<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยะลา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ยะลา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2306626/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-2306626</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103242</guid>

					<description><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโงยือแร โรงเรียนสอนศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>ปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านอูแบ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัญหาปากท้อง ที่ทำให้โอกาสด้านการศึกษาถูกตัดออกไปด้วย</p>



<p>&nbsp;“เรียนในระบบถึงชั้น ม.2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะไม่มีงบจะเรียนต่อ” ซัน เฟาชาน อาแว วัย 21 เล่า</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาบอกว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรในยะลาอยู่ที่ประมาณ 108,108 บาทต่อคนต่อปี สาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อการลืมตาอ้าปากของคนในพื้นที่ คือ การเป็นจังหวัดภายใต้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551</p>



<p>“อาชีพแถวนี้จะเป็นทำสวน สวนยาง สวนทุเรียน บ้านที่รวยจะทำสวนทุเรียน เด็กก็จะไปเรียนในเมืองไม่ก็มาเลเซีย ถ้าเป็นผู้หญิง การหลุดออกจากระบบเขาไม่ได้เดือดร้อน มันมีชุดความคิดว่า พอแต่งงานไปผู้ชายต้องส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิง” สูรียาอธิบาย</p>



<p>ส่วนปัญหารองลงมา คือ ‘ความปลอดภัย’ ของพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมาย และความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ</p>



<p>‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตำบลบาเจาะ บอกว่า เด็กๆ นอกระบบของบ้านอูแบต้องเผชิญความเสี่ยงหลายอย่าง</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103243" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">สูรียา อาแว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทว่า สูรียาก็ย้ำว่า สำหรับเด็กบ้านอูแบ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าการศึกษาภาพรวมจะมีทั้งระบบโรงเรียนสามัญแบบที่เราคุ้นเคย ปอเนาะหรือโรงเรียนที่เน้นสอนศาสนา และโรงเรียนแบบกึ่งกลางที่มีทั้งการเรียนการสอนแบบสามัญและศาสนา</p>



<p>และการที่สูรียาเป็นครูตาดีกา เขารู้ดีว่าการผลักเด็กเข้าสู่ระบบเพื่อกลับไปเป็นเด็กดีในสายตาคนในชุมชนไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กก็จะหลุดออกมาเหมือนเดิม</p>



<p>โจทย์แรกของ สูรียา อาแว จึงเป็นการทำให้เด็กในพื้นที่นี้มีพื้นที่ปลอดภัยในการพัฒนาศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน</p>



<p>“พี่เชื่อว่าน้องทุกคนมีดีในตัว แต่ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น พอคนอื่นไม่เห็น บุคคลภายนอกก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน”</p>



<p>แต่การสร้างพื้นที่ให้เด็กวางใจที่จะเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะหน่วยการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) จึงไม่ได้มีแค่คณะทำงานเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลไกอื่นๆ ในสังคมที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงแกนนำเด็กและเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<ul>
<li>เปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสายตา ผ่านกลไกศาสนา&nbsp;</li>
</ul>



<p>ที่หมู่บ้านอูแบ การไม่ไปเรียนหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ไม่ใช่นิยามทั้งหมดของ ‘เด็กไม่ดี’ “เด็กไม่ดีคือเด็กที่หลงผิด เราไม่อยากให้เกิดสิ่งไม่ดีในหมู่บ้าน จึงต้อง<strong>หันหน้าเข้าหาศาสนา</strong>” ดาโอะ ลาโฮยา โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>กลไกแรกที่สูรียาดึงเข้ามา คือ กลไกศาสนา สำหรับพื้นที่ที่ผู้คนนับถืออิสลามเกือบ 100% โดยใช้<strong>พื้นที่ตาดีกา</strong>ที่เป็นโรงเรียนศาสนาในการจัดกิจกรรม และชวนโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาเข้ามาทำงานกับเด็กด้วยการเติมความรู้ด้านศาสนา และเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชนว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกรอบของศาสนาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับคนในพื้นที่</p>



<p>ก่อนที่หน่วยจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโครงการ วันธรรมดาของตาดีกาบาโงยือแรจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ เพราะเด็กไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน ก็จะมีแค่คนที่ตั้งใจมาเรียน กับผู้ปกครองที่เข้ามาส่งลูกหลานของตัวเองเท่านั้น สูรียาและคณะทำงานจึงตั้งใจทำให้พื้นที่ตาดีกากลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้บริการ และชวนเด็กนอกระบบมามีส่วนร่วม</p>



<p>“เราพยายามเปิดพื้นที่ โดยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะให้สอนศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน หลังๆ อบต. จะจัดโครงการอะไรก็พยายามดึงเข้ามาจัดที่ตาดีกา และพี่ดึงเด็กเยาวชนนอกระบบไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ให้เขามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบจะอยู่กระจัดกระจายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง บ้างก็ไปบิดมอเตอร์ไซต์เที่ยวไปเรื่อย บ้างก็อยู่ตามกระท่อม พอลูกไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกไปที่ไหน เกิดความกังวลมากมายตามมา ทั้งกลัวว่าลูกจะเกิดอันตราย เพราะเส้นทางกลับบ้านมีแต่ความมืด ไม่มีแสงไฟ ทั้งกลัวว่าลูกจะหันหน้าเข้าหายาเสพติด</p>



<p>พอเด็กนอกระบบถูกชักชวนมาช่วยงาน มาทำกิจกรรมในพื้นที่ตาดีกา ตลอดจนมานั่งเล่นไวไฟฟรีในพื้นที่นี้ ในขณะที่ห้องเรียนของตาดีกาก็เปิดสอนตามปกติ ทำให้เด็กทุกคน ‘อยู่ในสายตา’ โดยที่คนในชุมชนไม่จำเป็นต้องจ้องมองตลอดเวลา แต่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103245" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ดึกๆ ลูกเขามานั่งเล่นเกมตรงนี้นะ จากเมื่อก่อนที่ไปแว้นมอเตอร์ไซต์ในตัวเมือง เขาก็สบายใจว่าอย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ลูกเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติด เพราะลูกเขาเกรงใจเราที่เป็นครู ลูกเขาอยู่ในสายตาเรา” สูรียาเล่า</p>



<p>กิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย ที่แทรกเรื่องศาสนาเข้าไปอย่างไม่บีบบังคับให้เด็กค่อยๆ ซึมซับ และเมื่อติดใจ เด็กก็จะกลายเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามถึงกิจกรรมครั้งต่อไปโดยที่ทีมพี่เลี้ยงไม่ต้องชวน</p>



<p>“จะดึงเด็กมาเรียนศาสนาเลยไม่ได้ มันจะกลายเป็นกับดักเพราะเขาไม่ชอบ เราเลยให้เขาทำกิจกรรมที่สนใจแล้วเอาศาสนาเข้าไปแทรกเพื่อให้เขาซึมซับ จะตัดศาสนาออกเลยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา” สูรียาอธิบาย</p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดในสายตาคนในชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนา จึงเป็นการละหมาดที่เด็กๆ ไปละหมาดที่มัสยิดมากขึ้น เพราะถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนเด็กไม่ดีของบ้านอูแบไม่ละหมาด ไม่ให้ความสนใจกับศาสนา การที่เห็นว่าเด็กละหมาดมากขึ้น มาทำกิจกรรมศาสนา มาทำกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ</p>



<p>“รู้สึกภูมิใจที่มีโครงการนี้ เพราะจากเมื่อก่อนเด็กที่ไม่รู้ศาสนา แต่งตัวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พอเข้าโครงการก็ดูสะอาด ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มีวินัย ก็รู้สึกภูมิใจ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีโครงการต่อไป” โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>พอเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะมาอยู่ในพื้นที่ตาดีกากับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ทีมพี่เลี้ยงจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ เสนอสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนกลายมาเป็นร้านน้ำชาที่เป็นแลนด์มาร์คของเด็กในพื้นที่นี้ในยามค่ำคืน แทนที่คาเฟ่ในตัวเมืองที่ต้องบิดมอเตอร์ไซต์เป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-103246" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>บางคนอาจเรียกที่นี่ว่าพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนใจ และเปิดโอกาสให้เด็กเสนอสิ่งที่อยากทำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังเป็น ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่อย่างน้อยก็ทำให้การมั่วสุมนอกสายตา กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่</p>



<p>“ที่นี่เป็นพื้นที่ถ่วงเวลาที่ใช้กับเด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่ครอบครัวเสี่ยงติดยาเสพติด เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า เราดึงเขาพยายามคุยกับเขาว่ามาอยู่ตรงนี้นะ”</p>



<p>สูรียาเล่าว่า เด็กกลุ่มนี้ในช่วงแรกจะใช้เวลาอยู่ในตาดีกาแค่ชั่วโมงเดียว แต่พอมาบ่อยครั้ง เด็กก็เริ่มปรับพฤติกรรม พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่รอบตัวมากขึ้น ใช้เวลาในตาดีกามากขึ้น ซึ่งเด็กหลายคนบอกกับพี่เลี้ยงว่า หากให้เลิกใช้ยาเสพติดโดยทันทีเป็นเรื่องยาก ขอพยายามด้วยการแบ่งเวลาให้กับพื้นที่ตาดีกามากกว่าพื้นที่ที่มียาเสพติด</p>



<p>“เขาบอกจะแบ่งเวลาให้เรามากกว่าอีกฝั่ง ยังไม่ได้เลิก แต่อยู่ในสายตาเรา มาให้เราได้มองเห็นเขา”</p>



<ul>
<li><strong>จากใจกลางตาดีกา สู่ความร่วมมือจากรอบนอก&nbsp;</strong></li>
</ul>



<p>การสร้างพื้นที่สักพื้นที่หนึ่งให้คนสบายใจที่จะมาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และยิ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งยากไปกันใหญ่ สูรียาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>การอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทำให้การขยับตัวทำอะไรสักอย่างของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรวมตัวกันของเยาวชน การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิง หากไม่แยกผู้ปกครองจะไม่สบายใจที่จะให้เด็กนอกระบบเข้าโครงการ อีกทั้งอาจถูกมองว่าจะมีการปลุกปั่นหรือทำกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองว่าเป็นปัญหา ก็สามารถถูกยุติได้ตลอดเวลา ผู้นำจึงเป็นกระบอกเสียงสร้างความเชื่อมั่นกับบุคคลภายนอกว่า กิจกรรมที่ทำเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ประโยชน์</p>



<p>ทำให้ในระยะที่สองของโครงการที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การชวนเด็กมาทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะผู้ปกครองหลายบ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรหลานของตัวเองเกี่ยวข้องกับเด็กมีปัญหากลุ่มนี้ แม้ว่าคนที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจและขอความเชื่อใจจะเป็นทีมพี่เลี้ยงที่เป็นคนในพื้นที่ก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมพี่เลี้ยง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“มันเกิดการเหมารวมขึ้น เพราะพี่มีเด็กกลุ่มนึงที่ครอบครัวเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กไม่ได้ไปเรียน เสี่ยงต่อการติดยา ครอบครัวอื่นเลยสั่งห้ามไม่ให้ลูกเขาไปยุ่งกับบ้านนี้ เลยเกิดเสียงค้านขึ้นเพราะกลัวลูกหลานเขาจะไปยุ่งกับยาเสพติดด้วย”</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เข้ารับการบำบัดเรื่องยาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 2,000 &#8211; 3,000 คน แต่ สวท.ยะลา คาดว่า มีผู้ติดยาเสพติดกว่า 45,000 คน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการลำเลียงยาเสพติด</p>



<p>ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง และยิ่งเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สูรียาและคณะทำงานจึงต้องดึงฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น ที่ทำงานโดยตรงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดและความปลอดภัยเข้ามาผสานพลัง</p>



<p>“เราต้องสร้างความเข้าใจกับครอบครัวที่เด็กมาอบรมทำกิจกรรม คุยกับพ่อแม่ว่าเด็กคนนี้มาอยู่ในกิจกรรม ช่วงบ่ายก็ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด กลางคืนมีกิจกรรมทำสิ่งดีๆ” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองอธิบาย</p>



<p>ส่วนเรื่องความปลอดภัย เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากมีปัญหาผู้นำในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยพูดคุยกับคนในชุมชนผ่านเสียงตามสาย และประสานหน่วยความมั่นคงของรัฐในทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103248" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลาเต๊ะ อภิบาลแบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงให้ความสนใจ โดยเฉพาะผลสำเร็จจากคาเฟ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตาดีกาบาโงยือแร ที่เปลี่ยนมุมมองว่า เด็กไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และอยากให้หน่วยขยายพื้นที่การทำงานเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองได้มีส่วนร่วม</p>



<p>“ในฐานะผู้นำชุมชน ได้พูดคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ เขาเห็นความแตกต่างเด็กบ้านอูแบกับเด็กบ้านอื่น สมัยก่อนเขาลือกันว่าเด็กบ้านอูแบเนี่ยมันดื้อ เป็นเด็กไม่ดี พอมามีโครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่อื่นก็ถามว่ามีกิจกรรมนี้ทำยังไง” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองเล่า</p>



<ul>
<li><strong>&nbsp;เยาวชนเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองยินดี ชุมชนภูมิใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในตอนนี้ พื้นที่ตาดีกา โรงเรียนศาสนาในชุมชนที่คนนอกมองว่าเข้าถึงยาก และเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเลือกจะไม่แวะเวียนมาหากไม่ได้สนใจที่จะเรียนศาสนา กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงเด็กในโครงการที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>บางคนก็เข้ามานั่งขับร้องอานาเซด ดีดกีตาร์ กับเพื่อนที่ร้านน้ำชาในทุกค่ำคืน เพราะร้านน้ำชาตั้งต้นมาจากความต้องการของเด็กที่อยากทำ เมนู การตกแต่ง และบรรยากาศจึงเป็นสิ่งที่เด็กในพื้นที่ชอบ</p>



