<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มหาวิทยาลัยยอร์ก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Aug 2020 06:42:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มหาวิทยาลัยยอร์ก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การจัดห้องเรียนตามความฉลาดส่งผลต่อประสิทธิการเรียนรู้ของเด็กชายขอบหรือเด็กยากจน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/knowledge-03-08-20a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2020 06:42:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[Stephen Lecce]]></category>
		<category><![CDATA[Carl James]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[TDSB]]></category>
		<category><![CDATA[Toronto District School Board]]></category>
		<category><![CDATA[John Malloy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=19038</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐออนทาริโอตัดสินใจยกเลิกระบบจัดห้องเรียนตามความฉลาด ร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-03-08-20a/">การจัดห้องเรียนตามความฉลาดส่งผลต่อประสิทธิการเรียนรู้ของเด็กชายขอบหรือเด็กยากจน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>รัฐออนทาริโอตัดสินใจยกเลิกระบบจัดห้องเรียนตามความฉลาด</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐออนทาริโอในแคนาดากำหนดแผนยกเลิกระบบการจัดห้องเรียนตามความฉลาด หรือระบบที่เรียกว่า streaming เนื่องจากผลการวิจัยระบุว่าระบบการจัดห้องเรียนตามความฉลาดส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นชายขอบอย่างเด็กผิวดำหรือเด็กครอบครัวยากจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐบาลท้องถิ่นออนทาริโอได้ใช้เวลานับหลายปีในการทำงานร่วมกับครูผู้สอน นักการศึกษา และกลุ่มนักวิจัยในการยุติระบบนี้ โดยจะเริ่มจากนักเรียนระดับชั้นเกรด 9 เป็นกลุ่มแรก</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-19041" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic01_july_รัฐออนทาโร.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic01_july_รัฐออนทาโร.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic01_july_รัฐออนทาโร-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic01_july_รัฐออนทาโร-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic01_july_รัฐออนทาโร-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบการจัดห้องเรียนตามความฉลาดหรือผลในเชิงวิชาการ ที่กำหนดให้นักเรียนได้มุ่งสู่การคว้า “ความเป็นเลิศทางวิชาการ” หรือการเรียน “ตามรายวิชาที่กำหนด” เพื่อสอบเข้าระดับ</span><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัย ส่งผลโดยตรงต่อกลุ่มเด็กผิวดำและเด็กด้อยโอกาสที่ครอบครัวรายได้ต่ำ และส่งผลต่ออัตราการจบการศึกษาและโอกาสในการเข้าเรียนต่อระดับสูงที่ค่อนข้างต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจของรัฐออนทาริโอได้ถูกเปิดเผยบนหน้าเว็บไซต์ข่าว Toronto Star พร้อมกับบทสัมภาษณ์รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอย่างสตีเฟ่น ลีซซ์ (Stephen Lecce) เขากล่าวว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ “เป็นระบบ เหยียดเชื้อชาติ และเต็มไปด้วยการแบ่งแยก” เขาเน้นย้ำความคิดในการประกาศครั้งนี้อย่างหนักแน่น</span></p>
<blockquote><p><b>เห็นได้อย่างแน่ชัดว่าระบบนี้เป็นเหตุของการแบ่งแยกความแตกต่างในระบบการศึกษา ไม่ว่าระบบนี้จะเป็นการแบ่งแยกเชื้อชาติของนักเรียน การละเลยความสามารถในการเข้าศึกษาของเด็กนักเรียนผิวดำและเด็กพื้นเมือง หรือการขาดความเมตตาที่ควรมีต่อนักเรียนที่มีความหลากหลาย และมีพื้นฐานสถานะครอบครัวที่แตกต่างกัน</b></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">สตีเฟ่นกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เด็กนักเรียนและครูผู้สอนสมควรที่จะได้มีระบบการศึกษาและการเรียนการสอนที่</span></p>
