<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 24 Oct 2024 06:49:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-241024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 06:49:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ONE TEACHER Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87668</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าสถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-241024/">กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการศึกษาในวงกว้าง เช่นเดียวกับจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประสบปัญหานักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้เป็นเวลาหลายเดือน และครูได้รับผลกระทบ การปิดโรงเรียนและการเรียนการสอนทางไกลทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรและการเรียนการสอน ส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอยในหลายมิติ ทั้งด้านคณิตศาสตร์ การอ่านเขียน ด้านอารมณ์และสังคม</p>



<p>“ปัญหาด้านการศึกษาที่จังหวัดสมุทรสาครเผชิญในช่วงนั้น เป็นความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักเป็นจังหวัดแรก มาตรการและโครงการฟื้นฟูการเรียนถดถอย จึงถูกนำมาใช้กับพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการทำงาน ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับครูจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้ครูมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลายรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยให้เด็กในจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเรียนรู้ได้ดีในสถานการณ์ที่กำลังเกิดวิกฤตด้านการเรียนรู้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cbf756"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/นายอาคม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาคม ศาณศิลปิน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอาคม</strong> กล่าวว่า การดำเนินการและความร่วมมือในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เกิด <strong>“สมุทรสาครโมเดล” </strong>ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมมาช่วยกันหาทางแก้ไข จนสามารถสร้างกระบวนการที่ช่วยลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย รวมถึงต่อยอดการเรียนรู้ไม่ให้ขาดช่วงเมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดได้ โดยมีเครือข่ายอย่างองค์การยูนิเซฟและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้ามาช่วยในหลายด้าน เช่น นำแนวคิดฟื้นฟูพัฒนาระดับนานาชาติมาสนับสนุน สามารถรักษาเด็กไม่ให้หลุดจากระบบ ระบบส่งต่อช่วยเหลือนักเรียนในภาวะฉุกเฉินทางการศึกษา จัดระบบส่งเสริม-ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อปรับอารมณ์และความพร้อมด้านสังคมของเด็ก ฯลฯ</p>



<p>“ความร่วมมือระหว่างองค์กร ทั้งยูนิเซฟ กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม โรงเรียน และองค์กรทุกสังกัดในจังหวัด ทำให้สมุทรสาครสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในการต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้ตั้งแต่ในวันที่ยังไม่เปิดเรียนปีการศึกษา 2565  และส่งผลให้ในวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าการทำงานได้ช่วยฟื้นฟูเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในเด็ก ๆ ได้อย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันยังได้เกิดผลพลอยได้อีกด้านหนึ่ง คือการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย และสามารถเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยแก้ปัญหาได้มากขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าแม้ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอีกกี่ครั้ง ก็มั่นใจได้ว่าเด็กในพื้นที่สมุทรสาคร จะเข้าถึงการพัฒนาตนเอง องค์ความรู้ และทักษะชีวิตได้อย่างเสมอภาคทุกคน” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cacd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ดร.รังสรรค์-วิบูลย์อุปถัมภ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์</strong> <strong>เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ผลจากการทำงานที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้ได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน โดยสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่าง ๆ มาผสมผสานในการสอนแล้ว ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์</strong> กล่าว่า คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาครได้แนะนำให้มีการนำโมเดลนี้ ไปขยายผลเพื่อให้เกิดแรงเสริมหนุนด้านการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของการทำงานร่วมกันระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม และยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน มิ.ย. &#8211; ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมเสริมความเข้มแข็งอบรมออนไลน์ให้กับคณะครูในจังหวัดสมุทรสาครผ่านเครือข่าย ONE TEACHER Thailand</p>



<p>“การทำงานนี้จะประสบผลสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดกลไกสำคัญคือ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หน่วยงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และแรงพลังที่ขับเคลื่อนที่มาจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ประสบการณ์ในการฟื้นฟูการเรียนรู้ของจังหวัดสมุทรสาครนี้ จะจุดประกายและส่งเสริมให้การศึกษาของประเทศไทยได้มีอัตราเร่งในการพัฒนาการเรียนรู้ให้สมกับความตั้งใจที่จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9fe1c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/1024_กสศ.-จังหวัดสมุทรสาคร-ยูนิเซฟ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์</strong> กล่าวอีกว่า โครงการนี้ ได้ออกแบบมาตรการสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อพัฒนาทักษะครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน, การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning, การใช้เทคโนโลยีการสารสนเทศและการ สื่อสาร รวมถึงการจัดการเรียนการสอนและให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างของความสามารถในการจัดการเรียนสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิค-19 โดยมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมได้มีการจัดทำเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะครูและบุคลากร เพื่อช่วยฟื้นฟูภาวะความรู้ของผู้เรียนในโครงการนี้ ประกอบด้วย บทเรียนออนไลน์ 10 บทเรียน, การอบรมเชิงปฏิบัติการผ่านสื่อออนไลน์ 20 ครั้ง, การอบรมและให้ปรึกษาวางแผนการโค้ช, การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC), การสนับสนุนเครื่องมือเพื่อการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ สื่อการเรียนการสอน, เครื่องมือการเรียนรู้, ชุดการเรียนรู้ (Learning Box และ Learning Bag) และสื่อ Micro Learning ส่งเสริมการอ่านเขียน คณิตศาสตร์และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์สังคม สำหรับครู ผู้ปกครอง หรือตัวแทนชุมชน และผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 360 บทเรียน โดยครูทั่วประเทศสามารถเข้าไปติดตามเนื้อหาต่าง ๆ ได้จากแพลตฟอร์มของ Starfish Labz</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-241024/">กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ฟื้นความรู้เดิม พัฒนาการก้าวหน้า ครูจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย’ พิสูจน์ผลโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19 ‘สมุทรสาครโมเดล’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-151122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2022 05:10:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61749</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงโรงเรียนปิดจากผลกระทบโควิด-19 แม้ครูหรือผู้บริหารโร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-151122/">‘ฟื้นความรู้เดิม พัฒนาการก้าวหน้า ครูจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย’ พิสูจน์ผลโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19 ‘สมุทรสาครโมเดล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงโรงเรียนปิดจากผลกระทบโควิด-19 แม้ครูหรือผู้บริหารโรงเรียนพยายามกันเต็มที่ที่จะนำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็ก แต่แน่นอนว่าเราไม่อาจหยุดยั้งภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กได้</p>



<p>เมื่อเปิดเรียนเต็มรูปแบบ ผลของพัฒนาการที่ขาดช่วงจึงค่อย ๆ เผยออกมา ทั้งความรู้เก่าที่หดหาย ขาดสมาธิ หรือเด็กไม่พร้อมปรับตัวกลับมาเรียนในห้องเรียน ทำให้เด็กมากกว่าครึ่งหนึ่งประสบปัญหาเรียนไม่ทัน ไม่เข้าใจบทเรียน เกิดความเครียดสะสม และโดยเฉพาะในเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ปัญหาเหล่านี้คือสัญญาณเตือนเริ่มแรกว่าน้อง ๆ มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา หากไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลที่เหมาะสม</p>



<p>นานาเหตุผลนี้คือจุดเริ่มต้นของโครงการ ‘พัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้นักเรียน’ ที่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างโมเดลการทำงานระดับจังหวัด เพื่อหาแนวทางจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องถึงช่วงเวลาเปิดเรียนเต็มรูปแบบอีกครั้งในปีการศึกษา 2565 โดยปักหมุดทำงานที่จังหวัดสมุทรสาคร อันเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ทำให้การปิดโรงเรียนยาวนานกว่าพื้นที่อื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>ถึงวันนี้ หลังเทอมแรกของปี 65 ผ่านไป นับเป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็มกับการดำเนินโครงการ คณะทำงานแต่ละฝ่ายได้พร้อมใจกันลงพื้นที่ ที่โรงเรียนวัดโสภณาราม (ปลั่งร่วมราษฎร์บำรุง) เพื่อเยี่ยมชม แลกเปลี่ยน และเป็นกำลังใจให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ พร้อมเก็บข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ประเมินผล เพื่อให้ได้กรอบแนวทางการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถขยายผลต่อไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาค ประเทศ รวมถึงต่อยอดบทเรียนไปสู่ระดับนานาชาติ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปิด (โรงเรียน) ก่อน เปิดทีหลัง</strong><br><strong>‘สมุทรสาครโมเดล’ ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย</strong></h2>



<p><strong>อาคม ศาณศิลปิน </strong>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สมุทรสาครเป็นจังหวัดแรกที่โดนผลกระทบโควิด &#8211; 19 อย่างหนัก ทำให้ต้องปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ด้วยสภาพพื้นที่เขตอุตสาหกรรม สมุทรสาครก็เป็นกลุ่มจังหวัดท้าย ๆ ที่ได้กลับมาเปิดเรียนปกติ ทำให้ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ เรียนรู้ด้วยเครื่องมือวิธีการทดแทนค่อนข้างยาวนาน ในมุมหนึ่ง อาจมองได้ว่าประเด็นนี้คือภาระของครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายครั้งสำคัญ ที่ชาวสมุทรสาครต้องช่วยกันทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้พัฒนาตนเอง ไม่ว่าอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bfe496"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo1-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤต คือจุดเริ่มของความร่วมมือเชิงนวัตกรรมที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเรามีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ที่มาช่วยกันมองปัญหา หาทางแก้ไข จนสามารถสร้างกระบวนการที่ช่วยลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย รวมถึงต่อยอดการเรียนรู้ไม่ให้ขาดช่วงเมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดได้</strong> เรามีเครือข่ายอย่างองค์การยูนิเซฟ ที่นำแนวคิดฟื้นฟูพัฒนาระดับนานาชาติมาสนับสนุน ด้วยหลักการเปิดเรียนปลอดภัย รักษาเด็กไม่ให้หลุดจากระบบ และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อไม่ให้เด็กเสี่ยงหลุด ประสานไปกับการทำงานภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรสาครสามารถนำเด็ก 76 คน จากจำนวนสำรวจ 77 คนที่หลุดจากระบบกลับมาเรียนได้สำเร็จ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 100 % เต็ม”</p>



<p>ศธจ. สมุทรสาคร กล่าวว่า แม้เด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้ในภาวะปกติได้แล้ว มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ก็ยังเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยมี 3 ประเด็นหลักเพื่อต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้แก่ 1.จัดตั้งศูนย์ดูแลส่งต่อช่วยเหลือนักเรียนในภาวะฉุกเฉินทางการศึกษา 2.วัดประเมินผลการเรียนรู้นักเรียนทุกระดับเมื่อเริ่มต้นปีการศึกษา 2565 และ 3.จัดระบบส่งเสริม &#8211; ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อปรับอารมณ์และความพร้อมด้านสังคมของเด็กในช่วงก่อนเปิดปีการศึกษาใหม่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้กับผู้ปกครอง</p>



