<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภานุพงศ์ มุ่นพลาย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C-%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 May 2022 12:33:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ภานุพงศ์ มุ่นพลาย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ช่วยเด็กจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้บ้านเป็น Comfort Zone ประสบการณ์จาก “ราชบุรีโมเดล” ปกป้องเด็กหลุดระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090522/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 May 2022 12:33:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Comfort Zone]]></category>
		<category><![CDATA[สวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่ง นาคอ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรีโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ภานุพงศ์ มุ่นพลาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสินแร่สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55555</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในห้องเช่าแคบ ๆ แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานครมีแรงงานพม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090522/">ช่วยเด็กจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้บ้านเป็น Comfort Zone ประสบการณ์จาก “ราชบุรีโมเดล” ปกป้องเด็กหลุดระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในห้องเช่าแคบ ๆ แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานครมีแรงงานพม่านอนเบียดเสียดอยู่ 3-4 คน และหนึ่งในนั้นมีเด็กชายวัย 15 ปีคนหนึ่งที่หนีจากครอบครัวใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มาหลบซ่อนอยู่ เขามารับจ้างทำงานร้านอาหาร แต่เมื่อเสร็จงานแต่ละวันเด็กชายไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตนอกห้องสี่เหลี่ยมนี้ได้อย่างอิสระ เพราะแรงงานผิดกฎหมายอย่างเขามีโอกาสถูกจับกุมได้ทุกเมื่อ</p>



<p>ไม่ใช่เด็กชายเพียงคนเดียวที่หวั่นใจ ในอีกมุมหนึ่ง <strong>‘ครูรุ่ง นาคอ้าย’ ครูประจำชั้นนักเรียน ป.5 โรงเรียนสินแร่สยาม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี </strong>ก็ร้อนใจไม่ต่างกัน เพราะผู้ปกครองของเด็กชายคนหนึ่งในชั้นเรียน ระล่ำระลักมาขอความช่วยเหลือถึงโรงเรียนว่าลูกของเขาเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไปแล้ว</p>



<p>“ถ้าลูกผมไม่กลับมา ผมอยู่ไม่ได้แน่ ๆ ครับ” ผู้เป็นพ่อบอกครูรุ่ง</p>



<p>เด็กชายคนนั้นชื่อ ต้น (นามสมมติ) แม้เรียนช้ากว่าเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนเดียวกัน จนทำให้เด็กชายวัย 15 ปีคนนี้เป็นพี่ใหญ่ของชั้น ป.5 ที่คอยดูแลน้อง ๆ และรับอาสาช่วยเหลืองานโรงเรียนจนเป็นที่รักของทุกคน แต่ความรักความห่วงใยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่บ้าน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะบ้านไม่ใช่ Comfort Zone เสมอไป</strong></h2>



<p>“พ่อจะบังคับให้เขาอยู่ในสิ่งที่พ่ออยากให้เป็นแบบเด็กผู้ชาย แต่น้องจะแสดงออกคล้ายเด็กหญิง มันก็ค้านกับสภาพจิตใจของเด็ก และเด็กก็ต่อต้านมาตลอด ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองจนต้องพยายามปกปิด แอบทำสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองอยู่คนเดียว อยากจะแต่งหน้าก็ทำอยู่ในมุมของเขา” ครูรุ่งเล่าย้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจากการพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมเด็กชายอย่างน้องต้นหนีออกจากบ้าน</p>



<p>ครูรุ่งเล่าว่า เมื่อบ้านไม่ใช่สถานที่แสดงความเป็นตัวตนได้อย่างวางใจ น้องต้นจึงคบหากับเพื่อนนอกโรงเรียนที่อยู่ในวัยเดียวกัน และแสดงการประชดชีวิต เริ่มลองอบายมุขพร้อม ๆ กับเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ในที่สุดน้องต้นกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งหนีออกจากบ้าน โดยติดต่อนายหน้าจัดหาแรงงานในเมืองราชบุรี เดินทางเข้าไปหางานทำในกรุงเทพมหานคร โดยที่ไม่รู้ว่ต้องเจอกับอะไร แต่ที่แน่ๆ บ้านไม่ใช่ที่ๆ เขาจะหันหลังกลับไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b6203"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/ครูรุ่ง-นาคอ้าย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูรุ่ง นาคอ้าย ครูประจำชั้นนักเรียน ป.5<br>โรงเรียนสินแร่สยาม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กคนนี้ยังอยู่ในระบบการศึกษา ยังเรียนไม่จบ ทางคุณเอาเด็กไปถือว่าผิด” ครูรุ่งโทรศัพท์ไปขู่นายหน้าจัดหาแรงงานผู้นั้น</p>



