<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภูเบศร์ ชื่นชม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Jul 2025 11:35:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.13</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ภูเบศร์ ชื่นชม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เด็กบางคนแค่กลับมาโรงเรียน แต่โลกทั้งใบของเขาไม่เคยกลับมาเหมือนเดิม พรมแดนบาง ๆ ระหว่างการเรียนรู้และการล้มเลิก : บทสัมภาษณ์ ภูเบศร์ ชื่นชม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-1834-170725/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-1834-170725</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 11:35:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเบศร์ ชื่นชม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95057</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางคนเดินเข้ารั้วโรงเรียนพร้อมชุดนักเรียนตัวใหม่ แต่ในใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1834-170725/">เด็กบางคนแค่กลับมาโรงเรียน แต่โลกทั้งใบของเขาไม่เคยกลับมาเหมือนเดิม พรมแดนบาง ๆ ระหว่างการเรียนรู้และการล้มเลิก : บทสัมภาษณ์ ภูเบศร์ ชื่นชม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บางคนเดินเข้ารั้วโรงเรียนพร้อมชุดนักเรียนตัวใหม่ แต่ในใจยังแบกความรู้สึกเก่า ๆ จากสองปีที่โลกหยุดเดิน เด็กบางคนกลับมาเรียนหลังโควิดโดยไม่มีเพื่อนในห้องให้พูดคุย ไม่มีครูที่เขาคุ้น ไม่มีพื้นที่ให้เขารู้สึกว่า “ตัวฉันยังสำคัญอยู่ตรงนี้”</p>



<p>การกลับมาโรงเรียนจึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่สำหรับทุกคน สำหรับเด็กบางคน มันคือการต้องปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนไป โดยที่ตัวเขาเองยังไม่ทันได้เปลี่ยนตาม โควิดอาจหายไปจากแผนที่ แต่ยังหลงเหลืออยู่ในระบบประสาท ในการนอนไม่หลับ การพูดน้อยลง หรือความรู้สึกแปลกแยกทุกเช้าที่ต้องนั่งในห้องเรียน</p>



<p>โรงเรียนบ้านน้ำพ่นไม่ใช่โรงเรียนในเมือง ไม่ได้มีสนามใหญ่ ไม่ได้มีระบบซัพพอร์ตที่สมบูรณ์แบบ แต่มีอะไรบางอย่างที่โรงเรียนใหญ่ ๆ หลายแห่งไม่มี นั่นคือความเข้าใจว่า “การกลับเข้าสู่ระบบ” ไม่ใช่การย้อนกลับไปเหมือนเดิม แต่คือการเดินไปข้างหน้าในฐานะคนที่บอบช้ำร่วมกันมา</p>



<p>โรงเรียนบ้านน้ำพ่น อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนห้วยหลวง ชุมชนที่ดูเหมือนจะไม่เปราะบางนักในเชิงโครงสร้าง แต่กลับมีรอยเปราะบางทางสังคมซ่อนอยู่ในบ้านหลายหลัง เด็กจำนวนไม่น้อยเติบโตมากับปู่ย่าตายาย ขณะที่พ่อแม่ออกไปรับจ้างต่างถิ่น เด็กหลายคนไม่ได้ขาดอาหารกลางวัน แต่ขาดผู้ใหญ่ที่รู้ว่าช่วงนี้เขาเศร้าหรือเริ่มไม่อยากไปโรงเรียน</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30.png" alt="" class="wp-image-95063" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-30-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปู่ย่ากลายเป็นผู้ปกครองหลัก และโทรศัพท์กลายเป็นเพื่อนสนิท</strong></h2>



<p>ช่วงโควิดคือจุดเปลี่ยนของระบบทั้งหมด ผอ.ภูเบศร์ ชื่นชม เล่าว่า เด็กจำนวนมากไม่ได้เจอเพื่อน เจอครู หรือมีประสบการณ์ในห้องเรียนเลยเป็นเวลานาน การเรียนออนไลน์ที่บ้านหมายถึงการอยู่กับมือถือมากกว่าอยู่กับหนังสือ พอเวลาผ่านไป สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่บทเรียน แต่คือวินัย สมาธิ และความสามารถในการอยู่ร่วมกับคนอื่น</p>