<p>“สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งยูนิเซฟ กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิช ฯ โรงเรียน และองค์กรทุกสังกัดในจังหวัด เราสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในการต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้ตั้งแต่ในวันที่ยังไม่เปิดเรียนปีการศึกษา 65 และวันนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่าการทำงานได้ช่วยฟื้นฟูเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในเด็ก ๆ ได้อย่างไรบ้าง <strong>นอกจากนี้เรายังมีผลพลอยได้อีกประการ คือการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยหลังจากนี้เชื่อว่าแม้ต้องเจอวิกฤตอีกกี่ครั้ง แต่เราจะมั่นใจได้ว่าเด็กจะเข้าถึงการพัฒนาตนเอง องค์ความรู้ และทักษะชีวิตได้อย่างเสมอภาคทุกคน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มุ่งฟื้นฟู 2 วิชาหลัก + สุขภาวะกาย / จิต</strong><br><strong>สร้างฐานให้แข็งแรงในการต่อยอดการเรียนรู้</strong></h2>



<p><strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนานที่สุด จึงเหมาะกับการศึกษาบทเรียนในฐานะพื้นที่ต้นแบบการแก้ปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอย ตั้งแต่การประเมินปัญหาสำคัญ และการพัฒนาครู โดยแนวทางการฟื้นฟูหลังเปิดเทอม 1 / 65 เน้นไปที่วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ เนื่องจากการอ่าน &#8211; เขียน และคำนวณ ถือเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในวิชาอื่น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจ และสภาพแวดล้อมในการเรียน เพราะช่วงที่หยุดเรียนไปเด็กหลายคนมีความเครียดกดดัน ทั้งจากสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือการขาดหายของพัฒนาการทางสังคม ดังนั้นถ้าจะฟื้นฟูการเรียน ก็ต้องดูแลผู้เรียนไปถึงเรื่องจิตใจ เพื่อปรับตัวกลับมาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-211dee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo2-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนา<br>นวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“การลงพื้นที่วันนี้เราได้เห็นผลจากการทำงาน 1 ปี และพบว่าทั้งครูและเด็กมีพัฒนาการก้าวหน้าไปมาก เราเห็นครูมีวิธีใหม่ ๆ ในการสอน มีการปรับการเรียนการสอนเป็น Active Learning เน้นลงรายละเอียดนักเรียนเป็นรายคน และมีการผสมผสานวิธีจัดการเรียนรู้ ที่เรียกว่า Blended Learning ทั้ง on &#8211; line on &#8211; site มีกล่องการเรียนรู้ รวมถึงคลังเรียนรู้ on &#8211; line ให้ทั้งครูและเด็กค้นคว้าเพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา ในภาพรวมของพัฒนาการเราจะเห็นว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีสมาธิ ร่าเริงแจ่มใสกว่าช่วงเปิดเทอมใหม่ ๆ”</strong></p>



<p>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า ภาวะความรู้ถดถอยเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกประสบร่วมกัน วันนี้เมื่อกลับมาเรียนเต็มรูปแบบ จึงต้องให้ความสำคัญกับพัฒนาการเด็กเป็นรายคน มีโปรแกรมดูแลรอบด้านเพื่อลดจำนวนเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และปัญหาพัฒนาการที่จะส่งผลในระยะยาว โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยที่ยังเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ได้ โดยหลังจากนี้ ผลที่ได้จากสมุทรสาครโมเดล จะถูกนำกลับไปประเมินอีกครั้งในเชิงลึก เพื่อวางแนวทางขยายผลไปยังพื้นที่จัดการตัวเอง (Area &#8211; based Education : ABE) ในความร่วมมือกับ กสศ. เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระดับประเทศ</p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. (วสศ.) กล่าวเสริมว่า ในการนำผลกลับไปประเมิน จะใช้รูปแบบที่เรียกว่า ‘การทดลองแบบสุ่มที่มีการควบคุม’ (randomized control trial : RCT) ซึ่งสามารถวัดผลเชิงประจักษ์ได้ว่า โครงการสามารถแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้ในระดับใด ถ้าได้ผลลัพธ์เชิงบวกระดับที่เชื่อมั่นได้ กสศ. จะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ขยายผลโครงการไปสู่ระดับประเทศ นอกจากนี้ <strong>บทเรียนจากโครงการยังสามารถต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียด มีหลักฐานทั้งเชิงวิชาการและผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยการทำงานร่วมกับองค์กรยูนิเซฟ ที่มีเครือข่ายด้านการศึกษาอยู่ทั่วโลก จะช่วยเผยแพร่ให้นานาชาติได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการส่งต่อบทเรียนความรู้ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในประเทศต่าง ๆ ได้</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-36e119"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo3-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อํานวยการ วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็กทุกคนมีความต้องการพิเศษ</strong></h2>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร</strong> ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม กล่าวว่า โครงการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอยและฟื้นฟูการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ 3 ด้าน คือ 1.สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์จำเป็นให้กับโรงเรียน 2.พัฒนาครูให้จัดการเรียนรู้ได้ในภาวะวิกฤต 3.สร้างโมเดลระดับจังหวัดเพื่อฟื้นฟูเด็กจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้</p>



<p>มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ได้นำกรอบมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย 5 ด้าน มาเป็นหลักในการทำงานร่วมกับโรงเรียน ได้แก่ 1.ประเมินสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ (Landscape Assessment) 2.แนะนำแผนกับทางโรงเรียน (Whole School Planning) 3.พัฒนาวิชาชีพครู (Professional Development Support Plan for Teachers) 4.ระบบช่วยเหลือนักเรียน (Intervention and Support for Students) 5.ติดตาม ปรับปรุงจากผลสะท้อนกลับ (Monitoring and Invention Redesign)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7646f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo5-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กรอบมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ นำมาสู่วิธีการและกิจกรรมที่มูลนิธิ ฯ ทำร่วมกับโรงเรียน โดยเน้นความยืดหยุ่นของการจัดการเรียนรู้ ให้ครูสามารถเข้าถึงการพัฒนาตนเองด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น work shop เรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูต่างโรงเรียน มีบทเรียนออนไลน์ตามความสนใจ มีทีมโค้ชให้คำปรึกษา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“บทเรียนสั้น ๆ ที่ครูสนใจและต้องการ จะช่วยครูพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ดียิ่งกว่าการเติมเครื่องมือเข้าไปเพียงอย่างเดียว และจะช่วยครูในเรื่องการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้เด็กเป็นรายบุคคล เพราะ<strong>หลังโควิด &#8211; 19 เราได้เห็นแล้วว่าเด็กทุกคนล้วนมีความต้องการพิเศษในลักษณะที่ต่างกันไป ยิ่งในช่วงเวลาสองปีที่ขาดหาย แต่ละคนได้รับการเรียนรู้ มีประสบการณ์กับครอบครัวและสิ่งแวดล้อมต่างกัน การดูแลช่วยเหลือเด็กรายคน จึงเป็นคีย์สำคัญในการช่วยเหลือให้นักเรียนฟื้นฟูความรู้และไปต่อกับบทเรียนใหม่ ๆ ได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขยายผลสู่นานาชาติ</strong></h2>



<p><strong>Maritza Chan Valverde</strong> Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary Permanent Representative of Costa Rica to the United Nations Vice &#8211; President องค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า ขอบคุณครูและคณะทำงานทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้ วันนี้เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสมควรได้รับ ที่สำคัญกว่านั้น การศึกษายังทำให้มนุษย์เสมอภาค โดยถ้าปราศจากการศึกษา เด็ก ๆ จะเติบโตขึ้นโดยไม่มีทักษะเลี้ยงชีวิต แล้วความเสียหายนี้จะไม่กระทบเพียงในระดับบุคคล แต่ยังรวมถึงการพัฒนาประเทศในภาพรวม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6977e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo4-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเยี่ยมชมพื้นที่การทำงานวันนี้ ทำให้เราเห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกัน <strong>ขอแสดงความยินดีและชื่นชมประเทศไทย ที่นำวาระการศึกษามาเป็นหัวใจในการฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 จากตัวอย่างของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เราได้เห็นว่าการพัฒนาครูคือรากฐานการจัดการศึกษาในโลกยุคใหม่ ซึ่งเมื่อมีต้นแบบจากที่หนึ่ง ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาโรงเรียนอื่น ในพื้นที่อื่นของประเทศ หรือเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ของโลกได้ แล้วสุดท้ายผลที่เราจะได้รับร่วมกัน ก็คือการเปลี่ยนเด็กจำนวนมากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-151122/">‘ฟื้นความรู้เดิม พัฒนาการก้าวหน้า ครูจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย’ พิสูจน์ผลโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19 ‘สมุทรสาครโมเดล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผนึกกำลังโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้ ‘สมุทรสาครโมเดล’ ขยายผลสู่ระดับนานาชาติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-091122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Nov 2022 06:36:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61610</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงโรงเรียนปิดจากผลกระทบโควิด-19 แม้ครูหรือผู้บริหารโร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-091122/">ผนึกกำลังโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้ ‘สมุทรสาครโมเดล’ ขยายผลสู่ระดับนานาชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงโรงเรียนปิดจากผลกระทบโควิด-19 แม้ครูหรือผู้บริหารโรงเรียนพยายามกันเต็มที่ที่จะนำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็ก แต่แน่นอนว่าเราไม่อาจหยุดยั้งภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กได้</p>



<p>เมื่อเปิดเรียนเต็มรูปแบบ ผลของพัฒนาการที่ขาดช่วงจึงค่อย ๆ เผยออกมา ทั้งความรู้เก่าที่หดหาย ขาดสมาธิ หรือเด็กไม่พร้อมปรับตัวกลับมาเรียนในห้องเรียน ทำให้เด็กมากกว่าครึ่งหนึ่งประสบปัญหาเรียนไม่ทัน ไม่เข้าใจบทเรียน เกิดความเครียดสะสม และโดยเฉพาะในเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ปัญหาเหล่านี้คือสัญญาณเตือนเริ่มแรกว่าน้อง ๆ มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา หากไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลที่เหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ecb98"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นานาเหตุผลนี้คือจุดเริ่มต้นของโครงการ ‘พัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้นักเรียน’ ที่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างโมเดลการทำงานระดับจังหวัด เพื่อหาแนวทางจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องถึงช่วงเวลาเปิดเรียนเต็มรูปแบบอีกครั้งในปีการศึกษา 2565 โดยปักหมุดทำงานที่จังหวัดสมุทรสาคร อันเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ทำให้การปิดโรงเรียนยาวนานกว่าพื้นที่อื่น</p>



<p>ถึงวันนี้ หลังเทอมแรกของปี 65 ผ่านไป นับเป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็มกับการดำเนินโครงการ คณะทำงานแต่ละฝ่ายได้พร้อมใจกันลงพื้นที่ ที่โรงเรียนวัดโสภณาราม (ปลั่งร่วมราษฎร์บำรุง) เพื่อเยี่ยมชม แลกเปลี่ยน และเป็นกำลังใจให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ พร้อมเก็บข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ประเมินผล เพื่อให้ได้กรอบแนวทางการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถขยายผลต่อไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาค ประเทศ รวมถึงต่อยอดบทเรียนไปสู่ระดับนานาชาติ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปิด (โรงเรียน) ก่อน เปิดทีหลัง</strong> <strong>‘สมุทรสาครโมเดล’ ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-80d1d5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo1-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อาคม ศาณศิลปิน </strong>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สมุทรสาครเป็นจังหวัดแรกที่โดนผลกระทบโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้ต้องปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ด้วยสภาพพื้นที่เขตอุตสาหกรรม สมุทรสาครก็เป็นกลุ่มจังหวัดท้าย ๆ ที่ได้กลับมาเปิดเรียนปกติ ทำให้ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ เรียนรู้ด้วยเครื่องมือวิธีการทดแทนค่อนข้างยาวนาน ในมุมหนึ่ง อาจมองได้ว่าประเด็นนี้คือภาระของครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายครั้งสำคัญ ที่ชาวสมุทรสาครต้องช่วยกันทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้พัฒนาตนเอง ไม่ว่าอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม</p>