<p>“ถ้าคุณไม่นำตัวเด็กคนนี้กลับมา เราจะดำเนินคดีกับคุณด้วย”</p>



<p>พ่อตามหาลูกแทบพลิกแผ่นดิน ครั้นเจอตัวนายหน้าแต่ก็ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือเพราะพ่อเป็นแรงงานพม่า ครูรุ่งรับพูดคุยให้ก็ยังไม่เป็นผล จนเมื่อติดต่อน้องต้นได้ ตัวเด็กก็ปฏิเสธที่จะกลับบ้านเช่นกัน</p>



<p>“คุณครูรู้ไหมครับว่าคุณพ่อทำรุนแรงกับผมเยอะ” น้องต้นพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนวางสายโทรศัพท์</p>



<p>ข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงาระบุว่า ในห้วง10 ปีที่ผ่านมามีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เกือบ 3,000 คนหายออกจากบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ช่วงอายุ 10-15 ปี ที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว น้องต้นคือหนึ่งในนั้น จะมีหนทางใดที่จะพาเด็กคนนี้กลับบ้าน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิดหัวใจ นำทางกลับบ้าน</strong></h2>



<p>จะมีความหมายอะไรถ้าน้องต้นยอมกลับบ้าน ในเมื่อมันยังไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาอยู่ดี</p>



<p>“ครูทำข้อตกลงขอให้คุณพ่อปรับทัศนคติ ขอให้พยายามเปิดใจยอมรับพฤติกรรมของลูกตัวเอง ซึ่งจากการพูดคุยผู้ปกครองก็เข้าใจและตกลงว่าถ้าลูกเขากลับมาเขาจะไม่ทำแบบนี้แล้ว เขาจะไม่บังคับแบบนี้แล้ว คุณครูก็ย้ำอีกว่าขอให้เป็นความจริงอย่าแอบไปทำแบบนี้กับลูกอีก เพราะว่าถ้าเกิดขึ้นอีกลูกอาจจะหนีไปแล้วไม่ยอมกลับมา” ครูรุ่งเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ต้องทำ คือเป็นคนกลางเชื่อมให้พ่อลูกได้พูดคุยกัน เกลี้ยกล่อมทั้งพ่อให้เปิดใจ และเด็กให้เชื่อมั่น</p>



<p>“คุณครูก็โทรหาเด็กอีกวันหนึ่ง เด็กก็ยังร้องไห้และยืนยันว่าจะไม่กลับไปอีกแล้ว เขายังเชื่อว่าพ่อก็ต้องทำร้ายเขาเหมือนเดิม แต่ครูก็ย้ำให้เด็กเชื่อมั่นว่าคุณพ่อจะไม่ทำร้ายแล้ว คุณพ่อก็ต่อสายไปอีกแต่เด็กด้วยความกลัวเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดกับผู้ปกครองมากเกินไป แต่พอผู้ปกครองย้ำว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก ทีนี้เด็กเริ่มจะอ่อนลง” ครูรุ่งเล่าถึงบทสนทนาขณะประชุมสายโทรศัพท์เพื่อให้มีการพูดคุยระหว่างพ่อและลูก รวมทั้งครูรุ่งและครูด้านจิตวิทยาอีกคนร่วมพูดคุยด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสสุดท้าย สร้างบ้านให้เข้มแข็ง</strong></h2>



<p>วันนั้น พ่อไปรอลูกกลับบ้านในเมืองราชบุรีแต่เช้า น้องกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะสร้างบ้านให้เป็นที่พึ่งในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ทั้งครอบครัวและโรงเรียนจะต้องร่วมมือกัน ครูรุ่งยังคงติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ พยายามสอบถามเด็กว่ายังคงมีการทำร้ายร่างกายอยู่หรือไม่ รวมทั้งคอยให้คำแนะนำพ่อในการปรับตัวเข้าหาลูกให้มากขึ้น จนนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66119a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/ต้อนรับกลับบ้าน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อย่างน้อยก็ได้ทำให้กับครอบครัวของเขา จากที่ได้ฟังความรู้สึกของคุณพ่อเขา เราดีใจที่เด็กได้กลับเข้ามาสู่ครอบครัวและเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไป เราภูมิใจว่าเด็กสามารถประคับประคองตัวเองได้ และท้ายที่สุดครอบครัวก็เข้าใจและให้ความอบอุ่นกับเด็กเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่เต็มร้อยเหมือนกับสิ่งที่เขาเคยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับแม่ที่เมียนมาร์แต่เด็กก็มีความสบายใจมากขึ้น จนเด็กก็สามารถเรียนหนังสือจนจบการศึกษาออกไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ราชบุรีโมเดล” กลไกป้องกันเด็กออกนอกระบบ</strong></h2>



