<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มุขตาร์ มะทา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Aug 2024 09:08:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มุขตาร์ มะทา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อบจ.ยะลา ร่วมกับ กสศ. เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเชิงพื้นที่ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเด็กเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-050824/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-050824</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 09:08:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล]]></category>
		<category><![CDATA[3 จังหวัดชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85107</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 จังหวัดยะลา จัดกิจกรรม ‘Kic [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050824/">อบจ.ยะลา ร่วมกับ กสศ. เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเชิงพื้นที่ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเด็กเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 จังหวัดยะลา จัดกิจกรรม <strong>‘Kick off Project สร้างความตระหนักและสร้างการรับรู้ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้’</strong> โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ‘เด็กปฐมวัย แม่วัยใส เด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงเด็กและเยาวชนที่เข้าไม่ถึงระบบการศึกษา’ ตลอดจนการพัฒนากลไกภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พัฒนาฐานข้อมูล และกระบวนการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1becd2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0805_ข่าว-172_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยขับเคลื่อนงานในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ 9 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมือง ในเขตเทศบาลนครยะลา เขตเทศบาลเมืองสะเตงนอก ตำบลยุโป ตำบลโกตาบารู ตำบลลำพะยา อำเภอรามัน ได้แก่ ตำบลโกตาบารู ตำบลกาลูปัง อำเภอกาบัง ได้แก่ ตำบลกาบัง อำเภอยะหา ได้แก่ ตำบลยะหา และตำบลบาโงยซิแน&nbsp;</p>



<p>โดยการ Kick Off ครั้งนี้ มีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก 9 ตำบลนำร่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เทศบาลนครยะลา หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดยะลา ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัดยะลา สาธารณสุขจังหวัดยะลา ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่ 24 ยะลา สำนักงานแรงงานจังหวัดยะลา สํานักงานคณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดยะลา และหอการค้าจังหวัดยะลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-931474"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0805_ข่าว-172_PHOTO2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มุขตาร์ มะทา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานโครงการฯ ที่ได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาเป็นแกนกลางบริหารจัดการและประสานความเชื่อมโยง ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวคิด แนวทางการทำงานร่วมกัน ระหว่างกลไกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในระบบการศึกษา เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถของจังหวัดและกลไกภาคีเครือข่ายในแต่ละระดับให้สามารถ ‘เข้าใจ เข้าถึง ขับเคลื่อน ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแล’ เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้ด้วยตัวจังหวัดหรือกลไกแต่ละระดับของตัวเอง</p>



<p>ซึ่งปีนี้เป็นการทำงานเฟส 2 ที่ได้บูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นต้นทุนเดิมของพื้นที่ที่มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในกระบวนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยทางโครงการฯ ได้เพิ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการทำงานที่ลงลึกให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ 9 ตำบล เพื่อให้มีขีดความสามารถในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยกลไก ต้นทุน และนวัตกรรมที่มีอยู่ในพื้นที่โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ตลอดจนภาควิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และทีมสหวิชาชีพจากทุกภาคส่วน โดยมีจังหวัดเป็นผู้โค้ชชิ่ง และเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ตำบลเกิดความเข้มแข็งและมีความสามารถในการจัดการปัญหาในพื้นที่ และสามารถเป็นตำบลต้นแบบ และขยายผลในตำบลอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการ ‘Thailand Zero Dropout’ ของรัฐบาล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-810af1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0805_ข่าว-172_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างการรับรู้ร่วมกันในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสของจังหวัดยะลารวมถึงการพัฒนากลไกภาคีเครือข่ายสร้างความร่วมมือ และการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของภาคส่วนต่าง ๆ ในการ ‘เข้าใจ เข้าถึง ตอบสนองความต้องการที่อยู่บนขีดจำกัดทางโอกาสของเด็กยะลา’&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ดี หากกล่าวถึงตัวเลขของจังหวัดยะลา ประชากรมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 68,000 บาท ซึ่งเป็นลำดับที่ 70 ของประเทศ เป็นสิ่งที่จังหวัดตระหนักถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของยะลาให้เติบโตขึ้น เพราะปัจจุบันเราต่างต้องการที่จะพัฒนาเด็กแต่กลับไม่มีใครถามผู้ประกอบการในปัจจุบันว่า ต้องการคนที่มีทักษะความรู้ที่สอดคล้องกับทักษะอาชีพนั้น ๆ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากที่เราต้องเปิดพื้นที่ในการพูดคุยกันกับภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ทั้งโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของศึกษาการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงมุ่งหวังให้ผู้ร่วมงานในครั้งนี้ที่เป็นภาคีจากทุกภาคส่วนระดมความคิดร่วมกันว่าต้องเตรียมทรัพยากร รูปแบบและกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นแรงงานเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เดินหน้าต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-035963"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0805_ข่าว-172_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ea1745"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0805_ข่าว-172_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ <strong>‘ทิศทางการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้’</strong> โดย <strong>นายพัฒนะพงศ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong>นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ</strong> นายกเทศมนตรีนครยะลา <strong>นางสาวรุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และ <strong>ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ คัมภิรานนท์</strong> อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด แนวทาง กระบวนการ ตลอดจนนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ที่จะไม่ใช่แค่เพียงการเป็นตัวแบบให้กับจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาสเท่านั้น แต่มุ่งหวังว่าจะสามารถขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไปทั่วประเทศ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050824/">อบจ.ยะลา ร่วมกับ กสศ. เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและกลไกภาคีเชิงพื้นที่ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเด็กเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061223/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-061223</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 08:26:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PM]]></category>
		<category><![CDATA[Node]]></category>
		<category><![CDATA[การบูรณาการทุนและทรัพยากรระดับพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ศอ.บต.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74988</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061223/">ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครือข่าย Program Manager (PM) Node คณะทำงานจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สถาบันวิชาการ เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายครูและโรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ จังหวัดยะลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2d5eda"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3b586"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในเวทีเสวนาหัวข้อ ‘<strong>การบูรณาการทุนและทรัพยากรระดับพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’</strong> ได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับคนทำงานเรื่องการพัฒนาภาคีเครือข่าย พัฒนาความรู้ และกระบวนการขับเคลื่อนในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งทั้งหมดจะมีการบูรณาฐานข้อมูลร่วมกัน ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่มีชีวิตและอัปเดตให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจากเยาวชนมีการเคลื่อนย้ายถิ่นตลอดเวลา ดังนั้นข้อมูลที่ใช้จึงต้องมีความแม่นยำและทันสถานการณ์&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ คือความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มบัณฑิตอาสา กลุ่มจิตอาสา ที่ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา และช่วยคลี่คลายปัญหาเด็กหลุดจากระบบได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-295f37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า การประชุมเสวนาครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เนื่องจากปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และความร่วมมือของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97713c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. และภาคี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการทำงานด้านเด็กและเยาวชนร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานที่่เข้มแข็งและมีการบูรณาการของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้ทั้ง 3 พื้นที่จะมีฐานข้อมูลของเด็กและเยาวชนที่อัพเดตเพื่อนำไปสู่การต่อยอดหรือหนุนเสริมการทำงานต่อไป</p>



<p>ด้าน<strong>นางสาวรุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า อบจ.ยะลา ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดยะลาจากทุกภาคส่วนขับเคลื่อนงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสและลำบากยากจนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โดยมีกลไกหลักที่มาจากการรวมตัวของหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาสังคม บูรณาการการทำงานจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่สามารถช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ พัฒนาทักษะชีวิต ทั้งยังได้พัฒนากลไกภาคีเครือข่ายการทำงานโดยจัดตั้งสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเป็นองค์กรหนุนเสริมและมีการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนงานตามภารกิจหลักของหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c1a2ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1a98cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-76bafc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1206_ข่าว-313_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดเวทีเครือข่ายการเรียนรู้ร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางการช่วยเหลือและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัย กลุ่มที่ 2 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา และกลุ่มที่ 3 สภาวการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นแม่วัยใส โดยในวงเสวนามีการคลี่โจทย์ปัญหาในพื้นที่และแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในแต่ละกลุ่ม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061223/">ภาคี 3 จังหวัดชายแดนใต้ บูรณาการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-5-decoding-questions-260122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jan 2022 09:58:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เกราะป้องกันที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สภาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50907</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ทำให้เรามีความหวังที่จะแก้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/">5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ทำให้เรามีความหวังที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้อยโอกาสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วจังหวัด แต่ยิ่งลงลึกในกระบวนการทำงาน ก็ยิ่งต้องยอมรับว่า เด็กคนหนึ่งที่หลุดออกจากระบบ หรือไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ จนนำไปสู่วงจรความยากจนที่ส่งต่อกันข้ามชั่วคน ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้หมดไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ</p>