<p><strong>“ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤต คือจุดเริ่มของความร่วมมือเชิงนวัตกรรมที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเรามีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ที่มาช่วยกันมองปัญหา หาทางแก้ไข จนสามารถสร้างกระบวนการที่ช่วยลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย รวมถึงต่อยอดการเรียนรู้ไม่ให้ขาดช่วงเมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดได้</strong> เรามีเครือข่ายอย่างองค์การยูนิเซฟ ที่นำแนวคิดฟื้นฟูพัฒนาระดับนานาชาติมาสนับสนุน ด้วยหลักการเปิดเรียนปลอดภัย รักษาเด็กไม่ให้หลุดจากระบบ และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อไม่ให้เด็กเสี่ยงหลุด ประสานไปกับการทำงานภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรสาครสามารถนำเด็ก 76 คน จากจำนวนสำรวจ 77 คนที่หลุดจากระบบกลับมาเรียนได้สำเร็จ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 100 % เต็ม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fdef99"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศธจ. สมุทรสาคร กล่าวว่า แม้เด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้ในภาวะปกติได้แล้ว มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ก็ยังเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยมี 3 ประเด็นหลักเพื่อต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้แก่ 1.จัดตั้งศูนย์ดูแลส่งต่อช่วยเหลือนักเรียนในภาวะฉุกเฉินทางการศึกษา 2.วัดประเมินผลการเรียนรู้นักเรียนทุกระดับเมื่อเริ่มต้นปีการศึกษา 2565 และ 3.จัดระบบส่งเสริม &#8211; ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อปรับอารมณ์และความพร้อมด้านสังคมของเด็กในช่วงก่อนเปิดปีการศึกษาใหม่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้กับผู้ปกครอง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งยูนิเซฟ กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิช ฯ โรงเรียน และองค์กรทุกสังกัดในจังหวัด เราสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในการต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้ตั้งแต่ในวันที่ยังไม่เปิดเรียนปีการศึกษา 65 และวันนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่าการทำงานได้ช่วยฟื้นฟูเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในเด็ก ๆ ได้อย่างไรบ้าง <strong>นอกจากนี้เรายังมีผลพลอยได้อีกประการ คือการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยหลังจากนี้เชื่อว่าแม้ต้องเจอวิกฤตอีกกี่ครั้ง แต่เราจะมั่นใจได้ว่าเด็กจะเข้าถึงการพัฒนาตนเอง องค์ความรู้ และทักษะชีวิตได้อย่างเสมอภาคทุกคน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มุ่งฟื้นฟู 2 วิชาหลัก + สุขภาวะกาย / จิต</strong><br><strong>สร้างฐานให้แข็งแรงในการต่อยอดการเรียนรู้&nbsp;</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48f6ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo2-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการ<br>สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนานที่สุด จึงเหมาะกับการศึกษาบทเรียนในฐานะพื้นที่ต้นแบบการแก้ปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอย ตั้งแต่การประเมินปัญหาสำคัญ และการพัฒนาครู โดยแนวทางการฟื้นฟูหลังเปิดเทอม 1 / 65 เน้นไปที่วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ เนื่องจากการอ่าน &#8211; เขียน และคำนวณ ถือเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในวิชาอื่น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจ และสภาพแวดล้อมในการเรียน เพราะช่วงที่หยุดเรียนไปเด็กหลายคนมีความเครียดกดดัน ทั้งจากสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือการขาดหายของพัฒนาการทางสังคม ดังนั้นถ้าจะฟื้นฟูการเรียน ก็ต้องดูแลผู้เรียนไปถึงเรื่องจิตใจ เพื่อปรับตัวกลับมาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89d9f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“การลงพื้นที่วันนี้เราได้เห็นผลจากการทำงาน 1 ปี และพบว่าทั้งครูและเด็กมีพัฒนาการก้าวหน้าไปมาก เราเห็นครูมีวิธีใหม่ ๆ ในการสอน มีการปรับการเรียนการสอนเป็น Active Learning เน้นลงรายละเอียดนักเรียนเป็นรายคน และมีการผสมผสานวิธีจัดการเรียนรู้ ที่เรียกว่า Blended Learning ทั้ง on &#8211; line on &#8211; site มีกล่องการเรียนรู้ รวมถึงคลังเรียนรู้ on &#8211; line ให้ทั้งครูและเด็กค้นคว้าเพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา ในภาพรวมของพัฒนาการเราจะเห็นว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีสมาธิ ร่าเริงแจ่มใสกว่าช่วงเปิดเทอมใหม่ ๆ”</strong></p>



<p>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า ภาวะความรู้ถดถอยเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกประสบร่วมกัน วันนี้เมื่อกลับมาเรียนเต็มรูปแบบ จึงต้องให้ความสำคัญกับพัฒนาการเด็กเป็นรายคน มีโปรแกรมดูแลรอบด้านเพื่อลดจำนวนเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และปัญหาพัฒนาการที่จะส่งผลในระยะยาว โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยที่ยังเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ได้ โดยหลังจากนี้ ผลที่ได้จากสมุทรสาครโมเดล จะถูกนำกลับไปประเมินอีกครั้งในเชิงลึก เพื่อวางแนวทางขยายผลไปยังพื้นที่จัดการตัวเอง (Area &#8211; based Education : ABE) ในความร่วมมือกับ กสศ. เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระดับประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e3bf5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo3-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อํานวยการ วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา วสศ. กล่าวเสริมว่า ในการนำผลกลับไปประเมิน จะใช้รูปแบบที่เรียกว่า ‘การทดลองแบบสุ่มที่มีการควบคุม’ (randomized control trial : RCT) ซึ่งสามารถวัดผลเชิงประจักษ์ได้ว่า โครงการสามารถแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้ในระดับใด ถ้าได้ผลลัพธ์เชิงบวกระดับที่เชื่อมั่นได้ กสศ. จะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ขยายผลโครงการไปสู่ระดับประเทศ นอกจากนี้ <strong>บทเรียนจากโครงการยังสามารถต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียด มีหลักฐานทั้งเชิงวิชาการและผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยการทำงานร่วมกับองค์กรยูนิเซฟ ที่มีเครือข่ายด้านการศึกษาอยู่ทั่วโลก จะช่วยเผยแพร่ให้นานาชาติได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการส่งต่อบทเรียนความรู้ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในประเทศต่าง ๆ ได้</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“เด็กทุกคนมีความต้องการพิเศษ”</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39c307"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo5-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร<br>ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร</strong> ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม กล่าวว่า โครงการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอยและฟื้นฟูการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ 3 ด้าน คือ 1.สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์จำเป็นให้กับโรงเรียน 2.พัฒนาครูให้จัดการเรียนรู้ได้ในภาวะวิกฤต 3.สร้างโมเดลระดับจังหวัดเพื่อฟื้นฟูเด็กจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้</p>



<p>มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ได้นำกรอบมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย 5 ด้าน มาเป็นหลักในการทำงานร่วมกับโรงเรียน ได้แก่ 1.ประเมินสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ (Landscape Assessment) 2.แนะนำแผนกับทางโรงเรียน (Whole School Planning) 3.พัฒนาวิชาชีพครู (Professional Development Support Plan for Teachers) 4.ระบบช่วยเหลือนักเรียน (Intervention and Support for Students) 5.ติดตาม ปรับปรุงจากผลสะท้อนกลับ (Monitoring and Invention Redesign)</p>



<p>กรอบมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ นำมาสู่วิธีการและกิจกรรมที่มูลนิธิ ฯ ทำร่วมกับโรงเรียน โดยเน้นความยืดหยุ่นของการจัดการเรียนรู้ ให้ครูสามารถเข้าถึงการพัฒนาตนเองด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น work shop เรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูต่างโรงเรียน มีบทเรียนออนไลน์ตามความสนใจ มีทีมโค้ชให้คำปรึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fa6b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“บทเรียนสั้น ๆ ที่ครูสนใจและต้องการ จะช่วยครูพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ดียิ่งกว่าการเติมเครื่องมือเข้าไปเพียงอย่างเดียว และจะช่วยครูในเรื่องการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้เด็กเป็นรายบุคคล เพราะ<strong>หลังโควิด-19 เราได้เห็นแล้วว่าเด็กทุกคนล้วนมีความต้องการพิเศษในลักษณะที่ต่างกันไป ยิ่งในช่วงเวลาสองปีที่ขาดหาย แต่ละคนได้รับการเรียนรู้ มีประสบการณ์กับครอบครัวและสิ่งแวดล้อมต่างกัน การดูแลช่วยเหลือเด็กรายคน จึงเป็นคีย์สำคัญในการช่วยเหลือให้นักเรียนฟื้นฟูความรู้และไปต่อกับบทเรียนใหม่ ๆ ได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขยายผลสู่นานาชาติ</strong></h2>