<p>“เด็กบางคนเรียนจบ ป.1 ออนไลน์ พอมาโรงเรียนอีกทีคือ ป.2 แล้วไม่เคยเจอห้องเรียนจริง ๆ มาก่อนเลย”</p>



<p>การเติบโตในช่วงวัยสำคัญโดยไม่มีครู ไม่มีเพื่อน ไม่มีแม้แต่กิจวัตรประจำวันแบบโรงเรียน ทำให้เด็กหลายคนเหมือนถูกตัดขาดจากการเรียนรู้แบบมีความสัมพันธ์ พอกลับมาอีกครั้ง ระบบที่รออยู่ตรงหน้าไม่ใช่ระบบที่เขาคุ้นเคย และเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นได้อย่างไร</p>



<p>ในขณะที่พ่อแม่หลายคนต้องย้ายไปทำงานไกลบ้าน รายได้ที่โอนกลับมาอาจยังพอมี แต่ความใกล้ชิดหายไป เด็กอยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งอายุมากและไม่คุ้นกับโลกออนไลน์ ทำให้เมื่อเด็กเข้าสู่โซเชียลหรือเสพเกม ก็ไม่มีใครรู้ทันหรือตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาเห็นหรือเลียนแบบ</p>



<p>มือถือจึงกลายเป็นทั้งแหล่งข้อมูล แหล่งพักใจ และเพื่อนคนเดียวของเด็กบางคนในบางวัน มันคือสิ่งที่เด็กหยิบขึ้นมาได้ง่ายกว่าการเปิดใจคุยกับใครสักคน และเมื่อโรงเรียนเปิดอีกครั้ง หลายคนก็ยังพกเพื่อนคนนั้นติดตัวมา โดยไม่มั่นใจนักว่าใครในห้องนี้จะเข้าใจเขาจริง ๆ ผอ.ภูเบศร์ ชื่นชม เล่าว่า เด็กจำนวนมากไม่ได้เจอเพื่อน เจอครู หรือมีประสบการณ์ในห้องเรียนเลยเป็นเวลานาน การเรียนออนไลน์ที่บ้านหมายถึงการอยู่กับมือถือมากกว่าอยู่กับหนังสือ พอเวลาผ่านไป สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่บทเรียน แต่คือวินัย สมาธิ และความสามารถในการอยู่ร่วมกับคนอื่น</p>



<p>“เด็กบางคนเรียนจบ ป.1 ออนไลน์ พอมาโรงเรียนอีกทีคือ ป.2 แล้วไม่เคยเจอห้องเรียนจริง ๆ มาก่อนเลย”</p>



<p>ในขณะที่พ่อแม่หลายคนต้องย้ายไปทำงานไกลบ้าน รายได้ที่โอนกลับมาอาจยังพอมี แต่ความใกล้ชิดหายไป เด็กอยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งอายุมากและไม่คุ้นกับโลกออนไลน์ ทำให้เมื่อเด็กเข้าสู่โซเชียลหรือเสพเกม ก็ไม่มีใครรู้ทันหรือตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาเห็นหรือเลียนแบบ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong></strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเด็กไม่กลับมาเรียนรู้ เราต้องกลับไปเรียนรู้เด็กก่อน</strong></h2>



<p>“เราประชุมกันทั้งโรงเรียน เพื่อยอมรับก่อนว่าระบบเดิมใช้ไม่ได้แล้ว”</p>



<p>คำถามแรกที่ถูกโยนขึ้นมากลางวงครูคือ “เรายังรู้จักเด็กพอไหม?” เพราะหลังจากสองปีที่หายไป ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าเด็กที่กลับมาเรียนในวันนี้ ยังเป็นเด็กคนเดิมกับเมื่อก่อนโควิดหรือเปล่า</p>



