<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มติครม. | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Jan 2023 11:41:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.9</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มติครม. | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม. เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 วงเงิน 7.9 พันล้าน ลงทุนแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-23012023-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2023 09:45:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทิพานัน ศิริชนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=63914</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครม. เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 7 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-23012023-budget/">ครม. เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 วงเงิน 7.9 พันล้าน ลงทุนแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครม. เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 7,985,786,100 บาท ตามที่บอร์ด กสศ. เสนอมาตรการฟื้นฟูเด็กเยาวชนจากผลกระทบโควิดกลับสู่ภาวะปกติ ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขช่วยนักเรียนยากจนพิเศษสู้ค่าครองชีพพุ่ง</strong></p>



<p>วันนี้ (24 มกราคม 2566)<strong> น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนการใช้เงินของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ตามที่คณะกรรมการบริหาร กสศ. ขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 7,985,786,100 บาท ซึ่งประกอบไปด้วย 9 แผนงาน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้</p>



<p><strong>1. นวัตกรรมและการวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> เช่น วิจัยและพัฒนาร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมิติต่าง ๆ กรอบวงเงินงบประมาณ 267.50 ล้านบาท</p>



<p><strong>2. พัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา (ปฐมวัย-ภาคบังคับ)</strong> เช่น พัฒนาระบบคัดกรองและช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในครัวเรือนยากจนที่สุดร้อยละ 15 ล่างของประเทศ เพื่อให้เข้าถึงการเรียนรู้ การจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) โดยผลักดันให้มีการปรับอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน รวมทั้งติดตามนักเรียนเพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา กรอบวงเงินงบประมาณ 5,359.05 ล้านบาท</p>



<p><strong>3. พัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ</strong> เช่น พัฒนากลไกและสร้างเครือข่ายโรงเรียนเชิงพื้นที่ในระดับจังหวัดให้เป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กรอบวงเงินงบประมาณ 280 ล้านบาท</p>



<p><strong>4. จัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ</strong> เช่น จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/สังเคราะห์ข้อมูลระหว่างคณะทำงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ กรอบวงเงินงบประมาณ 70 ล้านบาท</p>



<div style="height:30px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02.jpg" alt="" data-id="63923" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=63923" class="wp-image-63923" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04.jpg" alt="" data-id="63924" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=63924" class="wp-image-63924" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/13-บอร์ด-กสศ.-เสนอ-ครม-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p><strong>5. พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</strong> เช่น ส่งเสริมนักเรียนยากจนพิเศษและครูตำรวจตระเวนชายแดนประจำการพื้นที่ห่างไกลที่มีใจรักในวิชาชีพครูได้เรียนครูและกลับไปเป็นครูยังภูมิลำเนาของตนเอง กรอบวงเงินงบประมาณ 394.11 ล้านบาท</p>



<p><strong>6. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ</strong> เช่น สนับสนุนเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในสายอาชีพที่เสมอภาคกับเยาวชนทุกคน กรอบวงเงินงบประมาณ 1,025.92 ล้านบาท</p>



<p><strong>7. ส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน และประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> เช่น ส่งเสริมให้ได้รับโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถจนมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพตามศักยภาพ กรอบวงเงินงบประมาณ 251 ล้านบาท</p>



<p><strong>8. สื่อสารความรู้และระดมความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ</strong> เช่น สนับสนุนให้เกิดพื้นที่การมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ กรอบวงเงินงบประมาณ 46.50 ล้านบาท</p>



<p><strong>9. บริหารและพัฒนาระบบงาน </strong>โดยพัฒนาระบบตามแผนดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยลดภาระงานเชิงปริมาณ เกิดความแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดเชิงปฏิบัติงาน กรอบวงเงินงบประมาณ 291.71 ล้านบาท</p>



