<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิรักษ์ไทย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Jul 2021 06:39:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มูลนิธิรักษ์ไทย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2021 06:38:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปวริศา สิงห์อุดร]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรักษ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[น่านโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ศรุตา เจริญพรพานิชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาธิการจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[Chat BOT น่านสุขใจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริการต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43783</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ<strong> </strong>นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญเข้าไปดูแลช่วยเหลือ&nbsp;</p>



<p><strong>“น่านโมเดล”</strong> นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่เริ่มเห็นผลชัดเจน  เพราะการผนึกกำลังของภาคส่วนต่าง ๆ ที่หนุนเสริมซึ่งกันและกัน</p>



<p>เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน&nbsp; 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดน่าน มูลนิธิรักษ์ไทย จัดเสวนาถอดบทเรียน “เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เริ่มจากภาพรวมในพื้นที่<strong> </strong>ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา กล่าวว่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee9dd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-006.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ. ตระหนักถึงการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 แสนคน จึงได้คิดพัฒนาโครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา มีทั้งหมด 66 โครงการทำงานใน 74 จังหวัด ตั้งเป้าดูแลเด็ก 35,000 คน ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 90%&nbsp; โดยกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษทั้งด้านร่างกายและจิตใจประมาณ 1,300 คน&nbsp; ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทางโครงการเข้าไปดูแลช่วยเหลือ”&nbsp;</p>



<p>การทำงานเริ่มต้นจาก กระบวนการค้นหากลุ่มเป้าหมาย สร้างเป้าหมายร่วม วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาระดับพื้นที่ เก็บข้อมูลเด็กและครู  นำไปสู่การสรุปผล </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3802de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/ดร.เนตรดาว-ยั่งยุบล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โดยจะวิเคราะห์เป็นรายบุคคล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ที่เป็นรูปธรรม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก มีระบบส่งต่อการช่วยเหลือ ทั้งศูนย์การศึกษาพิเศษระดับพื้นที่ สหวิชาชีพ การดูแลความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงปัญหาเรื่องการศึกษา  ที่แต่ละพื้นที่จะต้องร่วมกันออกแบบการทำงาน เพราะการทำงานหน่วยเดียวไม่อาจสำเร็จ ต้องใช้หลายหน่วยงานช่วยกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เริ่มต้นจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศ<br>สู่การจัดการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสม</h2>



<p>โมเดลการทำงานมีจุดเริ่มต้นจากภาครัฐ คือศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน ภาคประชาสังคมคือมูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp; ร่วมกับ กสศ. มีอาสาสมัคร ครูพี่เลี้ยง และที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการคือครูใน 11 อำเภอ ที่ฝ่าความยากลำบากในช่วงโควิด-19 มาด้วยกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97e075"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-004.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากฐานข้อมูลสารสนเทศที่นำไปสู่การช่วยเหลือเด็ก 50 คนได้อย่างถูกต้อง โดยที่รูปแบบการช่วยเหลือจะเป็นการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสมกับเด็กพิเศษ และอีกส่วนคือกลไกการพัฒนาเด็ก  การฟื้นฟูสุขภาพกายใจ การบำบัดการเรียนที่บ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว ส่งเสริมอาชีพหลากหลาย </p>



<p>มีหลักสูตรสิทธิเด็กและการคุ้มครอง  กิจกรรมบำบัดพัฒนาสุขภาพจิต หลักสูตรให้พ่อแม่มีความพร้อมดูแลเด็กพิเศษ ​ในฝั่งชุมชนก็ต้องทำให้เป็นชุมชนที่ปราศจากอคติ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสร้างสรรค์ให้เด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เชื่อมการทำงานกับภาคีเครือข่าย<br>ด้วยเป้าหมายการช่วยเหลือเด็กนอกระบบทั้งครอบครัว</h2>