<p><strong>ภานุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม&nbsp; </strong>สะท้อนว่าการแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ก็ต้องย้อนไปจัดการที่ต้นทาง ซึ่งเรื่องสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาคือหนึ่งในเหตุผลหลัก ซึ่งครูโรงเรียนสินแร่สยามได้ติดตามเด็กถึงบ้านเพื่อรับรู้ปัญหา ขณะที่ในช่วงปิดโรงเรียนด้วยสถานการณ์โรคระบาด มีเด็กหลายคนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน พอโรงเรียนเปิดครูก็ต้องไปตามกลับมาเรียน เข้าไปจัดการปัญหาดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเด็ก ๆ</p>



<p>“การติดตามใกล้ชิดทำให้เราส่งเด็กข้ามช่วงชั้นไปเรียนมัธยมได้ แม้ทางบ้านเขาจะส่งไม่ไหว ซึ่งสำหรับเราแล้วขอแค่เด็กมีใจอยากเรียน เราก็จะหาทางจัดการให้จนได้” ผ.อ.ภาณุพงศ์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-981cde"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/ภานุพงศ์-มุ่นพลาย01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภานุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้โรงเรียนสินแร่สยามยังร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ อาทิ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ และโรงเรียนสวนผึ้งวิทยาในการส่งต่อเด็ก โดยหาโรงเรียนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่มเพื่อให้เรียนต่อจนจบโดยไม่หลุดออกมากลางคัน เพราะเด็กบางคนต้องการโรงเรียนที่เปิดพื้นที่ให้ค้นหาความสนใจและความถนัดในตนเองมากกว่าคร่ำเคร่งกับวิชาการ ไม่ว่าจะทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ คุณธรรม วินัย หรือศักยภาพความดีงามในตัวต่าง ๆ อีกทั้งโรงเรียนรุจิรพัฒน์ได้ทำ MOU กับสถาบันอาชีวะหลายแห่ง ซึ่งพร้อมรับเด็กเข้าเรียนต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และช่วยปูทางให้ไปต่อได้ในการทำงานสายอาชีพที่ตอบโจทย์กับเด็กกลุ่มนี้มากที่สุด</p>



<p>กลไกนี้ได้ส่งต่อมาเป็นภารกิจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และ บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ในโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ รวมพลังคนทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย โดยปักหมุดแรกที่อำเภอสวนผึ้ง ด้วยเป้าหมายลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ ที่ใช้แนวทาง Area-based Education ประสานกลไกท้องถิ่น ระดมความร่วมมือค้นหาและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส นำคนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาเรียน ประคองกลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดให้คงอยู่ในระบบได้ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab36a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/ภานุพงศ์-มุ่นพลาย02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งน้องต้นคือหนึ่งในเด็กที่เคยเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และถูกช่วยเหลือประคับประคองจนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา ในปัจจุบันทางโรงเรียนสินแร่สยามได้ประสานต่อไปเรียนที่โรงเรียนสวนผึ้งวิทยา และกำลังมีความสุขกับช่วงเวลาเปิดเทอมใหม่ ดังเช่นเด็กอีกหลายๆ คนที่กำลังตื่นเต้นกับโรงเรียนใหม่ของพวกเขา</p>



