<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยาดี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Jul 2022 03:43:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.11</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ยาดี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา&#8217; ภารกิจฉุกเฉินเพื่อการศึกษา เร่งค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดใน ‘ช่วงชั้นรอยต่อ’ ก่อนตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาไปตลอดกาล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-bring-the-students-back-to-school-110722/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-bring-the-students-back-to-school-110722</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 12:04:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วงชั้นรอยต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาดี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58236</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ยิ่งเด็กนักเรียนหายไปนาน ยิ่งมีความซับซ้อน และยากต่อกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bring-the-students-back-to-school-110722/">‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ ภารกิจฉุกเฉินเพื่อการศึกษา เร่งค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดใน ‘ช่วงชั้นรอยต่อ’ ก่อนตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาไปตลอดกาล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ยิ่งเด็กนักเรียนหายไปนาน ยิ่งมีความซับซ้อน และยากต่อการตามกลับมาเรียน แต่ถ้าตามกลับมาได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรกของการเปิดเทอมใหม่ จะเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”</p></blockquote>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวถึง ความเร่งด่วนในการค้นหาเด็กๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ ‘โครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ โดยเฉพาะนักเรียนในช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษาที่มีการตัดสินใจไม่เรียนต่อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะช่วงหลังเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้หลายครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น</p>



<p>ก่อนหน้านี้ กสศ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการสำรวจเชิงลึกในช่วงเดือนมีนาคมก่อนปิดเทอม ทำให้พบข้อมูลสำคัญว่า ระหว่างรอยต่อทางการศึกษาจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และช่วงมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จะเป็นช่วงที่พบเด็กนักเรียนหลุดจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาทางด้านการเงิน ครอบครัวไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้</p>



<p>จากข้อมูลชุดนี้จึงนำไปสู่การทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กสศ., กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนเอกชนที่เป็นมูลนิธิไม่แสวงหากำไร รวมถึงคณะครูอาจารย์ในแต่ละพื้นที่เพื่อช่วยกันค้นหาเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้ามาได้โดยเร็วที่สุด ผ่านโครงการ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ โดยตัวอย่างของ ‘ยาดี’ เองที่เกือบจะหลุดออกจากระบบไปแล้ว ก็สามารถกลับมาได้อีกครั้งด้วยกระบวนการนี้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3a492"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-ไกรยยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยภาวะเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด–19 ประกอบกับฐานะทางครอบครัวของยาดีที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เธอมีพี่น้องที่อยู่ในวัยเรียนอีก 4 คน ดังนั้น เมื่อยาดีจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงตัดสินใจไม่เรียนต่อ เสียสละตัวเองออกมาปลูกผัก ทำขนมพื้นบ้านขาย ทำงานหาเงินช่วยแม่ที่ต้องรับผิดชอบคนเดียว เพื่อให้พี่และน้องของเธอได้เรียนต่อ</p>



<p>“ด้วยความที่เห็นผู้ปกครองมีรายได้ไม่พอ และไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกเรียนได้ครบทุกคน น้องเลยยอมเสียสละตัวเองเพื่อที่จะให้มีค่าใช้จ่ายส่งพี่เรียนจบ ม. 6 ก่อน และให้น้องๆ ได้เรียนต่อ คือน้องมีความกังวลมากว่า ถ้าน้องเรียนจะมีปัญหาอะไรอย่างนี้ ก็เลยยอมเสียสละเพื่อที่จะให้น้องกับพี่เรียนจบก่อน” ครูของยาดีเล่าถึงเหตุผลในการตัดสินใจไม่เรียนต่อ ทั้งที่เธอเป็นเด็กเรียนดี ประพฤติดี และมีความตั้งใจสูงมาตลอด&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบัน ยาดี เพิ่งอายุ 15 ปี เป็นนักเรียนในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ครูของเธอเล่าว่า ยาดีเป็นเด็กที่มีความประพฤติและผลการเรียนดีมาโดยตลอด ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษา ได้ผลคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากในเกือบทุกรายวิชา สอบได้ที่ 1 หรือที่ 2 ของห้องเรียนเป็นประจำ</p>



<p>“เป็นนักเรียนที่เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของครูผู้สอน และเป็นนักเรียนตัวอย่างของโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถทางด้านวาดรูป เมื่อคุณครูให้ทำชิ้นงาน ให้วาดรูประบายสี เธอจะทำออกมาได้ค่อนข้างดี สามารถที่จะเอาผลงานมาโชว์เป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนๆ ได้ นอกจากเรียนดีแล้วยังมีความมุมานะ มีความพยายามสูงอีกด้วย อย่างเมื่อปีการศึกษาที่แล้วก่อนที่จะจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องประสบกับสถานการณ์โควิด–19 โรงเรียนปิดทำการทั้งปีการศึกษา เด็กนักเรียนต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน ยาดี ไม่มีอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเรียนมากนัก สัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ไม่ค่อยดีในบริเวณบ้าน แต่ก็ยังมีความพยายาม คอยตามงาน คอยมาเอาเอกสารความรู้จากครูอย่างสม่ำเสมอ แม้ผลการเรียนจะลดลงมาบ้างเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา แต่ก็ยังรักษามาตรฐานไว้ที่เกรดเฉลี่ย 3 กว่าๆ อยู่ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับนักเรียนทั่วๆ ไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8f3bd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-ยาดี-นราธิวาส.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พาน้องกลับโรงเรียน คืนโอกาสเพื่ออนาคต</strong></h2>