<p>“ผลลัพธ์จาก<strong>การทำงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้เราเห็นแนวทางว่า ถ้ามีรูปแบบวิธีการที่ชัดเจน และรวมพลังของคนในจังหวัดได้จริงๆ การกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีก็ไม่ใช่เรื่องห่างไกลอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อ กสศ. เข้ามาวางรากฐานการทำงานแล้ว เราต้องมองถึงความต่อเนื่องในการรักษาพลังและยกระดับการทำงานต่อไป เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับเด็กเยาวชนนอกระบบได้ในระยะยาว</strong>”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be839a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>ประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มุขตาร์ มะทา </strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา/ประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา เผยประสบการณ์การทำงานร่วมกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในฐานะ 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง จนสามารถค้นพบและช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบ รวมถึงประคับประคองกลุ่มเสี่ยงหลุดได้ 2,435 คน พร้อมนำมาสู่การจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนยะลา’ ซึ่งพร้อมดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อ ‘คนยะลา’ ทุกคนต่อไปในอนาคต&nbsp; นี่คือ 5 คำถามอันจะนำไปสู่การถอดรหัสการทำงานเชิงพื้นที่ ว่าพวกเขาไปสู่ผลลัพธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของคนในพื้นที่ให้เข้มแข็งได้อย่างไร&#8230;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-942488"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">1. การร่วมโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ได้จุดประกายแนวทางที่ต่อยอดไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “นำมาสู่การสานสร้างเครือข่ายความร่วมมือของคนทั้งจังหวัด และมีการทำงานที่ลงลึกในระดับชุมชน”</strong></p>



<p>การทำงานโครงการเริ่มต้นที่จุดเล็กๆ มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ธุรกิจท้องถิ่น ผู้นำชุมชน จากระดับจังหวัดลงสู่อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน มี CM, CMS ซึ่งเป็น อสม. หรือบัณฑิตอาสาลงพื้นที่ค้นหาเด็กเยาวชนนอกระบบตามบ้านต่างๆ แล้วนำข้อมูลกลับมาบูรณาการจัดการกลุ่มเป้าหมายเป็นรายคน เมื่อเคสแรกๆ ทำแล้วเห็นผล เครือข่ายจึงแข็งแรงขึ้น มีกลไกที่ทำให้งานก้าวหน้าไปตามขั้นตอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-415dc6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>โครงการเข้ามาจุดประกายการทำงาน เพราะแม้ก่อนหน้านั้นจะมีการทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษามาก่อน แต่ก็เป็นแบบต่างคนต่างทำ และยังไม่มีแผนงานเชิงพื้นที่ที่ละเอียด พอมีการปรับเปลี่ยนมารวมกำลังทำงานด้วยกัน ผสานกับข้อมูลเชิงลึก ทำให้ทุกฝ่ายเห็นตัวเลขที่แท้จริงของเด็กจำนวนมากในพื้นที่ และปลุกความเชื่อว่าเราสามารถกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาออกไปได้</strong></p>



<p>“จากนั้นจึงเกิดการทำงานและส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่ไร้รอยต่อ ไร้สังกัด เพราะทุกคนใช้เด็กเป็นตัวตั้ง แล้วใส่ความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละเข้าไป เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้เด็กได้รับความช่วยเหลือ ได้เข้าถึงการศึกษา ได้พัฒนาทักษะอาชีพ และมีงานทำในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc5a35"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พื้นที่เรามีปัญหาสั่งสมจากความไม่สงบและความยากจนข้ามชั่วคนมายาวนาน ขณะที่โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้คณะทำงานเราเห็นชัดว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ‘มีตัวตน’ จับต้องได้ ซึ่งทำให้ ‘เรา’ เชื่อว่าถ้าปลดล็อกปัญหาการศึกษาได้ ความยากจนเหลื่อมล้ำจะลดลงตามกัน”<strong>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">2. โมเดล ‘ยะลาเสมอภาค’ / เกิดขึ้น / มีกลไกทำงาน / และมีเป้าหมาย / อย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “กำเนิดบนรากฐานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ เพื่อสานต่อพลังที่ร้อยรวมกันแล้วของคนทำงานทุกภาคส่วนให้ยั่งยืน สามารถช่วยเหลือเด็กเยาวชนและเป็นกลไกพัฒนาระบบการศึกษาจังหวัดได้ในระยะยาว”</strong></p>



<p>“การทำงานโครงการเกือบสามปีทำให้เห็นว่า เรากำลังต่อสู้กับปัญหาที่ใหญ่ หนัก ซับซ้อน ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ในเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในอีกด้านหนึ่ง คือพลังความร่วมมือของ ‘คนยะลา’ ที่ทำให้การขับเคลื่อนงานรวดเร็วและไปสู่ความสำเร็จได้เป็นลำดับขั้น ดังนั้น การมองไปยังปลายทางว่าจำนวนของเด็กที่เข้าไม่ถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจะลดน้อยลงหรือหมดไปในวันหนึ่ง จึงไม่ได้เป็นเพียงความหวังอีกต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a62c86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วย<strong>รากฐานที่โครงการวางไว้ ทำให้เรามองไปที่ความต่อเนื่องของการทำงานที่ยั่งยืน หมายถึง ‘อนาคต’ ที่วาดไว้จะต้องไม่จบไปพร้อมการสิ้นสุดของโครงการ เรามองว่าสิ่งที่มีค่ามากๆ คือความผูกพันแน่นเหนียวของคนจำนวนมากที่เขาตระหนักถึงปัญหา รู้สึกมีส่วนร่วม มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งมันน่าเสียดายเกินกว่าจะปล่อยให้คลายออก</strong></p>



<p><strong>“การค้นหา เจอตัว และช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ไปแล้วจำนวนหนึ่ง มันได้สร้างประสบการณ์ที่พิเศษเอาไว้ในหัวใจของคนทำงาน เพราะพวกเขาลงไปสัมผัสพูดคุยกับเด็กและครอบครัวจนกลายเป็นความใกล้ชิด เอาใจใส่ ร่วมรับรู้แบ่งปันทั้งความสุข ความทุกข์ หรือความหวัง ได้เห็นแววตาของเด็กๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามเวลา เห็นครอบครัวเขามีชีวิตที่ดีขึ้น</strong> นี่คือสิ่งที่สะท้อนอยู่ในใจคนทำงานว่า ถ้าวันหนึ่งโครงการจบลงแล้ว เด็กๆ เหล่านี้จะไปต่อได้อย่างไร</p>



<p>“คณะทำงานจึงเห็นร่วมกันว่า เราจะจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ เพื่อระดมทุน แรง สมอง และเครื่องมือทรัพยากรทั้งหมดในจังหวัด เพื่อต่อยอดการทำงานออกไป เพราะในเมื่อเรามีความผูกพันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ขนาดนี้แล้ว มันเหมือนความเป็นคนยะลาที่ฝังลึกในตัวทุกคนถูกปลุกขึ้น ฉะนั้นก็ไม่มีใครอยากย้อนกลับไปจุดเดิม คือจบโครงการแล้วแยกย้ายกันไปต่างคนต่างทำอีก”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3. ผลกระทบจากโควิด-19 และบทบาทของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ฯ เป็นอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “คนจนยิ่งจนลง อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น เด็กต้องออกไปเป็นแรงงาน ขาดเครื่องมืออุปกรณ์เรียนออนไลน์ จำนวนเด็กหลุดหรือกลุ่มเสี่ยงหลุดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น</strong></p>