<p><strong>Maritza Chan Valverde</strong> Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary Permanent Representative of Costa Rica to the United Nations Vice &#8211; President องค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า ขอบคุณครูและคณะทำงานทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้ วันนี้เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสมควรได้รับ ที่สำคัญกว่านั้น การศึกษายังทำให้มนุษย์เสมอภาค โดยถ้าปราศจากการศึกษา เด็ก ๆ จะเติบโตขึ้นโดยไม่มีทักษะเลี้ยงชีวิต แล้วความเสียหายนี้จะไม่กระทบเพียงในระดับบุคคล แต่ยังรวมถึงการพัฒนาประเทศในภาพรวม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-677e7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Photo4-LinkThumbnail-เยี่ยมชมโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้-‘สมุทรสาครโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเยี่ยมชมพื้นที่การทำงานวันนี้ ทำให้เราเห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกัน <strong>ขอแสดงความยินดีและชื่นชมประเทศไทย ที่นำวาระการศึกษามาเป็นหัวใจในการฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 จากตัวอย่างของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เราได้เห็นว่าการพัฒนาครูคือรากฐานการจัดการศึกษาในโลกยุคใหม่ ซึ่งเมื่อมีต้นแบบจากที่หนึ่ง ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาโรงเรียนอื่น ในพื้นที่อื่นของประเทศ หรือเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ของโลกได้ แล้วสุดท้ายผลที่เราจะได้รับร่วมกัน ก็คือการเปลี่ยนเด็กจำนวนมากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-091122/">ผนึกกำลังโรงเรียนฟื้นฟูการเรียนรู้ ‘สมุทรสาครโมเดล’ ขยายผลสู่ระดับนานาชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ&#8221; โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2021 06:01:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปลาดาว]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Box]]></category>
		<category><![CDATA[Starfish Education]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47693</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/">“5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ” โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร</strong> CEO Starfish Education หัวหน้าโครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศให้สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นั้น มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ได้มีการเตรียมความพร้อมและได้ดำเนินการถอดบทเรียน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมาเกือบ 2 ปี โดยเฉพาะผลกระทบที่ส่งตรงถึงตัวผู้เรียน จนทำให้เด็กเกิดภาวะการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ฉะนั้น การที่เด็กไม่ได้เข้าเรียนแบบ Onsite ที่โรงเรียนเป็นเวลานาน และการที่โรงเรียนจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนตามปกติในภาคเรียนที่ 2 จึงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง ว่าเด็กสามารถมาเรียนได้ตามปกติหรือไม่ และโรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fd8088"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education หัวหน้าโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนบ้านปลาดาว ซึ่งอยู่มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมเป็นผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนเอกชนประเภทศึกษาสงเคราะห์ขนาดเล็ก มีนักเรียน 200 กว่าคน เด็กกว่า 80% เป็นเด็กชาติพันธุ์ ไม่ได้สื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาแรก ในช่วงโควิด-19 โรงเรียนบ้านปลาดาวจัดการเรียนการสอนทั้งแบบ On hand, การจัด Learning Box ให้กับเด็ก และมีครูลงไปยังชุมชนเพื่อช่วยดูแลเด็ก รวมถึงร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแล แต่ก็พบว่าเด็กเรียนรู้ได้ไม่เหมือนกับการมาเรียนที่โรงเรียน เป็นปัจจัยที่ทำให้สตาร์ฟิชคันทรีโฮมมาทบทวนว่า ในมุมของโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องใดบ้างเมื่อเปิดเทอม จึงเป็นที่มาให้ทางมูลนิธิมาถอดบทเรียนในเรื่องนี้ โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาพบ 5 มาตรการสำคัญที่เป็นปัจจัยที่ต้องเตรียมพร้อมเมื่อกลับมาเรียน และช่วยเด็กฟื้นฟูการเรียนที่ถดถอยของเด็กได้ ดังนี้&nbsp;</p>



<p>1. การประเมินสภาพแวดล้อมทั้งระบบ ต้องตรวจสอบว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน สภาพครอบครัว ทั้งความเป็นอยู่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของครอบครัวเป็นเช่นไร เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กของเราอยู่จุดไหน&nbsp;</p>



<p>2. การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ เมื่อรู้ข้อมูลพื้นฐานของเด็กต้องนำมาสู่การวางแผนโดยต้องทำเป็นทีมโรงเรียน เนื่องจากการฟื้นฟูการเรียนถดถอยไม่สามารถทำแค่ครูบางคน บางชั้นเรียน เพราะเด็กทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้น การวางแผนระดับโรงเรียนจะสามารถกำหนดแนวทาง วางระบบ การทำงาน รวมถึงทรัพยากรงบประมาณ เพื่อดำเนินการให้เกิดความสอดคล้องกับการบริหารงานของโรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการ ครู ชุมชน และผู้ปกครองร่วมกันวางแผน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a6a97"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>3. การสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครู ในการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยต้องชัดเจนว่าประเด็นใด สิ่งใดบ้างคือความถดถอย ในมุมมองของสตาร์ฟิชประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ วิชาการ เรียนรู้ตามหลักสูตร, พัฒนาการของเด็ก เป็นไปอย่างสมวัยหรือเปลี่ยนไป และทักษะ พัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะบางคนอาจเป็นลูกคนเดียวอยู่บ้านนานๆ กลับมาเรียนจะเปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นต้น เพราะฉะนั้น Learning Loss จึงไม่ได้หมายถึงการฟื้นฟูความถดถอยแค่เฉพาะวิชาการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ครูต้องได้รับการพัฒนาและมองให้ออกว่าเด็กมีช่องว่างตรงไหน เพื่อช่วยเด็กเติมเต็ม และต้องช่วยครูสร้างสื่อการสอน สร้างเครือข่ายให้ครูพัฒนาตนเองได้</p>



<p>4. การช่วยเหลือนักเรียน คือการพัฒนาตัวเด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อช่วยลดช่วงว่างการเรียนรู้ การช่วยเหลือเด็กด้านสุขภาวะ เราต้องให้ความสำคัญเด็กเป็นรายบุคคล เพราะพื้นฐานครอบครัวแตกต่างและหลากหลาย ความต้องการจึงเฉพาะบุคคลไม่สามารถเหมารวมได้ เช่น เด็ก ป.2 มีความต้องการเหมือนกัน แต่ต้องดูไปถึงสื่อการเรียนการสอน วิธีและโอกาสในการเรียนรู้ การสนับสนุนจากครอบครัว ที่แตกต่างกัน โดยต้องเจาะไปที่รายบุคคล หรืออย่างน้อยที่สุดต้องลงไปรายกลุ่ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a6cdc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>5. การติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับ เป็นการประเมินผลจากสิ่งที่ทำมาในมาตรการต่างๆ ต้องมาประเมินผลด้วยว่าดีหรือยัง ซึ่งไม่สามารถทำได้หลังจากสิ้นสุดเทอม 2 แต่จะต้องทำการประเมินควบคู่ไปกับการทำงาน เพราะยังอยู่ช่วงวิกฤตที่อะไรก็ปรับเปลี่ยนได้เสมอ การมอนิเตอร์เป็นเรื่องสำคัญ</p>



<p><strong>“โรงเรียนต้องเตรียมตัวในการเปิดภาคเรียน จะเปิดเรียนปกติแบบที่ผ่านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น การเตรียมตัวรับการเปิดภาคเรียนจึงสำคัญมาก</strong> โดยทั้ง 5 มาตรการเป็นกรอบการทำงานที่วางไว้ เพื่อช่วยกันดูการฟื้นฟูการถดถอยทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ Learning Loss ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยต้องมองให้กว้างกว่าและมีหลายภาคส่วนมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ได้เริ่มทำที่โรงเรียนบ้านปลาดาว และขยายไปกลุ่มโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ซึ่งได้กำหนดมาตรการหนุนเสริมให้โรงเรียนเลือกนำไปวางแผนพัฒนา โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังเมื่อโรงเรียนตระหนักในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ สามารถเตรียมความพร้อมได้เป็นระบบ เด็กกลับมาเรียนได้โดยที่รู้สึกว่าสบายใจ ไม่ยากเกินไป เพราะหากโรงเรียนไม่สนใจ Learning Loss สอนตามแบบแผนตามปกติ ไม่มองความพร้อมผู้เรียน ซึ่งการที่เด็กเรียนไม่ทันอยู่แล้ว ก็ประสบปัญหาเรียนไม่ทัน สภาพแวดล้อมครอบครัวก็ลำบากด้วยภาวะเศรษฐกิจ พอมาเรียนแล้วเรียนไม่รู้เรื่องจะยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติมว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเขา” <strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-027907"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าวย้ำว่า ขอฝากให้โรงเรียนตระหนักว่าเราไม่สามารถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลับไปเปิดเทอมตามปกติได้ อยากให้มองเห็นว่ามีอะไรที่จะต้องเติมเต็มเด็กรายบุคคล หรือเติมเต็มสิ่งที่หายไป โรงเรียน และครูต้องทำงานหนัก แต่การทำงานหนักนี้ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ต้องปรับวิธี หากมีความตระหนัก ทางมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมมีเครื่องมือ แนวทางที่มาแบ่งปันให้โรงเรียนนำไปปรับให้เหมาะกับโรงเรียนของตนเองได้ ขณะนี้มีหลายงานวิจัย มีเครื่องมือมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะรู้ดีที่สุดว่าช่องว่างการเรียนรู้นั้นใหญ่แค่ไหนคือครูผู้สอน จึงหวังว่าการเปิดเทอมในครั้งนี้ แม้อาจจะไม่สบาย แต่อย่างน้อยมีเพื่อนที่ร่วมทำและมีโรงเรียนที่สามารถจะเป็นตัวอย่างให้นำไปปรับใช้ เพราะการศึกษาไทยเวลานี้จะต้องช่วยกัน ไม่สามารถบอกว่าใครทำได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องแบ่งปัน ทำอะไรไปแล้วบ้าง ปรับตัวให้เร็ว การเปิดเทอม onsite ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนในโรงเรียนได้ตลอด เพราะฉะนั้น การเตรียมพร้อมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/">“5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ” โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 04:12:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[RIPED]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ รักร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Recovering Education in 2021]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48783</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย ช่วยเด็กหลุดจากระบบทุกมิติในช่วงโควิด-19 นำร่องสมุทรสาครโมเดล พื้นที่ต้นแบบ ขณะที่ผู้ว่าฯสมุทรสาครประกาศรักษาเด็กทุกคนให้จบการศึกษาภาคบังคับ และได้รับพัฒนาเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ปัญหาด้วยวิธียืดหยุ่น ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมสานพลังความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษา <strong>“ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน”</strong> เดินหน้าพันธกิจฟื้นฟูการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการวิจัยนำร่องฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ครอบคลุมทุกมิติ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45f8c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์<br>ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างกว้างขึ้น&nbsp; แม้จะมีความพยายามในการนำความรู้ไปถึงเด็กทุกช่องทาง แต่การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียน หรือสภาวะครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ก็ยังเป็นอุปสรรคและทำให้เด็กเผชิญกับภาวะการเรียนรู้ถดถอย และมีบางส่วนที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>จากสาเหตุนี้ กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น นำมาสู่การออกแบบโครงการเพื่อฟื้นฟูความรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพให้เด็ก&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Research and Development) นำร่องในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนาน เพื่อหาตัวแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การดำเนินงานจะเชิญชวนสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. อปท. และ สช. เข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e0ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะการอ่าน ซึ่งพบว่าเป็นทักษะที่มีภาวะถดถอยมากที่สุดในช่วงปิดโรงเรียน และเป็นสองทักษะที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ และภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ทักษะสังคม อารมณ์ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเติมเต็มและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>“เรามีทีมวิชาการที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ที่ทำงานด้านนวัตกรรมการศึกษาระดับสากล มาเป็นโค้ชในการทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นเครือข่ายด้านงานวิจัย มาช่วยถอดบทเรียนวิธีการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ได้จากโครงการนี้จะไม่ได้ก่อประโยชน์เพียงกับเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะเป็นตัวแบบสำคัญที่จะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p>นางสาวธันว์ธิดากล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านการจัดการศึกษาของ กสศ. พบว่า การทำงานระดับจังหวัดถือเป็นการย่อส่วนการทำงานให้แคบลง เป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศตามจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่นั้น เพราะทุกจังหวัดต่างมีอุปสรรคปัญหาที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่ต่างกัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือในระดับจังหวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งทาง กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาเสริมในส่วนของการค้นหานวัตกรรมมาช่วย เพื่อให้ไปสู่ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f4219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการ RIPED</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย </strong>กล่าวว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า มีหลักฐานยืนยันของการเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยในช่วงวิกฤตโควิด-19 สำหรับในประเทศไทย ทางสถาบันได้ร่วมกับ กสศ. ทำงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากเด็กจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าระดับการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในแต่ละวันที่มาโรงเรียนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปิดเรียนยาวนาน </p>



<p>“ความถดถอยของการเรียนรู้ หมายถึงการเปรียบเทียบทักษะของเด็กในช่วงเวลาการไปเรียนปกติกับการปิดเรียน ซึ่งวัดได้จากเครื่องมือทางสถิติ ซึ่งได้ผลวิเคราะห์หลักว่า การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนส่งผลกระทบเชิงลบกับทักษะคณิตศาสตร์ และ Working Memory (ความจำใช้งาน) ซึ่งหมายถึงความสามารถของเด็กในการจดจำข้อมูล และนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อนำกลับมาใช้ อันเป็นทักษะที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง โดยนัยสำคัญอยู่ที่การปิดโรงเรียนที่ยาวนานยิ่งสัมพันธ์กับทักษะที่สูญหายไปเพิ่มขึ้น บางกลุ่มตัวอย่างมีภาวะสูญหายของทักษะมากถึง 90% ข้อมูลเหล่านี้ย้ำเตือนว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ร่วมกันในการฟื้นฟูความรู้ที่ถดถอย และสร้างแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงไม่มีความแน่นอน” ดร.วีระชาติกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c51228"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม </strong>กล่าวว่า โควิด-19 คืออุปสรรค แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการค้นหาโมเดลต่างๆ มาพัฒนาการศึกษาให้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ต้นแบบการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายของโครงการจึงมุ่งไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษา และนวัตกรรมในการบริหารระดับจังหวัด โมเดลที่ดำเนินงานเริ่มต้นจากสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถประเมินภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับสำรวจความพร้อมและความต้องการของครูและนักเรียน การส่งเสริมขีดความสามารถของครูและโรงเรียน ทั้งด้านเนื้อหา ศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี ด้วยวิธี Micro-Learning การเรียนรู้แบบผสมผสานและสั้น กระชับ ในรูปแบบบทเรียนออนไลน์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษา และยังสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงเครื่องมือที่จำเป็น จนสามารถพัฒนานวัตกรรมและออกแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะความรู้ถดถอยให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>สำหรับนักเรียนนั้น เน้นการฟื้นฟูพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน ผ่านการเรียนการสอนทางไกล การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ผ่านกล่องการเรียนรู้ หรือ learning box การพัฒนาทักษะสุขภาวะกายและจิตใจผ่านการเรียนการสอนรายบุคคล ครอบคลุมทั้งผู้เรียนปกติและผู้เรียนที่ต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับครู ผู้ปกครอง และกลไกอาสาสมัครชุมชนร่วมด้วย</p>



<p>“สุดท้ายแล้วเราไม่ได้มีเป้าหมายในการค้นพบสูตรสำเร็จที่จะนำไปใช้ได้กับทุกที่ แต่ต้องทำให้ครูในทุกพื้นที่มีความสามารถพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้แก่นักเรียน สามารถออกแบบนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมในทรัพยากรที่จำกัด ซึ่งเราจะศึกษาทั้งความสำเร็จและล้มเหลวเพื่อนำมาขยายผลแบ่งปันระหว่างพื้นที่” ดร.นรรธพรกล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf2e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2/2562 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนทั้งทางตรงและอ้อม&nbsp;</p>



<p>ครัวเรือนยากจนลงทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น เด็กจำนวนมากออกไปประกอบอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัว หรือหากยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่สถานศึกษาหรือครูอาจยังไม่ได้มีความพร้อมจัดการสอนในสถานการณ์ที่วิกฤตและมีข้อจำกัด เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 100% การขาดอุปกรณ์สื่อกลางการเรียนรู้และหลักสูตรที่เหมาะสม ปัจจัยความพร้อมของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และยังมีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบไป&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของ กสศ. จังหวัดสมุทรสาครมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษจำนวน 3,189 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่อยู่ในครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน 1,077 บาท หรือราว 36 บาทต่อวัน หรือ 12,924 บาทต่อปีเท่านั้น หากดูตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าจับตาคือ เด็กในวัยเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษามีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นในปี 2564-2565 และเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาตามแต่ละช่วงวัย จำนวน 10,551 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5968fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครในยุคโควิด-19 คือการพยายามรักษาเด็กเยาวชนทุกคนให้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และมีโอกาสที่เสมอภาคในการพัฒนาทุนมนุษย์ตามศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงเป็นโจทย์สำคัญของการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจที่จังหวัดจะลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมากลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดการเสียโอกาสในชีวิต การแก้ปัญหาต้องขอความร่วมมือยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง จำเป็นต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ</p>



<p>“การพาเด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานการณ์อันไม่ปกติ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการ โปรแกรมฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะเข้ามาช่วยจังหวัด นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวและผู้ปกครองของนักเรียน บางครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในชีวิต ต้องช่วยกันทำให้การศึกษาของเด็กในกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น ในการที่เราทำงานเรื่องนี้เพื่อก้าวไปด้วยกันสู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน” นายณรงค์กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cd1ff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัยที่กำลังร่วมมือกันทำอยู่นี้เป็นทิศทางเดียวกับที่ทั่วโลกกำลังทำ หรือ Mission Recovering Education in 2021 แต่เราทำในบริบทของประเทศไทย โดยเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ผ่านเป้าหมาย 3 อย่างสำคัญดังนี้&nbsp;</p>



<ol><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน และได้รับการสนับสนุนที่ปรับให้เหมาะสม เพื่อสอดคล้องกับความต้องการทางการเรียนรู้ การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงความต้องการด้านอื่นๆ </li><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้รับความช่วยเหลือในการเรียน เพื่อชดเชยการเรียนรู้ที่สูญเสียไปในช่วงการปิดโรงเรียน </li><li>ครูทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมและการสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานในการสอน </li></ol>



