<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย) | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 May 2021 07:03:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย) | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 11:13:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชลนที เฝือกระโทก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการของมูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทวัส กรสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[พรพรรณ บุญจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[Freeform Learning Project]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40572</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกล่าสุด ที่ยังคง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกล่าสุด ที่ยังคงมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้สถานการณ์ในชุมชนหลายแห่งที่มีประชากรจำนวนมากอาศัยร่วมกันอยู่ในพื้นที่แออัดมีความน่าเป็นห่วงในหลายด้าน โดย ‘ชุมชนคลองเตย’ นับว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีจำนวนผู้อาศัยมากกว่า 1 แสนคน ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ความเป็นไปได้ของการระบาดของเชื้อ COVID-19 ดำเนินอย่างรวดเร็วแล้ว ความน่าเป็นห่วงที่สำคัญไม่แพ้กันคือเมื่อประชาชนทุกคนจำเป็นต้องกักตัวอยู่กับบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงตามมาตรการของรัฐ สิ่งที่ตามมาคือปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยราว 18,000 ครัวเรือน ที่กว่า 70% มีอาชีพรับจ้างรายวันต้องขาดรายได้ คนในชุมชนเกือบทั้งหมดจึงตกอยู่ในภาวะรอความช่วยเหลือทั้งจากรัฐและหน่วยงานเอกชนต่างๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cfbd71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/11-เยาวชนนอกระบบคลองเต-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในยามที่คนทั้งสังคมกำลังร่วมต่อสู้กับวิกฤตไปพร้อมกันนี้ มีน้องๆ เยาวชนนอกระบบในชุมชนคลองเตยกลุ่มหนึ่ง ได้อาสาเข้ามาทำงานเพื่อดูแลช่วยเหลือคนในชุมชน ในการเฝ้าระวังเรื่องสาธารณสุข และเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการสิ่งของต่างๆ ทั้งน้ำดื่ม อาหาร ยา หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้กระจายไปถึงมือของสมาชิกชุมชนอย่างทั่วถึง รวมถึงยังมีเยาวชนในชุมชนที่พร้อมมอบรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อร่วมสมทบทุน ด้วยหวังให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคลี่คลายในเร็ววัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-954073"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/น้องเปรม-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>‘เปรม’ ชลนที เฝือกระโทก อายุ 24 ปี หนึ่งในเยาวชนที่ได้รับโอกาสการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ</strong> จาก<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> และ <strong>มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)</strong>ในการทำกิจกรรมที่นำน้องๆ ในพื้นที่มาเรียนรู้ ฟื้นฟูทัศนคติ และนำประสบการณ์ชีวิตที่ผ่าน มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและน้องๆ รุ่นต่อไป จนวันนี้ที่เปรมนำทุนตั้งต้นซึ่งได้รับจากโครงการ มาต่อยอดด้วยการทำฟาร์มเพาะพันธุ์ปลากัด และพร้อมจะส่งต่อและแบ่งปันกลับไปยังชุมชนที่เติบโตขึ้นมา</p>



<p>เปรมกล่าวว่า คลองเตยในตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน และมีคนที่ต้องตกเป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก ขณะที่ความช่วยเหลือ การตรวจคัดกรอง การรักษา หรือการนำรถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือผู้คนยังทำได้ไม่ทั่วถึง</p>