<p>สิ่งที่โรงเรียนเลือกทำคือการคัดกรองเด็กเป็นรายคน รายกลุ่ม ออกเยี่ยมบ้านเพื่อเข้าใจพื้นฐานชีวิตจริง ไม่ใช่แค่เพื่อรายงาน แต่เพื่อสังเกตเงียบ ๆ ว่า เด็กนั่งอยู่ตรงไหน กินข้าวกับใคร ใช้ชีวิตยังไงหลังเลิกเรียน</p>



<p>“เด็กที่แต่งตัวดี ไม่ได้แปลว่าบ้านพร้อมเสมอไป เด็กที่ดูซุกซนอาจไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยง แต่แค่ไม่รู้ว่าจะเรียกร้องความสนใจยังไง” ผอ.เล่าอย่างระมัดระวัง</p>



<p>ครูแต่ละคนกลายเป็นนักสังเกต นักฟัง และนักเจรจากับผู้ปกครอง บางครั้งสิ่งที่เด็กเป็นอยู่ไม่ใช่ปัญหาของเขาคนเดียว แต่คือรอยรั่วของทั้งระบบที่ส่งทอดกันมา ผ่านความเงียบ ความเหนื่อยล้า และความไม่รู้จะพูดยังไงของผู้ใหญ่รอบตัว</p>



<p>“เราต้องกลับไปเรียนรู้เด็กก่อน แล้วค่อยพาเขาเรียนรู้ต่อ” คือหลักคิดของบ้านน้ำพ่น</p>



<p>ครูในโรงเรียนนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่สอนความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ที่พยายามเชื่อมโลกของเด็กกับโลกของผู้ใหญ่เข้าไว้ด้วยกันให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่การให้คำสั่ง “เราประชุมกันทั้งโรงเรียน เพื่อยอมรับก่อนว่าระบบเดิมใช้ไม่ได้แล้ว” ผอ.ภูเบศร์เล่า</p>



<p>สิ่งที่โรงเรียนเลือกทำคือการคัดกรองเด็กเป็นรายคน รายกลุ่ม ออกเยี่ยมบ้านเพื่อเข้าใจพื้นฐานชีวิตจริง เด็กที่แต่งตัวดี ไม่ได้แปลว่าบ้านพร้อมเสมอไป เด็กที่ดูซุกซนอาจไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยง แต่แค่ไม่รู้ว่าจะเรียกร้องความสนใจยังไง</p>



<p>ครูแต่ละคนกลายเป็นนักสังเกต นักฟัง และนักเจรจากับผู้ปกครอง บางครั้งสิ่งที่เด็กเป็นอยู่ไม่ใช่ปัญหาของเขาคนเดียว แต่คือรอยรั่วของทั้งระบบที่ส่งทอดกันมา</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31.png" alt="" class="wp-image-95064" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-31-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ซ่อมใจเด็กด้วยโปงลาง ไม้กวาด และใบไม้พิมพ์ลาย</strong></h2>



<p>กิจกรรมของโรงเรียนไม่ได้เริ่มจากหลักสูตร แต่มาจากคำถามว่า “เด็กอยากทำอะไร”</p>



<p>ผอ.ภูเบศร์เล่าว่า เด็กบางคนอาจไม่มีพื้นที่ให้แสดงออกในห้องเรียน แต่กลับกลายเป็นคนที่เปล่งประกายในวงโปงลาง กลุ่มอีโคปริ้นต์ หรือโครงงานไม้กวาด หลายคนที่เงียบงันในห้องเรียน กลับกลายเป็นผู้นำเมื่อได้อยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองถนัด</p>



<p>กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้แยกจากการเรียนรู้ แต่แทรกการเรียนรู้อย่างแนบเนียน เช่น การออกแบบลวดลายผ้าอีโคปริ้นต์ทำให้นักเรียนได้ฝึกการคิดเชิงระบบ คิดเชิงวิทยาศาสตร์ และทำงานเป็นทีมแบบที่ห้องเรียนทั่วไปให้ไม่ได้ โครงงานไม้กวาดเปิดโอกาสให้เด็กเข้าใจมิติสังคม เช่น การหารายได้ การร่วมมือกับผู้ปกครอง หรือแม้แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นจากวัสดุที่ใช้</p>



