<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Apr 2021 08:49:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อ่านออกเขียนได้ &#8220;ภาษาไทย&#8221; พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2021 06:30:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสรรพวิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ดต.วิไล ธนวิภาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ลัดดาวัลย์ แก้วใส]]></category>
		<category><![CDATA[วรดา วิทูรผลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทิตัส วรุณวิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[วรัญญา อนุกรเดียร์]]></category>
		<category><![CDATA[อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=39796</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) และมหาวิทยาลัยราชภัฎ ที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท ก่อให้เกิดผลผลิตอันล้ำค่าต่อเด็กนักเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอซึ่งอพยพมาจากพื้นที่ดอยสูง สามารถ อ่าน ออก เขียน “ภาษาไทย”ได้</strong></p>



<p><strong>“โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร”</strong> นับเป็นความร่วมมือสามฝ่าย กสศ. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้ทำให้นักเรียนใน <strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง อ.แม่ระมาด จ.ตาก</strong> มีพัฒนาการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด อันเป็นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากความยากจนทุรกันดารในพื้นที่ห่างไกล</p>



<p><strong>รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กล่าวถึงโครงการพัฒนาครูโรงเรียนตชด.ว่า โครงการหลักมุ่งพัฒนาศักยภาพครู 4 เรื่อง ความรู้ในศาสตร์เชิงเนื้อหา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ เพิ่มเติมทักษะการเรียนการสอน เทคนิควิธีการสอน การเสริมสร้างคุณลักษณะความเป็นครูที่ดี จิตวิญญาณความเป็นครู กิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน แต่เป้าหมายทั้งหลายทั้งปวงมุ่งพัฒนาคุณภาพนักเรียนนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-884e44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/รศ.ดร.วชิระ-วิชชุวรนันท์-ที่ปรึกษาคณบดีคณะครุศาสตร์-มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</figcaption></figure></div></div></div>



<p>สำหรับรูปแบบวิธีการ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานสองเรื่องหลัก หนึ่ง พิจารณาถึงความต้องการของโรงเรียน จุดอ่อนจุดแข็งโรงเรียนคืออะไร ครูกับครูใหญ่อยากเห็นภาพอะไรนำมาวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน สอง เมื่อได้ข้อมูลแล้วกำหนดกิจกรรมการพัฒนา โดยอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายส่วนจะร่วมกันออกแบบสื่อการสอน แผนการสอน</p>



<p>“โครงการดังกล่าวมี โรงเรียนในพื้นที่กองกำกับตชด.จำนวน 6 โรงเรียนเข้าร่วม ในส่วนโรงเรียน ตชด. บ้านห้วยสลุง พบว่า ต้องการให้นักเรียนสามารถพูดภาษาไทยได้เป็นลำดับแรก สองต้องการเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดี&nbsp; จึงได้นำปัญหาดังกล่าวไปคิดวิเคราะห์ ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ป.4- ป.6 และให้ครูทดลองใช้&nbsp;จากนั้นนำมาใช้ในห้องเรียน เรียนรู้ด้วยการนิเทศติดตามผล เพื่อดูว่ามีจุดอ่อนอะไร เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาดำเนินกิจกรรมรอบต่อไป ”&nbsp; รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3143df76 gb-headline-text">6 โรงเรียนตชด.มีพัฒนาการเรียนการสอนเชิงประจักษ์</h3>



<p>ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่ได้ขับเคลื่อนโครงการฯ ได้เห็นพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมีนัยยะสำคัญ <strong>สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</strong>&nbsp; ได้รับความไว้วางใจจากกสศ. ทำหน้าที่เป็นโค้ชลงพื้นที่ทำการนิเทศติดตามการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยว่า พบการเปลี่ยนแปลงครูสู่การพัฒนาผู้เรียนด้านภาษาไทย</p>