<p>ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำมาขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนห้องเรียนเป็น ‘สมาร์ทคลาสรูม’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/creative-classroom-11-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 04:10:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ธิติ ธีระเธียร]]></category>
		<category><![CDATA[TPCK Model]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Classroom]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24730</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ใครๆ ก็สามารถสร้างห้องเรียนอัจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/creative-classroom-11-12-20/">เปลี่ยนห้องเรียนเป็น ‘สมาร์ทคลาสรูม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ใครๆ ก็สามารถสร้างห้องเรียนอัจฉริยะได้ ขอเพียงมีอุปกรณ์พร้อมไอเดียดีๆ ในการนำเครื่องมือแห่งศตวรรษที่ 21 มาปรับใช้ให้เหมาะสม” คือสิ่งที่ อาจารย์ธิติ ธีระเธียร นักพัฒนาครูและผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม กล่าวเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการออกแบบและการสร้างสื่อเทคโนโลยีสำหรับห้องเรียนอัจฉริยะ ที่ กสศ. ร่วมกับมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ได้ชักชวนครูจากทั่วประเทศเข้าร่วมเรียนรู้การจัดการห้องเรียนโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็น ‘ผู้ช่วยสอน’ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาๆ ได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบทบาทหน้าที่ของครูในวันนี้ ไม่ใช่เป็นผู้ถือครองความรู้แล้วส่งต่อให้ผู้เรียนอีกต่อไป แต่ความหมายของครูคือผู้สร้างกระบวนการจัดการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เด็กๆ เข้าถึงการเรียนรู้ที่ข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำได้ตั้งแต่การออกแบบการสอน ควบคุมห้องเรียน สร้างการโต้ตอบ รวมถึงมอบหมายงาน ตรวจงาน และวัดผลการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>บทบาทของ ‘ครู’ ในยุคที่ใครๆ ก็เข้าถึงข้อมูลความรู้ได้</h4>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24734" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1344" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-300x157.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-1536x806.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-2048x1075.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-34-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยอุปกรณ์พื้นฐานแค่คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต ชั้นเรียนที่เคยเป็นห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาก็สามารถกลายเป็นเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ นั่นหมายถึงจากเมื่อก่อนที่หากเราจะสอนให้เด็กๆ ทำขนมก็ต้องหาคนมาสอน หรือตัวครูเองจะต้องศึกษาหาข้อมูลและทดลองทำจนสำเร็จ แล้วจึงนำมาถ่ายทอดสู่ผู้เรียน แต่ปัจจุบันแค่เปิด Google ค้นหาวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ จากนั้นเข้า Youtube หาเชฟสักคนมาเป็นผู้สอน ชั่วโมงเรียนทำขนมก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่เนื้อหาความรู้ถูกส่งขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์ซึ่งทุกคนเข้าถึงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในบทบาทหน้าทีใหม่ของครูคือ การช่วยวิเคราะห์จัดการข้อมูลมหาศาลให้เด็กๆ กลั่นกรองและสอนเด็กๆ ว่าข้อมูลนั้นมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ขณะที่เทคโนโลยีจะเป็นผู้ช่วยครูในฐานะผู้ออกแบบการเรียนรู้ ช่วยปรับความยากง่ายของกิจกรรม วิเคราะห์ความถนัดชำนาญและข้อบกพร่องในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน รวมถึงช่วยบันทึกและประมวลผลข้อมูลแล้วส่งกับไปที่ครู อันเป็นสิ่งที่นวัตกรรมได้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>แอปพลิเคชันพื้นฐานสำหรับห้องเรียนในศตวรรษที่ 21</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24735" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1344" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-300x157.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-1536x806.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-2048x1075.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-33-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเทคโนโลยีพร้อม สิ่งที่ครูต้องทำคือเตรียมเนื้อหาและออกแบบวิธีการสอน ในหลักสูตรสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ จะมี TPCK Model คือกรอบการคิด การวางแผนกิจกรรมการจัดการสอนที่นำเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการ เช่นเดิมทีครูต้องตีโจทย์ว่าจะสอนเนื้อหาวิชาแบบไหน ก็เปลี่ยนเป็นว่าจะออกแบบกิจกรรมอย่างไรให้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพการสอนยิ่งขึ้น ครูจะต้องพิจารณาเนื้อหาที่จะสื่อถึงผู้เรียนว่าจะนำเสนอเป็นตัวหนังสือ รูปภาพ หรือเป็นวิดีโอคลิป ถึงจะทำให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ดีที่สุด แล้วจึงหยิบเครื่องมือมาใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการออกแบบกิจกรรม ครูต้องรู้ก่อนว่าในจำนวนเครื่องมือหรือแอปพลิเคชันมากมายที่มีอยู่นั้น แต่ละแอปฯ มีความสามารถอะไรบ้าง แล้วจะใช้เครื่องมือไหนในเวลาใด ซึ่งการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมยังเป็นการสร้างความสนุกสนานและกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ ได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น หากต้องการให้เด็กแสดงความคิดเห็น ก็จะมีแอปฯ ‘Poll’ สำหรับการโหวต ที่เด็กๆ สามารถใช้สมาร์ทโฟนบอกความเห็นของเขา จากนั้นแอปฯ จะทำการสรุปผลเป็นกราฟแสดงที่หน้าจอของครู หรือแอปฯ ‘Kahoot’ ที่ช่วยให้ครูสามารถสร้างโจทย์การบ้านพร้อมชอยส์ตัวเลือกในรูปแบบเหมือนการเล่นเกม หรือใช้วัดผลระหว่างการสอนได้ว่าเด็กๆ เข้าใจบทเรียนมากแค่ไหน ซึ่งจะทำให้เด็กๆ สนุกสนานไปกับการตอบคำถามที่ครูสร้างขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>สร้างกิจกรรมที่ก้าวผ่านข้อจำกัดของห้องเรียนในแบบเดิมๆ</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24736" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-32-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในห้องเรียนอัจฉริยะ หรือ Smart Classroom มีกิจกรรมหลากหลายอย่างที่ครูสามารถนำพาเด็กๆ เรียนรู้ได้โดยหลุดพ้นจากข้อจำกัดเดิมๆ เช่น </span><span style="color: #008000;">ในอดีต หากจะเข้าถึงบทเรียนเกี่ยวกับดาราศาสตร์ เด็กๆ อาจต้องเรียนจากท้องฟ้าตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่ตอนนี้มีแอปฯ ที่ช่วยจำลองตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้าและจับตำแหน่งของผู้เรียน ซึ่งทำให้สามารถเรียนรู้พิกัดของดวงดาวได้แม้ในตอนกลางวัน</span> ห<span style="font-weight: 400;">รือแม้แต่ในวิชาวิทยาศาสตร์ เด็กๆ สามารถเรียนรู้เรื่องการทำงานของหัวใจมนุษย์หรือโครงสร้างภายในของกบได้ในรูปแบบ 3 มิติ โดยไม่ต้องเดินทางออกจากห้องเรียนหรือนำอวัยวะจริงมาประกอบการสอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>สิ่งสำคัญไม่ใช่ความล้ำสมัยของอุปกรณ์ หากขึ้นอยู่กับครูว่าจะทำให้ห้องเรียนอัจฉริยะแสดงคุณสมบัติอะไรได้บ้าง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24738" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-1400x736.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_บทความห้องเรียนอัจฉริยะillus_บทความกสศ-thumbnail-copy-35-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">ใน Smart Classroom คุณสมบัติที่นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเป็นสำคัญ แต่ขึ้นอยู่ที่ครูผู้ออกแบบการสอนและกิจกรรม ว่าจะนำเครื่องมือมาเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างไร</span> <span style="font-weight: 400;">วิธีการหนึ่งที่น่าสนใจคือการเรียนแบบ Project Based Learning หรือ Problem Based Learning ที่ครูจะเป็นผู้กำหนดปัญหา อธิบายจุดประสงค์ แล้วให้เด็กไปถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านการค้นหาข้อมูล ลงมือทำ ปรึกษากันในกลุ่ม หรืออาจใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับโลกภายนอก ให้เด็กๆ ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน Video Conference ด้วยแอปฯ สำหรับการประชุมทางไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ด้วยวิธีการดังกล่าว เด็กๆ จะสร้างความรู้ขึ้นได้ผ่านการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต การทดลองด้วยตัวเอง และการปรึกษาผู้รู้(ซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องเรียน) ทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนกันในหมู่ผู้เรียนที่จะช่วยขยายขอบเขตความเข้าใจให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ขณะที่ครูจะทำหน้าที่สอดส่องและตรวจสอบ(Monitor) การเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน หากพบว่าคนไหนที่ติดปัญหาก็สามารถเข้าไปช่วยเป็นรายคนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าคุณสมบัติของห้องเรียนอัจฉริยะไม่ใช่เรื่องของอุปกรณ์ แต่หัวใจสำคัญคือครูต้องเป็นผู้จัดการสอนในห้องเรียนได้อย่างเป็นระบบ รู้ว่าใครกำลังเรียนอะไร ที่ไหน และผู้เรียนแต่ละคนมีความก้าวหน้าหรือมีปัญหาติดขัดอย่างไร ครูจะต้องทำให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ หรือดึงข้อมูลมาใช้ในการเรียนรู้หรือสร้างองค์ความรู้ได้ ทั้งต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อมูลจริง อัพเดทแบบเรียลไทม์ และเอื้อต่อการที่เด็กๆ จะมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลหรือเนื้อหาเหล่านั้น รวมถึงสามารถวัดผลว่าผู้เรียนแต่ละคนมีการเรียนรู้และเข้าใจบทเรียนมากน้อยแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การเรียนรู้ในปัจจุบันที่ครูแต่ละท่านมีหน้าที่นำพาเด็กๆ ให้เข้าถึงทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 นั้น จึงเปรียบได้กับงานของเชฟ ที่ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเครื่องมือต่างๆ อันเปรียบได้กับวัตถุดิบ ซึ่งแยกมาเป็นชิ้นๆ เพื่อนำมาออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน ประหนึ่งปรุงอาหารให้กลมกล่อม ซึ่งไม่จำเป็นว่าครูแต่ละท่านจะต้องใช้เครื่องมือชนิดเดียวกัน</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/creative-classroom-11-12-20/">เปลี่ยนห้องเรียนเป็น ‘สมาร์ทคลาสรูม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ.พร้อมประสาน ผอ.สพป. ทั่วประเทศ มุ่งนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21</title>
		<link>https://www.eef.or.th/24-08-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2020 11:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[Whole School Approach]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิลำปลายมาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสยามกัมมาจล]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.1 สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อโณทัย ไทยวรรณศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20636</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2563 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/24-08-2020/">สพฐ.พร้อมประสาน ผอ.สพป. ทั่วประเทศ มุ่งนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_20638" aria-describedby="caption-attachment-20638" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20638 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-11.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-11.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-11-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20638" class="wp-caption-text">ดร.อโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></p>
<p>เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2563 <span style="font-weight: 400;"> ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <b>จัดประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง</b></span><span style="font-weight: 400;">โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจถึงกรอบการดำเนินงานของโครงการบริหารจัดการชุดโครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ซึ่งมีจำนวน 11 เครือข่าย </span><span style="font-weight: 400;">ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยนเรศวร มรภ.กาญจนบุรี มรภ.ภูเก็ต มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม มูลนิธิสยามกัมมาจล และสพป.1 สุรินทร์ โดยมีโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมพัฒนาตนเองทั้งสิ้น 733 แห่ง ใน 42 จังหวัด</span></p>
<p><b>ดร.อโณทัย ไทยวรรณศรี</b> <span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และ</span><span style="font-weight: 400;">อนุกรรมการกำกับทิศทาง โครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า ตามที่ สพฐ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กสศ. เพื่อดำเนินการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กับโรงเรียนขนาดกลางในสังกัด สพฐ. ให้เป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ (Whole School Approach)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ซึ่งได้ดำเนินไปแล้วในรุ่นที่ 1 จำนวน 290 โรงเรียน ในปี 2562 และกำลังดำเนินการขยายผลการพัฒนาโรงเรียนในรุ่นที่ 2 จำนวน 433 แห่ง ในปี 2563</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20640" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-14.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-14.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-14-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-14-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-14-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การลงไปทำงานของเครือข่ายทั้ง11 แห่ง พบว่ามีปัญหาอุปสรรค ในเรื่องความไม่เข้าใจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู ที่ยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ส่งผลให้เครือข่ายไม่ได้รับความร่วมมือในการลงไปทำงานในโรงเรียนที่ สพฐ.เป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนให้เข้าร่วมโครงการฯซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่(COVID-19) ซึ่งได้วางแผนที่จะจัดประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในโครงการที่ได้ลงนามความร่วมมือกับ กสศ. ดังนั้น จึงต้องปรับแผนโดยใช้การประสานงานไปยังผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 และให้ไปประสานต่อ จึงทำให้อาจเกิดการรับรู้ได้ไม่เพียงพอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ในนามของ สพฐ.ขอทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมประสานในเรื่องการทำงานของ 11 เครือข่าย และจำนวนสถานศึกษาที่ สพฐ.คัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ ไปยัง ผอ.สพป. และรอง ผอ.สพป. เพื่อรับทราบและให้ความร่วมมือกับการทำงานกับเครือข่ายโครงการ รุ่น 1 และ รุ่น 2 กับสถานศึกษาในพื้นที่ทั้ง 42 จังหวัด” </span><b>ดร.อโณทัย</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว</span></p>