<p><br>“พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราก็ให้เขาเต็มที่ อยากขับร้องอานาเซดเราก็ให้ จะกี่เพลงก็แล้วแต่เขา จนสุดท้ายบอกไม่ไหวแล้วเจ็บคอ แสดงว่าเขาเอ็นจอยสุดๆ โต๊ะอิหม่ามก็เห็นด้วย ชอบที่จะเห็นคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น การขับร้องอานาเซดกับการเล่นกีตาร์บางทัศนะบอกว่าได้ ไม่ผิดหลักศาสนา” สูรียาเสริม</p>



<p>หรือทุกวันศุกร์ ที่นี่ก็จะมีการขายข้าวยำโดยกลุ่มเด็กผู้หญิงและพี่เลี้ยงหญิง เมื่อไหร่ที่มีการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กบ้านอูแบว่าจะมีการขายข้าวยำ ชาวบ้านในชุมชนก็จะบิดมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดหน้าตาดีกาเพื่อซื้อข้าวยำไปรับประทาน บางครั้งก็มีการรับออเดอร์ขนมที่กลุ่มเด็กผู้หญิงได้ฝึกจากการร่วมกิจกรรมของหน่วยอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-103249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งร้านข้าวยำ เกิดจากความตั้งใจที่จะให้เด็กผู้หญิงมีอาชีพแบบเดียวกับเด็กผู้ชายที่ทำร้านน้ำชา เพราะข้าวยำเป็นอาหารที่เด็กคุ้นเคย วัตถุดิบก็หาไม่ยาก มีอยู่ในพื้นที่ และเด็กผู้หญิงไม่สามารถรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในยามวิกาลที่เด็กผู้ชายจะมานั่งรวมกลุ่มกัน การแยกร้านข้าวยำออกมาจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ในชุมชนเห็นว่ามีการแบ่งหญิงชายอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา</p>



<p>ทั้ง 2 กิจกรรมนี้ เป็นความสนใจและความตั้งใจของเด็กๆ ที่หน่วยไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ช่วยผลักดันผ่านทุนทรัพย์และองค์ความรู้ เพราะการส่งเสริมให้พวกเขาต่อยอดจากสิ่งที่สนใจ จะทำให้เด็กๆ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น</p>



<p>พอเด็กมีพื้นที่ให้มาอยู่ในสายตา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เห็น พ่อแม่ก็เบาใจ</p>



<p>“เมื่อก่อนเวลาแม่ป่วย เขาไม่เคยเฝ้า แต่เดี๋ยวนี้เวลาแม่เข้าโรงพยาบาลหรือ ICU เขาจะไปดูแลตลอด ทั้งเช็ดตัวและช่วยเหลือทุกอย่าง” มาศีเต๊าะพูดทั้งน้ำตา</p>



<p>มาศีเต๊าะ สาเมาะ วัย 46 ปี แม่ของบุ๊ค (นามสมมติ) เยาวชนในโครงการเล่าว่า ก่อนรู้จักโครงการนี้ ลูกของตนจบแค่ชั้น ม.1 ลูกไม่สนใจที่จะเรียน อยู่บ้านก็ไม่พูดคุยกับคนในครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน ต้องคอยโทรตามให้กลับบ้านเสมอ</p>



<p>ตอนแรกที่บุ๊คเข้าร่วมโครงการ มาศีเต๊าะก็กังวลเรื่องยาเสพติดเหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ แต่พอได้เห็นว่ากิจกรรมของหน่วยมีอะไรบ้างจากการอธิบายของผู้นำชุมชน ได้เห็นลูกหิ้วคาราเมลลาเต้กลับมาฝากจากร้านน้ำชาที่ทำกับเพื่อน ความวางใจจึงเพิ่มขึ้น</p>



<p>และในตอนนี้ ลูกของเธอน่ารักขึ้นมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103250" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาศีเต๊าะ สาเมาะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ภูมิใจในตัวเขา เขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้หน้าที่ กลับบ้านเป็นเวลา มีความรับผิดชอบทางศาสนามากขึ้น ละหมาดสม่ำเสมอ หากพลาดก็จะละหมาดชดเชยเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะปล่อยผ่าน” มาศีเต๊าะเล่าพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>สำหรับผู้ใหญ่ในชุมชน การที่เด็กไม่เอาไหนกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กดี อาจมีเกณฑ์เป็นการละหมาด และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการทำกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่น งานอาชูรออ์ งานเมาลิดนบี หรือบ้านไหนแต่งงาน จะมี (อดีต) เด็กไม่ดีเป็นจิตอาสา ไปช่วยงานอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ การรู้จักตัวเองมากขึ้น การมีพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง และทักษะความรู้ที่มากขึ้น ที่ทำให้พวกเขากลับมาอยากเรียนรู้เพื่ออนาคตของตัวเองในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอีกครั้ง</p>



<p>“อยากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทำตัวไร้สาระ หาความรู้ด้วยตัวเอง เข้าหาผู้ใหญ่ ค่อยๆ ไปถามผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราอยากรู้” ซันกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103251" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ซัน</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180626-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-180626-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 09:58:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านอูแบ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103131</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 แบบด้วยกันคือ การเรียนสามัญในระบบการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ, เรียนปอเนาะ สถาบันการศึกษาทางศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิม และการเรียนหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มควบคู่สายสามัญ&nbsp;</p>



<p>“ที่มาของร้านน้ำชาหรือคาเฟ่แห่งนี้ เริ่มต้นจากความคิดของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองเลยครับ”</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านน้ำชาแห่งใหม่ เปลี่ยนจากความเสี่ยง ไปสู่การสังสรรค์ในที่สว่างกว่าเดิม&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg" alt="" class="wp-image-103134" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ร้านน้ำชา ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เยาวชนนอกระบบที่สูรียาเอ่ยถึงคือเด็กที่ไม่ได้เรียนอยู่ใน 3 กลุ่มนี้ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านทุนทรัพย์หรือปัญหาส่วนตัว เมื่อเด็กๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา หากไม่ทำงานช่วยที่้บ้าน ความจริงส่วนหนึ่งมักจะไปรวมกลุ่มตามมุมมืด แหล่งมั่วสุมไร้แสงไฟที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอบายมุขและยาเสพติด </p>



<p>คำบอกเล่าของสูรียา ทำให้เห็นว่าเด็กบางคนใช้ชีวิตจมดิ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงยาวนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน เพียงเพราะไม่มีที่ไปและไม่มีใครเปิดใจรับ</p>



<p>ตาดีกา โรงเรียนที่เน้นสอนจริยธรรม จึงยิ่งไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบเข้าไปใหญ่&nbsp;</p>



<p>&#8220;โรงเรียนในระบบอาจจะมีกำแพง มีกฎเกณฑ์ที่ปฏิเสธพวกเขา แต่ที่นี่เราต้องการสร้างเซฟโซนที่ปฏิเสธวงจรปัญหาแบบเดิมๆ&#8221;&nbsp;</p>



<p>สูรียาเล่าถึงแรงผลักดันในการเปลี่ยนพื้นที่ตาดีกาให้เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ที่ตั้งต้นจากความคิดริเริ่มของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองที่อยากมีพื้นที่ทำมาหากินและทำกิจกรรมร่วมกัน เขาจึงตั้งร้านขึ้นมาและให้เด็กบริหารกันเอง โดยใช้งบจากการจัดสรรกันเองภายในหน่วย ABE</p>



<p>การเปิดร้านน้ำชาในพื้นที่ทางศาสนาอาจฟังดูแปลกใหม่ แต่เขาอยากให้อย่างน้อยในหมู่บ้านมี ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่เด็กๆ จะหันหน้าออกมาจากความเสี่ยงบ้างสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงเป็นการเริ่มต้น&nbsp;</p>



<p>“เรามี WIFI ฟรี ใครก็มานั่งได้ ร้านน้ำชาก็ขายแก้วละ 20-30 บาท ไฟก็สว่าง พ่อแม่รู้ว่ามาที่นี่เขาก็ปล่อยให้มาเพราะอย่างน้อยก็ปลอดภัย”</p>



<p>วัฒนธรรมการดื่มชาหลังพระอาทิตย์ตกดินของวิถีชีวิตชาวไทยมุสลิมถูกฝังรากมาอย่างแข็งแรง ร้านน้ำชาจึงกลายเป็นจุดดึงดูดให้เด็กๆ มานั่งรวมกลุ่มกันตอนเย็น แทนที่จะไปรวมกลุ่มกันที่อื่น เปลี่ยนจากการนั่งในมุมมืดมานั่งล้อมวงในพื้นที่สว่าง ที่นี่พวกเขาสามารถนั่งเล่นเกม ดีดกีตาร์ร้องเพลงร่วมกัน หรือระบายความเครียดในชีวิตได้อย่างสบายใจ</p>



<p>ปัจจุบัน ร้านน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่วัยรุ่น แต่กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ผู้ปกครอง คณะกรรมการมัสยิด ไปจนถึงผู้นำชุมชน แวะเวียนมานั่งล้อมวงดื่มน้ำชา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และอุดหนุนฝีมือของเด็กๆ</p>



<p>ซัน-เฟาชาน อาแว วัย 21 มือชงที่ร้านน้ำชา บอกว่าเมนูขายดีที่สุดคือ ‘ชาเย็นเงาะ’ ที่ใช้น้ำเงาะกระป๋องมาเป็นเบสของเมนูผสมด้วยชาไทย&nbsp;</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านข้าวยำเฉพาะกิจประจำวันศุกร์เย็น มื้ออาหารแห่งการทลายอคติ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103135" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตั้งแต่ ม.1 หลังจากนั้นก็คือไม่เข้าเรียนเลย เพราะว่าไม่มีงบจะเรียนต่อ แล้วก็ขาดเสาหลักด้วย”</p>



<p>ฮูดา-นูรุลฮูดา นิชอ วัย 20 ปี กำลังเล่าเรื่องตัวเองที่โต๊ะม้าหินอ่อน หลังจากที่เธอขายข้าวยำฉบับบ้านอูแบไปจนลูกค้าบางตาลง&nbsp;</p>



<p>ฮูดาหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังจบชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเรียน แต่เพราะวิกฤตเศรษฐกิจในครอบครัวและความจำเป็นเรื่องปากท้องบังคับ ปัจจุบันฮูดาพยายามเรียน กศน. จนจบ ม. 6 จากแรงผลักของสูรียา</p>



<p>สำหรับฮูดาและเด็กผู้หญิงหลายๆ คนในหมู่บ้าน การไม่มีเงินเรียนต่อมักตามมาด้วยสภาวะสุญญากาศในชีวิต ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และไร้ที่ยืนในสังคม โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่วางบทบาทให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>รายได้เลี้ยงปากท้อง คือปัญหาหลักที่สามารถแก้ไขได้เฉพาะหน้า ในเมื่อร้านน้ำชาสำหรับเด็กผู้ชายสามารถตั้งในตาดีกาได้ การขายข้าวยำสำหรับส่งเสริมเด็กผู้หญิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะตั้งขายในตาดีกาเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สูรียา ปล่อยให้เด็กๆ เป็นเจ้าของกิจการร้านข้าวยำ กรือโป๊ะ ลูกชิ้นทอด ข้าวต้ม มาวางขายเฉพาะกิจที่จะขายทุกวันศุกร์เย็น โดยมีทีมพี่เลี้ยงผู้หญิงเป็นคนดูแล ไม่ต่างจากร้านน้ำชา</p>



<p>“ก่อนหน้านี้หนูรู้สึกว่าพอเวลาถามอะไร หนูไม่ยกมือนะ หนูให้คนอื่นตอบบ้าง ฉันไม่อยากตอบ ฉันไม่มีความกล้าแสดงออกขนาดนั้นจะกล้าก็แค่กับพวกคนในบ้าน แล้วก็กับเพื่อนๆ”&nbsp;</p>



<p>ฮูดา เล่าถึงความกลัวในอดีตของตัวเอง ร้านข้าวยำ ไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังมีผลพลอยได้อย่างการสร้างตัวตน รักษาบาดแผลทางใจ&nbsp;</p>



<p>การหยิบยกเมนูข้าวยำ ที่เป็นอาหารพื้นบ้านง่ายๆ ทำง่าย กินง่าย และเป็นเมนูในใจของคนพื้นที่ มาเป็นตัวชูโรง ทำให้ซุ้มขายอาหารแห่งนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมคนทุกกลุ่มในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ฝ่ายปกครอง หรือผู้นำศาสนา ต่างแวะเวียนมาอุดหนุนและพูดคุยกับเด็กๆ</p>



<p>สำหรับสูรียา ในอดีตภาพจำของเยาวชนที่หลุดจากระบบมักถูกเคลือบแคลงด้วยสายตาแห่งความไม่ไว้ใจจากสังคม แต่เมื่อผู้ใหญ่ได้เข้ามาเห็นเด็กๆ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ได้ชิมรสมือ และได้เห็นความตั้งใจในการทำมาหากิน อคติเหล่านั้นก็ค่อยๆ ถูกทลายลงด้วยความเข้าใจ</p>



<p>“ทุกคนในหมู่บ้านจะรู้ว่าวันนี้เด็กจะมาขายข้าวยำ เขาก็จะรอมาซื้อมานั่งกิน ไม่ไปซื้อร้านอื่น หลังละหมาดใหญ่เป็นอันรู้กัน อาจจะเพราะเราทำอร่อยด้วย ขายถูกด้วยจานละ 10 บาท เดินไปสั่งแล้วก็ไปนั่งกินที่โต๊ะม้าหินอ่อน” สูรียา เล่า</p>