<p>“แต่เดิม นักเรียนสื่อสารภาษาไทยไม่ค่อยชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นภาษาถิ่น การเปลี่ยนแปลงที่พบ คุณครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนใช้สื่อที่ผลิตร่วมกันกับมหาวิทยาลัย และประยุกต์ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ การใช้รูปแบบแอคทีฟเลินนิ่ง การเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมทำให้เด็กกล้าสื่อสารภาษาไทย รู้ความหมายของคำมากขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันได้ทำการนิเทศด้านการบริหารโรงเรียน ซึ่งครูใหญ่ไม่ได้จบด้านนี้ ได้แนะนำเรื่องความสัมพันธ์กับชุมชน การจัดพื้นที่ บริหารหลักสูตร&nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อมให้โรงเรียนจัดเป็นสัดส่วนสวยงาม พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-829b13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/สมศักดิ์-เลิศรัตนพันธุ์-อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม-จ.ตาก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</strong> ก่อตั้งเมื่อปี 2560จนมาถึงปัจจุบัน ระยะเวลาเพียง 4 ปี มีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยครูใหญ่รับการเปลี่ยนแปลงดีมาก เด็กชนเผ่า สื่อสารภาษากระเหรี่ยง ปกาเกอะญอ แต่ตอนนี้ภาษาไทยดีขึ้นตามลำดับ</p>



<p>นอกจากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง ยังพบว่า บรรดา 6 โรงเรียนตชด. แม้อยู่บนพื้นที่สูงขึ้นไป การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากทุรกันดาร แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน</p>



<p>“หลายโรงเรียนต้องการด้านภาษาและวัฒนธรรม หลายโรงเรียนต้องการวิชาคณิตศาสตร์ ทุกโรงเรียนที่ผมเดินทางไปนิเทศสองรอบสามรอบ แต่ละโรงเรียนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านวิชาการ มีกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อ ใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น นักเรียนเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทำให้เห็นว่าโครงการฯนี้ดีมาก ครูไม่ต้องนำตัวออกจากนอกโรงเรียนไปอบรมสัมมนา ไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง ลดปัญหาครูไม่อยู่โรงเรียน เป็นเพราะเกิดจากความร่วมมือของกสศ. ตชด.และ มหาวิทยาลัย คือ การนำความรู้มาถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนให้มีโอกาสในการพัฒนาดีขึ้นมาก”</p>



<p>ด้าน<strong>ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp;“ดต.วิไล ธนวิภาศรี”</strong>&nbsp; กก.ตชด.34&nbsp; กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศูนย์ฯ ได้รับคัดเลือกจากกสศ.เป็นโรงเรียนนำร่อง 50 โรงเรียนพัฒนาครู เพิ่มผลสัมฤทธิการเรียนในถิ่นทุรกันดาร ได้ประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร มีทีมงานมาสืบสภาพปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6fef41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดต.วิไล-ธนวิภาศรี-กก.ตชด.34-ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดต.วิไล ธนวิภาศรี ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ได้ข้อสรุปว่าเราอยากมุ่งเน้นทักษะการใช้ภาษาไทย ผู้ปกครองอยากให้ลูกหลานได้ใช้ภาษาไทย เพราะนักเรียนที่นี่เป็นเด็กชนเผ่า เดิมเขาใช้ภาษาท้องถิ่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง เราจึงอยากพัฒนาตรงนี้ก่อน”</p>



<p>ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp; ยกตัวอย่างความสำเร็จ จากที่ครูนำสื่อที่ได้รับการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยและกสศ.มาใช้ สังเกตการสอน และนิเทศติดตามแต่ละชั้นเรียน เห็นสิ่งที่น่าประทับใจ นักเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงฝึกพูดภาษาไทย ใช้ประโยคในการสื่อสาร โดยนำบัตรคำไปบูรณาการเล่าเรื่อง แต่งเรื่องจากภาพ ทำให้คำที่ใช้บ่อยๆจำได้&nbsp; กล้าพูด บางครั้งเด็กอ่านไม่ได้ จึงอาศัยคำในการจำ และชอบเล่นเกม เด็กๆ จะชอบมากเกี่ยวกับบัตรคำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6b49d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ภาษาไทยเป็นเรื่องที่ใช้ระยะเวลาเปลี่ยนแปลงเด็ก อย่างน้อยการได้ใช้สื่อการสอนจากโครงการความร่วมมือดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงออกในการใช้ภาษาไทย สุดท้ายการใช้ภาษาไทยได้คล่องต้องอาศัยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม”&nbsp; ดต.วิไล ครูใหญ่จากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-cdbc247f gb-headline-text">เบื้องหลังความสำเร็จ ผลิตสื่อการสอนคุณภาพ</h3>



<p>ความพยายามทุ่มเทให้นักเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียง ครูตชด.เท่านั้น หากแต่มีกลุ่มคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมกันพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่นั้นๆ</p>



