<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภูมิคุ้มกันทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Jul 2025 08:35:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ภูมิคุ้มกันทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-070725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 08:35:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สานพลังชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกันทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94778</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070725/">กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>เข้าร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 2568 สร้างฐานรากชุมชนสู่การจัดการสุขภาวะอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดภายใต้หัวข้อ “การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อเด็กและเยาวชนโดยชุมชนท้องถิ่น” ในห้องย่อยชุมชนท้องถิ่นร่วมสร้างคุณภาพเด็กเยาวชน ณ ห้องจูปิเตอร์ 6-7 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) กระทรวงสาธารณสุข 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 6) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 7) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 8) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ 9) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พร้อมด้วยเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม กว่า 3,000 คนทั่วประเทศ </p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวในเวทีว่า กสศ. ให้ความสำคัญกับการทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา โดยอ้างอิงกรอบคิดสากลจากองค์การยูเนสโกและยูนิเซฟ ซึ่งจัดกลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในและนอกระบบการศึกษาเป็น 7 มิติ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-94790" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ข้อมูลจาก กสศ. พบว่า เด็กยากจน-ยากจนพิเศษที่เรียนชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2563 มีจำนวน 165,585 คน โดยนักเรียน 1 ใน 5 คน จะหลุดจากระบบการศึกษาเมื่อพ้นการศึกษาภาคบังคับ และในรอยต่อสำคัญอีกช่วงหนึ่งคือเมื่อเรียนจบ ม.6 หรือ ปวช. พบว่า 2 ใน 3 คน จะออกจากระบบเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีเพียง 13.49% เท่านั้นที่เข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p>“หากมองว่าการศึกษาคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคต เด็กเยาวชนเหล่านี้ กำลังสูญเสียโอกาสที่จะมีอนาคตแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่ของเขา และหากยังติดอยู่ในวังวนของการหลุดออกจากระบบการศึกษา ความเสี่ยงที่ตามมาก็คือ มีโอกาสสูงมากว่าพวกเขาจะติดอยู่ในกับดักความยากจนข้ามรุ่น ส่งผลให้เกิดปัญหาภูมิคุ้มกันของชุมชนตามมา ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาเรื่องท้องในวัยเรียน และปัญหาต่าง ๆ มากมาย” ดร.ไกรยส กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38.jpeg" alt="" class="wp-image-94789" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่าอีกกรณีที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ทำงาน และไม่อยู่ในการฝึกอบรมใด ๆ หรือที่เรียกว่ากลุ่ม NEETs ซึ่งมีจำนวนอยู่กว่า 1.4 ล้านคน แม้ว่าพวกเขาจะมีศักยภาพเป็นอนาคตของชุมชนท้องถิ่น แต่กลับขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง โจทย์ใหญ่จึงอยู่ที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชนผ่านการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการมีงานทำ</p>



<p>กสศ. จึงแบ่งกลุ่มเป้าหมายของการทำงานสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น 1) เด็กยากจนและด้อยโอกาส หรือมีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา เช่น เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่มีความพิการ 2) ผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา หรือไม่ได้อยู่ในระบบในโรงเรียน เช่น ผู้เรียนในศูนย์การเรียน ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทักษะอาชีพ 3) กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เด็กปฐมวัย นักเรียนทุนต่าง ๆ เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง, ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ, ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ,ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รวมถึงล่าสุดคือทุน ODOS ที่มุ่งเน้นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถแต่ขาดโอกาส เพื่อให้ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ&nbsp; และ 4) เด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจหลุดจากระบบการศึกษา หรือไม่เคยได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36.jpeg" alt="" class="wp-image-94787" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ชี้ให้เห็นว่า การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ยูเนสโกได้ประเมินว่า หากไทยบรรลุเป้าหมาย Zero Dropout สำเร็จตาม SDG4 จะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เพิ่มขึ้นปีละ 1.7% </p>



<p>ในส่วนของการศึกษายังสัมพันธ์กับรายได้โดยตรง เช่น วัยแรงงานที่ใช้วุฒิการศึกษาระดับ ป.6 จะมีรายได้เฉลี่ยที่ 9,136 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้มีปริญญาตรีมีรายได้เฉลี่ย 27,132 บาทต่อเดือน</p>