<p>“เด็กได้รู้สึกว่าเขาเก่งบางอย่าง” และความรู้สึกนั้นเองที่กลายเป็นพลังให้เขากลับมาโรงเรียนในวันต่อ ๆ ไป ไม่ใช่เพราะมีใครบังคับ แต่เพราะเขาอยากมา อยากอยู่ อยากเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่เห็นค่าของเขาจริง ๆ</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32.png" alt="" class="wp-image-95065" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-32-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p><strong>เด็กไม่ได้ออกจากโรงเรียนเพราะขาดข้าว แต่อาจเพราะขาดคนรอเขากลับบ้าน</strong></p>



<p>เด็กจำนวนหนึ่งอาจไม่ถึงกับยากจน แต่มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบเพราะขาดแรงหนุนทางใจ บางคนพอเรียนจบ ป.6 ก็เริ่มรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ของเขาอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเรียนไม่ไหว แต่เพราะไม่มีแรงพอจะฝืนเดินต่อไปตามลำพัง</p>



<p>“บางคนไม่ได้อยากออกจากโรงเรียน แต่ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง ถ้าเราไม่ยื่นทางเลือกให้ เขาก็ไม่มีทางเลือก” ผอ.ภูเบศร์เล่า</p>



<p>การช่วยเหลือเด็กในโรงเรียนบ้านน้ำพ่นจึงไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่ขยับออกไปถึงคำถามว่า “เด็กคนนี้ควรได้เรียนต่อในที่แบบไหน?” หลายกรณีโรงเรียนเลือก “ส่งต่อ” เด็กไปยังโรงเรียนกินนอน หรือโรงเรียนพระปริยัติ เพื่อให้เขาได้อยู่ในระบบที่เหมาะกับเงื่อนไขชีวิตของเขาเอง</p>



<p>การส่งต่อเหล่านี้ไม่ใช่การผลักเด็กออกไป แต่คือการมองเห็นและยอมรับว่าบางชีวิตต้องการพื้นที่ใหม่เพื่อไปต่อ การเปลี่ยนที่เรียนจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการดูแลที่ซื่อตรงและตั้งอยู่บนความเข้าใจ</p>



<p>เด็กบางคนไม่ได้ขาดข้าว แต่ขาดคนรอเขากลับบ้าน ขาดคนที่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเบื่อ เบลอ หรือเงียบผิดปกติ และเมื่อโรงเรียนมองเห็นสิ่งนั้นได้ทันก่อนใคร มันก็อาจเพียงพอแล้วที่จะรักษาเด็กคนหนึ่งเอาไว้ในระบบได้อีกสักระยะ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong></strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็ก ป.2 คนหนึ่งทำให้ผมเข้าใจว่าความจนมันซับซ้อนกว่าที่ผมเคยคิด</strong></h2>



<p>ก่อนจะมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพ่น ผอ.ภูเบศร์เคยเป็นครูหนุ่มคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนพร้อมความตั้งใจดี แต่ยังไม่ลึกซึ้งนักกับโลกของเด็ก</p>



<p>จนวันหนึ่ง เขาสอนเรื่องป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ และการห้ามตัดไม้ให้เด็ก ป.2 ฟัง เด็กคนหนึ่งในชั้นยกมือถามกลับว่า</p>



<p>“ถ้าไม่ให้เขาตัดไม้ แล้วจะให้เขาเอาอะไรกินล่ะครู?”</p>



<p>ประโยคนั้นสั้นมาก แต่เปลี่ยนความคิดของครูภูเบศร์ไปตลอดชีวิต มันไม่ได้สะเทือนแค่ความรู้ในหัว แต่ทะลุลงไปถึงความเข้าใจว่า ความจนไม่ใช่เรื่องขาวดำ และการอยู่รอดของคน ๆ หนึ่งไม่อาจตัดสินได้จากห้องเรียน</p>



<p>“ตอนนั้นเราเพิ่งจะเข้าใจว่าชีวิตคนไม่เท่ากัน และเด็กบางคนโตมากับคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน” เขาเล่า</p>