<p>“ก็บอกให้เขาตั้งใจเรียนเพราะว่าครูก็อยากมองดูความสำเร็จของเขา ถึงเขาอาจจะไม่ได้เรียนหนังสือเก่งมากแต่เขามีทักษะอาชีพจากการไปทำงานพิเศษระหว่างเรียน ซึ่งดูแลตัวเองได้ แล้วก็ต้องทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าภูมิใจในตัวเราด้วย สิ่งไหนที่มันพลาดพลั้งไปแล้วก็เป็นบทเรียนของเราไปแล้วกัน มีอะไรก็ปรึกษากลับมาหาคุณครูได้ คุณครูก็บอกเขาอย่างนี้ไป” <strong>ครูรุ่งกล่าวทิ้งท้ายด้วยความสุขในฐานะเรือลำหนึ่งที่พาน้องต้นข้ามไปอีกฝั่งได้สำเร็จ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090522/">ช่วยเด็กจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้บ้านเป็น Comfort Zone ประสบการณ์จาก “ราชบุรีโมเดล” ปกป้องเด็กหลุดระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ขึ้น ม.1 ไปด้วยกัน แบบไม่เหลือใครไว้ข้างหลัง’ ‘ไม่เด่นวิชาการ แต่อยากเรียนต้องได้ไปต่อ’ ภารกิจส่งน้องให้ถึงปลายทางที่สวนผึ้ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-280422/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Apr 2022 05:41:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนรุจิรพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พจนพร จิตเจริญทวีโชค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ภานุพงศ์ มุ่นพลาย]]></category>
		<category><![CDATA[สวนผึ้งโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสินแร่สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55207</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมอยากเห็นโรงเรียนใหม่จะแย่แล้ว” น้องทอง ชั้น ป.6 นักเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-280422/">‘ขึ้น ม.1 ไปด้วยกัน แบบไม่เหลือใครไว้ข้างหลัง’ ‘ไม่เด่นวิชาการ แต่อยากเรียนต้องได้ไปต่อ’ ภารกิจส่งน้องให้ถึงปลายทางที่สวนผึ้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผมอยากเห็นโรงเรียนใหม่จะแย่แล้ว” น้องทอง ชั้น ป.6 นักเรียนโรงเรียนสินแร่สยาม เอ่ยความในใจก่อนก้าวขึ้นรถพร้อมเพื่อน ๆ อีก 5 คน ระหว่างเตรียมตัวเดินทางไปสมัครเรียน ม.1 ที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์ ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยในวัย 12 ปีของทอง เขาเผยว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้ออกนอกตำบลสวนผึ้ง&#8221;</p>



<p>การเดินทางครั้งนี้ เป็นหนึ่งในภารกิจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และ บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ในโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ รวมพลังคนทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย โดยปักหมุดแรกที่อำเภอสวนผึ้ง ด้วยเป้าหมายลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ กับ ‘สวนผึ้งโมเดล’ ที่ใช้แนวทาง Area-based Education ประสานกลไกท้องถิ่น ระดมความร่วมมือค้นหาและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส นำคนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาเรียน ประคองกลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดให้คงอยู่ในระบบได้ต่อไป พร้อมแก้ปัญหารายคน สร้างหลักสูตรฟื้นความรู้และส่งเสริมอาชีพ จนถึงการประสานเครือข่ายระหว่างโรงเรียนเพื่อส่งเด็กข้ามช่วงชั้น ดึงสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่มารับช่วงน้อง ๆ ให้ไปถึงปลายทางคือจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว อันเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา &#8230;ซึ่งจะต้องไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิดพื้นที่การศึกษาให้เพียงพอสำหรับเด็กทุกคน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9c672"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/05-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบชั้น ป.6 เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสห่างไกล หรือกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบ โดยปัญหาใหญ่มักมาจากความยากจน ทำให้เด็กจบแล้วต้องไปช่วยพ่อแม่ทำงาน บางบ้านผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญ หรือถึงรู้ว่าเรียนไปแล้วจะทำให้ชีวิตมีทางไปมากขึ้น แต่ปัจจัยต่าง ๆ ที่เผชิญ ทั้งเรื่องรายได้ หรือการขาดข้อมูลคำชี้แนะที่เหมาะสม ประตูสู่การศึกษาต่อของด็กกลุ่มนี้จึงยิ่งตีบแคบ และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาทางไปต่อได้ด้วยตัวเอง</p>



<p>“สวนผึ้งโมเดลทำให้เรามองเห็นรูปแบบความซับซ้อนมากมายของปัญหา ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นความเป็นไปได้ของหนทางแก้ไข โดยเฉพาะการรวมพลังจากหลายทิศทาง ทั้งรัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษา สถาบันการศึกษาทุกระดับในพื้นที่ ที่เริ่มต้นค้นหาพาเด็กที่หลุดไปแล้วกลับมา ก่อนจะต่อยอดด้วยการฟื้นฟูความรู้และส่งเสริมทักษะอาชีพ เท่านั้นไม่พอยังคิดไปถึงการส่งต่อข้ามช่วงชั้นเป็นลำดับ ให้แน่ใจว่าการศึกษาจะโอบอุ้มเขาไว้ได้จนถึงปลายทาง”</p>