<p>น.ส.ศรุตา เจริญพรพานิชกุล ผู้ประสานงานพื้นที่จังหวัดน่าน กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการเน้นไปที่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ&nbsp; และพฤติกรรม&nbsp; เพื่อช่วยเด็กนอกระบบทั้งครอบครัวและพัฒนาศักยภาพครูในการดูแลเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d37e64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวศรุตยา-เจริญพรพานิชกุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ  โดยเชิญนักจิตวิทยา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ชมรมผู้พิการ อสม. มาประชุมร่วมกัน เพื่อหาแนวทางว่าแต่ละรายจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง   “จังหวัดน่านค้นพบกลุ่มเป้าหมาย 194 คน  ​ 86% ไม่มีอาชีพ  ครอบครัวทำการเกษตร ส่วนใหญ่ไม่มีงานประจำ รับจ้างตามฤดูกาล เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ 26 คน บางส่วนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนไล่รื้อ พื้นที่บุกรุก ทับซ้อน พื้นที่แออัด รายได้ครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 1,500-5,000 บาท เป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับการศึกษาเลย 37 ครอบครัว ซึ่งมาจากปัญหาความยากจนร่วมกันปัญหาสุขภาพ  การแก้ปัญหาจะเริ่มที่เข้าไปวางแผนช่วยเหลือเด็ก วิเคราะห์​สาเหตุปัญหา ข้อจำกัด  และการช่วยเหลือ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบ “สังคมสงเคราะห์”<br>เป็นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ Empowerment</h2>



<p>ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์ หัวหน้าโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดตาก ลำปาง น่าน) กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา สามารถเรียกได้ว่าเป็นโมเดลการทำงานที่เริ่มเห็นผล โดยเน้นไปที่มิติทางสังคม จิตวิทยา การศึกษา และเศรษฐกิจ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b750d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เป้าหมายคือการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&nbsp; ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา ที่ทำในลักษณะสังคมสงเคราะห์ แต่โครงการนี้เน้นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ หรือ Empowerment&nbsp; ด้วยการสนับสนุนเด็กแบบองค์รวม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การทำงานอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมดูแลเด็ก การพัฒนาเครือข่าย การช่วยเหลือส่งต่อ และการสร้างความตระหนักเรื่องผู้พิการ ผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และนำไปสู่การกำหนดนโยบายของผู้มีอำนาจ  เกิดการสนับสนุนงบประมาณที่มากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล<br>พร้อมช่วยเหลือผู้ปกครองให้ดูแลเด็กได้</h2>



<p>นางปวริศา สิงห์อุดร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาพิเศษทำงานร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทยในการช่วยเหลือเด็ก มีแนวคิดคือ ให้เข้าถึงทั้งโอกาสและความเสมอภาค&nbsp;</p>



<p>โดยงานของศูนย์ ฯ&nbsp; คือ การค้นหาเป้าหมาย/ วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา/ สร้างเป้าหมายร่วมในการทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่/ วิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง/ ออกแบบเครื่องมือการทำงาน/ เก็บข้อมูลเด็กและครูเพื่อประมวลสรุปผล /คืนข้อมูลกลับไปยังพื้นที่เพื่อออกแบบการทำงานร่วมกัน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพัฒนา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad28bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางปวริศา-สิงห์อุดร.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการให้โอกาสประกอบอาชีพพื้นฐานตามความสนใจ และภารกิจที่สำคัญอีกประการคือช่วยเหลือผู้ปกครอง ให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีความสามารถในการดูแลเด็กต่อไป</p>