<p>“ผมทราบดีว่าการนำความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง เพราะเป็นชุมชนที่มีคนอยู่กันเยอะ และการเข้าไปให้ถึงข้างในจริงๆ ทำได้ไม่ง่าย สิ่งที่เห็นทำให้เราคิดว่าที่นี่คือบ้านของเรา ชุมชนของเรา เราต้องทำทุกอย่างท่าที่ทำได้ ดังนั้นเท่าที่ผมพอมีกำลังทรัพย์อยู่บ้าง เลยตั้งใจเอาเงินที่ได้ส่วนหนึ่งจากการพาะพันธุ์ปลากัดไปซื้อสิ่งของ ซื้ออาหาร ซื้อยา ไปร่วมบริจาคให้พี่น้องในชุมชน ใน<strong>โครงการ ‘คลองเตยไม่ทิ้งกัน’</strong> ที่ศูนย์พักคอยวัดสะพาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9de202"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/น้องเปรม-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘เปรม’ ชลนที เฝือกระโทก อายุ 24 ปี หนึ่งในเยาวชนที่ผ่านโครงการของมูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอคือเมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ ผมได้รับโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิต จากการเข้าโครงการ ทำให้มีความรู้ ได้ปรับความคิดในการดำเนินชีวิต และได้ทุนตั้งต้นมาต่อยอดเป็นอาชีพ ซึ่งช่วยให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นมาก จากก่อนหน้านี้ที่ผมค่อนข้างเกเร แต่พอได้มาเลี้ยงปลา ก็รู้สึกว่ามีกิจกรรมที่ทำให้ใช้เวลาเป็นประโยชน์มากกว่าเมื่อก่อน ส่วนสำหรับตอนนี้ สิ่งที่ผมคาดหวังคือขอแค่ให้สถานการณ์มันดีขึ้น ให้ชุมชนเราได้รับความช่วยเหลือเต็มที่ แค่นั้นผมก็ดีใจแล้วครับ” เปรมกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3bbe7c3c gb-headline-text">“ถ้าชุมชนดีขึ้น คนติดเชื้อน้อยลง ครอบครัวเราก็จะปลอดภัยไปด้วย”</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5819d1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/หมอก-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘น้องหมอก’ วิทวัส กรสวัสดิ์ อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทางด้าน <strong>‘น้องหมอก’ วิทวัส กรสวัสดิ์ อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย</strong> เผยว่าสถานการณ์ในชุมชนตอนนี้ได้มีการจัดทำสถานที่กักตัวชั่วคราว โดยตั้งขึ้นที่วัดสะพาน เพื่อให้เป็นที่รองรับผู้ติดเชื้อก่อนส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาล โดยน้องหมอกระบุว่า การแยกผู้ติดเชื้อเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดความกังวลและความเสี่ยงของคนในชุมชนได้มากยิ่งขึ้น</p>



<p>เวลาที่มีคนติดเชื้อแล้วยังอยู่ในชุมชนมันสร้างความกังวลให้ทั้งตัวผู้ป่วยและคนในชุมชนไปพร้อมกัน ขณะที่ทุกคนต้องอยู่ด้วยความเครียด การมีจุดพักสำหรับผู้ป่วยถือว่าช่วยได้มากทั้งในเรื่องการแพร่ระบาดและสภาพจิตใจของทุกคน ส่วนงานที่เข้าไปทำตอนนี้คือช่วยจัดการเรื่องของกินของใช้ น้ำดื่ม เจลแอลกอฮอล์ ยา และสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับบริจาคเข้ามา ให้ทั้งคนที่ติดเชื้อและคนที่กักตัวในชุมชนได้รับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-125ef9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_4.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ผมเป็นคนในพื้นที่ มาทำงานช่วยครูสอนดนตรีและทำกิจกรรมต่าง ๆ กับน้อง ๆ พอเกิดการระบาดก็ตัดสินใจว่าจะต้องทำในสิ่งที่จำเป็น คือช่วยคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด จุดที่ผมอยู่มีพวกเรา 4-5 คนมาช่วยกัน ยอมรับว่ามีความกังวลบ้างแต่ไม่ได้กลัวกับการติดเชื้อ เพราะเรารู้ว่าพอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ต้องระมัดระวังตัวเองอย่างเต็มที่ ที่อาสาเข้ามาทำเพราะว่าอยากให้สถานการณ์ดีขึ้น ให้มีคนติดเชื้อน้อยลง และคนที่ติดอยู่ในชุมชนไม่ต้องลำบากมากไปกว่านี้</p>