<p><strong>ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม ตัวแทนคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</strong> กล่าวถึงคณาจารย์มหาวิทยาลัยทุกท่านมีบทบาทสำคัญในการร่วมโครงการนี้&nbsp; แรกเริ่มเราสำรวจความต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนของโรงเรียนบ้านห้วยสลุง&nbsp; ได้พบปะคุณครู นักเรียน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ชาวบ้าน หาข้อสรุปร่วมกันว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไรซึ่งพบปัญหาหลายด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-166693"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(คนกลาง) ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม และคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“แต่ประเด็นที่คุณครู นักเรียนต้องการเร่งด่วน คือ ภาษาไทย ทำไมต้องเป็นภาษาไทย บริเวณนี้ อาจไม่ใช่เฉพาะภาษาไทย&nbsp; อาจเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาร์&nbsp; จากการคุยกันอย่างเร่งด่วน คือ การสื่อสารของเด็กๆให้ได้ก่อน นับปัจจุบัน เด็กเล็กอาจพูดไม่ค่อยได้ ด้วยบริบทครอบครัวเป็นชาวกระเหรี่ยง สถานการณ์จึงต้องฝึกษาภาษาก่อน และเด็กๆ โต้ตอบได้ แต่ที่หนักคือการพูด การสะกดคำไม่ชัด จึงสรุปพัฒนาทักษะภาษาไทย และต่อไปพัฒนาทักษะด้านอื่นๆต่อไป”</p>



<p><strong>อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย ม.ราชภัฎกำแพงเพชร&nbsp;</strong> กล่าวว่า ในกลุ่มจะมีอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยโดยตรง และทีมวิชาการพัฒนาเป็นชุดนวัตกรรมการเรียนการสอนให้ครูได้สอนง่ายขึ้น อันดับแรก คู่มือในการสอนออกเสียงคำภาษาไทย แนวการสอน เทคนิคการสอน&nbsp; ลำดับที่สอง คือ คลังคำศัพท์ ที่เราสำรวจป.4-ป.6 ครูสามารถสรรหาได้นำไปประยุกต์ใช้ ลำดับที่สาม ตัวชาร์จเป็นแม่เหล็ก คำศัพท์ประกอบรูปภาพ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c2b4e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น โรงเรียนมีสมาร์ททีวี มีอินเตอร์เน็ต จึงจัดทำไฟล์ข้อมูลให้คุณครูด้วย&nbsp; อยากให้คุณครูกระตุ้นให้เด็กพูด เพราะเรามุ่งเน้นฟังพูด ถ้าเกิดความคุ้นชิน การเรียนการสอน ถึงป.6 นำไปสู่การเขียน แต่งประโยค แล้วแต่คุณครูบูรณาการเพิ่มเติม&nbsp; เมื่อได้สื่อเราจะเทรนนิ่งการใช้สื่อเหล่านี้ด้วย</p>



<p><strong>ลัดดาวัลย์ แก้วใส อาจารย์ประจำโปรแกรมพลศึกษา ม.ราชภัฎกำแพงเพชร </strong>กล่าวเสริมว่า เมื่อได้นำสื่อนำไปแนะแนวให้กับคุณครูว่าใช้อย่างไรบ้าง พอนำมาใช้ครั้งแรก เด็กสนุก มีสื่อการเรียนการสอนแบบใหม่ เขาสามารถนำคำมาใช้ได้ เป็นการประเมินว่าเด็กทำได้ถูกต้อง เด็กสามารถพัฒนาจากเดิม กล้าพูด ออกเสียงโดยไม่ต้องอาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นลงพื้นที่เขาอาย พูดภาษาถิ่นกับคุณครู แต่ตอนนี้กล้าพูดภาษาไทยมากยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><em>“ขอบคุณคุณครูที่ทำให้หนูพูดภาษาไทยได้”</em></h2>