<p>“เรามีการทำงานที่ก้าวหน้า ลงไปถึงการดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล โดยลงไปที่ตัวอำเภอและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละเคส ส่วนผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกล เราจะให้ความช่วยเหลือ เรื่องการพาไปตรวจทางการแพทย์ เพื่อให้มีใบรับรองหรือบัตรประจำตัว การเก็บข้อมูลสารสนเทศจากการลงพื้นที่ ยังทำให้เราได้พบเด็กที่ตกหล่นจากการสำรวจในแต่ละปี ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 19 ปี โดยเป็นการร่วมมือกับ พมจ. ศึกษาธิการจังหวัด และ กศน.”  นอกจากนำเด็กที่ตกสำรวจเข้ารับการส่งต่อเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทางศูนย์ ฯ มีนโยบายช่วยเหลือผู้ปกครองให้มีทักษะการดูแลเด็ก   ในกรณีที่เด็กไม่สามารถเข้าเรียนได้  สำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลมาก  ทางศูนย์ ฯ เข้าไปหาเด็กไม่ได้ทุกวัน จึงเน้นที่การให้การศึกษากับผู้ดูแล โดยอาศัยความร่วมมือจาก อบต. อบจ. หรือโรงพยาบาลจังหวัด เพื่อนำเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายต่าง ๆ เข้าไปช่วยกันลงพื้นที่ทุกครั้ง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘หน่วยบริการต้นแบบ’<br>มุ่งส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถดูแลเด็กได้จากภายใน</h2>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้วางแผนสร้าง ‘หน่วยบริการต้นแบบ’ &nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยตัวเอง&nbsp; เพราะถ้าชุมชนสามารถดูแลกันเองได้จากภายใน จะสามารถขยายผลความช่วยเหลือ ให้ตรงกับหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้ตามมา</p>



<p>ปัญหาใหญ่คือความไม่พร้อมของผู้ปกครอง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว หรือมีลูกหลานในครัวเรือนจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6db04a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-003.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทีมงานลงไปเก็บในพื้นที่ จากนั้นจึงรีดข้อมูลต่อมาว่าเด็กคนไหนมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเมื่อเจอเคสที่มีปัญหาหนัก ทางศูนย์ฯ จะประสาน พมจ. รพสต. ที่อยู่ใกล้ เพื่อแบ่งหน้าที่และส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างหน่วยงาน แยกออกเป็นการดูแลปัญหาของเด็ก การดูแลปัญหาของผู้ปกครองเด็ก และการดูแลสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว</p>



<p>ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน กล่าวว่านี่คือการสร้างเครือข่าย ที่เริ่มจากกระบวนการคัดกรองเพื่อพัฒนาระบบดูแลเด็กในพื้นที่ห่างไกล  เป้าหมายสำคัญคือต้องทำให้ผู้ปกครองเด็กมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อนั้นเขาถึงจะพร้อมดูแลเด็กได้ จากนั้นจึงมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเด็ก ยกระดับให้เขาช่วยเหลือตัวเองและบอกความต้องการของตัวเองได้ก่อน  แล้วระบบเครือข่ายจะทำให้คณะทำงานไปสู่เป้าหมายได้ มีผลสำเร็จที่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน<br>พัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม’</h2>



<p>น.ส.กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์ ผู้จัดการมูลนิธิรักษ์ไทยประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า หน้าที่ในการทำงานของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาการศึกษากลุ่มสตรีนอกระบบ อายุระหว่าง 15-35 ปี ในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ 5 อำเภอด้านบนของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ</p>



<p>โดยใช้วิธีบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย  เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ปกครองมีรายได้เพิ่มขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bdd68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวกรรณภรณ์-สอนสมฤทธิ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราให้คำแนะนำผู้ปกครอง เพื่อวิเคราะห์แผนอนาคต ตั้งแต่การออกแบบแผนการเพิ่มรายได้ให้ผู้ปกครอง โดยเริ่มจากสำรวจความต้องการว่ากลุ่มเป้าหมายอยากทำอะไร ในพื้นที่มีทรัพยากรและเครือข่ายสนับสนุนใดบ้าง จากนั้นจึงนำทุนสนับสนุนเด็กและผู้ปกครองเข้าไปร่วมพัฒนาให้ตรงจุด ทางมูลนิธิ ฯ ได้มองถึงการทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองต่อยอดทางอาชีพ โดยสร้างความร่วมมือด้านการตลาด และพัฒนาคุณภาพงานให้ได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์ ซึ่งเรามีเครือข่ายกับภาคธุรกิจ เช่น Lazada รองรับอยู่”&nbsp;</p>