<p></p>



<ul>
<li>ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-103136" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">พื้นที่ของทุกคน ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เป็นอันที่รู้กันของชาวบ้านอูแบว่า ในทุกๆ วัน เมื่อความมืดเข้าปกคลุมหมู่บ้าน บานประตูของตาดีกาบ้านอูแบจะเปิดกว้าง แสงไฟอบอุ่นสว่างไสวขึ้นพร้อมเสียงชงน้ำที่ร้านน้ำชา&nbsp;</p>



<p>และตาดีกาทุกวันศุกร์ตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไปจะคึกคักเป็นพิเศษ กิจกรรมที่เกิดในพื้นที่จะลากยาวไปจนพลบค่ำ แม้ว่าข้าวยำหมดแล้ว และแสงจันทร์เข้ามาแทนแสงอาทิตย์ นักกีฬา ชาวบ้าน เด็ก เยาวชนก็จะนั่งกันต่อจนกว่าจะถึงเวลา 4-5 ทุ่ม&nbsp;</p>



<p>ประตูของตาดีกาเปิดกว้างขึ้นและเป็นการเปิดกว้างที่สูรียาคาดหวังไว้ว่าจะไม่ใช่แค่บานประตูที่กว้างขึ้น แต่รวมถึงทัศนคติของคนในชุมชนที่เปิดโอกาสให้เด็กนอกระบบด้วย&nbsp;</p>



<p>“หน่วยงานบางกลุ่มมองว่าการรวมกลุ่มของวัยรุ่นในสามจังหวัดจะไปเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคง เราอยากให้เขาพยายามลดความอคติเหล่านั้น แล้วมองตรงนี้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ได้ไหม พื้นที่แห่งโอกาสให้กับน้องๆ ได้ไหม” สุริยาพูดถึงเป้าหมายที่แท้จริง</p>



<p>ทุกวันนี้ ภายใต้หลังคาของตาดีกาบาโงยือแร หากมีสิ่งใดผิดพลาดในการทำงาน สิ่งที่เด็กๆ และคนในทีมงานมอบให้แก่กันไม่ใช่การตำหนิ แต่เป็นคำปลอบโยนที่ว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่เป็นไร ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ พรุ่งนี้เริ่มใหม่”</p>



<p>สูรียา บอกว่าตาดีกาแห่งนี้จึงไม่ใช่พื้นที่ของครูสอนศาสนา ไม่ใช่พื้นที่ใคร และไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ในทุกเย็นที่มีร้านน้ำชา และในทุกวันศุกร์ที่มีข้าวยำ มันคือพื้นที่ของทุกคน ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับและให้โอกาสชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา<br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทรภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“มูนา ดูซง” CM แห่งบาโงยซิแน กับภารกิจพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-030726/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-030726</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2025 08:29:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มูนา ดูซง]]></category>
		<category><![CDATA[Care Manager]]></category>
		<category><![CDATA[บาโงยซิแน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94718</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูนา ดูซง เจ้าหน้าที่ธุรการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) บ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030726/">“มูนา ดูซง” CM แห่งบาโงยซิแน กับภารกิจพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูนา ดูซง </strong>เจ้าหน้าที่ธุรการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) บ้านเซเยาะ ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา ผู้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและต้องการให้เด็กทุกคนกลับเข้าสู่ระบบ เพราะนอกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ มูนายังเป็นเจ้าหน้าที่ CM หรือ Care Manager มาตั้งแต่ปี 2562&nbsp;</p>



<p>ในด้านหน้าที่การทำงานของมูนา เธอบอกว่าเธอเป็นเหมือนผู้ประสานความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้าที่ตำบลบาโงยซิแนเคยมีโครงการลักษณะนี้มาแล้ว แต่หลังจากนั้นโครงการหยุดชะงัดไป และพึ่งกลับมามีในปีนี้ การทำงานของมูนาเต็มไปด้วยข้อท้าทายและการเรียนรู้อยู่ตลอด เพราะเด็กแต่ละคนที่มาจากหลากหลายครอบครัว มีความแตกต่างอันเป็นสาเหตุให้เด็กเหล่านั้นหลุดจากระบบ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามในความเป็นแม่ของมูนา เธอกลับเต็มใจและภูมิใจอย่างมากที่เป็นส่วนสำคัญและสามารถพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CM หรือ Care Manager กับการพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</strong></h3>



<p>“การเป็นเจ้าหน้าที่ CM หรือ Care Manager เราจะเป็นคนออกตามหาเด็กที่อยู่นอกระบบหรือตามหาเด็กที่หายไประหว่างอยู่ในระบบการศึกษา เราต้องเป็นผู้ไปสำรวจเด็กกลุ่มนั้น และประสานกับหน่วยงานเพื่อที่จะช่วยให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยเร็ว”&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้านี้มูนาเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลบาโงยซิแน เธอเป็นคนที่รู้จักกับคนในชุมชนค่อนข้างเยอะ และคุณพ่อของเธอก็เคยเป็นสมาชิกในองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแนมาก่อน จึงทำให้มูนารู้จักเรื่องราวชีวิของคนในชุมชนมาจากพ่อ ไปจนถึงการรู้จักกับบุคลากรที่ทำงานในองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแนหลายคน จึงง่ายต่อการทำงานและประสานงาน&nbsp;</p>



<p>“เราทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ CM มาตั้งแต่ปี 2562 การทำงานของเราจะอยู่ในลักษณะของการทำไปต่อยอดไป ซึ่งบรรลุเป้าหมายและสามารถส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-94719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-94726" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32.jpeg" alt="" class="wp-image-94727" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">มูนา และเพื่อนร่วมงานขณะลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคสที่หลากหลายและความยากง่ายในการทำงาน&nbsp;</strong></h3>



<p>เท่าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูล มูนาเผยความรู้สึกของบางครอบครัวให้เราฟังว่าในบางครอบครัวก็อยากให้ลูกเข้ารับการศึกษา แต่หลายครอบครัวก็อยู่ในสถานะที่ยากจน จึงไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้&nbsp;</p>



<p>“จากที่เราสำรวจรายชื่อเด็กหลุดจากระบบการศึกษาร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหลายหน่วยงาน ก็พบว่ามีมากถึง 200 คน และหลังจากที่เราประเมินช่วยกัน ก็พบว่ามี 5 เคส เป็นเคสที่ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน บางทีเราลงพื้นที่ไปสำรวจและสอบถามเด็กว่าต้องการเข้าสู่ระบบการศึกษาไหม เด็กก็ตอบว่าต้องการเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ถ้าจะให้ไปอยู่โรงเรียนประจำคงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องดูแลพ่อกับแม่&nbsp;</p>



<p>“หรือในบางเคสที่เราลงพื้นที่ไปสอบถามว่าอยากเข้ารับการศึกษาไหม เขาก็ตอบว่าไม่อยากเข้าสู่ระบบการศึกษาเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถนำไปต่อยอดในชีวิตอย่างไร”&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้มูนาอายุ 31 ปี เธอมีลูก 2 คน คนโต 6 ขวบ คนเล็ก 2 ขวบ เธอบอกว่าเวลาเธอเห็นลูกหลานในหมู่บ้านก็มักจะนึกถึงลูกหลานของตัวเอง หรือบางครั้งก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งเธอตกอยู่ในสถานการณ์นั้น เราเองก็คงลำบากเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>“คิดอีกแง่หนึ่งถ้าเด็กคนนั้นเป็นญาติของเรา เราจะรู้สึกอย่างไรถ้าเราทำสำเร็จ หากเขาได้เข้าสู่ระบบการศึกษาก็จะดีต่อครอบครัวของเราดีต่อวงศ์ตระกูลของเราด้วย</p>



<p>ความสุขของการทำงานในทุกวันนี้จึงมาจากการที่เราได้ช่วยให้ทุกคนมีการศึกษาแทบทั้งสิ้น”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28.jpeg" alt="" class="wp-image-94720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29.jpeg" alt="" class="wp-image-94721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5 เคส ที่มูนากำลังพาพวกเขากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</strong></h3>



<p>มูนาบอกกับเราว่าหลากหลายเคสที่เธอได้สัมผัส เด็กมักจะเผชิญปัญหาคล้ายกัน นั่นคือปัญหาความยากจน ความยากจนทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษาและโอกาสอื่นๆ ในชีวิต&nbsp;</p>



<p>“เคสแรกเด็กอาศัยอยู่กับทวด ส่วนพ่อกับแม่แยกทางกัน ทวดของเด็กบอกว่าแม่ของเขาไม่ต้องการที่จะดูแลเลี้ยงดูเด็ก และจะมอบเด็กให้คนอื่นเลี้ยงดูแทน ทวดจึงจำใจเลี้ยงดูเองด้วยเงินผู้สูงอายุเพียงไม่กี่บาท ซึ่งเด็กคนนี้เป็นเด็กเก่ง แต่เขาจำเป็นต้องจบการศึกษาเพียงแค่ ป.6 ขณะที่ตอนนี้เขามีอายุประมาณ 14-15 ปี แล้ว</p>



<p>“เคสถัดมาคือกรณีที่พ่อและแม่ของเด็กแยกย้ายไปแต่งงานใหม่ ซึ่งตอนนี้น้องอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่และพ่อเลี้ยง และมีพี่น้องร่วมท้องถึง 7 คน เมื่อรวมกับสมาชิกของคนในบ้านของฝั่งพ่อเลี้ยง บ้านหลังนี้จะมีสมาชิกทั้งสิ้น 24 ชีวิต น้องจึงจำเป็นจะต้องจบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ป. 6 แต่ตอนนี้เขามีอายุประมาณ 14-15 ปี แล้ว”</p>



<p>เคสที่ 3 มูนาลงพื้นที่สำรวจพบว่าพ่อและแม่ของเด็กแยกทางเหมือนกัน แต่พ่อของเด็กเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เด็กจึงจำเป็นต้องเป็นคนดูแลพ่อ ขณะที่พี่ทั้ง 2 คน ก็ทำงานรับจ้างประทังชีวิตรายวัน ส่วนตัวเด็กเองก็ต้องออกไปทำงานรับจ้างเก็บผลไม้บ้างบางครั้ง และต้องกลับมาดูแลพ่อที่ป่วย&nbsp;</p>



<p>“ความจำเป็นเรื่องการดูแลพ่อทำให้เด็กบอกกับเราว่าสะดวกเรียนแบบ กศน. ในวัย 15-16 ปี เขาควรที่จะได้รับการศึกษาในระดับชั้น ม.3 แต่ด้วยความจำเป็น เด็กจึงต้องจบเพียงชั้น ม.1 เท่านั้น”&nbsp;</p>



<p>เคสต่อมาคือกรณีที่พ่อของเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว ขณะที่ก่อนหน้าพ่อและแม่ของเด็กก็สามารถทำงานรับจ้างได้ปกติ แต่ได้รับค่าจ้างเพียงวันละ 100 บาท ในจำนวนพี่น้องร่วมท้อง 3 คน ในบ้านหลังเล็ก ส่วนพี่ชายมีภาวะซึมเศร้า ซึ่งทำให้เด็กต้องออกจากระบบการศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และเพื่อดูแลพ่อและพี่ชายที่กำลังป่วย</p>



<p>“อีกเคสคือกรณีที่พี่ชายของเด็กเป็นผู้ป่วยติดเตียงกระทันหัน ซึ่งก่อนหน้าพี่ชายจะทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้าน การขาดเสาหลักคนสำคัญจึงทำให้การจัดการภายในบ้านเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภาระค่าใช้จ่าย จึงทำให้เด็กต้องหลุดจากระบบการศึกษา ตั้งแต่ตอนที่เขายังเรียนอยู่ในระดับชั้น ป.3 เท่านั้น ขณะที่ตอนนี้เขาอายุประมาณ 14-15 ปี”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30.jpeg" alt="" class="wp-image-94725" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">หลังลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เจ้าหน้าที่ของ อบต.บาโงยซิแน และหน่วยงานภาคีร่วมสรุปประเมินสถานการณ์และออกแบบวิธีการช่วยเหลือเด็ก Dropout ในพื้นที่</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความรู้สึกของมูนาในฐานะคนทำงานเพื่อเด็ก</strong></h3>



<p>“เรารู้สึกว่าเราทำตรงนี้ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยเด็กทุกคนก็จะได้รับการศึกษา ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่ทำมาอย่างเน็ดเหนื่อยจากการลงพื้นที่มันไม่ศูนย์เปล่า อย่างน้อยๆ การศึกษาก็คงทำให้เขามีรายได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น </p>



<p>“จากที่เขาอาจจะเคยอยู่ในสภาพสังคมที่ไม่ดีมาก่อน เมื่อเขาได้รับการศึกษาเค้าอาจจะปรับเปลี่ยนตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดีกว่า”</p>