<p>ด้วยความใส่ใจของครูที่ปรึกษา เพื่อนๆ ครู และทางโรงเรียน ซึ่งจะคอยติดตามว่าหลังเปิดเทอมจะมีนักเรียนหลุดออกไปบ้างหรือไม่ เพราะด้วยบริบทพื้นที่ หลายครัวเรือนไม่ใช่ครอบครัวที่มีรายได้มากนัก เมื่อบวกเข้าสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งกลายเป็นตัวเร่งให้เด็กตัดสินออกจากระบบได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กๆ ในช่วงชั้นรอยต่อ ซึ่งเหมือนเป็นทางแยกสำคัญ ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจเองก็คือปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงมาก</p>



<p>“คณะครูก็เฝ้าระวังกันอยู่ว่าจะมีใครไม่ได้เรียนต่อหรือไม่ จึงได้รับรู้ถึงปัญหาของยาดีตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเทอม เมื่อทราบว่าน้องตัดสินใจไม่เรียนต่อแน่ๆ ก็ได้ประสานงานกับโครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา เพื่อสอบถามหาวิธีช่วยเหลือ จากนั้นจึงลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกับครอบครัวและตัวนักเรียน”</p>



<p>ครูที่ปรึกษาบอกว่า ยาดีลดความกังวลในเรื่องครอบครัวลงและตัดสินใจกลับมาเรียน โดยสามารถกลับเข้าไปเรียนได้เลยในปีการศึกษานี้ แม้ว่าจะเปิดเทอมไปแล้ว ไม่ต้องเสียเวลารอ เพราะกรณีนี้มีการทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน ทำให้มีความเข้าใจกัน ช่วยเหลือกันบนหลักการที่ว่า ต้องทำให้เด็กที่กำลังหลุดกลับสู่ระบบการศึกษาให้เร็วที่สุด และต้องมีความยั่งยืนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีหลุดซ้ำอีก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แก้ปัญหา ‘เด็กหลุด’ ไม่ง่าย ต้องสร้างความร่วมมือเป็นระบบ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b277d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-สมพงศ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า เด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาทางด้านการเงินของครอบครัว มีอัตลักษณ์สำคัญที่เรียกว่า ‘ยากจนเงียบ’ คือจะไม่ค่อยกล้าพูด กล้าถาม กล้าแสดงออก ซึ่งถ้าไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ โรงเรียนและครูจะไม่ได้รู้ปัญหาที่แท้จริงของเด็ก เพราะฉะนั้นเด็กกลุ่มนี้โรงเรียนและคุณครูต้องหาเขาให้เจอ แต่เด็กกลุ่มนี้มักมีข้อดีคือ เป็นเด็กดี ใฝ่ดีและตั้งใจเรียน มีความกตัญญูกตเวที มีความอุตสาหะ มีความเสียสละ</p>



<p>ข้อมูลจากการสำรวจ พบว่า เด็กกลุ่มนี้ ที่ไม่ได้รับทุนมี 53 เปอร์เซ็นต์ ได้รับทุนเพียง 47 เปอร์เซ็นต์ จำนวนกว่าครึ่งที่ไม่เคยได้รับทุนการศึกษา จึงมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาสูงมาก</p>



<p>“ประเด็นปัญหาที่ทำให้เสี่ยงมาก คือเด็กกลุ่มนี้มีปัญหาซับซ้อนมากกว่าหนึ่งปัญหา คือปัญหาพ่อแม่ผู้ปกครอง ปัญหาค่าใช้จ่าย มีรายได้ลดลงที่จะสามารถอุปการะลูกหลาน ลดลง 78 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาครอบครัวเรื่องการหย่าร้าง ปัญหาครอบครัวต่างๆ อีก 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ เรื่องสุขภาพเขาอีก 18 เปอร์เซ็นต์</p>



<p>“เด็กยากจนคนหนึ่งถ้าคุณเจอมากกว่า 1 ปัญหา เราจะพบเลยว่าโอ้โหมันซับซ้อนมาก แล้วถ้าคุณครูไม่ตามอย่างถึงที่สุด ชนิดที่พูดคุยและเปิดใจได้ เราก็จะเห็นนะครับ ว่าเด็กก็จะค่อยๆ หลุดจากระบบการศึกษาไปแบบเงียบๆ ไปแบบไม่ค่อยมีความหวัง”</p>



<p>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ ให้คำแนะนำว่า สุดท้ายการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกระบบการศึกษาจากความยากจน จะต้องเป็นการบูรณาการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงโรงเรียนคณะครูอาจารย์ในพื้นที่ซึ่งต้องเอาใจใส่ติดตามเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำงานด้วยความร่วมมืออย่างเป็นระบบเท่านั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ</p>



<p>สำหรับกรณีของ ‘ยาดี’ แห่งนราธิวาส จึงเป็นอีกความสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความใส่ใจและความร่วมมือกัน และถึงจะเป็นแค่หนึ่งในอีกหลายกรณีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขในเวลานี้ แต่การช่วยได้แม้เพิ่มขึ้นอีกเพียงหนึ่งคน ก็มีความหมายอย่างมากต่ออนาคตและระบบการศึกษาไทยในเวลานี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bring-the-students-back-to-school-110722/">‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ ภารกิจฉุกเฉินเพื่อการศึกษา เร่งค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดใน ‘ช่วงชั้นรอยต่อ’ ก่อนตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาไปตลอดกาล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