<p>“กับสิ่งที่ทำผมรู้ว่ามันค่อนข้างมีความเสี่ยง แต่ผมมองว่าคนในชุมชนเขาก็เป็นเหมือนครอบครัวของเรา ถ้าแม่หรือยายผมต้องมาอยู่อย่างนี้บ้าง ผมก็คงอยากให้เขาได้รับการช่วยเหลือดูแลที่ดี เลยอยากทำให้ดีที่สุด เพราะคนที่ติดเชื้อก็เหมือนญาติ เป็นคนรู้จักของเราทั้งนั้น สุดท้ายผมคิดว่าผลที่ได้กลับมาก็ตกอยู่ที่เราเอง ถ้าทุกคนดีขึ้น ติดเชื้อน้อยลง ผมและครอบครัวก็จะปลอดภัยไปด้วย” น้องหมอกกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b41ff467 gb-headline-text">ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1cea64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เสื้อดำ) ‘น้องดั๋ง’ พรพรรณ บุญจันทร์ อายุ 16 ปี อีกหนึ่งเยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>‘น้องดั๋ง’ พรพรรณ บุญจันทร์ อายุ 16 ปี อีกหนึ่งเยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย</strong> กล่าวถึงสถานการณ์ในชุมชนพัฒนาใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุมชนคลองเตยว่า การที่บ้านหลังหนึ่งมีผู้อาศัยหลายคน เมื่อใครคนใดคนหนึ่งติดเชื้อ การแพร่ระบาดก็ไปต่อได้ไวมาก</p>



<p>“หลายครอบครัวในชุมชนมีลูกเยอะ อยู่กันในพื้นที่เล็กๆ พอมีคนติดเชื้อจากข้างนอกเข้ามาก็จะติดกันไปหมด เพราะไม่มีที่ให้ใครแยกตัวได้เลย”</p>



<p>น้องดั๋งกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเข้ามาช่วยชุมชนในเรื่องการรับของบริจาค แล้วแพคส่งเข้าไปให้คนที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน เพราะหลายคนที่มีคนในครอบครัวติดเชื้อและกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนเยอะมาก ซึ่งพวกเขาขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ ทั้งยังไม่สามารถออกจากพื้นที่เพื่อไปทำงานได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่คนในชุมชนจะต้องมาช่วยกัน เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b03a9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_6.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“หนูอาสาเข้ามาทำงานนี้เพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้บ้าง เพราะว่าสถานการณ์ทุกด้านของบ้านเมืองเราไม่ดีเลย ยิ่งมาเจอวิกฤตไวรัสโคโรนาซ้ำอีกระลอก คนในชุมชนก็ยิ่งเดือดร้อน ไปทำงานก็ไม่ได้เพราะเขากังวลว่าจะทำให้คนอื่นๆ ต้องเสี่ยงไปด้วย สิ่งที่หนูเห็นจากงานจิตอาสาครั้งนี้คือ คนในชุมชนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ ที่พักอาศัย ตอนนี้คือคนทั้งชุมชนไม่มีใครออกไปทำงานได้ ต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่มีรายได้ ไม่มีอาหาร ไม่มีสิ่งของจำเป็นใดๆ เลย หนูคิดว่าทุกคนพยายามมาก ๆ แล้วที่จะให้ความร่วมมือและไม่กระจายความเสี่ยงออกไปนอกชุมชน ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรหลังจากนี้ หากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น” น้องดั๋งกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-80b01bd4 gb-headline-text">ยิ่งสถานการณ์วิกฤต ก็ยิ่งเผยให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9022cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_5.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ หรือ ‘ครูแอ๋ม’ ผู้รับผิดชอบโครงการ ‘Freeform Learning Project’</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ หรือ ‘ครูแอ๋ม’ ผู้รับผิดชอบโครงการ ‘Freeform Learning Project’</strong> หรือ ‘<strong>โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย’ ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างทางสังคมที่หยั่งลึกยาวนาน ได้เผยตัวให้เห็นเด่นชัดขึ้นหลังเกิดวิกฤตจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ชุมชนคลองเตยซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยของกลุ่มประชากรที่ส่วนใหญ่มีรายได้วันต่อวัน จึงกลายเป็นคนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่ความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อ เนื่องจากหลายครอบครัวต้องอาศัยรวมกันในพื้นที่จำกัด การขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข รวมไปถึงการขาดรายได้จากการหยุดงานเพื่อกักตัว</p>