<p>มูนายังบอกว่าเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางครอบครัว หากเด็กได้รับการศึกษาก็จะทำให้ฐานะทางครอบครัวดีขึ้น ไปจนถึงการลดปัญหาเรื่องการมั่วสุมและยาเสพติดที่เกิดขึ้นในชุมชน ถ้าชุมชนเป็นชุมชนที่ทุกคนได้รับการศึกษาและมีความรู้ ก็จะทำให้ชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่น่าอยู่และเข้มแข็งมากขึ้น และเธอก็มั่นใจว่าในเร็วๆ นี้ ตำบลบาโงยซิเเน จะสามารถทำให้ Zero Dropout กลายเป็นศูนย์อย่างแน่นอน&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030726/">“มูนา ดูซง” CM แห่งบาโงยซิแน กับภารกิจพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061223/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-061223</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 08:26:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Node]]></category>
		<category><![CDATA[PM]]></category>
		<category><![CDATA[การบูรณาการทุนและทรัพยากรระดับพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ศอ.บต.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74988</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061223/">ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครือข่าย Program Manager (PM) Node คณะทำงานจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สถาบันวิชาการ เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายครูและโรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ จังหวัดยะลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2d5eda"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3b586"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในเวทีเสวนาหัวข้อ ‘<strong>การบูรณาการทุนและทรัพยากรระดับพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’</strong> ได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับคนทำงานเรื่องการพัฒนาภาคีเครือข่าย พัฒนาความรู้ และกระบวนการขับเคลื่อนในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งทั้งหมดจะมีการบูรณาฐานข้อมูลร่วมกัน ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่มีชีวิตและอัปเดตให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจากเยาวชนมีการเคลื่อนย้ายถิ่นตลอดเวลา ดังนั้นข้อมูลที่ใช้จึงต้องมีความแม่นยำและทันสถานการณ์&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ คือความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มบัณฑิตอาสา กลุ่มจิตอาสา ที่ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา และช่วยคลี่คลายปัญหาเด็กหลุดจากระบบได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-295f37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า การประชุมเสวนาครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เนื่องจากปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และความร่วมมือของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97713c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. และภาคี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการทำงานด้านเด็กและเยาวชนร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานที่่เข้มแข็งและมีการบูรณาการของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้ทั้ง 3 พื้นที่จะมีฐานข้อมูลของเด็กและเยาวชนที่อัพเดตเพื่อนำไปสู่การต่อยอดหรือหนุนเสริมการทำงานต่อไป</p>



<p>ด้าน<strong>นางสาวรุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า อบจ.ยะลา ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดยะลาจากทุกภาคส่วนขับเคลื่อนงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสและลำบากยากจนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โดยมีกลไกหลักที่มาจากการรวมตัวของหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาสังคม บูรณาการการทำงานจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่สามารถช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ พัฒนาทักษะชีวิต ทั้งยังได้พัฒนากลไกภาคีเครือข่ายการทำงานโดยจัดตั้งสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเป็นองค์กรหนุนเสริมและมีการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนงานตามภารกิจหลักของหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c1a2ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1a98cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-76bafc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดเวทีเครือข่ายการเรียนรู้ร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางการช่วยเหลือและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัย กลุ่มที่ 2 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา และกลุ่มที่ 3 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นแม่วัยใส โดยในวงเสวนามีการคลี่โจทย์ปัญหาในพื้นที่และแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในแต่ละกลุ่ม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061223/">ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-emergency-classroom-310122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jan 2022 13:06:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[มณีโชติกา อัลภาชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50970</guid>

					<description><![CDATA[<p>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> <strong>รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 และอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเสี่ยงหลุดในจังหวัดยะลา 2,435 คน กล่าวว่า การพาน้องๆ ที่หลุดออกจากระบบกลางทางด้วยความไม่พร้อมด้านใดก็แล้วแต่กลับมา ก่อนอื่นต้องไม่ลืมคิดถึงประสบการณ์ หรือความกังวลกดดันที่แตกต่างจากเด็กในระบบทั่วไป ซึ่งทำให้ “การเดินไปหาเขาแล้วพูดลอยๆ ว่าจะดึงกลับมาอยู่ในโรงเรียนอีกครั้ง คือเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เพราะความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน คือปราการด่านแรกของการทำงานกับหัวใจที่เปราะบางเหล่านี้ เมื่อแรกปะทะ เขาอาจแสดงออกว่าไม่ได้อยากเรียน หรือไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรเลย แต่ก่อนจะตัดสินหรือปล่อยให้เขาหลุดมือไป เราต้อง<strong>อย่าลืมว่า ก่อนมาถึงตรงนี้ พวกเขาเคยหวั่นไหว ไม่มั่นคง ไร้ที่พึ่งจนต้องหลุดออกมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเขาต้องสร้างกำแพงแน่นหนาในใจ ด้วยความระแวดระวังว่าจะไม่ยอมให้ตนเองกลับไปรู้สึกผิดหวังอีก&#8230;ขั้นตอนแรกของการทำงานจึงเป็นการทำให้เขารับรู้ถึงความจริงใจ ตั้งใจ และยืนยันว่าเราจะเป็นที่พึ่งพิงในระยะยาวได้จริงๆ บนเส้นทางการศึกษาที่เขากำลังจะกลับมา</strong>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0eb33"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กล่าวในทางทฤษฎีเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่การค้นหาเด็กเยาวชนคนหนึ่งจนพบ แล้วพากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่รองปลัด อบจ.บอกว่าต้องทำให้น้องรับรู้ถึงความ ‘จริงใจ ตั้งใจ และพร้อมเป็นที่พึ่งได้ในระยะยาว’ นั้นต้องทำอย่างไร&nbsp;</p>



<p>ชวนอ่านเรื่องราวของหนึ่งในเคสต้นแบบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จากชายแดนใต้ ถึงสวนทุเรียนสุดฝั่งตะวันออก</h2>



<p>“ที่ออกจากโรงเรียนไปทำงาน คิดอย่างเดียวเลยครับ อยากหาเงิน บ้านผมไม่ได้มีตังค์ ตอนนั้นคิดว่าเรียนไปก็ไม่มีใครส่ง ยังไงคงไม่จบอยู่ดี เลยตัดสินใจไม่เรียนดีกว่า”</p>



<p><strong>‘น้องเต้’ อายุ 16 ปี</strong> เล่าถึงจุดเริ่มต้นการหลุดจากรั้วโรงเรียน ก่อนออกเดินทางไปกับรถขนผลไม้จากอำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลาไปถึงจังหวัดจันทบุรี ปักหลักทำงานโยนทุเรียน รับค่าแรงวันละ 500 บาท แลกกับเวลาครึ่งเดือนเต็มไม่มีวันหยุด ต้องโยนทุเรียนขึ้นรถลูกแล้วลูกเล่าตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงรุ่งเช้า บางวันมีออกไปตัดทุเรียนต่อ กว่าจะได้นอนก็ราวเที่ยง</p>



<p>จนหมดรอบฤดูทุเรียน เต้ก็กลับมาอยู่บ้านเดิมที่อาศัยอยู่กับย่าและน้องๆ เหลือเงินเก็บสี่พันห้า กับความรู้สึกในใจที่เคว้งคว้างหาทางไปไม่เจอ ขณะที่เพื่อนๆ พากันขึ้นชั้น ม.4 หรือศึกษาต่อในสายอาชีพไปหมดแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c33bbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กลับมาก็อยู่บ้าน มีออกไปทำงานช่วยลุงที่รู้จักกันนานๆ ครั้ง เป็นงานก่อสร้าง แบกปูน ผสมปูน ได้เงินรายชั่วโมง ไม่เยอะ แต่นึกไม่ออกเลยว่าจะไปยังไงต่อ เริ่มคิดว่าอยากเรียนให้จบ มีวุฒิ ม.3 อยากเรียนสายอาชีพ เป็นช่างไฟ ย่าก็อยากให้กลับไปเรียน แต่ยากครับ เพราะพอออกมาก็เหมือนขาดกับโรงเรียนไปเลย ตังค์ก็ไม่มี ให้กลับไปทำงานเดิมก็ไม่ไหวแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“&#8230;เหนื่อยครับ ทำงานตั้งแต่เย็นจนหัวรุ่ง บางวันได้นอน 2-3 ชั่วโมง เงินได้มาก็เอามาใช้เรื่อยเปื่อย เก็บไม่อยู่ ดียังได้เอามาให้ย่าบ้าง” เต้เล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่สะพานเชื่อมโอกาสทอดมาจนถึง เต้กลับไม่กล้าคว้าเอาไว้ ด้วยระแวงว่าถึงจะกลับไปได้ ผลสุดท้ายคงไม่พ้นภาพในอดีต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จะทลายกำแพงในใจ ก็ต้องเอา ‘หัวใจ’ แลกกัน</h2>



<p>นัยน์ตากร้าน กร้าว แลดูโกรธเกรี้ยว ไม่ไว้ใจ หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นของเด็กหนุ่ม คือปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่<strong>มณีโชติกา อัลภาชน์</strong> Case Manager หรือผู้ดูแลรายกรณีของเต้ บรรยายถึงคุณลักษณะเมื่อแรกพบกับน้อง</p>



<p>“ช่วงแรกที่คุยกัน ทั้งแววตา น้ำเสียงน้องจะแข็งมาก ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ปฏิเสธท่าเดียว คือเขาไม่อยากสื่อสารอะไรกับเราเลย พอเป็นแบบนั้น เราก็ข้ามเรื่องการชวนน้องกลับโรงเรียนไปก่อน ชวนคุยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ประสบการณ์ทำงาน สิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่อยากทำ จนรู้ว่าลึกๆ แล้วน้องเองก็อยากเรียน อยากมุ่งไปสายอาชีพ อยากทำงานที่ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักเหมือนที่เคยทำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-870f1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการพูดคุยเราได้รู้ว่าน้องหลุดจากระบบ เพราะไม่มีความพร้อมเรื่องเรียนเลย ที่บ้านมีรายได้หลักแค่เบี้ยผู้สูงอายุของย่า กับสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจากรัฐ เรียนไปถึงจุดหนึ่งน้องก็ออกมาเฉยๆ แล้วขึ้นรถขนทุเรียนไปทำงานที่จันทบุรีเพราะอยากได้เงิน แล้วด้วยความเป็นเด็กผู้ชาย ที่ไม่ชอบแสดงความรู้สึก เราต้องคุยอยู่นาน จนเขายอมแง้มสิ่งที่อยู่ในใจว่างานที่ไปทำหนักมาก เขาเหนื่อย แล้ว ทำให้พอกลับมาบ้านแล้วความคิดน้องเปลี่ยนไปเลย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวัยของเขายังไม่พร้อมกับงานหนักขนาดนั้น</p>



<p>“แต่พอน้องหลุดจากโรงเรียนมาพักหนึ่ง เขาหาทางเชื่อมต่อไม่ถูกว่าจะกลับไปยังไง คิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสแล้ว ไม่รู้จักใคร เงินก็ไม่มี ทำให้เขาไม่เชื่อ ไม่ยอมรับว่าจะมีโอกาสอีกครั้งจริงๆ พอความคิดติดหล่มอยู่ตรงนั้น ก็กลายเป็นว่า สิ่งแรกที่เขาแสดงออกเมื่อเราชวนกลับไปเรียนคือการปฏิเสธ เพราะ ณ ขณะนั้นน้องไม่ไว้ใจใครเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“ไม่ได้มาเพื่อพากลับไปเรียน แต่จะช่วยเป็นที่ปรึกษาแนะแนวทาง ว่าจะเดินต่อไปอย่างไรให้เข้าใกล้เป้าหมายที่คิดไว้”</h2>



<p>ผู้ดูแลรายกรณีของเต้กล่าวว่า ความเชื่อใจไว้ใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ‘เวลา’ หากต้องแลกเปลี่ยนด้วยความ ‘จริงใจ’ ที่เมื่อผู้รับสัมผัสได้ ความแข็งกร้าวในทีแรกก็จะกลับอ่อนเบาลงได้ในทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c3cf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ถ้าเราคุยกับเขาถูกจุด แตะไปถึงส่วนที่น้องกังวลอ่อนไหว รู้สึกไม่มั่นคง และทำให้เชื่อว่าจะมีคนเข้ามาช่วยได้จริงๆ ไม่นานเขาก็จะเปิดใจ นั่นเพราะเราแสดงความเป็นห่วงเป็นใยก่อนยื่นข้อเสนอเรื่องกลับไปเรียน เพื่อยืนยันว่า ไม่ว่าน้องตัดสินใจอย่างไร เราก็พร้อมเป็นที่ปรึกษา เป็นกองสนับสนุน แนะแนวในทุกเรื่องทุกทางที่น้องอยากไป เพื่อให้ไปถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้</strong></p>



<p>“ทีนี้พอน้องเข้าใจสถานการณ์ตัวเองว่าเพิ่งหลุดมาไม่นาน สามารถกลับไปเรียน ม.3 ให้จบได้ น้องเต้จึงยอมรับข้อเสนอของโครงการ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">โรงเรียนเดิมพร้อมรองรับ จัดโปรแกรมช่วยปลดล็อกวิชาที่ค้าง เป้าหมายคือวุฒิ ม.3 เพื่อมุ่งสู่สายวิชาชีพ</h2>



<p>ไม่นานหลังตอบตกลง น้องเต้จึงได้กลับเข้าเรียนชั้น ม.3 ในเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564 ที่โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านมลายูบางกอก) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่หลุดจากระบบไปเมื่อปีก่อน ทั้งเข้าเรียนออนไลน์ตามโปรแกรมปกติ ร่วมกับทำกิจกรรมและเรียนเสริมเพื่อสะสางเนื้อหาวิชาที่เรียนผ่านไปแล้วในเทอมแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92b99a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข </strong>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวว่า เมื่อได้รับการติดต่อจาก อบจ. ทางโรงเรียนตอบรับน้องเต้ทันที เพราะเห็นว่าน้องเพิ่งหลุดไปไม่นาน และมีความตั้งใจที่จะกลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>จากนั้นจึงประชุมบุคลากรครู เพื่อออกแบบหลักสูตรให้เก็บหน่วยกิตค้างและเรียนต่อเนื่องไปด้วย โดยแผนงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแนวทางโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ที่นำเอาโมเดลห้องเรียนฉุกเฉิน (Emergency Classroom) มาใช้ เพื่อนำเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19</p>