<p><strong>“โมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ จึงเกิดขึ้นเพื่อช้อนรับเคสที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน”</strong></p>



<p>“เดิมก่อนมีโควิด-19 สถิติและข้อเท็จจริงก็ชี้ว่าเรามีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอยู่ในอันดับท้ายๆ ของประเทศอยู่แล้ว พอสองปีที่ผ่านมาเจอโควิด-19 กระหน่ำซ้ำ ปัญหาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ครอบครัวที่จนอยู่แล้วจนลงไปอีก คนว่างงาน รายได้ลดลง กลายเป็นผลที่สะเทือนไปถึงเรื่องการศึกษา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca55aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กหลายคนต้องเลิกเรียนออกไปหางานทำ บางบ้านพ่อแม่ไม่มีเงินส่งลูกเรียนต่อ ยิ่งในภาวะวิกฤตที่การเรียนออนไลน์เข้ามามีบทบาท เด็กจำนวนมากไม่มีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สัญญาณไวไฟ เขาก็ค่อยๆ ขาดการติดต่อแล้วหายไปจากการเรียน”</p>



<p>“ตัวเลขของเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากโครงการทำให้ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนที่แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อำเภอนำร่อง ได้รับทราบว่ามีคณะทำงานที่พร้อมรับเคสฉุกเฉินต่างๆ ของเด็กที่หลุดแล้วหรือเสี่ยงมากที่จะหลุด จนมีการส่งรายชื่อกันเข้ามา ตรงนี้ทำให้เกิดโมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ เพื่อรองรับปัญหาที่จะส่งผลกระทบไปอีกนาน โดยเฉพาะกับเด็กกลุ่มเสี่ยงในช่วงรอยต่อทางการศึกษา เช่น จบ ป.6 หรือ ม.3 ซึ่งไม่ได้เรียนต่อเยอะมากจากผลของโควิด-19”</p>



<p>“<strong>การทำงานในสถานการณ์วิกฤต CM, CMS หรือผู้ดูแลรายกรณีจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องคอยสอบถามติดตามเด็กใกล้ชิด คอยรายงานสถานการณ์ของเด็กกลุ่มเสี่ยง หรือแม้แต่คนที่อยู่นอกพื้นที่อำเภอนำร่อง เมื่อพบเด็กแล้วแจ้งเรื่องเข้ามา คณะทำงานจะลงพื้นที่แล้วเข้าไปช้อนไว้ทันที ให้เขาได้รับความช่วยเหลือเรื่องปากท้อง มีเครื่องไม้เครื่องมือเรียนออนไลน์จนผ่านวิกฤตไปได้ หรือที่หลุดออกมาแล้วมีความพร้อมก็จะประสานกับสถานศึกษาเพื่อพากลับเข้าเรียนเร็วที่สุด</strong> ไม่รอถึงเทอมการศึกษาถัดไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">4. หลังได้รับการช่วยเหลือแล้ว มีกระบวนการฟื้นฟูดูแลกลุ่มเป้าหมายในระยะยาวอย่างไร</h2>



<p><strong>ตอบ: “มุ่งช่วยเหลือตามบริบทปัญหา สื่อสารสถานศึกษาให้มีโปรแกรมฟื้นฟูดูแลรายกรณี ผลักดันกลุ่มเป้าหมายให้ได้ไปตามความต้องการของแต่ละคน”</strong></p>



<p>“เมื่อพบเด็กแล้ว อย่างแรกเราต้องค้นหาว่าเขาอยากเรียนหรืออยากทำอะไร รวมถึงสอบถามผู้ปกครองถึงความพร้อมต่างๆ ในครอบครัว อย่างที่บอกว่าเราจะไม่ปล่อยให้เด็กรอ เพราะเป็นไปได้สูงว่าเขาจะไม่กลับมาอีก เรามีโรงเรียนในเครือข่ายที่พร้อมยืดหยุ่นกฎระเบียบบางอย่าง เพื่อเอาเด็กเข้าเรียนให้ได้ก่อน โดยเฉพาะพวกที่หลุดช่วงรอยต่อมาไม่นาน หรือเข้าเรียนไม่ทัน จะต้องได้เข้าเรียนและมีโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ ปรับสภาพจิตใจและความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อไม่ให้กลับไปในวงจรเสี่ยงหลุดอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e78794"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนพวกที่หลุดจากระบบมานานแล้ว กลุ่มนี้บางคนไม่อยากกลับไปเรียนในโรงเรียน เราจะสนับสนุนให้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ มีผู้ดูแลรายกรณีคอยประกบ อาจเป็นครูในโรงเรียน หรือ อสม.พื้นที่ช่วยติดตามความเป็นอยู่ เพื่อประคองให้อยู่บนเส้นทางได้ในระยะยาว”</p>



<p>“<strong>การที่เราพบเด็กและนำเข้าสู่ความช่วยเหลือ ไม่ได้หมายความว่างานสิ้นสุดแล้ว แต่เราต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ มีการติดตามพัฒนาการการเรียนรู้ ประเมินผล และช่วยกันปรับแผนเป็นระยะ นั่นถึงจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาไปต่อได้จริงๆ”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">5. อะไรคือ ‘หัวใจสำคัญ’ ที่ทำให้จังหวัดยะลาสามารถหลอมรวม ‘คนทุกภาคส่วน’ ไว้ด้วยกัน จนเกิดกลไกทำงานที่เข้มแข็ง</h2>



<p><strong>ตอบ: “เพราะเรารับรู้ร่วมกันว่าการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่ง หมายถึงความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น ในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเมืองเราไปในทางที่ดี”</strong></p>



<p>“พอเราตระหนักร่วมกันว่าเด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาทุกคนคือลูกหลานของเรา คืออนาคตของท้องถิ่น ดังนั้นยิ่งเราช่วยเหลือเด็กได้มากขึ้นเท่าไหร่ ประโยชน์ที่ได้รับก็จะย้อนกลับมาหาพวกเราทุกคนเท่าๆ กัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd7d0d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>การทำงานต่อจากนั้นมันจึงหลุดไปจากคำว่า ‘หน้าที่’ หรือ ‘ผลงาน’ ของใครหรือหน่วยงานใดหนึ่ง แต่ความสำเร็จจะเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชมร่วมกัน เราต่างรู้ว่าการจะทำให้เด็กเยาวชนทุกคนในจังหวัดมีชีวิตที่ดี มีทางไปต่อในระบบการศึกษาหรือเส้นทางประกอบสัมมาชีพนั้น ไม่อาจพึ่งพิงหน่วยงานเดียว แต่ต้องดึงพลังความสามารถจากหลายฝ่ายมาประกอบกัน ทั้งรัฐ เอกชน ธุรกิจท้องถิ่น หรือแม้แต่ชาวบ้านคนหนึ่งก็มีส่วนในการทำให้สำเร็จได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฝากทิ้งท้าย ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กและเยาวชน’ กับเป้าหมายในอนาคตอันใกล้</h2>