<p>ส่วนการพัฒนาเด็กนั้น จากความร่วมมือกับ กสศ. และศูนย์การศึกษาพิเศษ ทางมูลนิธิ ฯ มีข้อมูลที่สามารถนำมาตรวจสอบกับสำนักงานสาธารณสุขและศูนย์การศึกษาประจำหมู่บ้าน เพื่อให้มั่นใจว่า จะสามารถระบุตัวตนของเด็กที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-82c9e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-007.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>คณะทำงานเห็นร่วมกันว่าจำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน โดยเป็นหน้าที่หลักของครูศูนย์การศึกษาพิเศษ ขณะที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เช่น ผู้เลี้ยงเด็กไม่เข้าใจความบกพร่องทางพัฒนาการ&nbsp; จนเกิดการใช้ความรุนแรงลงโทษเด็ก&nbsp;</p>



<p>อีกกรณีหนึ่งคือเรื่องการสื่อสาร เนื่องจากหลายชุมชนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องพัฒนาการสื่อสาร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Chat BOT น่านสุขใจ สื่อกลางให้คำปรึกษาบรรเทาความเครียด</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc6953"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-008.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในช่วงที่ทุกคนต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตจากโควิด-19 ทางมูลนิธิรักษ์ไทยได้ร่วมมือกับแผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน พัฒนาแอปพลิเคชัน Chat BOT ‘น่านสุขใจ’ เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้คำแนะนำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย บรรเทาความเครียด กังวล อันจะนำไปสู่ปัญหาทางใจที่ใหญ่ขึ้นได้&nbsp; ความตั้งใจของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาให้เกิดศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน และพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม ด้วยเชื่อมั่นว่าการทำงานกับเด็กพิเศษ&nbsp; ต้องให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ปกครอง โดยช่วยนำความรู้หรือทางเลือกใหม่ ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-24-01-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jan 2021 07:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Covid Slide]]></category>
		<category><![CDATA[Young ASEAN Leader Policy Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[YALPI]]></category>
		<category><![CDATA[กนิฎฐ์อาภา อารมย์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิมม]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิมม สมเพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[Chheu Suymeang]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรักษ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Raks Thai Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Migrant Working Group]]></category>
		<category><![CDATA[YewLee Wong]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26527</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทีผู้นําเยาวชนอาเซียน ระดมสมองเสนอแนวทางแก้ปัญหาความเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-24-01-21/">เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-26541" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_1.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_thumbn.jpg" alt="" width="855" height="449" /></p>
<p><b>เวทีผู้นําเยาวชนอาเซียน ระดมสมองเสนอแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในยุคโควิด-19 ชี้ถ้าไม่แก้ปัญหาการศึกษาก่อน ความเหลื่อมล้ำด้านอื่นแก้ไขไม่ได้ยั่งยืน  ด้านกสศ. หนุนเครือข่ายเยาวชนอาเซียน ขยายผลโครงการนำร่อง นำการศึกษาไปให้ถึงเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ลดผลกระทบ COVID SLIDE  </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 23-24 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการ<strong>ประชุมผู้นําเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย </strong></span><span style="font-weight: 400;"><strong>ครั้งที่ 5 (Young ASEAN Leader Policy Initiative: YALPI) ภายใต้หัวข้อ &#8220;ผนึกกำลังผู้นำเยาวชนร่วมรับมือความเหลื่อมล้ำทางสังคมยุคโควิด-19&#8221;</strong> ซึ่งจัดโดย ศูนย์อาเซียนศึกษา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26543" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_5.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>น.ส.