<p>ก่อนหน้านี้ นักเรียนโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุงแทบร้อยเปอร์เซนต์พูดภาษาถิ่นหรือภาษากระเหรี่ยง แต่เมื่อ”โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร” ได้เข้าไปปรับรูปแบบการเรียนการสอน ผ่านไปเพียงแค่ 4 เดือน ทำให้น้องๆ พูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86d9a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดช.ทิตัส-วรุณวิริยะ-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</strong> :<br>“ผมชอบวิชาภาษาไทย เรียนตั้งแต่ตอนเด็กทำให้ผมอ่านภาษาไทยได้ ผมรู้จักภาษาถิ่นดี ก็พูดได้ทั้งภาษาถิ่นและภาษาไทย สำหรับภาษาไทยมีความสำคัญ เมื่ออยู่เมืองไทยจะได้ฟังออกและพูดกับเขาได้ อ่าน ออก เขียนได้&nbsp; ที่นี่คุณครูสอนดี ตอนอยู่ในห้อง ผมถามครู ผมอยากมาโรงเรียน มีเพื่อนเล่น มีครูสอนได้อ่านหนังสือ ผมมีความสุขที่ได้มีเพื่อนเล่นครับ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ad2f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรดา-วิทูรผลธรรม-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</strong>&nbsp; : <br>“หนูมาเรียนครั้งแรกพูดไม่เป็นเนื่องจากทางบ้านพูดภาษาถิ่น&nbsp; เริ่มเป็นภาษาไทยตอนป. 3 การที่หนูพูดได้ เพราะความตั้งใจ และคุณครูสอนได้ชัดเจน ตอนแรกสอน สระอะ สระอา หนูจะตอบคุณครูบ่อยในห้อง แล้วตอนนี้เพื่อนในห้องพูดภาษาไทยได้หมด”</p>