<p><em>“ผลผลิตสำคัญ ผลต่อประชาชนและประเทศของการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่สำคัญ เช่น เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสได้รับการอุดหนุนเงินเพื่อบรรเทาอุปสรรคการเข้าถึงการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2,636,304 คน/ครั้ง เยาวชนและแรงงานนอกระบบการศึกษาได้รับการช่วยเหลือตามความจำเป็นหรือสนับสนุนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการพัฒนาทักษะวิชาชีพที่เหมาะสม ครูและหน่วยจัดการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบการศึกษาได้รับการพัฒนาคุณภาพทั่วถึง” น.ส.ทิพานัน กล่าว</em></p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter columns-1 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="1400" height="934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-1400x934.jpg" alt="" data-id="63918" class="wp-image-63918" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-1400x934.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-1536x1025.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/S__2048427.jpg 1568w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</figcaption></figure></li></ul></figure>



<div style="height:40px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<p><strong>น.ส.ทิพานัน</strong> กล่าวต่อไปว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีส่วนสำคัญที่ช่วยดูแลเด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยมีเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขช่วยบรรเทาหรือลดอุปสรรคทางการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่จำเป็น ตั้งแต่ระดับประถมวัยจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน</p>



<p>นอกจากนี้กลุ่มเยาวชนและแรงงานที่ปัจจุบันอยู่นอกระบบการศึกษา ก็สามารถได้รับการช่วยเหลือตามความจำเป็น สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ รวมถึงทักษะด้านวิชาชีพที่เหมาะสมต่อไปด้วย&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของครูและหน่วยจัดการเรียนรู้ สามารถสนับสนุนการการพัฒนาคุณภาพทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษาที่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต</p>



<p><em>“ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความใส่ใจ และมีความตั้งใจจริงที่จะผลักดันคุณภาพเรื่องของการศึกษาให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่อไป”</em></p>