<p>เป้าหมายของน้องเต้คือ เรียนให้ได้วุฒิ ม.3 ภายในปีการศึกษา 2564 หรือ 2565 ที่กำลังจะมาถึง จากนั้นทางโครงการจะวางแนวทางสนับสนุนให้น้องได้เรียนต่อในสายอาชีพอย่างที่ตั้งใจ โดยในระหว่างทางจะมีผู้ดูแลรายกรณี คอยติดตาม เป็นที่ปรึกษา ให้ความช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์การเรียน การแนะแนว และคุณภาพชีวิตรอบด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-51fd57"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวสรุปว่า การสื่อสารกับน้องๆ ด้วยความเข้าใจ คือส่วนสำคัญที่สุดก่อนจะไปถึงระบบการทำงานของห้องเรียนฉุกเฉิน และจะเป็นหลักประกันหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าน้องๆ ที่กลับเข้าสู่โรงเรียน จะไปต่อได้จนถึงปลายทาง</p>



<p>“เราต้องเข้าใจส่วนที่เปราะบางของเขา เพราะถ้าแง้มหัวใจเขาออกมาไม่ได้ ต่อให้เราเจอเขาแล้วก็ใช่ว่าเด็กจะยอมกลับมาเรียน หรือถึงเข้าเรียนแล้วก็อาจไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง“คือ<strong>เราต้องคุยและอธิบายให้เขาเห็นภาพกว้าง ว่าชีวิตเขากำลังอยู่ตรงไหน แล้วค้นความต้องการของตัวเองให้พบ ซึ่งเราจะช่วยเติมภาพอนาคตให้ว่ามีทางเป็นไปได้อย่างไรบ้าง แล้วเราจะช่วยอะไรได้ เมื่อนั้นเขาจะอ่อนลง รับฟัง และอุ่นใจว่าหลังจากนี้ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว เราจะไม่มีทางปล่อยเขาไปอีก”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-baan-bala-240122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jan 2022 04:57:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บาการี]]></category>
		<category><![CDATA[อับดุลตอ]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจา พรหมเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระพล พงษ์พิมาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านบาละ]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50749</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบครัว&#8230;ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ครูทุกคนเรามีข้อตกลงร่วมกันว่าจะช่วยเป็นหูเป็นตา สังเกตติดตามและช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ ไม่ว่าเจอกับเงื่อนไขอะไร เด็กไม่มีเงิน ไม่มีรถ บ้านอยู่ไกล เดินทางลำบาก เราจะช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้ได้</p>



<p>“พวกเราคิดเหมือนกันว่า ครูต้องไม่ใช่แค่สอนหนังสือตามเวลา แต่<strong>เราต้อง ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา คือเรื่องแบบนี้ถ้าใครทำอยู่แค่คนเดียว วันหนึ่งเขาหมดแรงมันก็จบ แต่เราทำได้เพราะมีทีมที่ทุกคนมองไปยังเป้าหมายเดียวกัน มันก็มีบ้างที่มีคนเหนื่อย หมดแรง หรือไฟมอดชั่วครู่ชั่วคราว ซึ่งคนที่เหลือก็จะช่วยเติมแรงเติมไฟให้กันได้</strong> อย่างช่วงโควิด-19 เราเจอโจทย์ที่หนักขึ้น ก็มีโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดเข้ามารับช่วง นี่คือความหมายของการที่แต่ละคนยื่นมือมาคนละมือ ช่วยกันคว้า ผลัดกันจับ ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายเราจะเจอทางที่ทำให้เด็กๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นจนได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d55b94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_P.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูธีระพล พงษ์พิมาย ในฐานะตัวแทนคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ อำเภอกายัง จังหวัดยะลา</strong> กล่าวถึงการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาที่ทำต่อเนื่องมาแล้วเกือบสิบปี จนพูดได้ว่าแม้จะตั้งอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง ห่างไกลจากเขตเมือง แต่ก็ไม่มีเด็กที่หลุดจากระบบกลางทางแม้แต่คนเดียว ทั้งยังมีการส่งต่อ ติดตามการเติบโตของน้องๆ กลุ่มนี้ไปจนถึงชั้นมัธยมปลายหรือระดับมหาวิทยาลัย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถ้าวิถีไม่เปลี่ยน ความเสี่ยงก็ไม่มีทางหมดไป</h2>



<p>แบบอย่างการทำงานของโรงเรียนบ้านบาละ สามารถบอกเล่าผ่านเรื่องราวของ<strong>เด็กชายวัย 12 ปี อับดุลตอเละ บาการี หรือ ‘ตอเละ’</strong> นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านบาละ</p>



<p>ตอเละเป็นพี่คนโตของน้องๆ สี่คน มีพ่อกับแม่ที่ต้องออกไปทำงานรับจ้างกรีดยางและตัดไม้แลกค่าแรงราววันละร้อยบาทตั้งแต่ตีสี่ทุกวัน ราวเจ็ดโมงเช้า แม่ของตอเละจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับตอเละกับน้องไปส่งที่โรงเรียน ทำให้บางวันที่งานติดพัน&nbsp; ปลีกเวลามาไม่ได้ ตอเละจะไม่ได้มาโรงเรียน และมีหน้าที่ดูแลน้องๆ อยู่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21e118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>เด็กกลุ่มนี้เราต้องจับสัญญาณให้พบโดยเร็วว่าเขามีความเสี่ยง หนึ่ง ขาดเรียนบ่อย สอง ไม่ร่าเริง สาม เวลาเรียนมักเหม่อลอย ไม่ตอบสนองกับครูหรือกับเพื่อน และสี่คือ เขาจะไร้แรงขับในการเรียน ไม่มีเป้าหมายอนาคต นี่คือสี่สัญญาณที่ต้องรีบช้อนให้ไวที่สุด เอาเข้ามาดูแล หาทางเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้</strong> เพราะพอขาดเรียนบ่อย เขาจะเริ่มเรียนไม่รู้เรื่อง ทักษะวิชาการไม่มี ทักษะสังคมถดถอย รู้สึกแปลกแยกเวลาอยู่ในโรงเรียน สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหายไปเฉยๆ</p>



<p>“ครั้งแรกที่ตอเละหายไปคือตอน ป.4 เทอมแรก ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณคือ เดือนหนึ่งๆ เขามาเรียนแค่สองสามวันแล้วก็ไม่มาอีก ครูก็คุยกัน ให้เพื่อนไปตามที่บ้าน เขาบอก ‘ผมต้องดูแลน้อง’ ถึงตรงนั้นเหมือนเราเจอทางตัน ก็มองว่าต้องคุยสามฝ่าย ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และเราที่เป็นครู อาศัยการพูดคุยเชิงลึก ไม่ใช่แค่ชวนให้กลับมาเรียน แล้วไม่ใช่คุยครั้งสองครั้ง แต่บางครั้งเทียวไปเทียวมาเป็นสิบครั้งจนแทบถอดใจ แต่ครูเราหลายคนก็ช่วยกันหาทาง เวียนเข้าไปบ่อยๆ เอาความจริงใจเป็นตัวตั้ง ให้ผู้ปกครองเชื่อว่าถ้ากลับมาแล้ว เรามีกระบวนการดูแล มีทางให้เขาไปต่อ หาทางออกด้วยกัน ไม่ได้พากลับมาแล้วทิ้งให้เขาต้องสู้คนเดียวลำพัง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฟื้นฟูทักษะวิชาการ+ปรับสภาวะจิตใจผ่าน ‘กิจกรรมทำขนม’</h2>



<p>ตอเละกลับมาเรียนอีกครั้งในช่วง ป.4 เทอม 2 ระหว่างที่ไม่มาโรงเรียน ครูช่วยกันเอางานไปให้ทำ หาบทเรียนเสริมไปให้เป็นระยะ แต่อุปสรรคคือบ้านตอเละไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องมือการเรียนรู้ใดๆ เลย กลางวันทำงานเลี้ยงน้อง พอตกกลางคืนบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากเทียนและตะเกียงเก่า&nbsp;</p>



<p>เส้นสายเล็กบางที่เกี่ยวตอเละไว้กับการศึกษาบ้าง คือไฟฉายคาดหัวที่แม่ใช้ส่องทางขณะกรีดยางทุกย่ำรุ่ง ที่ตอเละเอามาปรับใช้ทบทวนการอ่านการเขียน</p>



<p>“มันไม่ได้ผลหรอก ถ้าเราปล่อยให้เด็กทำการบ้านทบทวนบทเรียนในสภาพที่ไม่มีความพร้อมเลย’ ครูธีระพลกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05c839"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กลุ่มครูจึงช่วยกันพัฒนาหลักสูตรพิเศษที่จะเชื่อมโยงให้เด็กกลับมา และไปต่อได้ ด้วยกิจกรรมที่ทั้ง ‘สนุก’ และ ‘อร่อย’ บนแนวคิดที่ว่าจะไม่เอาภาควิชาการมายัดเยียดให้เด็ก แต่จะนำกิจกรรมใกล้ตัว สนุกสนาน และเป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพในอนาคตได้ มาสอดแทรกวิชาการคำนวณ ภาษา สร้างทักษะการคิด แก้ปัญหา หรือการวางแผนเข้าไป เพื่อให้เด็กอยู่กับการเรียนรู้ได้โดยไม่รู้สึกต่อต้าน</p>



<p>“เราสร้างกลุ่มฝึกทักษะอาชีพการทำขนมขึ้นที่โรงเรียน มีเครื่องมือ มีครูสอน เป็นบทเรียนที่กินได้ ได้ลงมือปฏิบัติ เห็นผลกันทันทีว่าเรียนไปเพื่ออะไร เด็กๆ ได้รู้จักเครื่องมือทำขนม ได้ชั่งตวงวัดคำนวณอัตราส่วนของส่วนผสม ต้องฝึกอ่านเขียนสูตรทำขนมต่างๆ จำและออกเสียงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อไปซื้อของมาเติมได้ แยกชนิดได้ว่าแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งสาลี ต่างกันยังไง ใช้ทำอะไรได้บ้าง นี่คือกระบวนการที่ทำให้เขาได้เรียนภาษา คณิตศาสตร์ เพิ่มพูนทักษะสังคมโดยไม่รู้ตัวเลย&nbsp; </p>



<p>“ชีวิตของเด็กในพื้นที่ ถ้าไปเคร่งครัดอ่านเขียนท่องจำ เขาจะไม่รับ เพราะไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร แต่พอมีกิจกรรมเชื่อมโยงให้ แต่ละคนก็พัฒนาไปได้ในหลายมิติ อย่างตอเละ เขาทำเบเกอรี่เก่งมาก ทำได้ทุกอย่าง เค้ก คัสตาร์ด เมอแรง ชิฟฟอน รับจัดเบรกได้ แล้วเขาดีใจที่มีทักษะอาชีพติดตัว วันหนึ่งเอาไปต่อยอดได้ หาเงินได้ มีผลรับเป็นรูปธรรม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d80ebd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิกฤตโควิด-19 มาถึง ตอเละหลุดอีกครั้ง<br>กับภารกิจของครูที่ ‘เอื้อมมือออกไปเท่าไหร่ก็แทบคว้าไว้ไม่ถึงแล้ว’</h2>



<p>ครูธีระพลเล่าว่า แม้จะมีกระบวนการเหมาะสมและคณะครูที่ทุ่มเท เมื่อผลกระทบจากโควิด-19 มาถึง รูปแบบปัญหาก็เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p>“รอบนี้เราทำอะไรไม่ได้เลย ในช่วงโรงเรียนปิดยาวนาน ตอเละกับโรงเรียนขาดกันไปเลย เด็กไม่มีโทรศัพท์ ครูเข้าไปหาในพื้นที่ไม่ได้ ยังไม่นับว่าการจำกัดเวลาทำงานและการล็อกดาวน์ที่ทำให้ครอบครัวของตอเละแทบไม่มีรายได้อีก ถึงตรงนี้แม้ชื่อตอเละยังอยู่ที่โรงเรียน แต่ในทางทฤษฎีคือเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปทั้งตัวแล้ว ถ้านับระยะเวลาก็ตั้งแต่ ป.5 ถึง ป.6 หรือเกือบ 1 ปีเต็ม&nbsp; </p>



<p>“เราคิดกันไปต่างๆ นานา ว่าจะช่วยกันประคองตอเละไว้ได้อย่างไร แล้วครูเราจะไหวแค่ไหน ภารกิจครั้งนี้เป็นงานที่หนักมาก มองไปไม่เห็นทางออกเลย แต่ขณะที่เรากำลังจะยอมรับกันแล้วว่า ครั้งนี้อาจจะสุดมือคว้าไว้จริงๆ ก็กลับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามา ซ้ำยังเป็นมือที่แข็งแรงมั่นคงกว่าเดิม&#8230;”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-354d49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_B.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ห้องเรียนฉุกเฉินพร้อมเปิดประตูรับเด็กทุกคน แม้ไม่อยู่ในพื้นที่อำเภอนำร่อง’</h2>



<p><strong>เบญจา พรหมเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบาละ</strong> กล่าวว่า การเข้ามาของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดยะลา ซึ่งนำโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาด้วยผลกระทบจากโควิด-19</p>



<p>“เราทราบว่ายะลามีเครือข่ายคณะทำงาน ค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่หลุดหรือมีความเสี่ยงหลุดจากระบบ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ข้อมูลที่ทราบคือเป็นการทำงานใน 4 อำเภอนำร่อง ซึ่งโรงเรียนเราไม่อยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ด้วยใจที่ตั้งมั่นแล้วว่าจะหาทางช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ จึงตัดสินใจนำเรื่องของตอเละส่งไปที่ อบจ.ยะลา คณะทำงานก็ลงพื้นที่ทันที ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp; พร้อมวางแผนช่วยเหลือในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bd90e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยขอบเขตการทำงานที่ครอบคลุมระดับจังหวัด ทั้งการตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเดินทางเข้าออกพื้นที่สีแดง และเครือข่ายที่โยงใยจากทุกทิศทาง เบื้องต้นครอบครัวของตอเละจึงได้รับความช่วยเหลือด้านการประทังชีวิต พร้อมกับมีทีมงานที่มาช่วยออกแบบวิธีการ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ครูและทีมหนุนเสริมต่างๆ เข้ามาฟื้นฟูแผนการเรียนรู้ให้กับตอเละและน้องๆ ได้ เป้าหมายตอนนี้คือการประคองเด็กในภาวะวิกฤตก็จริง แต่โครงการยังมองไปถึงความเสี่ยงในระยะยาว พร้อมที่จะสนับสนุนทุกรูปแบบ&nbsp; เพื่อพาครอบครัวของตอเละให้ไปต่อได้ในอนาคต</p>



