<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มนสวรรค์ สืบศรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Jun 2024 05:24:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มนสวรรค์ สืบศรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถ. และ กสศ. พร้อมเชื่อมโยงการทำงานในทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180624/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 05:24:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[มนสวรรค์ สืบศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=82955</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และกองทุนเพื่อความเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180624/">สถ. และ กสศ. พร้อมเชื่อมโยงการทำงานในทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)&nbsp; มาแล้วเป็นปีที่ 5 เพื่อพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ นักเรียนพิการ ผู้ด้อยโอกาส พัฒนาครู และสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>ทั้งสองหน่วยงานได้สร้างความร่วมมือเพื่อสร้างกลไกการส่งต่อนักเรียน การเชื่อมโยงข้อมูลนักเรียน สำหรับการคัดกรองความยากจนนักเรียนในสถานศึกษาสังกัด อปท. ทั่วประเทศ เกิดการปฏิรูปรูปแบบการจัดสรรเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนค่าปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ด้วยการใช้ข้อมูลการคัดกรองความยากจนชี้เป้าเพื่อการจัดสรรเงินนักเรียนเป็นรายบุคคล ได้มากกว่า 25,000 คนต่อปีการศึกษา&nbsp;</p>



<p>นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น <strong>‘มนสวรรค์ สืบศรี’</strong> <strong>หัวหน้าฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ทางการศึกษาท้องถิ่น กองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย</strong> ยังกล่าวถึงการทำงานระหว่างสองหน่วยงาน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงมิติอื่น ๆ อีกหลายด้าน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-90a051"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo-02-ความร่วมมือกับ-กสศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มนสวรรค์ สืบศรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>หัวหน้าฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ทางการศึกษาท้องถิ่น สถ.</strong> เล่าว่า การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในบทบาทความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด คือเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานกลาง ที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เหมือน สถ. เป็นต้นคิด และคอยคล้องแขนจับมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่น ๆ มาร่วมกันทำให้สำเร็จ หากขับเคลื่อนไปโดยลำพังอาจจะเกิดผลเชิงประจักษ์ได้ยากในระยะเวลาที่จำกัด ภาระงานของ สถ. เหมือนการทำงานของ กสศ. ที่พยายามจะผนึกกำลังจากภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานด้านการศึกษา ในทุก ๆ มิติ เพื่อที่จะมาเติมเต็ม ให้เป้าหมายที่วางไว้สำเร็จลุล่วง</p>



<p>“การทำงานที่ผ่านมา ก็เหมือนการได้สัมผัสความเป็นจริงในระดับพื้นที่ บางพื้นที่ บางจังหวัด ก็ให้ความร่วมมือกับนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พยายามหาแนวทางเติมเต็มอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็ก ให้กับเยาวชนในท้องถิ่น บางพื้นที่ก็อาจจะถูกสังคมเมืองเข้าไปกลืนวัฒนธรรมความเป็นอยู่ เกิดเป็นช่องว่างทางสังคม กลายเป็นท้องถิ่นที่อยู่กันแบบตัวใครตัวเขา หากปัญหานี้เกิดขึ้นกับที่ไหน ก็อาจจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทลายกำแพงระหว่างกันที่เกิดขึ้นในชุมชน</p>



<p>“ช่วงที่โควิค-19 ระบาด เป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้เห็นภาพใหญ่ของหลาย ๆ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องของการขาดโอกาสในหลาย ๆ มิติ สะท้อนให้เห็นว่า ทุกคน ทุกชุมชน จะใช้ชีวิตเพียงลำพัง ขาดความเอาใจใส่ต่อคนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ได้ วิกฤตที่เกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่กระตุ้นให้ทุกคนต้องมาช่วยกันทบทวนว่า เราจะหาวิธีดูแลคนในทุกช่วงอายุและทุกกลุ่มได้อย่างไร และเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ โดยต้องใช้เวลาและการทำงานที่ต่อเนื่องเพื่อสร้าง Mindset สร้างกรอบความคิด ทัศนคติ ให้เข้าใจความหมาย และตระหนักว่า การดูแลคนทุกกลุ่ม และพยายามสร้างสังคมให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หรือปล่อยให้สมาชิกในชุมชนคนหนึ่งคนใดเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เพียงลำพัง คือ จุดเริ่มต้นสำคัญในการเปลี่ยนสังคมในระดับฐานราก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6b4ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo01-ความร่วมมือกับ-กสศ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>หัวหน้าฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ทางการศึกษาท้องถิ่น สถ.</strong> เล่าอีกว่า ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ทำให้บอกได้ว่า การที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในแต่ละพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามและความต่อเนื่อง ไม่มีที่ไหนที่เราให้นโยบายการทำงานไปแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในทันที ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ อปท. จัดตั้งขึ้นมาเอง โรงเรียนดังกล่าวมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มีมุมมองการพัฒนาที่กว้างไกล พอที่จะหาช่องทางว่าทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน หามาตรการที่เหมาะสม และแก้ปัญหาได้จริงมาช่วยให้เด็กในพื้นที่เข้าถึงการศึกษา โดยไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>โรงเรียนแห่งนี้ใช้วิธีออกแบบการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นต่อทักษะชีวิตของเด็ก สามารถสร้างให้เด็กมีความเป็นเลิศตามอัจฉริยภาพของแต่ละคนได้ บางคนเก่งเรื่องกีฬา ก็ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ บางคนเก่งด้านคอมพิวเตอร์ ก็ได้รับการศึกษาที่ช่วยให้เรียนรู้จนต่อยอดไปสู่ความเป็นมืออาชีพได้ โรงเรียนแห่งนี้ สามารถออกแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง มีรายได้ระหว่างเรียน สามารถนำทักษะไปใช้ในการทำงานที่ถนัดได้จริง เป็นการจัดการศึกษาที่ช่วยให้เด็กที่เรียนจบแล้วมีแนวทางในการดูแลตัวเองได้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโรงเรียนแห่งนี้ มาจากความร่วมมือของหลาย ๆ ภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร อปท. ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรในโรงเรียน มองเป้าหมายของการจัดการศึกษาไปในทิศทางเดียวกัน</p>