<p>หลังจากวันนั้น ครูภูเบศร์เริ่มตั้งคำถามกับหลักสูตรแบบเดิม เริ่มมองว่าโรงเรียนต้องเป็นมากกว่าผู้ให้ความรู้ แต่ต้องเป็นผู้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กด้วย โดยเฉพาะการเรียนรู้เงื่อนไขชีวิต การตั้งคำถามกับสิ่งที่สอน และการเข้าใจว่า ทุกครอบครัวมีระบบเหตุผลและความจำเป็นที่ซับซ้อนกว่าที่ตำราจะอธิบายได้</p>



<p>มันคือจุดเริ่มต้นของครูที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่สอนให้เด็กเข้าใจโลก แต่พยายามเข้าใจโลกของเด็กให้มากขึ้นก่อน</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29.png" alt="" class="wp-image-95062" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-29-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตื่นมาทุกวันคือคำถามอีกครั้ง: เด็กคนนี้จะยังมาเรียนไหม หรือหลุดไปเงียบ ๆ</strong></h2>



<p>บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียนในบางพื้นที่ ไม่ได้มีแต่ตำแหน่งหน้าห้องประชุม แต่คือการตื่นขึ้นมาทุกเช้าพร้อมคำถามที่ไม่มีคำตอบล่วงหน้า&nbsp; เด็กคนนี้จะยังมาเรียนไหม หรือเขาจะหลุดออกไปจากระบบเงียบ ๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต</p>



<p>ผอ.ภูเบศร์เปรียบตัวเองว่าเป็น “ผู้พิพากษาในตอนเช้า” ที่ต้องตัดสินใจในเหตุการณ์เฉพาะหน้า และเป็น “นักประสานงานในตอนบ่าย” ที่ต้องสวมบทบาทหลากหลายเพื่อตามแก้ปัญหาที่โยงใยกันมาอย่างซับซ้อน</p>



<p>บางวันต้องช่วยเคลียร์ปัญหาเด็กทะเลาะกัน บางวันต้องแอบสังเกตเด็กที่ดูซึม ๆ และไม่พูดกับใคร หรือโทรหาผู้ปกครองเพื่อคุยกันดี ๆ ว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่</p>



<p>บางเคสก็หนักกว่านั้น เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยง เริ่มติดโทรศัพท์อย่างหนัก หรือใช้ความรุนแรงกับเพื่อน การรับมือกับปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีคู่มือ แต่มีหัวใจที่ไม่ยอมปล่อยให้เด็กคนหนึ่งหายไปเฉย ๆ</p>



<p>โรงเรียนบ้านน้ำพ่นจึงให้ความสำคัญกับระบบคุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในเชิงเอกสาร แต่ในเชิงวิธีคิด โดยย้ำกับครูและผู้ปกครองทุกคนว่า ทุกครั้งที่เชิญผู้ปกครองมาโรงเรียน &#8220;ไม่ใช่เพื่อฟังข้อหา แต่เพื่อหาทางออกร่วมกัน&#8221;</p>



<p>เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเด็กเองว่าเขากำลังเจอกับอะไร และหน้าที่ของโรงเรียนก็ไม่ใช่การพิพากษา แต่คือการอยู่ข้าง ๆ เด็กคนนั้นให้นานพอ จนเขากลับมาเชื่อได้อีกครั้งว่า โลกนี้ยังมีคนที่รอฟังเขาอยู่</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong></strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเสมอภาคไม่ได้อยู่ที่ทุกคนเรียนเหมือนกัน แต่ทุกคนต้อง ‘อยาก’ มาเรียนได้อีกครั้ง</strong></h2>



<p>โรงเรียนบ้านน้ำพ่นเข้าใจดีว่า ความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ได้แปลว่าเด็กทุกคนต้องเรียนแบบเดียวกัน หรือเดินในเส้นทางเดียวกัน แต่คือการทำให้เด็กทุกคน “อยาก” มาโรงเรียนได้อีกครั้งในแบบของตัวเอง</p>