<p>“ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดใหญ่ ความที่คนในชุมชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่แน่นอนทำให้พวกเขาต้องทุ่มเทหารายได้เลี้ยงครอบครัวแม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาหลายครอบครัวต้องรับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐออกมาเพื่อรับมือกับปัญหาการระบาดเช่นการล็อคดาวน์ หรือการจำกัดจำนวนคนต่อพื้นที่ ทำให้รายได้ของพวกเขาลดน้อยลง หรือบางคนต้องตกงานเป็นเวลานาน”</p>



<p>“นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ในตอนนี้ชุมชนเกิดปัญหาการระบาดของ COVID-19 ที่ค่อนข้างรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 40-50 คนต่อวัน ส่วนคนที่ยังไม่ติดเชื้อก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่สามารถออกจากชุมชนไปทำงานได้ ตอนนี้จึงมีทั้งปัญหาในเรื่องของการดูแลผู้ติดเชื้อ และการขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคในครอบครัวส่วนใหญ่”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b651dad2 gb-headline-text">เยาวชนอาสาพร้อมทุ่มเทช่วยเหลือชุมชน</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba8485"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_3.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ครูแอ๋มกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ทุกคนในชุมชนทำได้แค่ตั้งรับ ยังมีเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่พร้อมเข้ามาทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเหลือคนในชุมชนเท่าที่กำลังของพวกเขาจะทำได้ โดยร่วมมือกับแกนนำชุมชนในการบริหารจัดการสิ่งของบริจาค เพื่อให้แต่ละครอบครัวได้รับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น</p>



<p>น้องๆ กลุ่มนี้คือผลผลิตจากโครงการ ‘โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย’ โดย <strong>‘กลุ่มคลองเตยดีจัง’</strong> ได้ทำงานร่วมกับ กสศ. ในการใช้ศิลปะและดนตรีเข้ามาพัฒนาเยาวชนนอกระบบในพื้นที่ จนเมื่อเยาวชนกลุ่มนี้เติบโตขึ้น จึงเกิดเป็นกลุ่มอาสาสมัครสอนดนตรีให้กับน้องๆ รุ่นถัดไป และกำลังจะก้าวไปสู่กระบวนการฝึกและสร้างอาชีพในชุมชน จนมาเกิดวิกฤตจากไวรัสโคโรนาขึ้น โครงการจึงต้องพักไว้ ขณะที่เยาวชนกลุ่มนี้ได้อาสาเข้ามาช่วยงานชุมชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p>



<p>“ตั้งแต่เกิดการระบาดรอบนี้ ทีมงานของโครงการเราได้เข้ามาช่วยเรื่องเซ็ตระบบดูแลชุมชน ส่งตัวผู้ติดเชื้อ จัดหาสิ่งต่างๆ ให้คนในชุมชน โดยทำงานร่วมกับ กทม. เราก็ได้เด็กกลุ่มนี้ที่อยู่กับโครงการมาตั้งแต่แรกที่เขาอาสาเข้ามาช่วยเรื่องแพคถุงยังชีพ จัดสรรของบริจาคให้กระจายไปถึงคนทั่วชุมชน</p>



<p>“เด็กๆ กลุ่มนี้เขามีใจอยากเข้ามาช่วย เขาอยากดูแลชุมชนของเขาเท่าที่ทำได้ แต่ด้วยสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ทางเราก็พยายามให้เขาได้ทำงานในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ยังไม่มีการแพร่ระบาดมากเท่าไหร่ และให้คอยเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายของกลุ่มเสี่ยง แต่พื้นฐานคือทุกคนต้องคอยดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด</p>



<p>ครูแอ๋มกล่าวว่า เยาวชนกลุ่มนี้เป็นคนในชุมชนกลุ่มแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการ จึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านโดยเฉพาะสิ่งที่สะท้อนออกมาในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ว่าพวกเขามีทั้งความรับผิดชอบ มีสำนึกต่อสังคมในด้านการทำงานจิตอาสา มีความเป็นผู้นำ ซึ่งหลายเรื่องสามารถจัดการงานแทนผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทั้งที่อยู่ในวัยแค่ 15-17 ปี ทำให้การบริหารจัดการเรื่องการส่งของและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชนได้</p>



<p></p>



<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br><strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br><strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