<p><b>ดร.อโณทัย</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ โครงการรุ่นที่ 1 ได้ดำเนินการมากว่า 1 ปีแล้ว จึงอยากให้โครงการ รุ่น 1 เป็นต้นแบบวางรากฐานการ</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาคุณภาพต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เพื่อการดำเนินงานต่อเนื่องในรุ่นที่ 2 ที่จะนำรูปแบบไปขยายผลการพัฒนาต่อไป</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/24-08-2020/">สพฐ.พร้อมประสาน ผอ.สพป. ทั่วประเทศ มุ่งนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/25-08-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2020 08:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิลำปลายมาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสยามกัมมาจล]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.1 สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[Q-PLC]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Community]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20616</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ (23 ส.ค.) ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ กองทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25-08-20/">กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_20618" aria-describedby="caption-attachment-20618" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20618 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20618" class="wp-caption-text">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ (23 ส.ค.) ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </span><b>จัดประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจถึงกรอบการดำเนินงานของโครงการบริหารจัดการชุดโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">อย่างต่อเนื่อง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ซึ่งมีจำนวน 11 เครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยนเรศวร มรภ.กาญจนบุรี มรภ.ภูเก็ต มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม มูลนิธิสยามกัมมาจล และสพป.1 สุรินทร์ โดยมีโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมพัฒนาตนเองทั้งสิ้น 733 แห่ง</span></p>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช </b><span style="font-weight: 400;">ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กล่าวนำถึงแนวคิดโรงเรียนพัฒนาตนเอง ว่า โครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยขอเรียกชื่อโดยย่อว่า </span><b>“โรงเรียนพัฒนาตนเอง”</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของโครงการนี้ คือการยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ภายใต้เป้าหมายความตั้งใจของ กสศ.ที่ให้โอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ดังนั้น การทำงานของโครงการฯ ที่ได้เครือข่ายมาร่วมกันทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตนเองของโรงเรียนด้วยตัวของโรงเรียนเอง จึงมีข้อสังเกตุใน 3 ประเด็น</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">คุณค่าของโครงการ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การสนับสนุน เพื่อเป็นแนวทางที่จะนไปสู่ความสำเร็จ</span></li>
</ol>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวลงลึกถึงคุณค่าของโครงการฯ ว่า คุณค่าที่โครงการนี้ต้องสร้างให้เกิดขึ้น คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กที่มาจากครอบครัวด้อยโอกาส และสร้างศักดิ์ศรีครู ให้กับครูที่มีวิญญาณทำเพื่อศิษย์ เพราะครูที่มีวิญญาณนักเรียนรับรู้ได้ ซึ่งโรงเรียนจะพัฒนาครูและผู้บริหารด้วยกระบวนการ Q-PLC โดยการจะปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ต้องพัฒนาจากฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ฐานในการพัฒนาสิ่งสำคัญต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้ ถ่ายทอดและสร้างให้นักเรียนมีจริตเรื่องการแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในชั้นเรียน ซึ่งโรงเรียนใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระตรงนี้ได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20619" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวต่อไปว่า ประเด็นข้อสังเกตุที่สองฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่มาร่วมกันพัฒนาโรงเรียนด้วยความสมัครใจ มีแรงบันดาลใจที่อยากจะให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยความตั้งใจ ซึ่งทีมโค้ช หรือพี่เลี้ยงที่มาจากเครือข่ายทั้ง 11 แห่ง ทำหน้าที่เข้าไปช่วย อย่าเข้าไปเพื่อสอนไปชี้แนะให้ทำตามรูปแบบความคิดของตนเอง แต่โครงการต้องทำให้โรงเรียนเป็น “ชุมชนเรียนรู้” (Learning Community) ให้ครูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเรียนรู้ ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการ และครูคนอื่นๆ และต้องเป็น “ศูนย์เรียนรู้”  ให้แก่ ผู้อำนวยการ ครู นักเรียน พ่อแม่ ผู้นำชุมชน เขตพื้นที่การศึกษา กระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น โรงเรียนต้องเป็นเครือข่าย ในความหมายโรงเรียนในฐานะเป็นชุมชนเรียนรู้ จึงต้องเป็นโรงเรียนที่เรียนรู้ (Learning Organization) และที่สำคัญที่สุดของการเป็น Whole School Approach โรงเรียนต้องมีระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วย</span></p>
<p><b>ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงประเด็นสุดท้ายว่า การสนับสนุนจากโครงการต่อการพัฒนาโรงเรียน พี่เลี้ยงหรือโค้ช (Q-Coach) ต้องไม่ใช่เจ้าสำนัก เป็นการทำงานในลักษณะสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน (Q-Network) โดยนำระบบ IT (Q-Info) มาเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน  เพื่อให้โรงเรียนทำงานง่ายขึ้น หนุนเสริมเด็กได้มากขึ้น ซึ่งโครงการในรุ่นที่ 2 นี้ จะมีระบบประเมินเพื่อพัฒนานักเรียน (Q-Classroom) ในลักษณะ Formative Assessment) โดยจะมีทีม TDRI เข้ามาช่วย พร้อมทั้งจะนำรูปแบบการประเมินเพื่อหนุนการพัฒนาโรงเรียน (DE – Developmental Evaluation) เพื่อหนุนการเรียนรู้ของภาคี ในครั้งนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การประชุมใน 2 วันนี้ เพื่อการเตรียมการดำเนินงานโครงการในรุ่นที่ 2 โดยการนำทีมโค้ชทั้ง 2 รุ่น มาทำงานร่วมกัน จากการทำงานมา 1 ปี เกิดการเรียนรู้สูงมากมีกำลังใจที่เชื่อได้ว่าการศึกษาไทย จะไม่สิ้นหวัง สามารถที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้ โดยตัวขับเคลื่อนคือโรงเรียน ซึ่งมีครูเป็นตัวตั้ง ดังนั้น เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันทั้งโครงการรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จะเกิดการเรียนรู้ข้ามเครือข่ายทั้งวิธีบริหารจัดการ เทคนิคที่ดีที่ทำให้โรงเรียนใช้แล้วสนุก ฉะนั้น จุดแข็งที่เป็นความงดงามเรื่องหนึ่งคือโค้ชมีความแตกต่างหลากหลายทั้งวิธีการคิดและเป้าหมาย จึงหวังว่า โรงเรียน  733 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลาง 10% ที่ดูแลเด็กค่อนข้างด้อยโอกาสจะเปลี่ยนโฉมการศึกษาของเด็ก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้ง 100% โดยร่วมกันหารูปแบบของการเรียนที่ทำให้เด็กของเราครบเครื่อง เป็นพลเมืองที่มีพลัง มีความสามารถของประเทศไทย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วหัวใจของการพัฒนาอยู่ที่โรงเรียน ครู และผู้บริหาร”</span> <b>ศ.นพ.วิจารณ์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25-08-20/">กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้องเรียนแนวใหม่ที่เด็กไม่ต้องทำตามสูตรเดิม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/447-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2020 01:00:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[ทองพับสมุนไพรจากแป้งกล้วยน้ำว้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปางปอย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[STEAM Design Prcess]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสตาร์ฟิชฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เตชนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กลาหู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13162</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้องเรียนรูปแบบใหม่ เมื่อสูตรไม่ได้มีไว้ทำตาม ​แต่ต้องค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/447-2/">ห้องเรียนแนวใหม่ที่เด็กไม่ต้องทำตามสูตรเดิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13167" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbn-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbn-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbn-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbn-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbn-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">ห้องเรียนรูปแบบใหม่<br />
เมื่อสูตรไม่ได้มีไว้ทำตาม ​แต่ต้องคิดค้น​ด้วยตัวเอง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าจะมาเป็นขนม “ทองพับสมุนไพรจากแป้งกล้วยน้ำว้า” ผลผลิตที่นักเรียนโรงเรียนบ้านปางปอย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร่วมกันคิดค้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ​แต่ต้องผ่านการเรียนรู้ทดลองและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจก็นำมาสู่ผลลัพธ์ความสำเร็จ แถมได้รางวัลงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติประเภทกิจกรรมการประกวดแปรรูปอาหารปี 2562 มาช่วยยืนยันความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมอีกทางหนึ่งด้วย​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จที่เกิดขึ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองของนักเรียน แบบครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นสูตร ทดลองทำ ปรับปรุงแก้ไข จนถึงขั้นนำออกจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เปลี่ยน “ของเดิม” ในท้องถิ่นให้เป็น “ของใหม่”</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13168" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0005-750x563.jpg 750w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล้วยน้ำว้า ถือเป็นพืชประจำท้องถิ่นที่มีอยู่มากในชุมชน เดิมโรงเรียนมีกิจกรรมฐานฝึกอาชีพแปรรูปกล้วยน้ำว้า ทั้ง กล้วยทอด กล้วยฉาบ กล้วยตาก ที่ครูจะเป็นผู้นำสูตรมาให้นักเรียนทดลองทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่การได้ “มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม” เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับทางโรงเรียนในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากให้เด็กทำตามสูตรเป็นการคิดค้นทดลองหาสูตรขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูศิริพร เตชนันท์ กล่าวว่า  หลังจากที่ได้ไปอบรม STEAM Design Prcess ของมูลนิธิสตาร์ฟิชฯ  ได้นำเอาความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาฐานฝึกอาชีพที่โรงเรียนโดยเปลี่ยนเป็นฐาน “ปางปอยเมกเกอร์”  ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามสิ่งที่ตัวเองสนใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม ฝึกกระบวนการคิด</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13169" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0021-1-750x562.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเด็กเข้ามาที่ฐานก็จะได้รับการฝึกให้คิด ตั้งแต่การ “ตั้งคำถาม” ว่าเราจะทำอะไร เช่นหากเราจะทำกล้วยบวดชี ขั้นต่อไปก็จะต้อง “จินตนาการ”  ว่ากล้วยบวดชีจะมีหน้าตาอย่างไร ต่อด้วย “วางแผน” และ “ลงมือสร้างสรรค์ผลงาน” เสร็จแล้วก็จะมาสู่ขั้นตอน “รีเฟล็คท์และรีดีไซน์ เพื่อพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จออกมาเป็นกล้วยบวดชี เด็กจะฝึกให้รู้จักการคิดวางแผนและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ​โดยที่ครูจะไม่ใช่คนที่ไปบอกว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นผลงานที่ออกมาหน้าตาก็จะไม่เหมือนกัน เช่นบางคนเพิ่มดอกอัญชัน บัวลอย มะพร้าว เข้าไป เขาก็จะได้เรียนรู้ว่าอันไหนอร่อย ไม่อร่อย แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขสูตรในครั้งต่อไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ทว่าในการเข้าร่วมการแข่งขันแปรรูปอาหารในครั้งแรก ๆ ซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จ เด็ก ๆ ได้รับคำแนะนำจากกรรมการว่าการแปรรูกล้วยน้ำว้ายังวนอยู่กับสูตรเดิม ทั้ง กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ทำให้เด็ก ๆ กลับมาพยายามคิดค้นหาความแปลกใหม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">จินตนาการได้ไม่รู้จบ ไม่สำเร็จไม่เป็นไร</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13173" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0011.jpg" alt="" width="873" height="645" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0011.jpg 873w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0011-300x222.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0011-768x567.