<p>“<strong>เป้าหมายของเราในฐานะครู คือเห็นเด็กอยู่ในระบบได้นานที่สุด และใช้การศึกษาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้</strong> <strong>แม้วันนี้เรายังมีจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบ และกลุ่มเสี่ยงกระจายในพื้นที่ต่างๆ แต่ผมเชื่อว่าเรามีครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยม มีเครือข่ายจังหวัดที่รวมพลังเข้มแข็ง นี่คือ ‘ความมั่นคง’ ทางการศึกษาที่จะจุดประกายให้การช่วยเด็กกลุ่มนี้”</strong> ครูธีระพลกล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>



<p>แม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังคงอยู่ แต่การทำงานของคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ ที่ทำร่วมกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา พร้อมการเกิดขึ้นของ ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กจังหวัดยะลา’ ได้กลายมาเป็นความหวังของตอเละกับน้องๆ รวมไปถึงเด็กเยาวชนคนอื่นๆ และเป็นกำลังใจให้คนยะลามีความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์…จะเป็นไปได้ในวันหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กหลุดจากระบบการศึกษาของโรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-support-poor-students-no-children-dropped-out-of-the-education-system/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-support-poor-students-no-children-dropped-out-of-the-education-system</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Oct 2021 12:49:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนิคมพัฒนวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัญญานุช แย้มไสว]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46742</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่ากำลังเจอกำแพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-support-poor-students-no-children-dropped-out-of-the-education-system/">เด็กหลุดจากระบบการศึกษาของโรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p><strong>“เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่ากำลังเจอกำแพง</strong><br><strong>เราต้องทำลายกำแพงให้เด็กรู้ว่าข้างหน้าไม่ใช่ทางตัน มันมีทางเดินที่จะไป”</strong></p></blockquote>



<p>โรงเรียนนิคมพัฒนวิทย์เป็นโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวในตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ตั้งอยู่บนเขา ไกลจากตัวอำเภอ เดินทางสัญจรได้ยากลำบาก เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับ ม.1- ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียนอยู่ 45 คน&nbsp;</p>



<p>หลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ครอบครัวของเด็กๆ หลายคนต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ จนกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่กำลังจะหลุดจากระบบการศึกษา บางคนต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินมาโรงเรียน บางคนต้องหยุดไปช่วยที่บ้านทำงานแบ่งเบาภาระครอบครัว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-db12aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในฐานะ “ครู” ที่เป็นด่านหน้า อยู่ใกล้ชิดกับนักเรียนมากที่สุด ย่อมไม่อาจปล่อยให้เด็กๆ ต้องหลุดไปจากระบบการศึกษา ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึง​ “โอกาส”​ ที่จะมีอาชีพการงาน รายได้ที่มั่นคงในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ยอดตัวเลขเด็กหลุดจากระบบเป็น “ศูนย์”<br>ไม่ใช่ลงไปครั้งเดียวแล้วจะแก้ปัญหาได้ทันที</h2>



<p>ปัจจุบันเด็กหลุดจากระบบการศึกษาของโรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์ <strong>ครูเข็ม-ชัญญานุช แย้มไสว </strong>ครูประจำชั้น ม.4 โรงเรียนนิคมพัฒนาวิทย์ หัวหน้าระบบดูแบบเด็ก กำลังสำคัญของโรงเรียนที่ทุ่มทำงานทุกด้านเพื่อหาทางช่วยเหลือไม่ให้เด็กๆ ต้องก้าวพ้นไปจากรั้วโรงเรียนอย่างน่าเสียดาย อธิบายว่า เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน การจะพาพวกเขากลับเข้ามาเรียนต้องลงไปดูปัญหา ไปช่วยเขาแก้ปัญหา และไม่ใช่ลงไปครั้งเดียวแล้วแก้ได้ทันที&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fdd150"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยกตัวอย่าง “น้องหนึ่ง” พี่น้องฝาแฝดกับ “น้องสอง” ปัจจุบันน้องสองเรียนอยู่ชั้น ม.4 ในขณะที่ “น้องหนึ่ง” ครูเข็มช่วยแก้ปัญหานานหลายเดือน สุดท้ายยอมกลับมาเรียนซ้ำชั้น ม.2 อีกครั้ง ซึ่งเป้าหมายก็คืออยากให้เขาเรียนจนจบ ม.3 ให้ได้ แต่ตอนนี้ก็ทำไปทีละขั้น ลุ้นให้จบ ม.2 ให้ได้ก่อน อย่างน้อยจบ ม.6 ก็ได้งานที่ดีกว่ารับจ้างทั่วไป&nbsp;</p>



<p>“น้องหนึ่งหายไปครั้งแรกตอนเทอม 2 ปีที่แล้ว ครูที่ปรึกษามาบอกเรา เราก็ไปตามดูที่บ้าน รอบแรกเขาบอกว่าไม่อยากเรียนแล้ว อยากออกไปทำงาน ซึ่งก็เป็นงานรับจ้างทั่วไป ขณะที่พี่น้องฝาแฝดก็แต่งตัวมาเรียนทุกวัน รอบสองเราก็ไปคุยกับพ่อแม่ว่าอยากให้ลูกกลับมาเรียน ตอนนั้นรู้ว่ามีปัญหา น้องเขาติด 0 ติด ร. หลายวิชา เราก็ไปคุยกับครูแต่ละวิชาว่า ถ้าให้น้องเขากลับมาเรียนต่อ จะให้ทำงานส่ง สอบซ่อมอย่างไรบ้าง แต่สุดท้ายน้องหนึ่งก็บอกว่าเหลืออีกแค่ 3 เดือนจะหมดเทอม คงทำไม่ทัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c314da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“รอบสามไปใหม่อีกครั้งช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา กำลังจะเปิดเทอมใหม่ ตอนนั้นโควิดระบาด งานรับจ้างก็ไม่ค่อยมี เลยไปหว่านล้อมให้เขากลับมาเรียนซ้ำ ม.2 ใหม่ จนเขายอมกลับมาเรียน ในหมู่บ้านเป็นภูเขา ตัวเขาเองก็ไม่เคยออกไปเจอโลกภายนอก ​อย่างน้อยจบ ม.6 ก็จะสร้างภูมิต้านทานดีกว่านี้ ยังพอหางานเป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) ถ้าจบ ม.2 ก็ทำได้แค่รับจ้างทั่วไป ทำงานวันต่อวันเพื่อให้ได้เงินเท่านั้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทุนจาก กสศ.สนับสนุนให้เด็กได้กลับมาเรียนต่อ</h2>



<p>“ทุนเสมอภาค” จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เด็กกลับมาเรียน ครูเข็มเล่าให้ฟังว่า เวลาลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก ก็จะพูดกับผู้ปกครองว่ามีทุนจาก กสศ. ที่อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้ปกครองอยากส่งลูกหลานกลับมาเรียน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a4c854"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>​เคส “น้องเวฟ” เป็นนักเรียนชั้น ม.4 ตอนแรกติด 0 บางวิชา ไม่อยากเรียนต่อ ​คิดว่าออกไปทำงานหาเงินดีกว่า เพราะน้องอยากออกมาช่วยยายหาเงิน ​ พอมีทุนจาก กสศ.เข้ามาให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp; ครูเข็มก็ลงพื้นที่ไปคุยกับยายว่าน่าจะมาสมัคร เพราะจะได้เรียนต่อ มีอนาคตที่ดีขึ้น อีกสองปีจบ ม.6 ก็จะหางานดีๆ ง่ายขึ้น ไม่ต้องมาลำบากในอนาคต จนยายให้หลายมาสมัครเรียนต่อ</p>



<p>“นอกจากการสอนปกติแล้ว การต้องลงพื้นที่ไปตามเด็กกลับมาเรียนด้วย มันก็ทำให้เราเหนื่อยกว่าเดิม แต่ก็ทำเพราะสงสารเด็ก ถ้าเราไม่ทำตรงนี้ใครจะทำ ทุกวันนี้เราเห็นเขาได้กลับมาเรียน เราก็ภูมิใจ ได้ส่งให้เขามีอนาคตที่ดีขึ้น ได้เห็นแสงสว่างในชีวิตมากขึ้นอีกนิด ไม่มากก็น้อย แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว”​</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ต่อเนื่องแก้ปัญหาทันท่วงที</h2>



<p>ครูเข็มอธิบายว่า ตอนไปประชุมกับทีมงานของ อบจ.ยะลา เสร็จก็ต้องกลับมาถ่ายทอดให้ครูที่โรงเรียนฟังว่าเราต้องทำงานเชิงรุก ต้องติดตามไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งเด็กแต่ละคนก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนมีปัญหาเศรษฐกิจ บางคนมีปัญหาครอบครัว บางคนมีปัญหาเรื่องการเรียน ก็ต้องหาทางแก้ไขหลายวิธี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50a553"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้ก็ต้องติดตามต่อเนื่อง รอบแรกลงพื้นที่แบบเจอตัวไปแล้ว ตอนนี้ก็ลงพื้นที่รอบสองแบบออนไลน์ วิดีโอคอลไปพูดคุยกับผู้ปกครองว่าเขาอยู่กันอย่างไร มีปัญหาอะไรที่อยากให้ช่วยเหลือ เรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ติดขัดตรงไหน ตรงนี้ก็เพื่อให้รู้ว่าเขาติดอะไร จะได้หาทางแก้ไข&nbsp; เป็นการสำรวจว่าเด็กคนไหนกำลังเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา และหาทางช่วยเหลือไม่ให้พวกเขาหลุดไปอย่างน่าเสียดาย&nbsp;</p>



<p>“ล่าสุดตอนนี้พบกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีก 3 คน เป็นเด็ก ม.6 จำนวน 2 คน และเด็ก ม.5 อีก 1 คนที่หายไป ไม่เคยทำงานส่งครูเลย หายไปสองเดือน ครูที่ปรึกษาก็ตามไม่ได้ มาแจ้งเราในฐานะครูแนะแนว เราก็เริ่มติดตาม รู้ว่าเขาไปรับจ้างตัดทุเรียน แต่หมดหน้าทุเรียนแล้วก็ยังไม่กลับมาเรียน สุดท้ายเจอเพื่อนเขาก็ฝากบอกไปว่าให้ติดต่อกลับมาหาครูหน่อย เขาก็ติดต่อกลับมา เราบอกว่าครูกำลังจะไปหา แต่ยังติดเรื่องโควิดในพื้นที่ เขาก็บอกว่าไม่ต้องมา เดี๋ยวเขากำลังจะกลับมาเรียนแล้ว”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ต้องช่วยทำลายกำแพงให้เขาเห็นว่าข้างหน้าไม่ใช่ “ทางตัน”</h2>



<p>ยิ่งช่วงโควิดต้องดูแลมากขึ้น อย่างเด็กที่โรงเรียนมีอยู่ 2 คนพี่น้อง ยายติดเชื้อ ถูกรับไปรักษาตัว ต้องอยู่บ้านกันเอง มีข้าวสารกับไข่ คนแถวบ้านก็ผลัดกันทำกับข้าวให้กิน ครูลงพื้นที่ก็ซื้อมาม่าไปให้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-249544"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/10-สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนเขาคิดว่าเขากำลังเจอกำแพง เราต้องทำลายกำแพงให้เด็กรู้ว่าข้างหน้าไม่ใช่ทางตัน มันมีทางเดินที่จะไป </strong>&nbsp;อย่างน้อยก็ให้เขามีทางเลือกว่าจะเดินไปอย่างไรต่อ ไม่ใช่มองไปทางไหนก็เป็นทางตันไปหมด อยากฝากไปถึงครูคนอื่นๆ ที่กำลังทำหน้าที่ตรงนี้ อย่าท้อ&nbsp; หน้าที่ตรงนี้คือการเสียสละ เป็นสะพานบุญ ให้เขาได้รับการศึกษาที่ดี อย่าไปคิดว่าเป็นงานหนัก แต่เราต้องมองให้เห็นว่าความสำเร็จที่อยู่ปลายอุโมงค์ วันหนึ่งที่เขาประสบความสำเร็จ แล้วเขาได้นึกย้อนกลับมาขอบคุณเราที่ทำให้เขามีวันนั้นได้ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-support-poor-students-no-children-dropped-out-of-the-education-system/">เด็กหลุดจากระบบการศึกษาของโรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ครูภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็ก ได้เป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุนนี้ส่งผ่านไปถึงเด็กได้” เรื่องเล่าของครูชัญญานุช แย้มไสว จากจังหวัดยะลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-chanyanuch-support-poor-students/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-chanyanuch-support-poor-students</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2021 07:09:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัญญานุช แย้มไสว]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กยากจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44997</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครูชัญญานุช แย้มไสว (ครูเข็ม) เป็นครูประจำชั้น ม.4 สอนว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-chanyanuch-support-poor-students/">“ครูภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็ก ได้เป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุนนี้ส่งผ่านไปถึงเด็กได้” เรื่องเล่าของครูชัญญานุช แย้มไสว จากจังหวัดยะลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครูชัญญานุช แย้มไสว (ครูเข็ม) </strong>เป็นครูประจำชั้น ม.4 สอนวิชาฟิสิกส์ ทำหน้าที่คัดกรองเด็กชั้น ม.1 &#8211; 3 ครูเล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำหน้าที่นี้ว่า “เราก็มาจากครอบครัวยากจน ตอนที่ครูเรียนยังไม่มี กสศ. ขนาดเรายังต้องกู้ กยศ.เลย แล้วเด็กตรงนี้ล่ะ”&nbsp;</p>