<blockquote><p><b>คำนึงถึงคนทุกกลุ่ม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ดังนั้นหากเป็นระบบการศึกษาที่ได้รับการออกแบบมาอย่างรอบคอบ มันจะสร้างให้เกิดการสนับสนุนที่เท่าเทียมแก่เด็กนักเรียนทุกคน ในการบรรลุศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่</b></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า แผนการยกเลิกฉบับสมบูรณ์นั้นจะถูกดำเนินงานในเวลาอันใกล้นี้ และมีความคาดหวังว่าจะดำเนินงานจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในปี 2021-2022 โรงเรียนในออนทาริโอนั้นเป็นหนึ่งเมืองของแคนาดาที่ยังคงแบ่งห้องเรียนตามความฉลาดในระบบเดิม จนถึงมัธยมศึกษาต่อปลายที่แบ่งเรียนเป็นสายวิชาการ เพื่อตอบรับระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจากมหาวิทยาลัยยอร์กในปี 2017 โดยศาสตราจารย์ คาร์ล เจมส์ (Carl James) พบว่า นักเรียนวัยรุ่นผิวดำในพื้นที่ Greater Toronto โทรอนโท พบว่า มีนักเรียนที่เป็นคนผิวดำที่เรียนในโปรแกรมทางวิชาการเพียง 53% เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนผิวขาวที่มีถึง 81% และ 80% ของนักเรียนอื่นๆ ได้รับการจัดหมวดในกลุ่ม “เด็กนักเรียนที่ถูกแบ่งแยกตามเชื้อชาติ” นั่นหมายความว่าถูกรับรู้ว่าเป็นเด็กนักเรียนที่เป็นคนกลุ่มน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่รายงานจาก People for Education ในปี 2015 ระบุว่า นักเรียนที่เรียนแบบ applied courses</span> <span style="font-weight: 400;">ในเกรด 9 มีอัตราการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยน้อย และนักเรียนจากครอบครัวรายได้ต่ำก็มีแนวโน้มว่าจะลงทะเบียนเข้าเรียนแบบ applied courses ทางคณะกรรมการ Toronto District School Board (TDSB) มีแผนจะยกเลิกการแบ่งห้องเรียนในเกรด 9 และ 10 หลังจากทีค้นพบว่ามีนักเรียนเพียง 40% ที่เลือก applied course ในเกรด 9 แล้วสามารถจบการศึกษาได้ภายใน 5 ปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>การแบ่งห้องเรียนแบบคัดเกรดนั้นฝังอยู่ในวัฒนธรรมการศึกษา</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19042" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic02_july_รัฐออนทาโร.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic02_july_รัฐออนทาโร.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic02_july_รัฐออนทาโร-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic02_july_รัฐออนทาโร-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/EEF_pic02_july_รัฐออนทาโร-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการแห่ง TDSB จอห์น มัลลอย (John Malloy) ซึ่งเป็นคณะกรรมการด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของเมืองออนทาริโอในครั้งนี้ เขากล่าวว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นแม้จะเต็มไปด้วยความซับซ้อน และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการการสนับสนุนอย่างมาก อีกทั้งยังต้องส่งเสริมความสามารถในการตรวจสอบได้” เพื่อการันตีความสำเร็จของเด็กนักเรียน ทางคาร์ลเองก็ระบุในงานวิจัยว่า การเปลี่ยนระบบนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งทั้งงานวิจัยของเขาเองและของคนอื่นๆ ก็แสดงให้เห็นว่าอคติเกี่ยวกับเชื้อชาติและพื้นหลังทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้เรียนนั้น มีผลต่ออนาคตด้านการศึกษาของเด็กแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คาร์ลเองยังกล่าวว่า ครอบครัวส่วนมากไม่ได้มีการตระหนักถึงผลของการแบ่งแยกห้องเรียนตามความฉลาดว่าส่งผลระยะยาวต่อการศึกษาของเด็กอย่างไร คาร์ลเตือนอีกว่า ระบบการจัดห้องตามความฉลาดนั้นฝังเป็นส่วนหนึ่งกับระบบโรงเรียนในออนทาริโอ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงต้องใช้เวลาเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้นหากมองในเชิงวัฒนธรรม แนวคิดทั้งหมดของการแบ่งห้องเรียน เราจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีคุณครู นักเรียน และพ่อแม่ ที่เริ่มปรับวิธีคิดใหม่ว่าการจัดนักเรียนเข้าในห้องเรียนนั้นสามารถทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความสามารถและจุดเด่นของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างไร มันไม่จำเป็นต้องแบ่งห้องตามเกรดหรือตามความฉลาดทางวิชาการเลยเพื่อที่จะสนับสนุนความสามารถของเด็กแต่ละคน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการยังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีข้อลงโทษอย่างเหมาะสมสำหรับครูที่แสดงความคิดเห็นหรือมีทีท่าที่บ่งชี้ว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ หรือมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแบ่งแยก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาบทความ : </strong><a href="https://www.cbc.ca/news/canada/toronto/ontario-streaming-high-school-racism-lecce-1.5638700" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Ontario to end &#8216;discriminatory&#8217; practice of academic streaming in Grade 9</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-03-08-20a/">การจัดห้องเรียนตามความฉลาดส่งผลต่อประสิทธิการเรียนรู้ของเด็กชายขอบหรือเด็กยากจน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
