องผ่านข้อกำหนดว่าด้วยหลักสูตรและการขัดเกลาเพื่อการปฏิบัติงานในบริบทเฉพาะ เพื่อให้ได้คุณสมบัติพิเศษที่เมื่อลงพื้นที่บรรจุแล้วจะปฏิบัติงานในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ทันทีและต่อเนื่องยาวนาน อีกทั้งข้อแม้ของการได้รับการบรรจุทันทีหลังจบการศึกษายังมีเงื่อนไขว่า ไม่สามารถโยกย้ายได้ตามข้อกำหนดโครงการที่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้น ฉะนั้นจึงไม่อาจเรียกว่าเป็นสิทธิ์ แต่มองได้ว่าเป็นประโยชน์ของระบบการผลิตและพัฒนาครูแบบปิด โดยใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 4 ปี เพื่อให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นทั้ง 1,500 คน เข้าไปแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623-2/">กสศ. เตรียมความพร้อมส่งบัณฑิตครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 คืนสู่โรงเรียนปลายทาง อุดช่องว่างขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