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0011-750x554.jpg 750w" sizes="(max-width: 873px) 100vw, 873px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนมาลงตัวที่การคิดทำแป้งจากกล้วยน้ำว้าซึ่งจะนำไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นผลิตขนมอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทั้ง ทองพับ ครองแครง รวมทั้งแตกสูตรตามจินตนาการออกไปได้ไม่รู้จบ  บางคนทำทองพับใส่งา ใส่แมงลัก ใส่งาขี้ม่อนซึ่งเป็นของในชุมชน แม้ครั้งแรกไม่สำเร็จ เราก็ไม่ได้ห้ามหลังนำมาสะท้อนได้ฟังความคิดเห็นเขาก็ปรับสูตรใส่น้อยลงครั้งต่อไปก็ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสอนแบบไม่ต้องบอกสูตร ให้เด็กได้คิดสูตรเองจะยิ่งทำให้เด็กได้พัฒนาความคิด และเขาจะได้เรียนรู้ว่าสูตรนี้เขาชอบไม่ชอบ เขาจะรู้สึกสนุก ตื่นเต้นกับชิ้นงานที่ได้มา เขาต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด บางแป้งไม่สุก ก็ต้องปรับแก้บางทีหน้าตาไม่ให้แต่เด็กๆ บอกว่ารสชาติอร่อย เขาก็ภูมิใจกับชิ้นงานที่ตอนนี้มีทั้ง ทองพับ วอฟเฟิล โดนัทในหลายๆ สูตร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูศิริพร เล่าให้ฟังว่า การทำหน้าที่ของครูคือจะเปลี่ยนจากคนสอน คนบอกสูตร มาเป็นคนที่แค่คอยชี้แนะให้คำแนะนำให้เขารู้จักไปหาข้อมูลด้วยตัวเอง เช่นการทำแป้งจากกล้วยน้ำว้าเด็กก็ต้องไปหาวิธีทำจากในอินเตอร์เน็ตซึ่งทำครั้งแรกอาจไม่สำเร็จก็ต้องมาปรับแก้ไขตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญของการเรียนรู้แบบ Active Learning</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">แพ้ชนะไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13172" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038.jpg" alt="" width="1474" height="905" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038.jpg 1474w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038-300x184.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038-1024x629.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038-768x472.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/26263_200228_0038-750x460.jpg 750w" sizes="(max-width: 1474px) 100vw, 1474px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราก็เริ่มสอนให้เด็กรู้จักวิธีคิดเรื่องการขายของซึ่งไม่ใช่ขายแค่ในตลาดเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ต้องรู้จักตลาดใหม่ อย่างออนไลน์ที่เราจะสอนให้เขารู้จักกระบวนการไปคิดต่อยอดในอนาคต ซึ่งตอนนี้ก็ได้ทำออกมาเป็นแบรนด์ “บานานาปางปอย” ให้เด็กๆ ได้ลองขายกันในเฟสบุ้ค  แต่ก็ยังกล้าถึงขั้นที่จะไลฟ์สดขายเหมือนที่อื่น</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“รางวัลที่เด็กไปได้มาจากเวทีระดับชาติถือเป็นอีกรางวัลความสำเร็จที่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับเด็กบ้านปางปอยที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ เกินครึ่งเป็นเด็กลาหู่ เพราะ​ปกติเด็ก ๆจะใช่คนที่กล้าแสดงออก ​ต่างจากเด็กในเมืองที่มีทั้งโอกาสและทรัพยากรมากกว่าเด็กดอย เราก็พยายามผลักดันให้เข้าได้มีพื้นที่ได้แสดงออก ได้เรียนรู้ส่วนจะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญขอให้ได้เรียนรู้”​</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งสำคัญที่ได้จากการเรียนรู้แบบใหม่นี้คือการที่เด็กจะกล้าแสดงความคิดความเห็นในห้องเรียนวิชาอื่นเพิ่มมากขึ้น จากที่ปกติเด็กไม่ค่อยพูด เขาจะกล้าพูดกล้าตอบ กล้าแสดงความเห็น  สิ่งเหล่านี้ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าการสอนรูปแบบนี้มันดีกว่าแบบเดิม ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่าเด็กทุกคนพัฒนาได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/447-2/">ห้องเรียนแนวใหม่ที่เด็กไม่ต้องทำตามสูตรเดิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/639-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสรีบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[Online Learning Course]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14141</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14143" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก<br />
รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริบทพื้นที่</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางบรรยากาศการเร่งหาทางออกสำหรับการเรียนการสอนในช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอาจไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ตามปกติที่โรงเรียน​</span><span style="font-weight: 400;">​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม หนึ่งในเครือข่าย โครงการบริหารจัดการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้เกิดการเลื่อนเปิดเทอมออกไปนั้น ในส่วนของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ด้านหนึ่งได้ปรับรูปแบบการทำงานพัฒนาครูและการบริหารโรงเรียนเป็นการทำงานออนไลน์</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการทำ Online Learning Course รวมทั้งการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเชิญผู้บริหารโรงเรียนมาแบ่งปันตามหัวข้อต่างๆ ผ่านเฟสบุ้คไลฟ์ ดังนั้นในเชิงออนไลน์จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนมากแค่เพิ่มความเข้มข้นของโค้ชที่ไม่สามารถลงพื้นที่อาจประสานงานผ่านช่องทางต่างๆ  ทั้ง ไลน์กรุ๊ป หรือ โทรศัพท์  โดยจะเตรียมห้องประชุมออนไลน์ให้โค้ชเข้าไปทำงานร่วมกับโรงเรียน แบบไลฟ์ที่นัดเวลาเข้าไปพูดคุย รวมไปถึงมีแผนที่จะทำงานร่วมกับชุมชนและเขตพื้นที่ต่างๆ เป็นการขับเคลื่อนแบบ Area-Based</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในส่วนแผนที่เดิมเคยวางไว้เป็นแบบออฟไลน์จะถูกปรับมาเป็นออนไลน์ ทั้งการจัดเวอร์คช็อปเดือน พ.ค. สำหรับผู้บริหารโรงเรียนและโมเดลการปรับเปลี่ยนโรงเรียน  อีกด้านหนึ่งจะจัดทำหนังสือเรื่อง 9 องค์ประกอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนนำโมเดลในไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรบ้างจัดทำเผยแพร่ส่งไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งจะต้องประเมินเป็นรายพื้นที่เพราะบางชุมชนไม่ให้คนนอกเข้าในเวลานี้ อาจต้องส่งไปรษณีย์หรือไม่อย่างไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">รูปแบบการเรียนการสอนต้องมีความยืดหยุ่น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14144" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg" alt="" width="856" height="584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-300x205.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-768x524.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-750x512.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม  Teacher Boot Camp ที่จะขยายการพัฒนาครูจากเฟสหนึ่งไปสู่เฟสสอง ซึ่งครูที่จะเพิ่มเข้ามาในโครงการจะได้รับการอบรมผ่านบทเรียนออนไลน์และ ไลฟ์ เวอร์คช็อป  ซึ่งถามว่าการปรับเปลี่ยนจากออนไลน์มาออฟไลน์อาจมีความแตกต่างกันบ้างจากที่ต้องทำงานกลุ่ม งานเดี่ยว ก็ต้องปรับรูปแบบใช้ซอฟต์แวร์บอร์ดออนไลน์ให้ทุกคนมาให้ความเห็น แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะไม่ใช่ครูทุกคนจะใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว ดังนั้นจึงต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร  จะไปคาดหวังว่าจะได้ผล 100% เหมือนที่มาเจอหน้ากันโดยตรงแบบเดิมไม่ได้ ทำให้ต้องระวังอย่าทำจนเกินไปเพราะสุดท้ายไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแผนรับมือช่วงเปิดเทอม 1 ก.ค.นั้น ทางโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการนำร่องวิธีการจัดการซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อในโครงการ กสศ.ได้ โดยบริบทของโรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทผู้ปกครองส่วนใหญ่ช่วยสอนบุตรหลานได้แค่ 20 %อีกทั้งจากที่เปิดสอนในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาทำให้เรียนออนไลน์ด้วยตัวเองลำบาก  ทำให้เราคิดวิธีการให้เหมาะสม คำนึงช่วงอายุเด็ก คำนึงถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ และวิธีการเรียนรู้ของเด็ก​ซึ่งยังเป็นลักษณะแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ด้วยการสนับสนุนของผู้ปกครอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">Learning Box แบ่งตามระดับชั้น สอดรับ STEAM DESIGN</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14145" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg" alt="" width="856" height="559" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-300x196.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-768x502.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-750x490.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งจะนำจัดทำเป็นเลิร์นนิ่งบ็อกซ์ ​ซึ่งประกอบไปด้วยชุดบทเรียน ​คล้ายเครื่องมือทำให้ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆ ทำกิจกรรมได้ แบ่งเป็นประดับชั้นอนุบาลเน้นการเสริมพัฒนาการเด็ก ทักษะชีวิต การข้าห้อง น้ำ การทานอาหาร เสริมพัฒนาการตามปฐมวัย  และให้ผู้ปกครองทำเมกเกอร์สเปซเรียนแบบ PBL มีแบบประเมินตามสภาพจริงที่ทำโดยผู้ปกครอง มีชุดเกม บัตรคำ ซึ่งการดำเนินการจะเป็นรูปแบบ STEAM DESIGN ที่ทาง “ปลาดาว” ออกแบบไว้ให้เกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์​จะออกแบบเป็น รายสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่น เพราะแม้แต่ผู้ปกครองในเมืองที่สามารถดูแลเรื่องการศึกษาได้ดีก็ยังเครียดถ้าต้องมากลายเป็นครูเต็มตัว และเป็นเรื่องหนักสำหรับผู้ปกครองที่หลายคนไม่รู้หนังสือ หลายคนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรก การจะให้ผู้ปกครองไปทำอะไรเยอะเกินไปอาจทำให้เขาท้อและไม่อยากทำตรงนี้เลยก็ได้ โดยในส่วนของประถมจะเน้นการทำ PBL ที่ทำเป็น 1 โปรเจ็คท์ระยะเวลา 6 สัปดาห์” ดร.นรรธพร กล่าวว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">หัวใจสำคัญคือ Active learning ผ่าน PBL</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14146" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg" alt="" width="856" height="592" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-300x207.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-768x531.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-750x519.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกที่สองคือการทำงานร่วมกับชุมชน โดยดูว่าชุมชนไหนเข้าไปได้บ้างซึ่งอาจให้ครูในชุมชน ครูอาสา ผู้ปกครอง หรือเด็กรุ่นพี่ เข้าไปช่วย แต่ต้องจัดกิจกรรมเว้นระยะห่าง และต้องได้รับการอนุญาตจากชุมชน  และทางเลือกที่สามคือการเรียนรู้แบบออนไลน์ ซึ่งจะมีคอร์สออนไลน์ รวมถึงให้มีสื่อการเรียนให้ดาวน์โหลด และสี่ มีการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ปกครองติดต่อครูประจำชั้นได้ตลอดเวลาทั้งกรุ๊ปแชท ​ซึ่งทางเลือกต่างๆ เหล่านี้จะเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกับโรงเรียนใน กสศ. ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวอีกว่า ในกล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์หัวใจคือการให้เด็กได้เรียนรู้แบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ผ่าน PBL ใช้การตั้งคำถามกับชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน​ซึ่งอาจไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วงสถานการณ์ตอนนี้ แต่อาจใช้ในเวลาต่อไปซึ่งเด็กต้องเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้โลกความเป็นจริง ซึ่งทั้ง 60 โรงเรียนเครือข่ายก็จะต้องหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของโรงเรียนของตัวเองเป็น 60 แบบของตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">กลับตั้งหลักที่ “เป้าหมาย” เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg" alt="" width="856" height="589" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-300x206.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-768x528.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-750x516.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทางออกสำหรับการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ใน​พื้นที่ทุระกันดาร​นั้นเราต้องมองจากวัตถุประสงค์หลักคือให้เด็กได้เรียนรู้ ไม่ใช่ให้เด็กต้องใช้เทคโนโลยี ตอนนี้จากที่อ่านเข่าวเยอะๆ ก็จะกังวลเพราะรู้สึกคนมองว่าการแก้ปัญหาต้องเรียนออนไลน์อย่างเดียว แต่เราลืมไปว่ามีเด็กหลายกลุ่มไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องถามว่าการให้เด็กนั่งดูทีวีแบบวันเวย์คอมมูนิเคชั่น 50 นาทีต่อคาบเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จริงหรือเปล่า ถ้าโจทย์หลักคือการเรียนรู้ต้องมาก่อน เราต้องหาโซลูชั่นให้เด็ก ดีกว่ายึดติดว่าหากไปเรียนไม่ได้ต้องออนไลน์อย่างเดียว การเรียนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่ที่กระบวนการ ทั้ง คอมมูนิตี้เบส โฮมเบส  ก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่าไปใช้ไม้บรรทัดที่เราจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน มาวัดการเรียนที่จัดที่บ้านและชุมชนซึ่งต่างกัน ตรงนี้ อาจกลับไปถึงเรื่องเพอร์ซอนอลไลซ์เลิร์นนิ่งที่เป็นการเรียนเฉพาะบุคคลจริงๆ“ ดร.นรรธพร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เทคโนลยีอาจเป็นคำตอบสำหรับเด็กบางคน  แต่สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เลยก็ได้ ดังนั้นต้องกลับไปใส่ใจเรื่องเป้าหมายคือการเรียนรู้ของเด็ก คือการเรียนรู้ที่มีความหมายในชีวิตจริง ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในหลักสูตรปกติของโรงเรียนก็ได้ ไปจนถึงเรื่องสุขภาวะของเด็กในตอนนี้ เรื่องความเป็นอยู่ที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ อาจต้องกับมาดูเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น ต้องดูแลเรื่องสภาพจิตใจการเป็นอยู่ อาหารกลางวันเพราะเด็กหลายคนต้องพึ่งพาอาหารกลางวันที่โรงเรียน ซึ่งหากเรายังแก้ปัญหาเรื่องปากท้องเด็กไม่ได้ เรื่องการเรียนออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องรองลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ที่มาภาพ : </strong></span><a class="_64-f" href="https://www.facebook.com/drprae/">Dr Prae Seributra</a><br />
<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