<p>“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราสามารถตั้งสภาการศึกษาจังหวัด และกองทุนเพื่อการศึกษา ที่จะช่วยระดมทุนจากคนในจังหวัด มาช่วยให้เราก้าวข้ามงบประมาณโครงการที่จำกัด พร้อมนำข้อมูลและประสบการณ์จากโครงการไปทำงานต่อเนื่อง ช่วยเหลือเด็กๆ ให้พ้นวิกฤตในวันนี้ จนถึงขยายผลต่อไปถึงอนาคต”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df68c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/14-5-คำถามถอดรหัส-ยะลาเสมอภาค-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราจะเปิดหลักสูตรการศึกษาทางเลือกเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ที่เด็กสนใจ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ เดินทาง ค่าเล่าเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ อาจเป็นหลักสูตรระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ได้เข้าถึงวิชาความรู้ที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะหลักสูตรพื้นฐานพวกงานช่างที่เด็กสนใจกันมาก และหลักสูตรเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ศาสตร์ความรู้ที่ทันกับโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งวันนี้จังหวัดยะลาเราได้เริ่มต้นสร้างอาคารเรียน และคุยกับสถาบันอาชีวะเพื่อพัฒนาหลักสูตรแล้ว” นายก อบจ. ยะลากล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-decoding-questions-260122/">5 คำถามถอดรหัส ‘ยะลาเสมอภาค’ สู่การสร้าง ‘สภาการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ยะลาเสมอภาค’ เปิดตัว ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนจังหวัดยะลา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-yala-equality-180122/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-yala-equality-180122</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jan 2022 11:55:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[รอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50615</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ข้อมูลและประสบการณ์การทำงานร่วมกับ กสศ.ทำให้เราพบว่ามี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-yala-equality-180122/">‘ยะลาเสมอภาค’ เปิดตัว ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนจังหวัดยะลา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ข้อมูลและประสบการณ์การทำงานร่วมกับ กสศ.ทำให้เราพบว่ามีเด็กปฐมวัยจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษา รวมทั้งมีเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากลางคัน ด้วยเหตุปัจจัยที่ซับซ้อนต่างกันไป ซึ่งนำเรามาสู่การทำงานเชิงพื้นที่ ที่ชาวยะลาทุกภาคส่วนมาร่วมประสานการทำงาน โดยมีเด็กเป็นตัวตั้ง เพื่อช่วยเด็กให้กลับเข้าเรียน พัฒนาทักษะอาชีพ และประคองกลุ่มเสี่ยงหลุดให้อยู่ในโรงเรียนต่อไปได้แล้ว 2,435 คน</p>



<p>“วันนี้คณะทำงานได้มองไปในทิศทางเดียวกันว่า <strong>ในเมื่อการเป็นจังหวัดต้นแบบได้หลอมรวมความร่วมมือร่วมใจของคนทุกหน่วย ทุกสังกัด และทุกพื้นที่ได้แล้ว เราจะรักษาความเข้มแข็งและขยายการทำงานให้เติบโตต่อไปได้อย่างไร การจัดตั้ง ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนยะลา’ จึงเกิดขึ้น บนรากฐานจากการทำงานที่เราได้ฝ่าฟันกันมา และจะเป็นกลไกสำคัญซึ่งจะมีหน้าที่ดำเนินงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และสร้างอนาคตของคนยะลาที่ยั่งยืนสืบไป”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘วิกฤตทางการศึกษา การมาถึงของโควิด-19 กับทางเลือก ทางรอด ของเด็กยะลา’</h2>



<p><strong>มุขตาร์ มะทา</strong> <strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา/ประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</strong> ‘ยะลา’ 1 ใน 20 จังหวัดต้นแบบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานเชิงพื้นที่ ในการค้นหา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูดูแลพัฒนากลุ่มเด็กเยาวชนด้อยโอกาส ทั้งกลุ่มเด็กที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา ไปจนถึงกลุ่มเสี่ยงหลุดจำนวนมาก โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทำหน้าที่ขับเคลื่อน เชื่อมร้อยภาคีภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม จนทุกหน่วยสามารถทำงานประสานเป็นเนื้อเดียวกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-404160"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/PA-ยะลาเสมอภาค_PA-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการทำงานเชิงพื้นที่ ที่นำไปสู่การทำงานด้วยพลังของคนในจังหวัด ทำให้เกิดการขยายผลจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนยะลา’ ที่จะเป็นกลไกสำคัญเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; </p>



<p>พบกับข้อคิดจากคณะทำงาน ที่จะมาเผยปัจจัยการสร้างกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็ง รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่จะยังคงเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาของเด็กและเยาวชนไปอีกนาน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">การฟื้นฟูพัฒนาเมือง ภารกิจที่อยู่ในมือพลเมืองทุกคน</h2>



<p><strong>พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา/รองประธานสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า ย้อนมองกลับไปยังภาพการศึกษาของจังหวัดก่อนวิกฤตโควิด-19 ยะลามีดัชนีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่รั้งท้ายมาตลอด ด้วยปัญหาความยากจน ความไม่สงบในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยาวนาน คนกว่า 80% ของจังหวัดที่มาจากภาคการเกษตรในชนบทมีรายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ จนกระทบมาสู่ปัญหาด้านการศึกษา ด้วยทัศนคติครอบครัวที่จำเป็นต้องมองไปยังเรื่องปากท้องเป็นหลัก ทำให้มีเด็กเล็กกลุ่มปฐมวัยจำนวนมากไม่ได้เข้าเรียนตามเกณฑ์ ขณะที่เด็กเยาวชนในชั้นประถมและมัธยมศึกษาต้องหลุดจากรั้วโรงเรียนมาเป็นแรงงานก่อนวัยอันควร และแน่นอนว่าเมื่อวิกฤตโควิด-19&nbsp; เข้ามากระหน่ำซ้ำ ตัวเลขของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก</p>



<p>“ที่ผ่านมาเรามองเห็นปัญหาร่วมกัน หาทางแก้ไขกันมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าถ้ายังใช้แนวทางเดิม เราก็จะได้ผลเช่นเดิม และปัญหาจะไม่เพียงคงอยู่ต่อไปแต่พร้อมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เด็กเยาวชนอีกมากมายจะหลุดจากระบบ เข้าสู่วังวนยาเสพติด อาชญากรรม หรือส่งต่อความยากจนในครอบครัวกันข้ามรุ่นต่อไปเรื่อยๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9daf2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/PA-ยะลาเสมอภาค_PA-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ณ ตอนนี้เรามีเด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถรับภาระเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ทำให้เขาตัดสินใจให้ลูกหลานเลิกเรียน เรามีเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้เข้าเรียนเพิ่มขึ้น อย่าลืมว่าเด็กเหล่านี้ไม่ได้ขาดแค่โอกาสด้านการศึกษา แต่เขาจะไม่ได้รับพัฒนาการทางสมอง สังคม จิตใจ ร่างกายเต็มที่ และในทางดัชนีพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นี่คือพลเมืองของเราที่จะเติบโตขึ้นมาในวันข้างหน้า คือทิศทางที่เมืองของเราจะเป็นไปในอนาคต”&nbsp;</p>



<p>“นับจากปี 62 ยะลาเริ่มทำงานเรื่องเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเสี่ยงหลุด สิ่งที่เห็นคือ เราได้ค้นพบแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มีบทเรียนเฉพาะเหมาะสม ต่อเนื่องมาถึงการจัดตั้งสภาการศึกษาจากประชาคมคนในจังหวัด ซึ่งจะเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดทัศนคติไปสู่พลเมืองทุกคน ว่าเราสามารถนำความถนัดเฉพาะทางที่แต่ละคนมีอยู่ มาร่วมกันเปลี่ยนเป็นทางออกสำหรับกลุ่มน้องๆ ที่ด้อยโอกาสได้”&nbsp;</p>



<p>นายกเทศมนตรีนครยะลากล่าวว่า <strong>ทิศทางจากการทำงานในโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการส่งต่อความคิดที่ว่า ‘จะทำอย่างไรให้ปัญหาการศึกษาเป็นเรื่องของคนยะลาทุกคน’ สภาการศึกษาจึงจัดตั้ง ‘กองทุนเพื่อเด็กยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษาจังหวัดยะลา’ ที่จะช่วยระดมกำลังทรัพย์และพลังในการทำงานที่กว้างออกไปมากขึ้น</strong> โดยเฉพาะจากประชาชนทั่วไปและห้างร้านต่างๆ ที่มองหาพื้นที่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น</p>