<p></p>



<p><strong>อ่าน &#8211;</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-230123/?fbclid=IwAR0iTyC0F9aqSmKWbXQ1vE6eDJDGpMr25FyjrtK_q0LhVzUygW2Mnh7yTZE">บอร์ด กสศ. เสนอ ครม. อนุมัติงบแก้เหลื่อมล้ำการศึกษาปี 67</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-23012023-budget/">ครม. เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 วงเงิน 7.9 พันล้าน ลงทุนแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แต่งตั้ง “ดร.ไกรยส” รองผู้จัดการกสศ.ร่วมทัพปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/03072020-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2020 06:59:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วรากรณ์ สามโกเศศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิวัฒน์ เรืองเลิศปัญญากุล]]></category>
		<category><![CDATA[วิวัฒน์  ศัลยกำธร]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริเดช สุชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศักรินทร์ ภูมิรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโคโรน่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17862</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปฏิรูปประเทศต้องเดินหน้าต่อไป โดยการประชุมคณะรัฐมนตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/03072020-5/">แต่งตั้ง “ดร.ไกรยส” รองผู้จัดการกสศ.ร่วมทัพปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17874" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปฏิรูปประเทศต้องเดินหน้าต่อไป โดย</span><span style="font-weight: 400;">การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. ) เมื่อวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">30 </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จำนวน 13 คณะ  ประกอบด้วย การแต่งตั้งแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งเพิ่มเติมจำนวน 11 คณะ และแต่งตั้งขึ้นใหม่ 2 คณะ  </span></p>
<p>กล่าวสำหรับ <strong>“คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</strong>ชุดใหม่ มาทำความรู้จักกัน เริ่มต้นจาก <b>นายวรากรณ์   สามโกเศศ </b>เป็นประธานกรรมการ  ปัจจุบันนายวรากรณ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะที่ปรึกษาด้าน<span style="font-weight: 400;">ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรน่า </span>อีกด้วย</p>
<p>สำหรับ คณะกรรมการล้วนเป็นบุคลากรแวดวงการศึกษาชั้นนำ เพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นผลสำเร็จ<span style="font-weight: 400;">  ได้แก่  <strong>นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์</strong> </span><span style="font-weight: 400;"> ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยา</span><span style="font-weight: 400;">ศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์</span><span style="font-weight: 400;">  <strong>นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ </strong> </span><span style="font-weight: 400;">นายกสภาวิศวกร กรรมการในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><strong>นางประพันธ์ศิริ สุเสารัจ </strong><span style="font-weight: 400;">ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.)</span><span style="font-weight: 400;"> และ</span> <span style="font-weight: 400;">คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย</span><span style="font-weight: 400;">ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)  ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลิตนิสิตเรียนดีแต่ยากจนในโครงการเพชรในตม  <strong>นาย</strong></span><strong>ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์</strong> <span style="font-weight: 400;">ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><strong>นายศิริเดช สุชีวะ </strong><span style="font-weight: 400;">คณบดีคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   <strong>นาย</strong></span><strong>สมภพ  มานะรังสรรค์ </strong><span style="font-weight: 400;">อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์</span> <span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์</span><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </span><span style="font-weight: 400;"><strong>นายวิวัฒน์  เรืองเลิศปัญญากุล</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายวิวัฒน์  ศัลยกำธร </strong>หรือที่รู้จักกันในนาม <strong>&#8220;อาจารย์ยักษ์&#8221; </strong> </span><span style="font-weight: 400;">อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง</span><span style="font-weight: 400;">เกษตรและสหกรณ์ ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ</span><span style="font-weight: 400;">  อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายไกรยส  ภัทราวาท</strong> รองผู้จัดการกสศ.  นักการศึกษารุ่นใหม่เคยเป็นกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาร่วมผลักดันกฎหมายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  <strong>นางสาวกานดา  ชูเชิด </strong> ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม เป็นกรรมการและเลขานุการ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17882" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-4.jpg" alt="" width="855" height="719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-4-300x252.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-4-768x646.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-4-750x631.jpg 750w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้  แต่งตั้ง</span><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ชุดใหม่ รวม 14 คน โดยมี นายนิธิ มหานนท์ เป็นประธานกรรมการ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งเพิ่มเติมจำนวน 11 คณะ ได้แก่  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง รวม 13 คน โดยมี นายปกรณ์ ปรียากร เป็นประธานกรรมการ   คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน รวม 15 คน โดยมี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นประธานกรรมการ  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย รวม 14 คน โดยมี นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม รวม 15 คน โดยมี นายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นประธานกรรมการ  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ รวม 15 คน โดยมี นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นประธานกรรมการ  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 15 คน โดยมี นายรอยล จิตรดอน เป็นประธานกรรมการ  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการสาธารณสุข รวม 15 คน โดยมี นายอุดม คชินทร เป็นประธานกรรมการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ รวม 15 คน โดยมี นายเสรี วงษ์มณฑา เป็นประธานกรรมการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม รวม 14 คน โดยมี นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ   ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการ  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน รวม 15 คน โดยมี นายพรชัย รุจิประภา เป็นประธานกรรมการ   คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวม 14 คน โดยมี นายภักดี โพธิศิริ เป็นประธานกรรมการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/03072020-5/">แต่งตั้ง “ดร.