อาทิมา สมเพาะ</b><span style="font-weight: 400;"> (ผักบุ้ง) หนึ่งในทีมผู้แทน YALPI ไทย กล่าวว่า</span><span style="font-weight: 400;"> YALPI  </span><span style="font-weight: 400;">เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำเยาวชนอายุระหว่าง 18 &#8211; 25 ปีจากทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมที่หลากหลาย ภายใต้กรอบความร่วมมือภายในภูมิภาค ซึ่งในปีนี้เราชวนเยาวชนอาเซียนมาร่วมพัฒนาโครงการและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชุมชน มุ่งเน้นลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งปรากฎขึ้นอย่างชัดเจน จากการระบาดของโรคโควิด-19 ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่  1) เด็กเยาวชนด้อยโอกาส 2) แรงงานสตรี และ 3) แรงงานข้ามชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การระบาดไม่เพียงคุกคามสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะ กลุ่มคนชายขอบ กลุ่มคนเปราะบาง  แต่ยังสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต นโยบายป้องกันและตอบโต้โควิท-19 ยังไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความจําเป็นและความต้องการของกลุ่มคนชายขอบต่างๆได้นําไปสู่ผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นต่อกลุ่มคนดังกล่าว และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาในกลุ่มเด็กเยาวชนด้อยโอกาส การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาเข้าสูระบบออนไลน์ซึ่งเป็นผลจากการแพร่กระจายของโรคโควิด-19</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26531" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_0.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โควิด-19 ทำให้ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่มีอยู่แล้วนั้นชัดเจนมากขึ้นไปอีก  โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่กระทบชัดเจนที่สุด เพราะต้องหันไปเรียนออนไลน์กันหมด ปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จําเป็นต่อการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ของครอบครัวยากจน ส่งผลให้อัตราผู้เลิกเรียนกลางคันในโรงเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นและเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเยาวชนของอาเซียน มากไปกว่านั้นการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ยังส่งผลให้เกิดการว่างงานจํานวนมาก ทําให้บางครอบครัวไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญในการพัฒนาแผนของทีมผู้นำเยาวชนอีกด้วย” น.ส.อาทิมา กล่าว</span></p>
<p><b>น.ส.อาทิมา </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ทีมเยาวชนจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เมียนมาร์ กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย  สมัครเข้าร่วมทั้งหมด 43 ทีม คัดเลือกจนได้  12 ทีมสุดท้าย ที่อยู่ระหว่างพัฒนาแผนปฏิบัติการ (Initiative Plan)  โดยแผนของทีมหรือ &#8220;white paper&#8221; ที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จะถูกนำไปพัฒนาต่อโดยองค์กรพันธมิตรที่เข้าร่วม ทั้งภาครัฐและองค์กรอิสระไม่แสวงหากำไร (NGO) ซึ่งปีนี้ประกอบด้วย <strong>สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), มูลนิธิรักษ์ไทย (Raks Thai Foundation), เครือข่ายองค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ (Migrant Working Group) และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ. &#8211; Equitable Education Fund : EEF)   </strong></span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26544" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_4.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>น.ส.กนิฎฐ์อาภา อารมย์ดี</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ เน หนึ่งในตัวแทน YALPI ไทย กล่าวว่า การศึกษาเป็นพื้นที่ของความเหลื่อมล้ำในหลายด้าน YALPI จึงตระหนักได้ว่า &#8220;ถ้าปัญหาการศึกษายังไม่ถูกแก้ไข ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุขหรือสังคมต่างๆ ทั้งยังจะทำให้การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอื่นๆ ไม่ยั่งยืน แล้วก็จะไม่มีประสิทธิภาพด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน (all for education) และการทำให้การศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ต้องได้รับการผลักดันร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ขณะที่การระบาดของโควิด-19  ทำให้การศึกษาขยายขอบเขตออกไป เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีพรมแดน เพียงแต่ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างได้กลายเป็นอุปสรรคหรือข้อจำกัดที่กลายเป็นพรมแดนขวางกั้นไม่ให้คนกลุ่มหนึ่งได้เข้าถึงการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น  การออกมาแสดงความเห็นของเยาวชนก็คือเสียงของอนาคตที่่ผู้ใหญ่ในสังคมสมควรจะรับฟัง อย่างน้อย ในฐานะเยาวชนคนหนึ่งก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ เกี่ยวกับปัญหาที่สังคมต้องเผชิญ เพราะเยาวชนก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคมเช่นเดียวกัน” น.