<p>“ความสำเร็จส่วนหนึ่งที่ได้รับทำให้เห็นว่าเรามี ‘คน’ ซึ่งมี ‘ใจ’ เดียวกัน ที่จะมาช่วยกันระดมความสามารถ เสนอความคิดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของการศึกษาที่เป็นอยู่ หลังจากนี้แม้เมื่อวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว กองทุนที่ตั้งขึ้นจะมุ่งปรับการทำงานไปที่การฟื้นฟู เสริมสร้างสมรรถนะ เติมความจำเป็นรอบด้านให้เด็กเยาวชนในจังหวัดของเรา เพื่อผลักดันให้เกิดความสามารถในการแข่งขันระดับสูง และที่สำคัญคือต้องกำจัดความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ให้หมดไปจากพื้นที่”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">การศึกษาต้องไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์ แต่คือสมรรถนะที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิต</h2>



<p><strong>ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong> กล่าวว่า ช่วงสามปีที่ผ่านมามี พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา และการเกิดขึ้นของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มาช่วย ‘ปลดล็อก’ เงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้การศึกษาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนหรือยกระดับพื้นที่ไม่ได้&nbsp;</p>



<p>โดยยะลาเป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่อง จนเกิดคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาที่สามารถออกกฎในการดูแลโรงเรียนในพื้นที่ได้อย่างเป็นอิสระ มี 30 โรงเรียนต้นแบบ พร้อมกับโรงเรียนอีกส่วนหนึ่งจากโครงการวิจัย ‘Sandbox’ จังหวัดยะลา ซึ่งหลังจากสังเคราะห์การทำงานออกมา พบว่าการเรียนรู้เรื่อง ‘ภาษา’ เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน</p>



<p>“ผลสำรวจชี้ว่าเด็กในจังหวัดยะลาใช้ภาษาไทยได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือคนที่อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นมานี้ ยังไม่สามารถไปถึงความแตกฉานทางภาษาที่จะนำสู่การคิดขั้นสูงหรือพาไปสู่สมรรถนะได้ หมายถึงเราต้องมีการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่เอื้อให้ผู้เรียนไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถได้จริง เพราะประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ของเราใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองหรือภาษาที่สาม ดังนั้นในกระบวนการเรียนรู้ด้านภาษา เราต้องคลี่คลายให้เขาใช้ภาษาแม่และภาษาไทยให้เข้มแข็งได้เท่าๆ กัน เพราะอย่างแรก ‘ภาษาแม่’ หรือ ‘ภาษาถิ่น’ ถือว่ามีความสำคัญในแง่ของการสั่งสมและถ่ายทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม ขณะที่ความรู้ภาษาไทยหรือภาษาใดก็ตามในระดับสูงจะช่วยเพิ่มทางเลือกในชีวิต หนุนเสริมทั้งทักษะสังคมและการพัฒนาทักษะดิจิทัล ที่จะทำให้เด็กมีโอกาสต่อยอดการศึกษาและประกอบอาชีพได้ดียิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a308ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/PA-ยะลาเสมอภาค_PA-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรื่องของภาษาในพื้นที่ <strong>เรามองได้ว่าเป็นทั้ง ‘วิกฤต’ และ ‘โอกาส’ หมายถึงในความที่ยะลาเป็นสังคม ‘พหุภาษา’ เราสามารถจัดการศึกษาเฉพาะพื้นที่ เป็นหลักสูตรของจังหวัดที่ปรับมาจากหลักสูตรกลาง เพื่อให้ผู้เรียนฝ่าวิกฤตศรัทธาด้านการศึกษา และมองเห็นว่าเมื่อเขาจบการศึกษาภาคบังคับหรือการศึกษาในขั้นสูงกว่านั้น ความรู้ความสามารถที่มีจะนำไปใช้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้จริง</strong> นอกจากนี้ต้องไม่ลืมเรื่องการบ่มเพาะ ‘จิตวิญญาณความเป็นครู’ ลงในระบบการผลิตบุคลากร ให้เขานำความรู้ความสามารถจากสถาบันการศึกษามาสู่ ‘โลกความจริง’ ข้างนอก ทั้งหมดนี้จะทำให้คนยะลารุ่นใหม่เข้าใจพื้นฐานความเป็นไปและลักษณะเฉพาะของเมือง ของความเป็นคนยะลา เพื่อเติบโตขึ้นมาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดได้ตรงจุด”</p>



<p>ผศ.ดร.เกสรีกล่าวว่า ในมิติของความเสมอภาคและคุณภาพการศึกษา จำเป็นต้องมีกลไกที่จะใช้ขับเคลื่อนงานใน 3 ระดับ ซึ่งจังหวัดยะลาได้เริ่มดำเนินงานแล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>หนึ่ง&nbsp; คือขั้นนโยบาย</strong> ที่ต้องมีกลไกเชื่อมประสานการทำงานภายในจังหวัด เพื่อให้เกิดการทำงานบนฐานข้อมูลชุดเดียวกัน พร้อมนำเครือข่ายความสัมพันธ์จากนอกพื้นที่เข้ามาสร้างประโยชน์ได้&nbsp;</p>



<p><strong>สอง คือกลไกของคนทำงานที่จะขับเคลื่อนนโยบาย</strong>&nbsp; โดยมุ่งไปที่เด็กและเยาวชนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการทำงานที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่ไปได้ และเกิดการทำงานระดับจังหวัดที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p><strong>สาม คือกลไกของสถานศึกษาที่ต้องทำงานร่วมกับชุมชน</strong> ซึ่งโควิด-19 ได้มาเผยให้เห็นแล้วว่า จากนี้โรงเรียนจะต้องเปลี่ยนสถานะเป็นศูนย์อำนวยความรู้ สามารถขยายห้องเรียนออกไปได้ตามตัวเด็ก ให้เด็กเรียนได้จากทุกหนทุกแห่ง ส่วนครูเองก็ต้องปรับบทบาทมาเป็นโค้ชให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชน ในการสนับสนุนให้เกิด ‘Rider’ ทางการศึกษา (อสม.) หรือพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนทั้งชุมชนเข้ามาเรียนรู้ได้ ทั้งในแง่ของการศึกษาทั่วไปและการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองในการงานอาชีพ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ภายใต้ภาวะวิกฤต เราต้องช่วยกันเพื่อให้ทุกคน ‘อยู่รอด’</h2>



<p><strong>รอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล นายกสมาคมกรีนเครสเซนต์ ประเทศไทย/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่างานในภาคประชาสังคม หรือ NGO นั้นมีอยู่เพื่อสนับสนุนหรืออุดช่องว่างของระบบ เพื่อให้การทำงานลื่นไหล ด้วยจุดเด่นคือความคล่องตัวในการทำงาน</p>



<p>ที่ผ่านมาเรามักรอให้ระบบจากส่วนกลางเข้ามาจัดการในทุกเรื่อง ซึ่งถึงตอนนี้ภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่หล่นทับลงมาทำให้เห็นแล้วว่า ด้วยความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง กว่าที่นโยบายความช่วยเหลือต่างๆ จะมาถึง ปัญหาที่มีอยู่ก็ลุกลามไปไกลแล้ว ดังนั้นจึงถึงเวลาที่เราต้องเอาสภาพปัญหาในพื้นที่ขึ้นเป็นตัวตั้ง แล้วระดมกำลังภายในเข้าไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&nbsp; </p>