ไกรยส” รองผู้จัดการกสศ.ร่วมทัพปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/02072020-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 08:10:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุน]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17773</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2563  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/02072020-4/">โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17781" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้</span>สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2563  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นการเปิดภาคเรียนที่ทำให้ บุคลากรทางการศึกษา เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ได้สัมผัสกับสถานการณ์ใหม่ทางการศึกษา</p>
<p>อย่างไรก็ดี ก่อนการเปิดเทอมไม่กี่วัน กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้เสนอการเตรียมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบเช่นกัน</p>
<p>ตามรายงานดังกล่าว ศธ. สรุปข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้</p>
<p><strong>1.ได้จัดทำแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัด</strong> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) ปีการศึกษา 2563 และได้มีการชี้แจงเอกสารดังกล่าวในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่าน Video Conference เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ดำเนินการประเมินตนเองเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปก.จ.) ตามลำดับ รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</p>
<p><strong>2. กำหนดให้โรงเรียนสำรวจความพร้อมการเปิดเรียน ภาคเรียนที่ 1/2563</strong> โดยจำแนกแบบสำรวจเป็น 3 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบสำรวจข้อมูลสำหรับโรงเรียนทั่วไป 2) แบบสำรวจข้อมูลสำหรับโรงเรียนที่มีจำนวนลักษณะพิเศษ (พักนอน) และ 3) แบบสำรวจโรงเรียนทั่วไปที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 20 คนต่อห้อง สำหรับระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาส หรือจำนวนนักเรียนมากกว่า 25 คนต่อห้อง สำหรับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งผลการสำรวจสรุปได้ ดังนี้</p>
<p>2.1 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน</p>
<p>1) โรงเรียน 51.00 % เป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน ไม่เกิน 120 คน</p>
<p>2) มีโรงเรียน/สถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ซึ่งจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ทั้งเฉพาะความพิการและศูนย์การศึกษาพิเศษ รวมถึงเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์โดยรับนักเรียนทั้งประเภทอยู่ประจำ และไป-กลับ จำนวนรวม 176 โรงเรียน</p>
<p>2.2 แนวทางการจัดการเรียนการสอน และมาตรการเฝ้าระวัง/ป้องกันโรค  จากการสำรวจพบว่า แผนการดำเนินการของโรงเรียนเป็นไปตามเอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอน โดย<strong>โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 81.77 % วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ (On-site) ที่เหลือจัดแบบผสมผสาน </strong></p>
<p>2.3 กรณีพิเศษอื่นๆ</p>
<p>1) กรณีนักเรียนไทยที่ตกค้างอยู่ในต่างประเทศ ที่ไม่สามารถข้ามพรมแดนกลับมาได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำนักเรียนกลับมายังประเทศไทย ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)</p>
<p>2) กรณีนักเรียนต่างชาติ ยังไม่สามารถข้ามชายแดนมาเรียนได้ สพฐ.จะดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สำหรับการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนกลุ่มนี้ เช่น ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับสื่อการเรียนการสอน หรือวิธีการอื่น ๆ ตามบริบทพื้นที่</p>
<p>3) กรณีโรงเรียนประจำ/นักเรียนประจำพักนอน สพฐ. กำหนดมาตรการการดำเนินงานสำหรับโรงเรียนประจำ/นักเรียนประจำพักนอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา และการบริหารค่าอาหารนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17782" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><strong>3. แนวทางการใช้จ่ายเงินอุดหนุนสำหรับโรงเรียนที่จัดสถานที่พักนอนให้กับนักเรียนในพื้นที่ยากลำบาก ห่างไกล  ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้  </strong></p>
<p>ศธ.ได้จัดสรรงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าอาหารนักเรียนพักนอน  สำหรับโรงเรียนที่จัดสถานที่พักนอนให้กับนักเรียนในพื้นที่ยากลำบาก ห่างไกล ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ โดยโรงเรียนได้ดำเนินการ กำกับ ดูแล และจัดระบบแบบเต็มเวลา และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอน 3 รูปแบบ ซึ่งโรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยพิจารณาตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน ดังนี้</p>
<p>1) การเรียนในชั้นเรียน (On-Site) 2) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air) และ 3) การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online)  กรณีโรงเรียนเลือกจัดการเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air)  และ/หรือการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online)  นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้จากที่บ้าน ซึ่งไม่ได้พักนอนที่โรงเรียน</p>
<p>ดังนั้น โรงเรียนจึงไม่สามารถดำเนินการจัดอาหารให้แก่นักเรียนได้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จึงกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณค่าอาหารนักเรียนพักนอน โดยให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน  ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง/นักเรียนตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีหลักฐาน คือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง/นักเรียน (ผู้รับเงิน)</p>