<p>“อยากบอกว่า ขอบพระคุณคุณครูมากที่สอนพวกหนู ครูใจดี เรียนอย่างมีความสุข หนูมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนได้เจอครูและ เมื่อหนูโตขึ้นอยากเป็นพยาบาลค่ะ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb28fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรัญญา-อนุกรเดียร์-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp;:</strong> “รู้สึกดีใจที่ได้มาเรียน มีกิจกรรมเยอะแยะให้ความรู้ หนูชอบวิชาศิลปะ ได้เรียนงานเขียน ระบายสีแรเงา เพราะครูสอนดี เข้าใจทำให้หนูพูดภาษาไทย ครูถามในห้อง ให้เขียน และอ่าน และในห้องได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp; หนูฝันอยากเป็นพยาบาล&nbsp; ดีใจที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันกับเพื่อนๆ ครูเป็นครูที่ดีสอนหนูได้ดีมาก มีความสุข”</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center">เหล่านี้คือเสียงสะท้อนอันบริสุทธิ์ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยสำเนียง”ภาษาไทย”อย่างชัดถ้อยชัดคำ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องแนวทางเจียระไน&#8221;ครูรัก(ษ์)ถิ่น&#8221; จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/76722-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2019 23:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ครูดอย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบล]]></category>
		<category><![CDATA[ชานน โชติคัดนานต์]]></category>
		<category><![CDATA[ช้างเผือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9472</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-9477" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นครูในโรงเรียนอย่างเดียว</strong> <strong>แต่ต้องการให้กลับมาเป็นครูของชุมชน ดังนั้นการมีส่วนร่วมของชุมชนจึงมีความสำคัญ</strong> <strong>เพราะหากชุมชนอยากปั้นเด็กให้เป็นอย่างไร ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม</strong> <strong>ผ่านการทำงานกับสถาบันผลิตและพัฒนาครูได้ทุกขั้นตอน นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาครูรุ่นใหม่”</strong> ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล ผู้จัดการโครงการฯ<br />
กล่าวถึงเป้าหมายการผลิตครูที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</p></blockquote>
<p>พื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นทุรกันดารมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีหัวใจรักบ้านเกิด ครูที่เป็นคนต่างถิ่น เมื่อเข้ามาบรรจุโรงเรียนในพื้นที่ ก็จะโยกย้ายอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน การเดินทางยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูง ห่างไกลความเจริญ จึงทำให้ไม่มีครูคนใดอยากมาเป็น <strong>“ครูดอย”</strong> เพราะครูไม่ใช่คนในท้องถิ่น จึงไม่มีใจรักและผูกพันกับเด็กในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชนเผ่า <strong>“ม้ง”</strong> มีฐานะยากจน และ ขาดโอกาสทางการศึกษา</p>
<p>โรงเรียนและชุมชน จึงต้องการครูที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ เพราะ <strong>“ครูรุ่นใหม่”</strong> ไม่ใช่แค่เป็นครูสอนหนังสือเด็กแค่ในชั้นเรียน แต่ครูที่ต้องเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียน พัฒนาชุมชน และเข้าใจวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง เพื่อมาร่วมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กที่ยากไร้</p>
<p>ความร่วมมือระหว่าง <strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กับ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<strong>ภายใต้โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน หรือ โครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> ได้ลงทำงานร่วมกันในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก โดย<strong>โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4</strong> เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าไป <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> นักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจน แต่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และมีจิตใจต้องการเป็นครูในชุมชนของตนเอง</p>
<p>สำหรับกระบวนการ <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> เด็กที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่จะได้รับทุนจาก กสศ. นั้น จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง <strong>“มหาวิทยาลัย” “โรงเรียน”</strong> และ <strong>“ผู้นำชุมชน”</strong> เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ในการผลิตครูตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือโรงเรียนที่เด็กจะกลับมาบรรจุ และชุมชนที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของเด็ก และมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บ่มเพาะความเป็นครูให้กับเด็ก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9478" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ส่วนเด็กนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือก จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน เพื่อให้เด็กสามารถกลับสู่ชุมชนและกลับมาทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังสามารถติดตามดูแลเด็ก และทำงานร่วมกับทั้งโรงเรียนและชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ด้วย เมื่อเด็กเรียนจบแล้ว จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูเพื่อกลับมาเป็นครูนักพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนของตนเอง <strong>ถือเป็นมิติใหม่ในการให้ทุนการศึกษาและผลิตครูรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong><br />
<strong>และการโยกย้ายของครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</strong></p>
<p>ในการคัดเลือกหาเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์ และ เป็นเด็กที่มีจิตใจรักวิชาชีพครู และรักบ้านเกิด นั้นนับเป็นภารกิจสำคัญของโรงเรียในชุมชน <strong>นายศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ในฐานะโรงเรียนในอนาคตที่เด็กจะมาบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงต้องพิถีพิถันในการค้นหา <strong>“ช้างเผือก” </strong>เชือกงามทั้งกายและใจมาเป็นครู</p>