ส.กนิฎฐ์อาภา กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26545" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_3.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>Chheu Suymeang </b><span style="font-weight: 400;"> ผู้แทนโครงการ YALPI 2021 จากประเทศกัมพูชา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมวางแนวทางริเริ่มแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคม กล่าวว่า แม้จะเป็นเด็กที่เกิดและเติบโตในเมือง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองเห็นความเหลื่อมล้ำในสังคมของกัมพูชา แค่เดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองหลวงของประเทศ หรือตามริมแม่น้ำ จะเห็นเด็กยากจน และเด็กด้อยโอกาสมากมายดิ้นรนกัดฟันขายของเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว บางรายสถานการณ์เลวร้ายถึงขนาดต้องสละโอกาสทางการศึกษาของตนเองเพื่อมาทำงานจุนเจือครอบครัวเต็มตัว ทั้งที่่อยู่ในวัยที่ต้องเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตนเองอยากนำเวลาของตัวเองมาใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ ซึ่งสถานะดังกล่าว ทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ค่อนข้างมาก การให้ความสำคัญลำดับแรกๆ ก็คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การศึกษาคือโอกาสพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระยะยาวอย่างยั่งยืนที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการมีระบบโครงสร้างสวัสดิการของรัฐที่ดีให้กับพลเรือนของประเทศ และบทบาทของพ่อแม่มีความสำคัญที่สุดในการสนับสนุนให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาซึ่งนอกจากหาทางสื่อสารกับพ่อแม่ให้เข้าใจและเห็นความสำคัญโดยที่ต้องรับการผลักดันร่วมมือจากภาครัฐแล้ว และยังเชื่อมั่นว่ารัฐยังต้องช่วยในเรื่องของจัดสรรอุปกรณ์และเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เพื่อช่วยให้เด็กๆ เผชิญหน้ากับความเหลื่อมล้ำได้”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26546" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_1.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</b><span style="font-weight: 400;"> รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า อาเซียนถือเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิญญาสากลว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (Jomtien Declaration: Education for All) ที่หาดจอมเทียน ประเทศไทย เมื่อปี 2533 นอกจากนั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนยังได้ร่วมกันประกาศความร่วมมือของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ASEAN Declaration on Strengthening Education for out-of-school Children and Youth (OOSCY)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปี 2559 แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของประชาคมอาเซียนต่อเป้าหมายความเสมอภาคทางการศึกษาตลอด </span><span style="font-weight: 400;">30 ปีที่ผ่านมา กสศ. มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนพลังของเยาวชนอาเซียนทั้ง 10 ประเทศที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของวาระการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ประชากรรุ่นน้องในอาเซียน (0-14 ปี) ที่มีสัดส่วนมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1 ใน 4 ของประชากรรวมในอาเซียน โดย กสศ. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ และประสบการณ์การแก้ไขปัญหาในระบบการศึกษาของไทยจากผลกระทบของ COVID-19 ในปีการศึกษา 2563 ที่ผ่านมา ทั้งมาตรการช่วยเหลือนักเรียนและครัวเรือนยากจนพิเศษ และการใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลสารสนเทศในการกำหนดเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และยุทธศาสตร์การทำงาน และการระดมการมีส่วนร่วมด้วยระบบ iSEE เป็นต้น โดยกสศ.