<p>สิ่งที่โรงเรียนพยายามทำจึงไม่ใช่เพียงแค่เติมโอกาสให้เด็กเรียนทัน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กไม่กลัวการมาโรงเรียน ไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตัดสิน เปรียบเทียบ หรือต้องแข่งขันอยู่ตลอดเวลา</p>



<p>พวกเขาพยายามจะสร้างพื้นที่ที่เด็กแต่ละคนสามารถค้นพบจังหวะของตัวเอง — จะช้าหรือเร็วก็ได้ จะเรียนแบบปกติหรือทางเลือกก็ได้ ตราบใดที่ยังมีพื้นที่ให้เขาได้รู้สึกว่า &#8220;เขายังเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตัวเองได้&#8221;</p>



<p>“โรงเรียนคือบ้านหลังที่สอง ไม่ใช่เพราะเราสวยงามที่สุด แต่เพราะเราพยายามเข้าใจว่าแต่ละคนกำลังต้องการอะไร” ผอ.ภูเบศร์บอก</p>



<p>และเมื่อบ้านคือสถานที่ที่คนไม่สมบูรณ์แบบสามารถเติบโตได้อย่างไม่ต้องกลัวผิดพลาด — โรงเรียนบ้านน้ำพ่นจึงพยายามจะเป็นแบบนั้นให้เด็กได้รู้สึกว่า โลกนี้ยังมีที่ให้เขาอยู่ โดยไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.png" alt="" class="wp-image-95066" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็กบางคนไม่ได้ขออะไรจากโรงเรียนมากไปกว่า “อย่าลืมเขาไป”</strong></h2>



<p>ไม่มีใครลืมเสียงหัวเราะของเด็กในช่วงพักเที่ยง หรือแววตาที่เปล่งประกายเวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด แต่เรากลับลืมได้ง่ายเหลือเกินว่า เด็กคนเดิมที่เคยยิ้มให้เรา อาจจะหายไปจากห้องเรียนวันไหนก็ได้ โดยไม่ทันมีใครรู้สึกตัว</p>



<p>เด็กบางคนไม่ได้ต้องการห้องเรียนใหม่ โต๊ะใหม่ หรือหลักสูตรล้ำสมัย เขาแค่ต้องการพื้นที่ที่ไม่ทำให้เขารู้สึกหายไป พื้นที่ที่ครูยังจำชื่อเขาได้ เพื่อนยังมีคำทักทายให้บ้าง และไม่มีใครรีบเร่งจะตัดสินว่าเขาคือใครจากผลสอบหรือความเงียบในชั้นเรียน</p>



<p>โรงเรียนบ้านน้ำพ่นอาจไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่พวกเขากำลังทำให้โลกใบเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่งไม่พังลงไปง่าย ๆ ท่ามกลางโครงสร้างที่ใหญ่เกินจะเปลี่ยนทัน</p>



<p>เพราะสุดท้ายแล้ว ความหวังของเด็กไม่ได้แขวนอยู่กับนโยบาย หรืองบประมาณเสมอไป แต่มันแขวนอยู่กับสายตา น้ำเสียง และการไม่ยอมปล่อยมือกันง่าย ๆ ของผู้ใหญ่ตรงหน้า</p>



<p>เด็กบางคนไม่ได้ต้องการให้เราทำอะไรพิเศษไปกว่านี้ เขาแค่ขอว่า&nbsp; อย่ามองข้ามเขาไป</p>



<figure class="wp-block-embed alignfull is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ภูเบศร์ ชื่นชม: 1 ใน 7 ผู้เข้าชิงรางวัลบุคคลผู้สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปี 2568" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/0Nt1M_ohI9U?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1834-170725/">เด็กบางคนแค่กลับมาโรงเรียน แต่โลกทั้งใบของเขาไม่เคยกลับมาเหมือนเดิม พรมแดนบาง ๆ ระหว่างการเรียนรู้และการล้มเลิก : บทสัมภาษณ์ ภูเบศร์ ชื่นชม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