<p>“เด็กส่วนใหญ่ที่โรงเรียนนี้จะยากจน มีส่วนน้อยที่ฐานะไม่ยากจน สำหรับเด็กที่ยากจน เราต้องสร้างอาชีพให้เขา เช่น ฝึกให้เขาซ่อมรถ ทำอาหาร ถ้าเขาไม่เรียนต่อก็สามารถเอาทักษะตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้&nbsp; เพราะเด็กมีโอกาสที่จะเรียนต่อน้อยมาก”</p>



<p>ในการลงพื้นที่ ครูเข็มต้องพบเจออุปสรรค ทั้งเรื่องการเดินทางและผู้ปกครอง แต่ก็ฟันฝ่าเอาชนะมาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b48637"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-0.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ปัญหาที่พบเจอ คือ การเดินทาง เช่น หนทางจากบ้านเด็กคนหนึ่งมาโรงเรียน 3 กิโล เส้นทางค่อนข้างสูง ลาดชัน ถนนไม่ได้ลาดยาง แล้วผู้ปกครองเขาไม่ค่อยอยู่ บางคนทั้งเมาและเล่นการพนัน ถ้าเราเจอผู้ปกครอง ปัญหาจะไม่เยอะ ส่วนใหญ่ไปแล้วไม่เจอผู้ปกครอง และการติดต่อสื่อสารมันไม่มีสัญญาณ ต้องอาศัยจังหวะผู้ปกครองลงมาจากสวน คือไปครั้งเดียวไม่เจอผู้ปกครอง บางทีต้องไป 3 รอบ แล้วยิ่งมาเจอกับโควิด บ้านผู้ปกครองก็ไม่มีสัญญาณมือถือ เราจะออนไลน์ก็ไม่ได้ ต้องให้เด็กมาอยู่ในจุดที่มีสัญญาณ แต่เราจะไม่ได้เห็นภาพเด็ก&nbsp; เราก็ต้องให้เด็กถ่ายรูปบ้านส่งมาให้ครูแทน”</p>



<p>แม้บางบ้านของเด็กยังมีปัญหาไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ระบบสาธารณูปโภคยังไม่พร้อม แต่ครูเข็มก็ยังคงทำหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ</p>



<p>“มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะขึ้น ม.4 ตอนไปเยี่ยมบ้านเขาอยู่ ม.3 ครอบครัวเด็กยากจนจริง ๆ พ่อแม่อยู่ด้วยกัน แต่บ้านเขามีลูกประมาณ 6 &#8211; 7 คน ดูเหมือนเขาจะไม่เรียนต่อ ม.4 เราลงไปเยี่ยมบ้านแล้วพูดโน้มน้าวจิตใจว่า เขาจะเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคตนะ เพราะว่าเป็นเด็กผู้ชาย เราเข้าไปสร้างความหวังให้เขา แนะนำให้ตั้งใจเรียน เขาก็มองเราเหมือนเป็นไอดอล เราก็ดีใจที่ทำให้เขามีความหวัง แม้บ้านจะต้องข้ามคลองไป ต้องเดินลุยน้ำเพราะรถมันเข้าไม่ถึง พอได้ทุนจาก กสศ. เขาก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-471d5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูชัญญานุช แย้มไสว (ครูเข็ม) เป็นครูประจำชั้น ม.4</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทว่าก็มีเด็กที่ได้รับทุนแล้วแต่ยังคงน่าเป็นห่วง จนครูเข็มต้องเฝ้าคอยติดตามใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>“เด็กผู้ชายคนหนึ่ง พอได้ทุน กสศ. เขากลับไม่ยอมส่งงาน ไม่ทำการบ้าน เขามาทุกวันแต่ติดเกม ไม่ค่อยเข้าเรียน เราจึงคุยกับเด็กว่าทำไมไม่เข้าเรียน เด็กก็ตอบว่าเขามาแอบเล่นเกม เราก็คอยตักเตือนแต่เด็กก็ยังเหมือนเดิม&nbsp; เราก็ไปติดตามกับผู้ปกครองเพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนมากขึ้น&nbsp; พบว่าครอบครัวของเด็กยากจน แม่มีเด็กอ่อนอีกคนหนึ่ง เด็กไม่มีเงินมาโรงเรียน​ เราก็พยายามหาแนวทางช่วยเหลือเด็กว่าจะทำอย่างไร เราต้องติดตามเด็กอยู่ต่อเนื่อง”</p>



<p>“มีอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงขึ้นชั้น ม.3 ปีนี้ ครูประจำชั้นก็คอยติดตามดีมาก เป็นเด็กที่ได้ทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่บ้านไม่มีไฟฟ้า คือเด็กยากจนแล้วยังอยากเรียน แต่ความพยายามยังมีไม่พอ ยังอยู่ในช่วงต้องสร้างกำลังใจ สร้างแรงกระตุ้นให้อยากเรียนต่อ เพราะครอบครัวมีพ่อติดเหล้าและทำร้ายแม่ซึ่งเป็นคนพิการ ไปไหนไม่ได้ และเด็กกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ติดเพื่อน ดังนั้นการพูดคุยแบบเก่า ๆ อาจไม่ได้ผล เพราะเด็กยังไม่รู้ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่าการที่ผู้ปกครองติดเหล้า เด็กเห็นทุกวันก็ซึมซับ แม่ก็พิการ จึงขาดต้นแบบที่ดี พอกลับมาบ้านก็เจอมลพิษทางครอบครัว และไม่มีแรงดึงดูดที่ดีคอยกระตุ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45daa0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ตอนที่เด็กมารับเงิน ก็ให้ความร่วมมือดี แต่หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่นอน เราเห็นแล้วก็เวทนาเด็ก เด็กพอมาโรงเรียนก็มีพฤติกรรมเนือย ๆ เขาไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่ามาเรียนทำไม กลับบ้านไปก็เจอสภาพอย่างนั้น&nbsp; เด็กยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียนไปจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีได้อย่างไร เพราะเขาไม่มีต้นแบบดี ๆ ให้เห็น ปัจจุบันเด็กคนนี้ก็ได้รับทุน กสศ. แต่เด็กยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม เราจึงต้องพยายามดึงไม่ให้เขาจมอยู่กับปัญหาตรงนั้น ยิ่งตอนนี้อยู่ในช่วงโควิด เราจะไปเยี่ยมเด็กที่บ้านก็ไม่ได้ จะใช้โทรศัพท์ก็ไม่มีคลื่นสัญญาณ ก็ต้องหาทางค่อย ๆ ประคับประคอง โดยเราพยายามทำให้ดีที่สุด</p>



<p>“ปัจจุบันเรายังหาทางช่วยเหลือเด็กคนนี้ เพราะเป็นกรณีที่ค่อนข้างยาก เราไม่เคยคิดว่าผิดที่ตัวเด็กนะ และผู้ปกครองก็ไม่ผิดด้วย แต่ผู้ปกครองไม่มีแรงพลังจะไปต่อ เพราะปัญหาสภาวะเศรษฐกิจ โรงเรียนเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สอง เด็กจะมีความสุขในช่วงมาอยู่กับเรา 8 ชั่วโมง ไม่ต้องทุกข์ทน แต่พอกลับไปบ้านใจก็ห่อเหี่ยว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d33e80"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เมื่อไปเยี่ยมบ้านเด็ก ทำข้อมูลส่งต่อให้กับ กสศ. ครูเข็มพูดถึงจำนวนเด็กที่ได้รับทุนว่า</p>



<p>“ส่วนใหญ่ในจำนวนเด็กทุก ๆ 20 คน ถ้าทำข้อมูล​เสนอไปจะได้รับทุนประมาณ 12 คน เด็กบางคนไม่ได้ทุนเพราะพ่อแม่เป็นพนักงานราชการ ผู้ปกครองบางคนมีรายได้เดือนละ 3,000 บาท ภาพถ่ายบ้านเขาใหญ่โต แต่นั่นไม่ได้สะท้อนความจริง เพราะเขาเช่าบ้านคนอื่นอยู่</p>



<p>“โรงเรียนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เด็กทุกคนไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ครูต้องใช้ความอดทนอย่างสูง พยายามหาแนวการเรียนแบบ On-hand เพิ่มเติม เราให้ใบงาน ครูสอนออนไลน์สัปดาห์ละวัน แต่บ้านเด็กไม่มีไวไฟ ต้องจ่ายค่าเติมเน็ตวันละ 30 บาท เพื่อจะเรียนผ่าน Google Meet แล้วก็ส่งงาน เรารู้สึกว่า นี่เราไปสร้างภาระให้ครอบครัวเขาหรือเปล่า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2959a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตยังก่อให้เกิดปัญหาการส่งต่อทุนเสมอภาคให้แก่เด็กด้วย</p>



<p>“เด็กที่ได้รับทุน กสศ. คือพื้นฐานเด็กลำบากอยู่แล้ว พอมาเจอเศรษฐกิจแบบนี้ เขาก็ยิ่งลำบากกว่าเดิมอีก ในเรื่องการส่งต่อมอบทุนให้เด็ก ครูเองมีพร้อมเพย์ แต่เด็กบางคนยังไม่ได้เปิดบัญชี เราจะนัดแนะเด็กก็ยังยาก บางโรงเรียนที่ไม่มีพร้อมเพย์ก็ต้องนัดเด็กให้ไปรับทุนที่โรงเรียน ก็จะยุ่งยากยิ่งขึ้น ทางธนาคารก็จำกัดจำนวนคนทำธุรกรรมเพราะสถานการณ์โควิด ผู้ปกครองก็ไม่สะดวกที่จะไปเปิดบัญชี ก็ค่อนข้างลำบาก ขั้นตอนมันยากนิดนึง เงินจึงยังไม่สามารถส่งต่อให้เด็กนักเรียนทุกคนได้”</p>



<p>ครูเข็มกล่าวถึงทุนเสมอภาคที่ได้รับจาก กสศ.ว่า “ช่วงนี้เจอโควิด ครูมองว่าเงินที่ช่วยเหลือเด็ก 1,500 หรือ 1,000 บาทต่อเทอมนั้นค่อนข้างน้อย น่าจะปรับให้ทันกับปัจจัยพื้นฐานค่าครองชีพ เด็กที่ได้รับทุนไป เขาไม่ได้นำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนหรอก เขาเอาไปช่วยผู้ปกครองซื้อกับข้าว ซื้อข้าวสาร อยากให้ปรับเพิ่มเป็น 2,000 หรือ 2,500 บาทค่ะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ed113"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/39-ทุนเสมอภาค-ครูชัญญานุช-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นั่นคือเสียงสะท้อนจากครูเข็มผู้ทำงานร่วมกับ กสศ.&nbsp; เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก่อนที่ครูเข็มจะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ครูภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็ก ได้เป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุนนี้ส่งผ่านไปถึงเด็กได้ เป็นน้ำใจที่เราพอทำให้เด็กได้ ก็รู้สึกภูมิใจและอิ่มใจค่ะ”</p></blockquote>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ปีการศึกษา 2/2563</strong></p>