<p>“เป้าหมายประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า ที่จะยกระดับรายได้เฉลี่ยของประชากรไทยเป็น 38,000 บาทต่อเดือนนั้นอาจมีทางลัด หากเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนน้อยลง เมื่อเด็กคนหนึ่งในชุมชนได้รับกลไกการปกป้องจากชุมชนไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือผลตอบแทนที่คุ้มค่า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-94791" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ยังชี้ว่า จากการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. พบว่าหากสามารถดึงเด็ก ม.3 ที่หลุดระบบในช่วง ม.4 จำนวน 33,547 คนกลับมาเรียนต่อได้ จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 409 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตราผลตอบแทน (IRR) ราว 9% ใกล้เคียงกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น รถไฟฟ้า หรือการลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระดับ 9-12 % ผลตอบแทนดังกล่าวยังไม่นับรวมผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment) ในเชิงมหภาคของการศึกษาที่เพิ่มขึ้น เช่น อัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษาที่ลดลงในช่วงชั้นที่สูงขึ้น จะส่งผลให้คุณภาพแรงงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งสุขภาพประชากรจะแข็งแรงขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37.jpeg" alt="" class="wp-image-94788" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35.jpeg" alt="" class="wp-image-94786" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น นโยบายของรัฐบาล ระบบเศรษฐกิจ และความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของประชากร ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ประชากรมีจำนวนการศึกษาเฉลี่ย 13 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 240,000 บาท ขณะที่ฮ่องกงมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย 12 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนประมาณ 143,172 บาท สะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษา” และ “ทุนมนุษย์” คือภูมิคุ้มกันสำคัญของทั้งชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน</p>



<p>“การสร้างทุนมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านทรัพยากร เวลา และความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของ AGI (Artificial General Intelligence) หรือซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ภายใน 5–10 ปีข้างหน้า</p>



<p>“ภาพอนาคตของการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย คำถามสำคัญคือ เราจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร และชุมชนท้องถิ่นของไทยจะมีบทบาทในการพัฒนาโลกในศตวรรษหน้าได้อย่างไร คำตอบเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขบคิดและลงมือทำ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-94785" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อไม่ให้มีเด็กหรือเยาวชนคนใดถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังในชุมชนท้องถิ่น</p>



<p>กสศ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน และเชื่อมโยงข้อมูลระดับรายบุคคลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ทุกหน่วยงานและทุกชุมชนท้องถิ่นสามารถทราบว่าในพื้นที่ของตนมีเด็กคนใดอยู่นอกระบบการศึกษา ขณะนี้ข้อมูลที่ได้สามารถระบุตัวบุคคลได้ทั้งชื่อ–สกุล และบ้านเลขที่ โดยมีอาสาสมัครในชุมชนช่วยชี้เป้า สนับสนุนการค้นหาและติดตามเด็กนอกระบบอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ดร.ไกรยส เน้นว่า หากไม่เร่งขับเคลื่อนเรื่องนี้ เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบราว 900,000 คน ก็จะยังคงถูกทิ้งไว้เช่นเดิม แม้การแก้ปัญหาจะซับซ้อน แต่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรการ ติดตาม–ช่วยเหลือ–ส่งต่อ–ดูแล พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเหมาะสม โดยต้องอาศัยกลไกชุมชนท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ</p>



<p>การดำเนินการนี้มีกลไกระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกลไกระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับกลไกระดับตำบลเพื่อค้นหาและพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการมีงานทำอย่างยั่งยืน</p>



<p>ทีมสหวิชาชีพในชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยวิเคราะห์สาเหตุของการหลุดจากระบบในแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเรียนล่าช้า ความไม่ยืดหยุ่นของระบบ หรือปัจจัยทางครอบครัว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.jpeg" alt="" class="wp-image-94784" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ยังชี้ว่า กลไกสำคัญในการป้องกันเด็กหลุดจากระบบไม่ใช่เพียงการให้ทุน แต่คือระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นผ่านกลไกชุมชนและกลไกระดับตำบลที่สามารถออกแบบรูปแบบการช่วยเหลือรายบุคคลได้อย่างตรงจุด </p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. มีต้นแบบการทำงานหลากหลายเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 12 พื้นที่เรียนรู้จากฐานอาชีพในชุมชน สามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ กลไกพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ต้นแบบต่าง ๆ เหล่านี้คือการพัฒนาตาข่ายทางการศึกษาเพื่อรองรับไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบ และมีทางเลือกอื่นรองรับหากไม่สามารถไปโรงเรียนตามระบบได้</p>



<p>นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญ เช่น แสนสิริที่ออกหุ้นกู้มูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา Zero Dropout ที่ จ.ราชบุรี และ KFC ที่ร่วมพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ในสถานพินิจ เปลี่ยนเด็กที่เคยพลาดพลั้งให้กลับมามีอนาคตที่มั่นคงผ่านการศึกษาและอาชีพ</p>



<p>สุดท้าย ชุมชนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถร่วมกันสร้าง Zero Dropout Area หรือพื้นที่ที่ไม่มีเด็กถูกลืม ไม่มีใครไม่ถูกมองเห็น โดยใช้อำนาจตามเทศบัญญัติในการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย แม้ไม่ใช่ในโรงเรียนก็สามารถเรียนรู้ได้ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคมได้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กทุกคนยังมีเส้นทางเดินต่อไปในชีวิต เพราะอนาคตของเด็ก คือ อนาคตของเราทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070725/">กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