<p><strong>4. แนวทางการใช้จ่ายงบอุดหนุนสำหรับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย</strong></p>
<p>ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน  และค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนประจำ</p>
<p>ประกอบด้วย รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาด้านวิชาการสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และรายการค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นนักเรียนประจำ   และเพื่อดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จึงเตรียมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกันในหลายวิธีการ เช่น การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ การเรียนการสอนในชั้นเรียน  และหรือการเรียนการสอนแบบผสมผสาน</p>
<p>ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความพร้อมของพื้นที่จังหวัดและดุลยพินิจของผู้ปกครอง  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบประมาณของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ให้โรงเรียนกำหนดรูปแบบวิธีการและจ่ายค่าอาหาร ค่าอาหารเสริม สำหรับนักเรียนที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ตามที่โรงเรียนกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากโรงเรียน</p>
<p>ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2563 เป็นต้นไป  และให้โรงเรียนสามารถใช้เงินอุดหนุนทั่วไป  รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาของแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</p>
<p>สำหรับนักเรียนประจำ และเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ การเรียนการสอนในชั้นเรียน การเรียนการสอนแบบผสมผสาน และการสอนชดเชย  เช่น  ค่าสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์ ค่าจัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้ ค่าสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต การปรับปรุงพัฒนาอาคารสถานที่แหล่งเรียนรู้  การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดสำหรับนักเรียน ค่าใช้จ่าย สำหรับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ ค่าเบี้ยประชุม เป็นต้น  ตามบริบทของโรงเรียน</p>
<p><strong>5. การอนุมัติการจบการศึกษาปีการศึกษา 2562</strong> ภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 (ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563)</p>
<p>เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ออกประกาศกระทรวง ลงวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน  ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขผลการเรียนในช่วงนี้ได้ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวง ลงวันที่   9 เมษายน 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน  ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563</p>
<p>กระทรวงศึกษาธิการจึงได้พิจารณาการอนุมัติการจบการศึกษาภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 กับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 6 ที่กำหนดวันเริ่มต้นปีการศึกษา คือวันที่ 16 พฤษภาคม วันสิ้นปีการศึกษา คือวันที่ 15 พฤษภาคม ของปีถัดไป  และกฎหมายระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ข้อสรุปว่า การแก้ไขผลการเรียนและอนุมัติการจบการศึกษา ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 ถือเป็นเหตุสุดวิสัยและถือว่าเป็นการแก้ไขผลการเรียนก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษาถัดไป</p>
<p>โดยไม่ถือเป็นการขัดแย้งกับระเบียบดังกล่าว ดังนั้น การที่สถานศึกษาแก้ไขผลการเรียนของนักเรียนเสร็จสิ้น หลังจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 (ระหว่างวันที่  16 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563) ต้องถือว่าเป็นการอนุมัติให้จบการศึกษา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17784" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><strong>6. การขอรับจัดสรรกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล </strong>จากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)</p>
<p>กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้สำรวจความต้องการขอรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของนักเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่านักเรียนมีความต้องการกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล รวมทั้งสิ้น 1,158,931 กล่อง เป็นความต้องการของนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1,030,798 กล่อง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 127,867 กล่อง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 266 กล่อง ซึ่งจะประสานขอรับจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อไป</p>
<p>ศธ.ยังได้รายงานผลกระทบจากการเปิดภาคเรียนในสถานการณ์โควิด-19 ว่า การจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นการให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน ทั้งองค์ความรู้ ทักษะวิชาการ  ทักษะชีวิตจากการมีปฏิสังคม และยังช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการกำกับดูแลบุตรหลานให้เรียนทางไกล ให้ผู้ปกครองสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีผลิตภาพ</p>
<p>แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน   ศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตระหนักว่าการจัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมในโรงเรียนต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวัง  เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดอันจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/02072020-4/">โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.เสนอให้ กสศ.ได้รับการคุ้มครองตามกม.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/12062020-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2020 08:15:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15997</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/12062020-3/">ครม.เสนอให้ กสศ.ได้รับการคุ้มครองตามกม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-16000" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail1-min.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail1-min.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail1-min-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail1-min-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail1-min-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">9 </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย. ที่ผ่านมา   ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่<strong>ก</strong></span><b>องทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</b><span style="font-weight: 400;"> เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ <strong>กสศ.</strong> เสนอว่า </span><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องจาก</span><span style="font-weight: 400;">พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มาตรา 5 และมาตรา 8 บัญญัติให้จัดตั้ง<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> โดยให้กองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐและมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น และปัจจุบัน กสศ. ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 บัญญัติให้ <strong>“หน่วยงานของรัฐ”</strong> หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย</span></p>