<ul><li>จังหวัดยะลามีนักเรียนทั้งหมด 59,588 คน</li><li>เป็นนักเรียนยากจน 3,977 คน นักเรียนยากจนพิเศษ 26,361 คน</li><li>รวมนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ 30,338 คน คิดเป็น 50.91 % ของนักเรียนทั้งหมด</li><li>รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยเด็กยากจนและยากจนพิเศษ 942.97 บาท</li><li>จำนวนสมาชิกเฉลี่ยต่อครัวเรือน 5 คน</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา :</strong> ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา <a href="https://isee.eef.or.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://isee.eef.or.th/">iSEE</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-chanyanuch-support-poor-students/">“ครูภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็ก ได้เป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุนนี้ส่งผ่านไปถึงเด็กได้” เรื่องเล่าของครูชัญญานุช แย้มไสว จากจังหวัดยะลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูรัก(ษ์)ถิ่น โอกาสทางการศึกษาส่งต่อการพัฒนาบุคคลไปถึงระดับชุมชน​</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-27-10-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=teacher-27-10-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2020 04:26:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มะห์สวานี กาซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22663</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีอาจเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-27-10-20/">ครูรัก(ษ์)ถิ่น โอกาสทางการศึกษาส่งต่อการพัฒนาบุคคลไปถึงระดับชุมชน​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22665" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีอาจเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับเด็กๆ หลายคน โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่หลายคนมีความสามารถ และความมุ่งมั่นตั้งใจอยากเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อจบออกมามีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง แต่สุดท้าย​ฐานะการเงินก็เป็นอุปสรรคฉุดรั้งให้เด็กหลายคนต้องออกมาทำงานหาเงินหลังเรียนจบชั้นมัธยมปลาย</span></p>
<p><b>น้องมัส-มะห์สวานี กาซอ</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในเด็กๆ หลายคนที่เคยถอดใจเตรียมออกมาหาทำงานหลังเรียนจบ ม.​6 ​จนกระทั่งได้รับ “โอกาส” จากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.). ให้ทุนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี  และกลับมาบรจุเป็นครูในพื้นที่บ้านเกิด  ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าไม่มีโครงการนี้หนูก็คงไม่ได้เรียนต่อเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล พ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้เรียนระดับปริญญาตรี พื้นที่ที่หนูอยู่ไม่ค่อยมีคนได้เรียนปริญญาตรีจบม.ปลายก็ออกมารับจ้างทำงานในพื้นที่ทั้งทำสวนยาง ทุเรียน ลองกอง  ตั้งใจเรียนมาตลอดเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.40 พอ ม.5 ก็ถามพ่อแบบจริงจังว่าจะส่งให้เรียนไหม พ่อก็บอกว่าไม่ใช่จะไม่ส่ง แต่เราไม่มีเงินก็คิดว่าจะไม่ได้เรียนแล้ว จนมีทุนนี้ก็ทำให้มีหวังและสุดท้ายก็ได้เดินหน้าสู่เป้าหมายที่อยากกลับมาเป็นครูสอนน้องๆ ในพื้นที่”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ฝันอยากเป็นครูกลับมาสอนเด็กให้มีความสุข</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22676" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเริ่มรู้ตัวเองตั้งแต่ประถมว่าอยากเป็นครูเพราะที่โรงเรียนเคยได้เรียนกับครูใจดี เรียนแล้วมีความสุข ทำให้เราอยากกลับมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนให้เด็กมีความสุขเหมือนที่เราได้รับบ้าง ได้กลับมาพัฒนาพื้นที่ชุมชนบ้านเราให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงต้องใช้โซลาร์เซลล์ ถนนเป็นลูกรัง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์  ต้องใช้น้ำจากเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการเป็นครูที่มาจากในพื้นที่นั้น มะห์สวานี มองว่า  ถ้าเป้นครูที่มาจากที่อื่นต้องมาสอนในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้ก็อาจไม่รู้ว่าชุมชนของเราเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าพื้นที่มีอะไรบ้าง ขัดสนตรงไหน ต้องพัฒนาตรงไหน แต่เรามาจากในพื้นที่  มีจุดเด่นมีสินค้า OTOP  จะพัฒนาอย่างไรให้ดีขึ้น สิ่งที่ขาดแคลนจะพัฒนาอย่างไรให้เด็กรุ่นหลังได้เรียนรู้เท่าทันเพื่อน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">​ครูจากพื้นที่ทำให้รู้จักและพัฒนาชุมชนได้ดีขึ้น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22669" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นนอกจากจะให้ทุนจนเรียนจบแล้ว เมื่อเรียนจบยังได้ไปบรรจุในพื้นที่บ้านเกิด​ทันที ​โดย​ มะห์สวานี จะไปบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนท่าละมัย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เธอเคยเรียนตอนชั้นประถมปัจจุบันยังมีครูที่เคยสอนเมื่อทราบข่าวว่าจะได้กลับไปบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนก็ติดต่อมาให้กำลังใจและคำแนะนำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การกลับมาเป็นครูที่นี่อีกครั้ง จะทำให้เรารู้จักทั้งโรงเรียน ทั้งคุณครู ทั้งชุมชน ทั้งนักเรียน เป็นความคุ้นเคยที่จะทำให้เราสามารถสอนเด็กได้ดีขึ้น ดึงให้ผู้ปกครองให้มาร่วมพัฒนาชุมชนได้ง่ายขึ้น  อย่างในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เด็กเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสาร​เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากเข้าไปพัฒนาตรงนี้ให้ดีกว่าเดิม”​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ขอตอบแทน”โอกาส” ที่ได้รับทำหน้าที่ให้ดีที่สุด</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22667" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกจุดเด่นที่สำคัญของนักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์) คือการเป็นนักพัฒนาชุมชนควบคู่กับการเป็นครู ซี่ง มะห์สวานี เห็นด้วยว่า การเป็นครูไม่ใช่แค่การการสอนหนังสือแต่ต้องพัฒนาชุมชนควบคู่ไปด้วย เพราะหากอยู่ในชุมชนที่ไม่ดี เด็กก็จะเรียนรู้ได้ไม่ดี  หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเด็กก็จะเรียนรู้ได้ดีกว่าเดิม ครูจึงควรเป็นหนี่งในกำลังร่วมพัฒนาชุมชน และะขอใช้โอกาสที่ได้รับนี้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนทำกิจกรรมเข้าค่ายช่วงคัดเลือกรับสมัครทุน ทาง มรภ.ยะลา ได้พานักเรียนที่สมัครผ่านการคัดเลือกรอบแรกไปลงพื้นที่ เกาะยอ จ.สงขลา โดยให้โจทย์ไปสานสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้าน ไปศึกษาว่าชุมชนมีอะไรดี อะไรที่ต้องพัฒนา ต้อการอะไร ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ของเราเมื่อกลับมาเป็นครู​​ในพื้นที่จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ทุนนี้ไม่ได้สานฝันแค่ตัวหนู แต่สานฝันเด็กหลายๆ คนให้เป็นจริง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27565" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/quote-1024x1024-1.jpg" alt="" width="1024" height="1024" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“​ตอนประกาศว่าได้รับทุน หนูดีใจมากน้ำตาไหลเลย ถ้าหากไม่มีทุน​วันนี้เราคงไม่มีโอกาสได้เรียน พอมีโอกาสได้เรียนก็ได้สานฝันของตัวเองให้เป็นจริง ทุนนี้ไม่ได้สานฝันแค่ตัวหนูเอง แต่สานฝันเด็กหลายๆ คนให้เป็นจริง ได้นำความรู้นี้ไปพัฒนาชุมชน ไปพัฒนาโรงเรียน ไปพัฒนาเด็ก ๆ  ทำให้เด็กมีความรู้มากขึ้น ชุมชนของเราก็จะพัฒนามากขึ้น ทุนนี้จึงไม่ใช่ได้แค่ตัวเราแต่ได้ทั้งหมู่บ้านทั้งชุมชน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มะห์สวานี เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้เด็กๆ ในพื้นที่รู้จัก กสศ. เพราะโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น น้องๆ ก็จะสอบถามเข้ามาเรื่อยๆ ว่าเปิดรับสมัครหรือยัง ถ้ามีทุนอะไรก็ให้แจ้งข่าวด้วยนะ พอมีความคืบหน้าเราก็จะแจ้งไปตลอด เพราะทุนของกสศ. เป็นเหมือนโอกาสที่จะทำให้พวกเขาได้ศึกษาต่อ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-27-10-20/">ครูรัก(ษ์)ถิ่น โอกาสทางการศึกษาส่งต่อการพัฒนาบุคคลไปถึงระดับชุมชน​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/20082020-8/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=20082020-8</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 05:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สุกรี อัซอลีฮีย์]]></category>
		<category><![CDATA[พรเทพ  เจริญผลจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20445</guid>

					<description><![CDATA[<p>เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20451" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><br />
เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ ครอบคลุม 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค และเล็งถอดบทเรียนเสนอรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาประเทศไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะที่ ผู้รับทุนเหนือจรดใต้ เปิดใจเล็งใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ เน้นภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการปรับปรุงข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 โดย <strong>ศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ</strong> ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาต้องผ่านหลายกระบวนการ ดังนั้นเม็ดเงินที่จะลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน จะต้องตกถึงมือชาวบ้านจริงๆ และถึงมือกลุ่มเป้าหมาย อาทิ คนตกงาน คนหรือกลุ่มคนที่เหลื่อมล้ำชัดเจน ไม่กระจุกตัวอยู่ที่คนเฉพาะกลุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ ปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนเป็นฐานยังมีไม่มาก และยังไม่กระจายในวงกว้าง แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ยิ่งมีสถานการณ์โควิด -19 ทำให้คนตกงานและกลับสู่ชุมชนมากขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันของคน 3 รุ่น คือคนตกงาน ชุมชน โรงเรียน เพื่อจัดทำโครงการมาเสนอ ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้วันนี้เราเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และรอการจัดการทำให้มีคุณค่าและเพิ่มมูลค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นปีนี้จะกลายเป็นระบบการเรียนรู้การออกแบบ การสร้างหลักสูตรการศึกษาใหม่ๆ ทำให้เห็นชุมชนมีชีวิต จากกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มทักษะเพิ่มสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลักสูตร จะต้องพิจารณาสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ และสิ่งที่ชุมชนต้องการแล้ว กสศ.เข้าไปสนับสนุนตรงนั้น อาทิ ระบบการจัดการเศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน จะทำให้คนในชุมชนมีความรู้สึกเลยว่าเขามีศักดิ์ศรีไม่ใช่คนยากจนด้อยโอกาสที่จะเอาอะไรก็ได้มายัดเยียดให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่กสศ.กำลังจะทำหลังจากเสร็จสิ้นโครงการนี้คือ การถอดออกมาให้ได้ว่าต้นทุนทรัพยากรที่มีอยู่ต่างๆนั้นมีที่มาอย่างไร มีความหมาย มีคุณค่าอย่างไร ขณะเดียวกัน ก็จะต้องทำระบบการตลาดใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมตรงนี้ได้อย่างดี ผ่านระบบไอที วิทยาการสมัยใหม่ มีความเป็นสากลมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น สร้างโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ในส่วนของปีที่ 3 จะต้องทำให้กว้าง และขยายมากขึ้น ส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลเพื่อกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนประเทศตามที่บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งถ้าจะทำโครงการที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการที่ใช้ชุมชนเป็นฐานคือคำตอบ โดยมีโมเดลความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว </span></p>
<p><figure id="attachment_20453" aria-describedby="caption-attachment-20453" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20453 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20453" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ </strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า หลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. &#8211; 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจส่งข้อเสนอโครงการ 783 โครงการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการซึ่งมาจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชน วิชาการ สื่อมวลชน และชุมชน และคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว<strong>มีมติมอบทุนฯ ให้กับ 130 โครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 8,652 คน เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ แม่เลี้ยงเดี่ยว กลุ่มแม่วัยรุ่น ผู้ต้องขัง ฯลฯ </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเภททุนแบ่งเป็น ทุนพัฒนาทักษะอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน จำนวน 99 โครงการ และทุนนวัตกรรมเพื่อชุมชน จำนวน 31โครงการ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค สำหรับทุนนี้จะมีความหลากหลายที่เพียงแต่สร้างอาชีพแต่มีการสร้างนวัตกรรมทางอาชีพ อาทิ การจัดการตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล การเพิ่มมูลค่าสินค้า นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ เรื่องระบบสุขภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในการพิจารณานั้นไม่ได้มองเฉพาะเรื่องของการพัฒนาทักษะอาชีพเท่านั้น แต่โครงการที่เสนอเข้ามาต้องตอบโจทย์ห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การผลิต การตลาด การขายด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญของผู้ที่เสนอโครงการเข้ามาต้องมีการวิเคราะห์ทุนและทรัพยากรชุมชน รู้จักศักยภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รู้ว่าจะพัฒนาอะไรอย่างไรเพื่ออะไร ตอบโจทย์หรือไม่ เพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองและคัดเลือกข้อเสนอโครงการมีความเชื่อมั่นและเห็นภาพเหล่านี้ โดยทั้งหมด130 โครงการนั้น เราจะมีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์และประเมินผลและจัดทำชุดข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้ขยายวงกว้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กศน. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้โครงการในปีนี้เสนอเข้ามาจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก สำหรับโครงการที่ไม่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้ ขอให้นำหลักคิดของเรากลับไปปรับปรุงและสามารถเสนอเข้ามาอีกครั้งหลังเปิดโครงการในปี 2564” <strong>น.ส.ธันว์ธิดา</strong> กล่าว</span></p>
<p><figure id="attachment_20455" aria-describedby="caption-attachment-20455" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20455 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20455" class="wp-caption-text">น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์  ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายโชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์</strong> อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ กล่าวว่า การสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งนั้น ต้องจัดการระดับหมู่บ้าน หลายๆหมู่บ้าน เริ่มจากผู้นำหมู่บ้าน และอยู่บนหลักคิดว่าไม่มีใครเก่งได้เพียงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการหลุดจากตัวตนต้องมีการรวมตัวของคนเก่งแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการเข้าไปสนับสนุนชุมชนนั้น ต้องเป็นการพัฒนาฝีมือที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นลูกจ้างโรงงานเพียงอย่างเดียว รวมถึงอาจจะมีการเสริมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมอาหารที่เป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และโรคภัยไข้เจ็บ ส่งเสริมในสิ่งที่ประชาชนอยากทำจริงๆ หวังว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายพรเทพ  เจริญผลจันทร์</strong> ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ บริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเอกชนจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับชุมชนได้อย่างไร เพราะหลังประสบปัญหาการระบาดของโควิดทำให้การทำงานหลายๆ อย่างชะงัก การผลิตหายไป วัตถุดิบหายไป แรงงานหายไป แต่หากเรามีชุมชนที่เข้มแข็งสามารถซับพอร์ตความสามารถในการผลิตของเราได้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายก้าวผ่านวิกฤตได้ ดังนั้นเราต้องหนุนเสริมให้ชุมชนรอบข้างมีความรู้ พัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายสุกรี อัซอลีฮีย์</strong> จากโครงการวงล้อมอาชีพห่วงโซ่อาหารเพื่อเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กกำพร้าและการกุศล จังหวัดยะลา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่โครงการได้รับการสนับสนุนทุนจาก กสศ.ทั้งนี้ โครงการที่เรานำเสนอเข้าไป จุดเริ่มต้นมาจาก ที่เดิมทีเรามีเด็กด้อยโอกาสต้องดูแล 100 กว่าคน โดยส่งเรียนตามโรงเรียนทั่วไป แต่ตอนหลังเปิดโรงเรียนเอง พอเรียนจบส่วนใหญ่ก็เรียนต่อสายสามัญ บางคนออกไปประกอบอาชีพทั่วไป จึงมีแนวคิดที่อยากช่วยสร้างอาชีพให้เด็กๆ พอรู้ว่า กสศ. มีโครงการมอบทุนสนับสนุนตรงนี้ จึงเขียนไปเสนอ โดยขยายเพิ่มไปเป็นการพัฒนาอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส อาทิ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทั้งตำบล</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