<p>“สารสำคัญที่เราได้รับทั้งจากผู้บริหารโรงเรียนสินแร่สยามซึ่งเป็นโรงเรียนต้นทาง และโรงเรียนปลายทางคือรุจิรพัฒน์ คือการทำงานในสวนผึ้งไม่เพียงมุ่งไปยังกลุ่มเด็กด้อยโอกาส แต่ยังเน้นย้ำว่าเราต้องมีพื้นที่สำหรับเด็กทุกคน ทุกประเภท ทุกความต้องการพิเศษ <strong>เพราะโอกาสไม่ควรจำกัดไว้แค่กับเด็กที่เก่งด้านวิชาการเท่านั้น</strong> <strong>อย่าลืมว่าในความหลากหลายของเด็กเยาวชน เรามีคนที่มีความถนัดในเรื่องอื่น ๆ มีเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ มีเด็กหลังห้อง เด็กนอกห้องที่ถูกปล่อยปละละเลยไม่มีใครเอาใจใส่ ซึ่งในสวนผึ้งโมเดล พวกเขาทุกคนจะได้รับความสำคัญ ด้วยลู่ทางการศึกษาในระบบที่ออกแบบไว้ให้เด็กมีที่ทางไปต่อได้ แม้จะขัดสนทุนทรัพย์ บกพร่องในทางใดทางหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณค่าด้านอื่น ๆ ในตัวเขาจะขัดเกลาพัฒนาให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ และนี่คือความงดงามและใส่ใจที่ประเมินค่าไม่ได้จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะได้รับ”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cd541"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/09-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า ในองค์ประกอบทั้งหมด ปัจจัยแรกที่ทำให้สวนผึ้งโมเดลเป็นรูปร่างขึ้นมาได้คือ ‘ครู’ ผู้ทำงานอย่างรู้ปัญหา เข้าถึงจิตใจและครอบครัวของเด็ก สามารถสื่อสารภาษาถิ่นคล่องแคล่ว และมีความพยายามในการสื่อสารเพื่อชี้ให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา ซึ่งแน่นอนว่าไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพียงครั้งเดียว แต่คือความพากเพียรเวียนทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนที่สุดผู้ปกครองยอมให้บุตรหลานได้เรียนต่อ เพราะเขาเชื่อมั่นแล้วว่าการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้</p>



<p>“น้อง ๆ ทั้ง 6 คนที่ได้รับโอกาสในวันนี้ คือตัวเดินเรื่องสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ที่จะทำให้เห็นว่าถ้าเขาไปต่อได้ ย่อมหมายถึงเราสามารถไปถึงคำตอบหนึ่งของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ อันจะเป็นแนวทางการไขโจทย์เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยในระยะยาว”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่ถนัดวิชาการ ใช่ว่าประตูการศึกษาต้องปิดลง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1baf1b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/06-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภานุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภานุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม </strong>กล่าวว่า 3 เหตุผลหลักที่ทำให้เด็กจากโรงเรียนห่างไกลชายขอบหลุดจากระบบการศึกษา คือ 1.ทักษะภาษาและวิชาการ 2.ความไม่พร้อมของครอบครัว 3.สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจทางการศึกษา ดังนั้นถ้าจะแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้เด็กหลุด ก็ต้องย้อนไปจัดการที่ต้นทาง</p>



<p>โรงเรียนสินแร่สยามได้วิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางร่วมกับ มจธ. โดยสำหรับเด็กส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่หนึ่ง ทำให้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือเรียนไม่ทันเพื่อน ทางโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนแบบขยายห้องเรียน จัดการสอนเสริมพิเศษ ลดเด็กลงเหลือห้องละไม่เกินยี่สิบคน และมีครูอาสาจาก มจธ. เข้ามาช่วย จนภายในเวลา 2-3 เดือนที่เปิดออนไซต์หลังสถานการณ์โควิด-19 ก็ทำให้เด็กกลุ่มนี้กลับมาเรียนรู้ได้ดีขึ้น</p>