<p><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-16003" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/271065-750x563.jpg 750w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></a></p>
<p><b>ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กสศ. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 สมควรกำหนดให้ กสศ. เป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กสศ. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว </b><span style="font-weight: 400;">จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มาเพื่อดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> สำหรับ</span><span style="font-weight: 400;">สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><b>กำหนดให้ กสศ. เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กสศ. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง  ปัจจุบันได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว จำนวน 64 แห่ง และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การเสนอมาในครั้งนี้จึงเป็นลำดับที่ 68</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/12062020-3/">ครม.เสนอให้ กสศ.ได้รับการคุ้มครองตามกม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดร่างระเบียบสำนักนายกฯ บูรณาการความเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/11062020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2020 10:42:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการนโยบายลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15924</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11062020-2/">เปิดร่างระเบียบสำนักนายกฯ บูรณาการความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-15933 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/THUMBNAIL-min.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/THUMBNAIL-min.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/THUMBNAIL-min-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/THUMBNAIL-min-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/THUMBNAIL-min-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">9 </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีวาระน่าสนใจเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยครม.มีมติเห็นชอบ  </span><b>ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. </b><span style="font-weight: 400;">ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้</span></p>
<p><b> </b>สำหรับสาระสำคัญของร่างระเบียบ</p>
<ol>
<li>กำหนดให้ในการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการใด ๆ ที่จะให้เกิดความร่วมมือกันของภาคส่วนต่าง ๆ อันจะเป็นการลดหรือแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันจากสถานะ สิทธิ โอกาส และการเข้าถึงด้านต่าง ๆ ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม กระบวนการยุติธรรม และด้านอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในสังคม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืนและสมดุล</li>
<li>กำหนดให้มี<b>คณะกรรมการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม (กบสท.)</b></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> และกำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กำหนดให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำหน้าที่เลขานุการของ กบสท. รับผิดชอบในงานธุรการและอำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ของ กบสท.</span><span style="font-weight: 400;"> </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">กำหนดให้หน่วยงานรัฐให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของ กบสท.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กำหนดให้เบี้ยประชุม ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของ กบสท. และคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และที่ปรึกษา ที่ กบสท. แต่งตั้งให้เบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของ สศช.</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2561   สภาพัฒน์ฯ เคยยกร่างระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. เสนอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)  บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระที่ประชุมครม.  โดยครั้งนั้น  กำหนดโครงสร้างให้มี</span><b>คณะกรรมการนโยบายลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน หรือ กนล. </b><span style="font-weight: 400;"> มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> กนล.มีอำนาจ <strong>“กำหนดกรอบตัวชี้วัดด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศ เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ และแผนปฏิบัติการในการบูรณาการพิจารณาแผนงานกลั่นกรองและงบประมาณ กำกับงานดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน เสนอแนะต่อ กนล.ในการจัดทำ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและมาตรการต่างๆ”</strong> อีกด้วย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ   สภาพัฒน์ฯ เคยยกร่างระเบียบสำนักนายกฯ เสนอ ครม.เมื่อปี 2561 มาแล้วครั้งหนึ่ง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
<img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15927" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1591859613882.jpg" alt="" width="599" height="726" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1591859613882.jpg 599w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1591859613882-248x300.jpg 248w" sizes="(max-width: 599px) 100vw, 599px" /><br />
</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11062020-2/">เปิดร่างระเบียบสำนักนายกฯ บูรณาการความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