<p>แต่การทลายกำแพงให้บุคลากรของแต่ละท้องถิ่น ในแต่ละพื้นที่มองเห็นแนวทางในการขับเคลื่อนโรงเรียนไปในทิศทางเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า นโยบายเดียวกัน อาจจะสร้างความสำเร็จให้กับโรงเรียนหนึ่ง แต่กลับไม่เกิดผลลัพธ์อันพึงประสงค์ในบางโรงเรียน อาจเป็นเพราะบุคลากรของโรงเรียนหรือพื้นที่ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการที่จะเปลี่ยนแปลง และเลือกที่จะอยู่แบบเดิม</p>



<p>ปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนของท้องถิ่น เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น คือคนในชุมชน ที่เริ่มเห็นคุณค่าของตัวเอง เห็นคุณค่าของความเป็นสังคมนั้น ๆ เกิดมุมมองร่วมกันว่า ทำอย่างไรจึงจะช่วยให้ชุมชนที่ตัวเองพักอาศัยอยู่ มีอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ หากคนในชุมชนได้รับแรงกระตุ้นจากผู้นำ หรือบุคคลที่คนในชุมชนให้การยอมรับ เหมือนในหลาย ๆ พื้นที่ ที่ กสศ. ให้บุคลากรที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับพื้นที่ได้ อย่าง ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ไปจุดประกายให้คนในพื้นที่ ขับเคลื่อนชุมชนไปในทิศทางที่ถูกต้อง ก็จะสามารถเปลี่ยนโรงเรียนให้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้เด็กในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาโดยไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่อยากมีต้นแบบความสำเร็จ ไว้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อดำเนินตาม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-74f5ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo03-ความร่วมมือกับ-กสศ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มนสวรรค์</strong>กล่าวอีกว่า อำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดไว้อย่างชัดเจนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ อีกทั้ง ต้องช่วยเหลือประชาชน ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แต่หลายแห่งก็ยังขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หลายแห่ง ยังไม่มีใครที่จะช่วยชี้ทิศทางการทำงานที่ถูกต้องให้กับพื้นที่ สิ่งที่อยากเห็นเพื่อเติมเต็มในส่วนนี้ อาจจะยกตัวอย่างได้จากกรณีที่ กสศ. ไปจับมือกับ อบจ.ปัตตานี จนสามารถสร้างกลไกการให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จากบุคลากรในระดับตำบลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในระดับพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่างความร่วมมือที่กล่าวมา ทำให้เกิดเครื่องมือสำคัญในการค้นหาเคสและให้ความช่วยเหลือ มีกองทุนให้ความช่วยเหลือ มีระบบการส่งต่อและเชื่อมโยงข้อมูลของ รพ.สต. แต่ละพื้นที่ เกิดแนวทางในการดึงต้นทุนทางวัฒนธรรม มาเป็นทุนในการช่วยเหลือและลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเด็กและเยาชนในพื้นที่และออกแบบระบบการบริหารจัดการที่ยั่งยืน ต้องย้ำว่า ผู้นำทางความคิดที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายให้ชุมชนลุกขึ้นมาออกแบบแนวทางในการดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญ</p>



<p>“ภารกิจที่ กสศ. ทำอยู่กับเด็กทุกช่วงวัย ทั้งที่อยู่ในวัยเรียนและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นเรื่องที่เดินมาถูกทางแล้ว ในอนาคตอยากให้มองไปที่กลุ่มของเด็กปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพราะในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรในวัยเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันสร้างกลไกและช่วยกันหาแนวทางให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ให้ได้รับการพัฒนาในแต่ละด้านอย่างเท่าเทียมตั้งแต่เด็ก ก็จะเป็นเหมือนการเข้าไปดูแลหรือแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง</p>



<p>“อีกส่วนหนึ่งที่อยากให้เกิดขึ้นก็คือเรื่องของงานวิจัยด้านต่าง ๆ ที่สามารถนำมาส่งเสริมและสนับสนุนข้อเท็จจริงของสังคมไทย ในมิติต่าง ๆ&nbsp; ที่ครอบคลุมกับปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา งานวิจัยที่สามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างกลไก ยุทธศาสตร์ และแนวทางในการบูรณาการการทำงานในระดับนโยบาย เกิดแนวทางในการสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับชุมชน มาจนถึงส่วนกลาง เชื่อมโยงกับแนวทางในการแก้ไขความยากจนในกลุ่มคนเปราะบาง เชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อวางเป้าหมายในการทำงาน ให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย ไปพัฒนาการทำงาน และมองไปในอนาคต สร้างแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนเท่ากันได้ แต่เราก็ไม่ย่อท้อในการที่จะสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคมให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต ” มนสวรรค์กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180624/">สถ. และ กสศ. พร้อมเชื่อมโยงการทำงานในทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