<p>“โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้เราเห็นว่า กศน. โรงเรียน หรือวิทยาลัยต่างๆ ในจังหวัด ต่างพร้อมให้ความร่วมมือในการช้อนรับเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ด้วยข้อลดหย่อนให้เด็กเยาวชนคนใดที่ต้องการกลับสู่ระบบการศึกษา สามารถเข้าโรงเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องรอถึงปีการศึกษาถัดไป รวมถึงมีการพัฒนาหลักสูตร โปรแกรม และกิจกรรมเฉพาะเพื่อให้เด็กปรับตัวกับสภาวะหลังกลับเข้าเรียนได้ หรือสำหรับเด็กที่ไม่พร้อมเข้าเรียนในระบบ ก็มีช่องทางในการเรียนรู้ฝึกอาชีพ มีพื้นที่ชุมชนที่พร้อมรองรับพวกเขา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6678f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/PA-ยะลาเสมอภาค_PA-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จะเห็นว่า<strong>การเปิดหลักสูตรพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชน คือโรงเรียนในรูปแบบใหม่ที่เราสามารถทำได้ทันที นี่คือใจความสำคัญของความเสมอภาค ด้วยการทำให้ทุกคนอยู่รอดได้ภายใต้ภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม ข้อแม้สำคัญที่จะมาช่วยสนับสนุนโครงการหรือหลักสูตรต่างๆ ได้ในระยะยาวคือ ‘งบประมาณ’ สภาการศึกษาจังหวัดจึงมองไปที่การตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา และเปิดตัวด้วยแคมเปญระดมทุน ‘สิบบาทสตาร์ทรอยยิ้ม’ (#Start รอยยิ้ม) เพื่อสื่อไปถึงทุกคนในจังหวัดยะลาว่า เพียงคนละไม้ละมือถ้าเราไม่ทิ้งกัน เราทุกคนจะฝ่าวิกฤตไปได้</strong> เงินทุนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยเหลือเด็กเยาวชน และช่วยดูแลจัดการศึกษาในชุมชน ทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ อันจะเป็นฐานที่มั่นสำหรับพลเมืองทุกคน ให้มีชีวิตที่ดีในทิศทางของตนเองได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ย่อขนาดการทำงานให้เล็ก แล้วค่อยๆ ปูพรมจนเต็มพื้นที่&nbsp;</h2>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า จากมุมมองการทำงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ ทำให้ได้ข้อคิดว่า ก่อนเดินก้าวแรกเราต้องยอมรับความจริงก่อนว่ามีปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง แล้วเมื่อคณะทำงานต่างเห็นปัญหาร่วมกัน ก็จะนำไปสู่การหาหนทางแก้ไข ด้วยหลักการทำงานของจังหวัดที่ยึดโยงเรื่อง ‘การจัดการศึกษาเพื่อปวงชน’(All For Education) ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ในการทำโดยไม่แบ่งว่าเป็นงานของใคร&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“การทำงานปีแรกทำให้เห็นข้อบกพร่องที่ชัดเจนคือ เราไม่มีฐานข้อมูลหรืองานวิจัยจากหน่วยงานภายในจังหวัดเลย จึงต้องนำตัวเลขที่เป็นฐานระดับประเทศจาก กสศ.เป็นตัวตั้ง เราพบเด็กปฐมวัยที่เข้าไม่ถึงการศึกษาจำนวนมาก มันก็ย้อนไปถึงว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้างและส่งทัศนคติที่ว่า การศึกษาขั้นปฐมวัยคือรากฐานของชีวิตไปให้ถึงผู้ปกครอง ทุกภาคส่วนก็เริ่มมาคุยกัน แชร์ประสบการณ์ แนวคิด หาทางออกไปด้วยกัน</p>



<p>“ข้อดีของการทำงานในจังหวัดยะลาคือ เรามีต้นทุนบุคลากรที่พร้อมทำงาน มีภาคประชาสังคมคอยหนุนเสริม มีสถาบันการศึกษาช่วยด้านวิชาการ มีผู้นำท้องถิ่นที่เห็นความสำคัญพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การบูรณาการกลไกเชิงนโยบายระดับจังหวัดนั้นยังไม่พอ เพราะแม้จะเป็นการทำงานเชิงพื้นที่ แต่นโยบายทำงานเราต้องผ่านขั้นตอนจากกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ซึ่งหากไม่สอดคล้องกัน งานที่วางไว้ก็เดินต่อไปไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c64ad3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/PA-ยะลาเสมอภาค_PA-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ขณะที่<strong>ในระดับจังหวัด การที่ยะลามีฝ่ายปกครองท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ทำให้พื้นที่เล็กๆ สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ในภาพรวมจึงเหมือนกับเราย่อขนาดการทำงานให้เล็กลงได้ตามพื้นที่ แล้วค่อยๆ ทำงานเป็นจิ๊กซอว์ต่อกันไป จนเกิดแรงขับเคลื่อนที่ประกอบภาพความสำเร็จได้</strong>”&nbsp; </p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลากล่าวว่า <strong>วันนี้ยะลามีโมเดล ‘Emergency Classroom’ รองรับกลุ่มเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาที่มีความพร้อมกลับเข้าเรียน โดยโรงเรียนจะมีแผนการช่วยเหลือดูแลฉุกเฉิน ซึ่งออกแบบโดยผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่เปรียบได้กับแพทย์เฉพาะทาง ที่จะเติมเต็มคุณภาพทางการศึกษาให้เด็กที่เข้ามาเรียนกลางทางได้ ร่วมกับการฟื้นฟูปรับสภาวะจิตใจ การดูแลครอบครัวของเด็กในด้านปากท้องเศรษฐกิจ โปรแกรมเหล่านี้จะออกแบบให้รักษาดูแลเด็กได้ตามอาการ เพื่อให้เขาอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปจนถึงฝั่ง</strong></p>