ได้กำหนดโจทย์การสร้างนวัตกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อนำการศึกษาไปให้ถึงเด็กด้อยโอกาส ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร จากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบจากปรากฎการณ์ COVID SLIDE  สำหรับทีมที่ได้รับการคัดเลือก กสศ.จะสนับสนุนงบประมาณ และองค์ความรู้ให้เกิดการขยายผล เป็นโครงการทดลองในพื้นที่นำร่องต่อไปภายในปีนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กสศ.เชื่อมั่นในพลังและความร่วมมือของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมจะสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ และองค์ความรู้เพื่อการต่อยอดขยายผล  ให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกเพศทุกวัยในประชาคมอาเซียน เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางของเป้าหมายความเสมอภาคทางการศึกษาในอนาคตของอาเซียน และรับมือกับปัญหาที่ท้าทายด้วยความรู้ความสามารถ ความมีจิตสาธารณะ และการเป็นพลเมืองของโลกนี้ร่วมกัน” </span><b>ดร.ไกรยส</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26547" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_2.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>YewLee Wong</b><span style="font-weight: 400;"><strong> ผู้แทนโครงการ YALPI 2021</strong> จากมาเลเซีย ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมวางแนวทางริเริ่มแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคมกล่าวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการก็เพื่อต้องการเป็นกระบอกเสียงในฐานะที่ตนเคยเป็นเด็กด้อยโอกาสเหมือนกัน โดย YewLee Wong กล่าวว่า ตนเองเป็นเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องยอมตัดใจจากสิทธิพื้นฐานหลายอย่าง รวมถึงการศึกษาเพื่อให้มีชีวิตรอด แต่สุดท้ายก็โชคดีว่าตนเองมีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการการศึกษาเพื่อเด็กชายขอบ ทำให้ตระหนักได้ว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นรากฐานของปัญหาหลายอย่างในชีวิตของคนๆ หนึ่งอย่างไร และการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เด็กด้อยโอกาสเพราะความยากจนหรือเงื่อนไขยากลำบากต่างๆ ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามความฝันที่ตนเองวาดหวัง เพราะมีสิ่งสำคัญกว่าอย่างชีวิตและปากท้องที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เนื่องจากตระหนักและเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่ว่านี้เป็นอย่างดี YewLee Wong จึงต้องการที่จะหาแนวทางช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสมีพื้นที่ได้ยืนบชในสังคม ไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และหวังว่าความรู้และมุมมองของตนจะมีส่วนช่วยผลักดันให้เปิดระบบการศึกษาที่เท่าเทียมไม่แบ่งแยก เป็นการศึกษาเพื่อทุกคน (Education for All) อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การเข้าร่วม YALPI ในปีนี้ทำให้ตนเองได้รับโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ของประเทศไทย ซึ่งในฐานะนักศึกษาด้าน Data Science, YewLee Wong ยอมรับว่า รู้สึกประทับใจอย่างมากที่ได้เห็นการทำงานของกสศ. โดยเฉพาะการคิดค้นแอพลิเคชั่นเพื่อบริหารจัดการบิ๊กดาต้า แล้วนำบิ๊ก ดาต้าที่ได้มาประมวลวิเคราะห์เพื่อส่งความช่วยเหลือไปถึงมือเด็กที่ด้อยโอกาส ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าในมาเลเซียไม่ได้มีกองทุนในลักษณะดังกล่าว ทั้งๆ ที่มีเด็กหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี รวมถึงเด็กไร้สัญชาติและเด็กจากพ่อแม่แรงงานข้ามชาติ อย่างแรงงานอุตสาหกรรมปาล์มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษา หรือเด็กจากกลุ่ม Bajau People หรือยิปซีทะเลทางตะวันออกของมาเลเซีย ตลอดจนเด็กจากกลุ่มผู้อพยพ</span></p>
<p><b>YewLee Wong</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า การได้เห็นตัวอย่างการทำงานแบบเป็นระบบของไทย นับเป็นการเปิดมุมมองของตนอย่างมาก และได้แบบอย่างในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศของตนเอง ที่การแก้ปัญหาส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเอ็นจีโอหลายกลุ่มที่มุ่งไปที่การจัดสรรครูอาสาลงพื้นที่สอนเด็กๆ กลุ่มนี้ ยังไม่นับรวมตัวอย่างโครงการอาหารฟรี และโครงการฝึกอบรมทักษะแรงงานให้กับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่ง YewLee Wong เชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่มาเลเซียสามารถนำไปศึกษาต่อยอดประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมาเลเซียได้</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-24-01-21/">เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