<p>ในด้านเศรษฐกิจ ทางโรงเรียนได้จัดโครงการอาหารเช้า และจัดสรรอาหารกลางวันให้เด็กนำกลับไปกินกับครอบครัวที่บ้าน ซึ่งก็ช่วยให้เด็กมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น รวมถึงการจัดตั้งธนาคารโรงเรียนด้วยทุนที่ได้รับจาก กสศ. ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับเด็กรายคน นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนกิจกรรมฝึกอาชีพต่าง ๆ เพื่อช่วยหารายได้อีกทางหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fac9a1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/08-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม ครูโรงเรียนสินแร่สยามได้ติดตามเด็กถึงบ้านเพื่อรับรู้ปัญหา ขณะที่ในช่วงปิดโรงเรียนด้วยสถานการณ์โรคระบาด มีเด็กหลายคนที่ต้องไปช่วยพ่อแม่ทำงาน พอโรงเรียนเปิดครูก็ต้องไปตามกลับมาเรียน บางเคสเด็กทะเลาะกับผู้ปกครองหายออกจากบ้านไป ก็เป็นครูที่เข้าไปจัดการปัญหา ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเด็ก ๆ</p>



<p><strong>“การติดตามใกล้ชิดทำให้เราส่งเด็กข้ามช่วงชั้นไปเรียนมัธยมได้ แม้ทางบ้านเขาจะส่งไม่ไหว อย่างทอง เขาจบ ป.6 แล้วกลัวว่าจะไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านเขาไม่มีทุน วันหนึ่งเขาก็เดินมาบอกเราเองว่า ผอ.ครับ ผมอยากเรียนต่อ อยากให้ ผอ.ช่วย ซึ่งสำหรับเราแล้วขอแค่เด็กมีใจอยากเรียน เราก็จะหาทางจัดการให้จนได้&#8221;</strong></p>



<p>“และเป็นที่มาของการทำงานส่งต่อเด็กร่วมกับโรงเรียนรุจิรพัฒน์ เนื่องจากเราจะพยายามหาโรงเรียนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่มมากที่สุด เพื่อให้เข้าไปแล้ว เขาจะเรียนต่อได้จนจบโดยไม่หลุดออกมากลางคัน อย่างเด็กกลุ่มนี้มาจากห้องเรียน ป.6/2 ที่เราจัดการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กที่อาจไม่ถนัดด้านวิชาการ ทำให้หลายคนเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน ๆ หรือบางคนก็หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว 1 ปีเต็ม ดังนั้น เรามองว่าเขาต้องการโรงเรียนที่เปิดพื้นที่ให้ได้ค้นหาความสนใจและความถนัดในตนเอง มากกว่าคร่ำเคร่งกับวิชาการ ไม่ว่าจะทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ คุณธรรม วินัย หรือศักยภาพความดีงามในตัวต่าง ๆ ที่สำคัญคือที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์ได้ทำ MOU กับสถาบันอาชีวะหลายแห่ง ซึ่งพร้อมรับเด็กเข้าเรียนต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และช่วยปูทางให้ไปต่อได้ในการทำงานสายอาชีพ ที่เราคิดว่าตอบโจทย์กับเด็กกลุ่มนี้มากที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนแห่ง(ทักษะ)ชีวิต ส่งต่อการศึกษาหลังภาคบังคับ 100%</strong> <strong>&#8230;ใคร ๆ ก็อยากได้เด็กรุจิรพัฒน์</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b80598"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/07-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พจนพร จิตเจริญท<strong>วี</strong>โชค ผู้อำนวยการโรงเรียนรุจิรพัฒน์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พจนพร จิตเจริญทวีโชค ผู้อำนวยการโรงเรียนรุจิรพัฒน์</strong> กล่าวว่า “โรงเรียนเรายินดีต้อนรับเด็กทุกคน<strong> </strong>เพราะที่นี่คือพื้นที่ของโอกาส เด็กบางคนก่อนมาที่นี่เขาไม่มีอะไรเลย ไม่มีครอบครัว ต้องอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน หรือบางคนแม้แต่ชื่อจริงตามทะเบียนเกิดยังไม่มีเลย เราถึงไม่อยากให้เขาต้องหลุดไป”</p>