<p>“ท้ายที่สุด ความสำคัญของการจัดตั้งสภาการศึกษาหรือกองทุนเพื่อการศึกษาเด็กนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การนำเด็กเข้าสู่ระบบ หรือประคองเขาไว้จนเรียนจบเท่านั้น แต่ปลายทางที่แท้จริงหมายถึง <strong>เราต้องมี ‘การศึกษาทางเลือก’ สำหรับเด็กทุกคน ทุกประเภท ไม่ว่าจบไปแล้วจะมีเป้าหมายในการทำงานเป็นอย่างไร เขาต้องได้เรียนรู้ ได้พัฒนากระบวนการคิดที่ยกระดับงานและคุณภาพชีวิต</strong> แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นได้ คนยะลาต้องช่วยกันเพื่อไปให้ถึงจุดที่เราจะประกาศได้ว่า ในพื้นที่ของเราไม่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในจังหวัดของเราอีกแล้ว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-yala-equality-180122/">‘ยะลาเสมอภาค’ เปิดตัว ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนจังหวัดยะลา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/0251-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=0251-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Dec 2019 07:54:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเก๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุไวบ๊ะ มีมะ]]></category>
		<category><![CDATA[มะสากิ มีมะ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ลุกมาน ซูมามะ]]></category>
		<category><![CDATA[มณีรัตน์ ขาวทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ประไพ ปุยุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพ ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[รามัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยะหา]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9789</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0251-2/">ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-9793" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ</pre>
<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และภาคีอีกกว่า 20 จังหวัด ยังเดินหน้า ค้นหา-ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาต่อเนื่อง ล่าสุดจังหวัดยะลา ซึ่งเป็น 1 ใน 20 จังหวัด ได้ส่งเด็กนอกระบบวัย 16 ปี จากอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่ประสบปัญหาบกพร่องทางร่างกายทำให้ไม่เคยผ่านระบบการศึกษา ได้เข้าสู่โรงเรียนได้อีก 1 คน อย่างน้อง ‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ เป็นน้องคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 5 คน ด้วยร่างกายที่ผิดปกติแต่กำเนิด มีภาวะแขนขาอ่อนแรง กระดูกขาที่พับผิดรูป<br />
ทำให้ซาเก๊ะเดินไม่ได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ จึงไม่เคยได้ไปโรงเรียนมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา</p>
<p>สุไวบ๊ะ มีมะ พี่สาวของซาเก๊ะ เล่าว่า ครอบครัวของเธอมีรายได้จากการที่พ่อและพี่ชายของซาเก๊ะมีอาชีพรับจ้าง กรีดยางในชุมชน ได้รับค่าแรงรายวันเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนแม่และตนช่วยกันทำเพิงขายอาหารเล็กๆ หน้าบ้าน พอมีรายได้เพิ่มอีกเล็กน้อย นอกจากครอบครัวของเธอที่มีจำนวน 5 คนแล้ว ยังมีลูกพี่ลูกน้องและหลานอีก 2 คน รวมแล้วจึงมีสมาชิกในบ้าน ถึง 7 คน ซึ่งต้องใช้ชีวิตร่วมกันด้วยรายได้อันน้อยนิด พี่ๆ ของซาเก๊ะทุกคนจึงจบการศึกษาชั้นสูงสุดที่ระดับชั้น ป.6 และไม่มีใครได้เรียนต่อเลย</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9794" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />สุไวบ๊ะ มีมะ พี่สาวของซาเก๊ะ</pre>
<blockquote><p>“ซาเก๊ะเขาไม่เคยไปโรงเรียนเลยเพราะเดินไม่ได้ ถ้าจะให้เขาได้เรียนก็ต้องรักษาให้เขาเดินได้ก่อน แต่ครอบครัวก็ไม่มีรายได้มากพอจะดูแลเขาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่ตัวของซาเก๊ะเองอยากไปโรงเรียน เขาจะพยายามหัดเรียนด้วยตนเอง ฝึกเขียนตัวหนังสือโดยเลียนแบบจากสมุดหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน ทั้งที่ไม่มีใครสอนเขามาก่อน” พี่สาวของซาเก๊ะ กล่าว</p></blockquote>
<p>จากวัยเด็ก ซาเก๊ะต้องอาศัยฐานตั้งถังแก๊สติดล้อเป็นพาหนะช่วยสำหรับการเคลื่อนย้าย ร่างกาย จนวันหนึ่ง เขาได้รับมอบวิลแชร์จากทหารที่เข้ามาในหมู่บ้าน นั่นทำให้เขาสามารถพาตัวเองไปในที่ต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น แต่ซาเก๊ะไม่หยุดความหวังของเขาไว้แค่นั้น เขาบอกกับคนในครอบครัวเสมอว่าอยากลุกขึ้นเดินด้วยขาของตัวเอง ไม่ต้องการเป็นภาระของใคร จากนั้นพ่อของเขาจึงหาไม้ค้ำมาให้ใช้ช่วยฝึกเดิน ซาเก๊ะใช้เวลาทุกวันทำกายภาพด้วยวิธีเหยียดขาตัวเองบนวิลแชร์ ทำซ้ำๆ ขยับบิดจนขายืดตรงได้ แล้วหัดยืนโดยใช้ไม้ค้ำช่วย จากนั้นลองเริ่มหัดเดิน จนวันหนึ่งในปี 2561 เขาก็สามารถออกเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำ</p>
<p>“ตอนที่รู้ว่าเขาเดินได้แล้ว ผมรู้สึกอะเมซิ่งมาก ไม่รู้เขาทำได้ยังไง จากขาที่พับลีบ ไม่เคยเดินมาก่อนเลยจนอายุ 15 ต้องนั่งบนแผ่นกระดานติดล้อ จนมีวิลแชร์ ซึ่งแค่นั้นก็สะดวกแล้ว แต่สำหรับเขามันไม่พอ เขาเชื่อมั่นเสมอว่าตัวเองจะเดินได้ ทั้งที่หน่วยงานสาธารณสุขที่ช่วยสอนเขาทำกายภาพเคยประเมินไว้ว่า โอกาสเดินได้ของเขาแทบเป็นศูนย์ แต่เขาทำกายภาพอย่างหนัก ทำทุกวัน วันหนึ่งก็เกิดปาฏิหาริย์จริงๆ” ลุกมาน ซูมามะ ครูอาสาในพื้นที่ อ.บันนังสตา เล่าถึงพลังใจอันยิ่งใหญ่ของมะสากิ มีมะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9795" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p>ครูอาสาจาก อ. บันนังสตา กล่าวต่อไปว่า หลังได้รับเรื่องการสำรวจเด็กนอกระบบจาก กสศ. ผ่านทาง อบจ. ยะลา จึงได้ส่งชื่อของซาเก๊ะเข้าสู่กระบวนการสำรวจ เนื่องจากเป็นกรณีที่พิเศษ เขาไม่เคยเรียนหนังสือ เป็นผู้พิการเดินไม่ได้ ทางบ้านก็มีรายได้ไม่มาก จนในที่สุด เมื่อการสำรวจเด็กนอกระบบในพื้นที่ 3 อำเภอนำร่องของจังหวัดยะลา (ยะหา, รามัน และบันนังสตา) ได้พบ มะสากิ มีมะ จากนั้นจึงดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แล้วเมื่อผ่านขั้นตอนประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซาเก๊ะ ก็ได้รับโอกาสให้ไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ. อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยเป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบพิเศษ เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับซาเก๊ะโดยเฉพาะ</p>
<p>มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เผยว่า จากโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่ อบจ. ยะลา ได้ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อค้นหาเด็กนอกระบบและนำเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นรายกรณี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งกศน. เขตพื้นที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะทำงานของภาคีเครือข่ายทุกระดับ จนได้พบกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวน 9, 669 คน โดยสำรวจพบและบันทึกข้อมูลไว้แล้วจำนวน 6, 874 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์ 3, 184 คน และมีจำนวนของเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนทั้งหมด 2,405 คน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9796" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</pre>
<p>ขณะที่งบประมาณเบื้องต้นที่มีอยู่สามารถช่วยเหลือเด็กได้เพียง 451 คน ในอัตราเงินช่วยเหลือที่รายละ 4,000 บาท สำหรับปัญหานี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่สังคมส่วนรวมจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยกัน เพื่อช่วยให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษา</p>
<p>เด็กที่เราเรียกว่าเป็น ‘เด็กนอกระบบการศึกษา’ ในพื้นที่ จ.ยะลา ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ เขาจึงไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้นาน หลายคนต้องออกมาทำงานกรีดยาง ขายของ หรือใช้แรงงาน เมื่อเราสำรวจพบเขาแล้ว ก็จะใช้กระบวนการดูแลเป็นรายคน โดยคณะทำงานทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับพื้นที่ และด้วยพื้นฐานของปัญหาที่มาจากครอบครัว บางรายเราจึงต้องวางแผนช่วยเหลือที่ครอบครัวร่วมด้วย เบื้องต้นเราเน้นที่การเก็บข้อมูลและสอบถามความต้องการในด้านต่างๆ ของเด็กและครอบครัว</p>
<p>“เช่นกรณีของ มะสากิ มีมะ ซึ่งเป็นเคสพิเศษ เพราะเขามีร่างกายไม่ปกติแต่กำเนิด เดินไม่ได้จนถึงอายุ 15 ทำให้เด็กไม่เคยไปโรงเรียนเลย แต่หลังจากที่เราพบเขา ได้สอบถามกับครอบครัว แล้วทราบว่าเขามีความต้องการจะเรียนหนังสือ อยากมีอาชีพดูแลตนเองได้ ส่วนตัวมะสากิเขามีความสนใจและใฝ่ฝันอยากเรียนด้านถ่ายภาพและคอมพิวเตอร์ กราฟิก เราก็จะจัดการศึกษาให้เขาได้มุ่งไปทางอาชีพเกี่ยวกับงานที่เขาอยากทำ แต่เนื่องจากเขาไม่เคยเรียนมาก่อน ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็จำเป็นจะต้องปรับพื้นฐานก่อน” มุขตาร์ กล่าว</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิ<wbr />ตรภาพ ฯ</pre>
<p>มุขตาร์ บอกอีกว่า เบื้องต้นเราได้ส่งมะสากิ เข้าสู่โรงเรียนให้เรียนร่วมในชั้นอนุบาล 3 เพื่อให้เขาฟังพูดอ่านเขียนภาษาไทยให้คล่อง ต่อไปก็ดูว่าเขามีการปรับตัวหรือพัฒนาการดีขึ้นแค่ไหน แล้วจึงค่อยปรับระดับชั้นให้สูงขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเตรียมความพร้อมเพื่อให้เขาเข้าสู่ระบบการศึกษาที่เหมาะสม ก่อนจะสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจเป็นลำดับต่อไป</p>
<p>ไม่ต่างจาก นางประไพ ปุยุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ. ระบุว่า ทางโรงเรียนได้รับการติดต่อจาก อบจ. ยะลา ว่ามีเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเนื่องจากมีปัญหาด้านร่างกาย จึงได้รับเด็กเข้ามาเพื่อช่วยดูแลปรับพื้นฐานการเรียนเบื้องต้น ฝึกการใช้ภาษา และได้จัดให้เข้าเรียนร่วมกับระดับชั้นอนุบาล 3 ก่อน เนื่องจากเด็กไม่เคยผ่านการศึกษามาก่อนเลย จึงอยากให้เขาได้ปรับตัวทั้งด้านการเรียนและด้านสังคม ก่อนจะประเมินผลการเรียนรู้ตามลำดับเพื่อเลื่อนชั้นเรียนต่อไป</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9801" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />นางประไพ ปุยุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ.</pre>
<p>ในเบื้องต้น มะสากิ สามารถปรับตัวกับโรงเรียนได้ดี เข้ากับน้องๆ ในชั้นเรียนได้ และได้รับคำชมจากครูว่าเรียนรู้ไวและมีความตั้งใจสูง ขณะที่เราจัดให้เขาได้เรียนในชั้น อ.3 เนื่องจากต้องการให้ได้เรียนกับครูที่เขาใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 1 เด็กจะได้คุ้นเคย ได้ฝึกใช้บ่อยๆ เพื่อที่จะสื่อสารภาษาไทยได้คล่องขึ้น และมีพื้นฐานการอ่านเขียนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของเขาต่อไป</p>
<p>ครูเอ๋ มณีรัตน์ ขาวทอง ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพฯ ผู้รับหน้าที่สอนพื้นฐานการอ่านเขียนของซาเก๊ะ เล่าถึงช่วงเวลาสัปดาห์แรกในโรงเรียนของเขาว่า การสอนอ่านเขียนให้มะสากิ จะต้องเริ่มจากพื้นฐานการรู้จักพยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ คือเริ่มตั้งแต่แรก จากนั้นเมื่อชำนาญจึงค่อยเรียนการประสมคำ ไล่จากง่ายไปหายาก เน้นให้เขาได้ทำซ้ำๆ และใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน</p>
<blockquote><p>“ในวันแรกของการเรียน ครูได้ลองให้ซาเก๊ะอ่านบัตรคำที่มีพยัญชนะไทย 44 ตัว โดยสุ่มหยิบไม่เรียงลำดับ ซึ่งเขาก็สามารถอ่านออกเสียงตามได้ และรู้จักพยัญชนะบางตัว สิ่งหนึ่งที่มองเห็นคือเขาตั้งใจเรียนมาก มีสมาธิ สอนครั้งเดียวเขาสามารถจำได้ทันที แต่ปัญหาหลักคือเขายังออกเสียงได้ไม่ชัด เราก็จะค่อยๆ แก้และสอนเพิ่มที่ตรงนั้น ความพิเศษของมะสากิคือเขาเป็นเด็กที่มีน้ำใจ จะช่วยเหลือครูในการดูแลน้องๆ ในชั้นเรียน ปรับตัวกับโรงเรียนได้เร็ว” ครูมณีรัตน์ ย้อนเล่าการเรียนวันแรก</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9802" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />ครูเอ๋ มณีรัตน์ ขาวทอง ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพฯ</pre>
<p>สำหรับช่วงแรกของการเรียนนี้ ซาเก๊ะ จะรับหน้าที่เป็นผู้นำน้องชั้น อ.3 ในชั้นเรียน ช่วยครูประจำชั้นดูแลและเรียนร่วมไปกับน้องๆ ในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายหลังอาหารกลางวันที่นักเรียนชั้น อ.3 เข้านอน จึงเป็นเวลาของการสอนเสริมพิเศษจากครูประจำชั้น ในวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์พื้นฐาน จนถึงเวลาเลิกเรียน</p>
<p>ขณะที่ ซาเก๊ะ เล่าความรู้สึกการเป็นนักเรียนครั้งแรกในวัย 16 ปี ว่า ได้ไปโรงเรียนมาแล้ว 4 วัน กำลังเรียนการอ่านการเขียน การสะกดภาษาไทย ได้อ่าน ก.ไก่ ข.ไข่ คิดว่ากว่าจะท่องได้คงต้องใช้เวลาหลายเดือน เนื่องจากเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่ที่ผ่านมาตอนอยู่บ้าน เขาเคยดูเคยหัดเขียนมาแล้ว จึงทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น</p>
<blockquote><p>“การได้มาโรงเรียนให้ความรู้สึกเหมือนกับที่ผมคิดเอาไว้ บรรยากาศในห้องเรียนไม่มีความเครียด สนุก ผมมีเพื่อนแล้วหลายคน หลายระดับชั้น ทั้งอนุบาล 3 ป.1 หรือที่เรียนอยู่ ป.3 ก็มี หลังจากเริ่มไปโรงเรียน เดี๋ยวนี้ทุกวันผมจะรีบกลับไปทำการบ้าน ไม่ไปเที่ยวไหน ผมชอบดูหนังสือเรียน อยากเรียนอ่านเขียนให้ได้เร็วๆ” มะสากิ มีมะ เล่าถึงช่วงเวลาแรกในการเป็นนักเรียนของเขา</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9804" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0251-2/">ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยะลาจับมือ 45 หน่วยงาน เดินหน้าสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รุกช่วยเด็กด้อยโอกาสในจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%adkickoff/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25adkickoff</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jul 2019 07:35:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดต้นแบบสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[Kick Off]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชิต ตระกูลมุทุตา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6057</guid>