<p>ผอ.ศักดิ์ดนัย ได้เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กๆ ในพื้นที่มาโดยตลอด เพราะเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนห่างไกล เด็กส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้ง และมีฐานะยากจน ซึ่งตั้งแต่ร่วมโครงการกับ กสศ. ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน และประสานงานโดยมอบหมาย “ครูแนะแนว” ของโรงเรียนไปให้ความรู้แก่เด็กในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจนและมีใจอยากเป็นครูให้มาสมัครกันเยอะๆ เพราะนี่คือโอกาสที่ดีทางการศึกษาสำหรับเด็กชายขอบ</p>
<p>ในการคัดเลือกเด็ก ผอ.ศักดิ์ดนัย กล่าวอย่างมั่นใจว่า ทางโรงเรียนมีข้อมูลเบื้องต้นที่จะทราบว่าเด็กคนใด จน หรือ ไม่จนจริง เพราะทุกปีทางครูประจำชั้นจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านเด็กอยู่บ่อยครั้ง จึงทราบว่าครอบครัวใดมีฐานะยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษาจริงๆ ขณะเดียวกันโรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กได้จัด “กิจกรรมเพื่อสังคม” เช่น <strong>โครงการ “พี่ให้น้อง”</strong> เป็นกิจกรรมที่เด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมตัวกันเองทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น รับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ขนม และอาหาร ไปแจกเด็กๆ ในชุมชนที่มีฐานะยากจน หรือ โครงการ “ค่ายสานฝันพี่สู่น้อง” เป็นโครงการที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เรียนจบออกไปแล้ว ได้ดิบได้ดีแล้วกลับมาจัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9479" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ดังนั้น ในกลุ่มเด็กที่เข้ามาสมัครโครงการครูรัก(ษ์) ถิ่น ครูจึงทราบว่าเด็กคนใดมาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และมีจิตใจชอบช่วยเหลือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในโรงเรียนบ้าง</p>
<blockquote><p>“<strong>สิ่งที่ทางโรงเรียนคาดหวัง คือ อยากเห็นเด็กที่เข้าร่วมโครงการ</strong> <strong>เรียนจบออกมาแล้วกลับมาเป็นครูที่ดีของโรงเรียน และกลับมาพัฒนาชุมชนของตัวเอง</strong> <strong>ในนขณะที่เด็กอยู่ที่มหาวิทยาลัย ก็อยากให้จัดกิจกรรมดีๆ</strong> <strong>ที่ปลุกจิตสำนึกสาธารณะแก่เด็กระหว่างอยู่ในมหาวิทยาลัย สำหรับ กสศ. ก็อยากให้มีโครงการดีๆ</strong> <strong>แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังมีเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชายขอบแบบนี้อีกมาก</strong>” นายศักดิ์ดนัย กล่าว</p></blockquote>
<p>ปัจจุบันมี “เด็กกลุ่มเป้าหมาย” จำนวนหนึ่งที่ยื่นใบสมัครขอรับทุน มาทางมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ทีมอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจฐานะและสภาพความเป็นอยู่จริงของเด็กนักเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับสัมภาษณ์พ่อแม่หรือผู้ปกครองของนักเรียน เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ รวมถึงสัมภาษณ์เด็กนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้รับทราบถึงความคิดและทัศนคติ ว่าหากได้รับคัดเลือกแล้ว จะกลับมาพัฒนาโรงเรียน ชุมชน และสืบสานวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชนเผ่า “ม้ง” ให้ดำรงอยู่สืบไปได้อย่างไร</p>
<p>หลังจากได้ “ช้างเผือก” เชือกงามตามที่ กสศ. โรงเรียน และ มหาวิทยาลัยราภัฎกำแพงเพชร ต้องการ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชรจะพาเด็กเข้าสู่กระบวนการปฐมนิเทศและเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช</strong> หัวหน้าทีม ค้นหา คัดกรอง ที่โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ได้ให้ข้อมูลว่า เด็กที่ได้รับทุนในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น นี้ ต้องผ่านกระบวนการบ่มเพาะวิชาชีพ และอุดมการณ์ความเป็นครูนักพัฒนา รวมถึงเสริมวิชาพื้นฐานทั่วไปโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และ เทคโนโลยี เพราะด้วยฐานะยากจนเข้าไม่ถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงขาดทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ และในระหว่างเรียน ทางมหาวิทยาลัยจะเสริมกิจกรรมทางสังคมผ่าน <strong>“ชมรมชนเผ่า”</strong> ที่จะรวมความหลากหลายของชนเผ่าในพื้นที่มารวมกัน เช่น ปกาเกอะญอ มูเซอ กระเหรี่ยง และ ม้ง เพื่อเป็นเวทีให้เด็กเหล่านี้ได้แสดงอัตลักษณ์และไม่หลงลืมรากเหง้าของชนเผ่าตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9480" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>เมื่อเด็กห่างไกลบ้านเข้ามาอยู่ในสถานที่ใหม่อาจจถูกวัฒนธรรมใหม่กลืน</strong> <strong>จนลืมวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง พอเรียนจบออกมาอาจจะไม่กลับไปเป็นครูในชุมชนตัวเองก็เป็นได้</strong> <strong>ดังนั้นการปลูกจิตสำนึกด้านวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ</strong>” ผศ.ดร.ศิริโสภา กล่าว</p></blockquote>
<p>นับว่ากิจกรรม “ชมรมชนเผ่า” ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ตรงกับความต้องการของชุมชน <strong>ชานน โชติคัดนานต์</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คีรีราษฎร์ ในฐานะเป็นผู้นำที่มีสายเลือดความเป็น “ชนเผ่าม้ง” ที่เข้มข้น เห็นด้วยกับแนวทางการบ่มเพาะของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกสศ. เพราะทางชุมชนต้องการครูนักพัฒนาที่มีใจรักและห่วงแหนวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะภาษา การแต่งกาย หรือประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมต้องสืบสานให้คงอยู่ไม่ถูกกลืนหายไป</p>
<p>“ชุมชนอยากให้มหาวิทยาลัยและ กสศ. ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกความภาคภูมิใจในตัวตน เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆ พอไปเรียนหรืออยู่ที่อื่นไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นม้ง เพราะอายที่พูดไทยไม่ชัดซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่จะเป็นสิ่งน่าอายหากเราลืมรากเหง้าตัวเองว่าเรา คือใครต่างหาก” นายกฯอบต. กล่าวด้วยความคาดหวัง</p>
<p>ทั้งหมดคือแนวทางในการเจียระไน “เด็กยากไร้” ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้กลับมาเป็นครูนักพัฒนาบ้านเกิด ไม่ละทิ้งถิ่นฐานไปเป็นแรงงานรับจ้างต่างถิ่น สุดท้ายถูกความเจริญจอมปลอมกลืนกินทั้งร่างกาย และจิตวิญญาณ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่สั่งสมมายาวนานในสังคมไทยให้เบาบางลง และยังเป็นมิติใหม่ทางการศึกษาในการผลิตครูรุ่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9482" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