<p>“ในพื้นที่ห่างไกลอย่างนี้ ถ้าเด็กไม่ได้เรียนก็แทบไม่มีทางให้ไปเลย จบแค่ ป.6 อนาคตที่รออยู่ก็มีแต่งานรับจ้างรายวัน หาของป่าขาย หรือไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ชีวิตจมอยู่ในพื้นที่ แล้วยังไม่ทันเป็นผู้ใหญ่เต็มที่เขาก็จะมีครอบครัว มีลูก เป็นวงจรเวียนซ้ำของความยากลำบากที่ส่งจากรุ่นสู่รุ่น”</p>



<p>ผอ.พจนพร เล่าถึงโรงเรียนรุจิรพัฒน์ ว่า เป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับเด็ก(ความประพฤติ)ดี มากกว่าเด็กเก่ง(วิชาการ) โดยมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งค้นหาความสามารถและความดีงามภายใน ลดเวลาเรียนภาควิชาการ เพิ่มชั่วโมงสั่งสมทักษะชีวิต ทักษะสังคม การทำเกษตร งานฝีมือ หรืออะไรก็ตามที่เด็กเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข</p>



<p>“เราจะไม่ยอมให้ความอดอยากของครอบครัวมาดึงเขาออกไปจากโรงเรียนได้ สำหรับเด็กที่ทางบ้านไม่มีทุนทรัพย์ มาจากพื้นที่ตำบลอื่น เรามีหอพัก มีอาหารครบมื้อ มีชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่าง ๆ มีกิจกรรมมากมายที่ดูแลโดยครูตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง มีชมรมฝึกอาชีพหลากหลาย ในด้านการเรียนรู้เราจะเน้นเสริมเติมในส่วนที่ขาด หรือยามเจ็บป่วยเราก็พาไปหาหมอ ดูแลกันแบบครอบครัวจริง ๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e95e7c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/10-ขึ้นมอหนึ่งไปด้วยกัน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“พื้นที่สำหรับเด็กที่เก่งวิชาการนั้นมีอยู่แล้ว แต่เด็กกลุ่มนี้ที่เขาขาดโอกาส เราต้องการสร้างให้เขาเป็นคนที่เอาตัวรอดในสังคมได้ มีความประพฤติดี และเอาสิ่งที่มีในตัวมาพัฒนาจนเกิดเป็นอาชีพในอนาคต</strong> ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนจึงร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จังหวัดราชบุรี รวมถึงสถาบันการศึกษาสายอาชีพอีกมากกว่า 5 แห่ง ในการส่งต่อหลังเด็กจบ ม.3”</p>



<p>“หลังทำมาหลายปี พูดได้ว่าเด็กรุจิรพัฒน์ทุกคนสามารถไปต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ซึ่งทุกวันนี้นี้มีหลายสถาบันมาแย่งกันจองตัวเด็กของเราจนไม่พอส่งแล้ว”</p>



<p>“ที่เด็กกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จได้ เรามองว่าเนื่องจากเขาโดดเด่นเรื่องทักษะชีวิต มีวินัยเยี่ยม ซึ่งเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นที่สายอาชีพต้องการ ยิ่งพอมีฝีมือร่วมด้วย สถาบันเขาก็ยิ่งอยากได้ตัว เพราะเอาไปดูแลพัฒนาต่อได้ง่าย หน้าที่ของโรงเรียนรุจิรพัฒนาก็จะเป็นการทำให้เด็กพร้อมที่สุดก่อนไปถึงจุดนั้น”</p>



<p>&#8230;วันนี้ น้อง ๆ ทั้ง 6 คนได้สมัครเข้าเรียนกับโรงเรียนรุจิรพัฒน์เป็นที่เรียบร้อย รอคอยเพียงวันเปิดเทอมที่จะมาถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม แล้วปีการศึกษาใหม่จึงเริ่มต้น</p>



<p><strong>เชื่อว่าความร่วมมือที่นำมาสู่การเดินทางข้ามรอยต่อช่วงชั้นของน้อง ๆ ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทย ที่ในอนาคตข้างหน้าจะสามารถขยายรูปแบบการทำงานจากพื้นที่อำเภอสวงนผึ้ง ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศได้สำเร็จ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-280422/">‘ขึ้น ม.1 ไปด้วยกัน แบบไม่เหลือใครไว้ข้างหลัง’ ‘ไม่เด่นวิชาการ แต่อยากเรียนต้องได้ไปต่อ’ ภารกิจส่งน้องให้ถึงปลายทางที่สวนผึ้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