					<description><![CDATA[<p>เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับภาคีจังหวัดยะลา นำโดยพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%adkickoff/">ยะลาจับมือ 45 หน่วยงาน เดินหน้าสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รุกช่วยเด็กด้อยโอกาสในจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6060" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67282536_2710242035676455_712500259401498624_n.jpg" alt="" width="900" height="900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67282536_2710242035676455_712500259401498624_n.jpg 900w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67282536_2710242035676455_712500259401498624_n-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67282536_2710242035676455_712500259401498624_n-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67282536_2710242035676455_712500259401498624_n-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับภาคีจังหวัดยะลา นำโดยพ่อเมืองอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน Kick Off การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา จำนวน 45 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา ดูแล ช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาสทางการศึก<span class="text_exposed_show">ษาในจังหวัดยะลา ให้ได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอ คือ อำเภอรามัน อำเภอยะหา และอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ก่อนจะขยายผลดำเนินการในพื้นที่อำเภออื่นต่อไป ในเวทีนี้ยังเป็นการสร้างความเข้าและสร้างความร่วมมือให้แก่กลไกภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในจังหวัดยะลา โดยมีนายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ สมาชิกสภาท้องถิ่น นักการศึกษา คณะกรรมการ คณะทำงาน เข้าร่วม</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6061" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67013716_2710242399009752_98512775810121728_o.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67013716_2710242399009752_98512775810121728_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67013716_2710242399009752_98512775810121728_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67013716_2710242399009752_98512775810121728_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67013716_2710242399009752_98512775810121728_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6062" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67331013_2710242345676424_940904412589588480_o.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67331013_2710242345676424_940904412589588480_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67331013_2710242345676424_940904412589588480_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67331013_2710242345676424_940904412589588480_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67331013_2710242345676424_940904412589588480_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6063" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67500266_2710242572343068_2305186708146094080_o.jpg" alt="" width="1067" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67500266_2710242572343068_2305186708146094080_o.jpg 1067w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67500266_2710242572343068_2305186708146094080_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67500266_2710242572343068_2305186708146094080_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67500266_2710242572343068_2305186708146094080_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1067px) 100vw, 1067px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6064" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67073759_2710242852343040_896985962511335424_o.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67073759_2710242852343040_896985962511335424_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67073759_2710242852343040_896985962511335424_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67073759_2710242852343040_896985962511335424_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67073759_2710242852343040_896985962511335424_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%adkickoff/">ยะลาจับมือ 45 หน่วยงาน เดินหน้าสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รุกช่วยเด็กด้อยโอกาสในจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
